Accidentally Possessive Part 06

posted on 17 Oct 2009 02:22 by asuka-jan  in Accident

 

 

Title: Accidentally Possessive
Part: 06
Casts: Basic KA
Author: Asuka
Rate: G&G

 

**กรุณากดอ่านย้อนตอนเก่า ลืมแล้วใช่มั้ยล่ะ 555**

 

 

 

 

อ๊ะ ผมลืมรายงานบอสไปเลย ทางนั้นยังไม่ฟันธงมาครับ แต่พูดเหมือนทำนองว่าเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้อยากรณรงค์ให้เที่ยวในประเทศมากกว่า ชิเงอากิตอบอย่างพยายามไม่ยกมือขึ้นซับเหงื่อ

 

งั้นบอกเขาไปหรือยังว่าคนในแผนกเราเยอะ เฉลี่ยค่าทัวร์แล้วก็ตกหัวละไม่กี่เยน ให้เทียบกับทัวร์ในประเทศช่วงนี้ เผลอๆ ยังจะคุ้มซะกว่า

บอกแล้วครับ

แต่ว่า...

แต่ว่าติดที่นโยบายจากเบื้องบนครับนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นขอให้คำตอบอีกทีวันหลัง

 

คาซึยะโคลงศีรษะกับความยุ่งยากน่ารำคาญของการทำงานฝ่ายอื่น กลัวแต่จะเดือดร้อนกันจนไม่ค่อยจะมีความเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าตัดสินใจ

เบื้องบนแค่ไหนกัน... ใช้เส้นซะดีมั้ย

แล้วแต่บอสสิครับ

 

คำยุทีเล่นทีจริงสร้างเสียงหัวเราะได้ทั้งสองนายลูกน้อง แต่ที่สุดหัวหน้าแผนกต่างประเทศตัดสินใจวางเรื่องการไปสัมมนาทิ้งไว้เพื่อรอฟังคำตอบในวันรุ่งขึ้น... ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำงานของตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเดินเรื่องทางเอกสารซะมาก ในวันนี้ออฟฟิศค่อนข้างจอแจกว่าปกติเพราะไม่มีคณะไหนต้องออกไปรับรองใคร แฟ้มงานที่ถูกส่งเข้าห้องท่านหัวหน้าเพื่อรับลายเซ็นก็มีมากตามจำนวนคน

 

อ่านไปตรวจมา...เงยหน้าอีกทีก็เลยเวลาพักเที่ยง

 

คาซึยะบิดขี้เกียจอย่างรักษากิริยา พยักหน้ารับลูกน้องหลายต่อหลายคนที่ก้มตัวขอลาไปกินข้าว แค่แป๊บเดียวคนทั้งชั้นก็เหลือแต่เขากับเลขาหน้าห้อง ร่างเล็กจึงคิดควรแก่เวลาที่จะลุกขึ้นและเอ่ยชวนให้ออกไปด้วยกัน หากในนาทีที่กำลังจะเอ่ยปาก ลูกน้องคนดี...กลับลุกพรวดด้วยท่าทีตื่นเต้นราวกับนัดเดทกับใครที่ไหนไว้

 

เขาเป็นอันยืนเหวอศีรษะเน่าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

ตัดเงินเดือนทั้งแผนก!”

 

บอสก็...ไปกับท่านประธานสิครับลูกน้องหูดีหันกลับมาย้อนเสียงหวาน

สงสัยฉันจะใจดีมากไปใช่มั้ย...

ผมนัดชิโอริไว้น่ะครับ

ตามใจจะไปไหนก็ไป อย่าเข้างานสายก็แล้วกัน

 

ชิเงอากิยิ้มร่าโค้งขอบคุณเมื่อได้รับอนุญาต เดินเร็วออกจากคอกไปพลางงุ้งงิ้งในลำคอว่า เจ้านายใจดี เจ้านายใจดี... ทว่าเพียงไม่ถึงอึดใจ คนถูกทิ้งยังไม่ทันหยิบสูทขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ เลขาหนุ่มก็วิ่งทะเล่อกลับเข้ามาเหมือนไปเจออะไรเข้าด้านนอก

 

ท่านประธานครับ ท่านประธานมา

แล้วยังไง... มันจำเป็นต้องตกใจขนาดนั้นเชียว

โธ่บอส ประธานคนปัจจุบันเห็นชินตาอยู่ครับ แต่นี่ประธานคนก่อน...

คุณลุงน่ะหรือ?

 

คาซึยะ... เที่ยงแล้วยังไม่ไปกินข้าวอีกหรือลูกฮึ เสียงร้องทักดังมาแต่ไกลพร้อมๆ กับที่ชิเองากิพยักหน้ากระหน่ำ

 

ถ้อยคำที่ฟังเหมือนเป็นการตำหนิออกมาจากปากของชายวัยกลางคนซึ่งดูร่าเริงกระฉับกระเฉง ในชุดสูททรงทันสมัยสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้ายิ้มแย้ม...อ่อนกว่าวัย แต่แววตาทรงอำนาจตามแบบฉบับอันเป็นเหตุแห่งเรื่องเล่าทั้งหลายให้พนักงานที่อยู่มานานเกินห้าปีขึ้นไป บอกต่อกันจนเป็นที่ยำเกรงของพนักงานใหม่แบบรุ่นต่อรุ่น

 

แม้แต่คนที่เพิ่งเป็นทองแผ่นเดียวกันอย่างคาซึยะ

ไม่กลัว...แต่ก็ไม่เคยทำใจให้สนิทสนม

 

กำลังจะออกไปพอดีครับท่าน ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ

 

ฮื้อ บอกให้เรียกพ่อก็ไม่เคยฟัง... ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกแค่แวะมาเยี่ยมเท่านั้น ไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันงาน เลยเดินมาดูเผื่อว่าจะยังอยู่ แล้วก็อ้าว อยู่จริงๆ เห็นทีพ่อต้องไปตำหนิเจ้าจินซะหน่อยแล้วดูแลคู่หมั้นไม่ดีเอาซะเลย ปล่อยให้หิ้วท้องรอจนจะบ่ายอยู่แล้ว

เอ่อ...ไม่เกี่ยวกับคุณจินหรอกครับท่าน ผมทำงานเพลินเอง

ไม่เกี่ยวได้ยังไง้... อย่าแก้ตัวแทนเจ้าจินมันเลย เดี๋ยวพ่อจัดการให้

ท่านจะทำอะไรครับ

 

คู่สนทนาสูงวัยยกหูโทรศัพท์จากโต๊ะใกล้ๆ ทำท่าจะกดเบอร์โทรออก

 

ท่านครับ

คาซึยะร้องเรียก หากอาคานิชิคนพ่อเอาแต่ยิ้มโดยไม่ละการต่อสาย

ท่านครับ... คุณลุง-- คุณพ่อครับ...

