Strategic Love part2

posted on 15 Feb 2007 02:27 by asuka-jan  in Strategic-Love

 

เราจะเสนอภาพของโยเกิร์ตที่ดีต่อสุขภาพเป็นหลักครับ Selling point ก็คือ Low fat and High calcium เนื่องจากเท่าที่มีในตลาด จะเป็นโยเกิร์ต Low fat เพียงอย่างเดียว ส่วน High calcium จะจะเป็นเรื่องของนมสดมากกว่า แต่ถ้าเราจับสองคุณสมบัตินี้มารวมกันแล้วล่ะก็ โยเกิร์ต Firmji ของเราก็จะเป็นโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพของจริงครับ

 

แต่จริงๆ แล้วคนกินเขาก็จะนึกถึงเรื่องรสชาติก่อนไม่ใช่หรือ

 

ครับ ก็มีส่วน แต่สมัยนี้ ตามการวิจัยคนเราหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นนะครับ อีกอย่างหนึ่ง เรื่องรสชาติ เป็นเรื่องที่เราบอกยังไงก็เชื่อยากนะครับ แต่พิสูจน์ง่าย ลิ้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าขายเรื่องนี้ไป แล้วถ้ามีใครไม่ถูกใจก็จะกลายเป็นเราโฆษณาเกิน ผมว่าเรื่องรสชาติต้องให้เขาพิสูจน์เอาเอง เช่นให้มีการจัดซุ้มให้ลองชิมเป็นแผนโปรโมตเพิ่มเติมดีกว่า

 

ผมกำลังฟังแผนครีเอทีฟของคุณอาคานิชิอยู่ ยังไม่ได้ถามคุณนะครับ คุณยูอิจิ

 

เออีสุขภาพจิตดีอย่างยูอิจิอ้าปากค้าง จากประโยคเย็นชาข้างต้น สมองของเขาเริ่มคิดทบทวน ว่าได้เคยไปเหยียบตาปลา แม่คุณ ท่านเมื่อไหร่รึเปล่า ถึงได้ไม่เคยพอใจในการแสดงความเห็นของเขาเลย ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว

 

นำเสนอต่อเลยครับคุณอาคานิชิ

 

หึ ทีกับไอ้จินล่ะหวานเจี๊ยบ เออ เขาจมูกไม่สวยได้รูปปากไม่น่าจูบเหมือนไอ้จินมันใช่มั้ยล่ะ

 

จาก selling point อันนั้นนะครับ ก็เลยนำมาสู่ selling idea ก็คือ จินเปลี่ยนสไลด์ไปอีกหน้าหนึ่ง Slim but Strong ครับ

 

“Slim but Strong...” น้ำเสียงของลูกค้าผู้รับฟังการเสนอผลงานออกมาค่อนข้างเป็นไปในทางบวก จินเลยรีบอธิบายต่อ

 

ครับ Slim but Strong หุ่นดี สุขภาพดี Firmji จะไม่ทำให้คุณผอมแบบปลิวลม แต่จะเพรียวอย่างคนมีแรง

 

คนฟังพยักหน้าคล้อยตามอย่างพอใจ บวกการส่งยิ้มหวานให้อีกหน่อยเป็นสัญญาณให้พูดต่อ

 

และเนื่องจาก target group ของเราอยู่ในกลุ่มอายุ 15-25 ผมเลยคิดให้โฆษณาออกมาให้เป็นโทน humorous and exciting”

 

จินหยิบ Story board ที่ เขียนไว้ขึ้นมาวางตรงหน้าตัวเอง แล้วส่งต่อให้คนอื่นๆ ได้ดู เพื่อประกอบคำอธิบายของเขา จินเล่ารายละเอียดในภาพยนตร์โฆษณาที่เขาออกแบบมาราวๆ ห้านาที รวมทั้งตอบข้อสงสัยในจุดต่างๆ ที่ แม่คุณ ของยูอิจิสรรหาไถ่ถามอีกนิดหน่อย

 

คุณวางตัวพรีเซนเตอร์โฆษณาไว้รึยัง

 

สิ่งที่จินรอให้ถามก็มีคนเอ่ยถึง เขาเลิกคิ้วสูงครู่หนึ่งเพื่อรอให้ทุกคนหันมาสนใจ

 

ผมคิดเอาไว้ว่า พรีเซนเตอร์โฆษณาของเรา จะเป็นผู้ชายครับ

 

ผู้ชาย? แต่ผู้บริโภคโยเกิร์ตผมคิดว่ามีผู้หญิงมากกว่านะ

 

แม้แต่ยูอิจิก็อยากร้องถามคำถามนี้เช่นกัน แต่จินก็ยังคงยิ้มและยืนยันความคิดเดิม

 

ใช่ครับ แต่ว่า หากเราขยายกลุ่มลูกค้าไปยังผู้ชายด้วยล่ะครับ อีกอย่างที่ผมคิดไว้ พรีเซนเตอร์ของเราจะเป็นลักษณะ...unisex คือมีความเชื่อมโยงทั้งสองเพศ ไม่เป็นชายเกินไปจนผู้หญิงรู้สึกว่าไม่ใช่สินค้าของเขา แต่เป็นชาย ที่ผู้ชายจะรู้สึกมีส่วนร่วมในตัวสินค้าด้วย ผมคิดว่าในเมื่อโยเกิร์ตของเราออกแนวเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เราก็น่าจะอัพให้มันเป็นอาหารว่างหรือแทนอาหารหลักได้ สำหรับคนทุกเพศนะครับ

 

แล้ว จริงๆ...ผมว่าผู้ชายที่มีลักษณะแบบนั้นค่อนข้างจะเป็นที่นิยมในสมัยนี้ ผู้หญิงก็กรี๊ด ผู้ชายด้วยกันก็อยากจะเอาอย่าง โดยเฉพาะวัยรุ่น ยูอิจิกล่าวเสริมจินอย่างรู้งาน

 

พร้อมรอฟังคำค้านจากลูกค้าด้วย

 

แต่มีเพียงสีหน้าครุ่นคิดตามคำพูดเท่านั้น

 

เวลาผ่านไปเป็นนานที่ผู้เสนอไอเดียรอคอยคำตอบ - Yes or No

 

โอเค ผมชอบไอเดียคุณ แต่ว่าเราจะหาคนที่มีลักษณะ unisex อย่างที่คุณว่าได้ที่ไหนล่ะครับ อย่าบอกนะว่าจะเอาพวกศิลปิน Johnnys junior เท่าที่ผมเห็นพวกนี้เริ่มอัพกล้ามจนล่ำกันไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ

 

ป๊าด... วัยนี้ยังติดตามดูพวกเด็กจอนนี่ฯ อีกนะ ยูอิจิแอบหันไปหัวเราะกับต้นไม้ปลอมประดับห้อง เหลือบไปมอง แม่คุณบ้าเด็ก เห็นว่าไม่สนใจเขาเท่าไหร่ก็ขอหัวเราะต่ออีกหน่อย

 

ไม่หรอกครับ ผมว่าเราควรจะปั้นคนใหม่ ที่มีเสน่ห์ น่าสนใจ ให้ใครต่อใครถามว่า ใครกัน ถ้าคนเป็นที่น่าสนใจ สินค้าของเราก็ได้รับความสนใจตามไปด้วย

 

คุณพูดเหมือนหาได้ง่ายๆ เลยนะ

 

ผมว่ามันก็ไม่ยากหรอกครับ

 

...................................................................................................................................................................

