[Un] Perfect Continuous - Part 3
posted on 08 Oct 2007 23:25 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 03
Character: Jin x Kame and Friends
Genre: Drama
Author: Renika
Editor: Asuka
Rate: General
Warning: ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
3#reason or result?
หลายครั้งที่ผมถามตัวเองด้วยอยากรู้เป็นที่สุด
ว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มที่ตรงไหนและอะไรเป็นเป็นจุดเริ่มต้น
ทำไมตะกอนที่ทับถมกันอยู่เป็นเวลาเนิ่นนานนั้นถึงได้สกปรกและน่ารังเกียจจนไม่อยากแตะต้องขนาดนี้
“คาเมนาชิ”
ร่างบอบบางที่กำลังนั่งรอสมาชิกคนอื่นอยู่เงยหน้ากระตุกรอยยิ้มรับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่
“อรุณสวัสดิ์นากามารุ”
“ได้ข่าวว่าละครเรื่องใหม่นายได้เล่นคู่กับอาคานิชิจริงหรือ?” ยูอิจิลากเก้าอี้มานั่งลงตรงข้ามกับคนที่มาเช้าที่สุด
“อืม...โกคุเซ็น2...” คาซึยะพยักหน้ารับ
“แล้วนาย...เอ่อ...” ยูอิจิมองหน้าคนที่ยังคงนิ่งอย่างชั่งใจในคำพูดที่กำลังจะหลุดออกไป...นายเป็นอะไรหรือเปล่า...
“ฉันไม่เดือดร้อนอะไรหรอก...ดีเสียอีก เพราะถ้าละครเรื่องนี้ดังก็ส่งผลดีต่อวง และก็จะได้รู้ไปเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวถ่วง” น้ำคำแข็งกระด้างที่หลุดออกมาทำให้ยูอิจิเก็บกลืนคำพูดของตนเองกลับเข้าลำคอ
คาซึยะกล่าวคำพูดนั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับจะหมายความตามที่พูดจริง
แต่จุดหนึ่งในแววตาเรียวสวยกลับบ่งบอกอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ลึกๆ
ประกายของความรู้สึกนึกคิดที่ตกตะกอนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเจ้าตัว
ยูอิจิเห็น...แม้คาซึยะเองจะไม่เห็นหรือพยายามจะปฏิเสธมันอยู่ก็ตาม
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูห้องซ้อมทำให้ยูอิจิหันไปมอง
“อรุณสวัสดิ์อุเอดะ” ยูอิจิยกมือขึ้นทักคนร่างเล็กที่เดินเข้ามา
“อืม” ทัตสึยะยิ้มรับบางๆ ทั้งๆ ที่หัวกับไหล่ยังหนีบมือถือเครื่องบางไว้อยู่ “ครับ...ใช่ครับ”
“นากามารุ...นายช่วยไปเอาตารางงานวันนี้แทนฉันหน่อยสิ ติดสายสำคัญอยู่น่ะ...อะไรนะครับ...อ๋อ...ครับ” ใบหน้าสวยหันไปสั่งเพื่อนเรียบๆก่อนจะหันกลับมาคุยโทรศัพท์เหมือนเดิม
“ได้...แต่นี่นายหาอะไรอยู่น่ะ ช่วยไหม?” ยูอิจิเดินไปดูทัตสึยะที่ควานหาอะไรบางอย่างในปึกกระดาษที่ตนพกมาอย่างวุ่นวาย
“อา...ตารางงานระยะยาวน่ะ...ครับ? เปล่าครับ พูดกับนากามารุ...อ๊ะเจอแล้ว” หัวหน้าวงโกยกระดาษที่เหลือกองๆไว้อย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกจากห้องซ้อมพร้อมกับยูอิจิที่จะไปเอาตารางงานจากผู้จัดการ
ยูอิจิเดินเลี้ยวไปคนละทางกับอีกฝ่ายแต่เมื่อทัตสึยะหมุนตัวไปยูอิจิกลับหยุดยืนแล้วค่อยๆเงี่ยหูฟัง
“ครับสึบาสะซัง...ถูกแล้วครับ”
สึบาสะซัง??
“ใช่ครับ...ถูกต้องอย่างที่สึบาสะสั่งทุกอย่าง...”
คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน
ตารางงานระยะยาวงั้นหรือ?
ปกติแล้วยูอิจิไม่ใช่คนที่ชอบตัดสินใครด้วยความรู้สึกส่วนตัว...แต่ครั้งนี้เขามั่นใจ...
อิมาอิ สึบาสะ ต้องมีส่วนในเรื่องบทละครนี้อย่างแน่นอน...
“งานคราวนี้พวกเธอสองคนต้องแสดงร่วมกัน”
เสียงผู้จัดการดังขึ้นในห้องซ้อมที่สมาชิกคนอื่นกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงสองหนุ่มที่ต้องคุยงานต่อ
“ครับ” คาซึยะรับคำอย่างแข็งขันในขณะที่อีกคนมีแต่ท่าทีรำคาญ
“ครั้งนี้...เอ่อ...” ผู้จัดการกระแอมสองสามครั้ง “เน้นเรื่อง akame เข้าใจใช่ไหม? ช่วยเขาถึงบทบาทกันหน่อยล่ะ”
“ครับ” อีกครั้งที่คาซึยะรับคำเพียงคนเดียว
“อาคานิชิ!! เข้าใจไหม!?”
“เออ รู้แล้วล่ะน่า” จินถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ผู้จัดการส่ายหัวไปมาอย่างระอาก่อนจะเดินออกไป
จินรู้สึกไม่พอใจสภาพในตอนนี้อย่างมาก...
อะไรๆก็ดูขัดใจไปเสียหมด
โดยเฉพาะ...
