[Un] Perfect Continuous - Part 4

posted on 03 Nov 2007 01:22 by asuka-jan  in Co-Project

Title: [Un] Perfect Continuous
Part: 04
Character: Jin x Kame and Friends
Genre: Drama
Author: Renika
Editor: Asuka
Rate: General
Warning: ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ

 

 

 

4#image

 

 

 

 

คุณเคยเกลียดใครสักคนทั้งๆที่เจอหน้ากันแค่ครั้งแรกบ้างไหม?

...หากคุณเคยแล้วล่ะก็...

...คงจะเข้าใจผมได้ไม่ยากเลย...

 

 

 

ปึกกระดาษไม่หนามากถูกปางลงกับโต๊ะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้คนที่อยู่ในห้องด้วยกันต้องเงยหน้าขึ้นมามองอย่างประหลาดใจ

 

เป็นอะไร?” ยูอิจิกล่าวกับคนที่เพิ่งโดนเรียกตัวไปพบประธานบริษัทพร้อมเก็บบทละครในมือ เพราะรู้ดีว่าลองมาอย่างนี้เรื่องคงอีกยาว คุณจอห์นนี่ว่าอะไรนายหรือ?”

เรียกไปด่ายังดีกว่านี้เลย คาซึยะจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องซ้อมค่อนข้างแรง ใบหน้ามีเสน่ห์บิดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์

บังคับอะไรอีกหรือไง?”

อ่านดูสิ ร่างบางพยักพเยิดไปที่ปึกเอกสารอย่างนึกรังเกียจ

 

ยูอิจิหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่

 

เล่นละครกับยามะพี?”

 

คาซึยะส่งเสียงอืออาตอบรับแบบไม่เต็มใจนัก

พี่ใหญ่ของวงโคลงหัวไปมา ก่อนจะก้มลงอ่านรายละเอียดอย่างคร่าวๆ และเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

 

เขาคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเรื่องนี้มีจุดประสงค์อะไร

คราวนี้คาซึยะไม่รอให้ยูอิจิเอ่ยถามแต่กลับเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องเอง

คิดว่าKAT-TUNดังด้วยตัวเองไม่ได้หรือไงวะ!”

ใจเย็นน่า

 

โวยวายอะไรกัน?”

 

สวัสดีครับสึบาสะซัง...ทำไมวันนี้ถึงแวะมา?” ยูอิจิหันไปทักทายผู้มาเยือนก่อนเมื่อเห็นท่าทางว่าเพื่อนอีกคนจะไม่อยู่ในสภาพที่จะรับแขกได้

เดินเล่น~” สึบาสะยักไหล่เอียงคอลอยหน้าลอยตา เฮ้...อย่าทำหน้างั้นสิ พอดีฉันผ่านมาแล้วได้ยินเสียงโวยวายเลยนึกว่าอาจจะทะเลาะกันเลยแวะมาดู

อ๋อครับ...พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันแต่กำลังซ้อมบทละครอยู่ครับ ยูอิจิคว้าบทละครขึ้นมาชูเป็นหลักฐานยืนยันคำโกหกสดๆ

งั้นหรือ?...คินดะอิจิ ฮาจิเมะ มีบทต้องโวยวายด้วยหรือ?”

แล้ววันนี้ทักกี้ซังไม่ได้มาด้วยกันหรือครับ?” สึบาสะที่จับสัญญาณการเบี่ยงประเด็นนี้ได้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ

ที่ฉันโผล่มาได้ยินพวกนายซ้อมกันเพราะทักกี้มันมีธุระมาแถวนี้น่ะ

 

สึบาสะ...

ไม่ทันขาดคำใบหน้าหล่อเหลาก็ปรากฏขึ้นตรงประตูห้อง

เออ...งั้นฉันไปล่ะ สึบาสะเอ่ยลาสั้นๆพร้อมกับเดินออกไปหาคนสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกว่าไง

ก็ไม่ทำไมนี่ครับ

พอๆ ไปซ้อมได้แล้วน่า ทักกี้มองหน้าคนนี้ทีคนนั้นทีก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาเสียเลย

เฮ้ยรอด้วยสิวะ สึบาสะจึงรีบสาวเท้าตามไปก่อนจะถูกทิ้ง โดยไม่คิดจะเอ่ยลาคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแต่อย่างใด

 

นายอย่าคิดมากสิเสียงอ่อนๆ ของยูอิจิที่พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบไปไฟกองโตดังลอดออกมาจากห้องซ้อมเบาๆ คิดเสียว่ามันเป็นโอกาส รับไว้มันจะเสียหายอะไรเล่า

นี่นายไม่เข้าใจหรือยังไง?!”

 

จินยืนพิงกำแพงข้างๆประตูห้องอย่างเงียบเชียบ ทุกคำพูดที่คุยกันในห้องนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจนและครบความ

เขาไม่เห็นด้วยกับคำว่าโอกาสของยูอิจิแม้แต่น้อย สิ่งที่ตาจอห์นนี่ทำ ทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์ ที่คาซึยะโกรธขนาดนั้นมันก็ไม่แปลก KAT-TUN ไม่ใช่วงที่จำเป็นต้องให้คนอื่นดัน พวกเขาไม่ใช่เด็กใหม่ และมีศักดิ์ศรีพอที่จะก้าวถึงจุดนั้นด้วยความสามารถของตนเอง

 

พวกเราไม่ใช่เด็กใหม่อย่าง NewS นะถึงต้องเอาหมอนั่นมาดัน!” น้ำเสียงที่เริ่มกราดเกรี้ยวของคาซึยะบ่งบอกอารมณ์ที่พุ่งสูงได้อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเรามีศักดิ์ศรี! และสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ด้วยความสามารถของตัวเอง

 

จินกระตุกรอยยิ้มบางๆ...รู้สึกแปลกใจนิดๆ

แม้ปกติเขาจะเคยชินกับการเดาใจน้องเล็กในวงได้จนแทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ยังแปลกใจทุกๆ ครั้ง เพราะคาเมะ...เปลี่ยนไปเสมอ ไม่น่าเชื่อเลยว่าถึงตอนนี้เขายังมีมุมมองเดียวกันในหลายๆ เรื่อง

แต่ก็เอาเถอะ...

 

 

 

ยามาชิตะ คาซึยะค่อยเปิดประตูห้องซ้อมของนิวส์หลังจากเคาะประตูไปสองสามที ว่างไหม ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย

สำคัญหรือเปล่าคาเมนาชิ โทโมฮิสะหันไปถามเสียงเครียดแม้จะมีแววประหลาดใจกับการมาเยือนเจืออยู่บ้างก็ตาม บรรยากาศในห้องซ้อมตึงเครียดจนยากจะหายใจได้สะดวก แต่เมื่อเห็นนิตยสารที่ประโคมข่าวเรื่องหนึ่งในสมาชิกวงคาซึยะก็เข้าใจ

ไว้ทีหลังก็ได้ถ้านายไม่สะดวก

ไม่ต้อง...ฉันสะดวก ร่างผอมโปร่งลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เรียวจัง ช่วยตามตัวฮิโรกิให้ทีนะ เดี๋ยวฉันมา

 

โทโมฮิสะเดินตามคาซึยะออกมาไกลจากระยะที่จะมีคนได้ยิน ร่างบอบบางหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่ตนตามออกมา

 

เรื่องละครในครั้งนี้...หวังว่านายจะไม่เอาเรื่องที่ไม่ชอบหน้าฉันเข้ามาปนนะ โทโมฮิสะขมวดคิ้วในทันที

ขอโทษนะ...แต่ฉันไม่เคยเอาเรื่องงานมาปนกับงานอยู่แล้ว

อืม...จริงๆฉันก็คิดว่านายก็คงไม่ทำตัวมีปัญหาหรอก คาซึยะเพิ่งรู้ว่าตนคิดผิด...เขาอาจจะสติแตกเกินไป...จนลืมตัวมาเจรจาในสิ่งที่ไม่จำเป็นกับอีกคน...คนอย่างโทโมฮิสะ ฉันขอตัวล่ะ

 

โทโมฮิสะนิ่งงันไปกับคำพูดนั้น แผ่นหลังของคนที่ทิ้งท้ายเอาไว้หายเข้าไปในประตูห้องเปลี่ยนเสื้อ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเข้าหากัน เขาสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระชากประตูห้องให้เปิดออก

 

คาเมนาชิ!”

