Every... of me 3
posted on 24 Nov 2007 01:02 by asuka-jan in NotJKยังไม่ได้ตรวจทาน
Can you see what’s it clued?
จินใช้เวลาถ่ายหนังอยู่สี่วัน ถือว่าค่อนข้างมากทีเดียวสำหรับหนังสั้นแค่สิบนาทีสักเรื่องหนึ่ง อุปสรรคใหญ่หลวงก็คือการขาดการวางแผนที่ดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์อย่างน้องปีหนึ่งหรือนักศึกษาวิชากฎหมาย
ผลที่ตามมาไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ เพราะอาจารย์ประจำวิชาเกิดป่วยกะทันหันทำให้สามารถเลื่อนงานส่งไปได้อีกสามสี่วันนอกจากเสียเวลาเสียเงินไปกับการถ่ายทำแล้ว จินก็ดูปลดเรื่องเครียดๆ ออกจากสมองได้มากพอควร
เสียดายที่ผมไม่สามารถอยู่ช่วยเขาได้ตลอดเวลาอย่างที่ใจอยาก
ความสัมพันธ์ของจินกับคาเมนาชิก็เป็นอีกเรื่องที่ผมกังวล จนตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ชัดถึงความต้องการของทางนั้นนัก แน่นอนว่าคาเมะต้องการตีสนิทจิน แต่จะด้วยจุดประสงค์อะไรผมยังไม่แน่ใจ หากเพราะต้องการแก้แค้นผม เขาควรจะทำอะไรสักอย่างไปแล้ว หรือถ้าเป็นเพราะคาเมะชอบจินจริงๆ ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันเป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์
มันง่ายมากที่จะตกหลุมรักคนดีๆ อย่างจิน
แต่คนอย่างคาเมะ...ผมสุดความสามารถที่จะหยั่งถึงความในใจของเขา
แต่ก็ยังมีสิ่งที่ผมกลัวมากกว่านั้น...
จินใกล้ชิดคาเมะมากอย่างที่ผมไม่คาดคิด และมันก็สร้างความเจ็บปวดได้พอๆ กับเวลาที่จินเคยมากระซิบบอกผมว่ากำลังหลงรักผู้หญิงที่ไหนสักคนอยู่ แต่ความความอึดอัดทรมานมันมากกว่ากันหลายเท่า เพราะคราวนี้จินไม่พูดกับผมอย่างนั้น
เขากล่าวปฏิเสธ
จินทำให้ผมสับสนระหว่างการกระทำและคำพูดของเขามากมาย
ปากว่าไม่คิดอะไร แต่จินพาตัวเองไปเข้าใกล้คนที่บอกว่าเป็นแค่น้องชายอย่างที่คนลูกโทนเช่นเขาไม่เคยทำ
มันแปลกที่ผมกำลังรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง
ผมเคยได้ยินผู้หญิงร่วมชั้นปีของผมพูดเอาไว้ เธอยินดีเสียแฟนให้กับหญิงอื่น ดีเสียกว่าสูญเสียให้กับชายอื่น
ผมเคยหัวเราะให้กับคำพูดนั้น จนวันนี้ ผมถึงเข้าใจว่ามันไม่ตลก
แม้ตัวผมจะเป็นเกย์ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นโดยไร้ความขัดแย้ง แต่ผม.... ในความเป็นจริง ผมยังสำนึกถึงความผิดธรรมชาติของเพศที่สาม รับไม่ได้กับสิ่งที่ผมกลัวว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมา หากมันจะเกิดขึ้นกับเพื่อนรักของผมคนนี้
หรืออย่างน้อย ใครคนนั้นทำไมถึงไม่ใช่ผมแต่กลับเป็นคนอื่น
“พี นายว่าฉันจะซื้อผลไม้อะไรดีวะ”
“นายอยู่ไหนน่ะจิน”
“ฉันอยู่ข้างนอก อยู่ตลาด พูดดังๆ หน่อยนะ แถวนี้เสียงดังฉิบเป๋ง ฉันไม่ค่อยได้ยินนายเลยว่ะ”
ระบบเสียงของโทรศัพท์รุ่นโบราณของจินซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากผมค่อนข้างมีปัญหา จินต้องตะโกนเหมือนคนหูตึงทุกครั้งที่ใช้มัน แต่ปัจจัยห้าของคนทั่วไปในสังคมเมืองกลับเป็นแค่สิ่งนอกกายที่จินมีไว้เหมือนพกก้อนหินติดกระเป๋า แต่ละครั้งที่เขาหยิบหินก้อนนั้นขึ้นมาใช้ แสดงถึงธุระสำคัญที่จินจะมีกับคนที่ติดต่อด้วย
“แค่ซื้อผลไม้นี่ต้องโทรมาเลยหรือจิน” เรื่องสำคัญของจินบางครั้งผมก็มองว่าเป็นเรื่องแปลกๆ
“ฉันไม่รู้ว่าคาเมะเขาชอบกินอะไรนี่หว่า คิดว่านายน่าจะรู้”
แต่บางครั้งก็แปลกมากจนทำให้หัวใจผมหลุดออกจากขั้วได้ง่ายๆ
“นาย... นัดเจอกับเขาหรือ”
“อื้อ เนี่ย ฉันจะไปตัดหนังบ้านเขา เลยว่าจะซื้อผลไม่ไปกินกันน่ะ นายว่างมั้ยไปด้วยกันเปล่า?”