 

เฮ้ย ฉันว่าที่แม่คุณชอบไอเดียแก เพราะตัวเขาเองก็ unisex เหมือนกันแน่เลย

 

ยูอิจิถือโอกาสนินทาลูกค้าทันทีที่คล้อยหลังลงลิฟต์ไป เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนในบริเวณนั้นได้ครึกโครม ก็ยูอิจิปูพื้นมาเป็นสัปดาห์แล้วว่า แม่คุณ น่ะปรารถนาเป็นหญิงมากกว่าชาย คราวนี้เมื่อมาถึงบริษัทอีกก็เป็นที่จับตามองกันใหญ่ ว่าที่ยูอิจิพูด จริงหรือเปล่า

 

ฉันว่าที่เขาไม่ชอบหน้าแก เพราะเขารู้ว่าแกเอาเขามานินทาลับหลัง

 

โธ่ ถ้าเขาไม่ทำตัวแบบนั้นใส่ฉันก่อน ฉันจะทำแบบนี้หรือวะ อีโธ่ รวยนักหรือไง ชอบมองคนด้วยหางตา ชาธรรมดาไม่เอา จะเอาเอิร์ลเกรย์อย่างดี เสื้อผ้าพรีเซนเตอร์ต้องยี่ห้อนั้นนะ ธรรมดาไม่เอา ไม่มีคลาส ให้งบมาเยอะนักหรือไงวะ แค่ที่ต้องจ่าย house มาถ่ายโฆษณาให้ก็เกินครึ่งแล้วนะเว่ย

 

ใจเย็น ไหนแกบอกฉันบ่อยๆ ไง ว่าลูกค้าคือพระเจ้า

 

ยูอิจิฟาดมือตบโต๊ะเบาๆ แต่เกิดเสียงดังผาง

 

ก็เออไง ถึงต้องเอาพระเจ้าลูกค้ามาด่าลับหลัง ด่าต่อหน้าก็เจอสายฟ้าฟาดสิวะ

 

เออ งั้นก็เบาๆ หน่อย พระเจ้าน่ะมีพระเนตรพระกรรณทิพย์น่ะโว้ย เกิดนิมิตรู้เห็นขึ้นมา จะถอนงานเป็นการลงโทษมนุษย์อย่างแก

 

เอ๋า แต่พระเจ้าเขาเห็นแกเป็นเทพยาดานะเว่ย เทพอย่างแกก็ช่วยเหลือมนุษย์อย่างฉันหน่อยไม่ได้หรือไง

 

เทพอย่างฉันไม่สนทั้งพระเจ้ายามาชิตะ และมนุษย์นากามารุ จะสนก็แต่นางฟ้าเว่ย ไปล่ะ แกก็ติดต่อ house ให้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันไปคุยงานเองวันจันทร์

 

จินวิ่งไปหน้าลิฟต์ไปทันทีที่เคลียร์ข้าวของบนโต๊ะเสร็จ ยูอิจิได้แต่เกาหัวแกรกเมื่อเจอเทพวายุป่วนสำนักงาน

แล้วยังนางฟงนางฟ้าอะไรของมันอีก

 

เฮ้ย ไอ้จิน เดี๋ยวดิเว่ย ยังไม่ได้คุยเรื่องพรีเซนเตอร์กันเลย ไอ้จิ๊น

 

ไอ้นี่นิ มันจะรีบไปไหนของมัน ช้ากว่านี้กลัวสาวไม่เหลียวหรือวะ เดี๋ยวพ่ออมโบนัสปลายปีซะเลย ยูอิจิสวดเจริญพรส่งให้ตามหลัง ระดับเสียงกะเอาพออีกฝ่ายได้ยินไม่ถนัด

 

โดยลืมไปสนิทว่าจินหูดีและ ตาดี เพียงใด

 

ลองดูสิ ฉันโทรฟ้องคุณยามาชิตะแน่ว่าแกชอบมองบั้นท้ายเขา

 

ยูอิจิตาลุกเหมือนถูกไฟนาบก้น ร้อนรนกับความลับที่ถูกแฉ

 

อะ ไอ้เวรจิน ไอ้ปากสุนัข แกกลับมานะเว่ย กลับมาให้เตะเดี๋ยวนี้ ไอ้จิน ไอ้จิน!

 

มันรู้ได้ไงวะ อุตส่าห์แอบมองแล้วเชียว

 

อะไร ไม่จริงซะหน่อย ไอ้จินมันมั่วหรอก ทำงานไปเลย ใครเงยหน้าขึ้นมาโดนเหนี่ยวจริงๆ

 

ไม่มีใครฟังคำขู่ของยูอิจิเท่าไหร่ ยังคงหัวเราะกันหน้าระรื่นกับอาการร้อนตัวของมนุษย์เดินดินนามยูอิจิอยู่นาน

 

อย่างว่า เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับอาคานิชิ จิน

 

......................................................................................................................................................................

 

หลังจากลงลิฟต์มายังชั้นจอดรถของตึก จินก็รีบฮ้อรถเก๋งเปิดประทุนของเขาตรงกลับบ้านทันที ไม่มีเวลาไปเสริมหล่อที่ไหนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะถูกลูกค้าเลื่อนการพรีเซนต์งานจากบ่ายวันศุกร์มาเป็นเช้าวันเสาร์ จินจึงรีบแสนรีบด้วยเกรงว่าจะไปไม่ทันนัด

 

ออกถนนใหญ่ได้สักพักก็รีบกดปุ่มปิดหลังคา เพราะเดี๋ยวลมจะตีจนผมยุ่งไม่เป็นทรง เมื่อเช้าอุตส่าห์ดรายตั้งนาน กะเอาให้เนี้ยบทั้งวัน มาเสียหล่อตอนนี้ไม่ได้เด็ดๆ

 

จังหวะ เพลงสโลว์ที่ถูกตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าของบุคคลวีไอพีดังขึ้น จินรีบรับตั้งแต่ดนตรีบรรเลงได้ห้องเดียว ไม่ต้องใช้สมอลทอล์กให้สายมันรุงรังพันตู เดี๋ยวเสียงฟังไม่ชัดก็เซ็งเป็ดพอดี

 

ครับ อาคานิชิพูดครับ

 

อีกห้านาทีจะถึงหรือครับ ผมก็เหมือนกัน

 

ครับ ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอก แต่รีบไปอยู่ครับ

 

ครับ เดี๋ยวเจอกันนะครับ

 

เดี๋ยวเจอกันนะคนสวย...

 

จินเหยียบจนเข็มไมล์เกือบทะลุร้อย ยังดีที่เที่ยงวันเสาร์รถไม่มากเท่าไหร่ สี่แยกก็เป็นใจเปิดไฟเขียวให้ตลอดทาง วันนี้วันดีจริงจริ๊ง

 

เสียงฮัมดังลั่นรถด้วยความครึ้มอกครึ้มใจจนถึงบ้าน เมื่อเห็นรถกระบะสีมอตัวเลขในป้ายทะเบียนฟ้องความเก่าเก๋าที่ดับเครื่องจอดรออยู่ จินก็ชะลอรถตัวเองให้ดูเหมือนไม่เร่งร้อนมากนัก

และแตะเบรกนิ่มๆ

 

รอนานมั้ยครับ

 

เจ้าของห้างหุ้นส่วนม่านเคเคผละจากการเกาะรั้วชมสวนขนาดห้าตารางวาที่ตกแต่งเสร็จแล้วมาส่ายหน้ารับคำทักทาย

 

เพิ่งมาถึงเหมือนกันครับ

 

จินกำลังฉีกยิ้มกว้างก็พอดีที่เห็นร่างหนึ่งแสดงตัวเด่นจากคนงานที่สุมกันอยู่สองสามคนที่อีกฟากของกระบะ

 

มาถึงกันตั้งนานแล้วเว่ย แกนี่มาช้าจริงๆ

 

จุนโนะสึเกะ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของเขาตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง

 

ไอ้จุนโนะ แกมาทำไมวะ

 

รุ่นพี่จุนโนะไปเยี่ยมผมที่ทำงานน่ะครับ พอรู้ว่าจะมาติดม่านที่บ้านคุณก็เลยตามมาด้วย รุ่นน้องผู้น่ารักเป็นคนตอบให้แทน จินพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ทำหน้าหงิกรับการมาเยี่ยมเยียนของเพื่อน

