[Un] Perfect Continuous - Part 4
posted on 03 Nov 2007 01:22 by asuka-jan in Co-Project
Title:
[Un] Perfect Continuous
Part:
04
Character:
Jin x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
4#image
คุณเคยเกลียดใครสักคนทั้งๆที่เจอหน้ากันแค่ครั้งแรกบ้างไหม?
...หากคุณเคยแล้วล่ะก็...
...คงจะเข้าใจผมได้ไม่ยากเลย...
ปึกกระดาษไม่หนามากถูกปางลงกับโต๊ะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้คนที่อยู่ในห้องด้วยกันต้องเงยหน้าขึ้นมามองอย่างประหลาดใจ
“เป็นอะไร?” ยูอิจิกล่าวกับคนที่เพิ่งโดนเรียกตัวไปพบประธานบริษัทพร้อมเก็บบทละครในมือ เพราะรู้ดีว่าลองมาอย่างนี้เรื่องคงอีกยาว “คุณจอห์นนี่ว่าอะไรนายหรือ?”
“เรียกไปด่ายังดีกว่านี้เลย” คาซึยะจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องซ้อมค่อนข้างแรง ใบหน้ามีเสน่ห์บิดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์
“บังคับอะไรอีกหรือไง?”
“อ่านดูสิ” ร่างบางพยักพเยิดไปที่ปึกเอกสารอย่างนึกรังเกียจ
ยูอิจิหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่
“เล่นละครกับยามะพี?”
คาซึยะส่งเสียงอืออาตอบรับแบบไม่เต็มใจนัก
พี่ใหญ่ของวงโคลงหัวไปมา ก่อนจะก้มลงอ่านรายละเอียดอย่างคร่าวๆ และเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“เขาคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเรื่องนี้มีจุดประสงค์อะไร”
คราวนี้คาซึยะไม่รอให้ยูอิจิเอ่ยถามแต่กลับเป็นฝ่ายเริ่มเรื่องเอง
“คิดว่าKAT-TUNดังด้วยตัวเองไม่ได้หรือไงวะ!”
“ใจเย็นน่า”
“โวยวายอะไรกัน?”
“สวัสดีครับสึบาสะซัง...ทำไมวันนี้ถึงแวะมา?” ยูอิจิหันไปทักทายผู้มาเยือนก่อนเมื่อเห็นท่าทางว่าเพื่อนอีกคนจะไม่อยู่ในสภาพที่จะรับแขกได้
“เดินเล่น~” สึบาสะยักไหล่เอียงคอลอยหน้าลอยตา “เฮ้...อย่าทำหน้างั้นสิ พอดีฉันผ่านมาแล้วได้ยินเสียงโวยวายเลยนึกว่าอาจจะทะเลาะกันเลยแวะมาดู”
“อ๋อครับ...พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันแต่กำลังซ้อมบทละครอยู่ครับ” ยูอิจิคว้าบทละครขึ้นมาชูเป็นหลักฐานยืนยันคำโกหกสดๆ
“งั้นหรือ?...คินดะอิจิ ฮาจิเมะ มีบทต้องโวยวายด้วยหรือ?”
“แล้ววันนี้ทักกี้ซังไม่ได้มาด้วยกันหรือครับ?” สึบาสะที่จับสัญญาณการเบี่ยงประเด็นนี้ได้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ
“ที่ฉันโผล่มาได้ยินพวกนายซ้อมกันเพราะทักกี้มันมีธุระมาแถวนี้น่ะ”
“สึบาสะ...”
ไม่ทันขาดคำใบหน้าหล่อเหลาก็ปรากฏขึ้นตรงประตูห้อง
“เออ...งั้นฉันไปล่ะ” สึบาสะเอ่ยลาสั้นๆพร้อมกับเดินออกไปหาคนสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอก “ว่าไง”
“ก็ไม่ทำไมนี่ครับ”
“พอๆ ไปซ้อมได้แล้วน่า” ทักกี้มองหน้าคนนี้ทีคนนั้นทีก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาเสียเลย
“เฮ้ยรอด้วยสิวะ” สึบาสะจึงรีบสาวเท้าตามไปก่อนจะถูกทิ้ง โดยไม่คิดจะเอ่ยลาคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแต่อย่างใด
“นายอย่าคิดมากสิ” เสียงอ่อนๆ ของยูอิจิที่พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบไปไฟกองโตดังลอดออกมาจากห้องซ้อมเบาๆ “คิดเสียว่ามันเป็นโอกาส รับไว้มันจะเสียหายอะไรเล่า”
“นี่นายไม่เข้าใจหรือยังไง?!”
