Love Course : Begin

posted on 14 Feb 2007 15:51 by asuka-jan  in Love-Course

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

คาเม้.....................แกต้องช่วยฉันนะเว่ย

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

อะไรของแกอีกล่ะ

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

ยามะพีเขาโกรธฉันอ่ะ หาว่าฉันไปมองสาวอื่นตาละห้อย

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

แกหรือ มองจนปากห้อยมากกว่า

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

อ่ะ อย่าเพิ่งโวยวาย แกจะให้ฉันช่วยอะไร

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

โทรไปหาเคลียร์ให้หน่อยดิ

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

เรื่องไร ปัญหาแกนะโว่ย แล้วฉันก็ใช่จะว่าง แล้วอีกอย่าง เดี๋ยวเขาก็หาว่าแกกะฉันกิ๊กกันอีกหรอก

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

บ้า ไม่หรอก เรื่องนี้จบไปแล้วนี่

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

ไม่แน่ แฟนแกคิดมากจะตาย (ห่า) เอางี้ แกให้ฉันช่วยในเรื่องง่ายกว่านี้หน่อย

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

งั้นช่วยบอกทีว่าควรทำไง

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

แกคุยกะเขาครั้งสุดท้ายกี่โมง

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

3 ทุ่ม

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

แล้วเขางอนแกตั้งแต่กี่โมง

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

บ่ายสอง ทำไมหรือ

 

KAME ก็คนมันหล่อ says:

งั้นไม่ยาก เขาไม่ได้งอนเท่าไหร่นี่หว่า คงแค่อยากได้คำยืนยันเท่านั้นแหล่ะ

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

คำยืนยันไรวะ

 

KAME เสียใจมีเพื่อนไม่ฉลาด says:

ก็คำว่า แกรักเขามากกกกกกกกกก และแกรักเขาคนเดียวไง

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

อะไรวะ ก็พูดบ่อยจะตาย

 

KAME เสียใจมีเพื่อนไม่ฉลาด says:

แล้วสำหรับเขามันพอที่ไหน เอางี้ แกก็ทำโรแมนติกหน่อย เลือกเอาสักวันของเดือนนะ แล้วแกก็บอกรักเขาในทุกๆ วันนั้นของเดือน

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี says:

บอกรักนะเว่ย ไม่ใช่ประจำเดือน

 

KAME เสียใจมีเพื่อนไม่ฉลาด says:

ไม่เชื่อกันไปให้พ้นเลยไป ไอ้นี่ วันหลังจะคิดตังค์ เออ แป๊บนะ รับโทรศัพท์ก่อน

 

KAME เสียใจมีเพื่อนไม่ฉลาด says:

Your status is currently set to Busy.

 

ว่าไงโคคิ

 

คาเมะละสายตาจากหน้าจอคอมไปรับโทรศัพท์ข้างตัว เสียงเรียกเข้าแบบทำลายโสตประสาทที่ตั้งไว้สำหรับกลุ่มเพื่อนร่วมงานทำให้ เขารู้ได้ว่าใครโดยไม่ต้องเสียเวลาดู

 

คาเมะ ฉันจะทำไงดีวะเสียงโอดครวญเป็นลูกหมาครางดังผ่านสายสมอลทอล์คให้คาเมะปวดหัวตุ้บ

 

อะไร บอกอจิกข่าวแล้วปั่นไม่ทันหรือไง

 

เปล่า...เรื่องงานเรื่องใหญ่เว่ย แต่เรื่องหัวใจใหญ่กว่า แกช่วยฉันด้วย

 

อะไรของแกอีกวะ

 

ก็อายูมิอ่ะ เขาเปลี่ยนไปว่ะ เขาคงไม่ชอบฉันแล้วแน่เลย มีคนบอกว่าเขาเป็นยิ้มให้ไอ้หนุ่มหน้าหล่อในออฟฟิศเขาด้วย

 

บุรุษผู้ไม่เคยมีความมั่นใจในหน้าตาตัวเองเอ่ยปมออกมาซ้ำๆ

 

เขาเปลี่ยนไปยังไง ศิราณีมืออาชีพเปิดตู้เย็นหาของกินประทังท้องก่อนจะต้องฟังเรื่องราวเดิมๆ เป็นรอบที่หก

 

ก็...เขาไม่ไปกินข้าวกับฉันสามวันติดแล้วอ่ะ

 

ก็แล้วทีแกไปทำข่าวที่เชียงรายแกยังไม่ได้กินข้าวกับเขาตั้งอาทิตย์ ฉันไม่เห็นเขาบ่นอะไรเลย

 

ไม่เหมือนกันนะเว่ย ฉันไปทำงานนี่ว่า แต่เขาอ่ะ ไม่ได้ไปที่ไหน ทำไมเขาไม่ไปกินข้าวกับฉันวะ อีกอย่างนะเว่ย มีคนบอกว่าเขาไปกับไอ้หน้าหล่อ

คาเมะวางของที่หยิบมาได้ลงกับโต๊ะข้างคอมพิวเตอร์อย่างทุลักทุเลก่อนจะคุยกับเพื่อนต่อ

 

แล้วแกถามเหตุผลเขายัง

 

ก็...ไม่กล้าถาม ถ้าเขาบอกเลิกฉันทำไงล่ะ

 

ไอ้เวร แล้วดันมานั่งคิดมากอยู่อย่างนี้เนี่ยนะ

 

ก็มันกลัวนี่หว่า

 

ไป ถามเขาซะ ถ้าจะเจ็บก็ได้เจ็บแบบชัวร์ๆ หน่อยไม่ดีกว่าหรือ เจ็บกับความไม่แน่ใจเนี่ยนะ ไร้สาระว่ะ หรือถ้ามันไม่มีอะไร แกก็จะได้ไม่ต่องกลุ้มใจ

 

เมื่ออีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อ คาเมะก็เอาแตงโมเย็นเฉียบโยนเข้าปากไปเรื่อยๆ

ตามใจแกแล้วกัน แต่ทีหลังไม่ต้องโทรมาเลยนะ

 

เฮ้ย อย่าเพิ่งงอนดิวะ

 

ไม่ได้งอน รำคาญ ข่าวฉันยังเขียนไม่เสร็จเลยเนี่ย บอกอก็เร่งยิกๆ

 

งั้นแกไปทำงานก่อนก็ได้

 

เออ งั้นฉันวางนะ แล้วแกอ่ะ ก็คุยกับเขาซะ เข้าใจป่าว

 

คาเมะรอจนเพื่อนวางสายไปก่อนตัวเองจึงกดปุ่มแดงบนตัวเครื่อง กดมือรอบเบ้าตา แล้วหันหน้ากลับเข้าหาเครื่องมือคู่ชีพอีกครั้ง พอเห็นตัวกระพริบสีส้มที่แถบล่างของจอก็อยากตีหัวตัวเองสักสามที ทำไมน้าไม่เคยจำ เวลาทำงานอย่าออนเอ็ม ไม่เป็นอันทำงานเลยสักที

 

YUICHI อย่างอนนานสิครับคนดี just sent you a Nudge!

YUICHI ความสดใสกลับมา says:

คาเม้....................ยามะพีเขาหายงอนแล้วเว้ย เขาบอกว่าฉันรู้ใจเขาที่สุดเลย

 

KAME เสียใจมีเพื่อนไม่ฉลาด says:

ฉันต่างหากรู้ใจเขา

 

YUICHI ความสดใสกลับมา says:

ไม่ใช่เว่ย หมายถึงวันที่ฉันเลือกต่างหาก ฉันเลือกวันที่ 13 เป็นเลขวันเกิดแล้วก็เดือนเกิดของเราบวกกัน

 

KAME วันนี้งานจะเสร็จมั้ย says:

จะอ้วก เออ ดีใจด้วยแล้วกันนะ

 

YUICHI ความสดใสกลับมา says:

เออ แกทำงานอยู่หรือ

 

KAME วันนี้งานจะเสร็จมั้ย says:

ไม่ถามพรุ่งนี้เลยล่ะ

 

YUICHI ความสดใสกลับมา says:

เออ งั้นไม่รบกวนแล้ว ขอบใจมากเลยว่ะ บายนะ

 

YUICHI ความสดใสกลับมา may not reply because he or she appears to be offline.

