Every... of me
posted on 29 Jul 2007 02:39 by asuka-jan in NotJKEveryone, I can be...
“เธอรู้เรื่องเด็กใหม่ของยามาชิตะหรือยัง”
“เปลี่ยนแล้วหรือ คนนี้ไวแฮะ แล้วใครล่ะ”
“เดือนปีหนึ่งของอักษร น่ารักเชียวนะ ดูสิ ผู้ชายน่ารักๆ มาจับคู่กันเองหมดเลย...”
“ก็ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวนี้โรคเกย์มันระบาดนี่ยะ ดูในห้องเรียนนี้เถอะ ชายจริงจะมีหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“เผลอๆ ที่กล้ามโตๆ ที่เห็นเนี่ย พออยู่บ้านอาจจะ... ตุ๊ดตู่ก็ได้เน้อ...”
ผู้หญิงพวกนี้มาทำให้จินเพื่อนรักของผมอารมณ์เสียอีกแล้ว ผมไม่แคร์เลยว่าเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ถึงผมยังไง กล่าวถึงความเจ้าชู้สำส่อนของผมแบบไหน แต่มันแย่มากหากต้องวกเข้ามาในประเด็นเรื่องเพศที่สาม ขณะที่เพื่อนผมต้องมานั่งฟังอย่างนี้
จินเคยวิเคราะห์ตัวผมในฐานะเพื่อนรักถึงพฤติกรรมเปลี่ยนแฟนบ่อยของผมว่า เพราะผมเป็นเด็กกำพร้า ขาดพ่อขาดแม่ ถึงได้แสวงหาความรักนัก แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่เชื่อถือในรัก ผมจึงคบใครได้ไม่ยืดยาว...
บทวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาของเด็กม.ต้นในขณะนั้นถือว่าไม่ผิดไปจากความจริงเท่าไหร่ ผมยอมรับในข้อสันนิษฐานของเขา
แม้มันถูกแค่ครึ่งเดียว…
จินย้ายโรงเรียนไปตอนไฮสกูล ตามพ่อของเขาที่ย้ายสาขาไปทำงานที่คานากาว่า เพื่อนรักคนนี้ห่างหายจากผมไปสามปีเต็ม และได้กลับมาเรียนร่วมมหาวิทยาลัยกับผมอีกครั้งในปีที่แล้ว ระหว่างนั้น ผมคิดถึงเขาแทบขาดใจ ถ้าผมมีเงินเก็บมากกว่าที่จะพอเลี้ยงชีวิตไปวันๆ ผมคงไปหาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส เสียดายที่ไม่เป็นอย่างนั้น
และเมื่อเขากลับมา ผมจึงแทบเข้าไปโผกอดอย่างลืมตัว แต่เพราะยิ้มที่เขาส่งมาให้ ผมจึงได้แต่ตบบ่าแบบเพื่อนที่คิดถึงกัน มาก... เท่านั้น
จินกลับมาคบกับผมเช่นเดิม เราพูดคุยกันอย่างสนิทสนมคล้ายว่าเวลาที่จากกันไปสามปีแทบไม่ส่งผลอะไรต่อความสัมพันธ์เขาเราเลย จนกระทั่ง...รสนิยมทางเพศของผมถูกเปิดเผย...