 

งั้นเข้าบ้านกันก่อนแล้วกันครับ

 

จินเดินไปเปิดรั้วเพื่อให้รถกระบะได้ถอยท้ายเข้าไปในบ้าน ส่วนรถของจินและรถของจุนโนะก็จอดรอล็อกเกียร์อยู่หน้ารั้วเพราะพื้นที่มีจำกัด

 

คนงานสองคนรวมคาเมะ จินเจ้าของบ้าน และจุนโนะช่วยกันลำเลียงผ้าฝ้ายหลายผืน เสาพลาสติกและเครื่องมือช่างออกมาวางกองบนผ้าใบที่ปูเตรียมไว้ที่ระเบียง พอเสร็จจินก็เปิดบ้านให้คนภายนอกได้เข้าชม

 

จากที่คาเมะเคยได้เห็นในคราวที่แล้ว มีความเปลี่ยนแปลงไปบ้างหลายอย่าง ของใช้ดูมากขึ้น มีเสาสแตนเลสพาดด้านกว้างของบ้านเป็นที่แขวนต้นไม้ตรงส่วนห้องรับแขกและโต๊ะ ทำงาน มีเถาเดฟใบเล็ก พิทูเนีย และต้นหัวใจม่วงถูกแขวนอยู่อย่างละสองต้น และมีไม้ใบไม้ดอกที่คาเมะจำชื่อไม่ได้แขวนไว้อีกสามสี่ต้น

 

แต่ที่เตะตาที่สุด เห็นจะเป็นกระจกฝ้ากรอบอลูมิเนียม ตั้งตระหง่านอยู่ตรงบริเวณที่คาเมะจำได้ถนัดใจว่าเป็นส่วนของห้องน้ำ

 

แล้วมันดีขึ้นจากที่โล่งๆ ไว้มั้ยนั่น ใช่ว่าจะกั้นภาพภายในได้สักกี่มากน้อยเล้ย

 

เผอิญกลิ่นห้องน้ำมันจรุงใจไปหน่อยครับ ผมเลยกั้นเอาไว้นิดนึง ฮ่ะๆ ไม่ใช่หรอกครับ ผมคิดว่าวันนี้พวกคุณคงอยู่กันนาน เลยทำเอาไว้หน่อย จะได้ไม่เขินกัน

 

โถ ไอ้จิน เขาจะได้ขมิบทั้งหนักทั้งเบาไม่ยอมใช้บริการห้องน้ำของแกกันแน่ๆ หัวครีเอทนักนะแก๊

 

จุนโนะด่าเพื่อนสมองใสของตัวเองในใจ

 

เอ่อ...งั้นพวกผมเริ่มงานกันเลยนะครับ

 

เมื่อจบคำขออนุญาตของคาเมะ คนงานอีกสองคนก็เข้าไปเลื่อนเฟอร์นิเจอร์ที่เลื่อนได้ออกให้ไกลจากตัว หน้าต่าง และเอาหนังสือพิมพ์ไปรองสามสี่แผ่น คาเมะยกบันไดไปวางแล้วตัวเองก็ปีนขึ้นไปวัดตลับเมตร มาร์กจุดที่ต้องการเอาไว้สี่จุดแล้วลงมือเจาะทันใด

 

เสียงเจาะผนังดังร้าวรานหัวใจสถาปนิกมือดีให้ต้องอุดหู ดวงหน้าเหยเกไปด้วยความเสียวฟัน

 

จินหัวเราะใส่เพื่อนอย่างสมน้ำหน้า ถุย เป็นถึงสถาปนิกดัวกลัวเสียงสว่าน

 

แกมานี่ทำไมวะ พูดมาตรงๆ นะเว่ย จินตะโกนคุยกับเพื่อนผ่านเสียงเจาะปูนดังสนั่น

 

ก็มาดูหน้าแกน่ะสิ โห เมื่อกี๊ล่ะพูดเพราะเสนาะหูเชียวนะ ไหนว่าไม่สนพวกไม่เอ๊าะไม่อึ๋มไง จุนโนะฝ่าด่านการเสียวฟันเอ่ยตอบโต้

 

หน้าตาอย่างนี้จะปล่อยผ่านไปได้ไงล่ะวะ เอวก็เล็กเหมาะมือ จินลดเสียงตัวเองลงมาเป็นระดับการกระซิบเมื่อการเจาะรูแรกผ่านไป

 

อะไรวะ ได้จับเอวแล้วหรือ แต่จุนโนะต้องตะโกนอีกรอบเมื่อคาเมะเริ่มเจาะรูที่สอง

 

มากกว่านั้นอีก จินยิ้มกริ่มนำพาความหมั่นไส้ให้เพื่อนเป็นกำลัง

 

คาเมะเจาะรูทั้งสี่เสร็จก็ปล่อยให้คนงานอีกสองคนเอาเสาไปวาง ขันน็อต แล้วยกผ้าม่านขึ้นไปติด ร้อยเชือกจนเรียบร้อย แล้วคาเมะก็ลองรูดม่านเป็นการทดสอบ

 

เมื่ออันแรกผ่านไปได้ด้วยดี เสียงเจาะรูที่เหนือหน้าต่างอีกบานก็ดังสนั่นตามมา จุนโนะเริ่มทนไม่ไหวต้องขอตัวไปพักใจที่สวนหน้าบ้าน ปล่อยให้จินส่งสายตาโลมเลียมือเจาะผนังอย่างสบายอารมณ์

 

พ่อเอวบางร่างระหง โฉมยงงามจริงเอย ชะเอิง เงิงเงย

 

คนสวยในชุดหมีสีเทา ถลกแขนเสื้อขึ้นมาตรงศอก รูดซิปลงมาพอให้เห็นเสื้อยืดสีขาวข้างใน และถุงเท้าสีขาวลายการ์ตูน ดูน่ารักนัก

 

ถ้าไม่มีคนอื่นจินเข้าไปประคองตอนปีนขึ้นปีนลงบันไดจริงๆ

 

จินละสายตาไปเตรียมน้ำเย็นใส่กระติกน้ำแข็งให้กับคาเมะและคนงาน

 

จะรู้มั้ยเนี่ย ว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยบริการใครอย่างนี้เลย แถมคุกกี้กลิ่นกาแฟให้กินเล่นกันถุงโตด้วยเอ้า ของโปรดของหวงนะเนี่ย

 

ทานกันได้นะครับไม่ต้องเกรงใจ

 

ขอบคุณครับ สามเสียงประสาน ถึงฟังไม่เพราะเท่าเสียงหนึ่งเดียวคนนั้น แต่จินก็ยิ้มรับยินดี

 

จนถึงบ่ายสามโมงกว่าๆ การติดผ้าม่านทุกผืนก็เป็นอันเสร็จสิ้น เมื่อเก็บกวาดปัดฝุ่นย้ายเฟอร์นิเจอร์เข้าที่ก็ล่วงเลยไปถึงสี่โมงเย็น

 

ขณะนี้ทั้งบ้านเหลือเพียงคาเมะและจินสองคน คนงานกลับไปก่อน จุนโนะก็โนแฟนตามตัวกลับตั้งแต่บ่ายสอง จินสุขโขสโมสรหาใดเปรียบ

 

ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับเลยแล้วกันนะครับ

 

โอ้ว... อย่าเพิ่งสิจ๊ะ

 

ยังครับ ยังมีอะไรอยู่

 

คนปากตรงกับใจขนานแท้หลุดปากพูดจากำกวมให้อีกฝ่ายงงเล่น ก่อนจะไขคำกล่าวของตัวเองให้ดูดีขึ้น

 

ผมหมายถึงห้องใต้หลังคาน่ะครับ เพิ่งตกแต่งเสร็จ คิดว่าจะแต่งผ้าม่านเหมือนกัน ยังไงขึ้นไปดูกันหน่อยนะครับ

