Bloody Soul Part3-End

posted on 16 Feb 2007 01:53 by asuka-jan  in Parody-Fiction

 

ดวงความรักของคุณกำลังติดหล่ม

 

แม่นมั้ยล่ะ เพราะคนรักที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกันนี้ได้เจอหน้าหน้ากันวันละเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ก็เห็นแล้วล่ะว่ายูอิจิพยายามหาข้ออ้างขึ้นมาหาเขาที่ชั้นบน แต่สำหรับคนที่หัวจิตหัวใจมันอ่อนแอพอๆ กับร่างกายนั้น...แค่นี้มันพอที่ไหน

 

วันเกิดของเขาก็ใกล้เข้ามาทุกที อีกสองวันเท่านั้นนะ...

 

ถึงแม้จริงๆ แล้วจะไม่ได้ใส่ใจกับวันแบบนี้สักเท่าไหร่ก็เถอะ จะวันเกิด วันคริสต์มาส วาเลนไทน์ หรืออะไรเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ วันครบรอบหนึ่งเดือน สองเดือน หนึ่งปี หรือสามปีที่คบกันก็แล้วแต่ โทโมะไม่เคยจดเคยจำไม่เคยเห็นว่ามันสำคัญกว่าวันอื่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจลึกๆ จะแอบหวังไว้บ้าง หวังจะให้มีอะไรดีๆ ในปีที่เขาอุตส่าห์จำได้และมีคนรักกับเขาทั้งคนแล้วอย่างปีนี้...

 

แต่เค้าลางที่ว่าจะมีอะไรดีๆ มันหดหายไปเรื่อยๆ ในหลายวันที่ผ่านมา

 

ตั้งแต่วันที่เขาได้รู้จักคนๆ นั้น

 

เขาว่ารักแท้มักมีอุปสรรค แต่ความมั่นใจที่คิดว่าจะจัดการได้มันหายไปไหน ทั้งที่ศึกษาเรื่องราวความรักมาแล้วทุกกรณี สติสายตาก็มั่นคงกว้างขวางกว่าใคร แต่ไม่เห็นง่ายอย่างที่คิด

 

แถมเจ็บกว่าที่คิดด้วย...

 

เฮ้อ...

 

เมื่อวานก็ปากหนัก ไม่ถามสิ่งที่ติดใจเสียให้รู้เรื่อง แล้วไง ตอนนี้มันนั่งกุมขมับจับกระเพาะ เครียด...

 

สุดท้ายคนป่วยกายป่วยใจยอมแพ้ต่อสังขารตัวเอง เมื่อโทโมะเห็นว่างานในรับผิดชอบไม่มีอะไรที่จะต้องสะสางจัดการอีกแล้วเขาก็ลุกขึ้นเพื่อจะกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน ให้มันสมกับที่เมื่อคืนแทบไม่ได้หลับ แม้ความจริงจะอยากจมอยู่กับงานเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านในอีกสองวันที่เหลือ แต่ทำไงได้ มันดันว่าง...ซะขนาดนี้

 

เอาเวลาว่างไปนอนทิ้งนองขว้างคงดีกว่านั่งแกร่วเดียวดายอยู่บนชั้นสูงๆ ของตึกที่ไม่ค่อยจะมีใครเดินผ่าน

 

อ๊ะ

 

ร่างของคนในความคิดคำนึงอยู่ทุกชั่วลมหายใจวิ่งแท่ดๆ มาอย่างหืดหอบ ยูอิจิของเขากำลังวิ่งตรงมาหา

 

เอี๊ยด......!

 

ฝ่ายบุคคลบอกผมว่าครึ่งบ่ายนี้โทโมะลาป่วย เป็นอะไรหรือโทโมะ เมื่อวานไหนว่าหายแล้วไง

 

ยูอิจิจับแขนโทโมะ เชยคาง จับหมุนซ้ายหมุนขวา แล้วใช้สายตาซอกแซกของนักบัญชีมองสำรวจเฟ้นหาร่องรอยของความป่วยไข้ด้วยความเป็นห่วง

 

หน้าซีดนะ ยังปวดท้องอยู่รึเปล่า เมื่อคืนนอนเต็มอิ่มมั้ย บอกผมสิโทโมะ

 

จากความใกล้ชิดนั้นทำให้โทโมะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวยูอิจิ กลิ่นที่ไม่คุ้นเลย... ความอาทรที่เอื้อนเอ่ยเข้าหูมันก็บีบหัวใจไปพร้อมๆ  กับกลิ่นบ้านั่นจนต้องเปลี่ยนเรื่องไป

 

รีบหาประเด็นคุยก่อนที่จะยั้งปากซักไซ้ไว้ไม่อยู่

 

งะ งานเสร็จแล้วหรือยู

 

ยูอิจิถอนใจเมื่อคนดีของเขาฝืนฉีกยิ้มสดใสไปเสียอย่างนั้น

 

ยัง แต่ถ้าโทโมะไม่บอกผมดีๆ ว่าเป็นอะไร งานการก็ทิ้งมันไว้อย่างนั้นแหล่ะ ฝืนทำก็ติดกังวล คิดเลขผิดซะเปล่าๆ

 

ฮ่ะๆๆ โทโมะไม่มีงานทำก็อยากกลับไปนอนเล่นหรอก แต่จะให้บอกฝ่ายบุคคลว่าโทโมะจะอู้หรือ เดี๋ยวก็โดนตัดเงินเดือนพอดี แต่ว่านะ ฝ่ายบัญชีมีงานให้ทำรึเปล่าล่ะ โทโมะช่วยไปจิ้มเครื่องคิดเลขได้นะ

 

ยูอิจิถอนใจอีกรอบกับแววตาวามวับเป็นประกายนั่น โล่ง...ที่เห็นว่าปกติดี แต่ก็ ไม่ได้วางใจนัก

 

ใช้เอ็กเซลเป็นมั้ยล่ะ

 

คำตอบที่ได้คือการส่ายหัวดิก

 

ผมอยากได้โทโมะมาอยู่ใกล้ๆ เหมือนกันนะ แต่คงสบายใจกว่าถ้าโทโมะลมหายใจไม่ร้อน ขอบตาไม่แดงเรื่อแบบนี้... กลับบ้านไปนอนเถอะ สัญญาว่าคืนนี้จะไปป้อนข้าวต้มอีก

 

แต่โทโมะอยากอยู่กับยู อยากอยู่ หวง ได้ยินรึเปล่า...

 

ฮิโรกิเขามาช่วยคีข้อมูลเข้าคอมให้แล้วล่ะวันนี้ งานคงเสร็จเร็วกว่าเมื่อวานอีก วันนี้โทโมะไม่ต้องรอนานแน่ รอทานข้าวเย็นกับผมนะครับ

 

ฮิโรกิ... อีกแล้ว

 

เพื่อนยูคนนี้ที่ว่าทำงานคอกเดียวกันนี่คอกไหนครับ คอกฝ่ายบุคคลหรือบัญชี

 

ครั้งแรกละมั้งที่ตบตายูอิจิได้ เล่นละครเก่งไม่น่าเชื่อเลยนะโทโมะ กั้นและกดความไม่สบอารมณ์ทุกอย่างได้มิดชิดเหลือเกิน

 

ฝ่ายบุคคล ก็เขานี่แหล่ะที่เอาข่าวว่าโทโมะลาป่วยมาบอก แล้วเขาก็เลยอาสาช่วยทำงานให้ยู เพราะฝ่ายบุคคลมีนักศึกษามาฝึกงานเยอะแล้ว

 

อ๋อ หรือ...

 

ฝ่ายบุคคลชั้นสาม ฝ่ายบัญชีชั้นห้า ฝ่ายบริหารชั้นแปด

เขาใกล้กว่า... เก่งคอมกว่า รู้งานกว่า...ใช่มั้ย

ไม่ป่วย แล้วก็ว่างด้วย

 

เหตุผลเต็มเปี่ยมเลยโทโมะ

 

สนิทกันขนาดที่ว่าเรื่องของแฟนตัวเองยังต้องรู้จากปากเขาเลย ดูสิ

 

............................................................................................................................................................

 

พรุ่งนี้จะถึงวันเกิด

 

แล้วไง เขานอนอยู่บ้านเซ็งๆ คนเดียวน่ะสิ

ไปทำงานก็ไปนั่งปัดฝุ่นตียุง เล่นเนตไปเรื่อยเปื่อย ยูน่ะหรือ ไม่อยากจะคิดถึงแล้ว คิดไปก็ฟุ้งซ่าน ต้มบะหมี่ดูหนังเกาหลีเคล้าไปดีกว่า

 

แต่แล้วโทโมะกินบะหมี่ไม่ทันจบถ้วยก็ต้องปิดทีวีแถมขว้างรีโมทด้วยอารมณ์คุกรุ่น โอ๊ย...นอกจากรักสามเศร้าซีรี่ส์เกาหลีมันมีอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย ขนาดแดจังกึมหมอโฮจุนยังหนีไม่พ้นเลย โว้ย.....................

 

คนหงุดหงิดงุ่นง่านกระดกน้ำซุปก้นถ้วยก่อนเอานิ้วโป้งปาดน้ำซุปพร้อมผงชูรสที่เลอะที่ริมฝีปาก (ท่าไม้ตายของจินน่ะค่ะ) ก่อนจะโมโหหนัก โทโมะเริ่มวางแผนหากิจกรรมทำเพื่อฆ่าเวลาให้พ้นไปวันๆ หนึ่ง

 

ชอปปิ้ง - ไม่ดี เดี๋ยวเจอยูกะคนนั้นล่ะยุ่ง หลายเรื่องเป็นอย่างนั้น

เดินเล่นในสวนสาธารณะ - ไม่เอา เข้าอิมเมจแกแย่เลยโทโมะเอ๊ย

ดูหนัง โธ่...เมื่อกี้ไม่เข็ดหรือไง แม้จะเอ๊กซ์เมนก็เหอะ อาจจะมีรักสามเศร้าก็ได้นี่หว่า

โทรหาคาเมะ เหย ไม่เอาดีกว่า ชอบรับโทรศัพท์ตอนมีไรกะจินทุกที ไม่ควร เดี๋ยวไปขัดจังหวะเขาอีก บาป ว่าแต่คาเมะก็ไม่เคยปิดมือถือเลยนะ สงสัยชอบโชว์

 

อ๊าก...แล้วฉันควรจะทำอาร้าย...

 

โอ้ จอร์ช ฉันลืมไปได้อย่างไร ไดอารี่ไงเล่า โอ้ กำลังพีคเลย เหมาะมากเงินก็ไม่ต้องเสีย ว่าแล้วโทโมะก็วิ่งไปหาไดอารี่เล่มสวยที่เขาเคยโยนทิ้งไปที่ข้างเตียงมาจัดการจรดปากกาลงไป บรรทัดแรก...ยูอิจิสุดที่รักของโทโมะ

 

แล้วอะไรต่อล่ะ อ้อ เอาตั้งแต่เริ่มรักเลยแล้วกันเนาะ ในตอนแรกโทโมะเกลียดหน้ายูมากเลยรู้มั้ย เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะยูไม่สนใจโทโมะน่ะสิ...

 

โทโมะตั้งหน้าตั้งตาเขียนไปเรื่อยๆ เรื่องราวความหวานชื่นระหว่างเขาทั้งสองที่มีให้กันนับตั้งแต่เริ่มแรกถูกถ่ายทอดลงไปในกระดาษแผ่นหนาอย่างไม่ขาดตอน รอยยิ้มปรากฏขึ้นมากครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาในรอบหลายวันนี้

 

อดีต...สวยงามนัก

 

โทโมะหลับตานิ่งซึมซับความสุขล้นที่เต็มเปี่ยมอยู่ในห้วงความทรงจำ กาลเวลาที่ผ่านมาอาจทำให้รายละเอียดตกหล่นไป แต่ความรู้สึกเต็มตื้นเมื่อแรกที่ได้รับ...ความรัก ไม่มีสักวินาทีที่เขาจะจดจำไม่ได้

 

คำรักยังจารลึก รอยจูบยังสัมผัส

 

จนเมื่อถึงตอนที่กลับมาจากการสัมมนานอกสถานที่ วันคืนที่เขาถูกละเลยเมื่อยูหันไปทุ่มเทกับการงาน

ความหวานที่ยังคงมีอยู่บ้างก็ถูกเสี้ยนเล็กปักตำทำให้ยากนักที่จะนึกถึงได้อย่างไม่มีความเจ็บปวด แล้วเสี้ยนนั้นก็ยากที่จะบ่งออก

 

จากคนที่สามารถเปิดเผยได้อย่างจริงใจ อยู่ด้วยแล้วเป็นตัวเองอย่างที่สุด วันนี้กลับกลายเป็นว่ายูอิจิอาจเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะบอกความรู้สึกบางอย่างในใจได้ แล้วอีกคนเล่า เหมือนกันหรือเปล่า

 

เขาจะเป็นคนสุดท้ายมั้ยที่จะได้รู้ความจริงอันแสนเจ็บปวดบางประการ

วันคืนที่แสนน่ากลัวนั้นจะมาถึงมั้ย

 

กริ๊ง... กริ๊ง...

