Korean Fiction 9 End
posted on 08 Aug 2007 21:57 by asuka-jan in Korean-Fictionเป็นคืนที่สุขระคนทุกข์จริงๆ ครับ
สุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของมัน แต่แสนทุกข์...ที่ต้องกลายเป็นมนุษย์ฉวยโอกาส
ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้ขนาดนี้เลยครับ...น่ากลัวตัวเองจริงๆ
ก็คิดมาตั้งนานล่ะครับว่ามันหน้าตาดี หุ่นเซ็กซี่ ริมฝีปากน่าจูบ สะโพกน่าจับ แต่ผมสาบานนะว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้พิสมัยมันสักหน่อย
แต่พอตอนนี้สิครับ นอกจากหัวใจมันจะเล่นตลก ยังห้ามมันไม่ค่อยจะได้อีกต่างหาก
ประสาทสัมผัสก็ไวซะ ตาหูจมูกรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันเมื่อไหร่...ก็อยากจะเอากายไปสัมผัสด้วยให้ครบ
ก็เหลือแต่ลิ้นน่ะครับที่ยังยั้งอยู่ (กริ๊ว....)
ผมละกลั๊วกลัว ถ้าห้ามใจไม่ไหวจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้อายหรอกครับแต่ไม่อยากให้มันเอาไปล้อ
ถ้ามันรู้ว่าผม... มีความต้องการแบบนั้น ต้องถูกมันเย้ยหยันจนตาย จุดนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด
แต่ว่า... ดูสิ ดูสิครับ ไอ้คุณจึงซุกตอนหลับมันช่างน่ารักอะไรแบบนั้น ขอบคุณสวรรค์ที่วันนี้ผมได้ตื่นมาเห็น
โชคดีรับปีใหม่...
พ่อลักหลับซะดีมั้ยฮึ!!
...........
...............
ไม่น่าเชื่อว่าผมสามารถนอนมองหน้าคนเฉยๆ ได้นานมากๆ ถ้าเปลี่ยนจินนาการในหัวเป็นการกระทำ ป่านนี้คงไปถึงไหนต่อไหน... ในกรณีที่มันไม่ขัดขืนผมนะ
อยากให้ตื่นก็อยาก อยากแอบมองอย่างนี้ต่อไปก็อยาก เอาใจตัวเองไม่ถูกเล้ย...
อย่าลืมตาขึ้นมาน้า... ลุกขึ้นมาคุยกันหน่อยสิ...
แต่จึงซุกก็คือจึงซุกครับ นอกจากยังพีแล้ว ไม่เคยตามใจใคร... มันลืมตาขึ้นมาครับ แต่ไม่ลุก ไม่คุย
ไอ้บ้า ไม่เตือนล่วงหน้าเลย ตกใจหมด
ตกใจจนหลบสายตาไม่ทัน จะมาหันหนีตอนนี้คงดูผิดปกติ เลยต้องจ้องตากับมันไปเรื่อยๆ ล่ะครับ ก็นานพอที่จะคิดออกแหละว่าควรทำยังไงต่อไป
“Happy New Year”
“อืม Happy New Year” เว้ย อย่ายิ้มสิ เขาเขิลนะตัว
“ฉันปวดฉี่ ไปก่อนนะ”
พ่อแก้วแม่แก้ว ถ้าเซลล์ผิวระเหิดได้คงไม่เหลือซากแล้วล่ะครับ ไม่กล้าเอามือแปะหน้าตัวเองเลย กลัวมันจะไหม้! โครโมโซมเอ็กซ์ที่มีอยู่ครึ่งหนึ่งในตัวทำงานได้ดีเหลือเกิน... ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกวันผมจะไหวหรือครับ
......
.........
อากาศในเช้าวันปีใหม่ช่างขมุกขมัวได้สดใสซาบซ่าดีแท้ เมฆทึมๆ ลอยมายิ่งทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย หิมะที่หนาเป็นเมตรนั่นก็ดูเบาลูกตาอย่างบอกไม่ถูก ต้นไม้ที่ล้มโค่นนั่นก็ด้วย เฮ้อ...
ปีใหม่ปีนี้อะไรๆ ก็ดีจริงๆ แม้แต่พิซซ่าก็ไม่ละการดิลิเวอร์รี่ทั้งที่การสัญจรแทบจะต้องเปลี่ยนจากมอเตอร์ไซค์เป็นรถเลื่อนอยู่รอมร่อ
เสียดายที่เมนูเซตในเทศกาลปีใหม่นี้ไม่มีสปาเกตตี้รวมอยู่ด้วยครับ ไอ้แผนที่จะค่อยๆ ดูดกันคนละเส้นจึงเป็นอันว่าจบ และครั้นจะคาบขนมปังกระเทียมงับๆ คนละมุมผมก็เกรงใจ สุดท้ายก็ได้แต่ต่างคนต่างกินกันไปเรื่อยๆ ไม่มีใครชวนใครคุย มีแต่เสียงของความเงียบเนี่ยแหละครับที่ดังกระหึ่มจนน่ารำคาญ
เจ้าจึงซุกมันไม่สนใจผมเลย... แถมกินเสร็จก็ปล่อยให้ไอ้คนใช้คนนี้เช็ดโต๊ะคนเดียวอีก ส่วนตัวเองก็เอาแต่สนใจแอปเปิ้ลเครื่องขาวบนตัก
พอคิดงานไม่ออกทีก็หันมามองหน้าที แล้วก็กลับไปพิมพ์ก็อกๆ แก๊กๆ ต่อไม่พูดอะไรสักคำ
มันคงเห็นหน้าผมเป็นวิกิพีเดีย
แต่ก็โอครับ สบตากันแต่ละครั้งผมก็มีแรงถูบ้านไปได้หลายตารางวา
“ตุ๊ดตูดุดตูดุ๊ดตูดุ้ดตู่... ตุ๊ดตูดุดตูดุ๊ดตูดุ้ดตู่...”
