Korean Fiction Special
posted on 16 Oct 2007 03:32 by asuka-jan in Korean-Fiction
ผมไม่เคยทราบว่าโดยลำพังแล้ว เนื้อตัวของคนเรา “ร้อนได้” แม้ไม่ได้ถูกไข้รุมเร้า
ร้อนได้...เพราะเพียงแค่ใช้ความคิด
ผมกำลังคิดถึงเขา และผม...ร้อนมาก
จึงซุกเข้าเมืองไปคุยกับที่ปรึกษาของเขาเรื่องวิทยานิพนธ์ มันค้างคืนเสียที่นั่นเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่นานๆ เจอกันที
คืนนี้จึงเป็นคืนแรกที่เราไม่ได้นอนด้วยกัน เป็นคืนแรกที่ผมต้องรวบๆ เอาผ้าห่มมากอง...แล้วติ๊ต่างเอาว่าเป็นตัวแทนของสุดที่รัก
ให้กอด... ให้จูบ...
แต่สองมือสั้นๆ ของผมมันสัมผัสเรือนร่างของตัวเองได้ไม่ทั่ว ความต้องการที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นมาปราศจากคนที่จะมาช่วยทำให้มันมอดดับ
ผมควรทำอย่างไร
ร้อน... ทำยังไงให้หาย
ก้อนผ้าห่มไม่มีมือไม่มีแขน ไม่มี...บางสิ่งที่ผมต้องการ
ผมจะข่มตานอนอย่างไร
ไม่ชอบเสียด้วยหากต้องทำอะไรเพียงคนเดียว
จึงซุก กลับมาสักที
จึงซุก
เห็นมั้ยว่า... ขาดนายไม่ได้เลยนะ
.........................................................................................
ผิด ไม่ใช่อันนี้ค่ะ 55+
สเปของจริงอยู่ข้างล่างนี้
แหม่... ไม่ได้ๆ เดี๋ยวบอร์ดถูกปิด อ่ะ ล้อเล่นค่า คือว่ามีหลายเสียงอยู่เหมือนกันว่าอยากอ่านมุมของจิน อันที่จริงไม่ได้คิดไว้เลย แล้วที่แรกก็กะไม่เขียนแน่ๆ เพราะไม่คิดว่าจะเขียนไหว หลังจากเรื่อง สตราทิจิก เลิฟ จบไปนั้น เรียกว่าเข็ดสุดๆ กับการเขียนในมุมของฝ่ายชาย แต่ในขณะสอบวิชา “การเขียนเชิงวารสารศาสตร์” อยู่นั้น (ที่จู่ๆ อาจารย์ก็ให้เขียนบทบก.ซะอย่างนั้น หัวข้อ ครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ความยาว 500-700 คำ) แจนก็ได้วางปากกาที่ใช้เขียนข้อสอบลง แล้วเอาดินสอขึ้นมาเขียนฟิกแทน เห่อๆๆๆ
ใช้ความเครียดเป็นแรงขับดัน
ฟิกที่มีจุดเริ่มต้นในห้องสอบจะเป็นอย่างไร เชิญอ่านได้เลยค่ะ
Real Special
“จึงซุก เอาซุปป่ะ”
“นายก็รู้ว่าฉันกินอยู่แล้ว จะถามทำไม”
แน่นอนครับ คาเมะไม่ได้ถามผมว่าจะเอาซุปหรือไม่เอา เขาแค่อยากสะกิดผม ให้เปิดที่นั่งให้เขาใช้ตัวผมเป็นเก้าอี้ ที่ประจำของเขาน่ะครับ อันที่จริงมันหน้าที่คนเอาแต่ใจอย่างผม ที่จะต้องแกล้งให้เขาไม่ได้นั่งกินสบายๆ แต่ต้องรั้งให้มานั่งตักโดยที่เขาอิดออดไม่เคยยินดี
“ก็ถามไปงั้นแหละ แล้ว... เติมข้าวมั้ย”
“ยังเต็มชามอยู่เลย นายน่ะ นั่งกินได้แล้ว เมื่อกี้บ่นว่าหิวว่าฉันลงมาช้าไม่ใช่หรือ” ผมพูดแบบมีข้าวอยู่เต็มปาก พร้อมชี้ไปที่เก้าอี้ตัวข้างๆ เจ้าของปากแดงรูปกระจับนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงข้างกันโดยดี
เจ้าตัวเล็กกินข้าวอย่างตั้งใจไม่พูดไม่จา แต่เชื่อเถอะครับ ในสมองน้อยๆ นั่นกำลังคิดอะไรมากมายอยู่แน่ หลายครั้งที่เจ้านี่ชอบทำปากงุบงิบเหมือนกำลังคุยกับใครสักคน จนบางทีผมก็คิดว่าเขาสื่อสารกับวิญญาณได้
อะไรก็ไม่โกรธไม่เคือง แต่ชวนให้เสียวสันหลังเหมือนสาปแช่งกันตลอดเวลา
“ช่วยล้างจานด้วยนะ”
“ฉันล้างให้ก็ได้ นายไปอาบน้ำสิ”
“จริงอ้ะ!!”
“ทำไม มีปัญหาอะไร”
“เปล่า... แค่รู้สึกว่านายใจดีแปลกๆ”
เนี่ยแหละครับ น้ำใจที่ไม่ได้รับความซาบซึ้ง
“ไปอาบน้ำซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
ต้องเสียงแข็งราวกับเป็นโชคดีนาทีทอง หรือของหายาก ความเอื้ออาทรของผมจะส่งไปยังผู้เป็นดวงใจของผมได้
......
............
ใครๆ เขาก็ว่าผมน่าอิจฉา ...ที่มีแฟนอย่างคิมคาเมะ
ครับ ผมก็ว่าอย่างนั้น เจ้านี่มันช่างเอาใจแถมยังเป็นแม่บ้านแม่เรือน ช่างปรนนิบัติพัดวี มีบ้างที่ดื้อพูดไม่ฟังแต่หลายครั้งก็พูดง่าย
เขาน่ะ...เรียกได้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวแสนจะน่ารักจับจิตจับใจผม
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าชีวิตคู่ของเราจะเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง
ใครจะรู้บ้าง ว่าคนที่ดูมักน้อย ไม่เรื่องมาก แสนจะสบายๆ อะไรก็ได้เช่นนายคิมคาเมะ จะเอาใจยากสุดๆ
เจ้านี่ไม่มานั่งทำตะบึงตะบอน ไม่มีเง้างอน หรือประชดประชัน แค่มักเริ่มต้นด้วยการโวยวายนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ยอม
ยอมพร้อมความเชื่อฝังหัวว่าใครร้ายใครดีกับตัวยังไง
ยิ่งกับผม ผู้ที่ถูกสร้างภาพให้เป็น “ซาตาน” ของลูกไก่ตัวจ้อยอย่างเขายิ่งแล้ว...ฝันไปเถอะว่าชาตินี้จะได้รับบทดีๆ อย่างอื่น
เป็นได้แค่แฟนใจดำที่ไม่ยอมถนอมคนในครอบครองแค่นั้นแหละ
ส่วนเขาต้องเป็นผู้ตกอยู่ใต้อำนาจแห่งซาตาน ทำได้แค่สนองตอบต่อความต้องการของผมอย่างไม่มีทางเลือก
แต่ใครจะรู้บ้างว่าอันที่จริงแล้ว มันกลับตาลปัตรกับความเชื่อที่ว่านั่นมากมายนัก
ถ้าคิดว่าผมแก้ตัวล่ะก็ ลองมาดูในมุมผมบ้างสิครับ
ด้วยฤกษ์งามยามดีวันเสาร์ วันที่ผมและเขามีกิจวัตรทำงานบ้านด้วยกัน และเป็นวันที่ผมจะต้องเป็น “นายหื่น” รังแกคนบอบบางอย่างเขาแบบไม่เลือกสถานที่ เวลา และโอกาสตลอดเช้าจรดเช้าอีกวัน
มาดูกันนะครับว่าจริงๆ แล้ว... ใครบังคับใคร
“จึงซุก ฉันอาบเสร็จแล้ว”
อย่างนี้แหละครับคนตายยาก ผมนินทาเขาในใจทีไรชอบโผล่มาให้ตกใจทุกที
“อือ! รู้แล้ว”
ว่าแต่ผมควรแต่งตัวยังไงดีล่ะ
ปกติพอเข้าหน้าร้อนผมจะใส่แต่เสื้อแขนกุดตัวบางๆ กับกางเกงขาสั้นอยู่บ้าน แต่เชื่อกันไหม ลูกไก่คาเมะเขาคิดว่าผมใส่เพื่อจงใจยั่วกิเลสเขา ทำตัวเองให้ดูเซ็กซี่เขาจะได้ไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน มีภูมิคุ้มกันน้อยลงเวลาผมนิสัยไม่ดีขึ้นมา
ก็ช่างคิดดีนะครับ
เอาล่ะ ผมเลือกได้แล้ว เดี๋ยวเจอกัน
.................................................................................................
