Korean Fiction 8
posted on 11 Jun 2007 05:41 by asuka-jan in Korean-Fiction
แคนทีนวันนี้คนตรึมครับ แค่พวกเพื่อนๆ ของผมที่ร่วมเป็นพยานซีนสวีทก็หลายสิบ แล้วยังสาวน้อยสาวใหญ่อีกหลายโหล ไอ้นี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ ครับ แหม่...เด็กของผมผมก็ชักหวงนะเนี่ย
จ้องมากของเขาสึกหรอหมด
เอ้าๆๆ กินมูมมามไม่รักษาภาพพจน์เลยให้ตาย จะด่าก็ไม่กล้าครับ เดี๋ยวคนอื่นหาว่าไม่สวีทกัน เอ้อ โอ๊ย เสียงซดน้ำแกงดังถึงฮอลล์ข้างล่างแล้ว...
“กินสิ ยังไม่หิวหรือไง เมื่อเช้านายก็ไม่ได้กินเยอะนี่”
“ฉันเห็นนายกินก็อิ่มแล้วเนี่ย”
“ตานายมันเชื่อมกับกระเพาะหรือไงถึงมองแล้วอิ่มได้ กินซะ ตัวยังกับกุ้งแล้วยังมาทำเป็นกินยากอีก”
อือหือ... กล้าพูด... ใครเขาจะกินกวาดรางได้อย่างแก๊!!
“คือฉันจะบอกว่านายกินได้เผื่อชาวบ้านมากเลยไง ช่วยสุภาพหน่อย นอกสถานที่ นะ สำรวมนิดนึง” ช่วยทำตัวให้สมกับเป็นเด็กของผมหน่อยเถอะขอร้อง เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าอบรมกันมาไม่ดี
เฮ้อ...กว่าจะกินด้วยท่าทางของมนุษย์ได้ เกือบจะเอารางอาหารมาใส่แทนจานให้มันแล้วนะครับเนี่ย
หรือยังพีไม่เลือกมันเพราะรับกิริยาสวาปามของมันไม่ได้??
“จะรีบกินไปไหน ยังพีเขายังไม่มาตอนนี้หรอก ออกไปกินที่ภัตตาคารหรูในตัวเมืองนู่นแน่ะ”
“เมื่อไหร่จะเลิกพูดเรื่องฉันกับยังพีซะที”
อ๊า ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะแทงใจดำนะ
“แค่นี้ฟังไม่ได้หรือไง” เอ๋า ปากผม
โอ้ ถึงกับวางช้อน...แง๊ อย่ามองแบบนั้น กลัวนะเว้ย
“ถ้านายไม่กินฉันจะกินของนายแล้วนะ” มันยกช้อนขู่ฟ่อๆ ด้วยครับ
อย่านะเว้ย มื้อนี้ฉันจ่ายเองอย่ามาแย่งนะ กินอาหารในรางของแกให้หมดก่อนไป๊
ติ๊ด ตี่ดิด ติ๊ด ตี่ดิด ติ๊ดตี่... ตี่ติ๊ดติ๊ด ติ๊ดตี่...
“รับสิ ปล่อยให้ดังอยู่ได้” โทรศัพท์เจ้าจึงซุกมันครับ เอ๊ะ มันเปลี่ยนเสียงเป็นเพลงตี่ๆ นี่เมื่อไหร่กัน ก่อนหน้านี้ยังเป็นเพลงรักในสายลมร้อนอยู่เลย
“ครับ ว่าไงครับยังพี”
โอ้โห... ตายยากอีกแล้ว บอกแล้วไงครับพวกที่ป่วยกระเสาะกระแสะไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก เฮี้ยนจริงๆ พูดถึงนิดเดียวก็โทรมาเลย
อ่า... คุยอะไรกันก็ไม่รู้ครับ ทำไมหน้าไอ้จึงซุกมันแย่ๆ ลงเรื่อยๆ งั้นล่ะ
เกิดอะไรขึ้นหนอ...
ป่วยกะทันหัน... ไม่น่า ถ้าป่วยจะมีแรงโทรได้ไง หรือว่า...
“ใจเย็นๆ นะครับยังพี ค่อยๆ พูดนะ พี่ฟังอยู่ครับ” ไอ้จึงซุกเริ่มลุกแล้วครับ ทางนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ เลย ก้นติดเก้าอี้ไม่ได้ขนาดนี้
‘มี อะ ไร หรือ...’ ผมพยายามพะงาบๆ ปากถามมันครับ แต่มันไม่สนผมอ่ะ ตั้งใจฟังแต่คนปลายสายอย่างเดียวเท่านั้น
“ยังพีอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวพี่ไปหานะ”
แล้วคุณมินยูล่ะอยู่ไหน เขาไปด้วยกันอ่ะ
“ยังพีอยู่นั่นนะครับ รอพี่แป๊บเดียวนะ”
นั่นแหละครับ ยังพีคงรอจึงซุกไม่นานนักหรอก วิ่งออกไปขนาดนั้น...
ไม่กินมันซะดีมั้ยข้าวเนี่ย ไม่มีคนคุมแล้วนี่ครับ
ผมน่ะยังอิ่มโจ๊กเมื่อเช้าอยู่เลยนะ... จริงๆ
...................................................................................................................................