“หวังว่านายจะไม่เป็นตัวถ่วงอีกนะอาคานิชิ” คาซึยะกล่าวเสียงเรียบ “ช่วยแสดงให้มันสมบทบาทหน่อยได้ไหม งานน่ะ อย่าทำให้ฉันต้องลำบาก”
“ขอโทษ ฉันมันเสแสร้งไม่เก่ง” จินตอกกลับด้วยท่าทีเฉยเมยไม่แพ้กัน ดวงตาเรียวดูวาววับขึ้นในทันทีจะไม่แสดงอะไรออกทางสีหน้าก็ตาม
“งั้นหรือ...ถ้าอย่างนั้นนายก็ต้องฝึกพิเศษหน่อยนะ เพราะละครจะสมบูรณ์แบบมันต้องอาศัยการเสแสร้งที่เชี่ยวชาญพอสมควร ไม่งั้นก็คงไม่มีทางประสบความสำเร็จ” คาซึยะทิ้งวาจาร้อนๆ ไว้ก่อนจะก้าวขาออกจากห้องไป
“เชิญประสบความสำเร็จอย่างน่ารังเกียจไปคนเดียวเถอะ!!”
จินมองคนที่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาอย่างไม่สบอารมณ์
เขาเกลียดคนประเภทนี้...คนที่เพื่อสิ่งที่ต้องการเจ้าตัวจะยอมทำทุกอย่าง...
“โมชิโมชิ...”
จินกรอกเสียงลงในมือถือ
“นี่ฉันเอง...ว่างหรือเปล่า ไปกินข้าวด้วยกันหน่อย...ใช่...เรื่องนั้นแหละ”
“โอเค...ร้านเดิม เดี๋ยวฉันจะรีบไป”
มือหนากดตัดสายด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เขารีบเก็บของเพื่อที่จะออกไปพบเพื่อนสนิทอย่างยามะพี...บางทีหมอนั่นอาจจะยุเขาเหมือนทุกครั้ง...
และไม่แน่...ครั้งนี้จินอาจจะยุขึ้น...
คาซึยะต้องการอะไร...ทำไมจินจะไม่รู้
และไม่ใช่ว่าให้ไม่ได้...แต่ไม่รู้จะให้อย่างไรต่างหาก
ไอ้ความสาแก่ใจที่ได้รับชัยชนะน่ะ...
เพราะจินไม่เคยแพ้...หรือแม้แต่ลงแข่งขัน เพราะเป็นเพียงแค่คนดูที่ข้างสนาม
แต่ถ้าหากเจ้าตัวลงทุนขนาดบุกขึ้นมาท้าถึงอัฒจรรย์แบบนี้ เขาก็จะยอมลงจากลงไปในสนามดูสักที
เพื่อจะทำให้เห็นว่าในการแข่งขันครั้งนี้ไม่มีทางเลยที่คนอย่างคาซึยะจะได้รับชัยชนะ...ในท้ายที่สุด
++++++
จินนั่งมองฉากละครตรงหน้าอย่างระอาใจ
...นี่กำลังจะเข้าฉากแล้วนะ...หมอนี่ไม่เคยเหนื่อยกับการต้องเล่นละครเลยหรือไง?...
คาซึยะคุยเจ๊าะแจ๊ะกันคนนู้นทีคนนี้ทีอย่างเป็นธรรมชาติ
จีบปากจีบคอออเซาะทีมงานได้อย่างน่ารักน่าชังและยังตั้งใจเต็มร้อยเกินพัน คว้าคะแนนความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ในกองถ่ายไปเสียมากมาย
ร่างบางนั้นเหมือนจะรู้ว่าถูกมอง เมื่อหันไปหันมาสักพักก็มาสบตากับจินที่นั่งจ้องอยู่แล้ว
คาซึยะยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะก้าวตรงมาหาคนร่างหนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“จิน” คนตัวเล็กกว่าเนียนแถมานั่งข้างๆด้วยท่าทีสนิทสนม พร้อมรอยยิ้มเอาใจ “ซ้อมบทกันก่อนเข้าฉากกันไหม ฉันยังไม่ค่อยแม่นเลย”
จินมองรอยยิ้มนั้นด้วยสายตาว่าง เปล่า...เขารู้ว่าคนตรงหน้ากำลังทำงานอย่างแข็งขันกับการสร้างภาพและ บรรยากาศระหว่างเขาและตัวเองให้ดูสนิทสนม
เขาไม่เคยเถียงเลยว่าเวลาที่หมอนี่ทุ่มเทให้กับงาน ภาพที่ออกมามันดูน่ามองขนาดไหน ทุกๆความพยายามที่แผ่ออกมา ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าน่านับถือเพียงใด
...แต่ต้องไม่ใช่งานแบบนี้...
จินรู้...คาซึยะรู้...และทุกคนในวงรู้ ว่าเขาสองคนถูกจับให้คู่กันตั้งแต่แรก ตั้งแต่ยังไม่เป็น KAT-TUN ด้วยซ้ำ
ความจริงทุกอย่างถูกกำหนดมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น AKame หรือ robamaru ทั้งหมดเพื่อเรียกเรตติ้ง มันคือแฟนเซอร์วิส
มันคือ ‘หน้าที่’
ในตอนแรกไม่มีใครคิดมากอะไร ไม่ว่าจะเป็น คาซึยะ ทัตสึยะ ยูอิจิ หรือแม้กระทั่งตัวจินเอง
เพราะทั้งสองคู่ต่างก็ไม่ต้องทำอะไร ทัตสึยะกับยูอิจิก็สนิทกันอยู่แล้ว ส่วนคาซึยะตอนนั้นก็ติดจินอย่างกับน้องติดพี่
ไม่มีอะไรต้องฝืนใจ...ทุกการกระทำล้วนออกมาจากความต้องการของตนเอง
แต่มันกลับมีจุดหัก...
คาซึยะหันไปสนิทกับยูอิจิแทนท่ามกลางความสงสัยของคนในวง
เมื่อทัตสึยะเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจดึงตัวเองออกจากความวุ่นวายที่จะตามมา แต่จินก็ไม่ปล่อยให้ใครหนีเอาตัวรอดไปได้ในความยุ่งเหยิงนี้
ในขณะเดียวกันที่ยูอิจิก็พยายามอย่างเดียวกันกับทัตสึยะคือดึงตัวเองออกจากเรื่องบ้าๆนี่ โดยการไปเข้าขากับโคคิ ในบางเวลาคาซึยะจึงต้องหันไปเกาะจุนโนะแทน
อาจจะด้วยความเฉยชาของอุเอดะ ทัตสึยะที่ยอมให้จินดึงเข้าเป็นพวก หรือความใจดีของนากามารุ ยูอิจิที่ยอมให้คาซึยะ
ทุกอย่างกำลังจะพังลงทีละนิด...