อ๊ะ คุณมินยูโทรมา โอ้ไม่นะ ถ้าโทรมาตามไปทำงานล่ะผมแกล้งป่วยจริงๆ
วันนี้ผมจะอยู่ในบ้านแสนสุขกับจึงซุกทั้งวันให้ได้ มาอย่าพรากเวลาของผมเชียว
“ครับ คุณมินยูมีอะไรให้รับใช้ครับ” อย่า อย่ามี...
“นี่ฉันยังพีนะ”
เหยยย โทรเข้าผิดเครื่องหรือเปล่าแม่คุ๊ณ!!
“เงียบทำไม พอรู้ว่าไม่ใช่พี่มินยูจะไม่คุยด้วยหรือ” เอ๊า หาเรื่องนี่
“แล้วนึกยังไงโทรมาล่ะยัง...” ชะอุ่ย เจ้าจึงซุกมองมาครับ อย่าฝันๆ ไม่ให้คุยหรอก ชิ
เพื่อป้องกันการถูกดักฟัง ผมจึงเดินหลบมาโทรศัพท์ในห้องครัวครับ ให้มันรู้กันไปว่าจะได้ยิน ฮึ่ม
“ตกลงนายมีธุระอะไรไม่ทราบ”
“ฉันแค่คิดว่าฉันควรจะจัดการเรื่องของนายสักที” ยังพีพูดเสียงเข้มมากเลยครับ ตายละวา นี่เขาจะมาจัดการอะไรโผ้ม...
“เรื่องพี่จึงซุกน่ะ”
“หา เรื่องฉันกับจึงซุก?”
“ใช่ เรื่องนายกับพี่จึงซุก ฉันไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว!”
อะไรกันนี่ ยังพีแอบรู้หรือครับว่าผมคิดไม่ซื่อกับแฟนเก่าของเขา เลี้ยงผีพรายไว้หรือไง!!
“นี่นายรู้...”
“โอ๊ย เขาก็รู้กันหมดนั่นแหละ พี่มินยูยังรู้เลย เหลือแต่นายนั่นแหละที่เซ่อกว่าใคร เอาล่ะ เมื่อนายรู้ตัวเองแบบนี้แล้วก็ดี เห็นพี่จึงซุกเขาบอกว่านายยังไม่รู้ตัวฉันก็เลยไม่อยากจะพูดตัดหน้า”
ทุกคนรู้ ผมไม่รู้ จึงซุก พูดตัดหน้า อ๊าย... อย่าบอกนะว่าจึงซุกมันก็รู้ ม่าย...
“เอาล่ะฉันจะไม่เสียเวลาล่ะนะ ในเมื่อนายรู้ตัวเองอย่างนี้ก็ดี เรื่องจะได้ง่ายเข้า ไปสารภาพรักกับพี่จึงซุกซะ จะได้จบๆ กันไป บอกตรงๆ นะ ฉันเห็นพี่จึงซุกได้แต่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรซักทีแล้วมันหงุดหงิด ทีตอนฉันล่ะรุกไม่มีรอแท้ๆ”
“อะไรกัน” อะไรก๊าน...!
“อย่ามาทำเล่นตัวน่ะ ชอบเขาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ก็พูดไปสิ เพราะขืนนายรอให้พี่จึงซุกพูดคงชาติหน้าตอนบ่ายๆ ละมั้ง ยุไม่ขึ้นเอาซะเลย”
“ยุอะไร ใครยุใคร” อุ๊ย ใครเอามือถือผมไป เฮ่ย!! เจ้าจึงซุก! มันมาเมื่อไหร่กัน เมื่อกี้ไม่ได้ยินอะไรใช่ม้าย...!!
“พี่บอกแล้วไงยังพีว่าเรื่องนี้พี่จัดการเอง ถ้าไม่ฟังกันพี่จะโกรธแล้วนะ” เข้มสุดๆ โอ้ ครั้งแรกในชีวิตเลยมั้งที่ผมได้ยินจึงซุกพูดกับยังพีแบบนี้ ว่าแต่เอามือถือผมมานะ ...ฮึบ ฮึบ
“เราจะใจร้อนทำไม พี่ยังยังไม่ใจร้อนเลย” อ้าว เสียงอ่อนลงแล้ว นั้นไง๊ ผมว่าละ จึงซุกไม่มีทางหือยังพีได้นานหรอก ฮึบ สูงจังวะ ทำตัวให้เตี้ยหน่อยได้มั้ยเนี่ย
“โอเค เดี๋ยวเย็นนี้พี่โทรหา“ นั่น หวานจ๋อยจนได้ ชิ ชิ เดี๋ยวพี่โกรธน้า... ถุย!!
“ปุ้” มันโยนโทรศัพท์ผมไปโน่นแน่ะครับ
ถึงพื้นมีพรมรองมันก็กระเทือนได้นะโว้ย อย่าคิดว่าหล่อแล้วทำอะไรไม่ผิดเซ่!
“นายคุยอะไรกับยังพี”
“นายนั่นแหละ คนเขาคุยธุระกัน ไม่...มี...มารยาท!!” นิ่งไว้ เย็นไว้ มันไม่รู้ มันไม่รู้...