เสียงที่ถูกกดต่ำตามกระแสอารมณ์ที่ไม่คงที่นั้นไม่ดังนัก แต่เจ้าของคำพูดก็รอบคอบพอที่จะแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วจัดการปิดประตูป้องกันวาจาอันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อภาพพจน์ของตน

ไอ้คำพูดกระทบกระเทียบของนายน่ะเก็บไว้ใช้กับตัวเองจะดีกว่านะ

 

คาซึยะบังคับตัวเองให้ทำได้เพียงเลิกคิ้วตอบอีกฝ่าย เพราะความงุนงงผสมกับอาการตั้งตัวไม่ติด แต่นั่นอาจจะยิ่งกระตุ้นอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

ไอ้คนที่ทำตัวมีปัญหามาตลอดมันคือนายไม่ใช่หรือไง!”

 

เหมือนจะให้ความกระจ่าง...คาซึยะมุ่นหัวคิ้วเข้าด้วยกัน ตาเรียวสวยกวาดมองเพื่อค้นหาอะไรในใบหน้าหวานที่เรียบตึง และสายตาไม่พอใจของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาไม่ชอบใจได้เหมือนกัน

 

อยากจะคิดอะไรตามใจตัวเองก็เชิญ คาซึยะโพล่งอย่างเหลืออด

 

อุณหภูมิที่สูงจัดขัดกับบรรยากาศเหงาๆของฤดูใบไม้ร่วงนั้นบ่งบอกขีดอารมณ์ที่ทั้งคู่เพียรอดกลั้นกันมานาน

 

โทโมฮิสะไม่เคยนึกชื่นชอบคาซึยะ พอๆกับที่คาซึยะก็ไม่เคยถูกชะตากับโทโมฮิสะ

อคติง่ายๆ ที่ต่างคนต่างสร้างขึ้นมาบีบให้ทั้งสองไม่ปะทะกันโดยตรง หากมักจะเลี่ยงกันและกันเสมอ พร้อมๆ กับที่มองอีกฝ่ายไว้ในแง่ลบ รวมถึงใจที่มักจะเปิดรับแต่เรื่องที่สนับสนุนความคิดตัวเองเท่านั้น

ทั้งคู่อาจจะไม่รู้ตัว เพราะมันเกิดจากจิตใต้สำนึกที่อยู่นอกเหนือความผิดชอบชั่วดี

 

โทโมฮิสะกับคาซึยะ...อาจจะเหมือนกันเกินไป...ในขณะที่ก็แตกต่างกันเกินไป

จึงกลายเป็นความแบ่งแยกที่เด่นชัด

 

สงครามอันร้อนระอุจบลงด้วยการถอนหายใจอย่างตัดรำคาญของโทโมฮิสะ

 

ก็เพราะทำแบบนี้...คนอื่นถึงไม่ชอบหน้า เสียงกระด้างไม่ได้ช่วยให้รูปความดูดีขึ้น

ขอบใจที่ช่วยตักเตือน...แต่คนที่คอยแต่จะไม่ชอบหน้าฉันมันก็มีแต่นายไม่ใช่หรือ คำกล่าวไร้อารมณ์นั้นบ่งบอกอะไรหลายอย่างในรูปความ

คาซึยะต้องการบอกให้โทโมฮิสะรู้...ว่าตัวเขาไม่แคร์สักนิด...

ฉันต้องไปซ้อมแล้ว และนายต้องกลับไปประชุมวง

 

โทโมฮิสะกระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก...ก่อนจะเดินออกไป

 

 

 

คาเมนาชิทำอะไรให้นายยิ้มออกหรือไง...ยามะพี?”

น้ำเสียงเครียดขึงของเรียวฟาดมาทันทีที่เขากลับไปที่ห้องซ้อม...เรียวกำลังไม่สบายใจเรื่องของฮิโรกิ...

ใจเย็นก่อนนะ ทุกคนนั่นแหละ...ฮิโรกิอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับสายก็ได้ เขาปรับสีหน้าอย่างแนบเนียนก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนสนิทอย่างนิชิกิโด เรียว ฮิโรกิเพิ่งก้าวพลาด ให้เวลาเขาหน่อยเถอะ

ฉันรู้...ฉันรู้...แต่หมอนั่นไม่ยอมรับสายฉันได้ยังไง มีอะไรทำไมไม่ยอมคุยกัน หมอนี่ก็เป็นอย่างนี้ทุกที เรียวรักฮิโรกิเหมือนเพื่อนสนิท เหมือนน้องชาย โทโมฮิสะเข้าใจก่อนจะตบบ่าเพื่อนอย่างให้กำลังใจ

ฉันว่าตอนนี้ทางคันจานิคงรู้เรื่องหมดแล้ว ปรึกษารุ่นพี่ดีไหมเรียวจัง?” เรียวพยายามยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน โทโมฮิสะรู้ว่าเรียวต้องการจะขอบคุณ

ก็จริงนะ...เรียวนายลองปรึกษาพวกรุ่นพี่ก่อนดีกว่า พวกเราจะมานั่งเค้นทางออกกันเองแบบนี้คงไม่ไหวหรอกเคย์อิจิโร่ เอ่ยลอยๆ โดยมีชิเงอากิพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้แม้แต่ตัวเขายังนึกเรื่องคลายเครียดไม่ออกด้วยซ้ำ เหลือบมองคนไฮเปอร์แอคทีฟอย่างฮิโรโนริก็ต้องพบว่านึกเรื่องคลายเครียดไม่ ออกไม่แพ้กัน บรรยากาศหนักๆ แบบนี้คงทำให้ทุกคนแย่แน่ๆ...

 

ทุกคนอย่ากังวลเลยนะ...

โทโมฮิสะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม พร้อมกับยิ้มปลอบทุกๆคน

 

“NewS ไม่มีวันแตก...ตราบใดที่ฉันเป็นหัวหน้าวง...

 

สีหน้าของคนในวงดูผ่อนคลายขึ้นตามความคาดหมาย ลูกวงทุกคนทั้ง ยูยะ ทาคาฮิสะ ฮิโรโนริ ชิเงอากิ เคย์อิจิโร่ หรือแม้กระทั่งเรียวที่มองเขาอย่างเชื่อมั่น ความมั่นคงในใจจิตที่สั่นคลอนเริ่มหวนคืนมาด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว

 

...แต่...