 

โทโมะสะดุ้งสุดตัวกับเสียงกรีดแหลมที่ดังกังวานเหลือเกินเมื่อทุกอย่างรอบตัวมันเงียบสงัด โทโมะเงยหน้าให้นำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาไหลย้อนลงไปสู่ภายใน เก็บไว้ โทโมะ เก็บมันไว้ก่อนนะ...

 

ครับ สวัสดีครับ

 

เสียงที่กลบเอาความเศร้าและกลืนร่อยรอยความกังวลลงไปให้ลึกนั้นสั่นและแหบแห้งจนปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเอ่ยคำพูดยียวนออกมาได้เป็นปกตินิสัยของเจ้าตัว

 

พูดซะเพราะเชียว ฟ้าถล่มรึไงพ่อนายเอก

 

เสียงที่ตอบกลับมาก็แฝงเร้นความเป็นห่วงไว้ในถ้อยคำร่าเริงไม่แพ้กัน ทำให้โทโมะยิ้มลาความเหงาที่พัดผ่านออกจากหัวใจไปได้ชั่วครู่

เพื่อนรัก... โทรมาถูกเวลาจริงๆ เลยนะ

 

ใครจะเหมือนตัวร้ายอย่างคาเมะเล่า

 

น้อยๆ หน่อยเรื่องนี้ฉันเป็นฝ่ายดีนะ เป็นเพื่อนนางเอก

 

คำโต้ตอบทันควันอย่างคนรู้อกรู้ใจกันเรียกเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ได้แผ่วเบา

 

มีอะไรถึงโทรมาล่ะ จินไม่อยู่หรือไง

 

อยู่ อยู่ข้างๆ นี่แหล่ะ

 

อ้าว แล้วโทรมาไมล่ะ ไม่เสียเวลาจู๋จี๋หรือ

 

คนที่ควรจะโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะอ้อมแอ้มออกมาได้อย่างน่าสงสัย

 

ก็... แหม คิดถึงเพื่อนบ้างสิ เบื่อหน้าจินจะแย่อยู่แล้ว แต่หน้าโทโมะน่ะไม่ค่อยจะเอามาให้เห็นเลยนะ คาเมะส่งเสียงอ้อนๆ อย่างที่คนฟังรู้ดีว่ากำลังกลบเกลื่อนบางสิ่งบางอย่าง

 

ก็มาสิ นี่เราอยู่บ้านนะไม่ได้ไปทำงานหรอก ซื้ออะไรมาให้กินก็ดีนะจะเที่ยงพอดี กินบะหมี่ไปไม่อิ่มเลย

 

เราจะได้ไม่เป็นบ้าไปก่อน มานะคาเมะ มาตัวเปล่าก็ได้

 

อ้าว ไม่ไปทำงานหรือ มีอะไรหรือเปล่าโทโมะ

 

เสียงที่ถามกลับมาดูเป็นห่วงเสียจนโทโมะต้องหัวเราะกลับไปก่อนจะเอ่ยคำตอบ

 

งานมันไม่ค่อยมีให้ทำน่ะ ช่วงนี้ปวดท้องบ่อยๆ ด้วย เลยอู้งานนอนพักที่บ้านดีกว่า

 

หรือ แล้วเป็นอะไรมากเปล่า ทำไมปวดท้องล่ะโทโมะ หรือว่า...มีอะไรเครียดใช่ไหม เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ

 

โทโมะยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเราปวดท้องเพราะอะไร ทำไมคิดว่าโทโมะปวดท้องเพราะเครียดล่ะ

 

ปลายสายเงียบไปอย่างที่คาด

 

ว่าไงคาเมะ ทำไมถึงคิดว่าโทโมะจะเครียด

 

อ่ะ... เอ่อ ก็แหม ก็ก่อนนี้โทโมะเคยบ่นกับเราไม่ใช่หรือว่างานเริ่มน่าเบื่อน่ะ คาเมะก็นึกว่าเครียดเรื่องงาน

 

แต่โทโมะไม่เคยพูดว่าเครียดเพราะงานนี่นา

 

โทโมะทำเสียงจริงจังเพื่อรุกไล่คนเริ่มติดอ่างให้กดดันจนนึกเฉไฉไม่ออกอีก ความจริงเขาก็แกล้งซักไปอย่างนั้นด้วยความสนุก คาเมะจนมุมน่ะน่ารักจะตาย ไม่ได้หวังจะเอาความจริงอะไรเลย...

 

ก็... โทโมะอย่าคาดคั้นสิ คาเมะพูดไม่ถูก

 

มีอะไรนักหนาล่ะคาเมะ ถึงจะได้พูดไม่ถูกน่ะ

 

เอ่อ... อ้า หยุดทั้งทีทำไมไม่ออกมาเที่ยวล่ะโทโมะ อยู่บ้านทำไมให้เบื่อล่ะ

 

ออกไปเที่ยวคนเดียวก็น่าเบื่อ โทโมะยอมเปลี่ยนเรื่องคุยแต่โดยดี เขากำลังเหนื่อยหน่ายเกินกว่าจะไล่เลียงใคร

 

ยูอิจิล่ะโทโมะ ไม่ให้เขาพาไปเที่ยวล่ะ

 

เหอ รายนั้นทำแต่งาน ไม่ว่างพาโทโมะไปไหนหรอก

 

งานหรือ ยูอิจิบอกว่าทำงานหรือโทโมะ คาเมะเผลอหลุดเสียงกราดเกรี้ยวไปอย่างลืมตัว

 

แค่นั้น โทโมะก็เริ่มเดาอะไรออกลางๆ ไม่นะ อย่าให้เป็นอย่างที่กลัวเลย ขอร้อง

ทั้งที่ไม่อยากรับรู้อะไร แต่ก็ไม่วายถามออกไปอย่างอดไม่ได้

 

คาเมะเห็นอะไรงั้นหรือ

 

คนที่ชอบให้ชีวิตเป็นเหมือนในนิยายทุกอย่าง ตอนนี้เขาภาวนาอย่างที่สุดที่จะหลุดพ้นวัฏจักรของมัน เสียงของโทโมะแผ่วเบาเหลือเกินที่เอ่ยคำถามฆ่าตัวตายออกมา

 

มีอะไรคาเมะ บอกโทโมะมาเถอะ

 

คาเมะชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะบอกออกไปเพราะเชื่อว่าโทโมะไม่ใช่คนอ่อนไหวจนต้องปิดบัง

 

คาเมะโทรมาเพราะเห็นยูอิจิเดินห้างกับใครก็ไม่รู้ น่ารักเชียวโทโมะ ถามจินจินก็ว่าคุ้นๆ หน้าแต่จำไม่ได้

 

โทโมะกำโทรศัพท์แน่น ถึงจินไม่รู้แต่เขารู้ดี โทโมะไม่คิดถึงใครอีกแล้วนอกจากคนนั้น คนน่ารักที่รู้จักสนิทสนมกับยูอิจิมีสักกี่คนเชียว

 

ฮ่าๆ คิดมากเป็นหรือเปล่าคาเมะ พรุ่งนี้วันเกิดโทโมะไง เชื่อเถอะยูพาคนนั้นมาช่วยหาของขวัญวันเกิดให้โทโมะนั่นแหล่ะ

 

ปากบอกออกไปอย่างนั้นให้เพื่อนรักสบายใจ แต่คนพูดเนี่ยสิ ไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดเลยสักนิด

 

ไม่มีอะไรหรอกคาเมะ เหมือนนิยายที่อ่านไง หลายเรื่องก็มามุขนี้ ขอบใจนะที่เดือดร้อนแทนโทโมะ

 

จริงสินะ คาเมะก็ไม่น่าใจร้อนเลย จินเขาก็ว่าเหมือนกันว่าเพื่อนเขาไม่ใช่คนหลายใจ ว้า... คาเมะไม่น่ามาทำให้โทโมะไม่สบายใจเลย

 

อื้อ อย่าว่าตัวเองสิ โทโมะกำลังดีใจต่างหากว่าพรุ่งนี้โทโมะจะได้ของขวัญจากยู

 

งั้นหรือ ยูจะจำได้มั้ยว่าพรุ่งนี้เป็นวันอะไร ยูจะรู้มั้ยว่าเขาจะตายเพราะสิ่งที่จริงๆ แล้วไม่เคยได้เห็นกับตา แต่มันชัดนักในหัวสมอง

แน่ใจขึ้นทุกวันทั้งๆ ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ใดยืนยัน ความระแวงกำลังจะฆ่าโทโมะแล้วนะยู รู้มั้ยว่าเขาทรมานแค่ไหน

 

อืม งั้นคาเมะแฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้าเลยนะ แล้วเดี๋ยวยังไงจะเอาของขวัญไปให้

 

จ้า ขอบใจนะ แล้วเจอกันนะคาเมะ

 

ฉับพลันที่หูโทรศัพท์ร่วงลงพื้น ร่ายกลายของโทโมะก็ทรุดตามลงไป

ไดอารี่เล่มสวยเล่มนั้นกำลังเปรอะเปื้อนด้วยน้ำตา

 

ฮิโรกิ...

ยูบอกสิว่าทฤษฎีรักแท้แพ้ใกล้ชิดน่ะมันไม่จริง

 

...........................................................................................................................................................

 

หมายเลขทีท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

 

ยูอิจิมองโทรศัพท์ในมืออย่างงงงัน วันนี้ทั้งวันเขาโทรหาโทโมะตั้งหลายรอบแต่ก็ได้ยินแต่เสียงแบบนี้ ทั้งๆ ที่ยูอิจิรู้ดีว่าคนรักของเขาให้ความสำคัญกับโทรศัพท์จะตาย ลืมชาร์ตแบตก็โวยวาย ที่ที่ไม่มีสัญญาณยังไม่ยอมจะอยู่เลย

 

แล้วทำไมเขาโทรไม่ติดสักที

 

ยูอิจิเริ่มเป็นห่วงโทโมะจนชักไม่ติดเก้าอี้

 

คุณโทโมะไม่รับสายหรือคุณยู

 

ยูอิจิหันไปหาคนที่นั่งข้างๆ ก็เห็นสายตามองมาอย่างให้ความสนใจ

 

โทรไม่ติดเลยล่ะฮิโรกิ ยูชักเป็นห่วงแล้วสิ

 

เป็นห่วงขนาดนั้นก็ไปหาเถอะ เดี๋ยวงานทางนี้ผมจัดการเอง ไม่มีอะไรมากแล้วนี่ หลักๆ ก็เคลียร์กันไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

 

ไม่ได้หรอก นี่มันงานส่วนของยู

 

ฮื่อ เรื่องคีย์ข้อมูลเข้าคอมน่ะขี้ปะติ๋ว ผมทำแป๊บเดียวก็เสร็จ คุณยูไปเถอะนะคุณโทโมะอาจจะกำลังไม่สบายอยู่ก็ได้

 

ยูอิจินิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความเกรงใจ

 

ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะครับ

 

ยูอิจิลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวให้ทีหนึ่งก่อนจะคว้าเอาเสื้อสูทแล้ววิ่งออกไปเร็วราวกับนักวิ่งทีมชาติ

 

ฮิโรกิมองตามอย่างนึกตลกในท่าทีเร่งร้อนนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเงียบเสียงไปด้วยความอิจฉาที่ผุดขึ้นมา

ถ้าเขามีคนรักอย่างนี้บ้างจะดีแค่ไหนนะ...

 

แล้ววันหลังเลี้ยงข้าวผมด้วยนะคุณยู

 

ฮิโรกิตะโกนตามออกไปโดยไม่หวังจะให้คนที่วิ่งไปถึงลิฟต์แล้วได้ยิน

 

.......................................................................................................................................................