 

ไอ้เวรเอ๊ย พอสบายใจก็ไปเลยนะ

อย่างนี้ทุกที ถ้าเก็บตังค์เป็นรายชั่วโมงคงเป็นเศรษฐีไปแล้วแน่ๆ

 

คาเมะเคยถามตัวเองบ่อยครั้งว่าทำไมเพื่อนไม่ว่าเก่าหรือใหม่ชอบมาปรึกษาเรื่อง รักๆ ใคร่ๆ กับเขานัก ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีอยู่ว่า ตัวเขาเอง...ไม่เคยมีความรักกับเขาเลยสักที มีก็เมื่อตอนเป็นเด็กประถมสมัยยังช่วยตัวเองไม่เป็น โตขึ้นมาคนที่เขามองก็ไม่มองเขา หรือคนที่มองเขาก็เกินกว่าที่เขาจะรับไหว 

 

เรียกได้เต็มปากว่าโสดสนิทตั้งแต่เล็กจนโต

แต่ก็โดนให้เป็นศิราณีตั้งแต่เล็กจนโตเหมือนกัน

 

แล้วก็เป็นได้ดีซะด้วย คนไหนที่อยากจะรัก เขาก็ยุจนได้รัก คนไหนที่อยากจะเลิก เขาก็บิ๊วจนได้เลิก หรือคนที่อกหักมาเขาก็นั่งฟังให้จนหลับกันไปข้างหนึ่ง

 

ทั้งๆ ที่ เป็นคนไม่เคยรัก...

 

คาเมะมีเวลานั่งคิดพิจารณาอะไรได้ไม่ถึงครึ่งนาทีเขาก็กลับมาหน้าเวิร์ดพิมพ์ งานต่อด้วยใจกระวนกระวาย เส้นตายงานนี้คือสี่ทุ่ม แล้วนี่ก็เหลืออีกไม่ถึงยี่สิบนาที ยิ่งเป็นข่าวบันเทิงแบบที่เขาไม่ชอบยิ่งเครียดใหญ่

 

ให้ทำข่าวการเมืองหน่อยไม่ได้

 

เป็นคำพูดของเขาตั้งแต่รู้หมายงาน แต่เขาก็เลือกทำงานตามที่ต้องการไม่ได้ เพราะนั่งอยู่โต๊ะจเรต้องทำได้ทุกข่าว โต๊ะไหนขาดคน เขาก็ต้องไปทำข่าวแทน เมื่อคราวก่อนได้ทำงานแทนโต๊ะสืบสวน ตามเรื่องนมมีสารปนเปื้อน เขาต้องไปสืบถึงฮอกไกโดลงพื้นที่อยู่เกือบ 3 เดือนกว่าจะได้เรื่อง แต่ก็เป็นข่าวที่เขาสนุกมากจริงๆ หรือตอนช่วยรุ่นพี่อีกคนไปหาหลักฐานเอาผิดนักการเมืองที่เปิดบ่อนเถื่อน กลางกรุงก็มันส์ไม่แพ้กัน

 

แต่ว่าข่าวสังคมชนิดลูกคนรวยขยายสาขากิจการหรือแฟชั่นโชว์การกุศลเพื่อคนพิการ และข่าวดารารักๆ เลิกๆ เป็นสิ่งที่คาเมะเบื่อจนเอียนไม่รู้จะเอียนยังไง แต่ก็ได้รับมาทำอยู่บ่อยๆ

 

เอาน่า เดี๋ยวยูคาริลาคลอดเมื่อไหร่จะย้ายไปโต๊ะการเมืองให้

ขอให้จริงเถอะจะไม่ว่าเลย แต่บอกอก็เบี้ยวบ่อยจนเขาไม่กล้าหวังมากอีกแล้ว

 

 

เหลือเวลาอีกห้านาที

 

คาเมะเขียนตัวเนื้อข่าวเสร็จ เขาย้อนกลับขึ้นมาดูหัวข้อข่าวที่เว้นไว้ ซึ่งเป็นส่วนที่คาเมะว่ายากที่สุด เพราะต้องกระชับ รู้เรื่อง และที่สำคัญ เตะตาน่าสนใจ

 

สาวเอมิลั่น สัมพันธ์สวาทกับชินแค่ยกเมฆ ยัน กินมื้อเที่ยงกันฉันท์เพื่อน

 

ใครจะเชื่อว้า รูปถ่ายยังกับขี่คอกันกิน

 

เขียนข่าวเรียบร้อยคาเมะก็เอารูปที่คัดไว้แจ่มๆ 4 รูป ไปครอปและปรับขนาดให้เหลือเป็นไฟล์เล็กให้ส่งเมลได้สะดวกในเวลา 2 นาทีที่เหลือ

 

คาเมะนั่งพนมมือก้มหัวขออโหสิกับดาราสาวสองสามทีก่อนจะกดส่งงานไปให้ท่านบอกอ สุดเคารพ แม้ใจหนึ่งไม่อยากทำให้ชื่อเสียงใครเสียหาย แต่หน้าที่ของเขาก็บังคับอยู่ แล้วข่าวที่เขียนคาเมะก็มั่นใจว่ามันยุติธรรม สัมภาษณ์ทุกฝ่ายครบ และไม่ได้ใส่สีตีไข่แม้แต่น้อย

 

ไม่ได้บิดเบือนสักคำ แต่ไม่สอดคล้องกับภาพที่ลงอันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

 

นึกๆ ไปกว่าจะได้คำสัมภาษณ์ห้านาทีของแม่เจ้าประคุณก็แสนยาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวดารา แต่เจ้าผู้จัดการส่วนตัวเรื่องมากนั่นสิน่าอัด มาคอยกันอยู่ได้ ทั้งๆ ที่แม่สาวเอมิดูอยากจะแร่เข้าหานักข่าวใจจะขาด

 

คุณเอมิกำลังทำงานครับ เธอไม่ว่างให้สัมภาษณ์

 

ไม่ว่างบ้านแกสิ ก็เห็นว่านอนรอเข้าฉากอยู่ตั้งนาน แทนที่จะให้นักข่าวได้สัมภาษณ์เสร็จๆ ไป มากันนั่นกันนี่ กลัวล่ะสิว่าตัวดาราจะหลุดให้สัมภาษณ์โง่ๆ ไถไปไม่รอดอย่างที่ดาราค่ายนี้เป็นประจำ

 

ยังดีที่คุณเธอติดต่อนักข่าวมาเอง สุดท้ายเลยได้สัมภาษณ์กันสักที แถมยังฟลุ๊กได้ภาพหลักฐานเพิ่มอีกต่างหาก

มีที่ไหน นักข่าวคล้อยหลังไปหน่อยก็แอบควงกันไปดินเนอร์ต่ออีก ดีที่เขาตัดสินใจตามต่ออีกนิด เลยได้รูปแจ่มๆ มาเพียบ แสงดีไม่มีเบลอเสียด้วย

 

สมน้ำหน้าไอ้ผู้จัดการนั่น พรุ่งนี้คงได้เส้นเลือดปูดขึ้นสมอง

 

ขอโทษนะ คาเมนาชิคนนี้กินยากสักหน่อย มือฉมังแห่งโต๊ะจเรเลยนะจะบอกให้

นึกหน้าพี่แกตอนหันมาเก็กน่าดุใส่ก็ โธ่ คิดว่าไล่แล้วจะเลิกหรือ ไม่มีทาง

 

ยิ่งไล่ยิ่งตามเว่ย

 

ชื่ออะไรนะ ลืมอีกแล้ว...

จำได้ว่าชื่อคล้ายชิน ชิน..ชิน...อ๋อ จิน อาคานิชิ จิน

เหอะ หวังว่าคงไม่เจอกันอีกแล้วนะ

 

............................................................................................................................