ผ่านไปสองชั่วโมงกับอีกสิบแปดนาที... ไอ้จึงซุกก็กลับมาครับ ท่าทางอารมณ์เสียเล็กน้อย
ช่างหัวมันก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้ผมต้องเร่งงานให้เสร็จ
ยังพีออกแบบไว้ดีเชียวครับ รายละเอียดเยอะก็จริง แต่ออกมาแค่โครงๆ ก็ดูสวยแล้ว อยากเห็นตอนมันเสร็จครับ ต้องเร่งทำ ไม่อยากนอนดึกแล้วล่ะคืนนี้
“คาเมะ เด็กแกมาอีกแล้วแน่ะ”
เออ ตาไม่ได้บอด
“อึนดอง ไอ้กระดาษเขียวๆ แกเบิกมายังวะ ส่วนนี้ใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวทำตรงกระจุกบนต่อเลยดีกว่า”
“เดินมาหาด้วยนะ”
มันมีขาก็ให้มันเดินไปสิ เป็นง่อยเมื่อไหร่ค่อยบอกได้มั้ย
“ยังไม่เบิกมาล่ะสิแก ชักช้าจริง งั้นเดี๋ยวฉันไปเอง ฝากต่อตรงนี้ด้วยนะ”
พวกนี้นี่ งานการมีไม่สนใจทำ วันๆ เอาแต่สนใจเรื่องชาวบ้าน สู้ผมไม่ได้เลยครับ ผมนี่ขยันตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต
อ่า ฝ่ายวัสดุอยู่ชั้นแปด แอบขึ้นลิฟต์ดีกว่าเจ้านายไม่อยู่ ฮ่ะๆ
โอ่ย คิดผิดครับที่เดินมาคนเดียว ของเยอะชะมัด แต่ไม่เป็นไร ผมแข็งแรง คิมคาเมะเป็นซูเปอร์แมน โว้ว...
ง่ะ ของกว้างกว่าประตูลิฟต์ แง้... ผมต้องเดินลงหรือนี่ เจ็ดชั้นเชียวนะ ไม่อ๊าว...
ไอ้เลวอึนดอง แกไม่มาช่วยฉัน ฮือ...
“คาเมะ ถือแบบนั้นเดี๋ยวก็หลังเดาะหรอก เอามา ฉันช่วยถือ”
เอ๊ะ ไอ้นี่ก็อีกคน ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นซะจริง
“ไม่ต้อง”
จะตามขึ้นมาทำไมนะ ที่ทำงานผมไม่ใช่ที่เดินเล่นสักหน่อย ไม่รู้จักกาลเทศะเอาซะเลย
“หลีกทางด้วย เกะกะ”
ขวางหูขวางตาจริงๆ เลยครับ จะมาทำไมก็ไม่รู้ เสร็จธุระเรื่องยังพีก็กลับบ้านไปซะก็หมดเรื่อง
“นายเป็นอะไรคาเมะ...”
เป็นคน มีหางเมื่อไหร่ค่อยแปลกใจได้มั้ย
โอ๊ย เบื่อหน้ามันจริงๆ ใครก็ได้เอามันกลับไปทีเถอะครับ ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ ยังมายืนบังทัศนียภาพโรงแรมอีก
“โกรธหรือ...”
“นายฆ่าพ่อฉันหรือเปล่าล่ะ ถามอะไรงี่เง่า”
ฮึ่ม เดินเจ็ดชั้นแสนทรมาน แข็งงี้เกร็งตะคริวแทบกิน ทำไมหนอโชคชะตาถึงชอบกลั่นแกล้งคนดีๆ เรื่อย
“งั้นก็ให้ฉันช่วยถือสิ” วะ พูดไม่รู้เรื่องอีกโว้ย
“นี่ ถ้าอยากจะมีน้ำใจมากนักล่ะก็นะ กลับบ้านไปซักผ้า ดูดฝุ่น ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ ล้างครัวไป จะเป็นพระคุณมาก หรือถ้าไม่อยากทำ จะไปโอ๋น้องยังพีของนายที่ไหนก็ไป อย่ามายืนเกะกะ รกลูกตา” หรือสรุปความก็คือ มีธุระที่ไหนก็ไปทำเถิด แต่ผมหงุดหงิดไปหน่อยครับเลยร่ายซะยาว
ซวยไปนะจึงซุก
โฮ่...ขึ้นไปเอาของแป๊บเดียวพวกเจ้าอึนดองมันก่อโครงเสร็จแล้วครับ เตาผิงก่ออิฐสีน้ำตาลแดง (ของปลอม) กำลังเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนประตูลิฟต์ก็คือช่องไฟ ความรู้สึกของคนเข้าไปในลิฟต์คงจะเหมือนว่าได้เดินทางด้วยผงฟลูแบบพ่อมดแม่มดล่ะมั้งครับ
แหม่... เป็นแรงงานยังอดตื่นเต้นไม่ได้เลย แต่ไม่รู้คนคิดเขาจะได้มาเห็นผลงานตัวเองหรือเปล่าเนี่ยสิ...
ช่างศีรษะมนุษย์ทุกคนบนโลกครับ ตอนนี้ผมมีหน้าที่ทำงานให้เสร็จ เพราะฉะนั้นจะไม่วอกแวกคิดเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวกันนี้เด็ดขาด
คิมคาเมะโหมดบ้างาน ฮึ่ม!
“เฮ้ย ทะเลาะกันหรือวะ แฟนแกเดินหน้าหงิกออกไปเลย”
หือ ใครแฟน ใครทำหน้าหงิก
“ไม่ รู้ นี่ๆ กระดาษน่ะเอามาแล้ว ตัดเป็นรูปตามนี้นะ เอาให้หมดนั่นเลย เดี๋ยวจะร้อยเป็นช่อ เข้าใจป่ะ ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวก็เสร็จเที่ยงคืนอีกหรอก อยากนอนค้างที่นี่นักหรือไง ฉันไม่เท่าไหร่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หยุด แต่พวกแกต้องมาตลอดนี่ ไปเลยๆ อย่าให้พูดซ้ำสองนะเฟ้ย วันนี้คิมคาเมะเครียดนะเนี่ย”
เป็นไงเล่า เห็นอ่อนๆ แบบนี้เอาจริงทีจิ๊กโก๋ยังไม่กล้าหือนะครับจะบอกให้ วะฮ่ะๆๆ
ไม่มีใครกล้าหือเลยครับ ก้มหน้าก้มตาทำงานหมดทุกคน จะเงยหัวขึ้นมาคุยกันยังไม่กล้าเลยนะเนี่ย
ฮู้ว... รู้สึกมีอำนาจจริงๆ!
ว่าแต่...
ไอ้จึงซุกไปแล้วจริงๆ หรือ...
ไม่เห็นซื้ออะไรกลับไปกินเลย คิดจะต้มโจ๊กที่มันไหม้ก้นหม้อกินอีกหรือไงกัน
เฮ่ย คิดเรื่องงานสิ งาน งาน งาน ปล่อยสักวันแล้วจะตายก็ให้รู้ไปสิ ไอ้บ้านั่น...