เฮ่ย... รวบแขนฉันเพื่อ!!??
“บอกได้หรือยังว่าคุยอะไรกัน”
“ไม่ ไม่บอกโว่ย นี่ ปล่อยนะ มายุ่งเรื่องคนอื่นทำไม กลับไปทำงานเซ่” ผมไม่คิดอยากทำตามคำแนะนำของยังพีตอนนี้หรอกนะครับ
แม้คำพูดของยังพีจะทำให้ผมเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองอย่างฉุดไม่อยู่เอาซะแล้ว
รักกันมั้ย กอดแบบนี้ รักเขาเปล่าตัว...
แขนของมันรัดผมแน่นขึ้น ชวนให้นึกถึงคืนคริสต์มาสอีฟเลยครับ ครั้งแรก...ที่เรากอดกัน แต่ตอนนี้จินจึงซุกไม่ได้ซุกหน้ากลั้นน้ำตา เขากำลังมองหาความจริงจากใบหน้าของผม แล้วผมจะมีอะไรตอบมันได้ครับ...นอกจากความร้อนที่พุ่งขึ้นมาเรื่อยๆ
มันร้อน มันอาย จวนจะละลายแล้วครับ
และความใจกล้าหน้าด้านจากอีกซอกของใจ ร่ำร้องให้ผมอยากซุกซบมันบ้าง ปลอบกันในฐานะตัวต้นเหตุ
“ยังพีบอกอะไรนาย พูดมาคาเมะ”
“ไม่รู้ไม่ชี้”
“จะบอกดีๆ มั้ย”
วะ จะอยากรู้อะไรนักหนา
ผมยังไม่คิดจะถามมันเลยว่าคิดยังไงกับผม
ในความเงียบชั่วอึดใจ ผีบ้านผีเรือนตนไหนดลใจผมก็ไม่รู้ (หรือผีพรายยังพี) กว่าจะรู้สึกตัว... นิ้วสั้นๆ ของผมได้ขีดเขียนแผ่นหลังของมันเป็นตัวอักษร
แอล
โอ
วี
อี... จนเกือบครบคำแล้วครับ
“ยังพียุมา...”
ไม่รู้แหละ เปลืองตัวไปตั้งเยอะ ไม่ได้ใจกันตอนนี้ก็จะยั่วจนกว่าจะได้ล่ะวะ
ไอ้จึงซุกมันหัวเราะเบาๆ แล้วก็ลูบหลังผมเหมือนเกลี่ยกระดาน นิ้วเรียวสวยของมันกำลังจะเขียนอะไรสักอย่าง
พระเจ้า ลมหายใจที่เป่ามามันทำให้สมองทุกซีกแปรความอะไรไม่ออก
วาย... อี... เอส...
“ไม่เอา อย่าเลียนแบบกันสิ พูดเอาก็ได้” เอาแต่ใจอีกผม ก็มันอยากฟังชัดๆ นี่นา...
สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสิ่งมีชีวิตหน้าหนูผีอย่างผมสักครั้ง กรุณาเป็นคนที่ผมรัก ที่มาบอกรักผม...
รัก รัก รัก อยากฟัง จริงไม่จริงก็พูดมาก่อน
รัก...
ถ้าไม่ใช่คำนี้ ผมไม่ยอมเข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ
บ้าจริง ใช้ปากให้สร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้หรือไง ขยันข้ามขั้นจริงๆ เลย
แต่ผมควรรู้นิสัยมัน หมอนี่ ชอบทำไม่ชอบพูด
จูบแรก คำนี้ช่างวาบหวามเหลือเกินในความรู้สึกของผม
ที่เขาว่ามีผีเสื้อร้อยตัวบินในท้อง โลกหยุดหมุน แข้งขาไร้เรียวแรง ผมพอเข้าใจแล้วว่ามันเป็นยังไง แล้วทำไม...ถึงต้องเอาแขนขึ้นไปคล้องคออีกฝ่ายเอาไว้ด้วย
อิจฉาตัวเองจังครับ
ฝันของผมเป็นจริงแล้ว
เกิดขึ้น แม้ไม่มีคำว่า “รัก”
........................................................................................................
บทโรแมนติกให้ห้องครัวจบลงด้วยพิซซ่ารอบกลางวัน...
แว่นของผมที่ถูกเหวี่ยงกระเด็นตามมือถือไปยังไม่ได้เก็บขึ้นมา เป็นข้ออ้างให้จึงซุกป้อนไอ้แผ่นสามเหลี่ยมหนานุ่มเข้าปากคนสายตาสั้น ก็เล่นตัวนิดหน่อยครับแล้วค่อยโอนอ่อนโดยดี แกล้งกินให้มีซอสเลอะปากเป็นระยะ เพราะสุดที่รักของผมมีเซอร์วิสคอยเช็ดให้ด้วย
ต้องให้บอกมั้ยว่าเช็ดยังไง ฮิฮิ
หลังจากนั้นจึงซุกก็สละเวลาการทำงานมาช่วยผมอบผ้า แล้วก็กวาดหิมะหน้าบ้านด้วยครับ หนาวหรือ? ไม่หนาวหรอก ผมมีปราการกั้นลมให้ซะขนาดนี้ ฮิ้ว...