 

ไม่อยู่... ยูอิจิแทบทุบออดหน้าบ้านโทโมะทิ้งเมื่อเขากดกระหน่ำกว่าสิบเที่ยวแต่ก็ไม่มีคนมาเปิดประตูรับ ไฟก็มืดหมดเหมือนกับว่าบ้านทั้งหลังจมหายไปกับแสงสีดำแห่งราตรี ความเป็นห่วงปะทุออกมาจนทำให้ยูอิจิร้อนอกร้อนใจอย่างที่ไม่เคยเป็น เขาก้าวเข้าไปในรถพร้อมกดเบอร์โทรหาคาเมะทันที

 

คาเมะหรือ ยูอิจินะ โทโมะอยู่กับพวกนายหรือเปล่า ฉันโทรหาเขาไม่ติดเลย มาหาที่บ้านก็ไม่อยู่

 

ก็มาเลี้ยงวันเกิดกับฉันไง อ้าว โทโมะไม่ได้บอกหรือ

 

ไม่ได้บอก... ยูอิจิถอนหายใจพรืดอย่างหายห่วง คาเมะ ผมขอคุยกับโทโมะหน่อยนะ

 

เอ่อ... โทโมะเมาหลับไปแล้วอ่ะ มาถึงก็ซัดใหญ่ไม่รู้ครึ้มอะไร อาหารยังเหลือเต็มเลยเนี่ย จินกินสบายไปเลย

 

โทโมะกินเหล้าจนหลับเลยหรือ น้ำเสียงของยูอิจิเปลี่ยนเป็นแปลกใจ เพราะเท่าที่เขาเห็น โทโมะจะค่อนข้างรักษาสุขภาพมาก กลัวว่ากินเหล้าจะอ้วนฉุบ้าง หรือกินแล้วไม่มีสติจะไปยั่วคนอื่นนอกจากเขาเอาได้บ้าง น้อยครั้งนักที่จะยอมดื่ม

 

จะดื่มก็เพราะอยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ แล้วก็ดื่มเฉพาะเวลาที่จะ...ต้องการความกล้า เพื่อ...โทโมะอยากเอาใจยูบ้าง...

 

กินแล้วหลับ ไม่ได้กินจนหลับ ไม่ต้องห่วงนะ พรุ่งนี้เราปลุกให้โทโมะไปทำงานได้แน่ ไปจู๋จี๋กับยูตอนค่ำได้ด้วย

 

คำแก้ของคาเมะไม่ได้ทำให้ยูอิจิลดความกังวลลงได้เลย แต่เสียงหัวเราะคิกคักของคนสองคนที่แทรกเข้ามา  ทำให้ยูอิจิตัดสินใจวางสายไปเนื่องจากไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของจินและคาเมะ

 

ยูอิจิบังคับให้ตัวเองขับรถกลับไปที่บ้านได้สำเร็จ หลังจากที่นั่งชั่งใจอยู่ในรถที่ขับมาจอดอยู่หน้าบ้านคาเมะเกือบร่วมชั่วโมง

 

พรุ่งนี้จะดีขึ้น สัญญา

พรุ่งนี้จะดีขึ้น ใช่มั้ย โทโมะ

 

..........................................................................................................................................................

 

สิ่งแรกหลังจากลืมตาตื่น โทโมะบอกตัวเองให้ลุกขึ้นก่อนที่ร่างกายจะไม่ฟังคำสั่ง

หากปล่อยตัวเองให้จมกับที่นอนนุ่ม และอากาศเย็นสบายเขาคงไม่คิดอยากออกไปเผชิญสิ่งไหนอีก ยิ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาทรุดลงไปได้มากกว่าที่เป็น

 

วันเกิด...จิตใจควรผ่องแผ้วแจ่มใส

วันเกิด...ที่เขาปณิธานเอาไว้ว่าใจไม่ยึดติดกับมันอย่างงี่เง่า แต่ความคาดหวังที่ไม่ตั้งใจมันก็ผุดขึ้นมา

 

แค่อยากให้เป็นวันที่มีความสุข อาจไม่มากกว่าวันอื่น ขอแค่ไม่ทุกข์อย่างไม่พอที่...เท่านั้น

 

ยู...วันนี้มันจะดีขึ้นใช่มั้ย

 

เสร็จรึยังโทโมะ เดี๋ยวให้จินไปส่งพร้อมกันเลยนะ

 

อืม เสร็จแล้ว

 

ตำแหน่งเบาะหลังที่เขาไม่เคยพิศวาส วันนี้โทโมะจองพื้นที่ด้วยความเต็มใจ และแทบจะจมหายไปกับที่นั่งหากจินไม่ขับรถเร็วเกินไปจนถึงที่หมายเร็วกว่าที่คิด

 

เช้าตรู่อย่างนี้ยังไม่ค่อยมีใครมาเลย ดูวังเวงนะเนี่ย คาเมะหันมาบอกคนข้างหลังที่ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะพึมพำขอบใจแล้วลงจากรถไปโดยไม่โต้ตอบอะไรเหมือนเคย

 

คาเมะไม่ชินกับการพูดน้อยของเพื่อนก็กระชากแขนจินให้มาถกประเด็นนี้อย่างจริงจัง หลังจากที่สังเกตมานาน

 

โทโมะไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ เพื่อนจินทำไรไว้รึเปล่า

 

คาเมะเอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันชนิดถ้าไม่ได้คำตอบที่ถูกใจมีตอกเล็บบีบขมับกันตอนนี้แน่ๆ

 

จะมีอะไร ไอ้ยูมันรักเพื่อนคาเมะจะตาย ทำทุกอย่างก็เพื่อโทโมะเขาทั้งนั้นแหล่ะ แต่บางทีอาจมีเบื่อๆ มั้ง เหมือนเราไง เวลาคาเมะเจอหน้าจินบ่อยเกินไปคาเมะยังบ่นเบื่อเลย บางคืนก็ไล่ให้จินไปนอนนอกห้องไม่มีสาเหตุ

 

ก็แยกกันให้คิดถึงไงเล่า ไม่งั้นจินน่ะแหล่ะจะเบื่อเขา เขาน่ะจะเซ็กซี่เอ็กซ์แตกยังไงแต่จินก็ชอบหาเศษหาเลยอยู่ดี เขาไม่อยากหนีไปนอนบ้านปู่บ้านตาหรือกรีดข้อมือในอ่าง หรือถูกรถชนแล้วจำจินไม่ได้อยู่คนเดียวก่อนนะ ถึงจะรักเดียวใจเดียวต่อกันได้น่ะ

 

เหตุผลเต็มเปี่ยมของคาเมะทำให้จินต้องยอมแต่โดยดีไม่มีหืออือ และเมื่อเห็นรถของคนที่กำลังตกเป็นเหยื่อในบทสนทนาเลี้ยวรถเข้ามาจอดจินก็ชี้บอกคาเมะทันที

 

นั่นไง ไอ้ยูมันมาแล้ว เดี๋ยววันนี้คงดีขึ้นเองแหล่ะ ยูน่ะ มันจะเสงี่ยมยังไงก็ไม่ทำให้โทโมะผิดหวังหรอกนะ

 

เออ ถ้าโทโมะโศกามาหาเขาเมื่อไหร่ จินนั่นแหล่ะจะโดนชำแหล่ะก่อนใคร

 

คาเมะทำท่าปาดคอตัวเองเป็นการข่มขู่ ก่อนจะเงยหน้าไปมองชั้นแปดของตัวอาคารที่โทโมะทำงานอยู่บนนั้น ชั้นเดียวของทั้งตึกที่ไฟเปิดสว่าง เขาเห็นยูอิจิก็คงเห็น หวังว่า...ไฟสว่างนั่นจะทำทางรักของคนทั้งคู่ได้นะ

 

.........................................................................................................................................................

 

โทโมะ!”

 

ยูอิจิส่งเสียงเรียกทั้งที่ตัวเองยังออกมาไม่พ้นลิฟต์ สองเท้าก้าวตามเสียงตัวเองไปให้ถึงคนที่นั่งหันหน้าให้คอมพิวเตอร์อยู่

โทโมะหันมาช้าๆ นุ่มนวลแต่ดูไม่กระตือรือร้น

 

สายตาที่ผสมมากับรอยยิ้มละมุนทำให้ยูอิจิหายใจไม่ทั่วท้องนัก

 

เป็น...ไงบ้าง เมื่อวานไปฉลองกับคาเมะมาหรือ

 

ยูเดินอ้อมลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างโต๊ะคอม สองมือวางไปที่พนักเก้าอี้ โทโมะก้มมองสบตาตอบก่อนที่จะเอามือของตัวเองซุกไว้กับหน้าตักแน่นโดยไม่รู้ตัว

 

ก็วันนี้เป็นของยูไง เมื่อวานนี้คาเมะเลยเอาโทโมะไปเลี้ยงก่อน ขอโทษนะที่...ไม่ได้บอก พอดี...มันกะทันหันน่ะ

 

อืม ไม่เป็นไร ยูแค่เป็นห่วง แล้วนี่เมื่อคืนนอกดึกรึเปล่า ทำไมมาเช้านักล่ะ

 

จินกับคาเมะเขาจะออกเช้าน่ะ โทโมะเลยติดรถมาด้วย นี่...ยู ถามแต่โทโมะ ตัวเองน่ะ เป็นแพนด้ายิ่งกว่าซะอีก

 

สีหน้าซีดเซียว อิดโรยของคนทั้งคู่ ทำให้ต่างฝ่ายอยากยกมือสัมผัสกันและกันนัก แต่...ทั้งสองกลับเลือกเพียงใช้สายตามอง

 

เป็นโคล่าต่างหาก นี่ไงจมูกโค-อะ-ล่า... ยูอิจิทำจมูกยุกยิกแบบตัวตลก

 

เสียงหัวเราะที่พยายามทำให้มันสดใสของโทโมะดังขึ้นพาให้หัวใจของยูอิจิเต้นอย่างมีชีวิต

แค่นี้เองความเครียด ความกังวล ความหม่นหมองหายหมด แค่นี้เองความชื่นใจ...

 

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงนาฬิกาตั้งเวลา ยูอิจิก้มลงมองข้อความเตือนในมือถือที่ให้ไปทำงานตอนแปดโมงตรง พอดีกับที่เสียงจอแจของพนักงานบริษัทคนอื่นๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ โทโมะถอยเก้าอี้ตัวเองออกเพื่อให้ยูอิจิได้ลุกขึ้นมาโดยสะดวก

 

เดี๋ยวห้าโมงเย็นเจอกันนะ

 

ห้าโมงเย็น...ระหว่างนั้นล่ะ วันทั้งวัน

 

อืม...อย่าสายนะยู

 

สายตาที่เคยมองส่งตลอดตอนนี้โทโมะได้แต่ทำเป็นจ้องโต๊ะทำงานของของตัวเองไปเรื่อยเปื่อย จนลิฟต์ปิดสนิท ดวงตาแห้งแล้งจึงเพ่งมองไปยังลิฟต์ตัวนั้นราวกับไม่เคยเห็น

 

........................................................................................................................................................