“หน้าเป็นรอยแดงเลย หลับอีกแล้วสิ”
“เออ แกก็รู้ว่าฉันเบื่อห้องเรียนใหญ่ ยิ่งคนเยอะยิ่งน่านอน” เพื่อนของผมหาวปากกว้างแสดงตัวตนที่เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ผมช่วยเขายกกระเป๋ากล้องอันใหญ่ที่เจ้าตัวแบกมาทำงานก่อนจะเดินนำหน้าไปที่โรงอาหารของคณะนิติศาสตร์
“วันนี้ไม่มีเรียนหรือ ทำไมใส่ชุดไปรเวท” จินทักเครื่องแต่งกายของผมที่เป็นกางเกงยีนส์ขาลอยกับเสื้อเชิ้ตปล่อยชายของผม “อ้อ ลืมไป คณะนายมันแต่งตัวยังไงก็ได้นี่หว่า เซ็งว่ะ ทำไมคณะฉันต้องแต่งอย่างนี้มันจนปีสี่ด้วยวะ เบื่อ”
จินบ่นเหมือนที่บ่นอยู่บ่อยๆ ผมเองก็ฟังจนชิน
ผมมารับจินที่ตึกเรียนเพื่อทานอาหารเกือบทุกวัน เพราะที่เรียนของผมกับเขาอยู่ข้างกัน และผมมักจะเป็นฝ่ายเลิกเรียนก่อน คนคณะนี้คุ้นหน้าผมเป็นอย่างดี เพราะผมต้องมารอหน้าห้องจิน และช่วยจินถือของที่หนักเกินไปอยู่ประจำ จนระยะหนึ่งจินต้องเผอิญกับข้อหา “คู่เกย์” กับผม
แน่นอนว่าจินโมโหมาก ถึงขั้นตาขวางใส่ทุกคนที่เขาสงสัยว่ากำลังนินทาเขาอยู่
จินเกลียดเพศที่สาม ขยะแขยงเกย์ ยิ่งข่าวลือเรื่องบ้าๆ นั่นแพร่สะพัด จินยิ่งแสดงตัวทุกอย่างเพื่อต่อต้านกระแสของมัน ทำทุกอย่าง ยกเว้นแค่...จินไม่เลิกคบผม
จินใช้เวลาเกือบเดือนเพื่อสยบข่าวลือนั่น โดยมี “ภาพ” ที่ผมควงคนโน้นคนนี้ไปทั่วเป็นตัวเสริม
ความขัดแย้งในตัวจินมีมากมาย ผมไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่จินจะทนมันไม่ไหว ผมได้แต่พยายามให้จินไม่ระแวงในตัวผม ไม่เชื่อในคำพูดของคนอื่นที่จับตาเราอยู่
“ตกลงนายเอากล้องมาทำงานอะไรหรือ แล้วเอามาจากไหน ฉันไม่เคยรู้นะว่านายมี”
“ก็วิชาคณะนายนั่นแหละพี ถามหน่อยเถอะวะ วิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของคณะสื่อสารมวลชนทำไมมันถึงต้องทำหนังสั้นส่งแทนที่จะได้เขียนเว็บเพจ” จินคีบเส้นราเมนใส่ปากเป็นคำสุดท้ายก่อนจะยกถ้วยซดด้วยความหงุดหงิด
“ฉันไม่ได้บอกนายก่อนหรือ โทษที เตือนแล้วนี่ว่าลงอีกตัวหนึ่งดีกว่า”
“อย่าให้ฉันต้องพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจนายได้มั้ยพี นายก็รู้เหตุผลอยู่”
เหตุผลของจินที่ไม่มีอะไรมากกว่าการที่อาจารย์ที่สอนวิชาดิจิตอล อาร์ตก็เป็นหนึ่งในสปีชี่ส์ที่เพื่อนของผมรังเกียจ ...ความจริงนั่นไม่ได้ทำร้ายผมหรอกครับ มันทำให้ผมดีใจด้วยซ้ำ ที่จินยกเว้นผมไว้คนหนึ่งเพราะความเป็นเพื่อนของเรา
“ตกลงว่านี่กล้องนายหรือ เจ๋งว่ะ รุ่นใหม่เลยนี่”
“เปล่าหรอก ของรุ่นน้องคณะนายนั่นแหละ งานกลุ่มน่ะ เดี๋ยวเย็นนี้ต้องไปถ่ายแล้ว เขาไม่มีล็อกเกอร์ฉันเลยถือให้ น้องตัวเขาเล็กนิดเดียวถือไปถือมาทั้งวันคงลำบาก”
“ปิ๊งเขาหรือไง ใจดีเชียวนะ”
“ไม่ใช่โว้ย เขาเรียกว่ามีน้ำใจ”
“เดี๋ยวจะคอยดู”
จินเป็นคนขี้อายเรื่องผู้หญิง หลายครั้งจินต้องกินแห้วเพราะความขี้ขลาดของเจ้าตัว ผมทั้งเสียใจที่เพื่อนของผมอกหัก และดีใจ...ที่จนวันนี้ผมยังไม่ต้องแบ่งเขาให้ใคร
แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าวันนั้นมาถึง ผมจะยินดีกับเขา จะส่งเสริมความรักของเขาจนถึงที่สุด ให้จินของผมมีคนรักที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น...มั่นคง
ไม่ต้องมาเป็นแบบผม
“เอาของหวานมั้ย ฉันจะไปซื้อน้ำ”
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวตอนบ่ายมีนัดประชุม จะถ่ายเย็นนี้ยังหาตัวละครไม่ได้เลย กะว่าจะเล่นกันเองแล้ว ทีนี้เหลือแต่จะเอาใครเป็นพระเอก เพราะฉันก็หล่อ รุ่นน้องนายก็... ดี”
“หา น้องปีหนึ่งคณะฉันมีหล่อพอฟัดพอเหวี่ยงกับนายด้วยหรือ ทำไมฉันพลาดไปล่ะ” ผมแสดงท่าทีกระตือรือร้นสนใจ จินหรี่ตามองผมเชิงหมั่นไส้ปนระอา...