โทโมฮิสะกำลังยิ้ม...ทั้งๆที่ในใจหวาดหวั่น

ดวงตาของเขามีแต่ประกายกล้าที่ทำให้ทุกคนเชื่อมั่น...ถึงแม้ตัวเขาเองจะไม่วางใจเลยก็ตาม

บทบาทของยามาชิตะ โทโมฮิสะถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้

เขาไม่ได้เล่นละครหลอกใคร

แต่เขาจะทำให้ทุกคน เชื่อ ในตัวตนของเขา

 

++++++

 

 

ขอโทษที่มาสายครับ

คำพูดคุ้นหูนั้นทำให้คาซึยะต้องเบือนหน้าหนี...ไม่ใช่จากคนพูด...แต่จากรอยยิ้มเอ็นดูของคนในกองถ่าย

 

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ โค้งตัวขอโทษขอโพยเสียมากมายอย่างนี้ทุกๆวัน ตามจริงแล้วโทโมฮิสะก็ไม่ได้มาสาย เพียงแต่เจ้าตัวมาถึงเป็นคนสุดท้ายเท่านั้นเอง

 

ไม่เป็นไรหรอกยามาชิตะคุง นี่ยังไม่สายเสียหน่อย ไปเตรียมตัวเถอะ

ครับ

 

ในสายตาของคนในกองถ่าย โทโมฮิสะเป็นเด็กหนุ่มที่มีกิริยามารยาทอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ และเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ

โทโมฮิสะเริงร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ...จนทุกคนในกองถ่ายเชื่อตามนั้น

 

คาซึยะไม่อยากจะเชื่อว่าโทโมฮิสะทำให้คนจำนวนมากเห็นตรงตามนั้นได้

ความจริงหากเขาไม่รู้จักโทโมฮิสะในมุมอื่นมาก่อนก็อาจจะเชื่อตามไปด้วยอีกคน

 

คาเมะ

ไงยามาชิตะ คำทักทายจืดชืดนั้นทำให้คนทักนิ่วหน้าเล็กน้อย

แลกเบอร์กันคำพูดแบบไร้ที่มาที่ไปทำให้คาซึยะต้องเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย

แลกเบอร์กันน่า... เมื่อโทโมฮิสะร้องอีกรอบคาซึยะก็ดึงเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวให้โดยไม่พูดอะไร

 

โทโมฮิสะสามารถในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงหลายอย่าง...

 

ทั้งทำตัวเป็นจุดศูนย์รวมของความเชื่อมั่น

ทั้งสร้างตัวตนที่ไม่ใช่ตนเองขึ้นมาอย่างแนบเนียน

ทั้งหว่านล้อมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ

 

คาซึยะไม่เคยเข้าใจว่า...ทำไม...ทำไมจึงไม่มีใครว่าโทโมฮิสะ

หากใครจะกล่าวหาว่าเขาเล่นละครตบตา...คนคนนี้ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?

 

เพราะอะไร...ทั้งๆ ที่ไม่แตกต่าง...แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม

...ทำไมถึงไม่เคยมีใครเกลียดโทโมฮิสะ...

 

 

 

โทโมฮิสะยิ้มพลางชวนคาซึยะคุยเรื่อยเปื่อยราวกับเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาแรมปี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกเอียนแค่ไหน...ก็เล่นแสดงออกถึงขนาดนี้...

 

หรือเพราะคาซึยะเลือกจะแสดงตนเป็นผู้ใหญ่อายุ 19 ที่มีความจริงจังในการทำงานและมีความรับผิดชอบสูง

ในขณะที่อีกคนเลือกจะเป็นเด็กหนุ่มวัย 20 ที่รักและชื่นชอบการแสดง

 

ความแตกต่างมันอาจจะอยู่ที่ตรงนี้?...

 

ภาพพจน์ที่คาซึยะเลือกที่จะปกป้องตัวตนเอาไว้บนจุดยืนที่มีแต่ความมั่นใจ

โทโมฮิสะกลับเปลี่ยนมันเป็นความกันเองอย่างเป็นธรรมชาติ

 

แล้วอย่างไหนล่ะที่จะทำให้แฟนๆ ชอบ...

 

คนที่เสมือนว่าอยู่อีกโลกหนึ่ง

หรือคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

 

โทโมฮิสะทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนช่องว่างระหว่างตัวเองกับเขาแคบลง กลายเป็นคนที่เอื้อมถึงแม้จริงๆ แล้วจะเอื้อมไม่ถึง

นี่คือ เสน่ห์ ของยามาชิตะ โทโมฮิสะ

 

และตอนนี้เขากำลัง แสดง ให้อีกฝ่ายเห็น

 

โทโมฮิสะรู้ทันเกม ว่าการแข่งครั้งนี้ตนไม่ใช่ ผู้ลงแข่งขัน แต่ตนเป็นเพียงโชว์คั่นระหว่างพักเท่านั้น

ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องพยายามทำอะไร

 

 

 

วันนี้ปิดกล้องแล้วไปเลี้ยงกัน!”

 

เสียงเฮฮาจากกลุ่มทีมงานที่เสมือนยกภูเขาออกจากอกได้ทำให้คาซึยะยกยิ้มไปตามบรรยากาศ

 

คาเมนาชิคุง ยามาชิตะคุง วันนี้จะไปไหม? ขอผู้จัดการได้หรือเปล่า?” ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาชวน พร้อมกับชวนเลยไปถึงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วย

ได้อยู่แล้วล่ะครับวันปิดกล้องทั้งที...ใช่ไหมคาเมะ โทโมฮิสะตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างก่อนจะหันมาหาคาซึยะ

อืม ได้ครับ เขาตอบไปส่งๆ ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าผู้จัดการร่างเล็กจะว่าอย่างไรบ้าง

 

เสียงริงโทนคุ้นหูดังขึ้นทำให้คาซึยะหันควานหาต้นกำเนิดเสียงในกระเป๋าตัวเอง

 

วันนี้ปิดกล้องใช่ไหม?” ก่อนที่เขาจะได้พูดทักอีกฝ่ายก็สวนขึ้นในทันที

ใช่...มีอะไรหรือเปล่า?”

ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าไม่มีเลี้ยงว่าจะชวนไปกินข้าวด้วยกันหน่อย พักนี้ทุกคนเขาไม่เห็นหน้านายกันเลย มากินข้าวด้วยกันหน่อยสิน้ำเสียงร่าเริงนั้นทำให้คาซึยะรู้สึกผ่อนคลาย

ตอนนี้นายอยู่ที่บริษัทเหรอนากามารุ

ใช่...ว่างงานมากจนเบื่อแล้วเนี่ย คำพูดนั้นกลั้วด้วยเสียงหัวเราะจางๆ

ก็ตอนนี้ทุกคนไม่มีงานข้างนอกนี่...เอ้อ...แต่วันนี้เขามีเลี้ยง เรื่องกินข้าวไว้โอกาสหน้าแล้วกันคาซึยะโต้ตอบกับยูอิจิอีกสองสามคำก็วางสาย

 

ช่วงนี้คนอื่นๆ ใน KAT-TUN ดูสบายๆ ดีจังเลยนะคาซึยะมองหน้าคนที่นั่งเท้าคางฟังเขาคุยโทรศัพท์อย่างถือวิสาสะเพื่อหาความหมายอื่นในแววตาและสีหน้า

แต่เมื่อไม่พบเจออะไรนอกจากสิ่งที่หมายความตามที่พูดจริงๆจึงตอบไปโดยไม่ใส่ใจ

อืม...แต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้หาเรื่องใส่ตัวไปเรื่อยอย่างที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้... โหมงานเหมือนเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่คน

 

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของนายที่จะมาว่าเพื่อนฉันนะคาเมนาชิ...