 

จนเมื่อคำเรียกประจบในเสียงที่จงใจลากยาว เครื่องมือสื่อสารจึงถูกละความสนใจไปได้ คนมากวัยกว่ามีสีหน้าพอใจ ส่วนคนอ่อนวัยต้องใช้ความสามารถพิเศษในการลอบถอนใจให้ดูสุภาพมากที่สุด

 

คุณจินอาจจะทำงานเพลินเหมือนกัน เขายังไม่มา...ผมไปหาเองก็ได้ครับ

คาซึยะพูดตัดปัญหา ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าในตอนนี้ห้องทำงานของคนที่เอ่ยถึงจะเหลือแต่เก้าอี้ว่างๆ แล้วหรือเปล่า แต่เขาก็เดินนำไป โดยพยายามรักษาท่าทีให้ดูไม่เย่อหยิ่งอวดดีเป็นที่สุด

 

คาซึยะ

อ้าว คุณจิน

 

หนุ่มน้อยร้องอย่างยินดี เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อพบว่าใบหน้าตัวเองอยู่ใกล้อกอีกฝ่ายมากไปหน่อย ประธานหนุ่มจึงก้าวข้ามประตูเข้ามาหา แตะศอกคู่หมั้นร่างเล็กพลางเอ่ยธุระโดยไม่รอให้ใครไถ่ถาม

 

ผมมาชวนคุณไปกินมื้อกลางวัน

หรือครับ! ผมก็กำลังไปหาคุณเหมือนกันเลย

 

ชายหนุ่มยิ้มรับน้ำเสียงกระตือรือร้น เขามองเลยไปยังด้านใน ก่อนจะต้องกระพริบตาอย่างแปลกใจเมื่อพบว่ามีคนสูงวัยยืนอยู่

คุณพ่อ มาทำอะไรที่นี่ครับ จินเอ่ยถามเสียงสุภาพ ตรงข้ามกับท่าทีของคนฟังที่ออกอาการเหมือนถูกปะทะจากคู่แข่งทางธุรกิจที่กินกันไม่ลง

 

ทำไมเจ้าจิน ฉันจะเยี่ยมคู่หมั้นแกบ้างไม่ได้หรือ

ได้สิครับ... แล้วจะไปรับประทานอาหารกับพวกเราหรือเปล่า

 

อาคานิชิคนพ่อเลิกคิ้วสูง

แกถามทั้งที่ก็รู้ว่าฉันต้องกลับไปกินข้าวกับคุณนายเขา

ถ้าอย่างนั้นผมเดินลงไปส่งพ่อข้างล่างนะครับ

ไม่ต้องๆ ดูแลคู่หมั้นตัวเองไปเถอะ

 

คนสูงวัยหันมายิ้มอารีให้กับคาซึยะ แล้วกลับไปมองหน้าลูกชายอย่างฝากความอาฆาต จินก้มศีรษะให้บิดาแทนคำกล่าวลา ...ซึ่งเหมือนจะเป็นมารยาทอันงามที่ผู้จากไปแล้วไม่สนใจสักเท่าไหร่

 

ชิเงอากิผู้ติดเกาะอย่างไม่พอที่รีบแจ้นออกไปเมื่อสบโอกาสเหมาะ ทิ้งเจ้านายผู้หายหิวสองคนให้ยืนเฉยแบบไม่รู้ว่าจะเครียดหรือจะขำ ไม่นาน...หนุ่มน้อยก็ยักไหล่ก่อนเดินลากขาออกไปเหมือนเด็ก จินสาวเท้ายาวเพื่อชิงไปกดลิฟต์ให้

เขาพยายามกลั้นยิ้ม แต่ก็อดไม่ได้เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ระมือกับต้นไม้ประดับตลอดทางเดิน

 

...วันนี้ไปกินสปาเกตตี้กันมั้ย

ไปไหนก็ไปครับ ถ้าอร่อยก็ไม่ว่ากันอยู่ละ

 

.............................................................................................................

 

ร้านอาหารอิตาเลี่ยนร้านเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบไม่ห่างไกลจากตึกของบริษัท คาซึยะไม่เคยเห็นมาก่อน หากเมื่อมาถึง เขาค่อนข้างถูกใจสไตล์การตกแต่งแนวเมดิเตอเรเนียนซึ่งเด่นด้วยอโรม่ากลิ่นมะกอกกับส้มเป็นอย่างมาก บริกรยิ้มแย้มให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ซ้ำราคาที่แสดงทางด้านขวาของเมนูยังเตะใจ มันสมเหตุสมผลน่ารักน่าชังจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขอเป็นเจ้ามือทั้งของคาวของหวาน

 

ผู้ร่วมโต๊ะมองดูเขาซึ่งเอนจอยกับสปาเกตตี้เส้นดำทะเลพลันยิ้มบาง ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม

ผมขอโทษที่ไปรับคุณช้า

หืม หนุ่มน้อยสูดเส้นยาวๆ เข้าปาก เราไม่ได้นัดกันไม่ใช่หรือครับ

 

จินหัวเราะแผ่วเมื่อได้รับคำตอบตรงกับที่คาดไว้ คาซึยะเงยหน้าขึ้นมองและเอียงศีรษะงง ยกมือขึ้นลูบรอบปากตัวเองด้วยเข้าใจผิดว่าซอสมะเขือเทศสดคงเลอะปาก

 

เห็นทีเราต้องมีนัดทุกวันจันทร์แล้วล่ะ ชายหนุ่มยื่นทิชชูส่งให้

ทุกวันจันทร์? ...อ๋อ หนุ่มน้อยลากเสียงยาว นึกเข้าใจว่าเพราะวันจันทร์เป็นวันประชุมของบรรดาหุ้นส่วนและบอร์ดระดับสูง นัดหมายมื้อกลางวันจึงน่าจะกลายเป็นเดทไฟท์บังคับโดยอัตโนมัติ คาซึยะรับกระดาษพิมพ์ลายไม้เถามาเช็ดปากที่ไม่มีรอยเปื้อน เขายกไหล่กวน น้ำเสียงที่พูดออกไปก็กวนตาม

 

คุณลุงเข้มงวดจัง

ท่านกำลังอารมณ์เสีย... มติที่ประชุมตกลงอนุมัติให้ฝ่ายการเงินตัดงบประมานการสัมมนาดูงานของระดับบิ๊กบอร์ด คุณพ่อกับก๊วนก็เลยอดจัดทริปไปไดร์ฟกอล์ฟฟรี

อ้าว ถ้ามีเสียงค้านแล้วทำไมถึงผ่านมติได้ล่ะครับ ถามพลางซดน้ำซุปหัวหอมรสดี

 

ก็เพราะไม่มีเสียงค้านน่ะสิ ผมป็นคนเสนอเรื่องนี้ โดยยกเหตุผลว่าเพื่อเป็นการประหยัดรายจ่ายประจำปี แล้วจะมีผลดีเวลารณรงค์ขอความร่วมมือกับพนักงานในบริษัท เพราะบรรดาหัวเรือใหญ่แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างของความเสียสละแล้ว ทีนี้พอผมพูด คุณพ่อคงเกรงว่าลูกชายจะเสียหน้าถ้าถูกคนค้าน--

ท่านก็เลยออกหน้าช่วยคุณล็อบบี้คนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ตัวท่านเองก็ไม่เห็นด้วย จินพยักหน้า

 

คุณนี่...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ

 

ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย เอ้า จริงๆ... ผมก็แค่เสนอไปถ้าจะไม่มีใครเห็นด้วยก็ไม่เป็นไร คุณพ่อท่านซีเรียสไปเอง