ทีเรื่องคนอื่นเป็นธุระให้เขาได้หมด จะดูแลตัวเองไม่ได้ให้มันรู้...
ถ้าไม่งั้น... ก็ตายๆ ไปเลย! เฮอะ
.......................................................................................................................................................
หนาวครับ หนาวอีกแล้ว หนาวกว่าเมื่อวานซะอีก หน้าผมชาไปหมด ริมฝีปากก็แตกยับจนเลือดเลิดซิบ หนังนี่ลอกออกมาเป็นแผ่นๆ
ทรมานโว้ย!
โค้ดตัวยักษ์ของไอ้จึงซุกมันรูดซิบได้ไม่ถึงคางล่ะครับ แย่จริง มีฮู้ดซะเปล่า
แล้วมันนะครับ ทิ้งเสื้อเอาไว้ให้ก็ไม่บอก ผมเกือบไม่เห็นแล้วเนี่ย ดีนะที่ไอ้อึนดองมันตาไวร้องทัก ไม่งั้นล่ะรุ่งขึ้นหายแน่ๆ
ทิ้งตัวไหนไว้ไม่ทิ้ง ล่อซะไอ้ตัวละเกือบล้านวอน (ซื้อเสื้อหรือดาวน์รถวะ)
มิงค์ขนปุยของมันอุ่นดีครับ แต่ทำให้ผมเสี่ยงต่อการถูกรถชนมาก เพราะสีขาวๆ มันกลืนกับแบคกราวน์ ก็ไม่รู้ว่ามันจงใจหรือเปล่า...
แต่ที่แน่ๆ... รู้สึกผิดนะเว่ย จิกใส่ไปตั้งหลายคำแต่มันก็ยังใจดีทิ้งโค้ดไว้ให้อีก
ดูซิ ผมเลยต้องหอบข้าวหน้าปลาไหลฝีมือเชพยุ่นแท้ราคาแพงโคตรมาให้มัน...
ถ้ากินข้าวเย็นไปแล้วล่ะน่าดู!
เฮ้อ! การไม่มีรถเป็นของตัวเองช่างน่าเศร้า ดูสิครับ ดูหนทางเดินอันแสนไกลนี่สิ ถนนเอกชน... รถรับจ้างโดยสารประจำทางก็ไม่มี วันๆ ผมต้องอาศัยนั่งรถคนอื่นเขาไปเรื่อย
แต่ก็นั่นแหละครับ อะไรที่ไม่ใช่ของเราย่อมอยู่กับเราไม่นาน รถคุณมินยูผมก็หมดสิทธิ์นั่งไปเรียบร้อย
เมื่อไหร่หนา เมื่อไหร่ ผมจะได้มีรถประจำตัวกับเขาบ้าง
หรืออย่างน้อย ประจำใจก็ยังดี...
ยิ่งคิดยิ่งหนาวเฟร้ย...
........
...........
พระเจ้าช่วยกล้วยจุ่มช็อกฯ
บ้าน... บ้าน... บ้านของผม
สะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้ ตั้งแต่หลังคายันโรงรถเลยครับ!!
จินจึงซุกทำได้!
ปลาบปลื้มตื้นตัน ไหน สุดที่รักจึงซุกอยู่ไหน มามะมาหอมทีซิ แม่เจ้า โอ้ย น้ำตาผมจะไหลด้วยความปิติ
“ยืนเปิดประตูค้างไว้ทำไม ฮีตเตอร์เจ๊งพอดี เข้ามาสิ”
โอ้ พ่อยอดขมองอิ่มอยู่นี่เอง
เห็นคอสตูมยอดแย่ของมันผมยิ่งเจ็บอกครับ ดูมันสิ ดูมัน เสื้อแขนยาวคอเต่าเนื้อผ้าแย่ กางเกงขาสี่ส่วนสีทึมๆ ผ้ากันเปื้อนลายมิคกี้สุดเขรอะของผม และที่คาดผมเส้นบางสีเหลืองสดของมัน
“เฮ้ย มากอดทำไม ข้างนอกหนาวมากหรือ”
“นายทำความสะอาดบ้านจริงๆ ด้วย ฉันปลื้มว่ะ” เห็นนัยน์ตาพราวระยับของผมมั้ย มามะ มากอดแน่นๆ อีกทีเถอะ ...บรรเทาความหนาวของผมด้วย
“อือ มันคิดงานไม่ออกน่ะ เลยกวาดบ้านถูบ้านไปเรื่อย” วุ้ย ทำเขินอีก น่ารักมากๆ ฮ่ะๆ
“เออๆ ทำงานบ้านเหนื่อยๆ พักกินข้าวก่อนมา ฉันซื้อของกินมาเพียบเลย”
ไปลวกไข่ให้มันอีกสองฟองดีมั้ยครับ โด๊บคนดีศรีชาติสักหน่อย มันจะได้มีแรงทำงานบ้านไปอีกทั้งสัปดาห์
“พรุ่งนี้นายไม่ต้องไปทำงานแล้วใช่มั้ย”
เฮ้ย ถามแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย หรือมันจะใช้งานอะไรผมอีกพรุ่งนี้
“อืม ก็ขอหยุดไว้แล้วอ่ะ อ๊า... แต่ว่านะ ปวดหลังมากๆ เลย พรุ่งนี้คงลุกไม่ไหวแน่ๆ...”
ท่าทีกินปลาไหลด้วยความผะอืดผะอมจะสมจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มันต้องเชื่อครับ หนังปากที่ลอกเป็นแผ่นของผมฟ้องอาการปวดหลังได้ดี (?)
“ปวดมากหรือเปล่า ทำไมเพิ่งบอกล่ะ แล้วนี่กินยาอะไรหรือยัง ทายามั้ยเดี๋ยวหยิบให้”
“โอ้ยๆ ไม่ต้องๆ แต่ขอไปแช่น้ำอุ่นห้องนายหน่อยนะ เดี๋ยวคงหายแหละ”
“แน่นะ”
“อือ...”