สรุปว่าผมแต่งตัวเหมือนเดิมครับ ทีแรกจะใส่กางเกงขาขาวเสื้อคอเต่า แต่ไม่ไหว มันร้อน
จริงๆ ก็กะว่าจะนุ่งกางเกงลิงซะเลย แต่คิดอีกทีวันนี้ผมต้องออกไปล้างรถนอกบ้าน มันจะดูไม่จืด อีกอย่าง...เรื่องอะไรผมต้องลงทุนขนาดนั้นด้วยล่ะ ไม่จำเป็นเลย เพราะแค่เท่านี้เดี๋ยวละอองน้ำที่กระเซ็นมาก็สร้างความเซ็กซี่ให้ผมมากพอ อยู่แล้ว
อ่า...กระป๋อง อยู่ไหนกันนะ
อันที่จริงแล้วผมค่อนข้างระเบียบจัด วางอะไรไว้ตรงไหนก็ต้องตรงนั้น ไม่มีหาย ไม่เคยจำผิด แต่บางครั้งคุณแม่บ้านของผมจะมีความคิดที่สวนทาง ทำตัวเหมือนคนว่างงาน จัด เก็บ แต่ไม่ยักกะวางที่เดิมของมันสักที ทำให้ผมปวดหัวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้เสมอ
“คาเมะ กระป๋อง?”
“นี่ไงๆ เอาไปเติมน้ำให้แล้วเนี่ย จะใช้กันก็อย่าใจร้อนได้มั้ย”
?? แม้ว่าผมจะไม่ได้ใช้อะไรเขาสักคำก็ตาม แต่ในเมื่อเขามีน้ำใจขนาดนี้ ผมจะไปว่าอะไรเขาได้ นอกจากคอยชมเป็นกำลังใจ
“ชักช้าสมเป็นเต่า”
“เออ เดี๋ยวก็เต่าเดี๋ยวก็หนูผี คนหล่อๆ อย่างนายลดตัวลงมาคบด้วยทำไมล่ะ!”
คาเมะมักจะถ่อมตัวเรื่องหน้าตาเสมอครับ ทั้งๆ ที่เขาออกจะน่ารักมากกว่าผู้ชายทั่วไปตั้งหลายเท่า บางครั้งผมก็อยากบอกเขานะ
“ฉันจำไม่ได้นะว่าเคยว่านายเป็นหนูผีเมื่อไหร่ เออ แต่ก็พอมีเค้าอยู่เหมือนกันนี่”
“นี่มันใช่คำพูดที่แฟนกันเขาควรจะพูดหรือไง”
“ยังกับนายเคยพูดกับฉันดีๆ งั้นแหละคาเมะ”
เคยได้ยินกันหรือเปล่าครับ Action = Reaction ในเมื่อเขาไม่เคยพูดหวานๆ กับผม ผมจะพูดจาภาษาน้ำผึ้งไปมากกว่านี้ได้ยังไง
อีกอย่างคาเมะน่ะ ชอบเฉไฉไถไปข้างๆ คูๆ ครับ เหตุผลไม่แน่นหลักการไม่รัดกุม แต่พอจนมุมก็จะว่าว่าผมมันพวกใจร้ายปากจัด
ทั้งๆ ที่ผมคิดว่าตัวเองออกจะมีวาจาสุภาพนุ่มนวล
“แล้วนายจะใช้ฉันอะไรอีกหรือเปล่าล่ะ” ลูกของไก่ผมเสนอตัวอีกแล้ว
“ตัดหญ้า”
“หา! ไหนบอกว่าหน้าที่นายไง”
“ใครว่าฉันพูดจริงล่ะ”
ต้องให้ผมเดินไปถอดแว่นเขา แล้วเหวี่ยงกระเด็นไปที่บันไดหน้าบ้านนู่นก่อนน่ะครับ แฟนผมเขาถึงจะรู้ว่าควรมานั่งข้างๆ อยู่เฉยๆ คอยผมดูผมล้างรถไปเงียบๆ
“ไหนล่ะฟองน้ำอีกอัน”
“ไม่ต้อง คอยเปิดน้ำปิดน้ำก็พอ”
ลีมินยูเคยโทรมาโอดครวญกับผมนะครับว่ายังพีเอาใจยากมากๆ แต่หมอนั่นยังไม่เคยคบกับคาเมะ จะได้รู้ว่าไอ้การรับมือไม่ถูกของแท้มันเป็นยังไง
อืม... สีเข้า ไถเข้าไป
ไม่มีฟองน้ำแต่สุดที่รักก็ยังเอามือเอาแขนถูๆ ลูบๆ ตัวรถผมอยู่ได้ครับ สงสัยถ้าใจกล้าอีกนิดคงได้เอานิ้วไปเขี่ยก้อนดินที่เกาะติดตรงล้อรถไปแล้วล่ะมั้ง
“อุ๊”
ผมไม่ใช่คนบ้ากาม แต่บางทีก็ไม่รู้วิธีอื่นที่จะทำให้เจ้านี่สงบได้นานๆ จริงๆ
“อย่าซน เห็นมั้ยว่ามันเปื้อน เข้าบ้านไปปัดกวาดเช็ดถูอะไรก็ไปเถอะ ยัดผ้าใส่เครื่องก็ได้ จะได้ออกมาตากผ้าด้วยกัน”
หรือบางทีก็ต้องสั่ง
ผมคิดไม่ผิดจริงๆ ครับที่ยุให้เขาไปฝึกงานเป็นพนักงานโรงแรม คอยบริการคนอื่นเขาไปทั่วคงมีความสุขน่าดู
.................................................................................................................
ทั้งๆ ที่บอกไปแล้วว่าให้ซักเครื่อง คนดีของผมก็ตะบันเอาผ้าที่ใส่กันทั้งสัปดาห์ทั้งหมดมาขยี้มือครับ จะช่วยก็มองตาขวาง หาว่าผมแปลก มีอะไรแอบแฝง มีแผนแกล้ง ก็เลยต้องรอเฉพาะตอนตากครับ
อันที่จริงผมชอบดูแฟนผมซักผ้านะ นอกจากเซ็กซี่ยามอ้าขากว้างคร่อมกะละมังใบใหญ่ ในตอนที่เขามุ่งมั่นหารอยเปื้อนตามตะเข็บเสื้อทุกตัวของผม มันทำให้ผมรู้สึกถึงความใส่ใจของเขา
และถึงจะชอบทำเสียงจุ๊กจิ๊กเวลาคราบมันติดแน่นขยี้ไม่ออก แต่นอกจากจะหันมาจิกตาใส่ผมเล็กน้อยเขาก็ยังบรรจงขยี้ต่อไปไม่เคยบ่น
“จิน...จึงซุก ซักเสร็จแล้ว จะตากป่ะ อ้าว หลับหรือ ชิ ตากคนเดียวก็ได้”
ผมแค่เอนหลังกับเบาะก็หาว่าหลับ ต้องรีบลุกครับ ไม่งั้นไม่ทันเขาตามเคย
“มองอะไร”
“หือ? เปล่านี่”
“นายมองอ่ะ”
“ฉันมองอะไร”
“มองฉัน มองฉันแล้วนายก็ไม่พูดอะไร หมายความว่าไง มีปัญหาอะไรก็บอกดิ”
ด้วยความสัตย์จริงครับ ผมกำลังก้มหน้าอยู่ ได้มองตอนเขาถามมานั่นแหละ ว่าแต่เสี้อของเขาบางดีจริง ผ้าเนื้อถูกที่ซื้อตามตลาดนัดแน่นอนครับ ตัวหนึ่งคงไม่เกินร้อย ถึงได้ทะลุมองเห็นไปถึงไส้ในได้ขนาดนั้น
“รีบๆ ตากให้มันทันแดดเถอะ”
เสื้อแขนกุดของผมคงยั่วใจได้ไม่เท่าเสื้อโหลของเขาหรอกครับ ยิ่งตัวคนใส่ น่ารักน่าใครอยู่แล้ว ไม่ต้องพยายามทำอะไรเลยก็ได้
อย่างเช่น... เบียดมันเข้ามาสิ ไม้แขวนเสื้ออยู่อีกฝั่งก็ไม่ไปหยิบ ต้องเอื้อมมาหยิบฝั่งนี้ ใส่แว่นหนาเตอะขนาดนั้นจะมาอ้างว่ามองไม่เห็นคงไม่ได้
“อะไร ไม่เห็นหรือไงว่าไม้พวกนั้นมันขึ้นสนิม จะไม่หลบก็ช่วยมีน้ำใจหยิบให้บ้างสิ”
อื้ม แก้ตัว
แต่พอหลบให้จริงก็ไม่พอใจ คือเขายืนพิงผมอยู่น่ะครับ ผมก็ลืม เลยทำให้เขาวืด ที่เลือกไม่หยิบให้เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาแบบธรรมดาหรือแบบหนีบ ไอ้ผมก็ขี้เกียจถาม...ขอโทษนะ
เผลอแป๊บๆ ก็เข้าเที่ยงวันแล้วครับ ก็เลยมานั่งกินข้าวกัน คราวนี้ผมไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะเป็นเก้าอี้ให้เขานั่งหรือไม่
เพราะ...เมื่อผมนั่งปุ๊บ แฟนผมก็หย่อนก้นลงตามปั๊บ พิงลงมาอย่างสบายใจ ไม่เท่านั้น เวลาผมคีบตะเกียบเขาก็จะอ้าปากน้อยๆ รอไว้ แต่พอจะป้อนจริงๆ เขากลับทำตาโตเหลือกประมาณว่า “ป้อนจริงหรือ?”