“น้ำมูกไหลแล้ว ฉันเข้าบ้านก่อนนะ” ไม่หนาวแต่ขอชิ่งอยู่ดีครับ
“ได้ไง! นี่มันงานนายนะ”
“ก็ช่วยทำหน่อยไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้ กลับมานี่เลย”
“อะไรกัน รักกันจริงเปล่าวะ ทำให้แค่นี้ไม่ได้หรือ” ไม่เห็นเหมือนตอนยังพีเลย คนนั้นแค่จะกินน้ำยังรินให้ ลงจากรถต้องไปเปิดประตูให้ ใช่สิ ผมมันน่ารักน้อยกว่าเขานี่
น้อยใจชะมัด...
ใจร้าย รักแฟนไม่เท่ากัน!
“ฉันแค่อยากให้นายอยู่ด้วยกัน ทำไมล่ะ ฉันให้ไออุ่นนายไม่พอหรือ”
ฉ่า...
เนี่ยแหละครับ พอรู้ว่ามีคนรักแล้วนิสัยพ่อแง่แม่งอนมันจะเกิด ทั้งวันมานี่ผมก็หาเรื่องให้มันต้องปล่อยประโยคเลี่ยนๆ มาห้านาทีต่อครั้ง ก็ดูมันให้ความร่วมมือดีครับ เหมือนรู้ว่าผมชอบ
หวานมาทีผมก็ย้วยระทวยตุปัดตุเป๋ที เจ้าจึงซุกก็มารับร่างไปกอด...
อืม... จะจูบให้เจ่อไปถึงปีหน้าเลยหรือไงหา
“ฉันอยากจูบนายมานานแค่ไหนแล้วรู้มั้ย”
“แค่ไหนล่ะ” แว่นก็ไม่มี เลนส์ก็ไม่ได้ใส่ ให้ตายสิ ไม่ยุติธรรมเลยโฟกัสหน้าหล่อๆ ของมันไม่ได้
“วันแรกที่เจอ”
“หลายใจ นายยังคบกับยังพีอยู่ไม่ใช่หรือ”
“ก็ถึงไม่ทำอย่างที่คิดไงเล่า”
“ตอนนี้ทำได้แล้วนี่”
“ก็ทำอยู่ไง อย่าหลบสิ”
“มันช้ำ”
“อยากให้จูบที่อื่นหรือ บอกก่อนนะ—“
“ไหนเมื่อเช้าบอกยังพีว่าไม่ใจร้อน”
“สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว”
“ปลาหมึก...”
“เต่าทะเล”
โชคดีของโชคดีครับที่ละแวกบ้านผมเป็นบ้านเดี่ยวหลังละสองสามร้อยตารางวา
ไม่ต้องกังวลเรื่องความประเจิดประเจ้อ ว่าแต่...จะได้กวาดมั้ยหนอไอ้หิมะเนี่ย ฮ่วย!
.....................................................................................................
ทายซิครับว่าอาหารเย็นของวันนี้คืออะไร ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ เจ้านายและเถ้าแก่เนี้ยของผมอาสาเอาอาหารจากโรงแรมมาสังสรรค์ให้ถึงบ้าน คงหาข้ออ้างอยากมาดูสภาพผมกับเจ้าจึงซุกนั่นแหละครับ
ถึงกับเอาเนื้อกระทะอย่างดีพร้อมเครื่องเคียงอีกเป็นสิบๆ มาสาดใส่เสียเต็มโต๊ะ แหม... ไอ้อร่อยก็อร่อยอยู่ แต่แววตาจับจ้องสังเกตสังการาวจะเอาไปเม้าธ์ต่อกันสองคนนี่ผมก็กลืนลำบากได้นะ
ให้ตายสิ เห็นผมเป็นดาราที่ไม่คณนาก็คำนินทาของใครหรือไง
“กินสิ จะปล่อยให้ท้องร้องไปอีกนานแค่ไหน”
น้าน... พอคนอื่นอยู่ล่ะทำดุ เมื่อกี้ยังจูบอ้อนเขาอยู่เลย เกลียดจริงๆ ไอ้คนขี้เก็ก คืนนี้อย่ามาง้อนะเว่ย
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกคาเมะ นี่เงินพี่มินยูทั้งนั้น”
อ้าว พูดงี้หมายความว่าไงยังพี
“อ้าวหรือ นึกว่าเงินนาย ไม่งั้นกินเรียบแล้วนะเนี่ย ขอบคุณนะครับเจ้านาย” ยิ้มหวาน... เอาเด้ มาสู้กันหน่อยมายังพี
โด่... ทำได้แต่ถลึงตา นึกว่าจะแน่ ไม่กลัวแล้วเฟ้ยตาโตๆ ของนายน่ะ ถ้าจะกลัว กลัวตาไอ้จึงซุกดีกว่ามั้ย... ดูมันมองผมสิครับ มันจะฆ่าผมอีกแล้ว... เจ้าจึงซุกไม่ใจดีปล่อยผมลอยนวลไปแน่
“เดี๋ยวผมไปเติมซอสนะ” ไม่ตามมามีโกรธ ผมอุตส่าห์ปลีกตัวมารอรับการลงโทษขนาดนี้ ครัวบ้านจิน-คิมแสนสุดยอดทำเลทอง ด้วยความที่เป็นมุมอับ ไม่สามารถมองซอกแซกได้จากห้องกินข้าว ถึงจึงซุกจะลงโทษผมแรงแค่ไหน... ถ้าผมไม่ส่งเสียงซะอย่าง ไม่มีคนรู้แน่ๆ
มามะๆ
นับหนึ่งถึงสาม...ไม่มา งอน!!
........
............