“เดินขึ้นไปไหวมั้ย”
“ก็ไหวอ่ะนะ”
โอ้ย เห็นสีหน้ากังวลของไอ้จึงซุกแล้วมีความสุข ป๊าด... หมอนี่แพ้คนขี้อ้อน ดี หลังจากนี้ฉันจะไม่ด่าแกแล้ว ฮ่ะๆๆ
“นี่เจ็บจริงๆ หรือ”
“ทำไม! ใช่สิ ฉันมันถึกนี่ มันจะรู้จักเจ็บจักปวดได้ยังไงล่ะ ใครจะไปเหมือน—“
“เปล่าๆ ไม่ได้ว่าอะไร กินเถอะๆ กินแล้วจะได้ไปอาบน้ำนอน “
ฮะๆๆๆ ฉันจับทางแกได้แล้วไอ้จึงซุกเอ๋ย... เมื่อไหร่ควรงอนเป็นยังพี ประชดเป็นยังพี และอ้อนเป็นยังพี แค่ก้อปปี้นิสัยยังพีมาใช้ แกก็เสร็จฉันตลอดทั้งหัวและหาง
ว่าแล้วก็สมเพศตัวเอง ความเป็นคิมคาเมะเอาชนะไอ้จึงซุกไม่ได้เลยสักอย่าง
ต้องยังพีเท่านั้นแหละครับ
“อ่ะ กินปลาเยอะๆ โปรตีนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ”
นั่น... มีหรือ สักครั้งที่คิมคาเมะจะได้แบบนี้
ต้องเป็นยังพีเท่านั้นจริงๆ
“ขอบใจ นายเอาข้าวไปสิ เติมพลังงาน”
.....................................................................................................................................................
ผมกับมันได้นอนกอดกันก็เพราะยังพี
คืนนี้ก็คงกอดกันอีก เพราะความเคยชิน
อืม... สักวันหนึ่งถ้าเลิกกอดกันก็น่าจะเป็นเพราะยังพีอีกนั่นแหละ
คืนนี้เป็นคืนที่สว่างมากเลยครับ สว่างด้วยแสงไฟกระพริบยิบๆ ทั้งถนน อันที่จริงมันก็สว่างยาวมาตั้งแต่คริสต์มาสอีฟแล้วครับ แต่วันนี้มันแยงตาพิเศษในความรู้สึกของผม ก็ขนาดหลับตาแทนที่จะมืดๆ กลับแดงจ้ายังกะมีดวงไฟมาส่องใกล้ๆ
จินจึงซุกคนดีศรีชาติกำลังง่วงอยู่กับโน้ตบุ๊คตัวบางเฉียบของมันครับ หมอนี่ไม่ยอมเปิดไฟหัวโต๊ะเพราะกลัวว่าผมจะนอนไม่หลับ เปล๊า มันไม่ได้บอกหรอกครับ แต่ผมรู้เพราะผมฉลาด แต่มันน่ะสิไม่เข้าใจว่าผมยังไม่ง่วง เอาแต่บังคับให้ผมนอนอยู่ได้
ไม่ได้รู้เล้ย... ผมนอนไม่หลับถ้าไม่มีจุ๊บเบาๆ ตรงหนังหัว
นี่บอกกันอย่างหน้าไม่อายเลยนะเนี่ย อย่าล้อผมเชียวนะครับ
“ไหนว่าปวดหลังไง ไม่นอนเสียทีล่ะนายน่ะ”
“ก็เพราะปวดไงเล่าถึงหลับไม่ลงน่ะ”
คือมันปวดจริงๆ ครับ ผมไม่ได้อำมันแล้ว ตั้งแต่ลุกขึ้นมาจากอ่างน้ำอุ่นนี่อาการเคล็ดขัดยอกก็แล่นตั้งแต่ต้นขาขึ้นมาถึงกลางหลังเลยเทียว แต่ไหล่นี่ร้ายสุด ร้าวระบมเหมือนตอนหัดยกเวทแรกๆ เลยครับ
“ยังปวดอยู่หรือ กินยาไปแล้วนี่”
“พาราไม่ใช่ยาวิเศษนะ มันจะหายเลยได้ยังไงเล่า”
ผมทำเสียงกระเง้ากระงอดมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ แต่อันนี้ไม่ได้ลอกแบบยังพีมานะ มันเป็นเอง...
แต่เจ้าจึงซุกก็ปิดโน้ตบุ๊คแล้วเดินมาหาเลยล่ะ
“ไม่ทำงานแล้วหรือ”
“อืม ปวดตาน่ะ”
อื้ม... มันปวดตาแต่มาดึงแว่นผมออกซะอย่างนั้น แทนที่จะจับแว่นตัวเอง
“งั้นนอนกัน”
“อือ นอนสิ”
ละอายจริงๆ เลยครับ พอสิ้นคำพูดมันผมนี่โผเข้าหาอกอุ่นตรงหน้ายังกับมีคนถีบส่ง
ติ๊ด ตี่ดิด ติ๊ด ตี่ดิด ติ๊ดตี่... ตี่ติ๊ดติ๊ด ติ๊ดตี่...
เฮ้ย ใครโทรมาอีกเนี่ย ห้าทุ่มกว่าแล้วนะครับ นี่บ้านนอกนะจะมาทำตัวเป็นนกฮูกกลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอนเหมือนคนกรุงได้ไง
“ครับ ยังพี”
วะ!
ไอ้จึงซุกมันฟังปลายสายไปก็มองหน้าผมไปครับ
ชิชะ ทำเป็นกระอักกระอ่วน
อ๋อ... ไม่อยากให้ผมได้ยินเสียงที่มันลอดลำโพงมาล่ะสิ เอ้อ ผมไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องคนอื่นซะหน่อย
ไปก็ได้!
“คาเมะ”
ไม่ต้องมาเรียกเลย คนจะนอนใครเขาอยากฟังมนุษย์โทรศัพท์เล่า หนวกหูก็เท่านั้น
เห็นมั้ยครับ ผมคิดผิดที่ไหน อ้อมกอดของผม อกอุ่นของผม ถูกยังพีทวงคืนไปจนได้
เจ็บใจๆๆๆ รักกันขนาดนี้จะเลิกกันทำไมวะ!