 

เช้าตรู่ของวันที่ขมุกขมัวด้วยไอฝนโปรยปราย บทเพลงรักต้อนรับต้นฤดูหนาวเปิดเข้ากระแทกโสตประสาทคนไม่มีรักอย่างคาเมะ ตลอดการเดินทางจากบ้านสู่ที่ทำงาน ร้านกาแฟเจ้าประจำหน้าของสำนักพิมพ์ก็ไม่เว้นกับเขาเหมือนกัน จนคาเมะนึกอยากไปทุบแผ่นซีดีเพลงรักให้หมดๆ โลกไป อะไรกันนักกันหนาคนเรา

 

ใครก็ว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ยังกระสันอยากจะหาเรื่องใส่ตัวกันทุกคน

 

กาแฟปั่น เอาไม่ต้องละเอียดนะ วิปครีมก็ไม่เอา

 

รู้แล้วพี่ ก็สั่งเหมือนเดิมทุกวันเนี่ย

 

ที่นั่งตรงเคาท์เตอร์วันนี้ไม่ค่อยมีคน ทีแรกคาเมะก็สงสัย เพราะปกติเช้าๆ แบบนี้ที่ต้องเต็มจนเขาต้องกระเด็นไปปีนบันไดหาที่นั่งเอาชั้นสอง จนเมื่อหันไปมองดูรอบร้านก็ถึงเข้าใจ มากันสองคนนั่งจิบกาแฟป้อนคุกกี้กันหนุงหนิงเป็นคู่ๆ ที่นั่งตรงเคาท์เตอร์จึงเป็นพื้นที่สำหรับคนมาเดี่ยวนั่นเอง

 

เออ เข้าซีซั่นเลิฟกันถ้วนหน้า ใครว่าฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งความเหงา ไม่เห็นจะจริง

 

กาแฟร้อน ขอน้ำตาลสามซองครับ แล้วก็...เอแคลร์จานหนึ่ง

 

เฮ่ มีเพื่อนนั่งโสดแล้วเว่ยเฮ่ย ขอดูหน้าหน่อยเถอะ กินหวานขนาดนี้คงอยู่ในกลุ่มพวกเป็นโรคขาดรักแน่ๆ

 

เจี๊ยก!! ไอ้ผู้จัดการหน้าดุนี่หว่า มาทำไรแถวนี้เนี่ย

 

คาเมะมองดูชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนแบบที่เขานึกอิจฉาหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ ข้างๆ ตัว หลังจากวางของที่หอบหิ้วมาเป็นพะเรอเกวียนลงกับพื้น ในใจเขาก็นึกหัวเราะในความบังเอิญครั้งนี้นักหนา เพิ่งบ่นเมื่อคืนว่าอย่าได้เจอ แล้วก็มาให้เห็นหน้าซะตั้งแต่เช้าตรู่

 

แล้ววันนี้จะซวยแต่เช้ามั้ยเนี่ย

 

กาแฟปั่นใส่แก้วพลาสติกถูกส่งให้พร้อมเงินทอน คาเมะหยิบขึ้นมาดูดเรียกความสดชื่นสองทีก็วางแก้วลงนั่งห้อยขาหมุนเก้าอี้ไป มาเล่นเบาๆ ซึ่งผิดปกติทุกวันที่จะถือเอาไปกินบนออฟฟิศ

 

ผ่านไปอึดใจกาแฟร้อนกับเอแคลร์ห้าลูกก็ถูกยกมาเสิร์ฟ น้ำตาลสามซองได้ลงไปเป็นส่วนผสมกับน้ำสีดำเรียบร้อย จากนั้นคาเมะก็ได้เห็นวิธีการกินแปลกๆ ผู้จัดการหน้าดุกำลังเอาเอแคลร์จุ่มกาแฟรสหวานอย่างกับโอริโอ้จุ่มนม ดีที่ก่อนหน้าไม่ได้ชิมครีมก่อนด้วย

 

แรงฉงนคงมีมากไปหน่อย เพราะเมื่อจินกัดไปได้หนึ่งคำก็เงยหน้าขึ้นมาทันควันเหมือนรู้ว่าถูกจ้อง แววตาจำได้ชัดเจนปรากฏขึ้นมา จนคาเมะไม่รู้จะทำอะไรก็ยักคิ้วให้ไปหนึ่งทีแบบไม่มีเหตุผล แต่จินกลับหันไปกัดเอแคลร์ต่อไม่สนใจ

 

ก่อนจะได้ด่าขมุบขมิบให้สะใจคนเดียว คนส่งหนังสือพิมพ์ก็ขนหนังสือพิมพ์หกฉบับเข้ามาวางในร้าน คาเมะวิ่งผลุบไปหยิบมาวางไว้สามฉบับก่อนยกเอาหนังสือพิมพ์คู่แข่งกางอ่านก่อน

 

อ่านฉบับหนึ่งนะ

 

เชิญ

 

คาเมะกวาดสายตาดูจนทั่วทั้งฉบับก็วางลง จะหยิบฉบับที่เหลือขึ้นอ่านก็หันไปพบสิ่งประหลาดอีกสิ่ง ผู้จัดการหน้าดุเอาแว่นสายตาที่สวมขึ้นไปคาดผมแทนที่จะใส่ไว้อ่านหนังสือ

 

คุณเอาแว่นสายตาไปอยู่บนนั้นทำไม

 

คนถูกถามลดหนังสือพิมพ์ลงเหมือนรำคาญ ก่อนจะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงดุคงเอกลักษณ์

 

งั้นผมขอที่คุณห้อยไว้ที่คอหน่อย

 

นิ้วชี้มายังที่คาดผมอันบางสีดำที่คาเมะห้อยไว้กับคอ คนถูกดุก็ยื่นให้อัตโนมัติอย่างอึ้งๆ

พอได้ที่คาดผมมา จินก็เอาแว่นสายตาลงที่ดั้งดังเดิมคาเมะได้แต่กระพริบตาปริบๆ กับการกระทำนั้น พลันมีคำถามหนึ่งดังลั่นอยู่ในหัว

 

ก็รู้ว่าผมข้างหน้ายาวก็ไม่พกที่คาดมาเองวะ จะวงจะแว๊กให้เรียบร้อยก็ไม่ทำ แล้วใช้แว่นสายตาต่างที่คาด บ้าป่ะเนี่ย...

 

นี่คุณ ไอ้ฉบับนั้นอ่ะไม่มีไรหรอก อ่านฉบับนี้ดีกว่า

 

คาเมะยื่นหนังสือพิมพ์ของตัวเองไปให้จินแบบปกปิดรอยยิ้มกริ่มไว้ไม่มิด ลูกหนี้ที่คาดผมก็รับไปโดยดี เห็นชื่อหนังสือพิมพ์ก็ปรายตามองหน้าเจ้าหนี้หมิ่นๆ

 

หนังสือพิมพ์ของคุณหรือ มีข่าวอะไรน่าสนใจกว่าของฉบับอื่นหรือไง

 

แน่น้อน

 

น้ำเสียงมั่นใจเป็นที่สุดนั้นยุคนขึ้น จินรับมากางหน้าบันเทิงเหมือนรู้จุดประสงค์ ผ่านไปหนึ่งนาทีครึ่ง หนังสือพิมพ์ก็ถูกยื่นกลับราวจะทิ่มหน้าอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด วางเงินข้างจานเอแคลร์ที่เหลืออยู่สองลูก แล้วขนของออกไปราวกับดีเปรสชั่นกำลังแรง

 

แล้วพายุก็หวนกลับเข้ามาในร้านใหม่ชนิดเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่ประตูหนแรกยังไม่ทันเงียบ

 

ที่คาดผม ขอบคุณ

 

คราวนี้คาเมะรับได้ทันก่อนที่วัตถุจะทิ่มตาเอาอีกรอบ เห็นสีหน้าเคร่งเครียดปานพ่อที่รู้ข่าวว่าลูกสาววัยกำดัดไปริมีแฟนก็ทำเอา ความสะใจที่ตั้งเป้าไว้ลดฮวบไปสามขีด กะจะยิ้มเย้ยก็ไม่ทัน ถึงทันก็คงทำไม่ลง

อะไรกัน มาทำความมั่นใจในจรรยาบรรณวิชาชีพของเขาหายหดได้ภายในสามนาที

 

ดาราของคุณเขาจงใจให้เป็นข่าวเองนะ เขาเองก็ทำตามหน้าที่...ช่วยไม่ได้

 

นั่งปลอบใจตัวเองครู่หนึ่งคาเมะก็หยิบเอแคลร์ที่เหลือเอาเข้าปากไปโดยไม่คิดจะจุ่มกาแฟปั่น

ไอ้บ้าเอ๊ย กินทิ้งกินขว้าง บ้านรวยนักหรือวะ

 

....................................................................................................................................................