เมื่อจินกับคาซึยะพยายามอยู่ให้ห่างกันที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยูอิจิกับทัตสึยะก็เหมือนโดนแยกคู่ตลอดเวลา
ความยุ่งเหยิงนั้นลงเอยด้วยการประชุมวงครั้งใหญ่ที่ผู้ใหญ่ในค่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดคำสั่งลงมาโดยผ่านทัตสึยะที่เป็นหัวหน้าวง
ยูอิจิกับทัตสึยะทั้งคู่ลงความเห็นให้เลิกเรื่องบ้าๆนี้อย่างเด็ดขาดภายใต้การอนุมัติของผู้ใหญ่ โดยที่ทั้งคู่จะเลิกทำเป็นสนิทสนมกันหน้ากล้องเหมือนเดิมเพื่อให้เรื่องมันผ่านไป เพราะต่างฝ่ายต่างก็เบื่อกับการที่ต้องทนเนียนมาอยู่ใกล้กันทั้งๆที่เดี๋ยวก็โดนแยกออก
แต่สำหรับคาซึยะกับจินมันไม่ใช่...
ยูอิจิกับทัตสึยะอาจจะทำได้ เพราะสองคนนั้นไม่ได้มีปัญหากันด้วยตัวของตัวเอง ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันได้ แม้จะโดนดึงออกจากกันเรื่อยๆก็ตาม
นี่เป็นหนึ่งในการทะเลาะกันที่ใหญ่ที่สุดระหว่างทัตสึยะกับจิน
เหตุผลของงานที่ทัตสึยะยกมาไม่สามารถทำให้จินพอใจได้
“ฉันไม่เต็มใจทำมันอีกต่อไปแล้ว!” จินตวาดเสียงกร้าว
“นายเลือกไม่ได้!! ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่! นี่คืองาน!! มันเพื่อ KAT-TUN และตัวของนายเอง!!” ทัตสึยะก็สวนกลับในทันที “ตอนไกโซคุบันนั่นเป็นยังไง!! แหกตาดูบ้างไหมว่าในเน็ตมีแต่คนพูดเรื่องความห่างเหินนายสองคน!!”
“พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ!! ทั้งฉันและคาเมนาชิไม่มีใครอยากจะทำมันอีกแล้ว!!!”
“ใครว่าฉันไม่เต็มใจ”
“คาเมนาชิ...”
“ฉันเต็มใจที่จะทำหากมันเป็นงานและหน้าที่ที่ฉันได้รับมอบหมาย” คาซึยะยักไหล่พร้อมกับยิ้มเป็นเชิงเข้าใจ
“ไอ้ที่นายทำเป็นอี๋อ๋อออกนอกหน้าพรรค์นั้นมันเรียกว่าเต็มใจหรือไง!” จินกัดฟันถามกลับไป
“แต่ถ้าภาพมันออกมาดี แฟนๆพอใจ ผู้ใหญ่พอใจ แล้วนายจะทำไม?” แววตาท้าทายในดวงตาเรียวสวยไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น
“นั่นมันโกหกหน้าด้านๆ!!” และวาจาเหยียดหยามรุนแรงก็ไม่ได้ทำให้คาซึยะสะทกสะท้าน
“พอได้แล้ว!!! หยุดเถียงกันเสียที! นี่คือวงการมายา! พวกเรา‘ต้อง’ทำสิ่งที่คนที่จะยอมจ่ายเงินจำนวนมากให้พวกเราพอใจ!” จุนโนะที่นั่งฟังบททะเลาะอยู่ที่มุมห้องอยู่นานโพล่งออกมาอย่างเหลืออด
“เออ! ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของพวกแกหรอกนะ แต่จะปล่อยให้ความฝันทุกอย่างของทุกคนจบลงเพราะความเอาแต่ใจของแกคนเดียวใช่ไหมฮะ!?” โคคิเสริมต่อในทันที
“พอได้แล้ว...ทุกคนนั่นแหละ” ยูอิจิเดินเข้ามาขวางกลางห้องซ้อมที่กลายเป็นสนามรบ “ใจเย็นกันหน่อยได้ไหม...อุเอดะพูดต่อเลย...”
“อืม...” หัวหน้าวงครางเสียงต่ำด้วยท่าทีนิ่งจนหลายคนเริ่มหวาด “พวกนายก็รู้ๆกันอยู่แล้ว...”
ทัตสึยะไล่ สายตามองลูกวงทีละคน ด้วยท่าทีเบื่อหน่าย...หากเลือกได้คนอย่างเขาอยากจะเลี่ยงนัก...ไอ้การต้อง พูดอะไรคนเดียวๆยาวอย่างนี้...
“พวกเราไม่เคยเลือกได้ ถ้าไม่ทำตาม สิ่งที่พยายามกันมาก็จบ” เสียงเรียบเอ่ยทอดเสียงอย่างเชื่องช้าแต่กลับทำให้ลมหายใจของคนฟังเริ่มสะดุด “มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาคานิชิเพียงคนเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับพวกนายทุกๆคน”
“ตัดสิน ใจซะ...โหวตเหมือนทุกครั้งที่ทำกันมา...จะทำตามคำสั่งหรือไม่ทำตาม...ถ้า เลือกทำตาม...หลังจากโหวตแล้วฉันจะสั่งงานตามที่ผู้ใหญ่กำหนดมา ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เถียง”
“ยกมือ...ถ้ายังอยากจะให้พวกเราเป็นKAT-TUNต่อไป เงื่อนไขเหมือนเดิมทุกอย่าง...เราคือKAT-TUN เป็นคน 6 คนที่ต้องอยู่ร่วมกัน...ยิ่งกว่าครอบครัว หากมีเพียงเสียงเดียวที่ไม่เห็นด้วย ก็ยกเลิก” ทัตสึยะยกมือขึ้น “และไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร เพราะตัวเองคือจุดศูนย์กลางของโลก”
คนในวงยกยิ้มขึ้นรับกับคำกล่าวนั้น มือข้างขวาพร้อมใจกันชูขึ้นเหนือศีรษะ
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็พอกันทั้งนั้น...