 

จินลิ่วไปปีนราวเหล็กบังคับเพื่อให้อีกฝ่ายปีนตาม หลังคาฝ้าที่ดูเนียนเรียบราวกับไม่มีรอยแยกใดๆ ถูกดันขึ้นเป็นช่องเล็กๆ ให้คนขนาดจินพอผ่านตัวขึ้นไปได้สบาย

คาเมะปีนตามขึ้นไป ภาพห้องใต้หลังคากว้างโล่งปรากฏขึ้นแก่สายตา คาเมะปล่อยมือหนึ่งที่เกาะราวเหล็กไว้มาปิดปากที่อ้ากว้างของตน

 

ภาพศิลปะทั้งแนวเรียลลิสติกและแอ็บสแตรกวางเรียงพิงผนังสีขาวกว่าครึ่งร้อย

แค่มองเผินๆ ฝีไม้ลายมือที่เห็นก็ไม่ใช่เล่นๆ ถ้าจินพูดว่าไปขโมยมาจากแกลลอรี่ที่ไหนเขาก็จะเชื่อ

 

คาเมะเกือบกระโดดขึ้นมาชมภาพศิลปะเหล่านั้นด้วยความตื่นเต้น

 

สวยจังเลย...

ผู้ชมภาพศิลปะครางออกมาเบาๆ แต่คนหูดียิ้มปลื้มปีติลั่นล้าอยู่ด้านหลัง

 

ภาพสวยหรืออะไรสวยครับ

 

จินถามเพื่อให้คาเมะหันมาสนใจเขาแทนภาพเขียน

 

ภาพของคุณหรือครับ หรือว่าซื้อมา

 

เมื่อเอ่ยคำถามเสร็จ คาเมะก็มองเลยตัวจินไปทางด้านหลัง ที่ริมผนังอีกด้านหนึ่งเขาเห็นขาตั้งวางผ้าใบ กับโต๊ะสองชั้นที่มีแก้วใส่พู่กันหลายเบอร์กับกระบะใส่สีหลากชนิด และอุปกรณ์อื่นๆ วางอยู่บนผ้าดิบสีขาวกันเปื้อนที่พื้น คาเมะก็ตาลุกวาวอีกครั้ง

 

ภาพพวกนี้คุณวาดเองหรือครับ ว้าว... แล้วทำไมไม่วางโชว์เอาไว้ข้างล่างบ้างล่ะครับ คาเมะยังคงถามด้วยเสียงตื่นเต้น

 

ผมไม่ได้วาดเพื่ออวดใครนี่ครับ วาดเพื่อเป็นงานอดิเรกเฉยๆ จินรู้สึกว่าตัวเองโค-ตะ-ระจะเท่หาใดเปรียบเมื่อพูดประโยคนั้นออกไป

 

รู้มั้ยครับว่าเวลาว่างของผม ผมจะชอบไปตามพิพิธภัณฑ์ศิลปะของมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะเขามักจะเปิดให้ชมฟรี

 

ดวงตาของคาเมะสุกใสเป็นประกายเมื่อพูดถึงเรื่องศิลปะ จนจินชักอยากจะหยิบกล้องถ่ายรูปมาบันทึกเอาไว้เหลือเกิน หัวใจอันแข็งกระด้างของเขาชักอ่อนยวบจริงจังก็ครั้งนี้เอง

ดวงตาเรียว ขนตายาวงอนสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีเดียวกัน สั่นไหวรับกับรอยยิ้มสดใส

 

จินเอาแต่มองจนลืมทุกสิ่งรอบตัว ลืมจนกระทั่งมือเล็กๆ ที่โบกพัดเรียกสติจินตรงหน้า จนเมื่อมือเล็กนั้นต้องเอื้อมมาเขย่าแขนจินให้รู้ตัวสักที

 

แต่ความจริงแล้ว จินได้สติก็เพราะดวงตาสุกใสคู่นั้นกระพริบถี่และหลบสายตาของเขาไปเหมือนคนไม่มั่นใจ

 

ทีแรกผมคิดว่า...Selling point ของคุณอยู่ที่รูปร่างหน้าตาภายนอก แต่จริงๆ แล้ว...มันอยู่ตรงนี้เอง

 

จินยกมือขึ้นเอานิ้วโป้งแตะที่หางตาของคาเมะ และนิ้วอื่นๆ ก็สัมผัสหลังใบหู แต่ที่ร้าย คืออุ้งมือที่ทาบอยู่ที่ข้างแก้มพอดี

 

ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น แต่จะถอยหลังไปกว่านี้ก็ไม่ได้ ในเมื่อภาพศิลปะที่คาเมะประทับใจในความงามของมันนักหนา แตะอยู่ที่ส้นเท้าของเขานี่แล้ว

 

ทำยังไงดี

 

พ้อยเพิ้ยอะไรของคุณหรือครับ

 

คาเมะกัดฟันถาม พยายามไม่ยกมือขึ้นไปดันหน้าอกอีกคนให้ดูเหมือนนางเอกในหนัง เพราะเป็นผู้ชายเหมือนกัน เขารู้ดีว่าทำอย่างนั้นจะกลายเป็นยั่วยุมากกว่าห้ามปราม

จวนตัวจริงๆ เหยียบเท้าหรือเตะหน้าแข้งเอาเจ๋งกว่า

 

แต่คาเมะก็ไม่ได้ทำสักอย่าง เพราะจินถอยหลังไปก่อนที่เขาจะตัดสินใจได้ว่าจะทำยังไง

 

ขอโทษครับ ภาษาการตลาดน่ะครับ ถ้าใช้กับคน ก็คือ...เสน่ห์

 

ตึก ตึก ตึก เสียงเตือนภัยเปลี่ยนเป็นเสียงหัวใจเต้น เพราะท้ายประโยคของจินที่เอ่ยคำนั้น เสียงมันแหบทุ้ม ถูกใจคนรักความสุนทรียะทุกประเภทของเขาเหลือเกิน

 

คาเมะกระพริบตาถี่อีกครั้ง ซึ่งจินพอรู้แล้วว่ามันเป็นการปกปิดความขวยเขินของอีกคน

 

งั้นคุณจบศิลปกรรมหรือครับ ผมนึกว่าเรียนสถาปัตย์เหมือนจุนโนะมัน

 

เพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลายมากขึ้น จินจึงยอมชวนคุยไปเรื่องอื่น ทั้งๆ ที่ใจอยากสานต่อบทหวานจะขาดใจ

 

ผมก็อยากเรียนศิลปกรรมครับ แต่งานทางสถาปัตย์มันดูมั่นคงกว่า แล้วจริงๆ...สุดท้ายผมก็เรียนไม่จบ พ่อผมป่วยหนักตอนผมกำลังจะขึ้นปีสาม ผมเลยต้องออกมารับผิดชอบกิจการของครอบครัว

 

คาเมะเดินเลี่ยงไปที่กลางห้อง เอาให้แน่ใจว่าเขาไม่ต้องติดกับผู้ชายการตลาดอีกครั้ง

 

แล้วคุณจินล่ะครับ เห็นรุ่นพี่จุนโนะบอกว่าคุณเรียนโฆษณา วาดภาพสวยอย่างนี้น่าจะเรียนศิลปกรรมมากกว่าอีก

 

จินยิ้มกับการหาหนทางรอดของคาเมะ แต่คิดหรือว่าแค่นั้นเขาจะหมดมุข

 

จริงๆ ผมก็อยากเรียนครับ แต่พ่อกับแม่คัดค้าน ผมเลยย้ายสายมาเรียนนิเทศแทน แล้วก็เข้าภาคโฆษณาซะ เพราะได้เรียนกราฟิกดีไซน์มากกว่าภาคอื่น พอเรียนๆ ไป ผมก็เริ่มรักงานโฆษณา แม้ว่างานศิลป์ของผมมักใช้เพื่อการค้าก็เถอะ

 

จินพักสูดลมหายใจเข้าปอดลึกครู่หนึ่ง เหตุผลน่ะหรือ เพราะมันดูเท่ดีน่ะสิ

 

พูดถึงเรื่องงาน ผมมีอีกอย่างหนึ่งที่จะคุยกับคุณ

 

เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้คาเมะ กอดอกวางท่าจริงจัง ให้ดูเป็นการเป็นงาน ไก่จะได้ไม่ตื่นอีกรอบ!