มาเลยคุณมินยู มาเป็นหมาหัวเน่าด้วยกันเถอะ
ทำไมห้องผมมันถึงอยู่มุมอับขนาดนี้ครับ แสงไฟสักดวงไม่มีสาดมีส่องมาบ้าง วิวหลังบ้านที่เป็นภูเขาสูงมันก็สวยดีหรอกในยามกลางวัน แต่มืดๆ แบบนี้มันแสนทึมทือวังเวง เสียงครางฮือของฮีตเตอร์ก็เสริมบรรยากาศได้ดีสุดๆ ไปเลย
โอย... หลัง พาราบ้า กินแล้วปวดหนักกว่าเดิมอีก
“คาเมะ...”
ชิ มาทำไม คุยเสร็จแล้วหรือไง
“หนีมานี่ทำไม”
ใครหนี ไม่มี๊
“ใครเขาจะไร้มารยาทฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์ได้ล่ะ เผอิญเป็นผู้ดี”
ไม่ต้องมาดมหัวเลย มันเน่าแล้ว เน่าและเหม็น ไปไกลๆ ไม่ต้องยุ่ง
แง๊ว ไอ้จึงซุกมันแกล้งผมอ่ะครับ มากอดซ้อนหลังไม่พอ รัดแขนตรงเอวผมด้วย จับโยกตัวอีกต่างหาก คนนะเว้ยไม่ใช่ตุ๊กตาหมีบีแบร์
“ไม่มีอะไรสักหน่อย ยังพีโทรมาบอกว่าถึงบ้านแล้วเท่านั้นแหละ”
“แล้วทำไมเขาต้องรายงานนายด้วย พี่ชายเขาก็มี” บ๊ะ ปล่อยสิวะ
“ก็นายมินยูดูแลไม่ดี—“
“ไม่มีใครดูแลได้ดีเกินหน้านายหรอก” วะ คุยยากจริง ฮึบ เอ้อ หันหน้าหากันแบบนี้ค่อยดีหน่อย คร่อมก็คร่อมวะ
“คาเมะ?”
“แย่งมาสิ แย่งยังพีกลับมา รักมากขนาดนี้แล้วนายจะยกยังพีให้คนอื่นทำไม แย่งเขากลับมาสิ” กลับมาอยู่ในความดูแลของมิสเตอร์จิน...
“จริงๆ นะจึงซุก ไม่มีใครดีกับยังพีเท่านายอีกแล้ว ถ้าไม่ไว้ใจคนอื่น แย่งเขากลับมา... พยายามอีกนิด รับรอง นายแทนที่คุณมินยูได้ไม่เหลือเงา”
ความรักของจึงซุกต้องละลายหัวใจใครต่อใครได้แน่ พยายามอีกหน่อย ยังพีก็ยังพีเถอะครับ ความรักกี่สิบปี ถ้ามันไม่ดี จะมีค่ามากกว่าความรักสั้นๆ แต่แสนประเสริฐนี้ได้ยังไง
“นายไม่เข้าใจคาเมะ ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น ฉันแค่อยากให้ยังพีมีความสุขเท่านั้นเอง”
“นั่นแหละ ถ้านายกับยังพีคืนดีกัน ตัวนายเองก็มีความสุข ยังพีก็จะยิ่งมีความสุขกว่าใคร เพราะมีคนที่รักเขาหมดหัวใจอยู่เคียงข้าง”
ไหนๆ ยังพีก็พูดออกมาแล้วว่าขาดจึงซุกไม่ได้ สำคัญขนาดนี้ อีกหน่อยต้องเป็นที่หนึ่งแน่ครับ
“ฟังฉันก่อนคาเมะ”
“นายนั่นแหละฟังฉัน—“
โอ๊ย บีบไหล่ทำไมวะ เจ็บ...
“ฉันไม่ได้รักยังพีอีกแล้ว ฉันแค่อยากเห็นเขามีความสุข”
“ก็นั่น—“
“แต่คนที่ฉันอยากทำให้เขามีความสุขด้วยมือของฉันน่ะไม่ใช่ยังพีอีกแล้ว แต่เป็นคนอื่น... เข้าใจหรือเปล่า... คนอื่น”
ไม่เข้าใจ...
ไม่ จะมีใครที่จินจึงซุกจะรักมากไปกว่ายังพี
มีหรือครับคนคนนั้น...
“ใคร--”
อ๊ะ
ฮื่อ... บอกแล้วไงว่าหัวมันเหม็นน่ะ
หน้าก็มัน อย่านะ
ไอ้จึงซุก ไอ้ตัวดี เอาปากอวบอิ่มมาไถๆ ...ตั้งแต่กระหม่อม...อ้อมสันแก้ม...ลงไปยังปลายคาง
กว่าจะหยุด ผมกลั้นหายใจจนแทบหมดลม
“ไอ้บ้า เล่นแบบนี้หัวใจฉันจะวายนะเว้ย!”
- ตึกตึก ตึกตึก- ดังออกมานอกอกเลยเนี่ย ได้ยินมั้ย
“ใจเต้นแรงแบบนี้นายกำลังมีความสุขหรือเปล่าคาเมะ”
ความสุข...? บ้าอะไร...
“ฉันดีใจนะ ที่ทำให้นายมีความสุข...”
ฮ้า...
“ไม่เข้าใจหรือ เข้าใจอะไรยากจริงๆ เลย...”
ฮื้อ
“ไปนอนกันเถอะ กลับห้องฉันนะ”
ฮึ้ย
...
...
...
ขอโทษทีครับ เมื่อกี้มันเกิดฟองน้ำในสมองกะทันหัน นี่ก็ยังไม่หายเลยครับ ยังรวนๆ อยู่ สติสตางค์ตอนนี้ปลิวว่อนเลยทีเดียว ถ้ายังไงรอพรุ่งนี้เช้าแล้วกันครับ เรียกกลับมาได้ครบเมื่อไหร่... ค่อยว่ากันอีกที
คืนนี้... ราตรีสวัสดิ์ครับ
.........................................................................................................................................