ไม่ว่าจะเป็นคาซึยะที่เอาแต่ใจตัวเอง จินที่ไม่เคยสนใจใครหน้าไหน จุนโนะที่สนแต่ตนเอง โคคิที่ไม่เคยเก็บอารมณ์ ทัตสึยะที่เฉยชา ยูอิจิที่ตามใจผู้อื่นทุกอย่าง
...ไม่ว่าใครใน KAT-TUN ก็ล้วนเอาแต่ใจตัวเองทั้งนั้น...
ปกครองตนเองตามความพอใจ ไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ ไม่มีใครสามารถกดใครลง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม...
“ว่ายังไง...นายจะยกหรือไม่ยก” น้ำเสียงราบเรียบของทัตสึยะไม่ได้ทำให้คนถูกถามรู้สึกกดดันว่าจะต้องยก ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้จินต้องคิดอีกครั้ง “ถ้านายจะไม่ยก ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะ”
ทัตสึยะรู้ดี...ว่าตนเองไม่สามารถบังคับใครได้
การโหวตในลักษณะนี้จึงเกิดขึ้น เพราะหากมีใครสักคนไม่พอใจวงก็ล่มอยู่ดี
หากไม่ได้มาจากความเต็มใจ 100% ก็ไม่ต้องทำ!
สายตาทั้ง 5 คู่จับจ้องไปที่จินเพียงคนเดียว...ร่างหนานั่งนิ่งอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยปาก
“ฉัน...” จินเงยหน้าสบตากับเพื่อนร่วมวงทุกคนด้วยสายตาแข็งกร้าว “...มันก็คือวิธีที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง...”
มือข้างสุดท้ายถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ ทัตสึยะมองนิ่งก่อนจะพยักหน้าให้ทุกคนเอามือลงได้
“เอกฉันท์...” มือเรียวหยิบเอกสารปึกหนึ่งขึ้นมาในมือ “พวกนายไม่มีสิทธิ์เถียงอีกต่อไปแล้ว ฟังให้ดี...นี่คือคำสั่งทั้งหมด”
ทัตสึยะถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับมาทั้งหมดให้แก่ทุกคน ก่อนจะกำชับอีกครั้ง
...ไม่มีสิทธิ์เถียงหรือขัดขืนอะไรอีกแล้วนะ...KAT-TUN...
คำสั่งทั้งหมดเป็นเสมือนบ่วงที่ทุกคนยินยอมรับมันอย่างเต็มใจ...ต่อให้ทรมานแค่ไหนก็ต้องรับกันไป
...เพราะทุกคนเคยได้โอกาสที่จะเลือกแล้ว...
นับ จากคำประกาศิตของหัวหน้าวงในวันนั้น จินก็ไม่เคยที่จะเอ่ยปากเรื่องนั้นขึ้นมาอีกเลย ที่จริงตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำตามคำสั่งเคร่งครัดจนโดนทัตสึยะด่าเอาบ่อยๆเพราะ ตัวทัตสึยะเองโดนเบื้องบนตำหนิลงมา แต่ตัวเขาก็ไม่เคยปฏิเสธคาซึยะจนน่าเกลียด บางครั้งออกจะเล่นตามน้ำเสียด้วยซ้ำ
จินไม่เคยรังเกียจคาซึยะ...แต่เขารังเกียจท่าทางหลอกลวงนั่น
เขาไม่ใช่คนที่สามารถทำอะไรเอาใจใครได้โดยที่ตัวเองไม่ได้อยาก เขาไม่ชอบการตีสองหน้า จึงมองสิ่งที่คาซึยะทำว่าน่าขยะแขยงเรื่อยมา
แต่...
“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกน่าคาเมะ...ใจเย็นๆสิ ฉากนี้ฉันกับนายก็ซ้อมกันตั้งหลายรอบแล้ว นายทำได้อยู่แล้วล่ะ” รอยยิ้มหวานร้ายทาบบนริมฝีปากอิ่มอย่างจงใจ มือใหญ่คว้ามือคนตัวเล็กกว่ามากุมไว้ราวกับจะให้กำลังใจ
ชั่วพริบตาที่แววตาเรียวสวยสะท้อนความตื่นตระหนกออกมา มือบางกระตุกเหมือนจะดึงกลับ แต่รอยยิ้มร้ายและแววตาทำให้คาซึยะกลับมาเป็นตัวของตัวเอง
ความรู้สึกปั่นป่วนนี้กำลังจะทำให้เขาแพ้!
ริมฝีปากแดงวาดรอยยิ้มกลับไป
“ขอบใจนะ...จินใจดีกับฉันเสมอเลยนะ”
“ลืมไปแล้วหรือว่านายเป็นคนที่ฉันแคร์ที่สุด”
ความรู้สึกวูบโหวงกำลั่งสั่นคลอนอะไรสักอย่างในตัวของเขา ความมั่นใจในตัวเองกำลังทลายลงช้าๆ คาซึยะนึกดีใจขึ้นมาที่ตนหันหลังให้คนอื่นในกองถ่าย เพราะตอนนี้เขาคงหน้าซีดจนคล้ายจะเป็นลม ปลายนิ้วที่ถูกจินกำรวบไว้เย็นจนชาวาบ
แววตาเย้ยหยันและรอยยิ้มแห่งชัยชนะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตัวเหมือนครั้งแรก แต่กลับทำให้สิ่งที่ไม่มั่นคงอยู่แล้วเริ่มร้าวไปอีก
“ใกล้เข้าฉากแล้ว...ฉันไปเข้าห้องน้ำนะ” คาซึยะดึงมือออกก่อนจะเดินก้มหน้าไปห้องน้ำ
...นายเลือกเองคาซึยะ...
คาซึยะกัดปากตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ กระจกห้องน้ำของโรงเรียนที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายละครสะท้อนภาพของคนที่หวาดกลัวอะไรสักอย่างจนหน้าซีด
...จินเริ่มแล้ว...
มือทั้งสองข้างรองน้ำจากก๊อกก่อนจะปล่อยให้ไหลลงท่อไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว
ทั้งๆที่เตรียมใจไว้แล้ว...
แต่ก็ห้ามไม่ได้เลย...กับความรู้สึกของการที่เสียจุดยืน
แต่ถ้าหากจินทนได้...เขาก็ต้องทนได้!!!
“นักแสดงพร้อมนะ กล้อง1 กล้อง2 กล้อง3? แสงพร้อม? เสียง? สวิตเชอร์ อ้า 5 4 3 2...”
...1...0...
ประตูห้องเรียนถูกเลื่อนออกพร้อมกับที่ร่างบอบบางของชายหนุ่มปรากฏขึ้น ร่างนั้นก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งสงบ
ตามบท...จินเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อตามบทในทันที ก่อนจะเหวี่ยงร่างนั้นให้ลอยไปที่โต๊ะ
“คัท!! คาเมนาชิ!! นายต้องตีหน้านิ่งเข้าไว้!! ไม่ใช่ทำหน้าตกใจแบบนั้น!”
“ข...ขอโทษครับ...” คาซึยะก้มหัวขอโทษในทันที ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาเรียววาวโรจน์ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก
คาซึยะกำหมัดแน่น...เมื่อกี้จินเล่นทุกอย่างตามบท...
แต่ตอนที่กระชากคอเสื้อหมอนั้นจงใจเอาปลายจมูกมาเฉียดผ่านแก้มเขา!!
“เมื่อกี้ฉันทำแรงไปหรือเปล่า ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ...” คาซึยะผงะถอยหลังในทันที เสียงทุ้มนุ่มกล่าวที่ข้างหูเขาแต่ระดับเสียงกลับจงใจให้คนทั้งกองถ่ายได้ยิน
“ไม่เป็นไร” เสียงที่พยายามปรับให้สั่นน้อยที่สุดดังลอดออกมาเพียงเสียงกระซิบ
“ฉันขอโทษจริงๆ...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” จินคว้าต้นแขนของคนที่กำลังจะก้าวถอยหลังหนีก่อนจะรั้งให้เข้ามาใกล้
“ปล่อย...”
“ไม่คิดจะเล่นต่อแล้วหรือไง” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเสียงเย็นชาในพริบที่รับเสียงลดลงมาจนได้ยินเพียงสองคน “แสดงต่อไปสิ...ฉันรอคิวของฉันอยู่นะ”
“พอได้แล้ว...” คาซึยะเงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาแข็งกร้าวนั้น “เห็นไหมว่าคนอื่นมองอยู่”
“ก็นี่คือสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่หรือไง...” จินถามกลับทันควัน
...ไม่ใช่...
...ฉันไม่เคยต้องการให้มันเป็นแบบนี้เลยสักนิด...
“ฉากนี้ให้พวกเธอมองตากันข้ามห้องด้วยสายตาแบบทั้งรักทั้งแค้น”
ผู้ช่วยผู้กำกับยืนอธิบายฉากให้สองนักแสดงฟังก่อนจะละสายตาจากบทไปจ้องคนแสดงสลับไปมา
“ไหน...คาเมนาชิคุง อาคานิชิคุง...ลองสิ”
“ทั้งรักทั้งแค้นหรือ?...มันจะผสมกันได้ยังไงล่ะครับ” จินถามกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คาเมนาชิคุงล่ะ?”
“ไม่รู้สิครับ...”
...ใช่...
...ผมทำไม่ได้จริงๆ...
“Happy Birth Day To You~ Happy Birth Day To You~ นายก็ร้องด้วยสิ”
จินที่เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“Happy Birth Day Dear ‘Kazu-chan’~ Happy Birth Day To You~”
คาซึยะยิ้มค้างไปเมื่อถึงเนื้อเพลงท่อนนั้น...ก่อนจะหุบยิ้มลงเพียงชั่วพริบตาแล้วจังฝืนยิ้มต่อไปอย่างขมขื่น
“เป่าเทียนเร็วๆๆ!!” จินชี้ไปที่หัวแหลมๆของตุ๊กตาเป็ดสีฟ้าพร้อมกับโวยวายเสียงดัง เขาจึงต้องรับมุกไปพร้อมกับวาดรอยยิ้มอย่างเสียมิได้
ใบหน้าที่ก้มต่ำกำลังพยายามซ่อนความวูบไหวในดวงตาให้พ้นจากมุมกล้อง เขาแสร้งทำเป็นหยิบจับตุ๊กตาตัวนั้นในขณะที่จินก็ปรบมือเฮฮาไปตามเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มแห้งแล้งและสีหน้าแย่ๆของเจ้าของวันเกิด
คาซึยะหัวเราะขื่นๆในใจอย่างสมเพชตัวเอง...
ความจริง...นายรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงจิน?
...ว่าต้องทำยังไงให้ฉันพ่ายแพ้อย่างหมดรูป...
++++++
“เบื้องบนมีคำชมลงมานะ” ทัตสึยะพลิกเอกสารในมือไปมา “DVD concert KAT-TUN LIVE kaizokuban ได้รับผลตอบรับดีมาก”
“ความจริงอยู่แบบนี้ก็ดีนะ” ยูอิจิหัวเราะเบาๆ “ไม่ได้เดบิวท์แต่ก็มีคอนเสิร์ตให้เล่น”
“ก็จริง...ฉันเลิกหวังแล้วล่ะ...ตั้งแต่ปี03” จุนโนะเสริมเรียบๆ
“หึ...ก็โดนแซงหน้าไปหลายวงแล้วนี่” จินว่า
“เอาน่า อย่างน้อยก็ดีกว่าโดนเก็บจริงไหม?” โคคิถอนหายใจ
“ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมพวกนายเองไม่ใช่หรือไง?” ทัตสึยะสวนกลับโดยไม่สนใจเสียงโวยวายจากขาแร๊พประจำวง “คาเมนาชิ...ฟังอยู่หรือเปล่า?”