อย่ามาอ้างเลยครับ ไม่กี่วันมานี้ทำให้ผมมั่นใจได้ว่าคนอย่างคุณไม่มีทางทำอะไรโดยไม่เคยคิดล่วงหน้ามาก่อน

จินเลิกคิ้ว ทำหน้าดังจำเลยโดนกล่าวหา

มันก็ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องสักหน่อยนะ

งั้นผมเปลี่ยนเป็นใช้คำว่าส่วนใหญ่ก็ได้ หนุ่มน้อยเงยหน้าจากอาหารมายักคิ้วตอบ

 

ผู้ถูกท้าทายยิ้มอย่างไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ชายหนุ่มเลี่ยงมาหั่นเบคอนกรอบในจานของตนแบ่งให้คนช่างกิน และรับเส้นสปาเกตตี้สีหมึกส่วนที่ถูกกันไว้อยู่ข้างจานมารับผิดชอบต่อ

 

ว่าแต่บริษัทเรายอดขายตกมากหรือครับ ถึงได้ต้องมากระเบียดกระเสียรขนาดนี้คนไม่ชอบเส้นยกส้อมขึ้นถาม

ก็ไม่มากนักหรอกเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ แต่ก็ถือว่ารายรับลดลง ผมไม่อยากหั่นโบนัสปลายปี แล้วก็ไม่อยากขึ้นราคาสินค้าด้วย ไม่งั้นยอดคงตกเอาจริงๆ ประธานหนุ่มว่าติดตลก เลือกประหยัดในส่วนที่ไม่จำเป็น... ลดรายจ่ายเอาดีกว่า

 

อืม...วิธีหนึ่งก็คือการเสียสละยอมอดไปเที่ยว

คาซึยะคำนวณตัวเลขของทริปหรูหราในโควต้าของเหล่าผู้บริหารและหุ้นส่วนยี่สิบกว่าคนที่บริษัทต้องจ่ายให้ทุกปี

 

จะว่าเล็กน้อยก็เล็กน้อย จะว่ายิ่งใหญ่ก็ยิ่งใหญ่นะครับ

 

ใช่... จินรับคำโดยละนัยแห่งการยั่วเย้า เล็กน้อยในแง่ของตัวเงิน แต่ยิ่งใหญ่ในเรื่องของสิทธิ์และความรู้สึก คุณพ่อท่านถึงหงุดหงิดผมนักเพราะใช้พลังในการชักแม่น้ำไปเสียหลายสาย

 

คนฟังโคลงศีรษะ

งั้น... ผมขอดื่มให้กับท่านประธานคนดีผู้จะไม่ได้ไปไหนในปีนี้ อ๊ะ หรือต่อให้ไปก็ต้องควักกระเป๋าเอง

ตัวแทนผู้น้อยยกแก้วน้ำเปล่าที่ยังคงมีฝ้าเกาะแสดงความเย็น ยื่นสลอนไปกลางโต๊ะ จินยิ้มกว้างแล้วยกของตัวเองบ้างไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ

 

เสียงกระทบดังแหลมใสอย่างแก้วเนื้อดี คาซึยะกระดกน้ำขึ้นดื่ม

 

ผมวางแผนจะไปฮาวายกับคุณนะคาซึยะ

 

พรวด!

 

คนที่ตกอยู่ในแผนของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัวมาก่อนสำลักน้ำอย่างรุนแรง ดีที่ตอนดื่มเจ้าตัวหันข้าง น้ำที่พ่นออกไปในรัศมีกว้างจึงไม่ถูกอาหารบนโต๊ะ แต่คาง...เสื้อผ้า...รวมถึงเก้าอี้บุผ้าก็เปียกเป็นหลักฐานฟ้องเหตุการณ์เมื่อครู่ได้เยี่ยม คาซึยะไอไม่หยุด แต่ส่งสายตาถามอีกฝ่ายเขม็ง จินซึ่งตกใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาเกินคาดจากคำพูดตัวเองก็ลุกขึ้นโน้มตัวไปช่วยซับหน้าซับตัวให้ด้วยผ้าผืนนิ่ม

 

ก่อนจะต้องเอ่ยอ้อมแอ้มขอโทษ หลังจากถูกปัดมือทิ้งแบบไม่รุนแรงแต่เด็ดขาด...

 

คุณจิน ตั้งแต่เมื่อคืน...นะ เมื่อคืน... ผมตั้งใจแล้วนะว่าจะไม่ตกใจกับความคิดแผลงๆ เหนือชั้นของคุณอีก ให้ตายสิ! คุณเป็นนักเซอร์ไพรส์มืออาชีพจริงๆ คาซึยะว่าเสียงเบาอย่างเกรงใจสายตาคนมอง แล้วเรื่องฮาวายนี่มันอะไรกันครับ อย่าบอกนะว่าคุณหมายถึงทริปสัมมนาของฝ่ายต่างประเทศของผม

 

ใช่... พอดีก่อนเข้าประชุมผมได้รับแฟ้มที่ HR ส่งมาให้พิจารณาผมก็เลยคิดว่า-- 

 

บอกเหตุผลดีๆ มาสักห้าข้อดีกว่าครับ คุณจะไปด้วยทำไม เอาแบบที่ฟังขึ้นนะ ไม่งั้นผมไม่นับ คนตัวเล็กกว่าถลึงตาขู่

 

จินยิ้มอ่อนแล้วยกน้ำในแก้วของตนเองขึ้นจิบบ้าง เขาเลื่อนจานใหญ่ของตัวเองออก วางแขนท้าวโต๊ะตั้งท่าเล่า... ยังให้คนท้าตาโตกว่าเก่าเพราะเห็นลางว่าอีกฝ่ายสามารถคิดเหตุผลเบญจประการมาตอบได้จริงๆ

 

หนึ่ง... ชายหนุ่มชูนิ้วชี้ประกอบ ช่วงเวลาที่พวกคุณจะไปกันผมบังเอิญมีธุระจะต้องไปที่ฮาวายพอดี ธุระส่วนตัว เบิกไม่ได้... สอง เมื่อเบิกไม่ได้แต่ผมก็อยากหาวิธีประหยัด ไปกับคุณในฐานะผู้ติดตามตามในใบโครงการบอกว่าจ่ายแค่ไม่กี่หมื่นเยน คุ้มทีเดียวสำหรับโปรแกรมสี่คืนห้าวันในช่วงเทศกาล สาม ธุระของผมเป็นธุระสั้นๆ ครึ่งวันก็เสร็จ เวลานอกจากนั้นผมก็ตามไปเที่ยวกับทุกคนได้หมด ...ผมทำงานเป็นแบบไม่มีวันลาแม้แต่วันเดียวมาสามปีเต็มแล้ว ผมจึงคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ในการพักผ่อน สี่ ผมสามารถใช้ทริปนี้ทำความสนิทสนมกับพนักงานฝ่ายคุณได้ จะว่าไปฝ่ายต่างประเทศเป็นฝ่ายที่ผมดิวงานด้วยบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยได้สังสรรค์แบบเป็นกันเองเลยสักครั้ง และข้อห้า...