 

คาซึยะขมวดคิ้วฉับ...ชื่อเรียกที่กลายเป็นความห่างเหินแบบเดิมบ่งบอกอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ดี รวมถึงอาการกอดอกแล้วมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจปนกับการตำหนิมากมาย

อากัปกิริยาแบบนี้มันเสมือนกันการที่ผู้ใหญ่ดุเด็ก...แต่เขาไม่ใช่เด็ก ในการปกครองของโทโมฮิสะ เขาไม่ใช่NewS และไม่ใช่เพื่อนที่จะยอมหยุดฟัง

 

ถ้านายจะหมายถึงเพื่อนนายคนที่ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งเป็นว่าเล่นล่ะก็...นั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉันแน่ๆคาซึยะสวนกลับไป ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

งั้นก็เลิกทำตัวแบบนี้โทโมฮิสะมองทีมงานด้วยหางตาพร้อมกับกดเสียงให้ต่ำลง

ฉันเป็นแบบไหนมันก็เรื่องของฉันไม่ได้เกี่ยวกับเพื่อนนาย น้ำเสียงราบเรียบหลุดออกมาเพียงการกระซิบ นายมันคิดไปเองทั้งนั้น

แต่ท่าทางของนายมันบอก คิดอะไรยังไงอย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้

 

คิดว่าเข้าใจฉันหรือยังไง!” คาซึยะกัดพูดอย่างเหลืออด ลองมารับรู้ความรู้สึกของฉันดูบ้างไหม!!?! ว่าไอ้ที่นายตั้งคติเอาไว้กับความจริงมันต่างกันยังไง!”

 

โทโมฮิสะเงียบไปแต่ก็ยังไม่คลายอาการไม่พอใจ

คาซึยะเหมือนเพิ่งจะได้สติ เขาขบริมฝีปากตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกการควบคุมตัวเองคืนมา ก่อนจะคิดได้ว่าควรจะหยุดบทสนทนาบ้าๆ นี่ลงตรงนี้เขาจึงหมุนตัวเดินออกไป

 

อ้าว... โทโมฮิสะจุดรอยยิ้มที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววหยอกเย้าอยู่ในที จะไปไหนล่ะ...ฉันอยากรู้นะ ไอ้ความเป็นจริงที่ว่านั่น ...คาเมนาชิเป็นคนเปลี่ยนใจง่ายๆ หรือเนี่ย?”

 

คาซึยะหมุนตัวกลับไปจ้องหน้าคนที่รั้งตนไว้ด้วยคำพูด

 

ว่าไง? นายไม่ชอบใจอะไรฉันหรือ?” ริมฝีปากอิ่มวาดยิ้มร้าย

ไม่มี คาซึยะตวัดตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาวาว

ไม่มี?” โทโมฮิสะเลิกคิ้วก่อนจะทวนคำด้วยน้ำเสียงขบขัน อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อนาย...มีอะไรก็บอกมา ฉันไม่ใช่คนรับข้อเสียตัวเองไม่ได้หรอกนะ

 

คาซึยะเม้มปากอย่างระงับอารมณ์...เขาก็บอกแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก...จะให้บอกไหมว่าไอ้ที่จะไม่ชอบใจก็คือนิสัยน่ารำคาญแบบนี้นั่นแหละ

 

เรื่องของนายฉันคงตอบได้แค่นั้นนั่นแหละ...แต่ถ้าเรื่องของฉัน... คาซึยะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

 

ฉันแค่อยากที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แค่อยากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด นายเองก็ฉลาด...คงเข้าใจสินะ ฉันแค่อยากจะทำให้ตัวเองมีอิทธิพลกับจิตใจของคนอื่นบ้างอย่างที่นายหรือใครๆ ทำได้...

 

พูดจบ ร่างผอมบางก็หมุนตัวเดินเข้าไปหากลุ่มทีมงานที่กำลังเก็บข้าวของเตรียมไปสังสรรค์ โดยทิ้งที่โทโมฮิสะยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น

 

 

 

บางครั้งการที่คุณจะเกลียดใครสักคน

มันก็อาจจะไม่ได้เกิดจากตัวเขาหรือตัวคุณ

เพียงแต่ คติ ในใจมันบิดเบือนความจริงก็เท่านั้นเอง

 

++++++

END 4#image , TBC

 

 

 

 

 

 

            TALK

           

            สวัสดีค่ะ... สีชมพูของแจนนะคะ

หายไปเกือบเดือน...ว่าจะต่อก่อนเปิดเทอมแต่สุดท้ายก็เลยมาอาทิตย์นึงจนได้ แหะๆ

สำหรับตอนนี้ที่ออกยากออกเย็นเหลือเกินต้องขอโบ้ยความผิดให้กับผู้ชายที่ชื่อ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนนี้คนเดียวเลยค่ะ [หัวเราะทั้งน้ำตา] ยามะเป็นผุ้ชายที่คนแต่งไม่เคยเข้าใจตัวตนของเขาเอาเสียเลย บางทีก็เหมือนเข้าใจมาก แต่บางทีก็ไม่เข้าใจเขาเลย เลยเหนื่อยกับตัวตนของผู้ชายคนนี้เอามากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะจริงๆ แล้วเราว่างแต่งค่ะ แต่แต่งแล้วลบอยู่นานและบ่อยมากๆ รวมๆ แล้วจำนวนหน้าที่ลบไปมันมากกว่าที่แต่งจบเสียอีก [เคยลบรวดมากสุด3หน้า เหอะๆ]

ตอนนี้เลยต้องรบกวนพี่แจนมากมาย มานั่งถกกันว่าด้วยเรื่องของยามาชิตะ โทโมฮิสะ ทั้งถามพลอต ถามอากัปกิริยา ถามการดำเนินเรื่อง ถามรูปประโยค...รบกวนพี่แจนไว้มากมายเหลือเกิน ขอบคุณค่ะ มันหน้าที่ของพี่นะไอ้หนู

ว่าแล้วตอนที่4ก็คลอดออกมาแล้ว...เจอกันตอน5ค่ะ

 

ป.ล. ใครเพิ่งอ่านรวดเดียวจบขอให้คอมเมนท์ที่ตอนล่าสุดนะคะ ถ้าเป็นตอนที่ผ่านไปแล้วเราจะไม่ได้ไปตอบคอมเมนท์น่ะค่ะ

ป.ล.2 สังเกตว่าตอนนี้ทัตจังหายตัวไป 55+

ป.ล.3 คอมเมนท์คุยๆ กันได้นะคะไม่กัด

 

แหม อายเอ้ล่ะสิ หายไปเลย 55+

ว่าแต่ตอนนี้ยามะพีจะมองเมะเปลี่ยนไปมั้ย 555+ มัน (ใช้สรรพนามตามอารมณ์จอย) เป็นคนเดาใจยากมากเลยค่ะ เรามาลุ้นกันเถอะ เรื่องนี้น้องจอยแกกั๊กอะไรเอาไว้เยอะเลยค่ะ ค่อยๆ ปล่อยทีละติ๊ดดดด ขนาดแจนรู้โครงเรื่องอยู่แล้วยังลุ้นทุกครั้งที่ได้อ่าน คาดว่าคนอ่านก็คงเช่นเดียวกัน

อย่าลืมให้กำลังใจไอ้เด็กม. 4 คนนี้ด้วยนะคะ

 