ก็งอนไปสิ
ครับ คิมคาเมะก็ได้แค่นี้แหละ หวังจะให้ใครลุกตามมาก็ออกจะเพ้อเจ้อไปหน่อย นับจนถึงห้าสิบแล้วเสียงหัวเราะฮ่าๆ ของจึงซุกที่ข๊ามขำมุขของยังพีก็ยังดังอยู่ไม่เลิก โอเค ผมก็งี่เง่าเกินไป มีแขกมาแล้วจะหลบไปสวีทกันสองคนได้ไง ต้องต้อนรับขับสู้จนแขกมันกลับๆ ไปซะก่อนสิแล้วค่อยว่ากัน
การปะทะทางวาจาของผมกับยังพีก็มีอยู่เรื่อยๆ ตลอดมื้ออาหารครับ ไม่มีคนปรามไม่มีคนว่าแล้วก็ไม่มีคนสนใจด้วย ทั้งจึงซุกและลีมินยูเขาก็กินกันไปเหมือนไม่ได้ยิน มีแต่ผมกับยังพีนี่แหละที่แง่งๆ ใส่กันเหมือนบลูด็อกกับชิสุ
“พี่จึงซุกกินน้อยจังฮะ ดื่มแต่น้ำ เดี๋ยวไม่อิ่มนะ” อ้าว ยุ่งอะไรกับของคนอื่นเขาล่ะยังพี จึงซุกกินน้อยแล้วไมเกรนแกจะขึ้นหรือไง
“กลางวันพี่กินมาเยอะน่ะ ตอนนี้เลยตื้อๆ หิวน้ำมากกว่า ยังพีกินเยอะๆ สิ ยังผอมอยู่เลยนะเรา”
“ผอมอะไรกันฮะ ยังพีอ้วนขึ้นมาตั้งห้าโลแล้วนะ”
“นั่นแหละ กินเยอะๆ อ่ะนี่”
ผมล่ะ ผมอ้วนกว่ามันหรือ ทำไมไม่คีบเนื้อให้ผมบ้าง
“คาเมะ ไม่อร่อยหรือ ผมเห็นคุณจิ้มซอสเข้าปากมากกว่าเนื้ออีก” อย่าครับคุณมินยู อย่าเล่น ผมเบื่ออยู่นะไอ้ประชดกันไปมาน่ะ ชิ น่ำเน่า
“ผมเห็นจึงซุกเขาทานน้อยน่ะครับ เลยทานน้อยเป็นเพื่อน แฟนกันต้องทานเท่าๆ กันครับ” มีตรรกะมากๆ
อย่าถามผมเชียวว่าใครจะแสดงอาการยังไงบ้าง กล้าพูดแต่ไม่กล้าสบตาใครครับ อาย...
“สรุปว่าคบกันแล้วหรือ” ยังพีถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเต็มประดา
“ทำไม นายมีปัญหาหรือไง”
“เปล๊า...”
“ดีใจด้วยนะคาเมะ ชนแก้วหน่อยนะ”
“ชนครับเจ้านาย”
เย่ ดื่มให้กับความเงียบฉี่ของจินจึงซุก ไม่พูด ไม่บอก ไม่ตอบ ไม่ปฏิเสธ ไม่ยืนยัน ไม่หือ ไม่อือออ!
เยี่ยม!
“เชียรส์”
วิสกี้มีดีไฉน ข้าวที่หมักจนเปรี้ยว เปรี้ยวจนขม กินเข้าไปก็ร้อนท้องวาบๆ แต่ก็ทำให้ผมหน้าด้านลืมอาย ประกาศความเป็นเจ้าของผู้ชายคนหนึ่งได้เต็มที่ ผู้ร่วมสนธิสัญญาไม่ต้อง เอาแค่สักขีพยานสองคนก็พอ
“จึงซุก ชนแก้วสิ”
“พอแล้ว นายดื่มเยอะแล้ว”
“เยอะที่ไหน แก้วที่สี่เอง”
“นายกินแต่เหล้ากับซอส เดี๋ยวก็กัดกระเพาะตายหรอก”
“กระเพาะฉันหนา พิซซ่าที่นายป้อนเมื่อกลางวันมันปูรองอยู่” เอาสิ เคยเห็นมั้ยครับจงอางหวงไข่ ดูซะ มาดูกันให้เต็มตา
แซวเซ่! อุตส่าห์เปิดช่องให้แซว เอาเลย มัวแต่ทำหน้าเหรอหรากันอยู่นั่น
ไม่ได้ดั่งใจเลยสักคน ผมโมโหแล้วนะ!!!
ก็ไม่รู้ตัวเท่าไหร่ครับว่าทำอะไรไปบ้าง รู้แต่วิชาการรับแขกที่เรียนรู้จากโรงแรมถูกปาทิ้งไปหมด ก็มันรำคาญแล้วนี่ครับ ทั้งคุณมินยูทั้งยังพี มาเพื่อทำให้เสียบรรยากาศคู่รักแท้ๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือจึงซุก คนที่น่ารัก คอยตอดเล็กตอดน้อยผมมาทั้งวันน่ะ หายไปไหน
ไหงเหลือแต่มนุษย์ไม่ได้เรื่องคนนี้อยู่
เอาคิสคิสแมนคืนมา
กระฟัดกระเฟียดอยู่พอสมควรล่ะครับ สุดท้ายแขกผู้ไม่ได้เชิญมาแต่แรกก็กลับไปซะที ทิ้งหม้อชามรามกระทะเอาไว้ให้ล้างเพียบ แต่ก็โอเคครับ ตอบแทนในความหวังดีที่พวกเขามีให้ เพราะถ้าไม่มียังพี ผมกับจึงซุกคงยังไม่อะไรกัน และถ้าไม่มีคุณมินยู มื้อเย็นคงไม่อิ่มหนำสำราญอย่างนี้
ขัดคราบไขมันลงท่อไปอย่างสำนึกในบุญคุณ...
