Strategic Love part end

posted on 15 Feb 2007 02:38 by asuka-jan  in Strategic-Love

 

ไหนว่าจะไม่ใจร้อนไงครับคุณจิน

 

จินจับมือที่ยันอกกว้างของตนออก ความคิดที่จะให้วางเกี่ยวไว้ที่ต้นคอของเขาเปลี่ยนไปยามเห็นสีหน้าตื่น ตระหนกระคนหวั่นไหวของร่างในพันธนาการ ตัดสินใจรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วจับให้ไปอยู่ด้านหลัง ยิ่งเขารุกดันเข้าไปจนชิดผนัง สองมือที่ถูกรวบไว้ข้างหลังนั้นเองก็บังคับให้ส่วนสะโพกโค้งแอ่นมาหา

 

คุณจิน อย่าเพิ่ง

 

หน้าขากดนาบสนิท เท่านี้ก็สั่นไปทั้งกาย สะท้านไปทั้งใจ ดวงตาเบิกโพลงสลับหรี่ปรือด้วยถูกคลื่นอารมณ์ซัดกระหน่ำ จินบังคับไม่ให้หลุดเสียงพึงพอใจเป็นการปลุกสติรับรู้ ริมฝีปากควรได้ทำหน้าที่เหนือกว่านั้นในเวลานี้ แต่ถึงอย่างไร ดวงตายังขอจับจ้องทุกอาการไม่ยอมพลาด

 

ทุกการกดย้ำ จินตรวจสอบผลลัพธ์ของมันเสมอ

 

คุณจิน คุณพ่อผม-

 

ท่านหลับไปแล้วไม่ใช่หรือคาเมะ ไม่งั้นจะกล้ารังแกลูกชายท่านตรงนี้ได้ไง

 

คุณจิน ไม่เอา...

 

ร้องไปเถอะคาเมะ เสียงของคุณยิ่งทำให้ผมรู้ว่าตรงไหนที่ผมต้องเน้น ซ้ำ และย้ำให้หนักๆ

และเมื่อไหร่...ที่ควรก้าวต่อ

 

คุณ อ๊ะ ไม่หยุดผมร้องจริงๆ น้า...

 

ร้องเลยคาเมะ ตรงนี้ใช่มั้ย ตรงนี้ด้วยใช่หรือเปล่า

 

ผมเตือนแล้วนะ อ๊า... คุณจิน

 

คุณจิน...ฮึก

 

คุณ...

 

กริ้ง..............................งงง

 

เสียงแสบแก้วหูดังเสียดค้อน ทั่ง โกลนจนจินตั้งตนอยู่ในกามพรตไม่ไหว กระดอนเด้งกายจนตัวตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง

รสชาติความจุกไม่ได้ต่างไปจากครั้งแรกที่เคยลิ้มรส การตกจากเตียงขนาดคิงไซส์ช่างเป็นเรื่องอัปยศที่เกิดขึ้นได้ครั้งแล้วครั้งเล่า...

 

ไอ้นาฬิกาปลุกชั่ว มาร้องตอนกำลังจะ...จะเข้าด้ายเข้าเข็มทำไมวะ แค่ซอกคอเนินอกยังไม่ลงไปถึงไหนๆ เล้ย ไอ้เลว!

 

จินนอนรำลึกถึงความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่จะถูกกระชากปลุกอยู่กับพื้น รสชาติหอมหวานในจินตนาการและความนุ่มนิ่มของหมอนข้างมันชวนให้เคลิ้มหลับ กลับไปต่อความฝันเป็นนักหนา และการตื่นตัวยามเช้าของจินน้อยก็สอดคล้องกับอารมณ์ที่ค้างอยู่เป็นอย่างดี

 

โถ... ถ้าเมื่อกี้ อีกนิด...ก็เปียกไปโดยไม่ต้องบิ๊วเองต่อแล้ว...

นี่ต้องไปจัดการสานต่ออีกใช่มั้ย.... แง๊ จินจะเอาของจริง ของจริง ของจริง

 

เจ็ดนาฬิกาสี่สิบสามนาที อาคานิชิ จิน หยิบหวีขึ้นมาเคาะศีรษะหาแนวแสก ขวาร้ายซ้ายดี แสกเบี้ยวไปสามสี่ทีกว่าจะได้เป็นแนว

นี่มันเช้าเกินไป คนอย่างอาคานิชิจินไม่เคยตื่นก่อนสิบโมงมาแปดปีแล้ว...ถ้าไม่ต้องรีบไปทำธุระให้ดวงใจ ให้ตายก็ไม่ตื่นนะเนี่ย

 

จนถึงเย็นไม่ได้หอมสักฟอดล่ะไม่ยอมจริงๆ

 

.......................................................................................................................................

 

หลังจากทำหน้าที่ว่าที่ลูกเขยอันสมบูรณ์แบบไปแล้วเมื่อวาน วันนี้จินก็หอบนมกระป๋อง รังนก และผลไม้ สิริรวมสามกระเช้าไปฝากยามใกล้จะเที่ยง คาเมนาชิผู้พ่อยิ้มรับแขก ยกมือข้างที่ไม่ได้เสียบสายน้ำเกลือขึ้นแตะมือเขานิดๆ ตามธรรมเนียมคนวัยคูล

 

คุณพี่เป็นยังไงบ้างครับ

 

ดีขึ้นแล้ว นี่หอบอะไรมาเยอะแยะน่ะ

 

คุณพี่เมียงมองของเยี่ยมไข้ที่จินหอบมาด้วยท่าทีสนใจ แม้รู้อยู่ว่าอย่างไรวันนี้เขายังกินอะไรไม่ได้นอกจากอาหารอ่อนๆ ของทางโรงพยาบาลเพียงเท่านั้น