Comment

 

_mao**,, - ตอนนี้เก็บทัตจังไปละเจ๊ พร้อมกับเปิดตัวยามะพี เหอๆๆๆๆ พอใจมั้ยยะ เด่นเชอ...

|| noinazama || - ยามะพีมาเป็นตัวเป็นตนแล้วค่ะ...แต่ความกระจ่างก็ยังไม่มี 555+ จุดนี้ต้องรอค่ะ

RunRunขอบคุณนะคะ ^ ^ ขอบคุณด้วยค่า

*Buaกร๊าก พี่บัวอ่ะ...จะไม่มีใครเข้าข้างจินเลยหรืออออออ มีแต่เราสองคนแล้วล่ะจอย

nawa_akanish ขอโทษที่ให้รอนานอีกแล้วค่า TT^TT บางทีเรื่องที่เหมือนจะง่ายแต่มันก็ยากจนไม่รู้จะทำยังไงเลยล่ะค่ะ แจนยืนยันความยากค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อรอนะค้า

shin_aiก็อย่างที่ทัตจังบอก ไม่มีสิทธิ์เถียง เพราะได้โอกาสเลือกแล้ว ค่ะ 55+ คัตตุนมันพวกใครกลืนน้ำลายตัวเองมีด่าค่ะ

GiNg เริ่มสงสัย...ทำไมทุกล้วนเข้าข้างคาเมะล่ะ...ตอนแรกมันร้ายมากเลยนะคะทุกคน! เพราะเมะเป็นนายเอกแต่จินเป็นนายบาปไงจอย 55 หรือเปล่าคุณกิ่ง 55

ploy@tatchi ทัตจังเด่นเพราะคนแต่งรักเป็นพิเศษไงคะพี่พลอย [ขอเรียกชื่อนะคะ] แต่ตอนนี้ขอเก็บทัตจังแล้วล่ะค่ะ รู้สึกจะเด่นเกินตัวเอก 555+ จอยสำนึกแล้วค่ะ ความเด่นเลยถูกโอนไปที่ยามะในตอนนี้ ตอนหน้าจะไปตกที่ใครน้า 55

aitoแต่คนแต่งกลับรู้สึกว่ามันพยายามหลบนะคะ 555+ ก็ไม่แน่นา รออ่านตอนต่อไปดีกว่าค่ะ

vivaหมายความว่าถ้าเปิดเทอมแล้วไม่ต้องต่อเร็วก็ไดใช่มะพี่วี? หุหุ คิดหรือว่าจะได้น่ะจอย ใช่มั้ยพี่วี

`Rii` KON! KONข้องกันต่อไปค่ะ แอบกระซิบ...ตอนนี้มีคีย์เวิร์ดเยอะนะคะ หุหุ แจนยังหาไม่เจอเลยค่ะคีเวิร์ด ก๊ากกกก

Lady-Rabbit ตอนนี้มีแต่ยามะเลยล่ะค่ะ คุณสึบะก็โผล่มาแค่แวบๆ ทักกี้ยิ่งน้อย 55 (เกี่ยวมั้ย)

KittyDoll กริ๊ก! [กดเครื่องนับเลข] จำนวนผู้เข้าข้างน้องอีกหนึ่ง เอ่อ...ใจเย็นๆ ค่อยๆ อ่านนะคะ เรื่องนี้มันดูวุ่นวายนิดนึงน่ะค่ะ ดูจอยเริ่มเป็นปม 55 อย่าถือสาน้องนะคะ

Oo_NaT_oO อ่าๆ มาต่อแล้วค่าๆๆ ^ ^” [รู้สึกผิดมากมาย TT TT”] ขอโทษที่ให้รอนานนะค้า

shiNiiz(ta*tee) เรื่องนี้เกิดจากปม เพราะปม และจบที่ปมค่ะ 555+ ปมใหญ่และยุ่งมากด้วยค่ะ เพราะงั้นการแก้ปมเป็นเรื่องยากยิ่ง

kanaO ยืนยันว่าจบดีจริงๆค่ะ [เหมือนจะไม่มีใครเชื่อเลยอ่ะ ฮ่าๆ] แจนนั่งยันนอนยันด้วยเลยค่ะ

asuka คนเห็นนี่ตาร้ายเอามากๆเลยล่ะพี่ 555+แล้วแกจะตอบเมนท์ฉันเพื่อ?? เว้นไว้ไม่มีใครว่า

Ryu ค่ะ...ต่อด่วน [1เดือนผ่านไป...] ขอโทษค่า TT^TT!!! ตอนหน้าจะอีกกี่เดือนก็ไม่รู้ค่ะ เหอๆๆ ไม่ได้กดดันนะจะน้องรัก ด้วยความเข้าใจยิ่ง

Tomoeโอ้ว...อ่านเรื่องนี้รวดต่อจากเกาหลี สุดยอดมากค่ะ =[]=! คนละอารมณ์เลยมั้ยค้า... ขอบคุรสำหรับิกเกาหลีค่ะ!!

Marumamaยืนยันว่าไม่ลืมเหมือนกันค่ะ [แต่เมื่อไหร่นี่ขอเคลียร์ตัวเองก่อนนะ TT TT~] 555+ ให้กำลังใจน้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่า...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถึงจอย

บล็อกพี่ทำตัวหนาไม่ได้ว่ะ พี่ไม่ได้เอาออกนะตัวเอง

#1 By Asuka F. on 2007-11-03 01:24

ชะแว๊บบบบบบบบ อดเจิมคนแรกเลยอ๊ะ เจ๊แจนแย่ง

ตอนนี้ถูกใจมากๆเลยค่ะ น้องจอยที่รัก บทมะพีเยอะจุใจ แถมเด่นสุดๆด้วยอ๊ะ

จริงๆแล้วยามัพคุงเป็นคนน่ารัก นิสัยดี เพอร์เฟ็คแมนสุดๆ เป็นคุณหัวหน้าวงที่น่ารักด้วย เฟคเพื่อให้คนอื่นสบายใจและเชื่อมันในตัวเอง~~ช่างเป็นคนดีอะไรแบบเน้

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง อ่าาาาาห์ ขอบทคุณหัวหน้าวงเยอะๆนะคะ(ไม่ใช้คุณเอ้นะคะ ขอบทคุณมะพีค่ะ)

ปล.รักคุณหัวหน้าวงค่ะ

#2 By __mao*~~P (58.8.188.69) on 2007-11-03 01:30

พี่แจนนนน

อ่านหนังสือหนุกมากเลยพี่

ตอนแรกเพิงอ่านจบ

ฮ่าๆๆๆๆๆ

เรื่องแรกชอบจินมากมายค่ะ

รักขนมหวานด้วย หูยยยย

น่าร๊ากกกกกก

เดี่ยวอ่านเรื่อง สองสามสี่จบ จะมาเม้นใหม่นะพี่

แต่แอบชอบช่วงแรของ กลยุทธิ์รักล่ะพี่แจน

(เพิ่งอ่านไปได้แค่หน่อยนึง จินแบบ อ๊า...)