 

เดี๋ยวนายไปทำข่าวน้ำท่วมนะคาเมะ

 

อ่ะ น้ำท่วมหรือครับบอกอ ที่ไหนครับ

 

เอารายละเอียดนี่ไปดูแล้วกัน จะเสนอมุมมองไหนนายเลือกเอาเลย จะไปไหนเท่าไหร่ไปเบิกค่าใช้จ่ายที่การเงิน ผมอยากได้เชิงวิเคราะห์ ทำให้ดี ผมจะใช้เป็นข่าวใหญ่ ให้เวลาสามวัน ส่งงานผมวันเสาร์

 

บอกอร่างใหญ่ส่งซองใส่เอกสารปึกใหญ่ให้คาเมะที่โต๊ะ เมื่อร่ายหมายงานเสร็จสรรพก็เดินผ่านไปที่โต๊ะอื่นหน้าตาเฉย ไม่ทันได้ให้คาเมะทวงถามอะไรทั้งสิ้น จะชมข่าวที่ทำไปเมื่อวานก็ไม่มี

 

นี่ล่ะน้า นักข่าว ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนประณาม แล้วก็งานหนักเงินเดือนน้อยยังกะอะไร ดีที่ความภาคภูมิใจมันมีอยู่เยอะ ไม่งั้นเขาไม่ทำงานถวายชีพให้อย่างนี้หรอก

 

คาเมะบ่นๆ พลางนั่งอ่านเอกสารที่ได้รับมาอย่างคร่าวๆ เมื่อพบว่าตรงไหนน่าสนใจก็วงเอาไว้ดวงโตๆ อะไรน่าสงสัยต้องการรู้เพิ่มก็หยิบสมุดจดมาลิสต์เป็นทางยาว จนเมื่ออ่านหมดทั้งปึ๊งเขาก็ได้ประเด็นที่น่าสนใจ ไหนๆ มีเวลาตั้งสามวัน ไปดูพื้นที่จริงเสียเลยดีกว่า

 

หลังจากเบิกเงินเสร็จ คาเมะก็บึ่งมอเตอร์ไซค์คู่ชีพไปพร้อมกับที่อีกมือหนึ่งกดเบอร์หากรมอุตุนิยม วิทยา (ของญี่ปุ่น) ตามธรรมชาติเบอร์โทรศัพท์ของรัฐ คาเมะต้องต่อสายอยู่หลายครั้งกว่าสายจะว่าง และรอนานแสนนานกว่าจะมีคนรับสาย

 

กรมอุตุนิยมวิทยาครับ

 

จุนโนะใช่ป่ะ

 

คาเมะหรือ ทำไมโทรเข้าเบอร์นี้วะ เออ ฉันมีเรื่องไรจะเล่า

 

เดี๋ยว ขอคุยเรื่องงานก่อนดิ

 

เรื่องอะไรวะ วันนี้โตเกียวฝนตกหนักนะ พกร่มป่ะ

 

ฉัน จะถามว่า... ไม่ถามดีกว่า ฉันอยากให้แกช่วยหาคนให้ฉันสัมภาษณ์หน่อย เอาที่ตอบได้ไม่ต้องวกวน ไม่โชว์พาว เรื่องน้ำท่วมที่ตอนเหนืออ่ะ

 

อึดใจหนึ่งที่คนปลายสายเงียบไปเพื่อนิ่งคิด

 

เออๆ เดี๋ยวไปถามเขาก่อนนะว่าว่างมั้ย

 

บอกว่าฉันจะเอาเป็นข่าวใหญ่นะเว่ย

 

เอ้อ รอเดี๋ยว

 

คาเมะหักหลบรถเข้าชิดทางฟุตบาทกะทันหันเมื่อรู้สึกตัวว่าขี่รถเอาซะกลางเลน แล้วเขาก็ได้รับคำอวยพรยาวเหยียดจากรถเก๋งที่วิ่งตามหลังและแซงเขาไปเมื่อ ครู่ คาเมะอดด่าตามหลังให้กับความใจร้อนมารยาทแสนงามของคุณเจ้าของรถเก๋งไม่ได้ ดีที่อีกฝ่ายปิดกระจกรถไปแล้ว ไม่งั้นคงได้มีวางมวยกลางถนน

 

เอ้อ คาเมะ

 

อะไร

 

แกมาที่ทำงานฉันเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย เขาให้เวลาครึ่งชั่วโมงว่ะ เขาจะออกจากที่นี่สิบโมง

 

เฮ้ยจริงๆ ฉันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ก็ได้นะเว่ย

 

บอกไปแล้ว แต่เขาอยากให้แกมา นี่เขาเตรียมไฟล์อธิบายให้แกฟังแล้วนะเนี่ย

 

จริงอ่ะ คาเมะตาโตกับความกระตือรือร้นที่หาได้ยากของพนักงานรัฐฯ

 

เออๆ บอกเขาว่าฉันกำลังไป ไม่เกินสิบนาที ว่าแต่ชื่อไรวะ

 

เขาชื่อวาสุ แต่ให้เรียกซูซี่นะ

 

หา!!”

 

เออ ซูซี่ เป็นนายสาวน่ะ เร็วๆ ล่ะ เขายินดีตอบแกทุกคำถาม แต่อย่าอย่าช้า ไม่งั้นเจอเหวี่ยง

 

เออๆ

 

การสัมภาษณ์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น คาเมะได้รับความร่วมมืออันดีจากแหล่งข่าว คุณซูซี่ตอบคำถามได้ดีชนิดคาเมะไม่ต้องไล่ต้อนหรือต้องอธิบายซ้ำเหมือนเวลา สัมภาษณ์นักวิชาการบางคน (ที่เอาแต่เอ่ยศัพท์แสงเทคนิคและชอบพูดนอกเรื่องตลอดเวลา) เขาจึงสามารถทำให้เสร็จสิ้นได้โดยอาศัยระยะเวลาไม่เกินไปกว่าที่กำหนดไว้มาก นัก

พอเสร็จคาเมะก็แลกนามบัตรพร้อมหยอดลูกชมเอาไว้สร้างสัมพันธไมตรี พ้นห้องออกมาก็รีบเมมเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ในปาล์มและสมุดจดสะสมเบอร์และที่ อยู่แหล่งข่าว ของคู่ชีพนักข่าวอีกหนึ่งอย่างที่ถ้าหายเมื่อไหร่ล่ะเป็นได้เห็นน้ำตาเต่า หยดเป็นสายแน่แท้

 

ว่าไง เรียบร้อยดีเปล่า

 

เออ ก็ดีอยู่ ขอบใจมาก ฉันไปก่อนนะ

 

เฮ่ยเดี๋ยวดีว้า จุนโนะเดินอ้อมหน้าอ้อมหลังเพื่อนจนสุดท้ายฉุดกระชากลากถูให้คนด้อยส่วนสูงต้องนั่งแหมะลงกับเก้าอี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

อะไรของแก เห็นมั้ยว่ารีบ

 

ก็จะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังน่ะ

 

เรื่องอะไร... ถ้าเรื่องยูคิโนะของแกเดี๋ยวก่อนได้มั้ย ฉันยังนึกแผนช่วยจีบไม่ออก

 

เฮ่ย ยูคิโนะฉันเลิกชอบไปแล้ว นี่คนใหม่ๆจุนโนะยกมือขึ้นปัดหยอยๆ

 

หา นี่เปลี่ยนคนอีกแล้วหรือ

 

แกก็อย่าพูดเหมือนฉันหลายใจสิ เอ้อ จำได้มั้ยที่ฉันชวนไปไหว้พระตรีมูรติน่ะ

 

ที่แกไปโดยไม่รอฉันใช่มั้ย ได้ ว่าไงล่ะ อย่าบอกว่าอธิษฐานปุ๊บแล้วท่านก็ส่งเนื้อคู่ลงมาให้แกตรงหน้าเลย

 

ไม่ ใช่ก็ใกล้เคียงเว่ย พอฉันลุกขึ้นปั๊บนะ ก็ไปชนฮิโรมิเข้า แกเอ๊ย ยังกับพรหมลิขิตจริงๆ แล้วฝนตกก็ไปหลบฝนเว่ย คุยไปคุยมาถูกคอได้แลกเบอร์ด้วย นี่ฉันโทรคุยกับเขาครั้งแรกก็สามชั่วโมงแน่ะ พอครั้งต่อๆ มาก็ไม่ต่ำกว่าสองเลยนะเว่ย แกว่าเขาชอบฉันมั้ยวะ

 