 

นี่คุณพี่ทานกลางวันรึยังครับ ผมซื้อโจ๊กหมูมาด้วย น่าจะทานได้

 

จินไม่รอให้ตอบ จัดแจงหยิบชามซูเปอร์แวร์ที่ติดมาด้วยแล้วเทโจ๊กใส่ให้รุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่ รีรอ โจ๊กหน้ามหาวิทยาลัยเจ้าเก่าแก่ส่งกลิ่นกรุ่นหอม ยั่วทั้งน้ำลายและกรดในกระเพาะของรุ่นพี่คาเมนาชิเป็นอย่างดี

 

ไม่ได้กินมาหลายสิบปีแล้วนะเนี่ย ยังขายอยู่อีกหรือ

 

ตอนนี้ลูกชายคนโตเป็นคนทำแล้วล่ะครับ ส่วนโซฟุก็นั่งดื่มน้ำชาดูหลานๆ ไป คุณพี่รีบทานเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย

 

จินเลื่อนโต๊ะให้ชามโจ๊กไปให้ แล้วจึงผละไปรินน้ำใส่แก้วเสียบหลอดยาวสีส้ม บริการดีไม่มีที่ติ จากน้องรุ่นห้าสิบสี่ บริการให้รุ่นพี่รุ่นยี่สิบเจ็ด

 

ความบังเอิญอันไม่อยากจะเชื่อรูหู เขากับว่าที่คุณพ่อตาจบมาจากคณะเดียวกัน! เพียงแต่เขาเอกโฆษณา แต่คุณพี่พ่อตาเอกหนังสือพิมพ์ เรื่องนี้แม้แต่คุณลูกก็ไม่รู้ เพราะเกิดมาพ่อกับแม่ก็ช่วยกันขายม่านมู่ลี่เป็นกิจการครอบครัว สืบสาวเรื่องราวถึงได้ทราบ ว่าที่แท้เป็นกิจการที่สืบทอดมาจากคุณตา โดยมีเงื่อนไขว่า จะยกลูกสาวให้ต่อเมื่อเลิกเป็นนักข่าวไส้แห้งแล้วมาช่วยทำงานของตระกูล

 

เมื่อรู้ที่มาที่ไปกันกระจ่าง จินที่กำลังจะเรียกคุณพ่อหรือคุณอาตามสมควร ก็ถูกสั่งให้เรียกพี่เพราะถือมาจากที่เดียวกัน

 

พี่ก็พี่ ว่าแต่ผมจีบลูกชายพี่ได้มั้ยครับ

 

ระบบโซตัสทำให้จินนอบน้อมเอาใจ รวมไปถึงตีสนิทรุ่นพี่ของเขาได้อย่างไม่ดูแปลกประหลาดอะไรมากมาย เมื่อวานนี้หลังจากที่คุณพี่ฟื้นเอาในตอนค่ำ คุณน้องจินก็อยู่เป็นเพื่อนคุยรื้อความหลังสมัยเรียนกันจนคนป่วยแจ่มใสไม่ ยอมหลับยอมนอนร้อนถึงคุณลูก ที่เป็นีห่วงคุณพ่อจนต้องจำใจสะกิดไล่คนช่างจ้อให้กลับบ้านกลับช่องไปเสีย

 

เอ้อ เดี๋ยวเจ้าคาซึยะมันจะเข้ามาตอนเที่ยงนะ นายก็อยู่รอมันก่อนสิ

 

ครับ

 

รับคำสั้นๆ เหมือนแค่ตามใจคนมากวัย แต่หัวใจนี่สิสั่นระริก ลำพองว่ามีพ่อตาคอยให้ท้าย ลูกชายจะไปไหนรอด

 

คิด ถึงเต่า เต่าก็มา เสียงเปิดประตูโดยไม่มีเสียงเคาะก๊อกๆ นำ จินไม่ต้องหันหลังไปดูก็แน่ใจว่าเป็นคนที่เขากำลังคิดถึง ไม่ใช่สิ คนที่เขาคิดถึงทุกเวลาต่างหาก

 

อ้าว คุณจิน มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

 

เมื่อหัวใจเรียกหาครับ

 

เมื่อครู่เอง ผมซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาฝากคุณพ่อคุณ แล้วก็เอาเช็คค่าตัวคุณมาให้ด้วย

 

แววตาวาววับหันมาสบตรงที่คู่สนทนา แววตาที่คาเมนาชิคนพ่อไม่มีโอกาสได้เห็น แต่คุณลูกรับไปเต็มๆ มือที่ยื่นมารับเช็คนั้นจึงละล้าละลังสั่นๆ สู้ๆ......เล็กน้อย

 

คาเมะรับซองยาวสีขาวไปเปิดดูตัวเลข แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อในซองนั้นมีเช็คถึงสองใบด้วยกัน

 

ใบแรก สั่งจ่ายในนามของบริษัทโฆษณา แต่ใบหลัง สั่งจ่ายจากบัญชีของนายอาคานิชิ จิน

 

นี่มันอะไรครับ

 

ค่าผ้าม่าน ยังมีอีกห้องที่คุณยังไม่ได้ไปติดม่านให้ผม

 

คิ้วเรียวของคาเมะเลิกขึ้นสูง ระลึกถึงภาพบ้านทั้งหลังนั้นก็มั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าไม่น่ามีชั้นสามหรือ ห้องใต้ดินตรงไหนให้ต้องไปติดม่านได้อีก แต่ปากยังไม่ทันจะร้องถาม คาเมนาชิคนพ่อที่ยังเคี้ยวก้อนหมูนุ่มก็เอ็ดตะโรลูกชายขึ้นมาก่อน