จินยืนพิงกำแพงข้างๆประตูห้องอย่างเงียบเชียบ ทุกคำพูดที่คุยกันในห้องนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจนและครบความ
เขาไม่เห็นด้วยกับคำว่าโอกาสของยูอิจิแม้แต่น้อย สิ่งที่ตาจอห์นนี่ทำ ทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์ ที่คาซึยะโกรธขนาดนั้นมันก็ไม่แปลก KAT-TUN ไม่ใช่วงที่จำเป็นต้องให้คนอื่นดัน พวกเขาไม่ใช่เด็กใหม่ และมีศักดิ์ศรีพอที่จะก้าวถึงจุดนั้นด้วยความสามารถของตนเอง
“พวกเราไม่ใช่เด็กใหม่อย่าง NewS นะถึงต้องเอาหมอนั่นมาดัน!” น้ำเสียงที่เริ่มกราดเกรี้ยวของคาซึยะบ่งบอกอารมณ์ที่พุ่งสูงได้อย่างไม่ต้องสงสัย “พวกเรามีศักดิ์ศรี! และสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ด้วยความสามารถของตัวเอง”
จินกระตุกรอยยิ้มบางๆ...รู้สึกแปลกใจนิดๆ
แม้ปกติเขาจะเคยชินกับการเดาใจน้องเล็กในวงได้จนแทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ยังแปลกใจทุกๆ ครั้ง เพราะคาเมะ...เปลี่ยนไปเสมอ ไม่น่าเชื่อเลยว่าถึงตอนนี้เขายังมีมุมมองเดียวกันในหลายๆ เรื่อง
แต่ก็เอาเถอะ...
“ยามาชิตะ” คาซึยะค่อยเปิดประตูห้องซ้อมของนิวส์หลังจากเคาะประตูไปสองสามที “ว่างไหม ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“สำคัญหรือเปล่าคาเมนาชิ” โทโมฮิสะหันไปถามเสียงเครียดแม้จะมีแววประหลาดใจกับการมาเยือนเจืออยู่บ้างก็ตาม บรรยากาศในห้องซ้อมตึงเครียดจนยากจะหายใจได้สะดวก แต่เมื่อเห็นนิตยสารที่ประโคมข่าวเรื่องหนึ่งในสมาชิกวงคาซึยะก็เข้าใจ
“ไว้ทีหลังก็ได้ถ้านายไม่สะดวก”
“ไม่ต้อง...ฉันสะดวก” ร่างผอมโปร่งลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “เรียวจัง ช่วยตามตัวฮิโรกิให้ทีนะ เดี๋ยวฉันมา”
โทโมฮิสะเดินตามคาซึยะออกมาไกลจากระยะที่จะมีคนได้ยิน ร่างบอบบางหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่ตนตามออกมา
“เรื่องละครในครั้งนี้...หวังว่านายจะไม่เอาเรื่องที่ไม่ชอบหน้าฉันเข้ามาปนนะ” โทโมฮิสะขมวดคิ้วในทันที
“ขอโทษนะ...แต่ฉันไม่เคยเอาเรื่องงานมาปนกับงานอยู่แล้ว”
“อืม...จริงๆฉันก็คิดว่านายก็คงไม่ทำตัวมีปัญหาหรอก” คาซึยะเพิ่งรู้ว่าตนคิดผิด...เขาอาจจะสติแตกเกินไป...จนลืมตัวมาเจรจาในสิ่งที่ไม่จำเป็นกับอีกคน...คนอย่างโทโมฮิสะ “ฉันขอตัวล่ะ”
โทโมฮิสะนิ่งงันไปกับคำพูดนั้น แผ่นหลังของคนที่ทิ้งท้ายเอาไว้หายเข้าไปในประตูห้องเปลี่ยนเสื้อ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเข้าหากัน เขาสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระชากประตูห้องให้เปิดออก
“คาเมนาชิ!”