 

ผมอยากให้คุณไปเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาให้ผม

 

ฮะ อะไรนะครับ คาเมะถามอย่างไม่เชื่อหู

 

โฆษณาโยเกิร์ต ผมต้องการคุณ...ไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้ ได้มั้ยครับ

 

ผมเนี่ยนะครับ คาเมะถามเสียงสูง หัวสมองคิดถึงรายได้ที่จะมาเป็นค่าตัวเรียบร้อย ความคิดที่จะตกแต่งหน้าร้านผ้าม่านเคเคไม่เกินฝันแล้ว

 

เรื่องค่าตัวคงต้องคุยกันอีกที แต่ผมรับรองว่าไม่ต่ำกว่าห้าหมื่น สำหรับว่าที่ดาราหน้าใหม่

 

เมื่อจินพูดในสิ่งที่คาเมะอยากฟังเป็นที่สุด คนถูกชวนก็แทบจะพยักหน้ารับข้อเสนออย่างไม่เกี่ยงงอน แต่...ประสบการณ์ชีวิตสอนไม่ให้คาเมะฮุบเหยื่อล่อของใครง่ายๆ

 

ยังไงผมขอเวลาตัดสินใจหน่อยนะครับ ตอนนี้ขอคุยเรื่องผ้าม่านก่อน... ปากว่าอย่างนั้น แต่คาเมะกำลังวาดภาพตัวเองยืนอยู่หน้ากล้อง และมีช่างแต่งหน้ามาคอยซับมันให้

 

ดาราหน้ากล้อง ใครก็อยากเป็น งานง่ายรายได้ดี

 

ก็ได้ครับ ผ้าม่านก็ผ้าม่าน คราวนี้ผมเจาะจงกำมะหยี่แดง แบบรูด

 

กำมะหยี่ สีแดงสดผืนใหญ่ ยาวตลอดผนังด้านหนึ่งที่เป็นกระจกเลื่อน ให้ตัดกับสีขาวของผนังห้องสามด้านที่เหลือและฝ้าเพดานลาดเอียง และตัดกับพื้นปาร์เก้แนวยาวสีบีช

 

ห้องใต้เพดานรูปสี่เหลี่ยมคางหมูนี้ จะมีเพียงสามสีเท่านั้นที่จะมาเป็นแหล่งพลังงานให้เขาแต่งแต้มสีอื่นๆ ลงบนผ้าใบ

 

ครับ ผมก็ว่าเหมาะ แหม ถ้านี่เป็นบ้านผม ผมจะเอาเตียงขึ้นมานอนบนนี้เลย

 

นั่น... พูดจาเปิดช่องให้อย่างนี้ก็เสร็จสิจ๊ะ

 

ก็ไม่เลวนะครับ แต่ผมกลัวจะเมากลิ่นน้ำมันสนไปก่อน แต่ถ้าคุณไม่กลัว...ผมก็ยินดี จะปูเบาะเดี่ยวผืนใหญ่ต้อนรับเลยเชียว

 

ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด คาเมะกระพริบตาถี่ เสควักตลับเมตรมาวัดความกว้างความยาวห้อง

 

ต้องการกระดาษจดมั้ยครับ จินถามอย่างหวังดี แต่แน่นอนว่ามันคือข้ออ้างการเอาตัวเข้าไปเสนอหน้าใกล้ๆ

 

มะ ไม่เป็นไรครับ ผมจำได้ จำได้แม่นเลยด้วยว่าอย่าหันหลังให้คนบางคนอีก มนุษย์ที่ชอบยืนซ้อนหลังชาวบ้านนั้นมีอยู่จริง

 

และความหล่อก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

 

อึก

 

จินตัวงอลงกับพื้นด้วยความจุกอย่างแรง ศอกแหลมของคาเมะกระซวกเข้าลิ้นปี่ของจินอย่างจัง และคราวนี้เกิดจากความตั้งใจอย่างยิ่ง

 

อ๊ะ ขอโทษครับ ไม่คิดว่าคุณจินมายืนอยู่ใกล้ขนาดนี้ มันถึงได้เข้าเป้าถนัดถนี่นัก

 

จินไม่สามารถเปล่งเสียงร้องสำออยได้ ก็มันจุกจริง!

 

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนสวย อาวุธเธอเท่ากุหลาบงาม หนามรอบตัวจริงๆ

 

คุณจินเป็นไรมากมั้ยครับ คาเมะถามด้วยความเป็นห่วงนิดๆ เพราะเห็นใจคนเจ็บ และ...งานการที่ยังต้องมีร่วมกันอีกในอนาคต

 

ไม่เป็นไร... จินพะงาบๆ ตอบออกมา คราวนี้ไม่ใช่ด้วยมุขใด แต่เพราะอายแสนอาย อายกว่าคราวที่โดนถีบตกเตียงเสียอีก

 

ก็หูของเขามันจับได้ ถึงน้ำเสียงสะใจที่ซ่อนอยู่ในความอารี

 

จำไว้เลย อย่าให้ถึงทีเขาบ้าง จะดอมดมกุหลาบงามดอกนี้จนเกสรเข้าไปในรูจมูกเลย

 

ถ้าคุณจินไม่มีธุระอื่นแล้ว ผมขอตัวกลับเลยแล้วกันครับ จะได้ไปสั่งผ้ากำมะหยี่สีแดงมาเย็บได้เร็วๆ ส่วนเรื่องพรีเซนเตอร์โฆษณา ผมขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายของคุณแล้วกันครับ ถ้าคุณจินหาใครไม่ได้จริงๆ ผมก็ยินดีไปเล่นให้

 

คาเมะยิ้มหวานใส่จินเป็นการทิ้งทวน แต่พอหันหลัง ริมฝีปากก็บิดโค้งลงเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ

 

อย่างว่า เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคาเมนาชิ คาซึยะ

 

............................................................................................................................................................

 

จุดขายก็ตั้งหลายอย่าง target group ก็คงกว้างหน้าดู ทั้งชายหญิง ตั้งแต่เด็กมัธยมยันพวกตาแก่โอตาขุแน่ๆ เฮ้อ...

 

นี่แกคิดเรื่องงานหรืออะไรวะ ทำไมตาเชื่อมเงี้ย

 

ยูอิจิทักเพื่อนพลางเอาเท้าเขี่ยแหยงๆ เป็นเวลาสามวันแล้วที่จินเอาแต่เหม่อและพึมพำอยู่คนเดียว

 

ไอ้จิน แกได้ยินฉันมั้ยเนี่ย ไอ้จิน เดี๋ยวสิบโมงไปเตรียมตัว casting ด้วยนะเว่ย ไอ้จิ้น ยูอิจิจับใบหูเพื่อนให้เปิดกว้าง กรอกเสียงใส่ให้เข้าไปถึงระบบประสาทส่วนกลาง

 

Wcasting casting cast... งั้นวันนี้ฉันก็ได้เจอเขาแล้วดิ เฮ้ย ไอ้ยู casting ที่ไหนวะ

 

ก็ที่เดิม ความจำเสื่อมระยะสั้นหรือไงแกน่ะ

 

จินไม่สนคำกระแนะกระแหนของยูอิจิ หยิบโทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะกดโทรออกเร็วรี่

 

คุณคาซึยะ ผมจินนะครับ ถือโอกาสเรียกชื่อมันซะอย่างนั้นแหล่ะ

 

เดี๋ยวสิบโมงคุณไปที่ตึกเอ็นวายทาวเวอร์เลยนะครับ ขึ้นมาชั้นยี่สิบสาม มาถูกใช่มั้ยครับ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมลงไปรอที่ชั้นล่างแล้วกันนะครับ ถ้าคุณมาถึงหน้าตึกก็ miss called มา

 

ไม่เป็นไรครับ ลิฟต์มันหายาก คนออกแบบตึกนี้มันประสาทน่ะครับ ถ้าคุณหาไม่เจอเดี๋ยวจะเสียเวลาเปล่าๆ

 

แล้วเจอกันนะครับ

 

ภาวนาให้ตอนนั้นคนในลิฟต์ไม่มีสักคนก็อัดมันแน่นลิฟต์ไปเลยเถอะ เพี้ยง!