แต่เจ้าคนไร้หัวใจคนนั้นน่ะ!! ไม่ให้อภัยเด็ดขาด
.....................................................................................................................................
พี่จึงมึนเคยบอกผมเอาไว้ครั้งหนึ่งครับ ว่าผมกับจึงซุกน่ะเหมาะสมกันที่สุด ในแง่ของการเป็นเพื่อนและการอยู่ร่วมกัน
เพราะจึงซุกเป็นคนที่มีการแสดงออกแบบขาดๆ เกินๆ ส่วนผมเป็นคนไม่คิดมาก ไม่ขี้น้อยใจ ไม่แสนงอน ไม่ไร้เหตุผล
คงจะอยู่กันไปแบบไร้ปัญหา
ตอนนี้คงต้องมานั่งทบทวนกันใหม่
หลายวันก่อนผมยังเป็นเช่นนั้นอยู่ครับ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาใหม่ทำให้อะไรๆ เปลี่ยน
ผมอยากได้รับการเอาใจ ผมอยากถูกทำให้เห็นว่าเป็นคนพิเศษ อะไรก็ได้ครับ ที่ทำให้ผมรู้ว่าผมสำคัญ ไม่ใช่แค่อะไรสักอย่างที่ฆ่าเวลา
ไม่ใช่ตัวสำรอง...
ผมรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างงี่เง่าเวลาคิดอะไรแบบนี้ แต่มันคือความจริงที่ผมต้องยอมรับตัวเอง...
ว่าอิจฉายังพีจนจะบ้าตายอยู่แล้ว
จูบของจึงซุก... ทำเอาผมตัวลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่พอยังพีมา ผมเหมือนกดลงให้แบนติดแนบอยู่กับพื้น
Yes ของหมอนั่นคืออะไร
แค่ตอบรับความรู้สึกของผมเท่านั้นหรือ
จูบของมันคืออะไร
........
............
...เฮ้อ...
ตอนนี้ผมกำลังอยู่บนโถชักโครกครับ รองน้ำในอ่างอยู่
เจ้าจึงซุกสั่งมา บอกว่าเอาอุ่นๆ
พูดมาสั้นๆ แล้วมันก็ปลีกตัวไปโทรศัพท์ครับ ซึ่งก็คงไม่พ้นคนที่เพิ่งกลับไป
ตกลงว่ามันไม่รู้ใช่มั้ยครับว่าผมงอนมันอยู่ แล้วคงไม่คิดจะรู้ไม่คิดจะสนใจ
คราวนี้...ผมมีสิทธิน้อยใจหรือเปล่า
“เสร็จหรือยัง”
“มีตาก็มองสิ” อ๊ะ น้ำจวนจะล้นอ่างพอดีครับ ดีนะที่มันมาสะกิดผม ใจลอยจนเกือบปล่อยให้น้ำท่วมบ้านแล้วมั้ยล่ะ
“คงอุ่นพอดีนะ” เสียงแข็งธรรมชาติครับ เนื่องจากคอก็แข็ง
“ไปไหนล่ะ อาบด้วยกันสิ”
ไอ้บ้า!! มีหน้ามาชวน
“ไม่ล่ะ ฉันจะไปอาบที่ห้องนู้น”
“ได้ไง อยู่นี่เลย”
“ไม่อยู่โว้ย จะกลับห้อง”
“ไม่ให้กลับ” ว่าแล้วมันก็ลงไม้ลงมือกับผม
“ปล่อย!” ยื้อยุดฉุดกระชาก ชอบนะครับไม่ใช่ไม่ชอบ แต่แรงชะมัด ทำไมมันไม่อ่อนโยนกับผมเอาซะเลย
มันคิดว่าผมเจ็บไม่เป็นหรือไง
“ไปไหนเล่าคาเมะ กว่าจะได้อยู่กันสองคน... นายจะไปไหน” ทำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ แหวะ...
“จะไปโทรศัพท์”
จึงซุกถอนใจใส่ผมเฮือกเบ้อเร่อ อะไร มันโทรได้แล้วผมโทรไม่ได้หรือ
“คุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
“ก็คุยมาสิ”
แล้วมันก็ถอนใจอีก
ทำไมมันชอบทำแบบนี้ครับ กอดผมเอาไว้เฉยๆ... บอกว่าจะคุย แล้วนี่คุยอะไรของมัน ผมไม่ใช่อีที... ไม่มีโทรจิตสักหน่อย
แล้วไง ผมต้องกอดมันแน่นแค่ไหนครับ ถึงจะช่วยให้หาย ให้รู้จิตรู้ใจมันมากกว่าเดิม
“โกรธอะไร...”
“อย่าถามแบบที่ทำให้ฉันต้องตอบอะไรงี่เง่า...”
“ถ้านายไม่บอกสิงี่เง่า”
“ก็ทำไมต้องให้พูดล่ะ ตาก็มี ฉันไม่ได้ปิดบังสีหน้าท่าทางสักหน่อย เห็นได้ชัดๆ อยู่แล้วว่าฉันไม่พอใจอะไรตอนไหนน่ะ”
“ก็ฉันไม่เข้าใจนี่ว่านายไม่พอใจเพราะอะไร ทำไม”
“งั้นหรือ!” คางผมสั่นแล้วครับ แย่จริง...