เสียงที่ถูกกดต่ำตามกระแสอารมณ์ที่ไม่คงที่นั้นไม่ดังนัก แต่เจ้าของคำพูดก็รอบคอบพอที่จะแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วจัดการปิดประตูป้องกันวาจาอันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อภาพพจน์ของตน
“ไอ้คำพูดกระทบกระเทียบของนายน่ะเก็บไว้ใช้กับตัวเองจะดีกว่านะ”
คาซึยะบังคับตัวเองให้ทำได้เพียงเลิกคิ้วตอบอีกฝ่าย เพราะความงุนงงผสมกับอาการตั้งตัวไม่ติด แต่นั่นอาจจะยิ่งกระตุ้นอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
“ไอ้คนที่ทำตัวมีปัญหามาตลอดมันคือนายไม่ใช่หรือไง!”
เหมือนจะให้ความกระจ่าง...คาซึยะมุ่นหัวคิ้วเข้าด้วยกัน ตาเรียวสวยกวาดมองเพื่อค้นหาอะไรในใบหน้าหวานที่เรียบตึง และสายตาไม่พอใจของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาไม่ชอบใจได้เหมือนกัน
“อยากจะคิดอะไรตามใจตัวเองก็เชิญ” คาซึยะโพล่งอย่างเหลืออด
อุณหภูมิที่สูงจัดขัดกับบรรยากาศเหงาๆของฤดูใบไม้ร่วงนั้นบ่งบอกขีดอารมณ์ที่ทั้งคู่เพียรอดกลั้นกันมานาน
โทโมฮิสะไม่เคยนึกชื่นชอบคาซึยะ พอๆกับที่คาซึยะก็ไม่เคยถูกชะตากับโทโมฮิสะ
อคติง่ายๆ ที่ต่างคนต่างสร้างขึ้นมาบีบให้ทั้งสองไม่ปะทะกันโดยตรง หากมักจะเลี่ยงกันและกันเสมอ พร้อมๆ กับที่มองอีกฝ่ายไว้ในแง่ลบ รวมถึงใจที่มักจะเปิดรับแต่เรื่องที่สนับสนุนความคิดตัวเองเท่านั้น
ทั้งคู่อาจจะไม่รู้ตัว เพราะมันเกิดจากจิตใต้สำนึกที่อยู่นอกเหนือความผิดชอบชั่วดี
โทโมฮิสะกับคาซึยะ...อาจจะเหมือนกันเกินไป...ในขณะที่ก็แตกต่างกันเกินไป
จึงกลายเป็นความแบ่งแยกที่เด่นชัด
สงครามอันร้อนระอุจบลงด้วยการถอนหายใจอย่างตัดรำคาญของโทโมฮิสะ
“ก็เพราะทำแบบนี้...คนอื่นถึงไม่ชอบหน้า” เสียงกระด้างไม่ได้ช่วยให้รูปความดูดีขึ้น
“ขอบใจที่ช่วยตักเตือน...แต่คนที่คอยแต่จะไม่ชอบหน้าฉันมันก็มีแต่นายไม่ใช่หรือ” คำกล่าวไร้อารมณ์นั้นบ่งบอกอะไรหลายอย่างในรูปความ
คาซึยะต้องการบอกให้โทโมฮิสะรู้...ว่าตัวเขาไม่แคร์สักนิด...
“ฉันต้องไปซ้อมแล้ว และนายต้องกลับไปประชุมวง”
โทโมฮิสะกระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก...ก่อนจะเดินออกไป
“คาเมนาชิทำอะไรให้นายยิ้มออกหรือไง...ยามะพี?”
น้ำเสียงเครียดขึงของเรียวฟาดมาทันทีที่เขากลับไปที่ห้องซ้อม...เรียวกำลังไม่สบายใจเรื่องของฮิโรกิ...
“ใจเย็นก่อนนะ ทุกคนนั่นแหละ...ฮิโรกิอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับสายก็ได้” เขาปรับสีหน้าอย่างแนบเนียนก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนสนิทอย่างนิชิกิโด เรียว “ฮิโรกิเพิ่งก้าวพลาด ให้เวลาเขาหน่อยเถอะ”
“ฉันรู้...ฉันรู้...แต่หมอนั่นไม่ยอมรับสายฉันได้ยังไง มีอะไรทำไมไม่ยอมคุยกัน หมอนี่ก็เป็นอย่างนี้ทุกที” เรียวรักฮิโรกิเหมือนเพื่อนสนิท เหมือนน้องชาย โทโมฮิสะเข้าใจก่อนจะตบบ่าเพื่อนอย่างให้กำลังใจ
“ฉันว่าตอนนี้ทางคันจานิคงรู้เรื่องหมดแล้ว ปรึกษารุ่นพี่ดีไหมเรียวจัง?” เรียวพยายามยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน โทโมฮิสะรู้ว่าเรียวต้องการจะขอบคุณ
“ก็จริงนะ...เรียวนายลองปรึกษาพวกรุ่นพี่ก่อนดีกว่า พวกเราจะมานั่งเค้นทางออกกันเองแบบนี้คงไม่ไหวหรอก”เคย์อิจิโร่ เอ่ยลอยๆ โดยมีชิเงอากิพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้แม้แต่ตัวเขายังนึกเรื่องคลายเครียดไม่ออกด้วยซ้ำ เหลือบมองคนไฮเปอร์แอคทีฟอย่างฮิโรโนริก็ต้องพบว่านึกเรื่องคลายเครียดไม่ ออกไม่แพ้กัน บรรยากาศหนักๆ แบบนี้คงทำให้ทุกคนแย่แน่ๆ...