คาเมะละเหี่ยใจกับใบหน้าเพ้อฝันของเพื่อน จุนโนะผู้ปล่อยดวงใจให้ลอยล่องไปสุดฟ้าตลอดกาล หัวใจมีรักได้ทุกวี่วัน แล้วคาเมะรู้นิสัยดี ต่อให้เขาบอกว่าเขาอาจไม่ได้คิดอะไรมากจุนโนะก็จะยกเหตุผลมาเข้าข้างตนเองจน ได้

 

อาจจะคุยถูกคอเฉยๆ

 

แต่ว่าเขาเสียงอ่อนเสียงหวานมากเลยนะแก

 

ก็เขาเพิ่งรู้จักแก จะทำให้ทำเสียงดุเหมือนแม่แกได้ไง ก็ต้องรักษามารยาทสิวะ

 

แต่เขาดูกระตือรือร้นที่จะคุยกับฉันมากเลยนะ แล้วนี่นะ หลังๆ พอฉันโทรไป ไม่ถึงสองกริ๊งเขาก็รีบรับเลยนะเว่ย

 

คาเมะค่อยๆ ลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเขาไม่มีท่าทีจะหยุดเพ้อแน่แล้ว ก็เลยทิ้งให้คนหัวใจมีรักนั่งเอานิ้วชี้จิ้มปั่นโต๊ะไปเพียงผู้เดียว ส่วนตัวเองก็เดินมากดลิฟต์ลงจากตึกไป

ในใจภาวนาให้พระตรีมูรติขลังจริงอย่างที่ใครๆ ว่า คาเมะจะได้ไม่ต้องเค้นสมองหาวิธีจีบสาวให้จุนโนะอีก ซึ่งก็...ช่วยคิดให้มันตั้งแต่สมัยมัธยม

 

ซีซั่นเลิฟ ซีซั่นเลิฟ เอ้อ หวานชื่นกันเข้าไป อย่าให้ไอ้คาเมนาชิ คาซึยะคนนี้มีมั่ง แล้วถึงคราวตัวจะหันไปปรึกษาหน้าไหนได้บ้างไม่รู้ เขาว่า...ของพวกนี้เจอกับตัวมักตัน เอาวะ ยังไม่เจอง่ายๆ ตอนนี้หรอกมั้ง

คาเมะขึ้นนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ได้ก็ล้วงประเป๋าคว้าแผนที่ฉบับพกพามาเพ่งพินิจหาเป้าหมายการเดินทาง

 

อาโอยาม่า...รถทัวร์คงเหมาะสุด ว่าแล้วก็ล้วงโทรศัพท์มาใช้งานอีกรอบ

 

เอ่อ... คุณซาโต้นะครับ ผมคาเมนาชิ นักข่าวที่สัมภาษณ์คุณเมื่อสองเดือนก่อนน่ะครับ ครับๆ สบายดีครับ คือผมมีเรื่องอยากจะรบกวนนิดนึงนะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้รถทัวร์ไปอาโอยาม่ายังพอมีที่ว่างอยู่มั้ยครับ ครับ ขอด่วนที่สุดเลยครับ อ๋อ จะไปทำข่าวน้ำท่วมน่ะครับ อ่ะ บ่ายหนึ่งรถออกหรือครับ โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมจะไปรับตั๋วเที่ยงครึ่งนะครับ ครับ ขอบคุณครับ

 

คาเมะบึ่งรถไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวยัดลงกระเป๋าเป้ (คู่ชีพ) เบียดของกับโน้ตบุ๊กเครื่องบางกับกล้องดิจิตอลรุ่นพังแล้วซ่อมอีกของบริษัท และกล้องดิจิตอลราคาย่อมเยาคุณภาพต่ำแต่ผ่านการใช้งานน้อยกว่าลงไปได้พอดิบ พอดี วัดน้ำหนักพอเอาไหล่เอียงกระเท่เล่ไปหนึ่งข้างก็ยกสะพายหลัง ปิดบ้านและโยนตัวเองเข้ารถแท็กซี่ไปสถานีรถทัวร์ทันใด

 

เลทพอหอมปากหอมคอ สุดท้ายรถทัวร์ก็แล่นตุเลงตุเลงพาเขาและผู้โดยสารอีกเต็มคันรถมาถึงที่หมาย ได้ในเวลาบ่ายสองโมงตรงของอีกวันหนึ่งพอดิบพอดี (ซึ่งก็ช้าไปกว่าที่ระบุไว้ในบัตรเกือบสามชั่วโมง) พอขาหย่อนลงพื้นคอนกรีตได้ปุ๊บ คาเมะวิ่งเข้าไปห้องน้ำจัดการกับอาการเมารถของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะต้อง อ๊อกอวดขนมปังที่แจกในรถสองลูกออกมาให้ได้อายคนท้องถิ่น

 

ตอนนั่งรถก็หลับเพลิน ลืมกินยาแก้เมาไปเสียได้ แต่คาเมะก็คิดว่ากินช้ายังดีกว่าไม่กิน กรอกยาเม็ดแก้เมาลงคอไปสองเม็ดก่อนดื่มน้ำตาม

 

ล้างหน้าล้างตานั่งพักดมยาดมพอให้วิญญาณเข้าร่างได้เหมือนเดิมแล้ว คาเมะก็ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ขอทำเรื่องด่วนพิเศษเพื่อเข้าทำข่าวพร้อม ขอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง ทีแรกฝ่ายนั้นทำอิดออดอ้างว่างานยุ่ง แต่พอคาเมะบอกว่าอาจจะเอาชื่อเอารูปไปลงข่าวแถมท้ายด้วยการบอกชื่อคุณซูซี่ เบ่งทับก็กลับได้รับคำเชิญชวนทันใด

เหมือนได้รับสิทธิพิเศษมีไกด์พาเที่ยวยังไงยังงั้น

 

และแล้วอีกสิบห้านาทีให้หลังคาเมะก็ได้นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเป็นตุ๊กตาหน้ารถของคุณพี่ป่าไม้นามสึบาสะเป็นอันเรียบร้อย

 

ด้วยประสบการณ์มองคนอย่างโชกโชน ทำให้คาเมะลอบไปพินิจหน้าตาอ่านนิสัยใจคอของคุณพี่สึบาสะไว้ก่อน (จะได้รู้ระดับความปลอดภัยของตัวเอง และชวนคุยถูกเรื่อง) แต่กลับพบเพียงหนวดเครายาวชนิดแสลงใจคนรักความสะอาดอย่างเขาไปเต็มๆ แต่ด้วยสายตาคมเฉียบทำให้คาเมะมองทะลุเห็นรัศมีความหล่อภายในอยู่บ้าง จึงอยากลองโกนหนวดคุณพี่สึบาสะและจับไปส่งประกวดหนุ่มคลีโอ (ของญี่ปุ่น) ดูสักที

 

มาดเซอน้อยๆ แบบนี้กำลังอินเทรนหมู่สาวไฮโซนักล่ะ

เอาวะ ดูติสต์ๆ แต่ท่าจะไม่น่ากลัวอะไร

 

เอ่อ พี่ครับ จะพาผมไปไหนครับเนี่ย

 

ก็น้องอยากมาดูสาเหตุน้ำท่วมไม่ใช่หรือ พี่ก็จะพาไปดูต้นน้ำไง เห็นของจริงไปเลย ภาพหนึ่งภาพบรรจุไปด้วยคำพูดมากกว่าพันคำไง

 

น้ำเสียงยียวนกวนอารมณ์ตามแบบฉบับคนอยู่ป่ามากๆ คาเมะสูดหายใจลึกให้แน่ใจว่าไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์จากคุณพี่คนขับ

 

แล้ว...ที่เขาว่าบริเวณนี้ มีปัญหาน้ำป่าไหลหลากมากกว่าที่อื่น เพราะมีการลักลอบตัดไม้จริงหรือเปล่าครับ แล้ว...