 

อะไรกันเจ้าคาซึจัง ทำงานให้นายจินมันไม่เรียบร้อยหรือ

 

ไม่ใช่หรอกครับคุณพี่ เผอิญผมทำห้องเพิ่มน่ะครับ เลยอยากให้คาซึจังเขาไปติดม่านอีกที

 

คาซึจังหันขวับจับจ้องคนถือโอกาส ถ้าไม่อยู่ต่อหน้าพ่อเขาจะจัดการสั่งสอนเสียให้ บังอาจมาเรียกเขาด้วยนามอันสงวนไว้สำหรับคนในครอบครัว

 

คนถือดียิ้มใส่ตาคาเมะอย่างใสซื่อ เหมือนไม่รู้ในข้อกล่าวโทษที่ได้รับ

 

คาซึจังก็ไปกับพี่เขาเลยแล้วกันนะ พ่ออยู่ได้ไม่ต้องเฝ้าหรอก ไปจัดการทำงานให้เสร็จเสียดีกว่า

 

คุณพี่พ่อตาโยนเต่าเข้าปากหมูที่รองับ จินซ่อนยิ้มในสีหน้าปกติธรรมดา มีเพียงคนที่เริ่มรู้ทันเท่านั้นที่มองเห็นไปถึงความลิงโลดภายใน

 

แต่ว่า พ่อ

 

เออ ไปเถอะ ทำงานทำการให้เรียบร้อย เดี๋ยวมาอยู่กับพ่อตอนเย็นๆ ก็ได้

 

ดังนั้นพออยู่รอจนคุณพ่อรับประทานเสร็จจนเอาจานไปล้างเรียบร้อย บังคับให้กินยาที่คุณพยาบาลเพิ่งเอามาส่งแล้ว คาเมะจึงต้องระเห็จไปบ้าน พี่เขา ตามสั่ง

 

จินเดินนำไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ใต้ต้นเมเปิ้ลใบเขียว กดรีโมทปลดล็อก แล้วจึงเดินไปเปิดประตูด้านตรงข้ามคนขับ แล้วอ้อมกลับมาขึ้นรถในฝั่งตัวเอง

 

คุณจินครับ จะให้ผมไปติดผ้าม่านห้องไหนอีกครับ แล้วตัวเลขในเช็คที่คุณเขียนมา มันมากกว่าที่ผมติดม่านให้คุณทั้งหลังนั่นอีกนะ

 

พอคาดเบลท์แล้วคาเมะก็ซักถามเสียงเครียด

 

ห้องพิเศษ... ราคานั่นผมเขียนเผื่อไว้ อยากได้ผ้าลูกไม้...จากรัสเซีย

 

จินแถหน้าตาย ไม่รู้หรอกว่าผ้าลูกไม้แพงๆ นั่นเขานำเข้ากันจากประเทศไหน ถักทอกันจากที่ใดของโลก

 

ครับ ลูกไม้รัสเซีย งั้นจอดรถครับ ผมไปเอาแคตตาล็อกผ้าลูกไม้รัสเซียจากที่บ้านผมก่อน

 

ไม่เป็นไรๆ ลายผ้าผมให้คุณเลือก ไปบ้านผมก่อนน่า... ไปวัดกว้างคูณยาวให้เรียบร้อย

 

จินกดเปิดเพลงจากซีดีเสียงดังลั่น กะยุติบทสนทนาชั่วคราว

 

คาเมะก็หรี่เสียงให้ดังเท่าหูแมวได้ยิน

 

คุณจินครับ

 

ครับ รับคำพร้อมบิดพวงมาลัยตีโค้งเก้าสิบองศา

 

เมื่อเช้าคุณหมอบอกผมว่าจะให้คุณพ่อนอนโรงพยาบาลอีกสามคืน เพราะฉะนั้นค่าห้องพิเศษผมคำนวณแล้วก็น่าจะเกินค่าผ้าม่านผืนแดงนั่นนิด หน่อย ยังไงเดี๋ยวผมจะจ่ายส่วนต่างคืนคุณนะครับ

 

เรื่องเงินผมไม่คิดตอนขับรถ ยังไงไปถึงบ้านก่อนนะคาเมะ

 

จินเพิ่มเสียงเพลงให้ดังตามเดิม โยกศีรษะสั่นซ้ายขวาเหมือนเมามันกับเพลงร็อคอิเลกโทรนิคจังหวะช้าๆ นั่นซะเหลือเกิน

 

..........................................................................................................................................

 

ไหนครับ ห้องไหนที่คุณว่า

 

ชิญทางนี้เลยครับ

 

ทางนี้ของจินคือ ลึกเข้าไปในโซนสีเขียวแก่และสีฟ้าของบ้าน

 

ห้องนี้แหละ คุณวัดได้เลยนะ

 

จินผายมือไปยังส่วนห้องน้ำ ที่ก่อนหน้านั้นเลยโล่งกว้างก่อนจะถูกครอบไว้ด้วยกระจกฝ้า แต่บัดนี้มันเปลี่ยนไปอีกครั้ง เพราะกระจกนั้นกลับกลายเป็นกระจกใส ใสปิ๊งวับแม้จะหนาเกือบเซนฯ

 

ดูคุณมีเงินเหลือเยอะดีนะ

 

จินยิ้มรับคำประชด แต่ถ้าไม่นับเงินมรดก เจ้าจุนโนะมันรวยกว่าผมอีกนะ

 