“ทุกคนอย่ากังวลเลยนะ...”
โทโมฮิสะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม พร้อมกับยิ้มปลอบทุกๆคน
“NewS ไม่มีวันแตก...ตราบใดที่ฉันเป็นหัวหน้าวง...”
สีหน้าของคนในวงดูผ่อนคลายขึ้นตามความคาดหมาย ลูกวงทุกคนทั้ง ยูยะ ทาคาฮิสะ ฮิโรโนริ ชิเงอากิ เคย์อิจิโร่ หรือแม้กระทั่งเรียวที่มองเขาอย่างเชื่อมั่น ความมั่นคงในใจจิตที่สั่นคลอนเริ่มหวนคืนมาด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
...แต่...
โทโมฮิสะกำลังยิ้ม...ทั้งๆที่ในใจหวาดหวั่น
ดวงตาของเขามีแต่ประกายกล้าที่ทำให้ทุกคนเชื่อมั่น...ถึงแม้ตัวเขาเองจะไม่วางใจเลยก็ตาม
บทบาทของยามาชิตะ โทโมฮิสะถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้
เขาไม่ได้เล่นละครหลอกใคร
แต่เขาจะทำให้ทุกคน ‘เชื่อ’ ในตัวตนของเขา
++++++
“ขอโทษที่มาสายครับ”
คำพูดคุ้นหูนั้นทำให้คาซึยะต้องเบือนหน้าหนี...ไม่ใช่จากคนพูด...แต่จากรอยยิ้มเอ็นดูของคนในกองถ่าย
ยามาชิตะ โทโมฮิสะ โค้งตัวขอโทษขอโพยเสียมากมายอย่างนี้ทุกๆวัน ตามจริงแล้วโทโมฮิสะก็ไม่ได้มาสาย เพียงแต่เจ้าตัวมาถึงเป็นคนสุดท้ายเท่านั้นเอง
“ไม่เป็นไรหรอกยามาชิตะคุง นี่ยังไม่สายเสียหน่อย ไปเตรียมตัวเถอะ”
“ครับ”
ในสายตาของคนในกองถ่าย โทโมฮิสะเป็นเด็กหนุ่มที่มีกิริยามารยาทอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ และเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ
โทโมฮิสะเริงร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ...จนทุกคนในกองถ่ายเชื่อตามนั้น
คาซึยะไม่อยากจะเชื่อว่าโทโมฮิสะทำให้คนจำนวนมากเห็นตรงตามนั้นได้
ความจริงหากเขาไม่รู้จักโทโมฮิสะในมุมอื่นมาก่อนก็อาจจะเชื่อตามไปด้วยอีกคน
“คาเมะ”
“ไงยามาชิตะ” คำทักทายจืดชืดนั้นทำให้คนทักนิ่วหน้าเล็กน้อย
“แลกเบอร์กัน” คำพูดแบบไร้ที่มาที่ไปทำให้คาซึยะต้องเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย
“แลกเบอร์กันน่า...” เมื่อโทโมฮิสะร้องอีกรอบคาซึยะก็ดึงเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวให้โดยไม่พูดอะไร
โทโมฮิสะสามารถในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงหลายอย่าง...
ทั้งทำตัวเป็นจุดศูนย์รวมของความเชื่อมั่น
ทั้งสร้างตัวตนที่ไม่ใช่ตนเองขึ้นมาอย่างแนบเนียน
ทั้งหว่านล้อมทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ
คาซึยะไม่เคยเข้าใจว่า...ทำไม...ทำไมจึงไม่มีใครว่าโทโมฮิสะ
หากใครจะกล่าวหาว่าเขาเล่นละครตบตา...คนคนนี้ก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?