 

เฮ่ย...เรื่องบางเรื่องมันพูดยากน้อง บางอย่างพี่ก็เหมือนน้ำท่วมปาก เข้าใจใช่ป่ะ เอาเป็นไปดูให้เห็นกับตาดีกว่านะ

 

เอ่อ...ครับ

 

ตลอดการขึ้นเขาวกวนเกือบสามชั่วโมงคาเมะไม่ได้ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากคนข้างๆ มากนัก แต่ก็เพียรถามไปทุกเรื่องตามหน้าที่และตามประสาคนช่างซัก ดีที่คนข้างตัวดูไม่มีท่าทีรำคาญอะไร นอกจากนั้นคาเมะก็ขอให้คุณพี่ป่าไม้มาดเซอหยุดรถเป็นระยะเพื่อเก็บภาพตามทาง ที่เขาคิดว่าน่าสนใจ ซึ่งก็ได้รับคำอธิบายขยายความในบางครั้ง ซึ่งก็ทำเอาคาเมะคว้าสมุดมาจดแทนกล้องที่ถืออยู่แทบไม่ทัน

 

ยิ่งขึ้นไปอยู่ที่สูง ภาพเบื้องล่างที่ได้พบเห็นก็ยังความสลดหดหู่มาให้ หมู่บ้านล่างสุดถูกน้ำจมชนิดแทบไม่เห็นหลังคาบ้าน ส่วนที่อยู่สูงขึ้นมาหน่อยก็เห็นร่องรอยการถูกน้ำพัดพา เนินดินถูกกัดเซาะจนเป็นเป็นสีน้ำตาลไปทั้งแถบ

 

ถ้ามาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนนะ ภาพน่ากลัวกว่านี้อีก ท่อนซุงเอยเศษซากอะไรต่อมิอะไรลอยเกลื่อน นี่เคลียร์ออกไปบ้างแล้วเลยดูไม่ค่อยหนักหนา

 

น่าสงสารพวกชาวบ้านจังนะครับ แล้วก่อนเกิดเหตุไม่มีออกประกาศเตือนก่อนหรือครับ

 

ออกแล้ว แต่ชาวบ้านไม่เชื่อกันเท่าไหร่ นึกว่าพูดเกินเหตุ คนที่เชื่อก็หนีได้ทัน คนที่ไม่เชื่อก็...นะ อย่างที่เห็น

 

เมื่อหามุมมองที่ต้องใจได้แล้ว คาเมะยกกล้องขึ้นบันทึกภาพได้สี่ห้ารูป ด้วยความที่พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกที คาเมะจึงต้องเสียเวลาวัดแสงพอสมควรเพื่อให้ได้ภาพตามต้องการ

 

เข้าไปในป่ากัน คุณเดินต่อไหวมั้ย

 

คาเมะพยักหน้ารับพร้อมทำท่าขึงขังแสดงอวดให้สึบาสะได้เห็นจะๆ ตาว่าคนตัวเล็กดูเหมือนแรงน้อยอย่างเขาแต่จริงๆ แล้วแกร่ง อึด เพียงใด ไม่ได้หรอก นักข่าว ขืนอ่อนแอบอบบางได้อยู่ไม่รอดปะไร ต้องแข็งแรงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาด้วยซ้ำ อย่างน้อย...ก็ต้องวิ่งเร็วหลุดทางปืนได้นั่นแหล่ะ

 

ไกลมั้ยครับ ไม่ใช่ไม่ไหวนะครับ แต่เห็นมันเริ่มมืดแล้ว

 

แป๊บเดียว รับรองว่าไม่มืดจนคุณถ่ายภาพไม่ได้หรอก

 

ไม่ได้แป๊บอย่างที่ได้ยินเท่าไหร่ แต่ก็ไม่นานไปจนหมดแสงอย่างที่สึบาสะบอก การเดินไต่ที่สูงอันทุลักทุเลก็จบลง ตอนนี้คาเมะกำลังยืนอยู่ที่ๆ เหมือนเป็นทะเลสาบบนยอดเขา ต้นน้ำ ต้นสายแห่งความชุ่มชื้น สวยงาม และภัยพิบัติข้างล่างนั้น

 

นั่นไงคำตอบของสิ่งที่คุณสงสัย

 

อีกเนินยอดที่ต่ำลงไปของภูเขาเดียวกัน คาเมะมองเห็นพื้นที่โล่งเตียนแบบที่จำกัดความกันได้ว่าภูเขาหัวโล้น !

 

เสียงครางดังขึ้นพร้อมกับที่คาเมะรู้ตัวว่าได้บันทึกภาพไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามภาพ ข่าวลักลอบตัดไม้ในพื้นที่เขตสงวนเป็นเรื่องจริง และดูสดใหม่เหมือนคนงานเพิ่งเลิกงานไปเลยด้วยซ้ำ

 

พอซุงลงไปอยู่ข้างล่างก็เลยเดินหน้าตัดเพิ่มกันอีก แต่อย่าถามผมนะว่าใคร อยากรู้ก็หาทางสืบเอาเองแล้วกัน ไม่ต้องให้ขอใช่มั้ยว่าอย่าให้ผมเดือดร้อนไปด้วย

 

ครับ...

 

คาเมะตัดใจให้เรื่องลักลอบตัดไม้นั้นวางไว้ข้างหลัง กลับมาถามเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมที่ได้รับมอบหมายมาก่อน แต่อีกภาคส่วนของใจ คาเมะบอกตัวเองชัดแจ้ง ยังไงก็กัดไม่ปล่อยแน่

 

คุณอยากรู้อะไรอีกมั้ย

 

อืม...สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปครับ คิดว่าจะหนักหนาขึ้นอีกมั้ย นานเท่าไหร่ และ...หนทางปฏิบัติของหน่วยงานคุณครับ

 

หนัก แน่นอน ทางกรมอุตุฯ บอกแล้วนี่ใช่มั้ยว่าฝนยังจะตกต่อเนื่องอีก แล้วอย่างที่คุณเห็น บริเวณนี้ไม่มีที่รับน้ำอีกแล้ว ทางเหนือไปกว่านี้ก็ด้วย เขื่อนที่นั่นก็สามารถรองรับน้ำได้อีกไม่เท่าไหร่

 

เสียงหัวเราะไม่บ่งบอกความเบิกบานภายในดังขึ้นขัดจังหวะการบอกเล่าของเจ้าตัว คาเมะเองก็กลั้นหายใจบังคับตัวเองไม่ให้พูดอะไรออกไปเป็นการขัดอารมณ์เช่น กัน

 

หน้าดินที่ถูกกัดเซาะตรงนั้น มันก็ลงไปถมให้แม่น้ำข้างล่างตื้น ซากอะไรต่อมิอะไรอีก ยิ่งมีสิ่งขวาง...คุณรู้รึเปล่าว่าน้ำยิ่งไหลแรง พระเจ้าลงโทษมนุษย์ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย... ส่วนที่คุณถามเรื่องหนทางดำเนินงานของเรา ผมว่าลงไปข้างล่างให้คนใหญ่กว่าผมอธิบายดีกว่า

 

สึบาสะดุนหลังนักข่าวหนุ่มให้เดินกลับไปยังรถที่จอดไว้ แต่คาเมะก็ไม่วายหันไปเก็บภาพอาทิตย์อัสดง ที่เหมือนเป็นมายาสร้างภาพอันสวยงามน่าหลงใหล ฉาบหน้าความอันตรายไว้ให้ผู้คนหลงระเริง คาเมะพบว่าการไต่เขาลงแม้จะเหนื่อยน้อยกว่าขาขึ้น แต่ก็ลำบากและใช้เวลานานกว่า พอมาถึงที่รถ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีครามเข้มพอดี

 

พอรถออกได้ คาเมะหยิบเอามือถือขึ้นมาแกว่งหาสัญญาณ เขาอยากโทรหาบอกอใจจะขาด จะขออนุมัติทำข่าวลักลอบป่าไม้ แต่แกว่งไปมายังไงก็ไม่มีเส้นขึ้นมาสักขีด

 

ลงไปจนถึงครึ่งเขาโน่นแน่ะคุณถึงจะมีสัญญาณ

 

เป็นอันว่าคาเมะต้องนั่งหัวสั่นหัวคลอนในรถอีกเกือบชั่วโมงกว่าสัญญาณจะขึ้นมา สักขีดหนึ่ง แต่พอเข้าโค้งทีไร เส้นมันก็หายวับไปอย่างกับเล่นกล

 

ฮะๆ บอกแล้วว่าให้ถึงครึ่งเขาก่อน มันจะขึ้นสองขีด พอเข้าโค้งก็จะเหลือขีดหนึ่งคุยต่อได้

 

คาเมะมองหน้าสึบาสะด้วยความพิศวง เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้หนวดเครายาวที่รู้เรื่องสัญญาณดีราวกับเป็นเจ้า หน้าที่เอไอเอสยังไงยังงั้น หรือเจ้าหน้าที่แถวนี้รับจ๊อบบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ด้วยก็ไม่รู้