คาเมะเอียงคอเล็กๆ กับคำพูดแปลกๆ ของจิน แต่น้ำเสียงยังฟังดูดีๆ อยู่จึงไม่สนใจอะไรมาก ควักตลับเมตรลงมือทำงานไปเสีย จินเข้ามาช่วยเหลือเป็นปกติ แต่ส่งรัศมีลวนลามไปคลื่นอ่อนๆ เท่านั้น

 

ผมไปยกเก้าอี้มาให้ เพราะกระจกติดสูงจรดฝ้าเพดาน จินเอื้อมจนสุดมือก็ยังเหลืออีกหลายสิบเซน

 

จินยกเก้าอี้มาตั้งแล้วช่วยจับให้ตอนคาเมะปีนขึ้นไป ขาเก้าอี้เหมือนจะไม่เท่ากันนิดหน่อย ถึงโยกเอนจนบางครั้งคนยืนอยู่ด้านบนสะดุ้งตกใจ

 

แหม ถ้าเป็นจุนโนะ มันคงไม่ต้องใช้เก้าอี้เลย ออกจะสูงเป็นเสาไฟฟ้า

 

คราวนี้คนฟังไม่เพียงเอียงคอ แต่เริ่มขมวดคิ้วแปลกใจจริงจัง

 

เดี๋ยวผมไปหากระดาษมาจดให้ จินละไปหยิบกระดาษปากกา ส่งให้คาเมะไปจดตัวเลขที่วัดได้ขยุกขยิก

 

อ่า...คุณจินครับ ปากกาเขียนไม่ติด

 

จินเดินไปหยิบปากกาด้ามใหม่ แล้วโยนด้ามเก่าทิ้งลงถังขยะไม่ใส่ใจ

 

ผมนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ ปากกาหมึกหมดก็ไม่รู้ ไม่เหมือนจุนโนะมัน หมอนั่นรอบคอบ

 

คุณจิน

 

ครับ?”

 

จินเลิกคิ้วสูงแต่สายตาหันไปมองทางอื่นอย่างน่าหมั่นไส้

 

คุณจะพูดถึงพี่จุนโนะแบบนั้นทำไมครับ

 

อะไร ผมชมมันนะ ไม่ได้ว่าอะไรมันสักคำ

 

นั่นแหละครับ คุณจะพูดถึงพี่จุนโนะทำไมบ่อยๆ

 

อ้าว ก็นึกว่าชอบ

 

ทำไมผมต้องชอบ

 

จินเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม หัวเราะแค่น หันกลับมาประจันหน้าคาเมะที่จ้องหาเอาคำตอบจากเขา

 

ก็ถ้าเราชอบใครสักคน ก็อยากจะฟังเรื่องของเขามากๆ ไม่ใช่หรือไง

 

หลังจากส่งคำตอบแสนรวนไปให้ ปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ก็คือสายตาลุกวาบคล้ายคนที่เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

 

คุณจินครับ

 

ครับ?”

 

ผมไม่ได้ชอบพี่จุนโนะแบบนั้นนะ

 

แล้วแบบไหนล่ะ

 

เพิ่มดีกรีความกวนประสาทในน้ำเสียง ยั่วยุให้คนบางคนโมโหจนขาดสติไตร่ตรอง...อาคานิชิ สตาร์ทโตะ

 

ไม่ใช่แบบนั้นแล้วกัน

 

เถอะ ไม่ต่างกันหรอก

 

ต่างสิ

 

ต่างยังไง

 

ก็ต่างอ่ะ

 

คุณก็บอกมาสิ ว่าที่คุณชอบผมกับที่ชอบไอ้จุนโนะมันต่างกันยังไง

 

ก็ผมชอบพี่จุนโนะแบบพี่ ส่วนคุณน่ะผมชอบแบบ ...เฮ้ย

 

กว่าจะรู้ว่าโดนใครหลอกล่อให้ไปตกหลุมพราง คาเมะก็ตื่นตูมจนผลักตัวขึ้นมาและเอาเท้าเขี่ยดินกลบหลุมไม่ทัน...อาคานิชิ Yatta!

 

คุณมันตัวร้าย

 

จินรับคำประณามเหล่านั้นด้วยความเต็มใจ เผยสีหน้าแท้จริงยิ้มกว้างสมใจไม่เท่าไหร่ ก็ต้องออกตัวรีบคว้าแขนของกระต่ายในหลุมที่จะกระโดดหนีกับดัก

 

จะไปไหน

 

คุณปล่อยผมนะ

 

จินกลัวกระต่ายจะดิ้นหนีได้ จึงออกแรงรัดโดยไม่คณนาต่อแรงขัดขืนทั้งมือและเท้า

 

อยากเจอศอกอีกหรือไง ร่างในอาณัติขู่ฟ่อๆ

 

จะทำอะไรเตือนผมให้รู้ตัวทำไมล่ะคาเมะ

 

ผลของคำพูดยั่วเย้า คาเมะจึงกระทืบเท้าลงไปที่เท้าจินอย่างแรง แต่โชคดีของจินที่หลบทัน เท้าของคาเมะจึงกระแทกพื้นเปล่าไปเต็มๆ

 

เจ็บก็เจ็บ แถมยังหลุดจากอ้อมกอดงูเหลือมนี้ไม่ได้

 

คุณวางแผนไว้หมด ทำเป็นพูดถึงพี่จุนโนะ คุณ... ไหนพี่จุนโนะบอกว่าคุณตรงไปตรงมา ผมน่าจะรู้ คุณเจ้าเล่ห์กับผมตลอด

 