เพราะอะไร...ทั้งๆ ที่ไม่แตกต่าง...แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
...ทำไมถึงไม่เคยมีใครเกลียดโทโมฮิสะ...
โทโมฮิสะยิ้มพลางชวนคาซึยะคุยเรื่อยเปื่อยราวกับเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาแรมปี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกเอียนแค่ไหน...ก็เล่นแสดงออกถึงขนาดนี้...
หรือเพราะคาซึยะเลือกจะแสดงตนเป็นผู้ใหญ่อายุ 19 ที่มีความจริงจังในการทำงานและมีความรับผิดชอบสูง
ในขณะที่อีกคนเลือกจะเป็นเด็กหนุ่มวัย 20 ที่รักและชื่นชอบการแสดง
ความแตกต่างมันอาจจะอยู่ที่ตรงนี้?...
ภาพพจน์ที่คาซึยะเลือกที่จะปกป้องตัวตนเอาไว้บนจุดยืนที่มีแต่ความมั่นใจ
โทโมฮิสะกลับเปลี่ยนมันเป็นความกันเองอย่างเป็นธรรมชาติ
แล้วอย่างไหนล่ะที่จะทำให้แฟนๆ ชอบ...
คนที่เสมือนว่าอยู่อีกโลกหนึ่ง
หรือคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
โทโมฮิสะทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนช่องว่างระหว่างตัวเองกับเขาแคบลง กลายเป็นคนที่เอื้อมถึงแม้จริงๆ แล้วจะเอื้อมไม่ถึง
นี่คือ ‘เสน่ห์’ ของยามาชิตะ โทโมฮิสะ
และตอนนี้เขากำลัง ‘แสดง’ ให้อีกฝ่ายเห็น
โทโมฮิสะรู้ทันเกม ว่าการแข่งครั้งนี้ตนไม่ใช่ ‘ผู้ลงแข่งขัน’ แต่ตนเป็นเพียงโชว์คั่นระหว่างพักเท่านั้น
ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องพยายามทำอะไร
“วันนี้ปิดกล้องแล้วไปเลี้ยงกัน!”
เสียงเฮฮาจากกลุ่มทีมงานที่เสมือนยกภูเขาออกจากอกได้ทำให้คาซึยะยกยิ้มไปตามบรรยากาศ
“คาเมนาชิคุง ยามาชิตะคุง วันนี้จะไปไหม? ขอผู้จัดการได้หรือเปล่า?” ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาชวน พร้อมกับชวนเลยไปถึงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วย
“ได้อยู่แล้วล่ะครับวันปิดกล้องทั้งที...ใช่ไหมคาเมะ” โทโมฮิสะตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างก่อนจะหันมาหาคาซึยะ
“อืม ได้ครับ” เขาตอบไปส่งๆ ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าผู้จัดการร่างเล็กจะว่าอย่างไรบ้าง
เสียงริงโทนคุ้นหูดังขึ้นทำให้คาซึยะหันควานหาต้นกำเนิดเสียงในกระเป๋าตัวเอง
“วันนี้ปิดกล้องใช่ไหม?” ก่อนที่เขาจะได้พูดทักอีกฝ่ายก็สวนขึ้นในทันที
“ใช่...มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าไม่มีเลี้ยงว่าจะชวนไปกินข้าวด้วยกันหน่อย พักนี้ทุกคนเขาไม่เห็นหน้านายกันเลย มากินข้าวด้วยกันหน่อยสิ” น้ำเสียงร่าเริงนั้นทำให้คาซึยะรู้สึกผ่อนคลาย
“ตอนนี้นายอยู่ที่บริษัทเหรอนากามารุ”
“ใช่...ว่างงานมากจนเบื่อแล้วเนี่ย” คำพูดนั้นกลั้วด้วยเสียงหัวเราะจางๆ
“ก็ตอนนี้ทุกคนไม่มีงานข้างนอกนี่...เอ้อ...แต่วันนี้เขามีเลี้ยง เรื่องกินข้าวไว้โอกาสหน้าแล้วกัน” คาซึยะโต้ตอบกับยูอิจิอีกสองสามคำก็วางสาย
“ช่วงนี้คนอื่นๆ ใน KAT-TUN ดูสบายๆ ดีจังเลยนะ” คาซึยะมองหน้าคนที่นั่งเท้าคางฟังเขาคุยโทรศัพท์อย่างถือวิสาสะเพื่อหาความหมายอื่นในแววตาและสีหน้า
แต่เมื่อไม่พบเจออะไรนอกจากสิ่งที่หมายความตามที่พูดจริงๆจึงตอบไปโดยไม่ใส่ใจ
“อืม...แต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้หาเรื่องใส่ตัวไปเรื่อย” อย่างที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้... โหมงานเหมือนเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่คน
“แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของนายที่จะมาว่าเพื่อนฉันนะคาเมนาชิ...”