“คาเมะ... หึงหรือ ไม่เอาน่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้คิดกับยังพีแบบนั้นแล้ว”
“ฉันจะไปรู้ความรู้สึกของนายได้ยังไง แต่สิ่งที่นายแสดงออก...กับฉัน รู้หรือเปล่าว่ามันต่างกับที่เป็นกับยังพีแค่ไหน”
“ก็นายไม่ใช่เขา”
“......”
นั่นสิ เพราะผมไม่ใช่ยังพี ไม่ใช่... ไม่มีวันใช่
“เดี๋ยว คาเมะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฟังก่อนสิ”
ปกติผมเป็นนักฟังที่ดีนะครับ แต่คงไม่ใช่วันนี้ เพราะหูมันอื้อ ตามันลาย ...หัวใจมันเจ็บ
พระเจ้า พระองค์ก็ช่างส่งผมขึ้นสวรรค์และลงนรกในวันเดียวกันได้
บทลงโทษความอาจหาญ...?
“คาเมะ อะไรที่นายว่าไม่เหมือน นี่! จะไปไหน”
จึงซุกเหวี่ยงผมกลับเข้าไปในอ้อมแขนของเขา
“ปล่อยเถอะ”
“นายอยากให้ฉันทรี้ตนายเหมือนที่เคยทรี้ตยังพีหรือ ต้องการแบบนั้นจริงๆ น่ะ? นายเคยแหวะฉันกับยังพีไม่ใช่หรือ จริงมั้ย นายเคยบอกว่านายดูแลตัวเองได้ ไม่ใช่เจ้าชายง่อย...”
“แต่—“
“นายกับยังพีไม่เหมือนกัน รูปแบบความรักก็ย่อมต่าง ไม่ใช่ว่าฉันรู้สึกกับนายและยังพีมากน้อยต่างกันสักหน่อย...”
“หรือว่าข้องในในรักของฉัน”
ใช่...
ผมจะบอกเขายังไงว่าผมข้องใจ ความแตกต่างนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่านั่นจริงหรือ
“คาเมะ...”
จึงซุกรัดแขนเข้ากับเอวผมแน่น กดปลายจมูกลงตรงท้ายทอย ผมจำไม่ได้ว่าจึงซุกเคยทำแบบนี้กับยังพีไหม นี่รวมอยู่ในความแตกต่างด้วยหรือเปล่า
“อาบน้ำกันก่อนดีมั้ย”
หือ
“ไม่ล่ะ เมื่อเช้าฉันอาบไปแล้ว นายอาบเถอะ”
“ฮื่อ... ไม่อาบจริงน่ะ”
“อืม นายก็อาบไปสิ”
“โอเค ฉันไม่มายอยู่แล้ว” จินจึงซุกจับก้นผมหมับ
“เฮ่ย” มันยกผมขึ้นพาดบ่า อันนี้ผมแน่ใจ จึงซุกไม่เคยอุ้มยังพีท่านี้แน่ๆ
“เมื่อกี้ฉันโทรหายังพี ฝากให้เขาบอกนายลีมินยูให้อนุญาตนายลาหยุดพรุ่งนี้อีกวัน”
หา...! มันจะให้ผมไม่ผ่านการฝึกงานหรือไง
“ใครให้ทำแบบนั้นวะ แค่นี้ฉันก็หยุดกระจายแล้วนะ”
อุก มันโยนผมลงเตียง ความนุ่มนิ่มของฟูกราคาแพงไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเทียบกับแรงทุ่มและน้ำหนักตัวของผม
“ไอ้—“
“หลังบทโรแมนติกมันต้องต่อด้วยฉากอีโรติก รู้มั้ย”
ไม่นะ
“จึงซุก!!”
โรแมนติกอะไรของมัน ผมยังไม่หายข้องใจอะไรเลยแท้ๆ ความหวานอยู่ที่ไหนครับ
มีแต่แกล้งกันเท่านั้นเอง
..........
.............
หมอนั่น...
ซาดิสต์แน่ๆ
กัดทึ้งแผ่นหลังผมเข้าไปสิ หัวเราะเวลาผมร้องโอ๊ยๆ
“เชื่อเถอะว่ารัก ฉันไม่ทำแบบนี้กับใคร”
คำรักที่ผมรอ จำเป็นไหมต้องมาในรูปแบบนี้
ให้ตาย... มันแลกมาด้วยความเจ็บปวด
“ไม่เชื่อโว้ย”
จะเชื่อยังไง พิสูจน์กันดีๆ ร่ายเหตุผลมายาวๆ ก็ไม่ได้
ผมเป็นคนหนักแน่นในวิทยาศาสตร์ ผลการทดลองควรมาจากการสังเกต ไม่ใช่ล่อลวงให้เชื่อด้วยพิธีกรรม
มันเห็นผมเป็นแพะบูชายันอย่างนี้ได้ไง
“เชื่อน่า...”
แพะผู้ไร้ทางสู้โดนจับศีรษะให้แนบหูกับอกข้างซ้าย ฟังเสียงระรัวของอะไรบางอย่างในนั้น
“จังหวะเดียวกันเลย เชื่อหรือยัง”
“ไม่เชื่อ...”