อาหารเช้าวันนี้เป็นซีเรียลในนมโกโก้ครับ เบรกฟาสต์สิ้นคิดเมื่อตู้เย็นไม่มีของสดเหลือกระทั่งข้าวสาร
จะออกไปซื้ออะไรเพิ่มก็ไม่อยากเสี่ยงผจญกับพายุหิมะที่โถมกระหน่ำมาตั้งแต่เช้า ผมกับจึงซุกต้องเลี้ยงตัวเองด้วยอาหารง่อยๆ ในตู้ที่ก็มีเหลืออยู่ไม่มาก
ขอแค่มันอย่าตะกละกินจนหมดตั้งแต่เที่ยงแล้วกัน
แค่มื้อเช้าก็ล่อไปสามชาม ทั้งๆ ที่บ่นหงิงๆ ว่ากระเพาะไม่ดี กินนมมากไม่ได้
แหม่...พอพูดถึงไอ้บ้านั่นขึ้นมาก็หงุดหงิด
อะไรน่ะหรือครับ
ผมน่ะ อุตส่าห์ทำตัวสบ๊ายสบายราวกับไม่มีอะไรติดใจจากเมื่อคืนสักนิด แต่มันสิ เจอหน้าก็หลบ ทำตัวเงอะงะ แถมยังพูดจาอ้อมแอ้มไม่เต็มปากเต็มคำเสียอีก แสนจะน่าหมั่นไส้ อยากจะถามจริงๆ มันหรือผมที่ควรจะต้องอาย
คนถูกปั่นหัวก็ผม ถูกลวนลามก็ผม ถูกกอดทั้งคืนก็ผม
ผู้ถูกกระทำทุกสิ่งอย่างยังเฉยๆ ไม่กว่ากระไร
แต่ไอ้ผู้กระทำ...หน้าบางขึ้นมาซะอย่างนั้นแหละ
อะไรกันวะ!
เฉียดเข้าไปใกล้ทีก็ทำลุกลี้ลุกลน ประสาท!
เป็นอย่างนี้ตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาสบตากับมันเลยครับ จู่ๆ ก็กระเด้งตัวออกไปราวสี่เมตร แล้วก็หนีหายไปเข้าห้องน้ำเฉย... อีทีแรกนึกว่าไม่เซลฟ์กลิ่นปาก แต่กลับมาอีกทีพี่แกยังอยู่ชุดเดิม น้ำเนิ้มไม่มีสัมผัสกายสักหยด
ถามว่าเข้าไปทำอะไรในนั้นตั้งนานสองนาน ก็ไม่ตอบ...
คิดว่ามันเข้าไปทำอะไรครับ ใครเดาออกบอกผมทีสิ
แต่ถึงพฤติกรรมมันจะชวนคันยิกๆ ที่ปลายหนวดหมึก ทว่าหลายๆ อย่างก็น่ารักอยู่เหมือนกันครับ อย่างน้อยวันนี้ผมใช้อะไรมันมันก็ทำ บอกให้ไปเช็ดบ้านชั้นบนมันก็ไป ฝากให้ขัดห้องน้ำก็ไม่ชักสีหน้า
ถ้าก่อนไปมันจะไม่พูดเบาๆ ว่า “ถ้านายมีความสุข ฉันก็จัดให้” จะน่ารักกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลยครับ
ก็สนองความกวนอันน่ารักของมันไปด้วยการขว้างขวดน้ำยาถูพื้นไม่มีฝาใส่แก้เขิน
ดีนะครับรู้จักกันมานาน ถ้าน้อยกว่านี้ผมคงคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่โต นี่ขนาดเบรกใจตัวเองไว้แล้ว... แต่พอได้ยินมันเอ่ยคำว่า ‘ความสุข’ ทีไร หัวใจพาลเต้นไม่เป็นจังหวะทุกที
ฤทธิ์คนหล่อ... ทำหัวใจไร้รักสะท้านเฮือกๆ
แถมยังมีวาจาชวนคิดยิงใส่พร้อมความหล่ออีก ใครในโลกนี้จะเข้าใจผมบ้าง
“จึงซุก มื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เรียกเกินสามครั้งไม่ลงมาถือว่าสละสิทธิ์”
“จึงซุก ฉันจะเหมาแล้วนะ”
“จึงซุก ได้ยินหรือเปล่า”
“จึงซุกโว้ย ได้ยินมั้ยวะ”
ไร้เสียงตอบรับ ผิดปกติมากนะครับ ทุกทีแค่สิบเอ็ดโมงสี่สิบมันก็จะมาแกร่วรอที่โต๊ะอาหารแล้วแท้ๆ
ทำงานจนลืมหิว... ไม่น่า
หรือแอบหลับ? ...ไม่แน่
ไปดูดีกว่า
“ติ๊งหน่อง...”
เห... โอ๊ะ
เสียงแอคโค่ของออดยังไม่ทันหมดเลยครับ แขกไม่ได้รับเชิญก็วิ่งพรวดเข้ามาถึงบันไดบ้านแล้ว นี่ถ้าผมไม่ไปขวางอีกสองวิคุณเธอคงแล่นไปถึงห้องใต้หลังคาแหงๆ
“มีธุระอะไรยังพี”
“ยังพีเขาว่าคุณจึงซุกไม่สบายน่ะคาเมะ เขาเลยอยากมาเยี่ยม”
คนตอบน่ะนายลีมินยูครับ ส่วนคนที่ผมถามน่ะผลักไหล่เจ้าของบ้านแล้ววิ่งขึ้นชั้นสองไปนู่น...
ไม่มีเกรงใจใคร ไม่มีเจรจาปราศรัยกับใคร
“จึงซุกเขาเป็นอะไรไปหรือครับ”
“อ้าว คาเมะไม่รู้หรือ”
ถ้ารู้แล้วจะถามมั้ยเล่า ตอบๆ มาซะทีสิ
“ยังพีเขาว่าคุณจินจึงซุกท้องเสียน่ะครับ เห็นว่ารุนแรงด้วย”
ท้องเสีย...? จึงซุกท้องเสีย? ทำไมผมไม่รู้ล่ะ ยังพีมีญาณวิเศษเมื่อไหร่กันถึงได้รู้ก่อนคนบ้านเดียวกัน
“งั้นผมขึ้นไปดูก่อนนะครับ”
มิน่าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ลงมา ที่แท้สิ้นชีวาในห้องส้วมไปแล้วนั่นเอง
จะเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ บ้าจริง ผมน่าจะเอะใจขึ้นไปดู...