คาซึยะขมวดคิ้วฉับ...ชื่อเรียกที่กลายเป็นความห่างเหินแบบเดิมบ่งบอกอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ดี รวมถึงอาการกอดอกแล้วมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจปนกับการตำหนิมากมาย
อากัปกิริยาแบบนี้มันเสมือนกันการที่ผู้ใหญ่ดุเด็ก...แต่เขาไม่ใช่ ‘เด็ก’ ในการปกครองของโทโมฮิสะ เขาไม่ใช่NewS และไม่ใช่เพื่อนที่จะยอมหยุดฟัง
“ถ้านายจะหมายถึงเพื่อนนายคนที่ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งเป็นว่าเล่นล่ะก็...นั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉันแน่ๆ” คาซึยะสวนกลับไป ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“งั้นก็เลิกทำตัวแบบนี้” โทโมฮิสะมองทีมงานด้วยหางตาพร้อมกับกดเสียงให้ต่ำลง
“ฉันเป็นแบบไหนมันก็เรื่องของฉันไม่ได้เกี่ยวกับเพื่อนนาย” น้ำเสียงราบเรียบหลุดออกมาเพียงการกระซิบ “นายมันคิดไปเองทั้งนั้น”
“แต่ท่าทางของนายมันบอก คิดอะไรยังไงอย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้”
“คิดว่าเข้าใจฉันหรือยังไง!” คาซึยะกัดพูดอย่างเหลืออด “ลองมารับรู้ความรู้สึกของฉันดูบ้างไหม!!?! ว่าไอ้ที่นายตั้งคติเอาไว้กับความจริงมันต่างกันยังไง!”
โทโมฮิสะเงียบไปแต่ก็ยังไม่คลายอาการไม่พอใจ
คาซึยะเหมือนเพิ่งจะได้สติ เขาขบริมฝีปากตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกการควบคุมตัวเองคืนมา ก่อนจะคิดได้ว่าควรจะหยุดบทสนทนาบ้าๆ นี่ลงตรงนี้เขาจึงหมุนตัวเดินออกไป
“อ้าว...” โทโมฮิสะจุดรอยยิ้มที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววหยอกเย้าอยู่ในที “จะไปไหนล่ะ...ฉันอยากรู้นะ ไอ้ความเป็นจริงที่ว่านั่น ...คาเมนาชิเป็นคนเปลี่ยนใจง่ายๆ หรือเนี่ย?”
คาซึยะหมุนตัวกลับไปจ้องหน้าคนที่รั้งตนไว้ด้วยคำพูด
“ว่าไง? นายไม่ชอบใจอะไรฉันหรือ?” ริมฝีปากอิ่มวาดยิ้มร้าย
“ไม่มี” คาซึยะตวัดตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาวาว
“ไม่มี?” โทโมฮิสะเลิกคิ้วก่อนจะทวนคำด้วยน้ำเสียงขบขัน “อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อนาย...มีอะไรก็บอกมา ฉันไม่ใช่คนรับข้อเสียตัวเองไม่ได้หรอกนะ”
คาซึยะเม้มปากอย่างระงับอารมณ์...เขาก็บอกแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก...จะให้บอกไหมว่าไอ้ที่จะไม่ชอบใจก็คือนิสัยน่ารำคาญแบบนี้นั่นแหละ
“เรื่องของนายฉันคงตอบได้แค่นั้นนั่นแหละ...แต่ถ้าเรื่องของฉัน...” คาซึยะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“ฉันแค่อยากที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แค่อยากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด นายเองก็ฉลาด...คงเข้าใจสินะ ฉันแค่อยากจะทำให้ตัวเองมีอิทธิพลกับจิตใจของคนอื่นบ้างอย่างที่นายหรือใครๆ ทำได้...”