ผมก็ไม่คิดว่าเขาแกล้งทำหรอกครับ ไอ้หน้าตาดีใจอย่างเหลือเชื่อนั่นก็ด้วย
แต่เข้าใจกันมั้ยครับว่าสิ่งเหล่านี้มันน่ารัก พอๆ กับที่ผมอยากจับเอามาเขย่าตัวแรงๆ
ทำไมถึงต้องทำท่าเซอร์ไพรส์ขนาดนั้นด้วย...
ดีใจเสร็จก็เขินย้วย ก้มหน้าก้มตา... อ่า แต่ไม่วายเผยอปากเล็กๆ ให้ผมป้อนต่อ
ก็เป็นแบบนี้ทุกวันล่ะครับ
พลาดไปแค่เมื่อเช้าที่ผมเผอิญเมื่อยขาขึ้นมานั่นแหละ
............................................................................................
ตกบ่ายก็เป็นกิจกรรมผึ่งพุงครับ หึ พุงใคร พุงผมหรือ คุณเดาผิด พุงขาวๆ ของคิมคาเมะเขาต่างหาก
จริงๆ เลยครับ มันน่าตี เพราะผมกลัวเขาติดนิสัยตอนไปอยู่ข้างนอก
ไฮเปอร์ก็จริง แต่พอบ่ายปั๊บเป็นอันต้องนอนพะงาบๆ เปิดเสื้อลูบพุงตัวเองทุกครั้ง ไอ้ผมที่ต้องนั่งเปิดคอมพ์ทำงานไม่มีสิทธิ์นอนด้วยก็ได้แต่นั่งปลงมองสิ่งล่อตานั่นแทนสกรีนเซอเวอร์
นโม-พุทโธควบคุมตบะตัวเองกันไป เพราะพุงของเขาเนี่ย...เป็นจุด sex ประจำตัว
ก่อนหน้าเป็นแฟนกันผมค่อยข้างชอบแผ่นหลังของเขาเป็นพิเศษครับ ไม่รู้สิ มันดูเซ็กซี่ดี เนียน ขาว ได้รูปสวย ครั้งแรกที่มีอะไรกันผมก็อดใจไม่ไหวขบลงไปแรงทีเดียว ได้ยินเสียงโอ๊ยผมก็ตกใจ คิดว่าแย่แล้วเราไปทำให้เขาเจ็บ แต่พอเงยหน้ามาเห็นสายตาเขาผมก็ต้องเปลี่ยนความคิด
คาเมะกัดริมฝีปาก เปล่งเสียงครวญครางเหมือนคนจะขาดใจ แต่สายตาของเขา มีน้ำตาคลอหน่วยในลักษณะเว้าวอนเชิญชวน
ผมว่าผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ เพราะในวินาทีถัดไปที่ทำท่าจะผละออก เขาก็ทำสายตาเหมือนคนผิดหวังอะไรสักอย่าง ผมก็...นะ
เลยหยุดไม่ได้
พอขบจนทั่วหลังเขาก็หันหน้ามาเหมือนให้ผมทำต่อ ตอนนั้นมันละลานตาครับ สติสตางค์เริ่มไม่ไหว เลยทำได้แค่ซุกหน้าซบ แต่พอเอาเคราที่ยังไม่ได้โกนลงไปสัมผัสหน้าท้องเขาเท่านั้นเอง
“ไอ้บ้า!”
เขาก็แผดเสียงลั่นใส่หูผม เล่นเอาตะลีตะลานจะลงจากเตียงแทบไม่ทัน แต่...
เสียงหัวเราะคิกพร้อมรอยยิ้มกว้างเปิดเผย ...ทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิดใหม่อีกครั้ง
ตั้งแต่นั้น พอผมเห็นพุงขาวๆ ของเขาทีไร หัวใจก็เต้นแรงปลอบไม่ค่อยจะลงทุกที
ทำได้แค่เลิกเสื้อให้มันรั้งขึ้นไปสูงกว่าเดิม
คาเมะน่ารักน่าใคร่ไปทั้งตัว
เขาไม่ได้ตกเป็นทาสผม เป็นผมมากกว่า ที่ติดบ่วงเขาจนไปไหนไม่รอด
“จึงซุก นั่นนายจะทำอะไร!!”
ต้องตื่นขึ้นมาได้จังหวะทุกทีสิเอ้า
“ทำรัก”
พูดให้น้อยแต่ต่อยให้หนักเข้าไว้ครับ ถ้าอยากเห็นเขาทำหน้าไม่ถูก บิดเขินอายละลายตายกับเบาะ
ใบหน้าของผู้ชายร่างเล็กผอมบางที่อยู่ใต้ร่างผม ค่อยๆ แดงซ่านขึ้นตามจิตนาการบรรเจิดของเจ้าตัว แม้ว่าผมยังไม่เคลื่อนไหวอะไร
“แต่ฉันง่วง...”
“ก็ใช่ไง นายจะได้หลับสบาย”
“เอาจริงหรือ...”
“งั้นสิ”
“ตรงนี้??”
“อืม”
“บ้า... ไม่เห็นสบายเลย ไปข้างบนนะ จะได้...เปิดแอร์”
ว่าแล้วผมก็อุ้มเขาขึ้นห้องตามบัญชา มีเสียงวี๊ดว้ายนิดหน่อยเวลาผมแกล้งเหวี่ยงแขนไปมาตามทางโค้ง
“ไม่ต้องทำงานหรือจึงซุก”
“เอาไว้ก่อน”
นี่แหละครับจุดเริ่มต้นของกิจกรรมเข้าจังหวะยามเที่ยง
เวลาแบบนี้ผมจะค่อนข้างอ่อนโยนนิดนึง เพราะคาเมะเขาง่วงๆ ไม่ค่อยแอคทีพ เหมือนเป็นการกล่อมนอนซะมากกว่า พวกโลดโผนตื่นเต้นจะเป็นช่วงกลางคืน เพราะเขาได้พักผ่อนมาแล้วอย่างเต็มอิ่มตลอดบ่าย
ส่วนผม เสร็จจากนี้ก็จะงีบไปสักพักหนึ่งครับ แล้วต้องรีบตื่นเพื่อลงไปทำงานต่อ ช่วงเวลาที่เขาหลับจะเป็นระยะแห่งการใช้สมาธิ งานผมจะคืบหน้าอย่างรวดเร็วมากๆ เนื่องจากไม่มีอะไรกวนตากวนใจ แถมได้ผ่อนคลายความตึงเครียดไปเรียบร้อยแล้ว
บางวันคาเมะเขารู้สึกตัวพร้อมผมเขาก็ตามลงมานอนต่อใกล้ๆ กันครับ แต่ถ้าวันไหนเขาหลับยาวผมก็ปล่อยให้เขาได้นอนสบายบนเตียง
แล้วก็รอฟังเสียงบ่นหงุงหงิงตอนเขาตื่นลงมาช่วงเย็น
เรื่องอะไรหรือครับ ไม่ใช่เรื่องที่ผมทิ้งเขาไว้คนเดียวหรอก แต่เป็นเรื่องเปลืองไฟเปลืองน้ำยาแอร์
เพราะว่าอยู่คนเดียวแล้วเปิดแอร์มันไม่คุ้ม ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนก็ว่าไปอย่าง
เบื่อกันหรือยังครับชีวิตประจำวันของพวกผม อันที่จริงมันก็ไม่มีอะไรหรอกนะ พอแค่นี้ดีมั้ยครับ
.............................................................................................