“ฟังอยู่”
“พักนี้นายเป็นอะไร ตั้งแต่ไปแสดงโกคุเซ็น 2 เอาแต่เหม่อ มีอะไรหรือไง” ทัตสึยะแทงใจดำจนคนฟังสะอึก “เหนื่อยไปหรือเปล่า? รู้แล้วใช่ไหมว่าอีก 3-4 เดือนนายต้องไปเล่นเรื่องคินดะอิจิอีก”
“รู้แล้วล่ะน่า”
“เออ...ไป แยกย้ายไปทำงานทำการกันได้แล้ว อาคานิชิ ทางุจิได้เวลาเข้ากองถ่ายแล้ว!” ทัตสึยะออกปากไล่ในทันทีที่ธุระหมด
ความ จริงเขาเองเหนื่อยกับการจัดการเรื่องในวงเป็นที่สุด เป็นงานที่ทั้งน่าเบื่อและน่ารำคาญสิ้นดี การที่ต้องมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชสมาชิกทีละคนมันไม่สนุกเลย...รวมถึงต้องคอยรับ หน้าคำตำหนิติเตียนมากมายจากทั้งผู้จัดการที่ระอาจนเลิกจะไปต่อล้อต่อเถียง ด้วยตัวเองและจากเบื้องบนที่เอาแต่สั่งๆๆลงมา
เพราะฉะนั้นอุเอดะ ทัตสึยะคนนี้จึงขอตัดสิทธิ์ตัวเองออกจากการที่จะต้องรับรู้เรื่องบ้าๆ บอๆ ของคนสองคนอย่างเด็ดขาด! ใครหน้าไหนอยากจะเอาไปทำก็เชิญ...แต่อย่าเอาเขาเข้าไปเกี่ยว!!
ใบหน้าสวยของหัวหน้าวงหันไปมองยูอิจิที่เดินเข้าไปหาคาซึยะด้วยความรู้สึกเอียนระอาแทน ก่อนจะจะตัดสินใจเดินคุมตัวสองนักแสดงที่ต้องรีบไปเข้ากองถ่ายออกไปเพื่อเคลียร์ทางให้ฝ่ายใครฝ่ายมันจัดการกันไปเอง
“คาเมนาชิ?”
“ฉันไม่เป็นอะไร...” คาซึยะดึงเข่าตัวเองมากอดไว้ก่อนจะซบใบหน้าลงไป “ไม่เป็นอะไรจริงๆ”
“ถ้าเหนื่อยนักก็เลิกซะทีสิ...พวกฉันก็รำคาญสภาพแบบนี้เป็นเหมือนกัน”
“ทานากะ!” ยูอิจิเอ่ยปราม
“ทำไม? หรือนายจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เอียนจนทนไม่ไหวเลยไปตกลงขอยกเลิกเรื่อง robamaru” ยูอิจิส่ายหน้าเหนื่อยๆ
“พอเถอะน่า...เรื่องนั้นฉันกับอุเอดะเป็นฝ่ายคุยกันเองต่างหาก...”
“พอเถอะ”
เสียงอู้อี้ดังขึ้นขัดการถกเถียงระหว่างคู่หู
“ที่ทานากะพูดก็ถูกนะ...” คาซึยะเอ่ยเบาๆทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น “แต่ฉันหยุดไม่ได้แล้ว...”
“คาเมนาชิ...”
“ไม่ฉันก็หมอนั่น...ใครสักคนต้องเป็นฝ่ายจบ!!”
ยูอิจิสบตากับโคคิก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับอีกเฮือกอย่างหนักใจ
เขาไม่อยากจะคิดถึงอนาคต...ทำไมนะ...ทำไมทางที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้มันถึงไม่มาเสียที
ตอนแรกที่คาซึยะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนที่มุ่งมั่นกับการงานกลายเป็นคนที่ทะเยอทะยานนั้นทำให้ยูอิจิหวั่นใจ เขาไม่อยากนึกถึงว่าผลตอบรับจากคนรอบข้างจะเป็นอย่างไร
แต่สุดท้ายการกระทำที่มุ่งมั่นจะเป็นนัมเบอร์วันของคาซึยะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
นี่คงจะเป็นข้อดีของคาซึยะที่ใครๆอาจจะมองข้าม...แต่คาซึยะไม่เคยกดหัวใครเพื่อให้ตัวเองได้นำหน้า การแข่งขันแบบแฟร์ๆ ของคาซึยะทำให้ยูอิจินึกนับถือเพื่อนรุ่นน้องคนนี้อย่างเงียบๆ
ซึ่งนอกจากเขาแล้วก็คงจะเป็นรุ่นพี่ผู้ใหญ่หลายๆคนที่รับรู้ถึงสิ่งนี้ ดังนั้นทุกคนจึงพากันไม่พูดอะไรเรื่องบทดรีมบอยของทักกี้ เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจกับงานแบบเกินร้อยของคาซึยะก็พอจะทำให้ความไม่พอใจในตอนแรกค่อยๆเป็นการวางใจจากรุ่นพี่แทน
ยูอิจิรู้สึกยินดีแทนคาซึยะที่เรื่องออกมาเป็นแบบนี้
แต่คงจะดีกว่านี้...หาก‘คนใกล้ตัว’เห็นอย่างที่ยูอิจิและพวกรุ่นพี่เห็น...
...ผมทำอะไรไม่ได้...