 

ยังร่างข้อสงสัยข้อกล่าวหาในใจไม่ทันเสร็จ เสียงวอซ่าๆ ก็ดังขึ้นมากลางรถ สึบาสะหยิบวอขึ้นมาฟังแนบหู ส่วนคาเมะก็เอียงหูฟังกับเขาด้วยตามสัญชาติญาณ

 

แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้คุยกันด้วยภาษาอะไร คนโตเกียวแต่กำเนิดอย่างคาเมะไม่เข้าใจ แต่สีหน้าสีตาของสึบาสะดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ยังความอยากรู้ให้มันรู้สึกคันยิกๆ จนอดรนทน (ไม่ถาม) ไม่ได้

 

มีเรื่องอะไรหรือครับ

 

ก่อนตอบสึบาสะก็เร่งเครื่องจนคาเมะแทบหงายไปกับพนัก

 

เขื่อนทางนู้นร้าว และกำลังจะแตก น้ำบางส่วนกำลังไหลบ่ามาทางนี้ เร็วมาก น่าจะมาถึงอีกไม่เกินสองชั่วโมง และอีกไม่เกินสี่ชั่วโมงวิบัติกันเป็นแถบแน่

 

คุณพระช่วย

 

กริ้ง กริ๊ง

 

คาเมะกดรับมือถือด้วยใจคอไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว นับหนึ่งถึงสามเรียกสติกลับมาได้ก็กรอกเสียงลงไป

 

ฮะ ฮัลโหล

 

เอ้อ คาเมะหรือ ได้ข่าวว่าออกต่างจังหวัดนี่ เป็นไงบ้างล่ะ

 

โคคิ อยู่ที่ออฟฟิศหรือเปล่า

 

อยู่ ทำไม

 

ขอสายบอกอหน่อย ด่วน

 

เออๆ ฉันอยู่ชั้นล่าง แป๊บนึง ว่าแต่มีไรวะ

 

เขื่อนที่อาโอยาม่าแตก เร็วสิโคคิ

 

หา อะไรนะ

 

ฉันบอกว่าเขื่อนแตก หูแตกรึไงแก

 

เฮ้ย เวรแล้ว

 

อะไรของแก

 

ฉันเพิ่งกลับจากอาโอยาม่า

 

แล้วไง

 

ไปทำข่าวกองหนังที่นั่น เขาไปถ่ายหนังกันบนเขา ตอนนี้ก็น่าจะยังถ่ายอยู่ด้วยมั้ง จะโดนน้ำพัดด้วยมั้ยวะ

 

เวร คุณสึบาสะครับ ตอนนี้มีกองถ่ายหนังอยู่บนเขานี้มั้ยครับ

 

คนฟังมีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน อุทานราวเพิ่งนึกขึ้นได้

 

มีครับ อีกฟากหนึ่ง ขออนุญาตถ่ายถึงพรุ่งนี้ด้วย

 

โคคิ ฝากบอกบอกอด้วยนะ แค่นี้ก่อนนะ คาเมะตัดสายโคคิไปดื้อๆ ก่อนจะต้องจับมือมั่นกับคอนโซลรถ เพราะคนข้างตัวเปลี่ยนจุดหมายกลับรถชนิดไม่มีเตือนล่วงหน้า

 

อย่าให้คุณเอมิเป็นอะไรเล้ย

 

คาเมะได้ยินเสียงพึมพำของคนข้างตัวก็สะดุดหูเป็นกำลัง

 

ใครนะครับ

 

นางเอกขวัญใจผม นางเอกหนังเรื่องนี้ครับ คุณเอมิ

 

.....................................................................................................................................................

 

โอ๊ย เมื่อไหร่จะเสร็จๆ สักทีล่ะคะ เอมิถ่ายทั้งวันทั้งคืนจนจะได้เป็นหมีสายพันธ์ใหม่แล้วนะ

 

อีกไม่กี่ฉากเท่านั้นเอมิ อดทนหน่อยนะ

 

คุณเป็นผู้ชายก็พูดได้นี่ เห็นใจผู้หญิงบอบบางอย่างเอมิบ้างสิ

 

นางเอกใบหน้างามเดินกระแทกส้นเข็มลงกับพื้นดินอ่อนเหลวไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่จินจัดให้

 

ไหนเมื่อวานให้สัมภาษณ์นักข่าวไปไม่ใช่หรือว่าแค่นี้เอมิทนได้ค่ะ เอมิสนุกมาก เอนจอยมาก เอมิไม่กลัวความลำบากเลยค่ะ

 

เอ๊ะ คุณจิน เมื่อวานมันก็ส่วนเมื่อวานสิ วันนี้เอมิยังไม่ได้นอนเลยนะ จะไม่ให้บ่นได้ยังไง ชิ แมลงบ้าบอก็เยอะ

 

เสียงบ่นฉอดๆๆ เงียบไปวับราวกับมนตร์เสก ทันทีที่พระเอกหน้ามนเดินเข้ามานั่งด้วย

 

คุณชินขา เหนื่อยมั้ยคะ เข้าฉากเยอะกว่าเอมิอีก

 

จินเบ้หน้ากับโลกมายา โลกแห่งการหลอกลวงหลอกใช้ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตอนนี้ทั้งชินและเอมิถูกจับคู่กันเป็นการโปรโมทหนังเรื่องใหม่ไปในตัว ทำให้จินถูกเอมิหัวเราะใส่หน้าทันทีที่เข้าไปต่อว่าเรื่องภาพที่หลุดลงใน หนังสือพิมพ์นั่น

 

-ไม่เห็นเป็นไรเลยจิน ดีซะอีก ทอล์กออฟเดอะทาวน์-

 

แต่จินรู้ดีกว่าเอมิคงไม่หยุดแค่การโปรโมทภาพยนตร์ แต่ดูจากสีหน้าสีตาผู้ชายด้วยกัน เขาก็ไม่แน่ใจว่าทางฝ่ายชินจะยอมให้อีกคนใช้เป็นบันไดไต่ความดังได้นานแค่ไหน

 

จินเดินจากคำหวานที่โยนใส่กันอย่างเฟคๆ นั้นมาหางานกับผู้จัดการกองถ่าย ทั้งยกฉาก ถือไฟ ไมค์บูม หรือกระทั่งเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟท่า เรียกว่าช่วยอะไรได้ก็ทำ แต่จินมักจินถูกจีบให้ไปเป็นนักแสดงแทนคนใช้แรงงาน แต่เขาก็ปฏิเสธไปอย่างหนักแน่นทุกครั้งจนไม่มีใครชวนอีก

 

ตอนนี้กองกำลังวุ่นวายกับการยกกล้องยกไฟเขยิบเข้าไปถ่ายในกระท่อมที่เซตเอาไว้ เป็นฉากกุ๊กกิ๊กของพระนางที่จะมีตัวอิจฉาเข้ามาวีนแตกขัดจังหวะ จินก็กำลังเข้าไปช่วยยกแคร่ไม้ไผ่พอดีกับที่ดวงไฟคู่สว่างเป็นตากบจากหน้ารถจี๊บสาดเข้ามาจนต้องเบือนหน้าหนี

 

ทั้งสองร่างลงจากรถมาตะโกนหาผู้กำกับด้วยกันทั้งคู่

 

มีอะไรหรือครับ

 

คุณต้องรีบย้ายกองถ่ายของคุณเดี๋ยวนี้

 

สายตาทุกคู่หันไปมองหนุ่มร่างบางกว่าที่ตะโกนก้องแย่งหน้าที่อีกคน จนทำให้รู้ตัวต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อให้สึบาสะเป็นคนอธิบายต่อแทน

 

ครับ ตอนนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก ผมคงต้องออกคำสั่งให้พวกคุณกลับไปอยู่ในเขตปลอดภัย เดี๋ยวนี้

 

อะ อะไรกันครับ

 

เขื่อนกำลังจะแตกครับ และผมมั่นใจว่าตรงนี้ก็เป็นจุดเสี่ยงอันตราย เหลือเวลาไม่มากแล้วด้วยครับ

 

อ้าว ไหนเมื่อวานพวกคุณบอกว่า

 

โธ่ อย่าเพิ่งท้วงถามอะไรเลยครับ น้ำมันจะมาอยู่แล้ว อยากเป็นข่าวกองถ่ายโดนน้ำหลากแทนโปรโมทหนังหรือไงครับ