โอเคๆ ก็ได้ จะเล่าจนหมดวันแล้วกัน
ตอนนี้คาเมะหลับไปแล้วครับ ส่วนผมก็เปิดคอมพ์ทำงาน งานของผมช่วงนี้ก็เป็นการแปลเอกสารภาษาอังกฤษและอิตาเลี่ยนที่เพิ่งไปถ่ายสำเนามาจากห้องสมุดในมหาวิทยาลัย เพื่อเอามาใช้ประกอบการทำรายงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเบื่อมาก เพราะผมเป็นพวกอ่อนคำศัพท์ ความสามารถด้านภาษาของผมจะเป็นลักษณะการพูดจาด้วยภาษาง่ายๆ ทั่วไป ดังนั้นกว่าจะแปลได้สักย่อหน้า ผมต้องตาลายกับเปิดดิกชินนารี่ออนไลน์และวิกิพีเดียนานาชาติพอสมควร
แต่ก็ยังมีบางคำที่แปลไม่ออกจริงๆ ต้องอาศัยคาเมะเขาไปถามแขกที่มาพักโรงแรมให้ เพราะว่ามันเป็นคำประสมแบบที่คนเขียนตำราเขาบัญญัติเอาเอง ถ้าไม่ใช่เจ้าของภาษาที่มีเซนส์ทางภาษาและมีพื้นความเข้าใจทางวัฒนธรรมมากกว่าก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ครับ
แต่ถึงอย่างไรถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมก็ไม่อยากพึ่งคาเมะเขาหรอก ไม่ใช่เพราะหยิ่งหรืออะไร แต่เพราะไอ้ฝรั่งชาติโรมันมักเจ้าชู้น่ะครับ ผมกลัวแฟนผมโดนป้อคำหวาน ถึงผมจะมั่นใจว่าคาเมะเขาหนักแน่นแล้วก็ฉลาดทันคน แต่ด้วยหน้าที่ของบริกรมันไม่เปิดโอกาสให้จัดการกับไอ้พวกนี้ได้อย่างเด็ดขาด
ผมหวงเขานะ เพราะเท่าที่รู้ทุกวันนี้เขาก็เนื้อหอมทั้งกับเพื่อนร่วมงานและแขกที่มาพักจะแย่อยู่แล้ว
คาเมะเขาไม่ค่อยจะเล่าอะไรให้ฟังหรอกครับ ที่รู้เพราะเคยแอบไปตามดู หรือบางทียังพีเขาก็จะโทรมาเล่าให้ฟังก็มี
ก็ยังดีครับที่คาเมะไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองน่ารัก เลยไม่เคยไปเจ๊าะแจ๊ะกับใครตั้งใจทำงานอย่างเดียว คนอื่นก็เลยไม่กล้ายุ่งเท่าไหร่ ก็มีลีมินยูคนเดียวนี่แหละครับที่คอยมาผูกไมตรีสัมพันธ์ แต่ถ้าผมรู้แต่แรกว่ามินยูคนนี้เป็นคนเดียวกับรักฝังใจของยังพีล่ะก็ผมคงไม่ปล่อยให้เข้าใกล้ตั้งแต่แรก
จะว่าผมหวงก้างก็คงไม่ผิด ยังไม่เลิกกับยังพีแล้วจะมากั๊กคาเมะไว้
ก็ยอมรับครับ ไม่มีข้อแก้ตัว ห่วงคนหนึ่งแล้วก็หวงคนหนึ่งจะเป็นจะตายแบบนั้น
อย่างไรซะสุดท้ายก็จบลงด้วยดี ต้องขอบใจลีมินยูเขาที่ทำให้เรื่องมันง่ายเข้า
เอ่ นี่ผมยังไม่ได้ทำงานเลยนี่
นี่ขนาดเจ้าตัวไม่อยู่วันๆ ผมยังคิดแต่เรื่องของเขา ถ้ามาอยู่ใกล้ๆ กันงานคงยิ่งไม่เดิน
สรุปก็คือ ช่วงวันเสาร์ตอนบ่ายไปจนถึงบ่ายแก่ๆ จะเป็นช่วงสะสางงานของผม พักสายตาด้วยการขึ้นไปคลุมผ้าห่มให้เขาเป็นระยะ
แฟนผมขี้หนาวนะครับ แต่ชอบถีบผ้าห่มทิ้งเป็นประจำ แล้วก็นอนขดตัวเนื้อสั่นอย่างกับคนเป็นไข้ บางทีก็ต้องหาอะไรหนักๆ มาตรึงชายผ้าห่มเอาไว้ครับ แต่ก็ไม่ค่อยจะอยู่
เดี๋ยวผมขึ้นไปดูสักหน่อยดีกว่า
ถ้า...ผมไม่ลงหรือลงมาช้ามาก็ให้รู้ไว้นะครับว่า... ต่อก๊อกสอง
...............................................................................................................
“จึงซุก...ไปเก็บผ้าให้หน่อยสิ ฉันคนซุปอยู่อ่ะเดี๋ยวมันติดก้นหม้อ”
“เดี๋ยวนะ”
“อะไรอ่ะไม่มีน้ำใจเลย ขอให้ช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้”
“ฉันเข้าห้องน้ำอยู่ หรือนายจะให้ฉันออกไปเก็บผ้าทั้งอย่างนี้”
“อ้าว หรือ ขอโทษๆ ไม่รู้นี่”
เขาว่ากันว่าถ้าจะเลี้ยงผู้ชายสักคน เรื่องกินคือเรื่องสำคัญอันดับสองรองจากเซ็กส์ ถูกต้องเลยครับ
รสมือของคาเมะถือว่าไม่เป็นรองใคร แกง-ทอด-หุง-อุ่น-นึ่ง-เผา-ปิ้ง-ย่าง-ยำ-สลัด-ผัด-ต้ม อร่อยหมด เพราะอย่างนั้นผมจึงหงุดหงิดมากทีเดียวถ้าวันไหนเขาต้องทำงานล่วงเวลา
ความเห็นแก่ตัวแบบผู้ชายๆ น่ะครับ
ผมชอบแกล้งเขาให้หาซื้อของแพงๆ กลับมาให้ผมกิน เพราะผมรู้ว่าเขาขี้เหนียว (อ่า...หรือจะใช้คำว่ารู้จักค่าของเงินก็ได้ครับ) จะได้เป็นการกดดันให้เขารีบกลับบ้านมาทำอาหรเอง เพราะถ้าบอกตรงๆ ให้กลับบ้านเขาจะไม่ค่อยฟังครับ คิดว่าผมไม่เข้าใจเขา
จริงๆ แล้วผมเข้าใจ ผมรู้ว่าเขาขยัน แต่ลิ้นและกระเพาะผมไม่เข้าใจเท่าไหร่
“เสร็จหรือยังคาเมะ”
อุ๊บส์ คุณพระช่วย ผมมีแฟนเป็นกระต่าย...