ฮื่อ กล่าวหา ผมเป็นนักโฆษณานะคาเมะ ผมก็แค่ทำตามตำราของผม

 

ตำราบ้าอะไร

 

เล่มไหนคาเมะจะไปฉีกให้ดู

 

คล้ายว่าจินเดาใจได้ จึงรีบตอบคำถามก่อนที่คาเมะจะแล่นไปฉีกเอามั่วๆ

 

หลักของการโฆษณามีอยู่สี่ขั้นตอน... ขั้นแรก awareness ผมมีหน้าที่ทำให้ผู้บริโภครับรู้การมีอยู่ของสินค้า ผมแค่ทำทุกอย่าง...เพื่อให้คุณรับรู้ตัวตนของผม

 

ถึงได้พยายามเรียกร้องความสนใจนักหนาตั้งแต่แรกเจอ

 

ต่อมา persuade โน้มน้าวใจให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้านั้นดีมีคุณค่า ผมก็พยายาม...ทำให้คุณเห็นดีเห็นงาม...ในตัวผม แต่จะเห็นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

จินจับตัวคาเมะโยกไปมาเบาๆ เหมือนความดีมันจะแทรกซึมผ่านตัวเข้าสู่สมองได้กระนั้น

 

และขั้นที่สาม motivate กระตุ้นให้เกิดความต้องการ อันนี้อย่าให้ผมอธิบายเลยเดี๋ยวมันจะไปเข้าเรื่องอย่างว่า

 

สิ้นเสียงหัวเราะแผ่วของตัวเอง จินเลื่อนแขนข้างหนึ่งออกจากเอวบางหยุดอยู่ตรงหัวไหล่มนในเสื้อแขนกุด ฝังปลายจมูกลงกับกลุ่มผมของคนที่กำลังสงบใจรับฟัง

 

ข้อสุดท้าย action ทำให้เกิดการกระทำ ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้านั้นไป คุณล่ะคาเมะ นึกอยากได้สินค้าและบริการตัวนี้บ้างหรือยัง

 

วาจาออดอ้อนของนักโฆษณามืออาชีพ ไม่รู้จะชักจูงให้คนขายม่านให้ใจอ่อนได้สักเท่าไหร่ คนในอ้อมแขนก็ช่างนิ่งเสียนัก จินเลยไม่อยากนึกเดาอาการ ไต่ดมดอมกลุ่มผมหอมไล่ลงมาที่ข้างขมับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาดีกว่า

 

คุณจิน

 

เมื่อถูกเรียกขณะยังเพลินๆ จินก็งึมงำตอบไปงั้นๆ หืม

 

คุณนึกออกมั้ยครับ...ว่าผมเรียกคุณว่าคุณจินตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เออ นั่นสิ เมื่อไหร่กัน เรียกเป็นธรรมชาติเสียด้วย เขาเองก็ไม่เคยนึกเอะใจ

แต่ฟังจากน้ำเสียงคาเมะแล้ว ดูไม่ใช่ประโยคคำถามนัก จินก็เลยก้มหน้าลงไต่จมูกปากไล่ต่อไปเรื่อยๆ

 

ผมเรียกคุณว่าคุณจิน เพราะพี่จุนโนะบอกว่าเรียกแบบนี้คุณจะพอใจมากกว่า คุณเป็นลูกค้าผมก็มีหน้าที่ทำให้ลูกค้าพอใจ

 

แค่นั้นเองหรือ รวมถึงที่นิ่งยอมให้เขาเอาแต่ใจนี่ด้วยหรือเปล่า

 

เพราะเขาเป็นลูกค้า คาเมะถึงต้องทำให้เขาพอใจ

 

เมื่อจินปล่อยมือลง คาเมะก็หันหน้ากลับมาหา การกระพริบตาถี่ๆ นั่นพอทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้าง จากที่เมื่อสักครู่มันแห้งผากเช่นคนโดนตัดกำลังใจ

 

แล้วผมก็เรียกคุณแบบนั้น...มาตลอด ถ้าจะให้กลับไปเรียกว่าอาคานิชิ ผมก็คงไม่ชิน

 

คาเมะสูดลมหายใจเข้าลึก แต่จินกลั้นลมหายใจฟัง จนเกือบขาดใจคาเมะก็หันหลังให้ดังเดิม

 

เวลาที่ผมอยู่กับคุณ ทุกครั้งเลย คุณจะชอบมา...มาอยู่ข้างหลังผมใช่มั้ย นั่นแหละ ผม ผมชิน...ที่จะเป็นแบบนั้น

 

ไม่ต้องเสียเวลาใคร่ครวญให้มากมาย แม้ยังประมวลตีความหมายอะไรไม่แจ้ง จินก็รีบทำตามเคยชินของคนตัวเล็กเอวบางเดี๋ยวนั้น พร้อมการสร้างความเคยชินใหม่ๆ...

 

ด้วยจุมพิตลงตรงซอกคอ

กลิ่นหอมที่รวยระรินเข้าฆานประสาท ทำให้จินมึนงงจนไม่อยากไถ่ถามหาความอะไรต่อ

 

ผู้ชายเขาไม่พูดมากกันหรอก การกระทำมันซื่อสัตย์กว่านัก

ถามเอาจากอาการขลุกขลิกนิดๆ หน่อยๆ เหมือนคนจั๊กจี้แต่ไม่มีท่าทีดิ้นหนีนี่ก็ได้...

 

ใครว่ามีแต่ผู้หญิงที่ทักถามหาความอบอุ่น จินก็ปรารถนากายอุ่นแถมหอมกรุ่นจากคนในอ้อมอกเช่นกัน นึกอยากจะเป็นฝ่ายซอนซบซุกอกอุ่นเองเสียแล้ว อยากฟังเสียงหัวใจดวงเล็ก จะเต้นเป็นจังหวะไหนกันน้า...