พูดจบ ร่างผอมบางก็หมุนตัวเดินเข้าไปหากลุ่มทีมงานที่กำลังเก็บข้าวของเตรียมไปสังสรรค์ โดยทิ้งที่โทโมฮิสะยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น
บางครั้งการที่คุณจะเกลียดใครสักคน
มันก็อาจจะไม่ได้เกิดจากตัวเขาหรือตัวคุณ
เพียงแต่ ‘คติ’ ในใจมันบิดเบือนความจริงก็เท่านั้นเอง
++++++
END 4#image , TBC
TALK
สวัสดีค่ะ... สีชมพูของแจนนะคะ
หายไปเกือบเดือน...ว่าจะต่อก่อนเปิดเทอมแต่สุดท้ายก็เลยมาอาทิตย์นึงจนได้ แหะๆ
สำหรับตอนนี้ที่ออกยากออกเย็นเหลือเกินต้องขอโบ้ยความผิดให้กับผู้ชายที่ชื่อ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนนี้คนเดียวเลยค่ะ [หัวเราะทั้งน้ำตา] ยามะเป็นผุ้ชายที่คนแต่งไม่เคยเข้าใจตัวตนของเขาเอาเสียเลย บางทีก็เหมือนเข้าใจมาก แต่บางทีก็ไม่เข้าใจเขาเลย เลยเหนื่อยกับตัวตนของผู้ชายคนนี้เอามากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะจริงๆ แล้วเราว่างแต่งค่ะ แต่แต่งแล้วลบอยู่นานและบ่อยมากๆ รวมๆ แล้วจำนวนหน้าที่ลบไปมันมากกว่าที่แต่งจบเสียอีก [เคยลบรวดมากสุด3หน้า เหอะๆ]
ตอนนี้เลยต้องรบกวนพี่แจนมากมาย มานั่งถกกันว่าด้วยเรื่องของยามาชิตะ โทโมฮิสะ ทั้งถามพลอต ถามอากัปกิริยา ถามการดำเนินเรื่อง ถามรูปประโยค...รบกวนพี่แจนไว้มากมายเหลือเกิน ขอบคุณค่ะ มันหน้าที่ของพี่นะไอ้หนู
ว่าแล้วตอนที่4ก็คลอดออกมาแล้ว...เจอกันตอน5ค่ะ
ป.ล. ใครเพิ่งอ่านรวดเดียวจบขอให้คอมเมนท์ที่ตอนล่าสุดนะคะ ถ้าเป็นตอนที่ผ่านไปแล้วเราจะไม่ได้ไปตอบคอมเมนท์น่ะค่ะ
ป.ล.2 สังเกตว่าตอนนี้ทัตจังหายตัวไป 55+
ป.ล.3 คอมเมนท์คุยๆ กันได้นะคะไม่กัด
แหม อายเอ้ล่ะสิ หายไปเลย 55+
ว่าแต่ตอนนี้ยามะพีจะมองเมะเปลี่ยนไปมั้ย 555+ มัน (ใช้สรรพนามตามอารมณ์จอย) เป็นคนเดาใจยากมากเลยค่ะ เรามาลุ้นกันเถอะ เรื่องนี้น้องจอยแกกั๊กอะไรเอาไว้เยอะเลยค่ะ ค่อยๆ ปล่อยทีละติ๊ดดดด ขนาดแจนรู้โครงเรื่องอยู่แล้วยังลุ้นทุกครั้งที่ได้อ่าน คาดว่าคนอ่านก็คงเช่นเดียวกัน
อย่าลืมให้กำลังใจไอ้เด็กม. 4 คนนี้ด้วยนะคะ
Comment
_mao**,, - ตอนนี้เก็บทัตจังไปละเจ๊ พร้อมกับเปิดตัวยามะพี เหอๆๆๆๆ พอใจมั้ยยะ เด่นเชอ...