 

คนพูดไม่หยุดพักยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ เย็นๆ คงที่

ไปกับคุณดีกว่าไปคนเดียว อย่างน้อยมีเพื่อนร่วมเดินทาง ถ้าผมเมารถเมาเรือก็จะได้อาศัยคุณ

 

หนุ่มน้อยคนฟังส่ายหน้าให้กับเหตุผลที่ว่ามาจนครบ...โดยเฉพาะข้อหลังสุด ยิ่งเห็นผู้ที่จบสุนทรพจน์ด้วยดวงตาเปี่ยมหวังเขายิ่งหน่ายใจ รู้สึกคันไม้คันมือและคันปากยิ้บๆๆ

 

เชื่อเลย...

 

นี่ขอร้องหรือบังคับไม่ทราบครับ

ผมกำลังขอความเห็นและขออนุญาตคุณ คาซึยะ

พูดกดดัน เอ้ย วาดฝันไว้ซะขนาดนี้ ไม่คิดบ้างหรือไงครับว่าโควตาผู้ติดตามนั่นผมวางแผนจะชวนเพื่อนของผมไป

 

...หรือผมดูเป็นคนไม่มีใครคบขนาดนั้นครับ คุณจิน

 

นักวาดฝันนิ่งคิดสักครู่เมื่อเจอย้อนถาม ทำให้คาซึยะได้ล่วงรู้ความนึกคิดคุณจินโดยไม่ต้องฟังคำตอบ

ว่ายังไงครับผู้ด้อยกว่าทางตำแหน่งกอดอกปรายตามองผู้มากคุณวุฒิ

 

ผม...ไม่ว่ายังไง เพราะพูดไปสองไพเบี้ย อาคานิชิ จินจึงนิ่งไว้ไม่ให้เสียตำลึงทอง

 

แต่สรุปว่าคุณอนุมัติโครงการของผมใช่มั้ย คาซึยะได้ทีถามในช่วงเวลาที่เป็นต่อ

ผมก็ไม่มีเหตุผลจะค้าน...

ดีครับ ขอบคุณมาก ที่คุณไม่หาเหตุผลอะไรมาค้าน งั้นบ่ายนี้ผมจะให้คาโต้ไปรอรับเอกสารเลยนะครับ จะได้ยืนยันข่าวดีกับคนในแผนกเลย หนุ่มน้อยยกน้ำที่เหลือเพียงครึ่งแก้วเพื่อจิบอีกครั้ง และยกมือขึ้นเรียกบริกรมารับบัตรเครดิต ของหวานที่คิดจะลิ้มลองเป็นอันงด แต่เป็นเพราะว่าเลยเวลาพักเที่ยงแล้วหรอกนะ ไม่เกี่ยวกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวแต่อย่างใด

 

ผมให้คนเดินไปส่งให้ก็ได้...

อย่าลำบากเลยครับท่านประธาน

โกรธหรือ...

เรื่องนี้น่ะหรือครับ เล็กน้อยแล้วคุณจิน คุณสร้างภูมิคุ้มกันผมเอาไว้ซะดี... ว่าไปพลางค้อนประหลับประเหลือก จนคนพูดเองก็ไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเป็นความจริงหรือนัยประชด แล้วจะไม่ถามหน่อยหรือครับ...ว่าผมจะเอายังไง

 

yes or no...

 

ถ้าคุณพร้อมจะให้คำตอบผมเมื่อไหร่ คุณคงบอกผมเอง

 

ตาประสานตาให้รู้ว่าไม่ใช่คำพูดเอาตัวรอดหรือแค่การฉลาดตอบ อาคานิชิ จิน ได้เรียนรู้จนรู้จักคาเมนาชิ คาซึยะอีกขั้นหนึ่ง

 

คิดแผนเผื่อเอาไว้เยอะๆ แล้วกันคุณจิน

...และไม่ใช่การรู้จักฝ่ายเดียว

 

สองทายาทแห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับต้นๆ ขอบญี่ปุ่น พาดสูทสีเข้มกับแขนและเดินออกมาจากร้านอาหารระดับกลางด้วยท่าทีสบายๆ

 

จังหวะก้าว...และฝีเท้าเท่าเทียมกัน

 

บรรยากาศที่ไร้เสียงพูด ทั้งสองมาถึงหน้าบริษัทในเวลาบ่ายโมงตรง ขึ้นลิฟต์และแยกกันไปในที่ของตัว ก่อนจาก...ประธานหนุ่มหันมายิ้มให้ หนุ่มน้อยจึงยิ้มหวานตอบกลับไปเป็นสองเท่า ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ยังเลียนไม่ได้ นั่นคือสีหน้า คนอ่อนวัยกว่ายังไม่อาจกลบแววตาให้ราบเรียบได้ดังต้นฉบับ ตรงข้าม ยิ่งพราง...ก็ยิ่งเห็นความคิดสรตะวุ่นวายวิ่งวนอยู่ในนั้น

 

........................................................................................

 

ควันหอมจากแก้วกาแฟร้อนส่งกลิ่นอวลในห้องแอร์ปิดทึบ เจ้าของห้องมิได้เดือดร้อนเนื่องจากเป็นกลิ่นโปรด ถ้าไม่ติดว่ารับประทานก่อนนอนแล้วจะตาค้าง ม็อคค่าร้อนคงได้เป็นเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายก่อนนอนทุกวัน

 

ทายาทคนเดียวของตระกูลคาเมนาชิยกขึ้นจิบไป ทำภารกิจที่สำคัญยิ่งชีพไป

 

รายชื่อหลายสิบในโทรศัพท์มือถือถูกกดวนดูซ้ำแล้วซ้ำอีก หนังสือรุ่น เฟรนด์ชิฟ ทั้งสมัยมัธยม มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและฝรั่งเศสวางกางหราไว้ หนุ่มน้อยกวาดตามองระลึกหน้าเพื่อนที่ลืมไปแล้ว ก่อนจะใช้ครู่หนึ่งกระดกรสกลมกล่อมที่เหลือเพียงอุ่นลงคอ และจัดเก็บทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าที่เหมือนเก่า

 

พอกันทีกับข้ออ้างไร้สาระ

 

ถ้าเขาจะปฏิเสธอีกฝ่ายก็ควรทำตรงๆ ...มิใช่หรือ ก็แค่ไม่อยากให้ไปด้วย ไม่เต็มใจ การหาตัวเพื่อนที่พอจะสนิทแล้วต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมให้ทิ้งการทิ้งงานมาร่วมทริปขององค์กร สู้เผชิญหน้า ตัดรอนเหตุผลทั้งห้าให้ตกไปเสียดีกว่า

 

ง่าย... ไม่ซับซ้อน สิ้นศักดิ์ศรี และเป็นวิถีของคาซึยะ

 

เหตุผลของเขาก็ใช่จะไม่มี จำนวนข้อน้อยกว่าอารัมภบทน้อยกว่า แต่เพราะเป็นเหตุผลของเขาจึงไม่มีวันสำคัญน้อยกว่า...