“นายเอาที่คาดผมนี่มาจากไหนน่ะคาเมะ”
“ยังพี เขาให้มาเป็นของขวัญวันเกิด นี่ ขำอะไร ฉันไม่ได้อยากใส่สักหน่อย ก็ผมมันปรกลงมาจะร่วงใส่หม้ออ่ะ รู้แล้วน่าว่าน่าเกลียด หยุดขำเดี๋ยวนี้นะโว้ย ไอ้จึงซุก หยุดหัวเราะ”
โธ่...ผมไม่ได้ขำ “หูกระต่าย” ของเขาสักหน่อย ผมแค่ประหลาดใจที่เห็นกระต่ายทำอาหารได้ต่างหาก
“เอ้าๆ อย่าเอาออกสิ ใส่ไว้เถอะ เข้าชุดกับผ้ากันเปื้อนลายแครอท ถุงมือกันร้อนแล้วก็รองเท้าของนายดีออก”
ปุกปุยทั้งมือและเท้า ขาดหางอย่างเดียวเท่านั้นเองครับ
“มื้อนี้นายป้อนฉันแทนมั้ย ให้อารมณ์ไปผับดี”
“นี่แน่... ผับหรือ ทำให้กินแล้วยังล้ออีก”
อื้ม... คาเมะรู้จักการประทุษร้ายผมด้วยกำลังแล้วครับ หยิกเจ็บชะมัด
“เป็นพวกชอบความรุนแรงหรือไง มานั่งนี่มา ฉันอยากอุ้มกระต่าย”
“ฉันไม่ใช่สารพัดสัตว์ของนายนะเว้ย แป๊บนึง เดี๋ยวตักกิมจิก่อน เฮ้ย! ไอ้จึงซุก! จะมาจับก้นฉันทำไม”
“อ้าว ก็ฉันอยากรู้ว่าหางนายอยู่ตรงไหนไง สงสัยจะฝากไว้ที่ฉัน เนอะ”
คาเมะม้วนอายไปเลยครับ นี่เข้าใจมุขกันหรือเปล่า ผมไม่อธิบายนะ ใครงงก็งงต่อไปแล้วกันครับ
“ถ้าแกล้งกันอีกฉันเทอาหารทิ้งจริงๆ ด้วย”
“ฉันไม่รู้นี่ว่านายไม่ชอบให้จับ งั้นต่อไปนี้ฉันไม่แตะนายแล้วดีมั้ย”
สงสัยต้องเลิกล้อเล่นแล้วครับ แฟนผมทำท่าจะเทของในหม้อลงท่อระบายน้ำจริงๆ
สรุปว่ามื้อนี้ผมได้บันนี่เกิร์ล เอ้ย บันนี่บอยมาป้อนอาหารสมใจอยากครับ ท่าป้อนส่อได้ใจมาก ไม่ได้นั่งตักธรรมดา แต่นั่งคร่อม
ก็เซ้าซี้แกมสั่งนิดหน่อยครับ คาเมะเขายังอาย จะให้พูดครั้งเดียวแล้วทำเลยยังไม่ได้
แต่ไม่เป็นไร ผมเริ่มวางแผนไว้แล้วล่ะว่าจะตะล่อมหรือกดดันเขาได้ยังไงบ้าง
คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ผมคงได้แฟนหลายเวอร์ชั่นไว้ให้เลือกสำหรับหลากอารมณ์ครับ
“จะกินไม่กิน เอาแต่หัวเราะอยู่นั่นแหละ”
“นายก็ป้อนด้วยปากสิคาเมะ”
“บ้าหรือ!
“อยู่กันสองคนนี่”
“บ้า...”
“จะทำไม่ทำ”
“ทำไมต้องบังคับด้วยเล่า”
ผมเลิกคิ้วสูง...
...
.....
นี่คือสิ่งที่ได้มาหลังจากแลกเอาภาพพจน์คนดีทิ้งไปครับ
ทุกคนว่ายังไง ผมควรแลกหรือไม่แลก
ส่วนตัวผม ผมว่ามันคุ้มดีนะ
............................................................................................................
หลังจากกินข้าวกันอิ่มหนำสำราญก็เป็นเวลาแห่งการหย่อนใจครับ สำหรับคาเมะเขาชอบดูละครหลังข่าว ส่วนผมก็มาเซิร์ฟอินเตอร์เนต
วันไหนที่คาเมะเขาต้องการคนดูเป็นเพื่อนเขาก็จะหาเรื่องผมครับ บอกว่าเอาแต่จ้องคอมพ์ทั้งวันระวังตาบอด
สำหรับวันไหนเขาอยากซึ้งคนเดียวเงียบๆ เขาก็จะไล่ผมไปเล่นคอมพ์ไกลๆ
แต่ถ้าวันไหน... เขาอยากเข้าเว็บโป๊ เขาก็จะตามมาดูด้วยกัน
รสนิยมของคาเมะค่อยข้างกว้างทีเดียวครับ เพราะเข้าทั้งเว็บชาย-หญิงและชาย-ชาย
ความน่ารักของเขาอยู่ตรงไหนรู้มั้ยครับ
“โหยอันนี้เล็กอ่ะ ของนายใหญ่กว่าอีก”
“เหย อันนี้ใหญ่น่ากลัวอ่ะ ของนายพอดีแล้ว”
จริงๆ นะครับ นี่แหละ คนเดียวกับที่ชอบทำเขินอายเวลาผมแซวเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
อะไรดลใจให้เขากล้าพูดผมก็ไม่รู้ครับ ผมเองก็ไม่อยากถามเหตุผล กลัวเขาเลิกพูด
สำหรับคืนนี้...คาเมะดูละครครับ
ส่วนผมก็ ดูละคร
ก็อย่างที่เขาบอกครับ จ้องคอมพ์มากๆ มันปวดตา ปวดไหล่ด้วยเพราะจับเม้าส์มาก เลยมานั่งดูละครเป็นเพื่อนเขาให้เขาช่วยนวดไหล่
ใช้ได้ทีเดียวครับ สงสัยคงเคยไปช่วยงานในส่วนสปาของโรงแรม เสียดายไม่มีอโรมาเทอราพี่ประกอบ
“จะเอาน้ำมันป่ะ”
“นายมีหรือ”
“มีสิ เต็มครัวเลย”
อื้ม...กวน
“ไม่เอาน้ำมัน เอาน้ำหล่อลื่น”
“หรือน้ำ...อย่างอื่นดีล่ะ”
ผมมันนิสัยเสียครับ อดไม่ได้ ใครกวนมาต้องกวนตอบ สำหรับคาเมะผมก็กวนให้มันเข้าเนื้อเขาหน่อยๆ
อ่า...
ทุกคนครับ มาช่วยกันจดวัน เวลา และสถานที่ให้ผมที แฟนผม นายคิมคาเมะ รู้จักการงอนแล้ว
งอนด้วยตัวเองแบบไม่ต้องมียังพีมายั่วให้หึงด้วย
น่ารักดี...ล่ะมั้งครับ
“เป็นอะไร”
คาเมะเดินเชิดหน้าไปอยู่อีกมุมโซฟาครับ ผมยังงงเล็กน้อยว่าเขางอนอะไร แต่คิดว่าไม่ผิดครับ มันต้องเป็นการงอนแน่ๆ
แต่ไหนๆ ก็งอนแล้ว เอาล่ะครับ ผมจะได้ใช้วิชาง้อสักที เก็บกักมานานไม่เคยใช้
“เป็นอะไร เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย”
เงียบ อื้ม ใช่ การงอนคือการไม่ยอมตอบคำถามของอีกฝ่ายดีๆ แต่ถึงเขาไม่บอกก็ต้องถาม จริงมั้ยครับ
“ไม่พอใจอะไร ไหนบอกซิ”
เมิน ถูกต้อง ต้องไม่ยอมมองหน้า ใช่เลยครับ ผมก็ต้องเดินอ้อมไปดักหน้าเขา แค่นั้นเอง
“บอกหน่อย งอนอะไร คาเมะ ถึงเวลางอนนายจะน่ารักดีแต่ฉันอยากได้ยินเสียงนายนะ พูดเถอะ”
ต้องชมไว้ก่อนครับ หลักของการต้องเริ่มต้นด้วยการทำให้อีกฝ่ายอารมณ์กระเตื้อง (เขินเหมือนกัน)
“น่านะคนดี”
(เขินอย่างแรง) แต่ถ้าง้อดีๆ ไม่ได้ต้องยั่วให้โกรธอีกรอบครับ
“ไม่พูดจริงหรือ ไม่พูดก็อย่าพูด ฉันใช้ปากนายทำอย่างอื่นก็ได้”
“นี่!! วันๆ ก็มีแต่เรื่องพวกนี้แหละนะ ชอบนักใช่มั้ยทำให้ฉันอายน่ะ”
เย่!
“ก็ทำไมล่ะ ไม่ชอบหรือ”
“ชอบมากเลยมั้ง”
อื้ม... เป็นการงอนแบบครบเครื่องครับ มีการพูดประชดด้วย แปลกหูดี
“ก็แหย่นายแล้วนายน่ารักนี่ ไม่รู้ตัวหรือ”
“ไม่ต้องพูดเลย...”
จุ๊ๆ เสียงเริ่มอ่อนแล้วครับ ขั้นต่อไปต้องรวบตัว
“นี่ ปล่อยเลยนะ”
รวบหัว...รวบหาง
“ทุเรศ ปล่อยนะเว้ย”
“ฮื่อ พูดไม่เพราะเลย”
“จะให้จ๊ะจ๋า คะขาหรือไงล่ะวะ”
“ลองดูสิ”
“บ้า”
“น่า... อยากได้ยิน”
“ไม่”
“น่า...”
“ฉันไม่ใช่ยังพีนะ”
“ไม่เห็นเกี่ยวเลย...”