ผมไม่อาจจะขุดคุ้ยตะกอนที่น่ารังเกียจพวกนั้นขึ้นมาละลายน้ำใหม่
ผมไม่สามารถดึงความรู้สึกนั้นกลับมาอีก
ผมจึงได้แต่ปล่อยให้มันทับถมกันไปเรื่อยๆอย่างนั้น
และรอวันที่ตะกอนดำเต็มอ่างจนไม่เหลือที่ให้น้ำใสสะอาดอีก
++++++
END 3#reason or result? TBC
*********************************************
TALK
สวัสดีค่ะ... (สีชมพูของแจนนะคะ น้องจอยสีดำ)
ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ [หัวเราะเจื่อนๆ...] แต่ตอนนี้ยาว...คงพอชดใช้ได้นะคะ เหอๆๆๆ (ไม่ได้ เอาอีก)
เอาล่ะ...ลงมาแล้ว 3 ตอน คงเริ่มรู้จักตัวละครในเรื่องกันมากขึ้นกันแล้ว...รู้สึกยังไงกับใครบ้างคะ? ฮ่าๆ
ขอยืนยันความจริงข้อนึงคือ...เรื่องนี้ไม่มีใครถูก...ถ้าจะด่าจิน แล้วสะดวกรบกวนด่าเมะคู่ไปด้วยจะเป็นแพ็คเกจที่ดีมาก 55555+ [ขำๆนะคะ] (เดี๋ยวคนแต่งจะโดนด่าคนแรกซะล่ะมั้งน่ะ)
ตอนนี้จะเน้นเรื่องในวงส่วนใหญ่นะคะ เน้นความเอาแต่ใจอันเป็นเอกลักษณ์เลยทีเดียว 555+
สำหรับใครที่รีเควสเรื่องภายในมาตอนนี้ก็ได้ตามขอเลยล่ะค่ะ
อยากเล่าเบื้องหลังการแต่งนิดนึง 55+ คือด้วยความที่คนแต่งเกลียดการดูละครหรือซีรี่ส์ต่างๆมากๆ เลยทำให้ไม่เคยดูโกคุเซ็นแบบเต็มเรื่อง และเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆค่ะ!!! 555+
ทำให้ต้องคอยโทรตามคนคิดพลอตเรื่อยๆ ...พี่ๆ...ตอนนี้มันยังต่อนะ... ทุ่มทุนสร้างมากมาย 555+
[ว่าแล้วก็มีเสียงประนามดังตามมา...แล้วทำไมเอ็งไม่เอาไปดูให้มันจบเรื่องไปวะ!!!!!] (พี่ผิดเองที่ลืมเอาไปให้แกดู แต่ตอนอเนโกะแกจะดูมั้ย 555)
อ้อ...แล้วก็คิดว่าคงต้องมีคนถามแน่ๆ...คือว่า เรื่องคาเมะโดนคนในค่ายเกลียดเนี่ย ลองสังเกตความแตกต่างของคำพูดของสึบาสะกับคำพูดของยูอิจิในตอนนี้ดูนะคะ มันจะมีจุดขัดแย้งกัน กรณีนี้อยากให้ลองวิเคราะห์กันดูว่าสึบาสะพูดในฐานะคนที่มีอคติต่อคาเมะ แต่ยูอิจิจะมองสถานการณ์โดยถือตัวเป็นคนมองอยู่ห่างๆ แต่รู้เรื่องแบบอินไซด์ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วคนในค่ายก็ไม่ได้จงเกลียดจงชังอะไรน้องจริงจังซะทีเดียวค่ะ ^ ^ (สึบาสะก็ไม่ได้เกลียดหรอก เข้าใจมั้ยคะ เสือสาวสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันก็งี้ หุหุ)
เอาล่ะ...จบดีกว่า...เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า~
Comment blog p’jan
NamastE – ไม่ใช่เด็กหนู...แต่เป็นแฟนหนูค่ะพี่ 555+!!!! (เห็นมั้ยพี่ ตอนนี้เอ้มันเด่นซะ)
KittyDoll – ฮ่าๆ รู้สึกจะมีแต่คนอาสาออกรับรักคาเมะแทนนะคะเนี่ย ไม่ต้องหรอกค่ะ ยกให้จินน่ะดีแล้ว หึหึ (ถูกต้องค่ะ)
Yui – อ่ะ...ใจเย็นๆค่ะ...ตอนนี้คนเขียนก็กำลังย้ำกับตัวเองอยู่เหมือนกัน 555+ (ทวงได้เลยค่ะ จะเอาไปไซโคให้)
Lady-Rabbit – อินค่ะ...คนเขียนก็อิน ตอนนี้เริ่มหลอนแล้วค่ะ เหอๆ (แจนก็อินค่ะ อินตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว)
nawa_akanish – ตอนนี้จินกลับมาแรงแบบสงบกลับค่ะ (หรือออออ ฉันว่ามันร้ายยยย)
__MAO*,, - จัดให้ค่ะเจ๊...ตอนนี้ยามะพีมาแต่ชื่อ! 555+ (เสียใจด้วยนะ)
Yui - ...ขอโทษที่ให้รอนนานนะคะ TT^TT! (ให้อภัยน้องมันเถอะค่ะ)
อัตนัย – ไม่ต้องเล่นคุณไสยค่ะ...บนคนคิดพลอตดีๆก็พอค่ะ หุหุ (หมายถึงตัวเองใช่มั้ยจอย)
อัน – เอ่อ...อันนี้ก็ต่างคนต่างความคิดนะคะ ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องทนอ่านหรอกค่ะ (ตามนั้นค่ะ)
∞ Ningchii ∞ - ถ้าไม่มีอะไรกันจริงๆ มันจะยังมาฟาดกันอยู่อีกทำไมล่ะคะ หุหุ (แปลว่ามันมีอะไรกันชัวร์ค่ะ)
x_x – ฮ่าๆ ก็เรื่องนี้มันไม่มีใครถูกนี่คะ ตอนนี้จินริ่มแรงแล้วด้วยค่ะ (เมตตาจินด้วยนะคะ)
viva –หลอนกันทั้งคนคิดคนแต่งคนอ่านเลยทีเดียว... (!!%@!$&!@^ - ร่ายมนตร์ให้หลอนกันเข้าไปอีก)
aha – ขอโทษที่ช้าค่า TT TT” (ขอโทษด้วยค่ะ)
Comment tsuka’s board
U – งวดนี้ก็นานอีกแล้วค่ะ TT TT” (น้องเขาเรียนหนักค่ะ)
Jinjin – เหอๆ คาเมะยังร้อนรนต่อไปค่ะ (คาเมะ Hotter)
Marumama – แหะๆ รบกวนรอไปก่อนนะคะ...งื้ดๆ TT TT”” (ช่วยติดตามต่อด้วยนะค้า)
Comment midnight
Kametuk – กว่าจะเอามันมาเกี่ยวกันได้...เหนื่อยค่ะ เหอๆ (55+ ฝากให้กำลังใจน้องจอยด้วยนะคะ)
Cho – ยืนยันหนักแน่นว่าจบสวยค่ะ! (สวยทั้งพระทั้งนางค่ะ!!)