|| noinazama || - ยามะพีมาเป็นตัวเป็นตนแล้วค่ะ...แต่ความกระจ่างก็ยังไม่มี 555+ จุดนี้ต้องรอค่ะ
RunRun – ขอบคุณนะคะ ^ ^ ขอบคุณด้วยค่า
*Bua – กร๊าก พี่บัวอ่ะ...จะไม่มีใครเข้าข้างจินเลยหรืออออออ มีแต่เราสองคนแล้วล่ะจอย
nawa_akanish – ขอโทษที่ให้รอนานอีกแล้วค่า TT^TT บางทีเรื่องที่เหมือนจะง่ายแต่มันก็ยากจนไม่รู้จะทำยังไงเลยล่ะค่ะ แจนยืนยันความยากค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อรอนะค้า
shin_ai – ก็อย่างที่ทัตจังบอก ‘ไม่มีสิทธิ์เถียง เพราะได้โอกาสเลือกแล้ว’ ค่ะ 55+ คัตตุนมันพวกใครกลืนน้ำลายตัวเองมีด่าค่ะ
GiNg – เริ่มสงสัย...ทำไมทุกล้วนเข้าข้างคาเมะล่ะ...ตอนแรกมันร้ายมากเลยนะคะทุกคน! เพราะเมะเป็นนายเอกแต่จินเป็นนายบาปไงจอย 55 หรือเปล่าคุณกิ่ง 55
ploy@tatchi – ทัตจังเด่นเพราะคนแต่งรักเป็นพิเศษไงคะพี่พลอย [ขอเรียกชื่อนะคะ] แต่ตอนนี้ขอเก็บทัตจังแล้วล่ะค่ะ รู้สึกจะเด่นเกินตัวเอก 555+ จอยสำนึกแล้วค่ะ ความเด่นเลยถูกโอนไปที่ยามะในตอนนี้ ตอนหน้าจะไปตกที่ใครน้า 55
aito – แต่คนแต่งกลับรู้สึกว่ามันพยายามหลบนะคะ 555+ ก็ไม่แน่นา รออ่านตอนต่อไปดีกว่าค่ะ
viva – หมายความว่าถ้าเปิดเทอมแล้วไม่ต้องต่อเร็วก็ไดใช่มะพี่วี? หุหุ คิดหรือว่าจะได้น่ะจอย ใช่มั้ยพี่วี
`Rii` KON! KON – ข้องกันต่อไปค่ะ แอบกระซิบ...ตอนนี้มีคีย์เวิร์ดเยอะนะคะ หุหุ แจนยังหาไม่เจอเลยค่ะคีเวิร์ด ก๊ากกกก
Lady-Rabbit – ตอนนี้มีแต่ยามะเลยล่ะค่ะ คุณสึบะก็โผล่มาแค่แวบๆ ทักกี้ยิ่งน้อย 55 (เกี่ยวมั้ย)
KittyDoll – กริ๊ก! [กดเครื่องนับเลข] จำนวนผู้เข้าข้างน้องอีกหนึ่ง เอ่อ...ใจเย็นๆ ค่อยๆ อ่านนะคะ เรื่องนี้มันดูวุ่นวายนิดนึงน่ะค่ะ ดูจอยเริ่มเป็นปม 55 อย่าถือสาน้องนะคะ
Oo_NaT_oO – อ่าๆ มาต่อแล้วค่าๆๆ ^ ^” [รู้สึกผิดมากมาย TT TT”] ขอโทษที่ให้รอนานนะค้า
shiNiiz(ta*tee) – เรื่องนี้เกิดจากปม เพราะปม และจบที่ปมค่ะ 555+ ปมใหญ่และยุ่งมากด้วยค่ะ เพราะงั้นการแก้ปมเป็นเรื่องยากยิ่ง
kanaO – ยืนยันว่าจบดีจริงๆค่ะ [เหมือนจะไม่มีใครเชื่อเลยอ่ะ ฮ่าๆ] แจนนั่งยันนอนยันด้วยเลยค่ะ
asuka – คนเห็นนี่ตาร้ายเอามากๆเลยล่ะพี่ 555+แล้วแกจะตอบเมนท์ฉันเพื่อ?? เว้นไว้ไม่มีใครว่า
Ryu – ค่ะ...ต่อด่วน [1เดือนผ่านไป...] ขอโทษค่า TT^TT!!! ตอนหน้าจะอีกกี่เดือนก็ไม่รู้ค่ะ เหอๆๆ ไม่ได้กดดันนะจะน้องรัก ด้วยความเข้าใจยิ่ง
Tomoe – โอ้ว...อ่านเรื่องนี้รวดต่อจากเกาหลี สุดยอดมากค่ะ =[]=! คนละอารมณ์เลยมั้ยค้า... ขอบคุรสำหรับิกเกาหลีค่ะ!!
Marumama – ยืนยันว่าไม่ลืมเหมือนกันค่ะ [แต่เมื่อไหร่นี่ขอเคลียร์ตัวเองก่อนนะ TT TT~] 555+ ให้กำลังใจน้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่า...

บล็อกพี่ทำตัวหนาไม่ได้ว่ะ พี่ไม่ได้เอาออกนะตัวเอง
#1 By Asuka F. on 2007-11-03 01:24