เรือนร่างที่ผมคุ้นตาคุ้นใจทอดลงกับเตียงหลังจากที่โอบอุ้มกันมาถึงห้อง ทิ้งสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ไว้เบื้องหลัง
คาเมะส่งนัยน์ตาหวานเชื่อมให้ผม ส่วนผมก็พรมจูบไปทั่วไปหน้าเขาเป็นรางวัล
“เบาหน่อยนะ”
ถึงไม่จ๊ะจ๋าคะขา แค่คำกระซิบแผ่วเบานี้ฟังก็หวานหูพอแล้วสำหรับผม
ซอกคอขาวหอมกรุ่นคือเป้าหมายแรกที่จะซุกไซร้ให้เขาเนื้อตัวอ่อนมากกว่าที่เป็น ทำไปพร้อมๆ กับดึงหูรูดของกางเกงให้คลายออก ก่อนที่จะปล่อยเจ้าตัวถอดรั้งมันลงไปเองอย่างทุลักทุเล เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการ เขาก็ยกขามาผูกมัดตัวผมไว้
ความรักของผมและคาเมะอาจจะไม่เหมือนคู่อื่นๆ
แต่ผมก็มีความสุขกับมันทุกวันทุกเวลา และเชื่อว่าคาเมะก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
เราดูแลเอาใจกันในรูปแบบของเรา
ถึงคาเมะจะให้ผมเป็นซาตาน มองตัวเองเป็นลูกไก่
แต่ลูกไก่คาเมะก็รักซาตานอย่างผม
และผม ก็รักแม่บ้านคนเดียวคนนี้สุดใจเหมือนกัน
อุบอิบนะครับ
คำนี้ผมพูดบ่อยไม่ได้ มันผิดคอนเซปต์
แต่ไม่โกหกแน่นอน
..............................................................................................
ตอนพิเศษของพิเศษ
อื้ม... สุข... สุดยอด
คาเมะน่ารักที่สุด
ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนี้ยังไง ให้อภัยผมนะครับ บอกแล้วว่าผมไม่เชี่ยวชาญหรือการใช้คำ
ผมรู้แต่ว่าช่วงเวลาเหล่านี้ราวกับผมได้ไปท่องในดินแดนสวรรค์
ฮ่ะๆ
จริงๆ นะ
มีความสุขไปพร้อมๆ กับคนรักในอ้อมกอด
เขาอยู่กับผม รู้สึกร่วมกันกับผม
ชีวิตคนเราจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้
“จึงซุก”
“อึดอัดหรือ”
เสียงหอบเหนื่อยและหยาดเหงื่อของเขาเป็นสิ่งที่ตรึงใจผมมาก ลืมหายใจทุกทีที่เห็นและได้ยิน
“เปล่า... รัดแน่นกว่านี้ก็ได้นะ”
ผมลงจากที่นอนทับตัวเขา มาอยู่ข้างๆ แล้วกอดซ้อนหลังอย่างที่นอนอย่างนี้ทุกวัน
“เอ้อ จึงซุก”
“ว่าไง”
“นาย...... ฉันถามอะไรหน่อยสิ”
“ไม่ง่วงหรือ”
“ยัง”
คาเมะพลิกตัวหันหน้ากลับมาทางผม คงจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติถ้าไม่มีอะไรคาเมะจะให้ผมคุยกับหัวทุยของเขา
“นาย...ทำการบ้านบ่อยแบบนี้ยังพีเขารับไหวด้วยหรือ เห็น...ร่างกายอ่อนแออย่างนั้น”
“ไม่”
“อ้าว ถ้างั้น...บ่อยป่ะ แค่ไหนอ่ะ”
“ไม่”
“สัปดาห์ละกี่หน”
“ไม่ได้ทำ”
“หา” คาเมะตาโตได้ด้วยครับ ในความมืดผมเห็นตาขาวของเขาชัดมากเลย
“ไม่ได้ทำไง ไม่เคยทำเลย”
อ้าปากค้างด้วยทีนี้ น่ารักไปอีกแบบดีครับ
“อ้าว แล้ว แล้วทีฉันฉันอ่ะ อะไรกัน นายคบกับเขามาเป็นปีไม่เคยทำ แล้วนี่... วันแรก แค่วันแรก กับฉันนายทำตั้งแต่วันแรกเลยเนี่ยนะ!”
“ก็ยังพีเขาไม่ยอม ฉันก็เลยทำไม่ได้น่ะสิ”
“หมายความว่าไง”
“ไม่เห็นมีอะไรเข้าใจยากนี่คาเมะ”
สงสัยวันนี้ผมคงได้เห็นคาเมะงอนรอบที่สองแน่เลยครับ
“นี่” เริ่มชี้หน้าแล้ว คงไม่ใช่งอนแล้วล่ะครับ อันนี้ดูโกรธเลย “ทำไมนายไม่บอก”
“เรื่องอะไรฉันจะบอกล่ะ” บอกก็อดสิครับ
คาเมะตลกดี ผมอยากเปิดไฟจัง ตาเล็กๆ นั้นจะมีไฟลุกอยู่ดวงใหญ่แค่ไหนนะ
“นายคบฉันเพราะฉันยอมใช่มั้ย หา ใช่มั้ย นาย นายเห็นฉันง่ายใช่ป่ะ นาย... ไอ้จึงซุก นายมัน”
ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ”
“ก็จะให้คิดยังไงอ่ะ”
“หรือ... ที่แท้นาย คิดแบบนี้หรือ”
อ่า...
รู้สึกแย่นิดๆ เหมือนกันนะครับ
ก็คิดเหมือนกันว่าเขาจะพูดแบบนี้ แต่ ไม่รู้สิ ผมไม่คิดว่าเขาจะพูดจริงๆ
เหมือน... คือผมไม่รู้ว่าเขาไม่มั่นใจในตัวเองหรือเพราะผมทำให้เขาไม่มั่นใจ
“แล้วจริงๆ นายรักหรือเปล่า”
“รักสิ”
คงแปลกถ้าผมนอนร่วมเตียงกับเขา กอดเขา ทุกๆ วันถ้าไม่ได้รัก
หรือเขาไม่มองตรงจุดนี้กันนะ
“จริงหรือ”
อ้า คาเมะ... ฮะๆ คาเมะ โอเค ผมรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร
“อืม จริง”
ผมไม่ได้พูดคำนี้มาเป็นเดือนแล้วมั้งครับ นี่ผมผิดเองนี่นา
“ทำไมถึงรักล่ะ”
“ฉันชอบเต่า”
“ฮื่อ... เอาจริงๆ สิ”
“ฉันตอบนายไม่ได้หรอกน่า นอนเถอะ”
“ทำไมตอบไม่ได้เล่า อยากรูอ่ะ”
“ไม่เอา นอนๆ พรุ่งนี้ตื่นสายฉันจับนายลอกกระดองทอดแน่ๆ”
“ไม่เอา บอกก่อนเด้”
“ดื้อใช่มั้ย”
”อ๊า......”
............................................................
จบจริงๆ ล่ะตัวเอง
คุยกันค่า..
ช่วงนี้ได้ดูซีรี่ส์เกาหลีหลายเรื่องค่ะ เสียดายที่เพิ่งมาได้ดูในช่วงนี้ ไม่อย่างนั้นคงเขียนได้เหมือนกว่านี้แน่ๆ
อย่างน้อยคงแต่งให้เขาด่ากันได้มันส์กว่านี้ 55 ดูแล้วประทับใจวาจาถากถางอย่างตรงไปตรงมาชนิดตบเป็นตบต่อยเป็นต่อยของเขามาก แปลกใจว่าเขาด่ากันแร๊งแรงแต่เขาก็ยังคุยกันต่อได้ กลับมาคบกันใหม่ได้
ซึ่ง... ประเทศเราไม่เป็นแบบนั้น ของเราไม่ค่อยว่ากันตรงๆ ถนอมน้ำใจ แต่ข้างในเกลียดกันน๊านนานไม่ยอมเลิก 555
นอกจากนั้นดูเหมือนถึงเขาจะเถียงกันเอาเป็นเอาตาย แต่เขาก็ยอมรับความจริงกันได้ในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึงตัวเอง
เป็นข้อดีถ้ามองกันให้ลึกๆ นะคะ ไม่รู้สิ แจนว่าเขาดูจริงใจดีนะ ไม่ค่อยเจอการประชดประชัน (ยกเว้นถึงตอนที่พระเอกต้องงี่เง่า/ และมักจะเป็นพระเอกที่เป็นฝ่ายงี่เง่า) แล้วก็พูดกันต่อหน้าดี (ไม่เหมือนบ้านเราเนอะ)
กระทั่งบทรัก (โคตร) ตรงเลย บางทีออกจะเสี่ยวด้วย 55+
แบบว่า “หัวใจของผมเจ็บปวด” “หัวใจของผมเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บ”
อะไรแบบนั้น
ถ้ามองข้ามความรุนแรงหรือความเห็นแก่ตัวที่ชอบแสดงความต้องการของตัวเองออกมาโต้งๆ ก็ถือว่าพวกเขาแฟร์ดี
ใครคิดเหมือนกันป่ะคะ...