เดี๋ยวจะมาระบายต่อน้าพี่แจนนนน

มันส์มั่กกกกค่ะ

#3 By N' Pepper on 2007-11-03 02:36

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เข้าข้างน้อง อิอิ
ก็แหม .. ทำไมโทโมะต้องอคติกับน้องแบบนั้นล่ะ
ว่าแต่ตอนนี้จินออกมาติ๊ดส์เดียวเอง อยากอ่านฉากปะทะคารม
อ่านแล้วมะพีดูเป็นผู้ชายที่น่ากลัวดีจริงๆ
ที่น่ากลัวไม่ใช่อะไรหรอกนะงับ เพราะว่าเดาใจไม่ได้เลยต่างหาก
ทำไมรู้สึกว่าไม่ค่อยมีคนชอบน้องเลยเน!~
ความจริงน้องก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนิน่า ไม่ได้คิดร้ายกับใครด้วย
ความอำเอียงในตัวคนอ่านมันสูงจริงๆ -*-
จะรออ่านตอน 5 นะงับ แอบดีใจที่ตอน 4 มาอัพ หุหุ

#4 By KittyDoll (125.24.133.76) on 2007-11-03 03:10

เม้นๆๆจ้า

โอ้ว ตอนนี้ปะทะคารมกันสุดฤทธิ์ 5555
จริงๆพี่ก้อไม่ค่อยจะเข้าใจพีจังเหมือนกันนะ เป็นคนที่ดูออกยากพอๆกะเมะเร้ยยย -*-
ดูเหมือนตอนนี้เมะจะเป็นรองนิดๆนะเนี่ย?เหอๆๆ

เรื่องนี้ยังเก็บความลับไว้อีกเพียบเรย จะรออ่านนะจ๊ะ น้องจอย(เรียกชื่อพี่ พี่ก้อเรียกมั่ง ไม่ว่ากันนะ? 555)

ปล. ทัตจังหายไป? ไม่เป็นไร แค่อยู่ในใจก้อโอเค 555

รออ่านจ้า สู้ๆนะ

#5 By ploy@tatchi (58.11.25.36) on 2007-11-03 11:37

อ๋า มาตามอ่านรวดเดียวเจ้าค่า
อ่านแล้วแอบไม่เข้าใจยามะพี แต่อยากบอกว่าคนแต่งแต่งได้ดีมาก ๆๆๆ
ผสมเรื่องจริงเข้าไปด้วยแล้วก็แต่งเพิ่มด้วย แอบหวั่นนิดหน่อยว่าเรื่องจริงจะเป็นยังงี้กันไหมน้อ?
แต่ไม่หรอกเนอะ ไม่หรอก ๆๆๆๆ 555 พาร์ตนี้จินออกนิดเดียวเอง เรื่องกำลังสนุกเลยค่ะ

รอตอนต่อไปนะค๊า~~ ขอบคุณค่ะสำหรับฟิคสนุก ๆ big smile

#6 By MiHaRu~ (203.113.33.7) on 2007-11-03 13:00

ตามอ่านอย่างใจจดจ่อ ยิ่งบอกว่ามีเรื่องจริงด้วยยิ่งชอบ

#7 By yui (125.26.171.146) on 2007-11-03 13:10

อ่า สนุกล่ะซิทีนี้
ชอบจังเลยเวลาที่คาเมะกับยามะพีกัดกัน
เหอะๆ มันส์ดีนะ เอิ๊ก
ก็น่าเห็นใจคาเมะนะเนี่ย
อยากรู้ความจริงของนายจังเลย
คาเมนาชิ...

#8 By shin_ai (125.24.104.202) on 2007-11-03 16:28

เรื่องนี้ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้นอ่ะ

เพราะยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากรู้ความคิดที่แท้จริงของตัวละครแต่ละตัว

ทั้งเมะ และก็จิน แถมตอนนี้ยังมียามะพีเพิ่มมาด้วยอีกคน

แต่ละคนเข้าใจยากกันทั้งนั้นเลยอ่ะ

เรื่องนี้ปมเยอะมากมาก ตั้งแต่อ่านมามีอะไรให้สงสัยแล้วก็อยากรู้สาเหตุ เยอะแยะเลยนะเราว่า

เราว่าเรื่องนี้นะไม่มีใครผิดหลอก เพราะแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแหละเนอะ

แต่แบบว่าเราอยากรู้แล้วอ่ะว่าเหตุผลนั้นมันคืออะไร 55555+

เอาเป็นว่าเราจะติดตามต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าทุกอย่างจะกระจ่างแล้วกันค่ะ

ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคดีดีแบบนี้มาให้อ่าน

มาต่อเร็ว ๆ นะคะ (ขอบคุณนะคะสำหรับคำยืนยัน)

#9 By marumama (58.9.113.173) on 2007-11-03 17:44

จินกับคาเมะทั้งๆที่ดูเข้ากันดี
มองไปในทางเดียวกัน
แต่ทำไมดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้
อาจจะเป็นเพราะอคติล่ะมั้ง
ที่ทำให้เป็นแบบนี้
เมื่อไหร่จินกับคาเมะจะจับเข่าคุยกันซะที
อยากให้เข้าใจกันเร็วๆจัง
แต่ก็คงจะอีกนาน
ยามะพีเป็นคนที่ดีมากๆอ่ะ
เป็นหัวหน้าวงที่ดีมากๆเลย
อ่านแล้วซึ้งใจ

#10 By lemongirl (58.8.188.224) on 2007-11-03 19:29

นั่งอ่านไปอ่านมาก็อดกลัวไม่ได้ว่าเรื่องจริงมันจะเป็นงี้เปล่าว้า เกือบรับไม่ได้
แต่เท่าที่อ่านมาเรื่องนี้คาเมะรับบทหนักสุดเลย ใครๆก็ไม่รัก ใครๆก็ไม่เข้าใจ อคติคิดกันไปเองทั้งนั้น
น้องเต่าดูกดดันไงก็ไม่รู้
แต่มะพีเองก็ดูแอบเฟคได้จนหน้าเชื่อถือ
คราวนี้มีจินโผล่มานิดเดียวเอง แต่ก็ไม่อยากให้จินโผล่มาแล้วมากัดน้องอยู่ดีsad smile

ป.ล.ถึงน้องแจน เกาหลีของน้องจะมีรวมเล่มมั๊ย พี่รอจองอยู่

#11 By nuch (58.8.64.154) on 2007-11-03 19:30

จะบอกว่ามะพีมีอคติหรอ?? ไม่ม้าง~ ทุกคนก็มีทั้งนั้นแหละ(เข้าข้างมะพีสุดๆ)

เมะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานขั้นรุนแรงอ่ะ.. คิดแล้วเครียดแทน

ยูเป็นคนดีจังนะ..

แล้วทัตจังล่ะ!!

#12 By DaiFuKu (124.120.184.218) on 2007-11-03 21:35

เข้ามาดีใจได้อ่านเรื่องนี้ต่อซะที
แหม ตอนนี้ยามะพีเซอวิสดีมากค่ะ confused smile

เจอกับคู่อริเพื่อนซี้ แต่ก็ไม่ยอมให้เสียงาน
โปรจิงๆพีจังของฉัน (เข้าข้างสุดขีด)

เมะนี่อีโก้สูงจริงๆนะคะ

#13 By Lady-Rabbit (124.121.33.145) on 2007-11-04 01:16

ตามมาอ่านและเม้นท์ค่า.....