 

วันนี้เป็นวันดีเหลือเกิน

 

คุณจิน

 

ครับผม

 

ปล่อยก่อน

 

ไม่เอา อยู่อย่างนี้มีความสุขดี

 

เรื่องอะไรจะปล่อย เพื่อแลกกับการได้กอดแนบสนิทชิดเนื้อขนาดนี้ เขาลงทุนไปเท่าไหร่มีใครรู้บ้าง

 

อย่างน้อย...ก็โดนถีบไปหน โดนศอกไปอีกหน

 

ปล่อยเถอะครับ มันไม่ไหวแล้ว

 

โอ้...ไม่ไหวอะไรกัน ไม่ไหวเหมือนจินหรือเปล่าจ๊ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคาเมะจะ ว่าคาเมะจะ...ขนาดนี้

 

ผมปวดห้องน้ำมาก ปล่อยเถอะครับ นะ อั้นมาตั้งนานแล้วด้วย

 

ราวกับมีคนเอากระบองมาทุบหัว อารมณ์โรแมนติกของจินหายฮวบ มือตกลงข้าวลำตัวไร้เรี่ยวแรง เอียงหน้าเข้าหามือของคาเมะที่ยกขึ้นมาแตะแก้มเขาเหมือนปลอบประโลม

 

แล้วก็ช่วยออกไปรอนอกบ้านด้วยนะครับ

 

ทำไม...

 

เสียงครางระโหย อะไรกัน แตะนิดจุ๊บหน่อย ถึงกับถูกเชิญออกจากบ้านตัวเองเชียวหรือนี่

 

ห้องน้ำของคุณ...เป็นแบบนี้ ถ้าคุณไม่ออกไป ก็หลีกครับ ผมไปขอใช้ห้องน้ำบ้านอื่นดีกว่า

 

อย่างนี้อย่างไหน ก็แค่ติดกระจกใสเท่านั้นเอง

 

ผมหันหลังให้ก็ได้ ไม่แอบดูหรอก ทั้งหันหลังทั้งปิดตาก็ได้อ่ะ จินสาธิตให้ดูยืนยันคำพูด

 

ผมเชื่อก็บ้าแล้วครับ ออกไปนะ ไปดีๆ ดีกว่า เวลาผมปวดห้องน้ำมากๆ ขามันจะกระตุกง่ายนะครับ

 

Slim but Strong ถึงคาเมะไม่ได้กินโยเกิร์ตจินก็ต้องเชื่อ เพราะแค่แรงผลักเบาๆ ด้วยมือ ตัวจินก็กระดอนไปไกลกว่าสองเมตรแล้ว

 

จินเดินตุปัดตุเป๋ เซซัดออกไปนอกบ้านอย่างจำใจ พ้นออกนอกประตูปุ๊บ นับหนึ่งถึงสามในใจ ก็วิ่งอ้อมตัวบ้านไปที่หน้าต่างข้างห้องนอนทันที

 

อูย...แม่เจ้า ขาวแท้ ไม่เสียแรงเกิดมาจริงๆ

 

เตือนตัวเองให้แม่นมั่น จะผ้าลูกไม้จากประเทศไหนก็เหอะ เอาโปร่งๆ ทอบางๆ!

 

...........................................................End..........................................................

 

**ตอนพิเศษยูพี**

 

ไอ้จิน แกอยู่ไหนวะ

 

อยู่บ้าน? เออๆ ช่วยตามเด็กแกมาถ่ายซ่อมให้หน่อยดิ

 

เออ มันมีบางฉากไม่นิ้งว่ะ

 

เออ พรุ่งนี้ๆ แล้วถ้ายังไงโทรกลับมาด้วย

 

ไอ้นี่ ขัดจังหวะนิดเดียวทำบ่น พ่อตัดเงินเดือนซะดีมั้ย

 

เออ วางแล้วๆ

 

บ๊ะ อะไรของมันนักหนา ลางานวันที่สามในรอบเดือนยังมาบังอาจทำเสียงเขียวใส่คนอื่นอีกนะ ยูอิจิวางแกระหูโทรศัพท์ใส่เครื่องดังโครม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาสะสางเอกสารตรงหน้าต่อไป

 

ขณะนี้ฝ่าย Client service กำลังขาดคน เนื่องจากพนักงานผู้หนึ่งลาออกจากงานไปเป็นครูสอนหนังสือแทนเพราะเบื่อวงการ ธุรกิจ ยูอิจิจึงต้องทำงานแทนไปก่อนเพราะตอนนี้ไม่ใช่ฤดูเด็กฝึกงาน ผู้ช่วยและคนมาสมัครใหม่ก็ไม่มี

 

ถึงจะเป็นบริษัทเล็กๆ แต่ก็พอมีชื่อเสียงด้วยรับรางวัลโฆษณาดีเด่นไปหลายรายการ ลูกค้าจึงมีเข้ามาพอสมควร เม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามาก็มีมากพอๆ กับงานที่ทับถม

 

ก๊อกๆ

 

เสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นรบกวนสมาธิ

 

ยามะ...พี

 

ตกใจเสียลืมมารยาท เรียกชื่อเฉยๆ ไม่มีคุณนำหน้า แต่ดูเหมือนว่าคนถูกเรียกจะพอใจ

 