 

เวลาผ่านไปเชื่องช้าน่ารำคาญ โทโมะหงุดหงิดมากเข้าเมื่อไฟดับวูบหนึ่งแล้วทำให้งานที่กำลังพิมพ์อยู่หายไปหลายหน้า อารมณ์ที่ใกล้จะเกินเก็บกลั้นทำให้โทโมะคว้าเอาแก้วกาแฟจะสาดใส่เครื่องคอมด้วยความโมโห

 

พิมพ์ก็เงอะงะ กว่าจะทำได้ขนาดนี้ยังเสียอีก ใช่สิ ไม่ได้เก่งคอมเหมือนใครบางคนนี่

 

โทโมะกระแทกแก้วลงกับโต๊ะ เมื่อได้ยินเสียงออดพักงาน เขาก็ถอดปลั๊กออกแล้วคว้ากระเป๋าสตางค์กดลิฟต์ลงไปที่ห้องอาหารชั้นล่างทันที

เมื่อลงไปถึงเขาก็ต้องพยักหน้ารับคำทักทายของคนนู้นคนนี้อย่างน่าเบื่อ โทโมะรุดไปสั่งอาหารก่อนจะนั่งรอที่โต๊ะ เขาเลือกที่จะหันหน้าออกหน้าต่างเพราะอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากพูดจากับใครทั้งนั้น

 

เสียงเรียกจากคนตักอาหารทำให้โทโมะต้องลุกขึ้นไปรับ แต่เมื่อกำลังจะกลับมาที่โต๊ะ โทโมะต้องบอกตัวเองให้จับถาดอาหารให้แน่นเข้า เพราะเขาไม่อยากให้มันหล่นและเสียงดังเรียกความสนใจจากใคร

 

คนที่ชื่อฮิโรกิ นั่งอยู่ที่โต๊ะริมห้องอีกด้านหนึ่ง อะไรก็ไม่ร้ายเท่าเสื้อที่คนคนนั้นสวมอยู่

 

ยี่ห้อเดียวแบบเดียวกับที่เขาชี้ชวนให้ยูอิจิดูวันนั้น! บังเอิญเกินไปมั้ย

ต่างแค่สี ที่แขวนโชว์วันนั้นเป็นสีเบจขอบบรอนซ์ แต่ตัวที่ฮิโรกิใส่เป็นสีขาวขอบดำ

 

~คาเมะโทรมาเพราะเห็นยูอิจิเดินห้างกับใครก็ไม่รู้ น่ารักเชียวโทโมะ ถามจินจินก็ว่าคุ้นๆ หน้าแต่จำไม่ได้~

 

เสียงของคาเมะลอยขึ้นมาในความทรงจำ นี่ใช่มั้ยเหตุบังเอิญ...

 

โทโมะรีบนั่งลงกับโต๊ะ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังเดินมา

 

ฮิโรกิ ลืมชม จะบอกว่าเสื้อสวยดีนะ เท่ดี ซื้อที่ไหนน่ะ

 

อ๋อ เมื่อวานไปเดินห้างกับยู เห็นยูเขาดูๆ ตัวนี้แต่ไม่ซื้อ ผมเห็นว่าสวยดีก็เลยเอาซะเลย

 

คำเฉลยดังกระแทกเข้าหูโดยที่ไม่ต้องการสักนิด มันช่างเป็นจังหวะที่พอดีราวกับละครน้ำเน่า

โทโมะอยากจะร้องไห้กับความจริงที่เกิดขึ้นนัก

เรื่องที่ยูจำเสื้อตัวที่เขาชอบได้ก็น่าดีใจ แต่ทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นซื้อไปล่ะยู ทำไม...

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้โทโมะต้องเงยหน้าให้น้ำตาไหลย้อนลงไปแล้วจึงรีบรับ

 

ครับ โทโมอิสะครับ

 

ผมเอง โทโมะ คือผม... ผมมีงานเข้ามาน่ะ ขอเลื่อนนัดเป็นหนึ่งทุ่มได้มั้ย

 

เส้นความอดทนของโทโมะขาดสะบั้นลงเดี๋ยวนั้น เลื่อนนัดกันง่ายๆ สั้นๆ แค่นี้หรือ

แล้วเรื่องเมื่อกี้ยังไม่ทันตั้งตัว ทำใจ... นี่มาอีกแล้ว!

 

แล้วระหว่างห้าโมงถึงหนึ่งทุ่มยูจะให้โทโมะรอที่ไหน สองชั่วโมงนี้จะให้โทโมะทำอะไร!!”

 

โทโมะ... คือผม ผมจำเป็น...

 

ไม่มีหัวใจจะรับฟัง หากแต่โทโมะก็เลือกที่จะเก็บกดมันลงไป อีกครั้ง อีกแค่หนึ่งครั้งเท่านั้นนะที่เขาจะรับ...

 

ได้ครับ ผมเข้าใจ ยูมีงาน...แต่ถ้าหนึ่งทุ่มยูไม่มีโทโมะจะกลับ เข้าใจตรงกันนะครับ เสียงหวานเฉียบค้านกับสีหน้าและความร้อนรนในใจ ยามะพีตัดสายทิ้งก่อนที่จะหลุดอารมณ์ที่แท้จริงออกมา

 

จะทน จนถึงที่สุด

 

โทโมะเอาถาดอาหารไปเก็บโดยที่ยังไม่ได้แตะแม้แต่นิดเดียว

 

..........................................................................................................................................................

 

หลังจากเสียงออดเลิกงานตอนห้าโมงเย็นดังขึ้น เสียงคนที่ชักชวนกันกลับบ้านดังผ่านหูของโทโมะไปโดยที่เขาไม่ได้ใส่ใจ ไฟในชั้นแปดเริ่มดับไปทีละดวง แม่บ้านที่ทำความสะอาดมองมาที่เขาอย่างสงสัยใคร่รู้

 

ไฟมืดขนาดนี้ อยู่คนเดียวทำไมกัน

 

สายตาที่มองมาคงอยากเอ่ยถามเช่นนั้น เป็นคำถามเดียวกับที่เขาถามตัวเองซะด้วย

อยู่ตรงนี้เพื่ออะไรกัน รออะไร...

 

ชั้นห้า ช่างแสนห่างไกลในความรู้สึก อาณาจักรที่ไม่เคยและไม่คิดไปเหยียบย่าง เพราะแค่รอประเดี๋ยวก็มาหา

ตอนนี้ล่ะ ถึงอยากจะไปก็ไม่กล้าแล้ว รอไปเถอะ ตรึงเท้าตัวเองแน่นกับพื้นราวตอกหมุดไว้ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ยังกลัว

 

ช่างเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เชียวคนเรา

 

แสบท้องเสียแล้ว ตอนกลางวันก็เฮิร์ตมากไปหน่อย แทนที่จะกินเข้าไปเยอะๆ เพราะรู้ว่าต้องรอคนใจร้ายอีกนาน กลับเอาไปทิ้งซะหมด

ฮะๆ เป็นวันเกิดทีบัดซบที่สุดตั้งแต่มีชีวิตมาเลยมั้ง

 

พ่อ...ไปช่วยเมืองไทยปราบไข้หวัดนกไม่ยอมกลับมาแฮปปี้เบิร์ดเดย์ลูกชายเลย

 

อ๊ะ จะหนึ่งทุ่มแล้วสินะ

 

กริ้ง กริ้ง กริ้ง

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใกล้ตัวจนทำเขาตกใจ แล้วก็ไม่กล้าขยับ ไม่กล้ารับสาย

ง่ายๆ ก็คือ กลัวที่จะได้ฟังข่าวร้ายอีก

 

กริ้ง กริ้ง กริ้ง

 

แต่มันก็ดังไม่หยุด แล้วยังสั่นจนเกือบจะตกโต๊ะ โทโมะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาจนได้

 

ครับ

 

ประโยคเดียวที่เค้นออกจากริมฝีปากสั่นๆ เพราะประสาทจะกินเอาอยู่ทุกนาที

 

โทโมะ ผมเองนะ โทโมะอยู่ไหนครับ ชั้นแปดรึเปล่าเดี๋ยวผมขึ้นไปหานะ

 

ยูเสร็จงานแล้วหรือ โทโมะถามกลับรวดเร็ว เขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก

 

ก็...โทโมะสำคัญที่สุดไง ตกลงรออยู่ตรงนั้นนะครับ ผมกดลิฟต์ขึ้นไปแล้ว

 

จริงหรือยู...โทโมะวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ มือเก็บข้าวของลงกระเป๋าแต่สายตาจ้องไปที่ตัวเลขหน้าลิฟต์ที่มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

6...7...8...ติ๊ง~

 

ยูอิจิก้าวออกจากลิฟต์แล้วพุ่งตรงมาหา โทโมะยิ้มให้อัตโนมัติเหมือนตั้งโปรแกรมเอาไว้

 

ขอโทษนะโทโมะ ผมปล่อยให้คุณรอตั้งนาน ยูอิจิยกมือขึ้นลูบสองแก้มของคนรักอย่างสำนึกผิด

 

ไม่เป็นไร...”

 

แต่ไม่มีครั้งต่อไปนะยู

 

โทโมะยังยิ้มให้ เขายกมือขึ้นจับที่สองแก้มของยูอิจิบ้าง จับต้องให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นจริง

ยูอิจิยังเป็นของเขา...จริงๆ

 

ไปกันเลยนะ เอาของมา ยูอิจิเอื้อมไปแย่งกระเป๋าและสัมภาระอื่นๆ ของโทโมะมาถือไว้เอง

 

ของของยูล่ะ

 

ยูไว้ที่รถหมดแล้ว

 

ยูอิจิเดินถือของนำไปกดลิฟต์ก่อนจะหันมาทำท่าผายมือเหมือนอัญเชิญองค์หญิงให้เดินน้ำเข้าไป

โทโมะรับมุขด้วยการก้มศีรษะน้อยๆ แล้วจึงก้าวไปตามการอัญเชิญเสด็จ

 

จริงๆ โทโมะต้องถอนสายบัวนะรู้มั้ย

 

บ้าสิยู โทโมะไม่ใช่ผู้หญิงนะ

 

เสียงหัวเราะแรกในรอบหลายวันดังขึ้นในลิฟต์แคบๆ

ทุกอย่างกำลังดีขึ้นแล้วใช่มั้ย ทุกอย่างกำลังจะเป็นเหมือนเดิมใช่หรือเปล่า

 

และแล้วพวกเขาก็ลงมาถึงชั้นหนึ่ง

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก โทโมะก็รีบก้าวออกไปอย่างตื่นเต้น

วันนี้ยูมาอยู่กับเขา วันนี้ยูยังเป็นของเขา เราจะได้ไปที่ไหนกัน

 

ยูอิจิเห็นท่าทางร่าเริงนั่นเขาก็กำลังจะรีบก้าวตามออกไป หาก...ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังหยุดจังหวะฝีเท้าไม้เสียก่อน

 

มือที่ถือของยูอิจิยกขึ้นกดให้ประตูลิฟต์เปิดค้างเอาไว้ ส่วนมือที่ว่างเขารับโทรศัพท์

 

ว่าไงหรือ

 

ยูอิจิใส่ใจกับบทสนทนาทางโทรศัพท์ เขาไม่ได้เลยหน้าขึ้น จึงมองไม่เห็นความหวั่นไหวและหวาดกลัวของโทโมะเลยสักนิด!

 

จริงหรือฮิโรกิ ได้ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้

 

นั่นยังไง...

 

ยูอิจิตื่นเต้นดีใจอะไรไม่รู้อย่างออกนอกหน้า เขาเอาของออกมาวางนอกลิฟต์ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในนั้นใหม่

 

เดี๋ยวรอผมแป๊บนึงนะโทโมะ เดี๋ยวผมลงมา รอตรงนี้นะครับ

 

ไม่รอ!”

 

นะครับ แป๊บเดียว

 

.......

.........

 

ขนาดบอกว่า ไม่รอ...

 

ยูอิจิขึ้นไปแล้ว ทิ้งเขาเอาไว้ตรงนี้ ทั้งที่บอกว่า...ไม่รอ...

 

...........................................................................................................................................................

 

เสียงออดดังขึ้นกลางดึก

คาเมะยันตัวจากเตียงและแขนหนักๆ ที่พาดทาบตัวเขาพร้อมคำด่าในใจยืดยาว

 

ใครวะ เดี๋ยวพ่อด่าให้รหัสพันธุกรรมในตัวเรียงสลับกันเลยนี่

 

คาเมะลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมและคว้าไม้เบสบอลมากระชับในมือก่อนจะลงชั้นล่างไปดูหน้าคนที่มารบกวนยามวิกาล

 

โรคจิตหรือไงฮะ มากดออดชาวบะ...โทโมะ!”

 

ร่างสั้นเทิ้มของเพื่อนรักและคราบน้ำตาเต็มใบหน้าทำให้หัวใจของคาเมะหล่นตุบไปที่ตาตุ่ม

 

เป็นอะไรอ่ะโทโมะ เข้ามาก่อนๆ ร้องไห้ทำไม

 

คาเมะพยายามตั้งสติพาโทโมะเข้ามาในบ้านแล้วให้นั่งบนโซฟาก่อนจะกลับไปปิดประตู จากนั้นเขาจึงหันมาทำหน้าที่เพื่อน กอดร่างสั่นๆ เอาไว้อย่างไม่รู้จะพูดอะไร ถามอะไรดี

 

เสียงสะอื้นไม่มี มีแต่น้ำตาที่ไหลไม่หยุด คาเมะจะขาดใจตามเสียให้ได้

 

โทโมะเป็นอะไร โทโมะบอกเขาสิ

 

น้ำตาอีกไม่รู้กี่หยดไหลลงมาเป็นแทนคำตอบ ตอนนี้ไหล่ของคาเมะเปียกชุ่มไปหมด

นานเท่านานที่เป็นอยู่อย่างนั้น โทโมะไม่พูดอะไรเลย...ทำเอาคาเมะแทบบ้า แต่เขาจะทำอะไรได้ นอกจากกอดเพื่อนรักเอาไว้อย่างนี้

 

ขอโทษนะคาเมะ...ที่มารบกวนตอนดึกๆ

 

ไม่มาสิเขาจะโกรธ โทโมะ โทโมะบอกเขาได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใคร...ทำอะไรให้เสียใจหรือ

 

เรื่องงี่เง่าทั้งนั้นเลยคาเมะ เรื่องงี่เง่าทั้งนั้นเลย...