เป็นการเปิดตัวยามะพีที่อึ้ง ทึ่ง (เสียว ???) ฮ่า....
ทำให้เรารุ้สึกว่า ยามะพีเนี้ยะเป็นคนเข้าใจยากแฮะ
จริงๆไม่เคยรู้สึกงี้มาก่อน ฮ่าฮ่า
รู้สึกว่าเมะจะเข้าใจยากแล้ว มาเจอยามะพียิ่งกว่าเมะอีก
อืม... ตอนนี้เลยเป็นตอนเด่นของ 2 คนนี้เลย
ยูอิจิโผล่มานิดนึง จินโผล่มานิดกว่า (แล้วอุเอดะก็หายตัวไป)555

อืม...อืม.. งงในความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัว
แล้วก็อยากรู้ว่า จริงๆ แล้วเรื่องราวมันเป็นยังไง เพราะฉะนั้น ถ้าอยากรู้เรื่องราวให้กระจ่าง เราก็ต้องตามอ่านต่อไป ฮ่า...ฮ่า...

#14 By kook (202.28.245.5) on 2007-11-04 09:30

อึ้งกับระบบใหม่อยู่สามชาติครึ่งถึงจะเจอที่เม้นท์ จนเกือบลืมเนื้อเรื่อง เหอ น่าสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับความงี่เง่าตัวเอง

อ่านๆดูแล้วก็รับความรู้สึกว่าแต่งยากเข้าไปเต็มๆเลยค่ะ ดูนิสัยยามะพีแล้วเดายากยิ่ง = =! แล้วยามะพีก็เป็นคนที่อารมณ์ "แรง" เวลาอยู่กับคาเมะให้อารมณ์พร้อมระเบิดจังเลยเนอะ

แล้วก็รู้สึกว่าคาเมะเนี่ย รับแรงกดดันหลายด้านมากๆ โอ้ หนูมีชีวิตอยู่ได้ยังไงเนี่ยลูก อ่านแล้วเครียดแทนจริงๆ

พี่ยูนี่ก็ช่างแสนดีซะจริงๆ ส่วนจิน ตอนนี้โผล่มาแพลมๆ แอบชื่นชมตัวเล็กอีกแน่ะ ฮ่ะๆ นายจะเอายังไงกันแน่เนี่ย!

เห็นด้วยว่าคุณจอห์นนี่ชอบมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่เรื่อย ชอบทำให้แฟนคลับใจหายใจคว่ำไปหลายยก เหอๆๆ

#15 By `Rii,, ♥ All18` on 2007-11-04 19:51

รู้ตั้งแต่วันแรกที่ลง แล้วทำไมพี่ถึงเพิ่งมาได้อ่านได้เม้นตอนนี้เนี่ย T-T

ตอนสุดท้ายเหมือนเมะจะได้ใจมะพีไปหน่อยนึง แต่ตอนนี้ไม่มีบทใครเลยนอกจากยามะพี (แต่งเอาใจเม่าเปล่าเนี่ย 555)

แอบรู้สึกว่าประโยคที่คาเมะพูดก่อนจบทำให้คาเมะดูเท๊เท่ห์ล่ะ ชอบเวลาเมะพูดอะไรที่ตรงกับใจจัง แอบลุ้นให้พูดตรงกับใจเรื่องอื่นด้วย หุหุ

ตอนหน้าถึงจะเปิดเทอมแล้วก้ห้ามช้านะจอย ไม่งั้นพี่จะสาปแช่งให้ทัตจังเป็นของพี่ 555

#16 By viva (58.9.50.133) on 2007-11-04 21:58

ฮือออออออออออออ TT___________TT *กรีดร้อง*
ทำม๊ายยยยยย *ล้มลงตาย*

ไม่มีอะไร แค่เห็นใจคาเมะเกินพิกัด
คราวนี้ไม่ได้เข้าข้างนะ (เหร๊อออ???) แต่สงสาร
เหมือนคนที่อยากได้อะไรสักอย่าง พยายามในสิ่งที่คิดว่าทำแล้วจะได้มา
แต่ทำยังไง ก็ไม่ได้มาสักที....แต่คนอื่น เหมือนจะทำได้ง่าย ๆ ซะอย่างนั้น (ถึงจะไม่ใช่อย่างที่คาเมะคิดก็เถอะ)
น่าเจ็บใจแทน TT^TT

พีก็กดดันเหลือเกิน พูดไม่ออกละ
แต่รู้สึกเหมือน....เดี๋ยวพีกับคาเมะจะมีซัมธิง ฮ่าๆๆ

หนุกง่ะจอย *งอแง* อยากอ่านตอนต่อไป >.<
คาเมะจังสู้ๆๆๆ (ว่าจะอ่านอย่างยุติธรรม แน๊...แต่ขอหน่อยเถอะ)
รอตอนที่ 5 จ้า cry

#17 By *Bua (58.8.220.242) on 2007-11-04 22:29

ตามมาเม้นต์ให้นะคะ

เพิ่งอ่านเรื่องนี้ครั้งแรกสนุกมากค่ะ

มาให้กำลังใจคนเขียนนะคะ

#18 By reeya (203.172.104.178) on 2007-11-04 22:51

รู้สึกเหมือนกำลังดูหนัง drama ที่หนักๆซักเรื่อง

อ่านมาถึงตอนนี้ บอกตรงๆว่ายังไม่เข้าใจใครซักคนเลย
ตัวละครแต่ละตัว มีตัวตนที่แปลก การแสดงออกกับความคิด ตรงข้ามกันเสมอ เหมือนต้องใส่หน้ากากเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา

แต่คิดว่า แต่ละคนไม่ได้คิดที่จะทำลายอีกฝ่ายใช่ไหมคะ ถึงแม้ว่า ความคิดจะไม่ตรงกันก็เถอะ ประมาณว่า นายแสดงกะเรายังไง เราก็จะแสดงกะนายอย่างนั้น
ถ้านายเกลียดชั้น ชั้นก็จะเกลียดนายด้วย
รึเปล่า ???

เม้นท์เอง งงเองค่ะ

สู้ๆต่อไปนะคะ การแต่งเรื่องเครียดๆคงเครียดน่าดูเลย
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#19 By wi ka (203.146.214.30) on 2007-11-05 11:24

สงสารคาเมะ ยิ่งอ่านยิ่งสงสาร = ='

เป็นฟิคที่สะท้อนความจริงอย่างแรงกล้า อ่านแล้วอินจัด

แอบเครียด 55

เพราะว่าคิดอยู่เหมือนกันว่า จริงๆแล้วเบื้องหลังจะเป็นแบบนี้รึเปล่านะ พอเอามาแต่งให้ได้อ่าน เลยรู้สึกเหมือนมีพวก ไม่ได้คิดไปคนเดียว

เข้มข้นขึ้นทุกตอนเลย~~~ อยากให้คาเมะจังกลับมาน่ารักเหมือนเดิมจังงิ

ขอบคุณสำหรับฟิคนะค

#20 By x_x (58.9.121.24) on 2007-11-05 16:17

เครียดแทนคาเมะเลย
โดนคิดไปนู่นนน

ผู้ใหญ่วัย19กับเด็กชายวัย20
ชอบตรงนี้มากเลยค่ะ
เห็นภาพตอนโนบุตะออกมาเลย

อ้วนไม่ค่อยออกมาเลยเนอะ
คิดถึงจินค่ะ
ตอนหน้าขอจินเยอะๆนะคะ
5555+

ขอบคุณค่ะ

#21 By BeLLe (203.156.22.146) on 2007-11-05 20:42

ปมเยอะยังไงก็จะอ่านต่อไปอย่างลุ้นระทึกค่ะ
5555+
สองคนนั้นจะมองกันในแง่ดีขึ้นมั๊ยเนี่ย
ดูอิจินจะไม่อะไรกับเรื่องนี้เท่าไหร่เลยแฮะ

ทัตจังถูกตัดบทซะงั้นสงสัยค่าตัวแพง 55

ต่อไวๆนะคะ ชอบมากๆเลยอ่ะ

#22 By Aka_shiNiiz on 2007-11-05 22:00

ว้าวววว มาต่อแล้ว

อ่านฟิคเรื่องนี้เหมือนอ่านรายงานสถานะการณ์จากสต๊าฟจอนนี่ค่ะ

อิอิ...........