ว่าง? จินเอ่ยคำชวนแบบไม่คาดหวังคำตอบจากผม ทั้งที่จินรู้ว่าผมไม่มีทางจะว่างในวันเสาร์ที่ผมต้องทำพาร์ททามทั้งวัน เพื่อนผมหัดเอ่ยคำพูดมารยาทกับผมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ถ้าฉันบอกว่าว่างนายจะดีใจหรือไงจิน”
“ดีใจดิ เพราะทั้งฉันทั้งคาเมะ ...แล้วก็คนอื่นในกลุ่มไม่มีคนใช้โปรแกรมเชี่ยวเลยสักคน”
“งั้นหรือ...”
“เออ ว่าไง โดดงานเพื่อเพื่อนได้หรือเปล่าวะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวสามมื้อเลย” จินตะโกนเหมือนคนหูหนวกอีกครั้ง
“ลงทุนจังนะ”
“ก็ดีกว่าเสียเวลางมโข่งกับตำราหรือเปล่าวะ เอาน่า...มาเหอะ ตอนนี้ฉันต้องการนายมากกว่านายจ้างร้านราเมนนะเว่ย”
ผมเจ็บจี๊ดเหมือนมีใครเล็งธนูยิงใส่อก ต้องการ... คำที่ผมเคยอยากได้ยินนักหนา ไร้ความหมายยิ่งกว่าฝุ่นควันในท้องถนน
“ว่าไง เพื่อนขอร้องนะเว่ย...”
“พ่อนายต้องละอายแน่ที่มีลูกเอาแต่ใจโคตรๆ แบบนี้”
“ตกลงแล้วใช่ป่ะ งั้นฉันไปรอที่เดิมนะ เจอกัน”
....................................................................................................
ผมยินดีตกเป็นทาสคนคนนี้ตลอดชีวิต เขาอาจจะรู้ หรือไม่รู้
ผมไม่เคยพูดอะไร และจินก็ไม่เคยชินกับการปฏิเสธของผมเช่นกัน
สำหรับจินผมอาจจะเป็นเพื่อนผู้มีน้ำใจ เป็นคนเก่ง เขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าน้ำใจของผม หรือความสามารถใดๆ ที่ผมมี มันเกิดขึ้นเพื่อจะมอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียว
สัญญาณบางอย่างที่ส่งไปให้เขาโดยที่ผมควบคุมมันไม่ได้ ผมดีใจที่มันมีเปลือกของความเป็นเพื่อนห่อหุ้มไว้ไม่ให้เขาสังเกตได้ถึงความไม่บริสุทธิ์ ร่องรอยความปรารถนาลึกๆ ในใจที่บางคราวผมกดมันไว้ไม่อยู่ ก็มีรอยแห่งความเป็นเพื่อนทาบทับเอาไว้ไม่ให้ดูผิดปกติ
การเดินทางของหัวใจของผมในวันนี้ก็เช่นกัน ผมหวังว่ามิตรภาพที่เรามีจะช่วยบดบังความสับสนว้าวุ่นใจไม่ให้เขาสังเกตเห็น
ความสงสัยวางทิ้งเอาไว้ ความกลัว ความน้อยใจ เสียใจ เหยียบให้มิด
เพราะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าการต้องสูญเสียคนคนนี้ไปอีกแล้ว...