เอ๊ะ ทำไมประตูห้องผมเปิดอยู่ล่ะ ทำไมยังพีเข้าไปห้องนั้น หรือก็คือ ทำไมจึงซุกมันไปนอนซมในห้องของผม...
“พี่จึงซุกปวดท้องมากมั้ยฮะ ให้ยังพีโทรเรียกหมอมาดูนะ”
ท่าทางของจึงซุกไม่สาหัสสากรรจ์ขนาดนั้นหรอกครับ แต่ใบหน้าซีดเซียวและท่าทีอ่อนระโหยโรงแรงของมันก็ชวนให้ผมใจหายวาบๆ ได้อยู่ เจ้านี่มันเคยป่วยซะเมื่อไหร่ ออกจะแข็งแรงอุ้มผมขึ้นลงบันไดสบายบรื๋อ
“ฉันไปชงเกลือแร่มาให้นะ”
“บ้าหรือไง ยังไม่ทุเลาขืนดื่มเกลือแร่เข้าไปก็เป็นหนักกว่าเดิมสิ”
เอ๋า แล้วจะให้ทำไง ยาแก้ท้องเสียผมก็เห็นมันวางอยู่ที่หัวเตียงแล้วนี่
“ยังพี...” เจ้าจึงซุกเอาเสียงแหบๆ ปรามยังพีที่กำลังทำตาเขียวใส่ผม แต่ที่ดึงความสนใจได้มากกว่าก็คงจะเป็นมือที่ดึงๆ รั้งๆ กันอยู่
แน่นอนครับ ยังพีไม่หันมาใส่ใจผมอีก เอาแต่จุ๊กจิ๊กไถ่ถามอาการกันด้วยความเป็นห่วงเหลือประมาณ
แล้วผมจะยืนอยู่ให้เป็นสุนัขทำไมล่ะครับ
“คาเมะ”
ไม่ต้องเรียกเลย อ้อนกันไปเดะ หิวข้าว จะไปกินข้าว!
.....
.......
“ไม่อยู่ดูคุณจึงซุกหรือครับ”
“ห้องมันแคบนี่ครับ เดี๋ยวคนป่วยจะไม่มีอากาศหายใจ”
“แล้วคาเมะไม่เป็นห่วงเขาหรือ”
“ผมอยู่ด้วยก็ช่วยอะไรไม่ได้ ไม่เก่งเรื่องพยาบาลคนอยู่แล้วครับ”
“แล้ว—“
“คุณมินยูล่ะครับ ไม่อยู่เฝ้าคู่นั้นหรือไง ถามจริงๆ ไม่หึงเลย?” พ่อพระ... ขับรถฝ่าหิมะมาส่งแถมยังปล่อยให้อยู่กันลำพังอีก
เป็นผมหน่อยไม่ได้... ไม่ยอมหรอก
“ไม่หึงแล้วครับ ไม่รู้สิ กับคุณจึงซุกแล้วผมไม่หึงนะ แต่ก็มีน้อยใจบ้างเวลายังพีให้ความสำคัญกับเขามากกว่าผม”
ใจกว้างดีแท้
“อย่างเช่นตอนนี้”
เอ๋า... งั้นที่ลงมานี่ก็เพราะน้อยใจเหมือนกัน เอ้ย หมายถึงน้อยใจอีกแล้ว...
ถ้าคุณเหงาเราคือเพื่อน ไปครับ ไปกินข้าวดีกว่า
หลังจากจบมื้อเที่ยงไปยังพีก็ยังไม่ลงมาครับ คุณมินยูไม่ยอมขึ้นไปตามตามคำยุของผม สุดท้ายเราสองคนจึงเลือกที่จะดูหนังแผ่นเก่าเก็บในตู้ใต้ทีวีเป็นการฆ่าเวลา แต่ไม่แน่ใจหรอกครับว่าเนื้อหาของภาพยนตร์รางวัลออสก้าจะเข้าหัวไปกี่มากน้อย
คุณมินยูก็เหม่อไปเรื่อยตามเรื่องตามราว ส่วนผม... ก็นั่งหึงตะบึงตะบอนแทนชาวบ้านเขาอยู่นี่แหละครับ
กว่าจะรู้ตัวว่าแผ่นหนึ่งจบไปแล้ว ก็หัวเราะเขินๆ ใส่กันก่อนที่คุณมินยูจะอ้อยอิ่งไปเปลี่ยนแผ่น
“มัวแต่มานั่งดูหนังสบายใจ ไม่เป็นห่วงพี่จึงซุกบ้างเลย” ยังพีเดินตึงๆ ลงมาฉุดแขนคุณมินยูอย่างแรง เรียกว่ามาเป็นพายุก็จะกลับเป็นพายุด้วยครับ
ว่าจะโกรธกับวาจาหาเรื่องอยู่เชียว แต่สายตาจิกลึกค้อนขวับพี่ชายโดยสายเลือดแบบนั้นทำเอาความโกรธปลิวหาย วิ้ว...
ถ้ายังพีมองผมได้แบบนี้บ้างในคืนที่ผมกับจินนอนกอดกันที่โรงพยาบาล อะไรหลายๆ อย่างคงไม่ดำเนินมาถึงทุกวันนี้
นี่คงเป็นเหตุผลที่คุณมินยูไม่เสียเวลาหึงนายจึงซุกล่ะมั้งครับ
มีแต่ผมนี่แหละที่บ้างอนแทน และเกิดคำถามมากมายต่อความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่...
จินจึงซุกในเวลาที่ถูกแฟนเก่าทิ้งไปอีกรอบกำลังเดินโซเซออกจากห้องน้ำไปล้มโครมลงบนเตียง เวลาชั่วโมงเศษๆ ที่ได้อยู่กับยังพีสองต่อสองทำให้สีหน้าที่ซีดเป็นกระดาษดูมีสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้วครับ แต่ดูเหมือนอาการถ่ายท้องจะยังไม่ทุเลาลงเท่าไหร่
คนตัวโตงอร่างเอามือกุมท้องฟ้องความผิดปกติในร่างกายอยู่เหมือนเดิม
“ยังไม่หายอีกหรือ เข้าห้องน้ำไปกี่รอบแล้ว”
“ตั้งแต่เช้าก็สิบแล้วมั้ง”
“หิวมั้ย...”