อึดอัดลำบากใจกับสายตาของลูกน้องหลายสิบหนึ่งล่ะ อยากสนุกสนานกับลูกน้องเต็มที่ไม่อยากต้องมาพะวงห่วงคนที่พ่วงไปเป็นสอง และ...ไม่ต้องร่วมห้องแชร์ห้องน้ำกับใครที่ไม่ใช่ญาติใกล้ชิดเป็นสาม

 

ความจำเป็นของซูเปอร์แมนสมองเปรื่องคนนั้นหรือจะมีน้ำหนักมาสู้

 

ตอนนี้ก็เหลือแค่จะบอกตอนไหน... เมื่อไหร่ที่ คุณ พร้อม ...นั่นสิ เมื่อไหร่...

รวดเร็วให้มีเวลาได้จัดการอะไรต่อมิอะไร หรือจวนตัวให้รู้เสียบ้างว่าอย่ามาขยันสร้างความปวดหัวให้คนอื่นเขา

 

เลือกยากจริง...

 

นอกจากเรื่องงานแล้วคาซึยะไม่ใช่คนชอบวางแผน แต่งานนี้...เห็นทีจะต้องวางแผน เขาไม่อยากถูกความสามารถพิเศษอันน่ากลัวโน้มน้าวให้ต้องเปลี่ยนคำตอบ ถ้าบังคับกดดันให้ต้องจำยอมนั้นพอไหว แต่ถ้าเกิดไปใจอ่อนสมยอมเข้า...เขาจะโทษใคร

 

ยอมไม่ได้เด็ดๆ

 

..................................................................................................

 

จะไปพร้อมกัน หรือจะให้ผมไปส่งคุณที่บ้านก่อน

 

จวบจนสิ้นสัปดาห์คู่หมั้นหนุ่มทั้งสองก็ไม่ได้ปริปากเรื่องทริปสัมมนากันอีก คนรอคำตอบก็ไม่เคยเร่งดังปากว่า และคนต้องตอบก็รวบรวมใจบอกไม่เคยเป็นผล ทั้งที่รู้แก่ใจกันทั้งคู่ว่ายิ่งใกล้เท่าไหร่โอกาสการหาตั๋วเครื่องบินก็ยิ่งยาก เดือดร้อนทั้งฝ่ายต่างประเทศที่ยังสรุปยอดที่นั่งไม่ได้และอีกฝ่ายที่จะต้องบินเดี่ยว

 

แต่ก็ยังผัดวันประกันพรุ่ง...

 

คาซึยะ ชายหนุ่มเรียกอีกครั้งหลังปิดประตู ขณะที่อีกคนยังทำเหมือนไม่ได้ยิน หนุ่มน้อยขะมักเขม้นเลือกสถานีวิทยุที่ตนเคยล็อกรายการไว้ หาเพลงฟังโดยไม่คิดพึ่งซีดีนับสิบของเจ้าของรถ

 

คาซึ--”

คุณจินคิดว่ายังไงล่ะครับเจ้าของชื่อย้อนถามตัดบท

ผมก็ต้องแล้วแต่คุณสิ...

แหม ดีจัง ผู้โดยสารหันมายิ้มแป้น คุณให้ผมออกความเห็น

 

คนยั่วยากหรี่ตารับนัยประชด ก่อนจะหันมาหาทั้งตัว โดยวางมือข้างหนึ่งไว้บนพวงมาลัยเตรียมบิดหมุนเพื่อถอยหลังออกจากซองที่จอด แล้วตกลง...?

ไปบ้านคุณเลยก็ได้ครับ ไหนๆ ผมก็เตรียมของขวัญพรีคริสต์มาสไม่ทันแล้ว คุณนายท่านเล่นบอกข่าวกะทันหัน

 

ข่าวกะทันหันที่ว่าคือปาร์ตี้ขนาดเล็ก ซึ่งสองครอบครัวที่กำลังจะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกันมาร่วมรับประทานไก่งวงตัวเดียวกัน งานรื่นเริงที่นางคาเมนาชิเป็นโต้โผ และได้รับการสนับสนุนจากคุณนายอีกบ้าน ด้วยเหตุว่าถ้าคืนอีฟว่าที่ลูกสะใภ้ไปนอกก็ควรให้มีงานฉลองล่วงหน้าเสียหน่อย

 

เสียหน่อย...ก็แค่สองสามอาทิตย์เท่านั้น

 

งั้นรัดเข็มขัดครับ

 

ได้คำสั่งจินก็จัดการเคลื่อนยานพาหนะ มุ่งหน้าไปคฤหาสน์อาคานิชิสถานที่จัดงาน ฝ่าการจราจรคับคั่งและไฟส่องทางที่สาดแสงตัดความมืดของฟ้ายามเย็นช่วงต้นฤดูหนาว ใช้เวลาไม่เกินสองเบรกโฆษณาชายหนุ่มก็สามารถพาคนข้างกายมาถึงที่หมาย

 

ราวกับรู้...เช่นทุกครั้ง หน้าบ้านน่ามองมีสองหนุ่มตอนปลายยืนรอรับอยู่ ก่อนเดินนำคู่หมั้นกิ่งทองใบหยกเข้าไปสู่พื้นที่รโหฐาน

 

จินแทบจำบ้านของเขาเองไม่ได้ เนื่องจากมันถูกเนรมิตให้กลายเป็นแดนขั้วโลกเหนือ ทุกขอบประตูหน้าต่างมีน้ำแข็งเทียมมาติดเอาไว้ราวกับช่องแช่แข็งในตู้เย็น กลางห้องรับแขกโซฟาและเก้าอี้ถูกดันให้ไปอยู่มุมห้อง พื้นที่ตรงกลาง...แทนที่ด้วยต้นคริสต์มาสเทียมสูงจรดเพดาน ประกบซ้ายขวาไว้ด้วยตุ๊กตาเรนเดียร์ขนาดคนนั่ง

 

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีถุงเท้าข้างใหญ่ข้างเล็กตกแต่งห้อยไว้แถวราวบันไดเป็นสายๆ...

 

ชายหนุ่มต้องหันไปส่ายหน้าให้อีกฝ่ายรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่เคยมีตลอดระยะเวลาที่ลืมตาดูโลก พลางขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีใครกระชากวัยด้วยการแต่งแฟนซีเป็นคุณซานต้าหรือซานตาริน่า

 

ปลายปีนี้ไม่ต้องเสียเงินจ้างออกาไนซ์แล้วคุณจิน

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นประสานกันแผ่วเบา จากนั้นทั้งสองก็ถูกต้อนให้ไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวที่ว่าง บนโต๊ะอาหารตัวยาวเต็มไปด้วยเมนูหลากหลายน่ารับประทาน มีใจกลางเป็นไก่อบตัวอ้วนและตะกร้าขนมปังใบใหญ่

 

ขอแก้วหน่อยจ้ะ

 

นางอาคานิชิเอ่ยกับบุคคลมาใหม่ก่อนรินไวน์แดงปีแปดหก

 

เชียร์ส...