มีคนบริษัทคุณโทรเรียกผมมาดูงานที่ตัดต่อเสร็จแล้ว อธิบายเหตุผลด้วยใบหน้าสุดเย่อหยิ่ง ราวกับว่าการมาที่นี่เป็นเรื่องเสียเวลามากมาย

 

ยูอิจิถอนใจยาวกับอาการเหล่านั้น

 

ทำไมน้า..คนหน้าตาดีๆ ถึงชอบทำตัวไม่น่ารัก

 

ใครติดต่อคุณไปหรือครับ เรายังตัดต่องานไม่เสร็จเลย

 

ไม่ทราบ เขาไม่ได้บอกชื่อ บอกแต่ว่าให้มาที่นี่ เสียงพูดดูอึกอักเล็กน้อย ลูกตาสองข้างเหลือบซ้ายขวาเช่นคนโกหก แล้วสุดท้ายก็แหวแว็ดขึ้นมาเป็นทางออก นี่หมายความว่าผมมาเสียเที่ยวงั้นหรือ

 

ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็...ครับ ใช่ คุณมาเสียเที่ยว แต่ว่า... ยูอิจิรีบต่อคำพูดตัวเองรวดเร็ว เพราะกลัวคนขี้น้อยใจก้าวฉับๆ ออกไปเสียก่อน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว และเพื่อเป็นการรับผิดชอบที่ลูกน้องผมทำให้คุณเสียเวลา กรุณาให้เกียรติผมไปทานมื้อกลางวันด้วยกันนะครับ

 

ก็สิบเอ็ดนาฬิกาห้าสิบห้าพอดี ยูอิจิเผื่อเวลาห้านาทีให้ยามะพีตัดสินใจ

 

แล้วเขาก็ไม่คิดหรอก ว่าคนตรงหน้าจะปฏิเสธ

 

ก็ได้ ผมจะยกโทษให้โดยการไปทานมื้อเที่ยงกับคุณ

 

นั่นไง โถ... อยากไปทานอาหารด้วยกันบอกตรงๆ พูดง่ายๆ แบบเจ้าจินก็ไม่เป็น

ไม่ได้น่ารักเอาซะเล้ย...

 

คนไม่น่ารักเดินนำหน้าไปยืนรอที่ลิฟต์ ทั้งที่มาถึงก่อนแต่ก็เฉยรอให้ยูอิจิมากดลิฟต์ให้

 

กิ๊ง... พอประตูเปิด คนไม่น่ารักแต่เซ็กซี่อย่างร้าย ก็ก้าวขาเข้าลิฟต์แล้วบิดขาไขว้หมุนตัวหันหน้าออกประตูด้วยมาดซุปเปอร์โมเดล

 

ยูอิจิก้าวตามเข้าไป จนประตูปิดถึงได้เอื้อมมือกดปุ่ม แต่ไม่ใช่ปุ่มตัวเลขชั้น แต่เป็นปุ่ม Stop!

 

ตัวลิฟต์หยุดเคลื่อนที่ แต่ยูอิจิก้าวเร็ว แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาก็สืบเท้าพร้อมดันอีกคนให้ไปจนอยู่ตรงสุดมุมได้

 

จะทำอะไร! ยามะพีถามเสียงตระหนก แม้จะแอบกัดริมฝีปากล่างด้วยท่าทางตื่นเต้น

 

ยูอิจิยกนิ้วขึ้นแตะอวัยวะที่เขาหมายตานั่น

 

“you say it best, when you say nothing at all เคยได้ยินมั้ย

 

ไม่ได้ต้องการคำตอบ ยูอิจิปิดปากอิ่มเคลือบกรอสสีแดงวาวนั้นไว้ด้วยริมฝีปากตน ลิ้มชิมรสเชอร์รี่และสูดกลิ่นของมันเต็มอารมณ์

บางครั้งที่อาจเป็นวิธีที่สุดที่จะปราบพยศคนเอาแต่ใจ และยูอิจิเชื่อว่า สุดท้ายมันจะไม่จบลงด้วยการถูกตบหน้าหัน

ก็ถ้าจูบไปสักห้านาทีเต็ม มีแรงยกมือขึ้นตบก็ลองดูสิ

 

ยูอิจิทดลองตามความตั้งใจนั้น...เต็มที่

จนห้านาทีผ่านไป...

 

คนบ้า... ครั้งแรกทั้งทีเลือกที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ ลิฟต์มันมีกล้องวงจรปิด ยามะพีอาย...

 

ทีหลังทำตัวดีๆ เรียบร้อยน่ารัก และเอาแต่ใจให้มันน้อยกว่านี้ ไม่งั้นจะจูบลงโทษมันทุกที่แหละ

 

บ้า... หน้าไม่อาย

 

แล้วคนขี้อายมาชอบคนหน้าหนาอย่างผมทำไม

 

บอกเมื่อไหร่ว่าชอบ

 

ไม่บอกก็รู้น่า... หรือไม่จริง

 

ไม่จริงสักหน่อย

 

หรือ งั้นผมไม่ง้อนะ ผมไม่ชอบง้อคนที่ไม่มีใจให้

 

ยูอิจิทำท่าละออกไปเป็นการขู่ แต่แล้วก็โดนจิกแล้วถูกกลับด้านไปอยู่ในมุมแทน

 

ไม่เอา ต้องง้อ ยามะพีชอบคนเอาใจ

 

แต่ผมเอาใจไม่เก่งสักหน่อยW

 

นั่นแหละ ต้องฝึก

 

ทำไมต้องฝึก

 

ก็ยามะพีชอบ... ชอบให้คนเอาใจ

 

ก็ให้คนอื่นเขาเอาใจไปสิ

 

ไม่เอา จะเอายูอิจิ

 