เสียดายที่ไม่ได้วางคาแรกเตอร์นายจินจึงซุกเอาไว้แบบนั้น 555 จริงๆ แจนทำใจไม่ได้ให้จินต้องมีเวิร์ดเสี่ยวๆ แบบนั้นมากกว่า แบบ มันไม่เท่อ่ะค่า ไม่เข้ากับหน้าจินอ่ะ คิดดูสิ ถ้าจินต้องบอกรักคาเมะแบบ
“นานเท่าไหร่แล้ว ที่ผมเฝ้ามองคุณ ผมได้แต่มอง...แต่ไม่เคยเอ่ยปาก จนถึงดูใบไม้ร่วงแล้ว ผมถึงได้รู้ว่า...ผมจะให้ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณร่วงหลุดไปเหมือนใบไม้ไม่ได้”
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด อย่าพูดเลยซะดีกว่า 555
เพราะงั้น ตอนนี้แต่งยากมากเลยค่ะ 555 ที่ออกมาช้าเพราะลบแล้วลบอีก
ส่วนหนึ่งเพราะติดสำนวนคาเมะด้วยค่ะ แต่งไปแล้ว เอ๊ะ จึงซุกทำไมดูเคะอย่างนี้ 555+
ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอนานนะคะ
ตอนนี้หนังสือที่ทำก็ใกล้จะเสร็จแล้ว (มีเวลาแต่งฟิกมากขึ้น) กำลังจะไปติดต่อโรงพิมพ์
ใครต้องการเพิ่ม (คงมี 55) หรือใครไม่ต้องการแล้ว สามารถไปแจ้งความจำนงได้ผ่านเมล์หรือที่เอนทรี่ “สำรวจความนิยม” ได้
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันนะคะ
ป.ล. หน้านี้ไม่เมนท์ไม่เป็นไร แต่ถ้าใครอ่านอันเพอร์เฟคแล้วไม่เมนท์จะงอนค่ะ!! (หุหุ)
Reply comments
อัตนัย – เกือบจะให้คาเมะออกนอนเส้นนอกวาอยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะ ต้องท่องว่า คิมคาเมะเป็นอย่างนั้น คิมคาเมะเป็นอย่างนี้ 55 สำหรับตอนนี้ที่แต่งมุมของจิน ก็ต้องระลึกว่า คาเมะควรจะพูดอะไรออกมา ในตอนนี้คาเมะควรจะคิดอะไร คือแต่งฝั่งจินมันเครียดค่ะ แต่พอถึงบทสนทนาจะชอบมาก คริคริ เพราะได้คิดไลน์ของคาเมะ 555+ สำหรับตอนที่แล้วอัตนัยบอกว่าจินร้าย แล้วคราวนี้ยังร้ายอยู่ป่ะคะ หุหุ
Pum – เห็นว่าเอาคอมพ์ไปซ่อม มันโอเคหรือเปล่าคะ เป็นอะไรมั้ย – อ้า สำหรับตอนพิเศษนี้ยังพีมาเป็นชื่อนะคะ แต่ว่าก็มีบทบาทสำคัญมากเลย 55 เพราะเป็นคนมีน้ำใจคอยประคองความรักของคนที่นับถือเป็นพี่ชายอยู่ตลอด ส่วนที่ว่ามินยูเขาบ่น นะ ก็ให้เขาบ่นไปเถอะค่ะ แต่เขารู้นี่นาว่าเขาได้สิ่งมีค่าไป จริงป่ะคะ
Anne – ขอบคุณที่ชอบและตามอ่านจนจบเรื่องนะค้า... ตอนแต่งคาเมะแจนก็มีความสุขมากเลยค่ะ เพราะเขาตลกอย่างที่ anne บอก 55 แต่ดูเหมือนสองคนนี้เป็นทาสกันและกันนะคะ อ่านแล้วจะเปลี่ยนใจเลิกสงสารคาเมะหรือเปล่าเอ่ย
Tita – แต่งตอนของจินซุกให้อ่านกันแล้วนะค้า... พอใช้ได้มั้ยเอ่ย แบบว่าแต่งยากมากกกกก คืออยากแต่งเรท แต่แต่งไม่ได้ เลยมีมาเท่าเนี้ยอ่ะค่ะ 55+ คือถ้าให้จินบรรยายฉากเรทบล็อกต้องถูกปิดแน่ๆ เลยค่ะ 555+
wi ka – ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังจะค้างคาใจอยู่มั้ยนะคะ เรื่องการไม่แสดงออกของจึงซุกคงเป็นปัญหาเรื้อรังค่ะ คาเมะคงต้องคิดแผนเค้นความในเอาบ้าง หุหุ อ่า แต่ไม่ได้เขียนเรื่องที่คาเมะจะเอาคืนจึงซุกยังไงนะคะ เพราะ...คิดไม่ออก 55+ เลยลองแต่งภาคจินดู หวังว่าคงพอแทนกันได้นะคะ
wi ka (2) – มาต่อแล้วนะคะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจกับคาเมะร้อนๆ 55+ ส่วนตอนของจินไม่รู้ว่าจะหวานพอรึยังน้อ...
__mao*,,- หื่นสุดได้เท่าเนี้ย ไม่พอใจก็ไม่ง้อนะยะ ส่วนเรื่องมะพีเม่า เม่าลองแต่งเอาสิ เดี๋ยวเจ๊จะฝืนใจอ่านและคอมเมนท์ให้ ลงดูนะ เจ๊จะคอย
,, ToonkO ,, (Akame_TJ) - ขอบคุณที่ชอบนะคะ จริงแล้วจินไม่ใช่คนชอบใช้ความรุนแรงน้า...เพราะรักถึงต้องรุนแรงต่างหาก อิอิ หรือเปล่าหว่า
Oh No(akajinkame) – ตอนนี้ไอ้อ้วนก็ยังปากแข็งค่ะ 55+ แต่ก็เอาใจคาเมะสุดชีวิตแล้วนะคะ ส่วนยังพีแจนว่าเขาคงละเหี่ยใจกับคู่นี้มากกว่าค่ะ แต่ก็เป็นคนดี ยังคอยช่วยอยู่เรื่อยๆ 55+ แบบไม่ห่วงโรคภัยไข้เจ็บตัวเอง
Oh No(akajinkame) (2) – เรื่องคร่อมกะละมังซักผ้า...คือได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวเองตอนล้างจาน เหอๆๆ อย่าเพิ่งอ้วกค่ะ ก้พอคิดแทนตัวเองด้วยคาเมะ ภาพมันออกมาสวยงามค่ะ เลยเป็นอะไรที่เหมาะเจาะเซ็กซี่ 55
k.k. – เมะต้องรั่ว เพราะเมะรั่วแล้วน่ารัก 55 ถ้าจินรั่วแล้วจะน่าถีบทันที ตอนพิเศษแต่งมาให้แล้วนะจ๊ะ เป็นของขวัญวันปิดภาคเรียน (เสียที55)
nawa_akanish – ขอบคุณที่เมนท์ให้กำลังใจมานะค้า *ยิ้มแก้มแตกเหมือนกัน* ถ้าอ่านในเวลางานแล้วกลัวเจ้านายดุ แจนก็มาโพสวันหยุดแล้วน้า ขอให้ฟิกแจนช่วยทำให้มีรอยยิ้มเหมือนเดิมนะคะ
Aoyuk – เรื่องซาลามไม่ได้แต่งต่อแล้วนะคะ แล้วจะแต่งเรื่องใหม่ๆ ให้อ่านเป็นการทดแทนแล้วกันค่ะ และหวังว่าฟิกเกาหลี (และความป่วยของคาเมะ) จะช่วยทำให้อารมณ์ดีนะคะ
shin_ai – เรื่องไฟก็ไม่รู้ว่าใครไวกว่ากันค่ะ 55 แต่เรื่องจินขี้เก็กนี่จริงมากๆ ฮิ้ววว ขอบคุณที่ตามอ่านมาตลอดนะคะ
shin_ai – คู่นี้เขาชอบ “ยั่ว” กันค่ะ 55+ มาต่อแล้วนะคะ
Daow – จริงๆ แจนว่าทั้งจินและคาเมะก็เป็นคนแปลก คือมีระบบความคิดที่แปลกเหมือนกันค่ะ 55 เพราะงั้นต้องคิดหาเหตุผลน่าดูเลยว่าทำไมบางทีเขาถึงนิ่ง บางทีเขาควรไม่นิ่ง (รวบตัวหัวและหาง คริคริ) - ขอบคุณพี่ดาวมากนะคะที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกครั้งที่เห็นคอมเมนท์ก็รู้สึกอุ่นใจมากเลยค่ะ
Kiseki – คาเมะต๊องทั้งเรื่องต่างหากค่ะ 55 ไม่เว้นแม้แต่ตอนพิเศษ เรื่องเป็นมาโซเป็นอันว่าคอนเฟิร์มนะคะ ส่วนจิน มือช้าใจช้ากว่านี้ไม่ได้ค่ะ เพราะลูกไก่วิ่งเร็ว!!