เชียร์สสสส

 

เมื่อเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยได้รินลงสู่กระเพาะ เจ้าบ้านก็เปิดพิธีด้วยการตัดไก่เนื้อนุ่มให้เป็นชิ้นเล็กๆ

โดยไม่ต้องรอให้ใครแนะนำ...จินจัดแจงตักใส่จานคู่หมั้นหนุ่ม ตามด้วยไส้กรอกและสลัดผักน้ำใส คาซึยะอุบอิบขอบคุณอย่างพยายามไม่มองไปยังบรรดาพ่อแม่ที่ส่งยิ้มให้กันจนแก้มจะปริ

 

อาหารทุกอย่างอร่อย... โดยเฉพาะตับบดและมันฝรั่งผัด ซึ่งรสชาติดีจนกระทั่งถูกเติมใหม่ถึงสามสี่รอบ สองแม่บ้านแข่งกันทำหน้าปลาบปลื้ม ผลัดกันรับลูกยอพร้อมส่งคุณความดีไปให้อีกฝ่าย... ถ้าไม่นับว่าเป็นงานเลี้ยงหลงวันเวลา ทั้งจินและคาซึยะต่างลงความเห็นว่านี่เป็นปาร์ตี้คริสต์มาสที่เฮฮาที่สุดในรอบหลายปี

 

เพราะไม่ใช่บ่อยที่จะเห็นอดีตผู้บริหารและบิดาจอมเข้มงวดแสดงท่าทีผ่อนคลาย และนานๆ ทีจึงจะเห็นความร่าเริง

แจ่มใสขนาดนี้ของสองศรีภรรยา

 

เรียกว่าสี่รุ่นเดอะแย่งกันคุยโขมงโฉงเฉง ผิดมารยาทบนโต๊ะอาหารอย่างยิ่ง แต่พาความสุขใจให้แก่ทายาททั้งสองอย่างยิ่ง

 

คาซึจังจ๊ะ งานที่บริษัทหนักมั้ยลูก หลังจากโม้กันเรื่องตัวเองจนไร้เรื่องต่อ นางอาคานิชิก็หันมาสนใจแขกรุ่นเล็ก ให้หนุ่มน้อยต้องรีบกลืนน้ำองุ่นลงคอแล้วตอบ

 

ช่วงสิ้นปีแบบนี้ฝ่ายต่างประเทศงานน้อยครับ... ที่เจรจาค้างกันไว้กับพวกตะวันออกกลางเขาก็ขอเลื่อนไปคุยต่อปีหน้า ตอนนี้เหลือแค่ประสานกับทีมกฎหมายคอยตรวจสอบการดำเนินงานของสัญญาที่ทำไปแล้วเท่านั้นเอง

 

อืม... แล้วจินล่ะลูก นางคาเมนาชิถามไถ่ว่าที่ลูกเขยบ้าง

 

ผมรอรายงานปิดงบของฝ่ายบัญชีอยู่ครับ นอกนั้นก็เป็นการประชุมกับฝ่ายการตลาด ถ้าตกผลึกเรื่องแผนแคมเปญจ์ไตรมาสแรกของปีหน้าได้เรียบร้อย ที่เหลือก็ไม่มีอะไรหนัก--

 

เฮ่ยอะไรกันเจ้าจิน ป่านนี้แล้วยังคุยกันไม่เสร็จอีกเรอะ ประธานรุ่นเก่าทำเสียงดังใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

มีความเห็นไม่ลงตัวนิดหน่อยครับคุณพ่อ แต่ก็คุยกันได้เรียบร้อย

ฮื้อ...เสียเวลาจริงๆ

 

เฮ่ๆๆ นี่มันงานเลี้ยงนา... จะมาพูดเรื่องงานเรื่องการทำไม นายคาเมนาชิออกโรงปกป้อง ไปดีกว่า พ่อว่าเอาของหวานกับผลไม้ไปนั่งกินกันที่ห้องนั่งเล่นกัน จะได้กินไปเปิดของขวัญไป ดีมั้ย

 

ไม่ว่าดีหรือไม่คนเสนอก็ลุกพรวดไปเสียแล้ว ซ้ำยังนำถาดเค้กติดมือไปด้วย พลพรรคที่เหลือจึงต้องลุกตาม หอบจานขนมและถาดผลไม้โดยไม่พึ่งคนรับใช้ ห้อยท้ายด้วยจินกับคาซึยะซึ่งไม่รู้จะเอาของขวัญที่ไหนไปเปิดกับเขา

 

แต่เรื่องที่กังวลใจก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่มีใครทวงของขวัญจากผู้ที่ไม่มีโอกาสเตรียมตัว หนุ่มน้อยทั้งสองกลายเป็นผู้รับฝ่ายเดียว ซ้ำยังถูกคะยั้นคะยอให้เปิดห่อเสียเดี๋ยวนั้นแล้วให้ตัดสินว่าคนไหนให้ได้ถูกใจมากกว่า ซึ่งทั้งจินและคาซึยะก็ไม่อาจบอกได้ว่าชิ้นไหนถูกใจมากกว่า...

 

ว่ายังไงล่ะลูกจิน บอกมาเลยว่ากรอบรูปคริสตัลทำเองของแม่ สู้ผ้าพันคอทอมือของแม่หนูคาซึจังได้มั้ย

ใช่จ้ะคาซึยะ ไหนบอกแม่มาซิว่าสเวตเตอร์สีขาวสีโปรด กับโคมไฟตั้งโต๊ะของแม่พี่จินเขา ลูกชอบอันไหนมากกว่า

ฮื้อ...ตาจิน ก็บอกแม่ๆ เขาไปเลยว่าสมุดใส่นามบัตรกับปากกาของอาน่ะมีประโยชน์มากที่สุด

แต่ถ้าไม่ถูกใจรองเท้าของพ่อก็ไม่เป็นไรนะคาซึยะ... ยังไงอย่าลืมเอาไปใช้ตอนไปเที่ยวก็แล้วกัน

 

สองคนหนุ่มได้แต่ยิ้มรับคำพูดทั้งหมดโดยไม่อาจกล่าวอะไรสักคำ ทั้งคิดตอบไม่ทันและไม่อาจหาจังหวะเข้าแทรก ทั้งคู่ทำได้เพียงมองหน้ากันเองแล้วส่ายศีรษะ เอื้อมมือตักกินสิ่งล้างปากที่ไม่มีวัยรุ่นตอนปลายคนใดสนใจ ด้วยมัวแต่ตื่นเต้นกับข้าวของที่ตัวเองได้รับและอวดกันไปมา

 

อะไรที่สวมใส่ได้ก็ใส่ อะไรที่เป็นของตกแต่งก็หาที่วางจ้าละหวั่น

 

จนสุดท้ายนางคาเมนาชิหลุดออกจากวังวนได้คนแรก ปลีกตัวนำริบบิ้นและกระดาษห่อไปทิ้ง ก่อนหันความสนใจมาที่เด็กๆ อีกครั้ง...