เป็นคุณล่ะ จะเชื่อเขามั้ย
การลงโทษที่ผมรอคอย (ก็มาโซนี่หว่า) ค่อนข้างรุนแรงและลึกซึ้งกว่าที่ผมคาดไว้ รูปแบบความรักที่ผมก็ไม่รู้ว่าใช่รักหรือไม่ จินกำลังบังคับให้ผมเรียนรู้ และยอมรับ
ผมคงไม่มีวันได้รับการเอาใจที่แสนหวาน
ไม่มีทางเป็นผู้ชี้นิ้วสั่ง
ชี้นกคงไม่เป็นนก ชี้ไม้ก็ไม่เป็นไม้
ผมจะมีเพียง...เตียงอุ่นให้ซุก หมอนพิเศษให้หนุน หมอนข้างให้นอนเคียง
มี... อะไรหวิวๆ ให้ระทึกเล่นทั้งกายใจ
ทุกคืน
คุณว่าพอมั้ยครับ
.......................................................................................................................
อ้อ... แถมความเหนื่อยแสนเหนื่อยไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง
“ฉันรักนาย ไม่เชื่อคราวนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ”
คำรักของหมอนั่นพร่ำบอกออกมาคล้ายมนตร์ล่อลวง สะกดให้ผมลดแรงต้านและความเจ็บปวดอื่นๆ
รวมถึงความอึดอัด เสียดสี และจังหวะที่แสนเอาแต่ใจ
แม้ว่าผมยังไม่อยากตายด้วยโรคหัวใจและโรคหอบ
“สงสารกันบ้างเหอะ รักน้อยกว่านี้ฉันก็ไม่ว่า”
โอ๊ย...!~
ไอ้จึงซุกมันไม่เคยฟังผม แม้เรื่องแบบนี้ ก็ไม่เว้นให้
ช่วยผมคิดทีว่าจะประท้วงได้อย่างไร
ทำไมมันไม่เตือนกันก่อน
บางทีเรื่องแบบนี้ควรมีการตกลงกัน
บอกผมที มีวิธีที่ผมจะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า
คิดสิครับ เห็นใจกันหน่อย
“ใจลอยไปไหน นายอยู่กับฉันนะคาเมะ”
ก็คิดแต่เรื่องของแกล้วนๆ เฟ้ย!!
“จึงซุก เจ็บ...”
“ทนหน่อย”
“จึงซุก หายใจไม่ทัน”
“อืม...”
เห็นมั้ยครับ
เห็นหรือยังว่านี่คือสัจธรรม
ไม่มีสุขที่ไม่ต้องแลกด้วยทุกข์
ไม่มีรักใด... ที่ไม่ต้องแลกด้วยความเจ็บปวด
Shit Fuck!!
ผมจะหาทางเอาคืนมันสักวัน
คอยดู
End
TALK
จบจริงๆ ค่ะ
อยากบอกว่าตอนนี้แต่งด้วยความยากลำบากที่สุด สุดๆ กว่าทุกตอน
เพราะอะไรคะ เพราะมันเป็นตอนจบ
ตอนจบของฟิกไร้พอยท์ ที่ไม่มีแก่นสารอะไรตั้งแต่เริ่มเรื่องยันปิดท้าย!!!
ไม่เคยเครียดกับอะไรอย่างนี้มาก่อน
เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์อย่างรุนแรงมากเลยค่ะกว่าจะคลอดตอนนี้ออกมาได้ คงเพราะแจนใช้เวลาแต่งนาน แต่งได้ทีละกระดึ๊บๆ สองสามบรรทัด
พอพักทีอารมณ์คาเมะ (ซึ่งแปรผันตรงกับอารมณ์คนแต่ง) ก็เปลี่ยนไปที
บางเวลาคาเมะจะเพ้อเจ้อมาก บางเวลาจะจิกกัดมาก
บางเวลาครึ้มอกครึ้มใจ และบางเวลาเหมือนเป็นผักตบชวา (ตุ๊บป่องๆๆ)
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมันก็จบลง
ขอบคุณกำลังใจทุกดวงที่ทำให้ฟิกไม่เอาอ่าวเรื่องนี้ดำเนินมาได้ถึงจุดสุดทาง
ขอบคุณจริงๆ นะคะ
-3-
สำหรับเรื่องรวมเล่ม จะดำเนินการอย่างจริงจังตอนปิดเทอมนะคะ
แล้วพบกันค่ะ
ถ้ายังไม่รีบไปไหน เหลือบไปทางด้านซ้ายมือของหน้าจอนะคะ
ยังมีฟิกบางเรื่องที่บางท่านอาจจะพลาด
1. [UN] Perfect Continuous
2. Every...of me
ขายกันตรงๆ แบบนี้เลยค่ะ 555+

ดีใจ ดีใจ ดีใจ มาถึงจุดจบแบบว่าไม่ค่อยจะจบเท่าไหร่ ก็ให้คิด ให้จินตนาการกันจนหยดสุดท้ายจริงๆๆๆค่ะ แต่ชอบนะได้รสชาตแปลกๆๆๆดี
แม้แต่บทอิโรติกก็ยังไม่ทิ้งลีลาของคิมคาเมะเค้าละค่ะ สรุปว่าชอบแล้วกันนะ จะมีตอนพิเศษออกมาหรือเปล่าค่ะ อยากอ่านมุมของจินจึงซุกบ้างค่ะ ชอบของแปลก....
*ทำตาใส*
แอบดีใจได้คนแรก ขอแปะไว้ก่อนนะคะ(แกโรคจิตเรอะ) อ่านเสร็จจะมาเม้นต์ใหม่ >< ดีใจๆๆๆ
#1 By อัตนัย (203.118.84.37) on 2007-08-09 01:21