Ann – ดีใจที่ทำให้คุณแอนรู้สึกสนุกกับฟิกนะคะ ขอบคุณที่ตามอ่านฟิกไม่มีพอยท์เรื่องนี้มาจนตอนนี้ค่ะ
Viva – อันบบยืนยันว่าไม่ต่อค่ะพี่ ต่อไม่ได้ อ๊ายยยย ฟิกนี้ไม่ใช่ฟิกเรทนะคะ 55+ เอาแบบมีม่านบังเฟดไปที่โคมและช่อดอกไม้ค่ะ แวบ... (แล้วคุยต่อในเอมนะคะ)
Renika – พี่เปลี่ยนโทนเรื่องแล้วแก้ไขส่วนเดิมนิดหน่อยนะ ไม่รู้ยังเป็นนาบาปอยู่มั้ย แต่วันนี้ที่แต่งฟิลแตกต่างจากทุกวันมากเลยว่ะ ใจเย็นลง จินก็ออกมาในแบบที่พี่พอใจ ไม่รู้แหละ ใครหมั่นไส้จินก็ช่าง พี่รัก 555+ ชิชิ
`Rii` KON! KON! – คาเมะมีความต้องการที่หลากหลายค่ะ ถ้าไม่ใช่จินจะทำให้ไม่ถูกนะคะเนี่ย 55+ อ้าๆๆ แต่คาเมะไม่รุกแน่นอนค่ะ เพราะคิมคาเมะ “เกิดมาเพื่อเป็นเคะ” 55+ ไม่ช่ายยย เป็นที่รองรับของจึงซุกเขาน่ะค่า.. (ต่างกันตรงไหน)
`Rii` KON! KON! (2) – ผิดหวังหรือเปล่าเอ่ย 55+ คาเมะจากในมุมของจินถึงประหลาดแต่ก็น่ารักดีออกนะแจนว่า 55+ ใช่มั้ยล่ะค้า เนอะ
lune to mishiko~ - ฟ้าเมนท์ยาวจัง พี่ตอบสั้นไม่โกรธกันนะ – จึงซุกต้องขอบคุณทั้งมินยูและยังพีค่ะ ไม่งั้นคงไม่ลงเอยกับคาเมะง่ายๆ เรื่องจินทำเป็นเปลี่ยนท่าที เอาเป็นว่าพี่ตอบแทนแล้วกันว่าจินมันเขินคนนอก 55+ คนขี้เก็กก็งี้แหละหนู หรืออาจจะอยากแกล้งคาเมะก็เป็นได้นะ แต่เรื่องความเจ้าเล่ห์พี่ไม่ปฏิเสธ ไม่งั้นคิดตามคาเมะไม่ทันสิจ๊ะ ของแบบนี้คนทันกันถึงจะสนุก หุหุ
นุช – ขอบคุณที่ตามอ่านตามลุ้นเอาใจช่วยคิมคาเมะมาตลอดนะคะ ตอนพิเศานี้ไม่รู้จะเปลี่ยนใจจากที่สงสารคาเมะมาเห็นใจจินบ้างหรอืเปล่า 55+
... – ชื่ออะไรคะเนี่ย 55+ อ้า ขอบคุณที่บอกว่าเรื่องนี้น่ารักนะคะ ยกประโยชน์ให้คาเมะหมดเลยค่ะ
BeLLe – มีตอนพิเศษแล้วนะจ๊ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องหวาน เขาหวาน แต่เขาไม่เล่าให้เราฟังเท่านั้นเอง คนนึงเป็นพวกมองอะไรแปลกๆ ส่วนอีกคนก็ไม่ใช่คนชอบเล่าไง 55 ส่วนเรื่องฉาก แหม มันยัดเข้าไปยากนะ คิดดูสิต้องเป็นการเล่าผ่านคาแรกเตอร์แบบจินกะคาเมะอ่ะ สุดความสามารถแล้วจ้ะ
AKAME(mildy) – พี่ทรายยยยยยยยยยยยยย คิดถึงพี่ พี่จะได้อ่านฟิกแจนม้ายยยย งานหนักก็ขอให้ได้เงินเยอะนะพี่ เรียนจบเมื่อไหร่ขอให้อัพเกรดเงินเดือน เพี้ยงๆๆๆๆ พี่ทรายเจริญๆ แล้วแจนจะแต่งฟิกแหวกแนวๆ มาเซ่นพี่อีกนะ อ้า สำหรับตอนพิเศษนี้ จินมันยังลึกลับอยู่มั้ยพี่ พอจะเคลียร์มันมั้ยคะ
Maychan – ตอนนี้สอบเสร็จหมดแล้วใช่มั้ย... ตอนพิเศษนี้ไม่ค่อยหวานนะ โอเคหรือเปล่า เรื่องไอ้เรื่องบีบหัวใจเนี่ย พี่ต้องกลัวหรอก นิดๆ หน่อยๆ 55 พี่ภูมิใจเสนอมาก อย่าลืมไปอ่านล่ะ หุหุ
Natiana – รักษาสุขภาพเหมือนกันนะคะ ตอนนี้เข้าหน้าหนาวแล้วสิ อากาศแปรปรวนได้อีก บ้านแจนมีคนเป็นไข้หนึ่งเป็นหวัดหนึ่ง น่ากลัวมากๆ เรื่องของจินจึงซุกและคิมคาเมะ จากนี้คงต้องจิ้นเอาเองแล้วนะค้า เขียนเป็นตอนสุดท้ายท้ายสุดแล้ว ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ
takari555 – ตอนเขียนแผ่นหลังคิดได้เพราะเล่นกับเพื่อนบ่อยค่ะ 55 แล้วเรื่องอื่นเขาเขียนกันที่มือ ไม่อุ่นค่ะ ต้องกอดไปเขียนไปแบบนี้ !! ส่วนเรื่องที่จึงซุกเอาใจยังพีมากกว่า จริงๆ มันเป็นเรื่องของ action – reaction เท่านั้งเองค่ะ ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ
dianaeye – ก็คาเมะน่าจูบนี่ค้า (หรือว่าไม่จริง) ถึงจะรั่วๆ แต่ก็น่ารักเนาะ แต่งตอนนี้ก็อิจฉ๊าอิจฉาจินมากๆ เลยค่ะ คืออยากเป็นผุ้ชายแล้วได้คนปรนนิบัตรแบบนี้บ้าง แถม...เหอๆๆ เป็นคาเมะ 555+
Ichiban – มาต่อให้แล้วนะจ๊ะ ส่วนอันบนไม่ต่อ คิดเอ๊ง >< แฮปปี้พอแล้วเนอะ 555

)
)
แวะเข้ามา ไม่นึกว่าจะเจอคาเมะเวอร์ชั่น 'ร้อน'
เล่นเอาตกใจไปแวบนึง
แต่แหม special ของจริงนี่ก็หวานใช่ย่อย ถึงจะหวานปะแล่มๆ ไม่ถึงกับหวานเลี่ยนก็เถอะ พอมองจากมุมของจินจึงซุก(ซึ่งคงคิดว่าตัวเองเป็นพระเอก ทำอะไรก็ไม่ผิด) แล้วคาเมะก็ดูตลกแปลกๆดี แต่ถึงยังไง คิมคาเมะก็น่ารักจนอดใจไม่ไหวอยู่ดีใช่ม๊า
แล้วจะมาแอบดูอีกทีนะคะ
#1 By wi ka (203.144.232.98) on 2007-10-16 15:28