 

คำภาวนาของจินไม่เป็นผล ลิฟต์ที่มีความจุคนประมาณยี่สิบสี่คนตู้นี้มีคนใช้บริการร่วมกันอยู่หก ไม่น้อยพอที่จินจะฉวยโอกาส และไม่มากพอที่จินจะใช้มุขกระแซะๆ ทำตัวเหมือนพระเอกการ์ตูนบงกชในรถไฟฟ้า

 

จะทำได้ก็เพียงดันให้คาเมะไปอยู่แถวปุ่มกด แล้วเขาอยู่เยื้องๆ (ไม่กล้าซ้อนหลังอีก เข็ด) แล้วจินก็เอื้อมมือไปกดลิฟต์ให้ แกล้งกดผิดชั้นบ้างจะได้อยู่นานๆ ให้บริษัทจ่ายค่าไฟเปลืองเล่นๆ

 

แต่หนนี้คาเมะช้อนตามองแบบรู้ทัน แต่ไม่มีท่าทีตอบโต้ให้จินย่ามใจไปหกสิบเปอร์เซ็นต์ จนเมื่อถึงชั้นยี่สิบสามนั่นแหล่ะ หกสิบเปอร์เซ็นต์นั้นทลายเรียบ ทันที่คาเมะก้าวขาออกจากลิฟต์แล้วทิ้งฝ่าเท้าข้างหนึ่งลงบน Prada winter 2007 อย่างอ้อยอิ่ง

 

คุณแกล้งผม จินตัดพ้อต่อว่าชนิดไม่อยากฟอร์ม

 

คุณอย่ามาแต๊ะอั๋งผมบ่อยนักสิ ให้มันน้อยลงบ้าง นะครับ

 

ดวงตาคนพูดสุกใส รอยยิ้มยั่วเย้าจนจินอยากจับลากเข้าลิฟต์กดสต็อปเปิดฉากเรทอาร์ในนั้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่กลัวฤทธิ์เดชนางฟ้า จึงได้แต่ทำหน้าง้ำงองอนป่องๆ เป็นเด็กห้าขวบตัวเท่าพ่อพันธุ์กระทิง

 

เดินไปทางไหนครับ

 

บอกแล้วจะให้อะไร ไม่ต้องลีลากันให้มากความ ในเมื่อรู้ทางกันแล้วก็เอามันโต้งๆ แบบนี้ล่ะวะ

 

ให้พาไป

 

แก้มที่ป่องอยู่แล้วก็บวมขึ้นอีกอย่างขัดใจเมื่อคาเมะไม่ยอมเล่นด้วย จินเดินลงส้นหนักๆ เดินนำลิ่วๆ ไปไม่สนคนเดินตาม

 

ถ้าพูดหวานๆ สักหน่อยเดียวจะจูงมือพาเดินเลยนะเนี่ย ชิ

 

คุณอาคานิชิครับ

 

เสียงพระเจ้าเรียกขาน จินหันไปด้านซ้ายสิบนาฬิกาก็พบลูกค้ายามาชิตะเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นคนละขั้วกับยูอิจิที่เดินหน้าตูมตามหลัง

 

ครับ

 

คุณเพิ่งมาหรือครับ นี่ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน

 

จินเกือบลำพองในเสน่ห์ของตน ถ้าไม่ตาดีจับได้ว่าทุกครั้งที่ยามาชิตะหวานใส่เขา มักจะเหลือบหางตาไปมองยูอิจิเสมอ ครั้งนี้ยูอิจิก็ตูมหน้าแกล้งพอดี จินเลยร่วมมือด้วยสักนิด ไม่เกี๊ยวไม่เกี่ยวกับเจตนาใดๆ ต่อคนข้างหลังเขาเลย

 

จริงๆ ผมมารอคุณยามาชิตะแต่เช้าแล้วครับ แต่ว่าลงไปรับเด็กคนหนึ่ง นี่ไงครับ

 

จินเน้นคำว่าเด็กลงไปเข้มๆ ให้คนที่ได้ยินเข้าใจว่าเขาดูถูก แต่แท้จริงจินหมายถึง เด็กในสังกัดของเขา นั่นเอง

 

สวัสดีครับ คนที่สาวเท้าตามมาทันพอดีเอ่ยทักทายคนแก่วัยกว่า แต่ส่งสายตาอาฆาตไปให้ผู้ใหญ่ข้างตัว ให้มันรู้ไปว่าผู้ใหญ่บางคนไม่กลัวเด็ก

 

จินเห็นเช่นนั้นก็ตัดสินใจเปลี่ยนแผนการที่คิดอยู่ทันควัน การยั่วให้คนอย่างคาเมะหึงไม่ใช่เรื่องฉลาด เพราะนอกจากจะไม่มาง้อ (ใช่สิไม่ได้เป็นอะไรกัน) คาเมะอาจจะตีจากเขาไปเลยด้วย

 

รักก็จะอด งานก็จะชวด

ไม่อ๊าว....

 

คนนี้ที่ผมคิดว่าเหมาะกับโฆษณาของเราไงครับ คนนี้ไงยูอิจิ ที่ฉันเพ้อไปหลายวัน

 

แทนที่จะทำให้คาเมะมีสายตาดีขึ้น การประกาศโจ่งแจ้งต่อหน้าคนอื่นยิ่งเพิ่มอัตราโทษของตัวเองไปเท่าตัว จินตัดสินใจไม่ปากมากเกินไปเป็นการตัดปัญหา

 

คนนี้หรือครับ ยามาชิตะไล่สายตาขึ้นลองราวกับเป็นเครื่องแสกนสินค้า คาเมะก้าวถอยหลังไปหาจินเองอย่างเต็มใจ

 

ถ้ายังไงลอง casting คนอื่นก่อนก็ได้ครับ

 

ไม่ล่ะ คนนี้แหล่ะ unisex ดี เดี๋ยวกันคิ้ว สไลส์ผมข้างหน้าออกหน่อยก็แยกเพศไม่ออกแล้ว ยังไงตอนถ่ายอย่าให้เขาเงยหน้ามากนะครับ จะได้ไม่เห็นลูกกระเดือก

 

ยามาชิตะพูดรัวเร็วแล้วจับคาเมะไปหมุนตัวอีกสองรอบ คาเมะที่ยังจับคอหอยตัวเองอย่างเหวอๆ ก็สลับเท้าไปตามแรงหมุนแทบไม่ทัน แต่มีจินช่วยจับไว้เลยไม่เซล้มไปซะก่อน

 

อืม ขนาดตัวกำลังดีเลยครับ อ่อ แล้วให้ใส่เสื้อแขนยาวด้วยนะครับ สี่ส่วนก็ได้ เพราะแขนดูล่ำไปนิด พูดจบก็เลิกขากางเกงคาเมะขึ้นดูด้วย

 

โอย ขนหน้าแข้งก็เยอะ ให้แวกซ์หรือว่าจะใส่ขายาวดี ใส่ขายาวดีกว่า เอาเอวตำนะครับ ช่วงสะโพกสวย

 