จินหน่ายความเป็นคาสโนว่าของผม แต่นอกจากทางนี้แล้วก็ไม่มีทางอื่นที่จะทำให้จินวางใจในตัวผมได้
“ก็... ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่มองแล้วไม่ขัดลูกตาน่ะ”
“คนไหนวะ”
จินไม่ใช่คนที่จะเอ่ยชมใครง่ายๆ ถ้ายังต้องปรับปรุงคือพอใช้ พอได้คือดี ดีคือเยี่ยม และถ้าแค่ชอบใครก็คือ ชอบมาก...
“เจ้าของกล้องนี่ไง”
“อะไรนะ”
โดยเฉพาะผู้ชาย ฝันไปเถอะว่าจินจะเผลอแสดงความเห็นถึง
“บอกว่าเจ้าของกล้อง หูหนวกหรือไง”
หรือแม้แต่มีน้ำใจให้
“ฉันไม่คิด... ว่าคนที่นายช่วยแบกกล้องนี่จะเป็นผู้ชาย” ถ้าเป็นสาวน่ารักที่ไหนสักคน หัวใจของผมคงไม่กระตุกแบบนี้ แค่กล้องแฮนดี้แคมตัวใหญ่หน่อยเท่านั้น ผู้ชายควรถือแกว่งเล่นได้ด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องมองฉันแบบนี้เลยไอ้พี น้องเขาตัวนิดเดียวจริงๆ นี่หว่า อีกอย่างฉันก็เห่ออยากถือด้วย อยากได้ว่ะ แต่พ่อไม่ซื้อให้ บอกว่าทนายไม่ต้องใช้ แล้วไอ้ประมวลอาญามันทับฉันตายจนขี้เกียจไปหางานพิเศษทำ”
จินอ้างเหตุผลอย่างไหลลื่นสมสายอาชีพ แต่จินไม่มองตาผม
“นั่นไง เขาเดินมาแล้ว คุ้นหน้ามั้ยวะ”
เพราะจินมองตามการก้าวเดินของรุ่นน้องร่วมคณะของผมคนนั้น
ใครก็ได้ ได้โปรด เป็นใครก็ได้ ที่ไม่ใช่คนนี้!
“จิน! นายรู้มั้ยว่าคนนี้เป็น--”
“เป็นเกย์ รู้... แต่อยู่กลุ่มเดียวกันทำงานด้วยกันนี่หว่า อีกอย่างน้องเขาก็... นิสัยใช้ได้ ไม่ดีใจหรือที่ฉันพยายามเลิกอคติน่ะ พอแล้ว เขาเดินมาแล้ว”
“อาคานิชิซัง คนอื่นบอกว่าจะมาสายนิดหน่อยนะครับ อ๊ะ สวัสดีครับ รุ่นพี่...ยามะพี”
คาเมนาชิ คาซึยะ!!!
........................................................................................

แต่ให้อารมณ์แมนเหมือนกันนะคะเนี่ย...
จนกระทั่งเห็นชื่อน้องพี ยังนึกว่า
#1 By pum (128.59.6.101) on 2007-07-29 07:57