เอาเป็นว่าหนี้ของขวัญของพวกลูกๆ พ่อกับแม่ขอรับเป็นของฝากจากฮาวายนะจ๊ะ ตามด้วยนางอาคานิชิกล่าวเสริม

แพงๆ หน่อยล่ะ... โดยเฉพาะของลูกนะจิน โทษฐานที่ทำให้พวกเราต้องออกสตางค์ไปเที่ยวกันเอง แต่เอ๊ะ! จริงๆ ถ้าไปด้วยกัน ก็แชร์กันออกแล้วให้มันเป็นชิ้นใหญ่ก็ได้นะจ๊ะ

 

เอ๊ะ? คาซึยะหลุดเสียงร้องอย่างลืมตัว

ฮาวายไงจ๊า... จินไปเป็นเพื่อนน้องใช่มั้ยลูก แหม... ดีเหมือนกันเนอะ จะได้แลกของขวัญกันที่นั่นเลย

ใช่ๆ ไม่รู้ว่าที่นู่นจะบรรยากาศเป็นยังไง แต่แหม ริมทะเลก็ต้องโรแมนติกอยู่แล้ว

 

ระหว่างการเพ้อฝันของบรรดาแม่ๆ หนุ่มน้อยค่อยๆ วางส้อมที่จิ้มแอปเปิ้ลลง บรรจงตวัดสายตาไปขอคำอธิบายจากคนข้างเคียง

 

ทว่าไม่ได้อะไรที่น่าพอใจตอบกลับ...

 

ผมขอตัวไปหยิบเกลือมากินกับผลไม้นะครับ

 

หลังจากทิ้งคำขออนุญาตแสนสุภาพกับรอยยิ้มหวานๆ... เขาก็ลุกขึ้นดิ่งไปยังทิศทางที่คิดว่าเป็นห้องครัว สาวเท้าด้วยความเร็วเดียวกับความพวยพุ่งของอารมณ์โมโห

 

เสียแต่เป็นความโมโหที่ไม่ได้สร้างความร้อนรุ่ม หากเย็นเยียบ...ไต่ระดับสู่จุดเยือกแข็ง

 

ประเมินโทสะของผมต่ำไปหรือเปล่าคุณจิน เล่นแบบนี้ไม่สวยเลยนะครับ

คาซึยะเปิดฉากชำระความทันทีที่เห็นคู่กรณีตามเข้ามาดังคาด

 

ผมไม่รู้เรื่อง...จริงๆ นะคาซึยะ

แต่พวกคุณพ่อคุณแม่รู้เรื่องร่างเล็กถลึงตาใส่

ผมก็ไม่รู้ว่าพวกท่านรู้ได้ยังไง ผมไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพวกท่านเลย เชื่อผมสิ... คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนแบบไหน

เป็นคนแบบไหนล่ะครับ อยากได้อะไรก็ต้องได้หรือเปล่า

 

แต่ผมเลือกวิธีการ จินเริ่มตอบเสียงเข้มเมื่อถูกสบประมาท ผมชักแม่น้ำเป็นร้อยสาย แต่ไม่เคยกดดันทางอ้อมหรือบังคับจิตใจใคร  

ออ อย่างนั้นหรือครับแต่คาซึยะก็ยังย้อนถามเสียงสูง

 

คุณรู้ดี

 

ช่างหนุ่มใช้เพียงคำพูดสั้นๆ ยืนยันความบริสุทธิ์

 

บวกกับแววตาเข้มที่ทำให้อีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นกอดอก กรอกตาขึ้นฟ้าแล้วถอนหายใจ ... หนุ่มน้อยเริ่มตระหนักว่าอีกฝ่ายพูดจริง แต่อย่างไรเขาก็ไม่อาจคลายความหงุดหงิดได้อยู่ดี

 

จินเปลี่ยนมาอธิบายเสียงอ่อน

คาซึยะ พวกท่านต่างทราบดีว่าคุณจะได้ไปเที่ยวฮาวายช่วงคริสต์มาส ผมไม่คิดว่าพวกท่านจะไม่หวังให้ผมไปกับคุณ ผมหมายถึง-- ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อได้ยินผมก็ไม่ประหลาดใจ

 

แล้วมันจะต่างอะไรล่ะครับ จะความบังเอิญหรือเป็นแผนของคุณผมก็ถูกหักคอให้ต้องตกลงไปแล้ว

.

.

 

คุณ...ไม่ต้องการให้ผมไปด้วยจริงๆ ใช่มั้ย

คาซึยะเมินหน้าไปอีกทาง

คุณรู้ดี...

 

ถ้าอย่างนั้นผมจะทำตามที่คุณต้องการ

 

ร่างสูงไม่ได้แจกแจงว่าจะทำเช่นไรเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของอีกคน เขาหันหลังเดินจากไป...โดยไม่ลืมฉวยกระปุกเกลือติดมือไปด้วย

 

คาซึยะมองตามแผ่นหลังหยัดตรงด้วยความสงสัย

เขาไม่รู้ว่าตนเองถูกโกรธหรือเปล่า และสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ...อีกฝ่ายได้จริงจังล้ำหน้าความไม่พอใจของเขาไปแล้ว

 

 

อะไรของเขา...

 

..................................................................................................

 

 

 

 

 

 

Talk

 

 

ฮ้ายยยยยยยยยยยยย มาตามสัญญาแล้วค่า ก่อนสิ้นตุลา ได้มาตอนนึงแน่ะ 555

แทบขาดใจ-*- ฟิกบ้าฟิกบอ ฝืดได้อีก ไม่ไหลพรืดๆ เหมือนพีสฟูลฯ เอาซะเลย เชรอะ

 

ต้องขออภัยด้วยนะคะ ทั้งที่เว้นว่างมาตั้งน้านนมากับเขาสักตอนก็มีแต่น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งไม่เหลือ... มันไม่สามารถตัดฉึบๆ แล้วไปโผล่ฮาวายได้อย่างใจอ่ะค่ะ -*- ต้องมามีกระบวนการตัดสินใจเวิ่นเว้อก่อน ใช้พื้นที่ไปซะตอนนึงเลย แต่ก็ยังไม่จบอีกแน่ะ หุหุ

 

แง้ววว ไม่รู้จะทอล์กอะไร พูดมากไปเดี๋ยวสปอยด์ (ทั้งที่ก็ไม่มีพล็อตให้สปอยด์ -*- ) งั้นตอบคอมเมนท์ดีกว่าเนอะ เย่ๆๆ ไม่ได้ทำมาตั้งนานละ

 

 

จอย - ขอบใจนะที่ทำให้ฉันรู้ว่าซานต้าผู้หญิงเรียกว่าซานตาริน่า ตอนนี้มีคำถามคือ อยากได้คู่หมั้นตอนต่อหรืออาคาสึตอนแรกวะ (ให้มันจบพาร์ท)

พี่วี - ทัตจังมันเฮิร์ตนะพี่ แต่มันยังไม่โผล่ความรู้สึกมาเร็วๆ นี้ เข้าใจหน่อยว่าแจนแม่จินพี่สาวเมะ ยังไงเรื่องเอ้ไม่ลืมแน่นอน เดี๋ยวมาๆ ส่วนผู้ต้องสงสัยจากดูไบไม่ใช่มือที่สี่ค่ะ บอกแค่นี้ อิอิ (ถ้ารอไม่ได้ไปอ่านเรื่องคู่หมายแทนนะคะพี่ แจนไม่ง้อ!! 555)

TarRu_NT ความคิดฝั่งทัตจัง...คิดว่ามีค่ะ อีกสักพัก (ใหญ่ๆ) อย่าเพิ่งฝากรอยเท้าไว้กับจินเลยนะคะ พ่อหนุ่มแกเป็นคนน้ำเน่าอย่างนี้เอง ไม่ได้ตั้งใจ เชื่อแจนสิคะ 555

cat~~~ on ตอนนี้ขาวล้วนแล้วค่ะมึง เห็นใจคนใช้ IE ตังหนังสือมันเลยลงมาข้างล่าง แต่ดูข่าวน้ำท่วมบ่อยๆ อยากทำธีมน้ำป่าไหลหลากแล้วนะ