ผมและจินไปถึงบ้านคาเมนาชิในช่วงสาย ที่นั่นคนอื่นๆ ในกลุ่มมาพร้อมกันหมดแล้ว จินเคอะเขินกับตัวบ้านทำให้ผมแน่ใจว่าเขายังไม่เคยมา ผมพบว่าตัวเองดีใจกับเรื่องเล็กๆ นี้อย่างประหลาด
“รุ่นพี่มาได้จริงๆ หรือครับเนี่ย ผมคิดว่าพี่จินล้อเล่นเสียอีก”
แต่คาเมะไม่มีสายตาว่าทึ่งกับการปรากฏตัวของผม
“เดี๋ยวกินอะไรกันก่อนสิครับ ผมไปเปิดเครื่องคอมพ์ก่อน”
สตรอว์เบอร์รี่ที่จินขนมาโดนรุมทึ้งจากน้องๆ ผู้โหยหิว ไม่ต่างกับคุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพของเจ้าบ้านที่ใจป้ำเอามาวางไว้ให้ทั้งถาด ตัวจินเองที่ไม่ชอบของหวานนักหนาแต่เมื่อพบความอร่อยลิ้นที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีของทั้งสองสิ่งก็เผลอตัวแย่งน้องๆ กินจนไม่ได้ยินเสียงเรียกอื่นใด
“อะไรเนี่ย จะมาทำงานหรือปาร์ตี้กันแน่”
คาเมะเอ่ยทักท้วงอย่างน่ารัก ทำเอาคนอื่นหัวเราะแหะแล้วเดินตามตัวเองไปยังห้องทำงานกันเป็นขบวน
เรื่องตลกที่ผมไม่คาดคิดจากคาเมนาชิเกิดขึ้นจนได้ วอลเปเปอร์บนหน้าเดสก์ท็อป เป็นรูปเจ้าของเครื่องที่มีแขนของใครสักคนวางพาดอยู่ บ่งบอกความสัมพันธ์ที่กินนัยมากกว่าเพื่อนสักคน ผมไม่รู้ว่าจินสังเกตเห็นหรือเปล่าว่าข้อมือปริศนานั้น ใส่นาฬิกาดีเซลเรือนเดียวกับที่ผมใส่อยู่....
ผมมั่นใจว่าจินต้องรู้ ไม่ว่าคนอื่นจะมองพลาดไปยังไง
เพราะนั่น คือเรือนที่พ่อผมทิ้งไว้ให้ก่อนตาย แล้วจินเป็นคนใส่ให้ผมเองกับมือ
ทำไมคาเมะยังโชว์รูปนี้
และเพื่อนผมใยถึงยิ้มแย้มไม่แปลกใจอะไรเลย
จินรู้อยู่แล้ว?...
“มองอะไรไอ้พี”
“นายรู้?”
“ฉันรู้มากกว่านั้นอีก”
ไม่จริง...
ใจผมหล่นฮวบลงไปเกือบถึงพื้น ดีมีรอยยิ้มของจินรั้งมันเอาไว้ให้กลับไปอยู่ที่เก่า
เพราะผมรู้ว่าถ้าจินรู้... จินคงไม่มีวันมอบรอยยิ้มนี้ให้มา รอยยิ้มสดใสเหมือนคนกำลังสมใจเรื่องอะไรสักอย่าง
“เดี๋ยวเราได้คุยกันแน่ไอ้พี ไอ้เพื่อนรัก”
...............................................................................................