 

โทโมะส่ายหน้าไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาใหม่

เรื่องงี่เง่าอะไร ทำเพื่อนคนร่าเริงที่สุดเป็นแบบนี้ มันเรื่องอะไร

 

ยังไม่ทันถามจนได้ความอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังลั่นให้โทโมะสะดุ้งอีกแล้ว คาเมะเห็นอย่างนั้นจึงรีบรับ ก่อนที่เพื่อนเขาจะอาการแย่ไปกว่านี้

 

ใครครับ มีธุระอะไร ไม่ด่วนจริงผมจะวาง

 

คาเมะ โทโมะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า เสียงร้อนรนของยูอิจิดังขึ้นลอดออมาจนคนข้างๆ ได้ยิน โทโมะสั่นหน้าเร็วไม่ให้คาเมะพูดความจริง

 

แฟนนายนะ มาถามฉันทำไม แค่นี้นะจะนอน

 

คาเมะกระแทกหูลงพร้อมกับดึงปลั๊กโทรศัพท์ออกให้เสร็จ เขาเดินกลับมานั่งตรงหน้าโทโมะอีกครั้งอย่างพอจะรู้อะไรแล้ว

 

มีเรื่องกับยูอิจิหรือโทโมะ หมอนั่นมันทำอะไรตัว

 

โทโมะสะอื้นแรงเสียแทน คราวนี้มีเสียง แต่ไม่มีน้ำตา...

 

เจ็บ โทโมะเจ็บอ่ะคาเมะ เจ็บ...

 

คาเมะผวาเข้ากอดโทโมะทันที แล้วพอมองเห็นมือที่กำแน่นก็ตกใจกว่าเก่า

 

อย่ากำมือแน่นอย่างนี้สิโทโมะ ตัวไว้เล็บนะ เดี๋ยวก็เจ็บแย่หรอก อย่าทำอย่างนี้โทโมะ คลายมือออกนะ

 

คาเมะลุกลนง้างนิ้วมือของเพื่อนออก แต่ไม่ง่ายเลย...

 

จิน จิน มาช่วยกันหน่อย จินได้ยินหรือเปล่า โทโมะแย่แล้วจิน

 

..........................................................................................................................................................

 

หลังจากที่คาเมะต้องคอยเป็นบ่อซับน้ำตาให้เพื่อนอยู่นานจนหลับผล็อยไปด้วยกันทั้งคู่ จินนั่งมองคนทั้งสองกอดกันด้วยความหงุดหงิดใจ ไอ้เวรยูอิจิเจอเมื่อไหร่ แกตาย ทำให้คนน่ารักสองคนร้องไห้พร้อมกันได้

 

จินค่อยๆ ยกคนทั้งสองขึ้นประคองให้นอนในท่าที่สบายที่สุดเท่าที่โซฟาขนาดบิ๊กไซด์จะอำนวย นำผ้าชุบน้ำความเย็นเท่าอุณหภูมิห้องมาเช็ดคราบน้ำตาที่สองข้างแก้มให้ทั้งสองคนเบาๆ จากนั้นจึงเดินไปเสียบสายโทรศัพท์ให้กลับเข้าที่ตัวเครื่องเช่นเดิม แค่เสียบเข้าไปเท่านั้น เสียงร้องของมันก็แผดลั่นจนเขาสะดุ้ง ต้องรีบรับเพราะกลัวคนที่เพิ่งจะได้หลับต้องตื่นขึ้นมาใหม่

 

ใคร เสียงจินแผ่วเบาอย่างยิ่งแต่ดุอย่างคนฉุนเฉียวจัด

 

ฉันเอง จิน ขอร้องเถอะ บอกฉันทีว่าโทโมะอยู่ที่นั่น

 

จินเอามือเท้าสะเอวทันควันที่ได้ยินเสียงเพื่อนรักอ้อนวอนมาตามสาย

 

ไมไม่มาดูเองล่ะ

 

ไปมาแล้ว แต่...ตอนนี้ฉันติดธุระ

 

จินเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อตะโกนใส่โทรศัพท์ให้สมกับความโมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้น

ธุระบ้าบออะไรของแกวะ ถ้ามีเรื่องที่สำคัญกว่าขนาดนั้นล่ะก็ ไว้ว่าง-ว่าง...แกค่อยโทรมาถามใหม่แล้วกัน

 

ฉันอยู่โรงพัก จิน อย่าเพิ่งวางนะ ตกลงโทโมะอยู่ที่นั่นใช่มั้ย ยูอิจิร้องอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าจะถูกตัดสายไปอีก

 

โรงพัก? แกไปทำอะไรที่นั่น-

 

แกตอบฉันก่อนจิน โทโมะเป็นยังไงบ้าง...

 

ร้องไห้จนหลับไปแล้ว แกทำให้คาเมะของฉันต้องร้องไปด้วยนะรู้มั้ย ถ้าคำอธิบายแกไม่ดีพอฉันตัดเพื่อนกับแกแน่

 

ฝากดูแลหน่อยนะจิน...บอกเขาว่าไม่ต้องร้องไห้ ฉันรักเขาจริงๆ ฉันรักเขาคนเดียว... เสียงของยูอิจิแหบแห้งราวกับคนที่ใกล้หมดแรงไปทุกขณะ จินต้องแนบหูเข้ากับโทรศัพท์เพื่อจะฟังความให้ได้ชัดๆ

 

ยู ไอ้ยู แกเป็นไรวะ อย่ามาความดันต่ำตอนนี้นะเฮ่ย ไอ้ยู ยู คุยกันก่อน

 

ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ..

เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาหกโมงเช้าดังขึ้นมา จินสะดุ้งหันกลับไปมองในตัวบ้าน ก่อนที่เขาจะพบว่าปลายสายนั้นหลุดไปเสียแล้ว

 

วะ พูดไม่ทันรู้เรื่องเลย

จินเดินเข้าบ้านไปวางโทรศัพท์แล้วจึงกดปิดเสียงนาฬิกาที่ดังลั่นน่ารำคาญ ทั้งโทโมะและคาเมะที่เพิ่งได้หลับไปนั้นก็ตื่นขึ้นมาแล้วอย่างช่วยไม่ได้ จินรีบเข้าไปหาคาเมะทันทีเมื่อคาเมะออกอาการบิดขี้เกียจวงกว้างจนมีแนวโน้มจะไปฟาดหัวเพื่อนรักที่เพิ่งลุกขึ้นมาเข้า

 

อ่ะ จิน มารัดเขาทำไม บอกแล้วไงเช้าๆ อย่างนี้ไม่มีอารมณ์

 

หันไปมองข้างๆ หน่อยคาเมะ อะไร หลับเดียวก็ลืมดับเลยหรือ

 

คาเมะหันไปมองด้านข้างตามคำบอก เขาจึงได้เห็นโทโมะนั่งพิงพนักด้วยนัยน์ตานิ่งๆ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เหมือน...ไม่ได้ยินเสียงโวยวายรอบข้างเลยด้วยซ้ำ

 

โทโมะ... คาเมะเข้าไปเขย่าตัวเพื่อนรักเบาๆ

 

เช้าแล้วนี่คาเมะ หน้าร้อนอย่างนี้ฟ้าสว่างเร็วจังนะ

 

โทโมะเหยียดตัวตรงเล็กน้อยขณะที่พูด สีหน้าไม่ได้เจือความเศร้าหม่นหมองอะไรมากมายอย่างที่คาเมะและจินคาดว่าจะได้เจอ

 

เอ่อ อืม ใช่ เช้าแล้ว คาเมะมองตามโทโมะที่ลุกขึ้นยืนอย่างงงๆ พยายามที่จะไม่หาวเพราะต้องการจะมองให้เห็นสีหน้าของเพื่อนชัดๆ

 

ขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะคาเมะ แล้วก็...รบกวนไปส่งที่ทำงานเหมือนเดิมนะ

 

หะ หา... จินกับคาเมะมองหน้ากันทันทีหลังจากที่ลับร่างของโทโมะไปแล้ว ทั้งสองคนสับสนกับท่าทางที่ปราศจากเค้าของคนที่ร้องไห้จนเกือบหายใจไม่ได้เมื่อคืน ...ไม่รู้ว่าควรเป็นห่วงลดลงหรือเพิ่มขึ้นกันแน่

 

.........................................................................................................................................................

 

แน่ใจหรือโทโมะคาเมะร้องถามเป็นรอบที่สิบ คาเมะว่าโทโมะหยุดงานก่อนเถอะนะวันนี้ อย่าเพิ่งไปทำเลย

 

โทโมะที่ถูกทักท้วงมาตั้งแต่ออกจากบ้านมองตอบคาเมะไปด้วยรอยยิ้มปลอบใจ

หยุดงานบ่อยๆ ก็โดนตัดเงินเดือนสิคาเมะ

 

ตัดก็ตัดสิ โทโมะพร้อมแล้วหรือไง พร้อมแล้วหรือกับการเผชิญหน้า

 

ไม่เป็นไรหรอกคาเมะ วันนี้ไอ้ยูไม่อยู่ จินห้ามคาเมะที่พยายามจะห้ามโทโมะไม่ให้ลงจากรถ คำพูดของเขานำพาความเงียบได้จริง

 

เป็นความเงียบที่แม้แต่คาเมะผู้ไม่เคยปล่อยให้อะไรค้างคาใจยังไม่กล้าเอ่ยถาม

ยูอิจิไม่อยู่ ไปไหน....

 

ฉันไปก่อนนะ โทโมะรีบก้าวลงจากรถโดยเร็ว วิ่งเข้าสู่ตัวตึกและพาตัวเองขึ้นสู้ชั้นสูงสุดของอาคารทันที

 

เมื่อคาเมะเห็นโทโมะลงไปแล้วก็จะหันมาถามไถ่จินให้รู้เรื่อง แต่เขาก็ต้องงงงันอีกรอบเมื่อจินกลับดับเครื่องยนต์แทนที่จะขับออกไป

 

มันอะไรกันหรือจิน

 

จินก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่พูดไปตามที่รู้สึก

 

ที่จอดรถนี่ก็ทำตามที่รู้สึกด้วยงั้นสิ คาเมะตวัดเสียงถามแสดงอาการไม่พอใจ และยิ่งอยากจะฟาดฝ่ามือใส่จินอีกเมื่อคำตอบคือการพยักหน้าเบาๆ

 

คาเมะยอมโดดเรียนโดดงานทั้งวันก็ได้ เพื่อโทโมะนะ

 

แต่จินทำเพื่อทั้งสองคนเลย....

 

...................................................................................................................................................................