WanNY ตอบยากจังเลยค่ะ ความรู้สึกของจินเนี่ย มันซับซ้อนคนแต่งเองยังเดาใจมันไม่ถูก ทิ้งไว้อีกวันความรู้สึก (ที่คิดว่าจินควรจะรู้สึก) ก็เปลี่ยนไป เฮ้อ แต่อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะคะ

Chocosymphony ขอบคุณมากค่ะ อยากบอกว่าเป็นคอมเมนท์ที่อ่านแล้วตัวลอยมากๆ 55 ที่บอกว่าอ่านฟิกของแจนแล้วอยากแต่งเองบ้าง รู้สึกดีมากเลยค่ะ แจนเองก็อ่านฟิกของคนอื่นเขาจนรู้สึกอยากแต่งบ้างเหมือนกัน เหมือนทำหน้าที่ครบสมบูรณ์ยังไงก็บอกไม่ถูก 555

♪’”ゴッブ・゙゚°CHE.E.ZE - คิดเหมือนกันเลยค่ะ ว่ากว่าอีคู่นี้จะตกลงรักกันมั่นเหมาะมันจะต้องยาวแน่ๆ เพราะดำเนินเรื่องเอื่อยเหลือเกิน แต่พอคิดอีกที แจนรู้ตัวว่าเป็นคนเขียนบรรยายเยอะๆ ไม่เป็น ชอบตัดๆๆ กระชับๆๆๆ เพราะงั้นมันก็อาจจะไม่ยาวเท่าไหร่ค่ะ 555+

JOKER ไม่บอกกกกกกกกกกก คนที่สี่เป็นใครไม่บอกกกกก (ยังกับเดาไม่ได้เนอะ) ส่วนจินเริ่มชอบเมะแล้วเมะยังไม่มีวี่แวว จริงหรือเปล่า เราก็ไม่บอกกกกกกกกกกกก 555

enz=^__^= - โอ้ ช่วงนั้นเมะถ่ายอันๆ วาบหวิวนี่เนอะ เป็นไงล่ะ ปลายปีจินชนะเลิศ 55+ เห็นด้วยค่ะที่ว่าผู้ชายเป็นเพศอ่อนแอ อยากจับมาซบไหล่เราจังเลยยย ฮิ้วววว

[N]ight[m]a[r]e ไม่สั้นนะ!! ตอนที่แล้วก็สิบหน้าเอสี่ ตอนนี้ก็สิบเอ็ดด้วยล่ะ!! แนะนำให้มาเช็คทุกๆ สามปีจ้ะ จะได้ไม่เสียเวลาไปอ่านฟิกของเจ้าอื่น 555

rei – แขกดูไบ (จริงๆ แจนได้ลืมชายคนนี้ไปแล้ว เอิ๊กๆ) เป็นมือที่สี่หรือไม่ อยากให้ติดตามค่ะ 55 แต่ไม่ใช่เจ้าชายของทัตจังแน่นอน แฟนทัตจังต้องกินหมู!! และแม่นแล้วอาคานิชิ จิน (ของแจน) เป็นหนุ่มอ่อนไหวนะคะ อย่าลืมเอ็นดูเยอะๆ ฮิ้วว

nawa_akanish พี่บวบคะ ฟิกแจนเดายากตรงไหนคะ แจนไม่เคยทำอะไรซับซ้อนน้า... ไม่เคยหลอกลวงหรือหักหลังคนอ่าน 55+(อย่างจอย) นึกถึงพาร์ทแรกๆ แจนก็บอกซื่อๆ ว่าทัตจังเป็นแฟนเก่าจินหลายท่านก็กะว่าแจนตุกติก เห็นมั้ยคะว่าฟิกแจนเดาไม่ยาก อย่าคิดมากเท่านั้นเอง ตอนที่แล้วบอกแจนจบด้วน ตอนนี้ด้วนกว่ามั้ยคะพี่ 555+

JUPJIB เห็นด้วยค่ะว่าทัตจังน่าสงสาร เลิกกันแบบเต็มใจก็จริง แต่ฝ่ายนึงเขามีใหม่แล้ว ทัตจังยังไม่มีเลย -*- อย่าลืมให้กำลังใจทัตจังนะคะ

reeya ที่ฮาวายก็กะว่าคงมีอะไรบ้างค่ะ เพราะบิวท์ความสำคัญของมันมาตั้งตอนนึงเต็มๆ ให้ผ่านไปแบบไร้ค่าก็คงไม่ได้ 555 แต่ก็กลัวทำให้ผิดหวังจังค่ะ เง้ออ

pierce บุคคลที่ 4 น่ะรีเควสมาเถอะเฮ เพราะยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจ 555 ตอนที่แล้วคาเมะเท่ ตอนนี้มีคนเท่บ้างมั้ยจ๊ะ แต่สำหรับพี่นะ ให้คะแนนพ่อจินล่ะ รู้สึกคนนี้คูลลลลลตัวจริง ฮ่าๆ

kame-chanก็คงยากที่จะทำใจแหละค่ะ คบกันมาหลายปี ต้องเลิกไม่พอ ยังต้องหมั้นกับคนอื่นอีก แล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากันแบบไม่ได้เตรียมใจมาก่อนอีก ฮ่วย... เป็นจินก็คงเลือกห่วงไม่ถูกเลยจริงๆ ส่วนในพาร์ทนี้จินสงสัยต้องห่วงตัวเองค่ะ 55+

spookie ใช่เลยค่ะ เมะกับจินตรงข้ามกันที่สุดในโลกหล้า ทั้งนิสัย ความใจแข็ง ความซับซ้อน จนแจนเริ่มห่วงแล้วค่ะเนี่ยว่าแตกต่างขนาดนี้จะคบกันไหวมั้ย 55 มาลุ้นด้วยกันนะคะ

nao อยากอธิบายกระบวนการความคิดของจินจังเลยค่ะ แต่ถ้าต้องมาพูดทีหลังก็เหมือนว่าแต่งฟิกไม่ดีพอเพราะทำให้คนอ่านคาใจแบบนี้ จะพยายามแก้ไขปรับปรุงต่อไปนะคะ แต่สาบานเลยค่ะว่าฟิกเรื่องนี้ไม่จิตแน่ๆ คนแต่งไม่ถนัดสุดๆ เลยค่ะ -*- รับรองไม่มีหักมุมค่ะ

BeLLe จินเรื่องนี้เป็นผู้ชายเลี่ยนๆ คนหนึ่งค่ะ 55 ประเภทต้องจำวันเกิด วันวาเลนไทน์ วันที่จูบกันครั้งแรก ได้แน่ๆ ไม่ได้ตั้งใจสร้างคาแรกเตอร์จินแบบนั้นหรอกนะคะ แต่เขียนมาถึงจุดนี้แล้วรู้สึกว่าจินเป็นผู้ชายน้ำเน่าบูชารักธรรมดาๆ ก็ไม่รู้ว่าเมะจะว่ายังไง 55