 

ไม่ทันสิ้นคำฝนก็ลงเม็ดหนักเหมือนเป็นพยานในความอันตรายที่รออยู่เบื้อหน้า เท่านั้นเองทั้งกองเป็นอันอลหม่าน ทุกคนล้วนตาลีตาเหลือกขนของขึ้นรถเป็นการใหญ่ ก็เหลือแต่...บางคนที่เอาแต่กรี๊ดๆ ไม่ทำอะไร

 

จิน จิ๊น มาช่วยฉันด้วย ฉันไม่อยากเป็นศพลอยอืดในป่านะ

 

ก็เดินมาขึ้นรถสิเอมิ ยืนกรี๊ดอย่างนั้นจะรอดมั้ยล่ะ

 

เอมิหันไปหาคนข้างตัวหวังจะให้พาเดินไปด้วยกัน แต่กลับเห็นเพียงเงาแว๊บๆ ที่กระโดดไปนั่งในรถตู้ก่อนใคร

 

โอ๊ย ไอ้พระเอกใจตุ๊ด วิ่งไปมุดหัวหลบก่อนใครเลยนะ

 

คาเมะและสึบาสะช่วยหยิบจับของที่ไม่หนักเกินกำลังตนเข้ารถคันใหญ่ ด้วยความที่แรงลมมีมากพอดู ทำเอาทั้งคนทั้งของเซแซดๆ ไปอยู่เหมือนกันกว่าจะวางของบนรถได้ ดีที่มีมือของใครไม่รู้คอยรั้งไว้ไม่ให้เขาล้มลงไปก่อน ยังไม่ทันได้ขอบคุณก็ถูกฝนตีหน้าให้ต้องหันกลับ

 

ไม่ถึงยี่สิบนาทีของทั้งสิ้นเป็นอันไปนอนอยู่ในรถรอคนขับสตาร์ทเครื่องขับออกไป พอรถขนของออกไปได้แล้วรถขนคนก็แล่นตาม ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กระจายกันไปนั่งตัวเปียกหนาวสั่นในรถตู้สามคัน เว้นแต่นางเอกกิตติมศักดิ์ที่นั่งเป็นเจ้านายอยู่ที่เบาะหลังในรถคันเก๋งคันโก้

 

รถที่ออกไปรั้งท้าย ก็คือรถจี๊บของสึบาสะและคาเมะนั่นเอง

 

ทำไมคุณไม่นั่งไปกับเขาล่ะ คันนี้ไม่มีหลังคาประตูมันไม่มั่นคงนักหรอกนะ

 

แล้วจะให้ผมทิ้งคุณขับรถอยู่คนเดียวหรือไงครับ เผื่อรถตกหล่มพลิกคว่ำผมจะได้ข่าวเพิ่มด้วยไง อีกอย่างเขาก็ที่เต็มหมด หรือจะให้ผมไปขอที่นั่งคุณเอมิเขาคงยินดีหรอก

 

ก็นั่งหน้าคู่คนขับไม่เห็นยาก

 

คาเมะโบกมือให้สึบาสะเลิกพูดแล้วรีบๆ ออกรถไปเสียที ความจริงคาเมะไม่อยากบอกเลยว่า รถจี๊บบุโรทั่งคันนี้ดูทนฝนทนลมกว่าไอ้รถเก๋งคันหรูนั่นตั้งเยอะ

 

.....................................................................................................................................

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน เข้ามาอีกที ย้ายแล้วเหรอเนี่ย เพิ่งไป post ใน cafe บอกว่าชอบฟิคของน้อง(พี่แล้วไง) พูดซะดิบดี ปรากฎว่าผิดเรื่อง ฮา จริง ๆ แล้วชอบเรื่องนี้ละ ถ้าจะเอารายละเอียดการเม้นต์ไปอ่านในทู้โน้นละกันนะจ๊ะ ขี้เกียจได้อีกคนเรา

เข้ามาทักทายและแนะนำตัวอย่างไม่เป็นทางการครับ นมัสเตครับ

#1 By NamastE on 2007-03-17 20:20

เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านเรื่องนี้ค่ะ
สนุกมากเลย การเดินเรื่องก็ดี ดูเป็น...เอ่อเป็นไงดีอธิบายไม่ถูก
แต่ว่าสนุกกว่าฟิคเพ้อฝันเยอะอ่ะค่ะ

#2 By นุช (202.57.177.174) on 2007-04-28 19:43

นี่มันชีวิตจริงของคนเขียนชิมิ

ไอ้ศิราณีที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนน่ะ

แซวๆๆๆ

(ได้ข่าวเราก็ปรึกษากะเค้าด้วย)

เห็นมั้ยๆจินอิ๊บคาดผมคาเมะไปจริงๆ
อย่างที่พี่คุยกะแจนวันนั้นง่ะ....คนเขียนจำไม่ได้
แต่คนอ่านจำได้นะเอออ....

#3 By kmn (220.224.23.99) on 2007-05-01 02:50

สำนวนการเขียนเอี้ยอะไรอย่างเน้...ทำไมมันห่วยอย่างนี้ฟะ เอาวะ พัฒนาการๆๆๆ

#4 By แจน (161.200.255.162) on 2007-05-03 01:28

อ่านตอนแรกจบแล้วแจน (หลังจากถูกน้องขัดจังหวะการอ่าน เหอๆ )
อ่านเรื่องนี้ซึมซับชีวิตนักข่าวเลยอ่ะ 555+ ชักจะมองเห็นภาพตัวเองในอนาคตรางๆ
คาเมะนี่ ทั้งงานทั้งศิราณี - -" เหนื่อยตายชัก เอิ๊กส์ๆ

ในเนื้อเรื่อง แตงชอบที่มันเน้นความเป็นจริงเป็นหลักค่ะ ดีกว่าฟิคชั่นที่ชอบเพ้อเจ้อ 555+ มันอิงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงแต่ละอาชีพ
( แอบหมั่นไส้ยัยเอมิ สตอเบอรรี่เหลือเกิ๊นนนน)
ส่วนการกินเอแคล์ของคุณจิน เหอๆเป็นที่ติดใจ เดี๋ยวว่างๆจะลองไปกินแบบจินบ้าง แต่คงกินที่บ้าน ถ้าข้างนอกคงถูกเหล่ - -"

ไปละ ไปอ่านตอน2 ^^

#5 By Tang@ai_lovehiroki (203.155.221.240) on 2007-05-31 20:55

ไม่มีหวานเลยอ่ะ

#6 By WanNY (125.25.50.234) on 2008-06-11 15:03

ดูเนื้อเรื่องมีเนื้อหาดีเหมืนกัน confused smile แต่ไม่ค่อยเห็นฉากคูพระเอก กะนายเอกเท่าไรเลย
ปล.แอบจิกใครแถวเมืองไทยบ้างป่าวคะ question

#7 By Tak ka (202.47.224.211) on 2008-06-14 04:31

เป็นนักข่าวหรือนี่ เหมาะนะเนี้ย

ขำไอ้เรื่องที่เป็นศิราณีอะ มันอาจจะเป็นปกคิมั่งเนอะ

ที่คนเป็นศิราณีมักยังเป็นโสด เหอ เหอ

#8 By nao (202.28.27.6) on 2008-08-11 13:18

ชีวิต แบบ เรียลไลฟ์ ขนานแท้ คาเมนาชิเอ๋ย~...

สมบุกบสมบัน ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แถมมีการอยากขอทำเพิ่ม เมื่อเห็นเรื่องห่วยๆที่เกิดจากการเห็นแก่ตัวที่ไม่ที่สิ้นสุด

เป็นชายชาตรีขนานแท้ แม้จะเอวบางร่างน้อยก็เหอะ เห่อ เห่อ อ้อ ควบตำแหน่งที่ปรึกษามือทองด้วยอีกซีนะ

คุณพี่ป่าไม้ สึบาสะก็ไม่แพ้กัน ^^

#9 By pierce on 2008-08-16 16:36

โห แต่งได้เป็นนักข่าวจริงๆ แล้ว

อ่านแล้วนึกถึง สามนักข่าวสาวของกิ่งฉัตร

อืมมมม คาเมะเหมือนสาระวารีเลยอ่ะ 5555+

หายากมาก กว่าจะเจอฟิคดีๆ แบบนี้

#10 By Mi-o (125.25.102.161) on 2008-11-27 14:12