 

โทโมะก้าวเข้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่เร่งร้อน ทว่าแน่วแน่จนไม่มีสักฝีก้าวที่สะดุด คอมพิวเตอร์ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับที่เจ้าของเครื่องนั่งลงจ้องไปที่หน้าจอคอมอย่างไร้แววสะท้อนในดวงตา

 

โปรแกรมเวิร์ดถูกเปิดทันทีเมื่อเครื่องพร้อมใช้งาน เอกสารหนึ่งหน้าสองฉบับถูกพิมพ์ออกมาภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ไม่ต้องเสียเวลากลั่นกรองคำผิดหรือการเรียบเรียงประโยค เพราะตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถเงียบๆ นั้น โทโมะใคร่ครวญข้อความสามสี่บรรทัดนี้อย่างขึ้นใจที่สุด

 

ก่อนมันจะถูกพับใส่ลงในซองสีขาวสองซอง ซองหนึ่งถูกวางไว้ที่โต๊ะท่านประธานเจ้าของบริษัท ที่ไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามาทำงานเลยในอาทิตย์นี้ และอีกซองหนึ่ง มันอยู่ในมือเขาก่อนที่จะตามติดกันไปลงลิฟต์มาที่ชั้น 3 ฝ่ายบุคคล

 

อุจิ ฮิโรกิในสภาพค่อนข้างเหนื่อยอ่อนมองโทโมะราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองนัก

 

คุณยามาชิตะ

 

โดยไร้คำพูด โทโมะวางเอกสารใส่ซองที่ว่านั่นไว้หน้าโต๊ะของฮิโรกิเงียบๆ ก่อนจะเดินจากไปท่ามกลางความนิ่งงันของคนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

 

ฮิโรกิรีบเปิดจดหมายนั้นขึ้นดูโดยไม่หยุดคิด แล้วทันทีที่อ่านข้อความภายในนั้น ไม่ต้องถึงกับจบความ ฮิโรกิมองไปที่ลิฟต์ซึ่งปิดประตูไปแล้วนั้นอย่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่ ก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้น ต่อสายตรงไปยังคนแรกที่นึกถึงโดยไม่ต้องนึกเบอร์

 

คุณยูอิจิพูดสายได้หรือยังครับ ถ้าคุยได้กรุณาบอกเขาครับว่าเรื่องด่วนมาก

 

...........................................................................................................................................................

 

ลางสังหรณ์ของจินแม่นยำจนคาเมะเกือบให้รางวัลไปแล้วหากไม่ต้องลงมาดักหน้าโทโมะเสียก่อนที่จะเดินหายไปไหน คนถูกดึงรั้งค่อนข้างจะแปลกใจเพราะคิดว่าจินกับคาเมะจะไปเสียแล้วตั้งนานก่อนหน้านี้ คาเมะลากโทโมะเข้ารถก่อนจะได้เจรจาอะไรกัน

 

โทโมะอยากไปไหนหรือ สารถีหน้ารถถามโทโมะขณะที่ติดเครื่องยนต์ ปิดวิทยุที่ส่งเสียงเพลงไพเราะให้ทั้งห้องโดยสารตกอยู่ในความเงียบอย่างที่ควรจะเป็น

 

โทโมะ...อยากกลับบ้าน เสียงสั่นเครือน้อยๆ อย่างคนที่พยายามจะเก็บกลั้นความรู้สึกเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

 

งั้นเดี๋ยวคาเมะกับจินจะพาไปนะ คาเมะทำเป็นไม่พูดถึงความโศกเศร้าที่ฉายออกในใบหน้าก้มต่ำของโทโมะ เขาเพียงจับมือเย็นๆ ข้างหนึ่งเอาไว้เท่านั้น

 

ไม่นานรถของจินก็จอดสนิทที่หน้าบ้านของโทโมะ ทั้งสามลงจากรถไปเข้าสู่ตัวบ้านที่มีกุญแจปิดล๊อกแน่นหนา ขนาดที่ตัวเจ้าของบ้านยังไม่แน่ใจเลยว่าก่อนออกจากบ้านเมื่อวันก่อนนั้นตัวเองปิดบ้านดีขนาดนี้ จนทำให้เสียเวลาอยู่นานกว่าจะพาตัวและสองคนที่ตามมาด้วยเข้าไปในบ้านได้

 

โทโมะเดินตรงเข้าไปในครัวและรินน้ำเย็นลงในแก้วสามใบก่อนที่จะเอามาวางไว้บนโต๊ะกลางห้องรับแขก จนเมื่อไม่มีใครกล้ายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม โทโมะจึงต้องเป็นคนแรกที่ดื่มน้ำเหมือนเป็นประธานเปิดงาน และเมื่อริมฝีปากได้แตะน้ำเย็นๆ เขาถึงได้รู้ว่า เมื่อสักครู่นี้ลำคอของเขาแห้งผากขนาดไหน

 

โทโมะเกือบจะขำเพราะไม่เคยปล่อยตัวเองให้มีสภาพคนขาดน้ำมาก่อนเลย...ลืมกระทั่งกินน้ำก็ได้นะ

 

คาเมะจะว่าอะไรมั้ย ถ้า...โทโมะอยากขึ้นไปอยู่บนห้องคนเดียว

 

ให้คาเมะไปส่งมั้ย

 

โทโมะส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะเดินไปที่บันได โทโมะแวะเวียนไปที่โต๊ะ ตู้ ชั้น ทั้งห้องนั้นเพื่อเก็บเอาหนังสือเล่มหนาทุกเล่มติดมือขึ้นไป คาเมะไม่ต้องคิดก็รู้ บรรดานิยายเล่มโปรดที่ต้องมีวางไว้อยู่ทุกมุมบ้านของโทโมะอย่างไรเล่า

 

เป็นข้อสงสัยที่คงไม่มีใครมาตอบได้ในขณะนี้...คาเมะกับจินเลือกที่จะรออยู่ข้างล่างและผลัดกันปลอบอีกฝ่ายให้ใจเย็นๆ

เพราะคนที่รู้ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นเอง...เพื่อนที่สนิทที่สุดอย่างเขา ยังเดาใจเพื่อนคนที่คิดว่าไม่มีอะไรซับซ้อนคนนี้ไม่ออกเอาเลย

 

ผ่านไปชั้วโมงกว่า ทุกสิ่งทุกยังเงียบกริบ ไม่มีสัญญาณใดๆ ส่งลงมาจากชั้นบนเลยสักนิด ไม่ว่าโทโมะจะทำอะไรอยู่ หลับ ร้องไห้ นั่งนิ่งคร่ำครวญทบทวนอะไร คาเมะก็อัดใจอยากจะขึ้นไปดูให้เห็นกับตาให้หายห่วงจะแย่แล้ว แต่ก็ติดที่ต้องเคารพการตัดสินของเพื่อน

 

อยู่คนเดียวก็คืออยู่คนเดียว ผู้ชาย...ยังไงก็เป็นเหมือนกัน ยามที่ทุกข์ที่สุด คำปลอบใจไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากทิ้งให้คิดอะไรเองเงียบๆ เท่านั้น

 

ทนไม่ไหวจะขึ้นไปดูก็เอาเถอะคาเมะ

 

ได้ไงล่ะจิน

 

สิทธิความเป็นเพื่อนไง โทโมะต่างหากที่ไม่มีสิทธิปิดกั้นความทุกข์ไว้แค่ตัวเองคนเดียว

 

ถือว่าคาเมะเชื่อคำยุของจินนะ

 

คาเมะหันไปหยิกแก้มสุดที่รักสองข้างแทนคำขอบคุณ ใคร ไหน ใครบอกว่าจินเป็นที่พึ่งทางใจไม่ได้ เป็นได้แค่คนรักที่โง่เง่าและเอาแต่ใจคิดถึงแต่เรื่องบนเตียงกัน

จินของเขาก็มีมุมอ่อนโยนอย่างที่ทุกคนแอบมีทั้งนั้นแหล่ะ เพียงแต่จินไม่ใช้มันพร่ำเพรื่อกับใคร ไม่อยากจะอวดเลยว่าจินเย็นชาที่สุด อ่อนโยนที่สุดก็กับเขาคนเดียว ก็เพราะเขามันคนพิเศษไงเล่า

 

คาเมะวิ่งด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุดขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้านโดยไว ลังเลอยู่ที่หน้าห้องสองวินาทีเศษว่าจะเคาะประตูดีหรือเปิดเข้าไปเลยดี ก่อนการตัดสินจะจะเกิดขึ้น คาเมะลองจับที่ลูกบิดประตูดู เมื่อพบว่ามันไม่ได้ล็อคเขาจึงเปิดเข้าไปเองโดยสัญชาติญาณ

 

ภาพที่ได้เห็นคือโทโมะกำลังจัดห้องตัวเองเป็นการใหญ่ หนังสือเป็นร้อยๆ เล่มวางอยู่เต็มพื้นห้อง และบางส่วนก็ถูกเก็บลงกล่องลังไปแล้วสามสี่กล่อง

 

ทำอะไรน่ะโทโมะ คาเมะเดินข้ามกองหนังสือลงไปนั่งตรงที่ว่างข้างโทโมะ

 

โทโมะจะเอาหนังสือไปบริจาค คาเมะมาก็ดีละ ช่วยโทโมะหน่อยนะโทโมะยื่นผ้าเช็ดหน้าอีกผืนส่งให้คาเมะปิดจมูกเพื่อกันฝุ่นเหมือนตัวเอง

 

นี่มันนิยายสุดหวงของโทโมะทั้งนั้นนี่ ไม่เก็บไว้แล้วหรือ

 

นานเท่าที่โทโมะจะเรียบเรียงความคิดเพื่อจะอธิบายให้เพื่อนฟังได้ โทโมะก็ค่อยๆ เอ่ยตอบคาเมะอย่างช้าๆ

 

โทโมะเพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่ยูพูดน่ะมันถูกต้อง

 

นิยายพวกนี้มันสอนอะไรโทโมะหลายอย่าง สอนให้โทโมะไม่ประชด ไม่พูดจาทำร้ายคนที่ตัวรัก ไม่ทำตัวงี่เง่าปากไม่ตรงกับใจ ไม่ทำเป็นรักคนอื่นหรือใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ ไม่ทำเรื่องให้ยุ่งโดยไม่จำเป็น สอนให้โทโมะคิดให้มากกว่าการเอาแต่นั่งน้อยใจ ไม่แม้แต่จะแกล้งเรียกนามสกุลแทนชื่อ นิยายพวกนี้...สอนให้โทโมะรักเป็น...

 

แต่ความรักไม่ใช่สิ่งตายตัว คาดเดาไม่ได้ และใช้บรรทัดฐานจากที่ไหนมาตัดสินก็ไม่ได้ ที่สุดแล้ว มันก็เป็นเรื่องของคนสองคน สองคนคาเมะ...ไม่ใช่คนเดียว มันกำหนดจากคนๆ เดียวไม่ได้ แม้จะคิดว่าเรารู้จักทั้งตัวเองและอีกฝ่ายมากแค่ไหนแล้วก็ตาม แต่...สิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้เลยนั้นมันเหตุปัจจัยเข้ามาเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะเราเป็นสองคนที่อยู่บนโลกร่วมกับผู้อื่น สิ่งอื่น

 

เราจัดการได้เท่าที่เราทำได้ นอกจากนั้นเราต้องยอมรับโชคชะตาของมัน นิยายซึ่งถ่ายทอดบอกเล่าเพียงเสี้ยวเดียวของชีวิต สุดท้ายก็เป็น...แค่ตำราเล่มหนึ่ง ไม่ใช่คัมภีร์ที่จะตอบโจทย์ได้ทุกข้อทุกกรณี โทโมะไม่รู้ว่าจะหวง...ไว้ทำไม

 

แต่ว่านะ อย่างน้อย โทโมะก็มีความทรงจำที่ดีได้ก็เพราะมันล่ะ โทโมะก็เลยอยากให้คนอื่นได้รับเหมือนที่โทโมะได้รับ

 

น้ำตาที่เจ้าตัวไม่ได้คิดจะปาดออก ไหลตกลงมาหยดแล้วหยดเล่า กระทบลงที่ขอบผ้าบางที่ใช้ปิดจมูกเอาไว้ คาเมะเองก็ยินดีที่เห็นมันไหลออกมาอย่างนั้น และดูโทโมะก็ยอมรับ ที่จะร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนอย่างเขานอกเหนือไปจากเมื่อคืนนี้

 

โทโมะเล่า...เรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คาเมะฟังได้มั้ย

 

โทโมะยังไม่รู้จะเล่ายังไงเลยคาเมะ โทโมะเสียใจโดยที่ไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำคาเมะ เป็นการหัวเราะทั้งน้ำตาที่บีบใจคนมองมากที่สุด

 

ถ้าอย่างนั้นโทโมะเสียใจอะไร

 

ความเปลี่ยนแปลงมั้งคาเมะ โทโมะคิดอย่างเป็นกลางที่สุดแล้ว แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง ยูเขาเปลี่ยนไป อาจจะเพราะ...ความรักของเราไม่เหมือนเดิม และนั้นทำให้โทโมะเสียใจ มากไปกว่าเหตุผลที่โทโมะยังไม่รู้

 

โทโมะคิดว่าตัวเองไม่ได้ต้องการมากมายเกินไป ไม่ได้เรียกร้องเกินไป แต่โทโมะก็รู้สึกขาดเหลือเกิน และยิ่งจำกัดความต้องการของตัวเองเท่าไหร่ ความพยายามมันกลับให้ผลตรงกันข้าม...จนสุดท้าย โทโมะยอมรับสภาพไม่ได้อีกแล้ว โทโมะไม่อยากทน...