อิดิทเตอร์จำเป็นอย่างผมตัดหนังให้ทุกคนเสร็จเรียบร้อยได้ในเวลาอันรวดเร็ว สุดท้ายแล้วคนที่เรียนรู้งานด้านตัดต่อจริงจังก็มีแค่นักศึกษาวิชากฎหมายเท่านั้น ส่วนรุ่นน้องสื่อสารมวลชนของผมพร้อมเพรียงกันไปนอนเอกเขนกไร้ประโยชน์กันที่ห้องนั่งเล่นทั้งหมด
ความจริงผมอยากยืดระยะเวลาการสอนโปรแกรมตัดหนังออกไปให้ยาวกว่านี้ จินที่มีสมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีเสน่ห์เหลือเกินในความรู้สึกของผม เพียงแต่ถ้ามันที่ส่วนตัวของเรา... ไม่ใช่บ้านของคนอื่น
“นายจะคุยอะไรกับฉันหรือจิน”
“เดี๋ยวเด้”
“เล่นตัวอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวพ่อจับทุ่มเลยนี่”
“กล้าหรือ”
ท่าทีคงแก่เรียน ใบหน้าเหม็นเบื่อโลกมนุษย์ของจินที่คนอื่นรับรู้ แตกต่างจากความจริงอีกด้านที่ผมเห็นโดยสิ้นเชิง
เพื่อนของผมร่าเริง ขี้เล่น และมีความสุขเมื่อได้แกล้งใครต่อใคร ใบหน้าอันเปี่ยมสุขของจินยามที่รับรู้ถึงชัยชนะ ทำให้ผมยอมแพ้จินตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งไปซะทุกคราว
“กลัวพื้นบ้านคนอื่นเขาเสียหายว่ะ”
เสียงหัวเราะของเขา เป็นสิ่งที่ผมพร้อมจะเอาอะไรก็ได้ไปแลกเพื่อได้มา
“แน่ใจหรือวะว่าบ้านคนอื่น”
“หือ”
“ฉันถาม... ว่าแน่ใจหรือ ว่าคาเมะเป็นคนอื่นสำหรับนาย”
“อะไร...” นี่หรือคือสิ่งที่จินจะพูดกับผม
“อย่ามาทำเก๊กน่า... ฉันรู้หรอก ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่ยุ่งหรอกนะ แต่คนนี้ฉันชอบ ให้ผ่านว่ะ”
“ชอบ? หมายความว่าไงจิน ไหนนายว่า—”
“ชอบในฐานะแฟนเพื่อนโว้ย พูดตรงๆ ฉันว่ารายนี้น่ารัก ค่อยให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงหน่อย เหมาะกับนายดี”
“จิน นายก็รู้…” ผมเคยห้ามเขาจริงจัง ว่าอย่าได้แนะนำหรือยัดเยียดผมให้ใคร เพราะการถูกคนที่เรารักส่งเสริมให้ไปรักคนอื่น มันเจ็บช้ำพอๆ กับการถูกปฏิเสธซึ่งหน้า
“ฉันรู้ว่ามันเรื่องส่วนตัวของนาย แต่ฉันอยากช่วยเขา รู้มั้ย เขารักนายมากนะ”
“นายจะรู้อะไรจิน”
“รู้สิ เขาบอกว่านายทิ้งเขาไปเพราะเขาเป็นคนขี้หึง แต่ตอนนี้เขาขอโอกาสแค่จะได้อยู่ใกล้ชิดนายอีกครั้ง”
“มัน ไม่...”
“เอาน่า เอาเป็นว่าฉันแค่เอาข้อมูลมาบอก แต่นายจะรับหรือไม่มันก็เรื่องของนาย ฉันจะไม่ยุ่งอีก นายมันยิ่งพวกถ้ายุจะไม่แต่พอห้ามดันชอบซะด้วย ฉันไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้วรับรอง”
คาเมนาชิพูดอะไรกับเพื่อนของผมกันแน่
เจ้านั่นต้องการอะไรกันแน่!
..................................................................................
มันจะจบลงอย่างรวดเร็วสมกับเรตติ้งแน่นอน!!

ไม่เคยได้อ่านฟิคที่ดีเลิศแบบนี้มาก่อน จินช่างเป็นเพื่อนที่ดี
หวังว่า จะไม่มีหักมุมนะคะ นะคะ
ถ้าหักมุม จะไปยืนถือป้ายประท้วงที่หน้าคณะเจ๊เลยนะ
ปล.ขอให้คาเมะรักมะพีจริงๆเต๊อะ สาตุ๊~~~
#1 By mao_#~~ (58.8.187.114) on 2007-11-25 00:11