“มาก...”
“กินอะไรมั้ย จริงๆ มีข้าวเหลือพอต้มโจ๊กนะ”
“ไม่กล้ากิน”
“งั้นนอน?”
“อยู่ด้วยกัน...”
“ไม่ไปไหนหรอก”
มันดึงๆ แขนผมคล้ายๆ กับที่จับแขนยังพีครับ ต่างก็นิดก็ตรงที่ไอ้คนนอนหมดสภาพนี่มันพยายามจะดึงรั้งผมขึ้นไปบนเตียง ซึ่งผมเดาและแอบแน่ใจว่าจึงซุกไม่ได้ทำกับปาร์กยังพีแบบนี้
“เดี๋ยวสิ ไปเอาหนังสือก่อน”
นิยาย สืบสวนที่ผมซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนฝึกงานได้ฤกษ์เปิดผนึกครับ ฆาตกรรมในห้องปิดตายช่างไปกันได้ดีกับกลิ่นชื้นเหงื่อที่โชยตุ่ยมาเป็นระยะ จากคนข้างตัว แถมไอร้อนผ่าวๆ จากแผ่นหลังที่เอนพิงใส่ผมเต็มๆ ให้รู้สึกขัดกับภาพหิมะขาวโพลนที่เห็นนอกหน้าต่างนัก แต่ผมก็พอใจแบบนั้นครับ เพราะเจ้าของแผ่นหลังนี้ไม่ได้ลุกไปเข้าห้องน้ำอีกเลยตั้งแต่หนังสือถูกเปิด ได้หน้าแรกจนผ่านมาถึงครึ่งเล่มในตอนนี้
แรงกระเพื่อมจากการหายใจของมันก็เป็นจังหวะที่ทำให้ผมรู้ว่ามันผ่อนคลายความเจ็บปวดลงไปแค่ไหน
“อ่านจบแล้วหรือ”
อ้าว มันยังไม่หลับครับ ทฤษฎีคนหายใจสม่ำเสมอแปลว่าหลับใช้ไม่ได้เสมอไปแฮะ...
“เปล่า”
“เห็นถอนหายใจ”
“อ้าว แล้วถอนหายใจมันเกี่ยวอะไรกับอ่านหนังสือจบแล้วล่ะ ...นี่... เช็ดตัวมั้ย ฉันเช็ดให้”
“ไม่เอา...”
“ไม่ร้อนหรือ”
“ร้อน... ฉันอาบน้ำเลยดีกว่า”
“สภาพนี้เดี๋ยวหัวฟาดพื้นเอาหรอก”
“หายแล้วน่า”
“งั้นกินอะไรก่อนดีมั้ย”
“ฉันไปอาบน้ำ นายไปต้มโจ๊ก”
คงจะหายแล้วจริงๆ แหละครับ ออกคำสั่งกับผมได้ไม่ขัดเขินแบบนี้
“งั้นรอเดี๋ยว”
จินจึงซุก ถ้ามันปรารถนาจะให้ผมมีความสุข...ก็ถือว่ามันทำสำเร็จครับ แม้จะไม่ได้ตั้งใจอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ผมหัวใจพองๆ แบบแปลกๆ
หรือผมจะเป็นมาโซ ใจเต้นแรงสนองตอบอัตราความเอาแต่ใจของมัน
ถ้าขอพรปีใหม่จากพระเจ้าได้หนึ่งข้อ ผมขอกล้าคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยครับ
ถ้ายังพีไม่เอาผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆ ผมขอเซ้งเขาต่อได้มั้ย
กิเลสอันยิ่งใหญ่นี้ จะเป็นจุดผิดพลาดในชีวิตของผมหรือเปล่า...
ผมอุตส่าห์ยอมรับว่าชอบมันแล้ว
พระเจ้า แลกจินจึงซุกให้กับความกล้าหาญของผมนะ
Please...
............................................................................................................................

ได้อ่านเกาหลีต่อแล้วววว
ก่อนอื่นเลย *จุดพลุฉลอง
คาเมะรู้ตัวซักที~~~ \^o^/
ในที่สุดคิมคาเมะก็ยอมรับออกมาแล้วว่า ชอบจึงซุก โอ้เย่
//ลุ้นมานานมากเลยเรื่องนี้
เต่าน้อยเริ่มฉลาดขึ้นแล้วแล้ว แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่ยอมรับอยู่อ่ะน้า
ตอนนี้จะว่าฮาก็ฮานะคะ แต่ก็มีบรรยากาศเครียดๆนิดหน่อย
อย่างเวลาที่ยังพีโทรมาหาจึงซุกอยู่นั่นอ่ะ
(แอบสงสัยว่ายังพีจงใจโทรมาเพื่อยั่วให้คาเมะหึงรึเปล่า
ประมาณว่าให้คาเมะรู้ตัวเร็วขึ้น???)
แต่ก็ดูเหมือนว่ายังพีจะเคืองคาเมะแทนจึงซุกเหมือนที่คาเมะ"หึงแทนคุณลี" กร๊าก
แต่ฟ้าว่า คาเมะจะเข้าใจหมดทุกอย่างก็ต่อเมื่อจึงซุกมันสารภาพออกไปตรงๆแหล่ะค่ะ
คิดอยู่นั่นแหล่ะว่าจึงซุกยังรักยังพีอยู่ เฮ่อ
อ่านไปก็สงสารนะคะเนี่ย มันเหมือนกับว่าคาเมะไม่คิดว่าจึงซุกจะมาชอบตัวเองได้ถ้าไม่มียังพี
อ๊ากกก เต่าน้อยออกจะน่ารักปานนั้น (ถอดแว่นแล้วทำผมใหม่ก็โอแล้ววว)
จะรออ่านตอนต่อไปนะครับผม
ลุ้นๆว่าเมื่อไหร่คาเมะจะรู้ความจริง หรือต้องรอให้จึงซุกมันรุกขั้นต่อไป หุหุหุ
พีเอส - ได้เมนท์แรกรึเปล่าเนี่ย...
#1 By lune on 2007-06-11 07:17