 

คาเมะถามเพื่อนที่เริ่มออกอาการสั่นเทิ้มไม่ต่างจากเมื่อวานอีกครั้ง

แล้วโทโมะจะจบโดยที่ยังไม่รู้อะไรเลยหรือ เหตุผลที่ว่าโทโมะไม่อยากรู้หรือ

 

ถ้ารู้แล้วมันทำให้ดีขึ้นโทโมะก็อยากรู้ แต่ถ้าไม่ โทโมะก็ไม่คิดว่าควรจะต้องรู้นะคาเมะ และที่สำคัญ คนที่จะตอบเหตุผลนั้นได้ ยังไม่เห็นมาเลย หรือโทโมะยังรอนานไม่พอ

 

หรือโทโมะผิด ที่เมื่อวานโทโมะไม่รอเขา

 

ไม่ใช่โทโมะ ก็โทโมะสอนคาเมะเอง ว่าเราอย่าเสียใจกับสิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การเสียใจ หรือว่ายังไม่แน่ใจว่าเรื่องนั้นควรเสียใจหรือยัง โทโมะบอกว่าการเสียใจฟรีเป็นเรื่องที่โง่ที่สุดไง

 

โทโมะโง่ตั้งแต่คิดว่าตัวเองฉลาดแล้วคาเมะ!”

 

.........

...........

 

โธ่... คาเมะครางออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก โทโมะเพื่อนรักของเขา ตอนนี้น่ากลัวกว่าเมื่อคืนเสียอีก นี่เขาควรช่วยเพื่อนอย่างไร...เขาหาถ้อยคำใดมาปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำเกินที่คาดคิดนี้ไม่ได้เลย

 

ยูถึงเลือกคนอื่น หรือเปล่าคาเมะ ยูรักโทโมะน้อยลง เพราะไปรักคนอื่นใช่มั้ย

 

คาเมะถอดผ้าปิดจมูกของโทโมะออก เพื่อที่จะเห็นว่าริมฝีปากล่างนั้นถูกเจ้าตัวขบเอาไว้รุนแรงแค่ไหน

เขาเอื้อมไปกอดเพื่อนที่ร้องไห้ฟูมฟาย

สุดท้าย....ความเข้มแข็งของคนเราก็มีขีดจำกัดสินะ

 

ไม่ใช่...

 

เสียงที่สามดังขึ้นปนเสียงหอบหายใจแรง สองคนในห้องหันมามองคนที่เอ่ยคำปฏิเสธนั้น

 

ยูอิจิ

คาเมะร้องทักอย่างดีใจ แต่ในอีกวินาทีต่อมา คาเมะอยากจะแล่นเข้าไปชกให้สมกับน้ำตาของเพื่อนที่ไหล

 

จินเรียกแน่ะคาเมะ

 

คนถูกไล่เดินงอนป่องออกไปโดยไม่อิดออด คิดเอาว่าถ้าทำให้โทโมะเสียใจมากกว่าเดิมล่ะก็...ค่อยจัดการทีหลังรอบเดียวก็ได้

 

เมื่อเหลือกันอยู่สองคน ยูอิจิจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาโทโมะที่นั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ อยู่กลางห้อง คนสะอึกสะอื้นเมื่อครู่ตอนนี้ยึดตัวขึ้นตรงราวกับจะใส่หน้ากากความเป็นโทโมอิสะคนเปี่ยมเหตุผลเช่นหลายๆ วันที่ผ่านมา

 

คนที่ทำให้ยูอิจิคลายใจว่าคงไม่มีปัญหาหากเขาไม่มีเวลาดูแลใกล้ชิดเหมือนเคย

ยูอิจิประมาทเกินไป

 

หันมาคุยกันหน่อยนะคนดี

 

โทโมะหันตัวมาหาให้จริง แต่สายตาก็มองเลยผ่านตัวยูอิจิไปทางด้านหลัง

 

ห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาดเลยรู้มั้ย ผมไม่ได้มีใครทั้งนั้น รัก...แต่โทโมะคนเดียวจริงๆ

 

ผมมีเหตุผลนะ ไม่ได้คิดจะทอดทิ้งเลย...

 

สายตาโทโมะยังจับนิ่งที่ประตูห้อง แม้ว่าจะไม่สะบัดมือที่ยูอิจิเคลื่อนมาจับไว้ก็ตาม แต่ก็ไม่มีทีท่าใดที่จะโต้ตอบ นิ่ง เฉย จนหัวใจคนใกล้สั่นไหวเสียเหลือเกิน

 

ได้โปรด คุยกับผม...คุยกับยูนะ อย่าเงียบไปอย่างนี้เลย โทโมะ ได้โปรด...

 

ก็ฟังอยู่ไง พูดไปสิ...ยู

 

ยูอิจิถอนหายใจหนัก แต่ก็ยังนึกดีใจที่ความหวังยังไม่เลื่อนลอยเกินเอื้อมคว้าถึง ขอให้มันยังไม่สายไปอย่างที่กลัว ขอให้ความหวังสุดท้ายไม่ใช่ม่านหมอกจางๆ ที่หลอกให้หลงยินดีก่อนจะสลายไปกับตา

 

ยูอิจิค่อยๆ กอดโทโมะแล้วกดศีรษะให้อิงกับอกของเขาก่อนที่จะเอ่ยคำพูดใดๆ อธิบาย เมื่อไม่ได้รับแรงต่อต้าน ยูอิจิจึงค่อยๆ อธิบายด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น

 

ก่อนอื่นนะโทโมะ ฮิโรกิเขาเป็นรุก

 

นัยน์ตาค้างแข็งของโทโมะกระพริบปริบทันทีที่ได้ยินคำนั้น

 

เพราะฉะนั้นยูกับเขาไม่ได้มีอะไรกันทั้งนั้นเข้าใจมั้ยยูอิจิคลึงที่คางของโทโมะเพื่อวิงวอนขอความเชื่อมั่นกลับคืน

 

แต่โทโมะปัดมือนั้นทิ้ง เขายันตัวขึ้นหันไปสบตายูอิจิอย่างคั้นเอาจริง

รุกหรือ ล้อเล่นรึเปล่า ...งั้นยูชอบฟันดาบ? โทโมะไถ่อย่างไม่มีแววล้อเล่น

 

ฟันดาบ???

 

บ้าน่ะโทโมะ ฮึ่ย คิดได้ไง เลิกคิดเลยนะผมขนลุก ยูอิจิกดตัวโทโมะลงไปอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งราวกับคนไม่มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันแม้แต่นิด

 

แต่ยูชอบอยู่กับเขา ให้เวลาเขามากกว่าโทโมะซะอีก จะให้...คิดยังไง

โทโมะซุกตัวลงกับอกยูอิจิเพื่อกลั้นกระแสเสียงความน้อยใจ แทนที่จะทำตัวแข็งขืนอย่างที่อีกใจหนึ่งบอกว่าสมควรจะทำ

 

ยูอิจิกอดรัดแน่นเข้า ชดใช้กับความห่างเหินหลายวันที่เขาเองเป็นผู้ปล่อยให้เกิดขึ้น

 

ทุกอย่างผมทำเพื่อโทโมะ

 

ยังไง น้ำเสียงเริ่มตวัดอย่างโทโมะคนเก่า ยูอิจิชุ่มชื้นหัวใจจนขอซุกไซ้ดอมดมหลายครั้งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามรัวเร็วไม่ให้คนฟังขัดใจ

 

บริษัทของเราถูกคนโกงเงินไปหลายล้าน สามปีมาแล้วที่เราสูญเสียกำไรที่ควรจะได้ เมื่อรู้...ป๋าผมสั่งให้หาหลักฐานมัดเขาให้แน่นที่สุด

 

ยูถึงไม่มีเวลาให้โทโมะ?

 

ไม่ใช่แค่นั้น รู้มั้ยโทโมะ ป๋าบอกว่า ถ้าจับคนๆ นั้นได้เมื่อไหร่ ป๋าจะยกเงินส่วนที่เคยโดนโกงไปทั้งหมดให้ผม ผมอยากได้เงินนั้นมาก่อนวันเกิดโทโมะ เพราะเงินนั่น รวมกับเงินที่ผมมีในธนาคารก็ใช้หนี้ของโทโมะได้ทั้งต้นทั้งดอกพอดี

 

อะ อะไรนะยู โทโมะหลบเลี่ยงจมูกและปากของยูอิจิที่คอยแต่จะเข้ามาหากำไรโดยไม่ยอมอธิบายให้ฟังต่อดีๆ

 

แต่ผมก็ทำไม่ได้ จนเย็นวันเกิดโทโมะผมก็ยังหาหลักฐานได้ไม่ครบ ผมถึงโทรเลื่อนนัดไปเป็นหนึ่งทุ่ม แต่ว่า...จนตอนนั้นผมก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี ฮิโรกิเขาจึงไล่ให้ผมไปหาคุณก่อน แล้วเขาจะดูต่อให้เอง...

 

แต่ทีนี้ตอนที่เราลงลิฟต์กัน เขาโทรมาบอกว่าเขาเจอแล้ว ผมดีใจมากเลยรีบร้อนขึ้นไปดู ผมถึงได้ทิ้งคุณตรงนั้น...ผมไม่ได้ตั้งใจนะโทโมะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เสียใจเลย ผมแค่อยากแน่ใจว่าผมหาของขวัญวันเกิดมาให้โทโมะได้แล้ว...

 

อะไรนะ

 

ผมไม่คิด ว่าคุณจะไม่รอ ไม่คิดจริงๆ ผมลืมนึกจิตใจของคุณ ขอโทษนะโทโมะ ผม...ยูขอโทษ

 

บ้าหรือเปล่ายู โทโมะ...โทโมะไม่ได้ต้องการเงินนั่นสักหน่อย ที่โทโมะต้องการคือยูต่างหาก

 

โทโมะระรัวกำปั้นใส่ยูอิจิเบาๆ แต่ทว่าถี่ยิบ เขาสับสนไปหมดกับความรู้สึกของตัวเองขณะนี้ โกรธ...ดีใจ...เสียใจ...

หรือแค่ระบายความรู้สึกที่เก็บอัดในใจมาตลอดหลายวัน

 

ยูบ้า...

 

สุดท้าย...สองมือเล็กๆ ก็ประคองใบหน้าซีดขาวของยูอิจิเบาๆ นิ้วเกลี่ยไปตามริ้วรอยความเหนื่อยอ่อนที่ปรากฏอยู่ชัดเจนในใบหน้าไร้สีเลือดนั่น

 

บ้าไม่บ้าผมก็ทำได้แล้วนะตอนนี้ ป๋าบอกว่าจะโอนเงินให้เราแล้ว

 

ไม่เห็นสน

 

ยูอิจิยิ้มอย่างไม่ถือสาถ้อยคำตัดรอน เขารู้ว่าโทโมะไม่ได้ปฏิเสธความพยายามของเขาจริงๆ

ไม่สนจริงๆ หรือโทโมะ สิ่งที่ผมพยายามเพื่อคุณมาตลอด ใส่น้ำเสียงผิดหวังน้อยใจเข้าไปนิดหน่อย

 

เปล่านะยู โทโมะร้อนรนปฏิเสธ โทโมะซึ้งมากเลยนะ จริงๆ นะ แต่...เงินก้อนนั้นทำให้เราจืดจาง เงินก้อนนั้น...กัดกร่อนจิตใจโทโมะ ทำให้...โทโมะระแวงสงสัย

 

โทโมะคิดมากแค่ไหน ยูไม่รู้หรอก

 

ใบหน้างอง้ำไร้จริตจะก้านสร้างความรู้สึกผิดวูบเข้ามาในใจได้พร้อมๆ กับความเอ็นดู ยูอิจิกอดโทโมะอีกครั้ง เนิ่นนาน และแนบแน่นกว่าเก่า

 

ยูขอโทษ

 

น้ำตาหยดสุดท้ายไหลซับกับอกคนรักด้วยความดีใจ

 

แต่ยูมาช้า...โทโมะเสียน้ำตาเป็นปี๊บเลยรู้มั้ย

 

เมื่อคืนผมเอาหลักฐานไปยื่นให้ตำรวจ แล้วก็นำตำรวจไปจับผู้ร้ายเพราะเขาวางแผนจะหลบหนี และเมื่อเช้า...ผมโดนป๋าบังคับให้ไปโรงพยาบาล...