มะพีดูเป็นคนที่มีพลังในการทำงานเหลือเฟือมาก

ขนาดสามารถ เฟคได้ทั้งวัน โอ้ววววววว นับถือ

สงสารเมะอะ......หลายๆอย่างเลย เมะดูโดดเดี่ยว..

มาต่อด้วยนะค๊ะ เป็นกาลางใจมห้ค่ะ

#23 By JoKeR (125.27.71.57) on 2007-11-06 20:43

มาแล้ว เย่ๆ

แต่รู้สึกเหมือนเรื่องไม่ค่อยเดินเลยอ่ะ

ตกลงเมะกะพีมันก็ยังสติลขเม่นกันอยู่ดีใช่ป่ะ

ถึงเรื่องไม่เดินแต่บันเทิงเพราะภาษาค่ะ

ชอบภาษาที่ใช่ม๊ากมาก

มีภาษาเป็นอาวุธทั้งพี่ทั้งน้อง

มิน่าเราถึงไปไหนไม่รอด อยากหาฟิคอ่านก็มักจะมางมหาเอาที่นี่

แม้ว่าจะอัพนานทีปีหนก็ตาม ฮ่าๆๆๆๆ

ไม่เป็นไรไม่ต้องรีบยังไงก็รออ่านแหละ

((ออกแนวไซโคยังไงชอบกล อิอิ))

#24 By nawa_akaknish (58.9.137.202) on 2007-11-07 20:20

มันแน่นมากๆเลยค่ะ
เรายังคตลายไม่ค่อยได้เลย
คือแบบ อ่าน แล้วพยายามคลาย
แต่ไม่ออกเลย
รู้แต่ว่า ทุกคนน่ากลัวพอๆกัน

#25 By akajam (125.26.183.91) on 2007-11-09 18:38

ชอบเรื่องมาก ๆ เลยนุกสุดยอด แต่งหลายเรื่องอย่าลืมเรื่องนี้นะ

#26 By senjumaru (61.19.235.194) on 2007-11-28 14:18

โดนค่ะโดน
เหมือนตัวจริงยามะพีเลยค่ะ (หัวเราะบ้าคลั่ง)

แบบพวกสร้างอิมเมจ
เอิ๊กๆ
(จะโดนแฟนๆ พี กระทืบไหมคะเนี่ย ว๊ากกก)

คาเมะกดดันไปไมเนี่ย
จริงๆ ต้องมีอะไรมากกว่า
การเกลียดชังจิน ในเรื่องชิงดีชิงเด่นใช่ไหมคะ

ประมาณว่า (เริ่มเดาแว้วค่ะ)
เห็นจินบอกในตอนที่แล้วๆ ว่า
คาซึยะไม่ได้เป็นไรกะจิน "แล้ว"

อ๊ากกกก

อยากรู้จัดเลยค่ะ

อันนี้คิอตอนที่ย้อนความ
ก่อนจินไปแอลเอใช่ไหมค้า

อ่านแล้วปวดๆ ไปเรื่อยเลยค่ะ
ฮ่าๆๆๆ หาหนทางรักมันทั้งคู่ไม่เจอเลยทีเดียว งิงิ

แบบว่า
ก็ทุกคนแหละค่ะ
มันจะมาเอานิสัยแย่ๆ ออกมาให้คนอื่นเห็นนหรือไงกัน
ก็เอาแต่ด้านนอก มาหลอกล่อให้คนอื่นเห็นว่าดี

เหอๆ
ไม่เฟคเลยอย่างจิน
ก็อยุ่ไม่ได้บนโลกนี้หรอกค่ะ

หรือเฟคมากไป
แบบเต่า ก็จะน่ารังเกียจไปนิส

ท้ายที่สุดแล้ว
เล้นทางสายมัชฌิมา ย่อมดีที่สุดเลยค่ะ
(น้องหาได้โฆษณาพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งจริงๆ นะคะ)

ต่อไวไวนะค้า
สนุกลืมนอนเลยค่ะ
ตีสี่ครึ่งแว้ว อิอิ

#27 By N' Pepper on 2007-12-01 04:35

โฮ๊กกกกก ยามะพี มาสู้กันเลยดีกว่า แกแกล้งที่รักช้านนนนนนนน !!
คาเมะเค้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีซักหน่อย ไม่ได้พูดแดกดันใครนะ
แต่คำพูดมันดันทำให้แกคิดงั้นไปได้ เพราะอคตินั่นแหละ

#28 By GiNg (124.120.241.64) on 2007-12-26 08:11

เพิ่มมีโอกาศได้มาอ่านตอนนี้เป็นตอนแรกค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากๆๆ เลยอยากอ่าตั้งแต่ตอนที่1-3เลยค่ะ ไม่ทราบว่าหาอ่านได้ที่ไหนค่ะ ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยเมลไปบอกด้วยได้มั้ยค่ะ ว่าจะหาอ่านได้ที่ไหน aeak2zai2beam@hotmail.com ขอบคุณล่วงน่านะค่ะconfused smile

#29 By Mo (125.26.151.32) on 2008-03-11 18:26

สรุปแล้วมะพีก็แค่เกลียดคาเมะ เกลียดทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียด

นี่ละมั่งเนอะที่เค้าเรียกว่าอคติ

ไม่รู้ว่าหลังจากตอนนี้แล้ว

มะพีจะมองคาเมะเปลี่ยนไปหรือเปล่า

#30 By nao (202.28.27.6) on 2008-08-11 11:54

ที่ว่า ลดทิฐิแล้ว จะเห็นทุกอย่างสินะ... มันน่าจะใช่ได้กับยามะในตอนนี้...

แต่ก็เนอะ ทั้งที่การะกระทำมันออกจะคล้ายกัน เพียงแต่คนละฟีล ความรู้สึกของคนรอบข้างกลับตอบรับออกมาต่างกันแบบนี้...

ตรรกะข้อไหนซักข้อ มันคงจะมีกล่าวไว้ซีนะ

แตนับถือยามะ ในเรื่อง "เชื่อมั่น" ซะจริง จูงใจลูกวงให้คลายความกังวลด้วยการฝากความเชื่อมั่นมาไว้ที่ตนเองเนี่ย... เท่ห์มากๆ เก่งจริงๆเลย ยามะ~^^

#31 By pierce on 2008-08-15 22:52

เมะรัก kat-tun มาก ๆ เลยนะ และภูมิใจใน kat-tun ด้วยอ่ะ เมะเชื่อศักยภาพของ kat-tun มาก ๆ เลยนะ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับสึบาสะหรือเปล่า จินก็ดูเหมือนจะเข้าใจเมะมาก ๆ เลยด้วย สองคนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

#32 By jk (58.9.19.208) on 2009-04-22 00:54

จินหายไปไหนอ่ะ
เน้น พีเมะ ใช่ไหมตอนนี้
ใครก็ได้ช่วยมองเมะ แง่ดีบ้าง
แอบสงสาร อิอิ

#33 By kazukazu (112.143.14.115) on 2009-08-12 09:13