AKAME – เฮ้ย...สต๊อปปปปป!! หยุดนะพี่ทราย อย่าจับคู่เพิ่มเลยพี่ แค่นี้ก็วุ่นวายพอแล้วค่า!! (พี่คะ เห็นใจน้องมันนิดนึง)
MamenosukE^_^ - ท่านผู้นี้นี่เองที่รีเควสเรื่องภายใน ได้ตามสั่งเลยค่า~ เรื่องนี้ลำดับเวลายากนิดนึง ^ ^” ตอนนี้เป็นช่วงต้นปี 05 นะคะ (มันลำดับเรื่องสลับไปมาอย่าเพิ่งงงนะค้า)
Zalibraate – ลุ้นกันต่อไปค่ะ เหอๆ (เรื่องนี้มีเพื่อลุ้นค่ะ ลุ้นเสมือนเรื่องจริงเลยทีเดียว)
Aime – เอ่อะ...ไม่มีอะไรแบบนั้นแน่นอนค่ะ (ค่ะ ไม่มีค่ะ)
Kaname – งื้ด ถ้าพี่บัวจะเอาคาเมะไปกอดเองคงต้องแย่งกับอีกหลายๆคนล่ะพี่ มีแต่คนจะเอาไปเลี้ยงเองทั้งนั้น 555+ (คนนิยมกินเนื้อเต่ามากกว่ากินเนื้อหมูหรือนี่)
Xoxo – คนแต่งก็ชอบค่ะ กริ๊ว~ (กริ้ววววว)
Spookie – คิด...อย่างนั้นล่ะค่ะ 555+ มันจะค่อยๆ คายมาทีละนิดค่ะ (ใช้คำว่าคาย 55 เห็นภาพ)
Comment fixxx
Aito – มาต่อแล้วค่า (มาต่อแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่า)
Moonchild6857 – ถูกค่ะ มันคือวงการมายา (มันมีหลายด้านหลายมุม ติดตามตอนต่อไปให้ได้นะคะ)
Alice – ขอบคุณที่ติงมาค่ะ ตอนนี้ก็ชี้แจงไปที่ตรงด้านบนของตอนเดิมเรียบร้อยแล้วนะคะ (ตามนั้นค่ะ)
DreaMGirL – ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ (ค่ะ)
Lemongirl – ตอนนี้แล้วก็ยังไม่รู้อะไรมากขึ้นเท่าไหร่เลยค่ะ แหะๆ (ค่อยๆ รู้ไปเรื่อยๆ ค่ะ เหมือนหนังผี 55)
Varn – ไม่ค่อยแอบแล้วล่ะค่ะ เหอๆ (เปิดเผยเลยทีเดียว)
OnePolaris – อืม...ยังไม่เฉลยค่ะ หุหุ (อีกสักพักใหญ่ๆ เลยค่ะ)
Akajinkame – มาต่อแล้วค่า [ช้าไปนิด ขอโทษอีกรอบค่า T T”] (ช่วยติดตามต่อไปด้วยนะค้า น้องเขาตั้งใจมาก)
Jan talks
ระหว่างที่รอตอน 3 คลอดออกมานี้ ก็มีหลายเรื่องราวที่ผ่านไป มีโคคิเข้ามาแมกกาซีนเดือน 11 กอดเมะจนคนดูตาร้อนฉ่า 55+ ส่วนจินก็รับเล่นละคร แถมมีข่าวลือลัทธิมากมายชวนเอามาจับยัดในฟิกซะเหลือเกิน หุหุ อะไรก็แล้วแต่คงได้เจอกันในฟิกเรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วค่ะ (ค่อนไปทางช้า 555)
แจนมีเรื่องรบกวนคนอ่านทุกท่านเล็กน้อย เกี่ยวกับโปรเจครวมเล่มเรื่องสั้นที่เคยเกริ่นไปเมื่อนานมาแล้วค่ะ คือตอนนี้มีเวลาว่างที่จะทำมันแล้ว แต่ว่าไม่รู้ว่าจะยังมีคนเอาอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ดีเดี๋ยวจะส่งเมลไปสอบถามรายบุคคลอีกที ในตอนนี้ก็นั่งจัดหน้าไปเรื่อยๆ เท่านั้น (กะว่าไม่ได้ทำก็มีเอาไว้ในคอมเก๋ๆ 55)
By the way ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทุกวันนะคะ

แบบว่าสงสัยมากเลยค่ะน้องจอย ทำไมคาเมะมันต้องเหินห่างกับจินอ๊ะ มันมีอะร๊ายยยยย ข้องใจมั่กมาก
บทมะพีที่รีเควสขอไปแบบเยอะๆไม่คิดค่าตัวเนี่ย โผล่มาแค่ชื่อ เนี่ยน๊าาาาาา -*- ชิชิ
ทำไมเอ้มันเด่นเกินหน้าเกินตา จุนโนะไร้บทไปเลย
คาเมะเฟคได้ใจ จินเฟ้คได้โล่ไปเลย
ปล.ตอนหน้าขอบทมะพีแบบไม่คิดค่าตัวเหมือนเดิมนะค๊ะ เอาแบบเยอะๆงิ~~
#1 By __mao*,, (58.8.185.245) on 2007-10-08 23:36