 

ทำไม ยูเป็นอะไร โทโมะลุกขึ้นมาจับเนื้อจับตัวยูอิจิจนทั่ว สังเกตสังกาหาร่องรอยความเจ็บป่วย บอกโทโมะสิ ยูเป็นอะไร

 

ผมเป็นเบาหวาน...แล้วก็ความดันต่ำ เมื่อคืนเกือบน๊อคเพราะระดับน้ำตาลลดดิ่ง แต่พอหาย...ก็ซีดจนป๋าจับโยนเข้าโรงพยาบาล

 

อะไรนะ แล้วนี่ยูมาได้ยังไง เขาให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วหรือ ฮะ

 

ก็ฮิโรกิบอกว่าโทโมะไปยื่นซองขาวเมื่อเช้า ป๋าเลยเตะโด่งผมออกมาเลย บอกว่าง้อลูกสะใภ้ให้หายงอนไม่ได้ไม่ต้องกลับบ้าน...

ท้ายเสียงยูอิจิใส่ความออดอ้อนเข้าไปเรียกคะแนนความเห็นใจ โทโมะที่หวั่นไหวกับใบหน้าซีดๆ ของคนป่วยอยู่แล้วยิ่งใจหายฮวบหนัก

 

โธ่...ยู

 

เข้าใจผมหรือยังคนดี

 

น้ำตาโทโมะไหลไม่หยุดราวนางเอกช่องเจ็ด แต่คราวนี้มันไหลด้วยความซาบซึ้งและตื้นตัน

โทโมะพยักหน้าเร็วอย่างน่ารัก

 

จริงหรือยู

 

เรื่องไหนล่ะ เรื่องเงินหรือเรื่องยูเข้าโรงพยาบาล

 

ทุกเรื่องเลย ทุกเรื่องที่ยูบอก

 

ผมเคยโกหกโทโมะด้วยหรือ ผมเคยหลอกโทโมะหรือไง

 

ส่ายหน้าก็น่ารักอีกตามเคย ยูอิจิหัวใจพองโตจนอยากไปบอกหมอว่าเขาคงหายเป็นโรคความดันต่ำถาวรแล้ว...

 

ริมฝีปากทั้งสองคนเลื่อนเข้าหากันด้วยความคิดถึง ต่างถามหาความรักจากกันและกัน และถ่ายทอดความรู้สึกให้อีกฝ่ายมั่นใจ

...เรายังรักกัน...ไม่เปลี่ยนแปลง

 

โทโมะผละออกแล้วจัดการซุกตัวเองเข้าหาไออุ่นอีกครั้งด้วยความสนิทในหัวใจ

 

อีกเรื่องนะยูนะ

 

อะไรครับ

 

ฮิโรกิเขาอยู่ฝ่ายบุคคล ทำไมเขาต้องไปช่วยงานยู

 

ยูอิจินิ่งไปนิดอย่างลังเลว่าจะตอบดีหรือไม่ จนแรงกระทุ้งที่สีข้างเตือนให้ยูอิจิต้องรีบตอบตามจริงให้คนมือไม่หนักหายข้องใจ

 

เพราะ...คนที่โกงเงินคนนั้นคือคนรักของฮิโรกิเอง จริงๆ เป็นญาติฮิโรกิเขาน่ะนะ เขาเลยอยากรับผิดชอบด้วย

 

อะไรนะยู ตกลงว่าญาติหรือคนรัก

 

เป็นลูกพี่ลูกน้องของฮิโรกิ ที่ฮิโรกิ รัก มาก...

 

อะไร-

 

จะอะไรนะกี่ครั้งกันฮึโทโมะ ยูอิจิหยิกที่ปลายจมูกของคนช่างซักเบาๆ

 

อะไรกันเล่า ยูก็ โทโมะสงสัยนี่ เก็บกดมาตั้งหลายวัน นี่มีโอกาสถามก็อยากจะถามจนหายข้องใจนี่นา เอ้อ ยังสงสัยอีกเรื่องหนึ่งด้วย

 

อะไรอีกล่ะครับ ฮะ

 

เสื้อน่ะยู ทำไมฮิโรกิเขามีเสื้อตัวเดียวกับที่โทโมะเคยบอกยูว่าอยากได้ ทำไมยูปล่อยให้เขาซื้อไป ทำไมยูไม่ซื้อให้โทโมะ

โทโมะเขย่าขยำเสื้อยูอิจิชนิดค่อนข้างใส่อารมณ์ จนคนถูกคาดคั้นนั่งหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

 

โอ๊ย อย่าโทโมะ ผมมึนหัว พอดีวันที่ผมจะไปซื้อให้มันไม่มีสีอย่างที่เราดูด้วยกันวันนั้น มันมีแต่สีขาวดำ ผมเห็นว่าไม่เหมาะกับโทโมะเลยไม่ซื้อมา ทีนี้ฮิโรกิเขาจะซื้อผมก็ห้ามไม่ได้นี่ครับ

 

หึ

 

แต่ผมซื้ออย่างอื่นมาแทนนะ

 

อะไร... โทโมะหันมาถามตาวาวอย่างไม่ค่อยจะโลภ แค่เงินก้อนนั้นก็มากพอแล้วนะยู ที่จริงน่ะ

 

นี่ไง

 

ยูอิจิยื่นสมุดเล่มเล็กๆ สองสามเล่มไปให้โทโมะ

ผมเห็นว่าตอนไปบ่อน้ำพุร้อนโทโมะชอบสมุดแบบนี้มาก ผมเลยซื้อมาให้อีก นี่ๆ เล่มนี้มีให้ใส่รูปที่หน้าปกด้วยนะ

 

โทโมะอ้าปากค้างกับของขวัญชิ้นพิเศษของยูอิจิ เขาลุกพรวดขึ้นไปหยิบเล่มของตัวเองทิ่มใส่คนที่ทำหน้างง

 

เล่มนี้โทโมะยังเขียนไม่หมดเลยยู ถ้าใช้ครบสี่เล่มนะ เลิฟสตอรี่ของเราคงเยอะแยะบานตะไทเอาไปทำซีรี่ส์ได้ยาวแน่ๆ เลย

 

เลิฟสตอรี่?

 

ก็โทโมะจดบันทึกความรักของเราลงไปไง เอาไว้ให้ยูอิจิบังเอิญมาเห็นแล้วก็ต้องแอบอ่านจนรู้ว่าที่จริงโทโมะยังรักยูเสมอ

 

แอบอ่าน?

 

วิธีการหาทางจบเรื่องในนิยายไง เข้าใจผิดกันวุ่นวาย ไดอารี่เล่มเดียวเคลียร์ทุกอย่างได้หมด แล้วก็จบแฮปปี้เอนดิ้ง ยูไม่เคยอ่านนิยายสักเล่มเลยหรือ อ่ะ โทโมะมีเยอะ เอาไปอ่านสักเล่มสิจะได้นึกออก

 

โทโมะคนเดิมเดี๊ยะกลับมาแล้วใช่มั้ย ยูอิจิมองโลกในแง่ดีสุดกำลัง เขารับนิยายเล่มหนามาวางไว้ข้างหลังและดึงตัวโทโมะมากอดก่อนที่จะเสนอนิยายเล่มไหนให้อีก

 

สรุปว่าของขวัญของผม เป็นที่ถูกใจหรือเปล่า

 

โทโมะหัวเราะคิกก่อนจะเอียงหน้าตอบอายๆ

 

ที่ยูมาหาต่างหากที่ถูกใจ

 

เสียงหัวเราะเงียบไปเพราะคนขี้อายถูกปิดปากไปเสียแล้ว เป็นนาน...กว่าจะปล่อยให้ออกมาหอบหายใจกัน

 

อีกเรื่องหนึ่งนะยู เรื่องสุดท้ายแล้ว

 

อะไรอีกครับ ยังไม่หมดอีกหรือ

 

เรืองสุดท้ายแล้วไง

 

อ่ะ ว่ามา

 

ทำไมยูเรียกตัวเองว่าผมเวลาคุยกับโทโมะล่ะ ทีกับฮิโรกิโทโมะยังได้ยินว่ายูเรียกตัวเองว่ายูเลย

 

คราวนี้ยูอิจิส่ายหน้าเขินไม่ยอมตอบ จนคนอยากรู้ต้องอ้อนแล้วอ้อนอีก

นะ ยู โทโมะอยากรู้น่ะ หรือไง หรือจริงๆ โทโมะสำคัญน้อยกว่าเขา

 

โทโมะตั้งท่าเบะหน้าร้องไห้เป็นกลยุทธ์สุดท้าย ยูอิจิเห็นอย่างนั้นก็รีบอ้อมแอ้มตอบไปอย่างไม่เต็มใจ

 

ก็...เวลาเรียกชื่อตัวเองมันหน่อมแน้มนี่ ยู เอ้ย ผมอยากดูเป็นผู้ใหญ่สำหรับโทโมะ

 

วาจาไม่หน่อมแน้มจริง แต่อาการแก้มป่องราวกับลอกท่าโทโมะมายังไงอย่างงั้นก็เรียกเสียงหัวเราะให้ดังก้องไปทั่วห้องทีเดียว

 

..............................................................................................................................................................

 

สองคนที่แอบฟังอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงหัวเราะดังกัมปนาทก็อมยิ้มให้กันอย่างดีใจ

 

เขาคงคืนดีกันแล้วเนอะจิน ฟังสิ หัวเราะกันใหญ่เลย

 

อืม ทีนี้เราก็หมดห่วงแล้วเนอะ

 

ว่าแล้วสองคนก็เกี่ยวก้อยขึ้นรถกลับบ้านตัวเองไป

 

กลับบ้านเรานะจ๊ะเมียจ๋า เขาคงจู๋จี๋กันลืมเราไปแล้ว เราก็ไปจู๋จี๋กันเองบ้างเนอะ ชดใช้ให้ที่จินอดเมื่อคืนด้วยล่ะ

 

บ้า กลางวันแสกๆ นี่นะ

 

แหม พูดอย่างกับว่าเราเลือกเวลาดูสถานที่อย่างนั้นแหล่ะ

 

บ้าๆ จินบ้า

 

.......................................................................................................................................................................

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊ากกกกก
ท่านยูนอกใจปลาทองๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่ดีเลย
เฮ้อ

#1 By Satsuki (61.90.249.246) on 2007-03-26 22:44

อ่านมาทั้งหมดมันซึ้งจนน้ำตาซึม กับท่าทางของยามะ แต่...

"ก่อนอื่นนะโทโมะ ฮิโรกิเขาเป็นรุก"--- มันอึ้กขึ้นมาในอก... จี้เสะ.. ไม่เป็นไร

แต่พอมาเจอคำนี้...

งั้นยูชอบฟันดาบ?” --- โหมดซึ้งซึมมันหายแว้บไปพลัน จะดีใจดีมั้ยเนี่ย เห่อ เห่อ

แต่เอาเหอะ เรื่องราวก็จบไปได้ด้วยดี โดยที่ทุกอย่างลงล็อก ยินดีด้วย~

เอาล่ะ ตอนนี้ห้องเน็ตม.มันปิดแล้ว เจ้าหน้าที่มายืนใช้สายตาจิกไล่แล้วด้วย เฮไปละนะคะ

ฝันดีค่ะ แจน^^

#2 By pierce on 2008-08-17 00:05

อ่านไปก็เศร้าไป ซึ้งไป สงสารพีจังไป

น้ำตาร่วงเผาะ ๆๆๆ

แต่ตอนพี่ยูมาง้อแล้วเริ่มที่ ฮิโรกิเป็นรุก ไม่ไหว มันจะฮาให้ได้ แต่ร่างกายปรับอารฒร์ไม่ทันไง เมื่อกี้ร้องไห้เป็นน้ำตาเผาเต่าอยู่ อยู่ดี ๆ อยากหัวเราะซะงั้น

แต่พอมาเจอก๊อกสอง "ฟันดาบ" คราวนี้กลั้นไม่อยู่แล้ว

เพิ่งรู้ว่าหัวเราะทั้งน้ำตามันเป็นแบบนี้นี่เอง

สนุกมากมายเลยค่ะ

#3 By nao (202.28.27.6) on 2008-10-23 18:43