จินดึงตัวคาเมะกลับทันควันเมื่อคนตรวจตราอย่างเชี่ยวชาญทำท่าจะเอื้อมมือลงมา แตะส่วนที่กำลังบรรยายถึงด้วย ถึงยังไม่ได้เป็นเจ้าของก็หวงนะครับ

ซึ่งจุดนี้คาเมะก็แอบคิดคล้ายกัน ให้จินที่เจอหน้ากันมาสามวันแล้วจับดีกว่าคนนี้ที่เพิ่งเจอกันวันแรก

 

ทั้งหมดนี้พวกคุณมีอะไรขัดข้องหรือเปล่าครับ

 

ยามะชิตะหันมาถามความเห็นยูอิจิและจิน ซึ่งก็ไม่ได้คิดจะเอาคำตอบจริงๆ เท่าไหร่ แล้วทั้งจินและยูอิจิไม่มีปัญหาอะไร เพราะที่ยามาชิตะพูดมาทั้งหมดก็ล้วนถูก มีแต่คาเมะคนเดียวที่มีคำถาม

 

ดะ เดี๋ยวครับ พวกคุณไม่คิดจะให้ผมเทสต์อะไรเลยหรือ

 

ไม่ต้องหรอกครับ โฆษณาตัวนี้ขายพรีเซนเตอร์ ต่อให้เล่นแข็งๆ ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เน้นความสามารถทางการแสดง และบทมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย วิ่งๆ ทำหน้าตกใจนิดๆ แล้วก็กินโยเกิร์ตผมให้ดูอร่อย ซึ่งจริงๆ มันก็อร่อย ไม่ต้องแสดงหรอก

 

คาเมะแทบฉุนขาดกับคำพูดพระเจ้ายามาชิตะ อะไรมันจะเหยียดคนอื่นได้ขนาดนั้น แต่ยังไม่ทันนักหนึ่งไปถึงร้อย ก็มีคนสติแตกก่อนเขาไปจนได้

 

งานบริหารธุรกิจโยเกิร์ตของคุณน่ะ ยากที่สุดในโลกแล้วล่ะครับ นอกจากคุณไม่มีใครทำได้หรอก

 

ยูอิจิที่อดทนกล้ำกลืนมานานเสียดสีไปแบบใส่อารมณ์เอาไม่ต้องให้เสียเวลาตีความ แต่เรื่องผิดคาดก็เกิดขึ้นอีกไม่มีหยุดหย่อน

 

คิดแบบนั้นหรือครับ

 

เพราะไอ้ที่พร้อมใจกันคาดการณ์ว่า แม่คุณ จะวีนแตก ความจริงที่ปรากฏกลับเป็นเป็นน้ำเสียงเศร้าสร้อย ดวงตาหรุบต่ำเหมือนคนถูกทำร้ายจิตใจนักหนา ยูอิจิอยากคุกเข่าก้มหัวด้วยความรู้สึกผิด ทำคนเซลฟ์สูงให้ก้มหน้ากลั้นเสียงสะอื้นได้ พระเจ้าจะลงโทษเขาไหมนะ

 

บอกซิว่านี่มันไม่จริง ยูอิจิฝันไป

 

เกลียดผมมากสินะครับ

 

ไปใหญ่แล้ว ไปใหญ่แล้ว... ยูอิจิเอาสองมืออุดปากด้วยความสยอง มันไม่จริง......จริง จริง จริง จริง จริง (เสียงแอคโค่)

 

ผมขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจว่าคุณ

 

จินปล่อยให้ยูอิจิยืนแก้สถานการณ์ไปคนเดียว ท่ามกลางสายตาที่มองมาอย่างสนใจของคนหลายสิบ เขาพาคาเมะที่เหวอขั้นหนักไปนั่งพักที่โซฟาสีดำข้างห้องประชุม

 

บริษัทโฆษณาก็อย่างนี้แหละครับ วันๆ เจอแต่คนแปลกๆ เดาพฤติกรรมไม่ถูก

 

สรุปผมได้งานแล้วใช่มั้ยครับ คาเมะพยายามเอาเรื่องงานเรื่องเงินมากลบความแปลกที่เขาพบเจอ ก็ไม่ใช่แค่คนอื่นๆ หรอก คนข้างตัวเขาก็ใช่ว่าจะธรรมดา

 

ได้แล้วครับ แต่คุณคงต้องไปกันคิ้ว และเข้าร้านทำผมหน่อย เดี๋ยวผมพาไปเย็นนี้เลยแล้วกันครับ ค่าใช้จ่ายให้บริษัทออกให้

 

จินแอบทำท่าเยสในใจ เมื่อหาเหตุไปไหนมาไหนกับคาเมะได้อีกหน

 

ครับ อ๊ะ เป็นพรุ่งนี้เย็นหลังจากผมไปติดผ้าม่านที่บ้านคุณแล้วกันครับ วันนี้ผมมีงานต้องสะสาง

 

ได้เลยครับ แล้วผมจะเคลียร์ตารางนัดเอาไว้ เยส เยส เยส

 

เอ่อ ไม่ทราบว่าจะถ่ายโฆษณากันวันไหนหรือครับ

 

น่าจะอีกสักสองอาทิตย์ครับ ตอนนี้กำลังหาโลเกชั่นกันอยู่ ถ้าเจอเร็วก็อาจจะได้ถ่ายเร็วกว่านั้น

 

คาเมะยิ้มๆ เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตที่เขาจะได้ในเร็ววัน ส่วนจินก็คิดสระตะถึงมุขที่จะใช้ได้ในวันเปิดกอง จนคาเมะสะกิดเบาๆ ที่ต้นขาเพื่อเรียกคุย คาเมะเอียงหน้าเข้าหาเอ่ยกระซิบที่ข้างหูจินแผ่วเบา

 

ลูกกระเดือกผมใหญ่มากเลยหรือครับ

 

จินเกือบหัวเราะกับคำถามในเสียงเครียดที่เต็มไปด้วยความกังวลของคาเมะ

 

ไม่เป็นอุปสรรคหรอกครับ เชื่อสิ

 

จินกระซิบเสียงทุ้มกลับด้วยถ้อยคำคลุมเครือ คาเมะไม่คิดจะถามต่อให้เข้าเนื้อแล้วว่าหมายถึงอุปสรรคการใด

เพราะเขาเองก็มีอุปสรรคมอบให้จินเต็มขั้นเหมือนกัน

 

.................................................................................................................................................................

 

นับตั้งแต่ที่ไก่คาเมะรู้ตัวก็คอยระมัดระวังตัวแจ แทบไม่เปิดโอกาสใดให้เสืออาคานิชิได้แอ้มโดยง่าย แต่ยังดีที่ไม่หนีจนเขาท้อถอย มีส่งยิ้มให้บ้างเป็นระยะเหมือนให้กำลังใจกัน จินที่มองดูอีกฝ่ายเจาะผนังด้วยความเมามันก็ถอนใจเฮือกๆ

 

ผ้ากำมะหยี่สีแดงผืนเบ้อเร่อที่วางขวางกลางห้องยังเป็นเหมือนตัวขวางทางไป จินนั่งแปะอยู่บนเก้าอี้ไร้พนักที่ใช้นั่งวาดรูป เอาเท้าเขี่ยไปมาอย่างเซ็งๆ

 

มือเจาะผนังทำงานเสร็จ ก็ปล่อยให้ลูกน้องสองคนขึ้นไปจัดการติดเสาร้อยม่าน ส่วนตัวเองก็มาเดินชมงานศิลปะอย่างรื่นฤดี

 

จนจินเริ่มตั้งราคาค่างวดกับผลงานตัวเอง คิดเล่นๆ ว่าถ้าแลกให้ดูหนึ่งภาพกับหอมหนึ่งฟอดจะดีหรือไม่ แต่จินก็กลัวจะกลายเป็นเตะหนึ่งป๊าบ ชกหนึ่งฮุคแทน