ทำไมต้องยูอิจิ

 

ก็จะเอา

 

คนจะเอา จับแขนจิกเล็บใส่คนที่จะ ถูกเอา ไว้แน่น ยูอิจิถอนใจอีกครั้งด้วยอ่อนใจระคนเอ็นดู

 

ถ้าจะเอาผม ต้องยอมให้ผมเอาด้วย ไม่ใช่ หมายถึง... คุณต้องฝึกปรับตัวหาผมด้วย

 

ปรับตัวอะไร

 

ก็ทำตัวให้มันน่ารัก

 

ทำไม...ยามะพีไม่น่ารักสักนิดเลยหรือ

 

ชายหนุ่มในชุดเซ็กซี่ซีทรูลูกไม้สีดำทำตาปรอยน่าสงสาร น้ำตารื้นขึ้นมาจวนจะหยดเผาะ แนบชิดยื่นหน้าเข้ามาร้องเรียกความเห็นใจ

 

แบบนี้น่ารัก แต่เวลาคุณทำตัวเริด เชิด หยิ่ง ...ไม่ค่อยน่ารัก

 

ก็นั่นมันเอกลักษณ์ของยามะพี

 

ก็ให้มันเพลาๆ ลงบ้างได้มั้ย อย่างน้อยเวลาอยู่กันสองคน ว่าง่ายๆ กับผมหน่อย

 

ว่าง่ายๆ? พ่อแม่ยามะพีไม่เคยสอนให้ทำตัวง่าย

 

กับคนรักก็ไม่ได้เลยหรือ

 

ริมฝีปากอวบอิ่มที่สีแดงจากความช้ำถูกกัดอีกครั้งจากเจ้าของของมัน

 

ก็ยูอิจิไม่ใช่คนรัก

 

ใช่

 

ใช่แน่นะ

 

แน่ ว่าไง จะว่าง่ายกับผมรึเปล่า

 

ก็ได้ เพราะยูอิจิขอหรอกนะ

 

คนขอความรักจูบปิดปากคนว่ายากอีกครั้ง

 

คุณคิดว่าคราวนี้นานสักเท่าไหร่ดี กว่าที่ยามะพีจะน่ารักได้สมใจ

 

 

...................................................... End จริงๆ..........................................................

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดด
ยามะพีน่ารักที่สุด เอาไปห้ากระโหลกเต็ม!!!!!!!

#1 By Satsuki (61.90.249.246) on 2007-03-26 18:15

ไอ้เราก็ตกใจ นึกว่าอ่านข้าม

ที่แท้จินมัยฝัน โธ่เอ้ย!!! บ้าจริง ๆเลย

จินมันทำตัวเนียนเข้ากะพ่อคาเมะได้อย่างดีเลยทีเดียว

คู่ยูพีน่ารักอะ มะพีน่ารักจังเลย

#2 By nao (202.28.27.6) on 2008-08-11 16:23

ดักคุณเฮ
จะกำลังอ่านอยู่หรือเปล่าเนาะ

#3 By Asuka F. on 2008-08-16 20:26

เปิดมาสะดุ้งไปเฮือก ต้องกลับไปเปิดอันเก่าดู เฮตาไม่ฝาด รึอ่านไม่ข้ามใช่มั้ย ที่แท้ อคานิชิมันก็เก็บไปฝันนี่เอง

เฮือกที่สอง จินมันเรียกพ่อคาเมะว่าคุณพี่ ก็อด นึกว่าเป็นวิธีตีซี้พ่อตาวิธีแหวกแนวตามฉบับคนไม่ยอมเหมือนใคร ที่แท้... พี่น้องร่วมสถาบัน อยากอยู่สถาบันเดียวกันจังเล้ยย แต่ขอเป็นรุ่นพี่จินมันได้มั้ยเนี่ย ข่มง่ายดี เหอ เหอ เหอ

แต่... สุดท้าย ลูกของคุณพี่มันก็ตกหลุมคุณน้องมาครึ่งแข้งได้ง่ายๆ แม้ตอนสุดท้ายมันจะไม่โรแมนซ์ก้เหอะ แต่เฮก็ชอบ 555

ส่วนทางด้านเจ้าแม่กะคุณเออี โถ ทีแรกก็ว่าอะไรหว่า นึกว่ายูอิจิจะไม่เล่ยด้วย เหอ เหอ ไม่ทันไร ก็เล่นเจ้าแม่ซะอยู่มือซะแล้ว หุหุหุ

#4 By pierce on 2008-08-16 20:40

o[]o โอ้ อ่านอยู่เจ้า

#5 By pierce on 2008-08-16 20:40

กรี๊ดดดดด ยามะพีว่าง่าย น่ารักที่สุดในโลกเลย
เจอแบบนี้ ถึงว่ายากก็จะเอาแหละ

#6 By Mi-o (125.25.110.167) on 2008-12-08 13:39

สุดท้ายยูอิจิก็คู่กับยามะพี

ยามะพีน่ารักอ่ะ

อิๆ

ยังไงจินก็แอบดูคาเมะได้อยู่ดีอ่ะ

คาเมะคงหนีจินไม่พ้นแล้วอ่ะนะ

#7 By kame-chan (222.123.213.127) on 2009-03-06 18:12

ชอบน่ะ สุดๆเลย

#8 By tuncha (125.25.143.12) on 2009-05-19 04:09

เรียกว่าทีพ่อตา

ว่าคุณพี่ เนียนกันไปนะ

จินฝันได้หื่นมาก

จิตใต้สำนึกใช่มั๊ย

#9 By daraka (202.5.95.205) on 2009-08-08 02:45