 

รักหรอกนะ ไม่อยากหักหาญน้ำใจ แขนขาแค่นั้นคิดหรือจะทำอะไรจินได้ ทำตัวเป็นกระสอบทรายเพราะยอมให้หรอก

ไม่งั้นจับมัดมือมัดเท้าเปิดม่านเล่นหนังเรทเอ็กซ์กับกระจกให้เพื่อนบ้านได้ชมเชียว

 

และแล้วจินก็ตกใจกับความคิดตัวเองไม่น้อย รัก...คนอย่างเขาก็มีคำนี้ผุดขึ้นมาในสมองได้ จินจับหน้าอกตัวเองที่พลันกระตุกขึ้นมาจนเจ็บจี๊ด กดหนักๆ เมื่อมันยังคงความเจ็บเอาไว้อย่างต่อเนื่อง เพราะรักงั้นหรือ

นานเท่าไหร่แล้วที่เขาเลิกคิดถึงคำๆ นี้จริงจัง ช่างมาแรงแซงทางโค้งจริงนะหนุ่มน้อย

 

คิดค่าชมนะครับ

 

จินสะดุ้งด้วยความตกใจ เผลอไม่ทันไร คาเมะก็มายืนอยู่ตรงหน้าเข้าให้แล้ว

เผลอไม่ทันไร ก็มายืนอยู่ในหัวใจเขาเต็มตัวเข้าให้แล้ว

 

มองผมคิดครั้งละร้อย ถ้าคิดลามกในสมองด้วยคิดหนึ่งหมื่น

 

คาเมะเอ่ยมุขตลกเข้าเนื้อเข้าตัว อารมณ์ดีมาจากไหนกัน ถึงกล้ามาเล่นกับเขาอย่างนี้ในที่รโหฐาน คิดเอาว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยหรือไง

 

ถ้าคิดถึงคำว่ารักล่ะ

 

คาเมะสะอึกอย่างไม่เชื่อหูไปครึ่งวินาทีแล้วจึงโต้ตอบไหลลื่น ก็ดวงตาของจินยังไม่บอกว่าจริงจัง ถึงน้ำเสียงจะไม่เจอการหยอกเล่นแต่อย่างใด

 

ถ้าโกหกคิดหนึ่งล้าน

 

ถ้าพูดความจริงให้มองฟรีมั้ย

 

คนถูกถามกลั้นใจคิดคำตอบ ใคร่คำนวณก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงหวาน ส่งสายตาที่จินมั่นใจพันเปอร์เซ็นต์ว่ายั่วกันเห็นๆ จนเขาแทบอยากเรียกพ่อแม่พี่น้องทั่วหมู่บ้านมาเป็นพยาน

 

ถ้าพูดจริง...รักจริง จะให้มองฟรีตลอดชีวิต

 

เฮือก... คนฟังกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ ด้วยเกรงมันจะสอออกมาให้ได้อาย

หยอดมาไม่ได้เกรงใจคนที่เผชิญกับการเจ็บหน้าอกอย่างเขาเลย

 

ถ้าทำได้อ่ะนะ เสียงหวานเมื่อครู่เปลี่ยนอุณหภูมิเป็นเย็นยะเยือกปานคนพูดมองจิกลงมาจากยอด หิมาลัย สำเนียงและสายตาเลียนแบบเจ้าแม่ (ยูอิจิเปลี่ยนจากแม่คุณเป็นเจ้าแม่แล้ว) มาไม่ผิดเพี้ยน

 

เว้ย ถึงทีเขาเมื่อไหร่จะดมดอมกุหลาบให้มันเข้าไปในโพรงจมูกทั้งดุ้นเชียว บริโภคแทนข้าวไปเลย

ดูสิถึงตอนนั้นจะทำหน้าลอยไปลอยมาแบบนี้ได้มั้ย

 

คาเมะยิ้มย่อง สะบัดผมที่ยาวระต้นคอใส่จินพองาม เดินเอานิ้วพันสายเอี๊ยมไปพลางส่งเสียงสั่งการลูกน้องเรื่อยเปื่อย

ในความคิดจากสายตาลามเลียของจินเมื่อครู่ คาเมะเพิ่งสำเหนียกได้ว่าระยะหลังเครื่องเตือนภัยของเขามันไม่ส่งสัญญาณเลย ทุกครั้งที่ใกล้จิน เมื่อสัญชาติญาณไม่ช่วย คาเมะเหลือเพียงสติเท่านั้นที่ใช้ป้องกันตัวเอง

 

ไม่อยากให้อีกคนรู้เลยว่า ไอ้ที่หยอดเขามาเรื่อยนั้น มันเริ่มสัมฤทธิ์ผลของมันแล้ว

อย่าให้ได้รู้เชียว ไม่อย่างนั้นสุดท้ายเขาคงถูกดอมดมจนหมดตัว

 

สติ สติ สติ ให้สมองมันนำความรู้สึกรู้มั้ยคาเมนาชิ

 

...............................................................................................................................................

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โถ น้องเมะ ใช้สมองคิดแล้วเมื่อไหร่พี่จินจะสมหวังล่ะเนี่ย
จินตกหลุมน้องเมะที่ไม่อวบไม่อึ๋มเข้าให้แล้ว 555+

#1 By Satsuki (61.90.249.246) on 2007-03-26 17:49

คาเมะน่าร๊ากกกกก

ชอบจริง ๆ ที่รู้ทันจินไปหมดแบบนี้

ชอบที่กระทุ้งศอกจินด้วย สุดยอดดดดดดด

นี่แหละน๊า~~ ชอบไปหาเศษหาเลยกะคนอื่นดีนัก

#2 By nao (202.28.27.6) on 2008-08-11 15:34

เว้ย ถึงทีเขาเมื่อไหร่จะดมดอมกุหลาบให้มันเข้าไปในโพรงจมูกทั้งดุ้นเชียว ---- น่าเกลียดน่า อคานิชิ- -

พาร์ทนี้คาเมะเป็นต่ออย่างรุนแรง หลังจากที่จับไต๋ได้ โดยสนองการเข้าถึงเนื้อหนังโดยลูกถีบ และลูกถอง

ดูเหมือนอคานิชิ ก็คงจะเข็ดไปไม่มากก็น้อยล่ะนะ ถึงได้สงบเสงี่ยมเจียมตัวให้คามเล่ได้ขนาดนี้ อืมๆ...

ชักเอาใจช่วยมันขึ้นมาแล้วซิ

ส่วนทางด้านแม่คุณ หรือเจ้าแม่ของยูอิจิมันนั้น ตกลงที่น้ำตาซึมนั่น แกล้งยูมันรึของจริงคะ? เดาไม่ออกกะท่าทางเธอเสียจริง แต่ไอ้ที่เจอหน้าคาเมะครั้งแรกแล้วพูดจุดีจุดด้อยออกมาโต้งนั้น... นับถือจริงค่ะคุณ ฮ่ะ ฮ่ะ

#3 By pierce on 2008-08-16 19:24

น้องน่ารักเหลือเกิ๊นนนนนนนน
มียิ้มเยาะ มียั่วยวนด้วย
อ๊ากกกกกกกกกกก เป็นใครจะไม่หลงรัก

#4 By Mi-o (125.25.110.167) on 2008-12-08 12:05

โอ๊ยๆๆๆ
แบ่งรับแบ่งสู้กันเหลือเกิน
จุนโนะกลัวเสียงสว่านแต่เป็นสถาปนิก ได้ไงเนี่ย

ชอบมากเลย
อ่านไปยิ้มไปตลอด
เริ่มบ้าแล้ว
ฮ่าๆๆ

#5 By tuncha (125.25.143.12) on 2009-05-19 03:06

น้องแอบมีใจ ให้พี่จินได้หัวใจชุ่มชื่นนนน อิอิ

#6 By ^^akatang^^ (110.49.131.74) on 2009-08-09 00:17