[Un] Perfect Continuous - Part 5
posted on 31 Dec 2007 00:20 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 05
Character: Jin x Kame and Friends
Genre: Drama
Author: Renika
Editor: Asuka
Rate: General
Warning: ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
5# the beginning
หลายครั้ง ผมเห็นคนหลายคนถูกบีบให้ทำอะไรสักอย่าง
และคนเหล่านั้นก็ทำสำเร็จได้ไม่ผิดจากการคาดเดา
...แต่บางครั้ง...
สิ่งที่ผมเป็นมันก็ไม่เหมือนสิ่งที่คนอื่นเป็น
นิตยสารและหนังสือพิมพ์มากมายที่ประโคมข่าวการกลับมาของหนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดังถูกกองเอาไว้รวมกันมากมายบนโต๊ะรับแขกเตี้ยๆ
ฮิเดอากิกวาดตามองซ้ำอีกครั้ง ทั้งรูปจากงานแถลงข่าวและรูปจากคอนเสิร์ต
...จินกลับมาแล้ว...
เขารู้เรื่องนี้ก่อนคนอื่นในฐานะคนใน... 6 เดือนในต่างทวีป ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้จริงๆ
จินได้ทบทวนอะไรหลายอย่าง...และโตขึ้นกว่าเดิม
...แต่ก็ยังคงเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่ง...
ฮิเดอากิถอนหายใจช้าๆ...เขาคิดว่าตัวเองรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นแบบนี้
ใบหน้าหล่อเหลาของนักร้องหนุ่มหันไปมองพวกรูปถ่ายที่เขาเคยหยิบมาดูเล่นแต่ยังไม่มีโอกาสจะจัดมันเก็บให้เข้าที่ เด็กหลายคนในภาพเหล่านั้นโตขึ้นและกลายเป็นดารา นักร้อง หรือแม้กระทั่งนักแสดงที่มีความสามารถ
มือหนาหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมาจากกอง...เป็นรูปของเด็กสองคน คนหนึ่งตาตี่ๆ ตัวแห้งๆ กับเด็กหัวเห็ดอีกคนที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะยิ้มยิงฟัน ภาพความสดใสแบบเด็กๆ นั้นทำให้เขาต้องยิ้มด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจ
หากเขาไม่เลือกทางนี้ให้...
++++++
ฮิเดอากิกวาดตามองไปรอบๆ ห้องซ้อมขนาดใหญ่ของเด็กจูเนียร์ กลุ่มเด็กๆ ถูกแยกย่อยไปตามยูนิตของแต่ละคน ชายหนุ่มเช็คความเรียบร้อยด้วยสายตาอีกครั้ง ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับเด็กคู่หนึ่ง
“นากามารุคุง” เขาเดินเข้าไปแตะไหล่หนึ่งในนั้นเบาๆ อย่างรักษามารยาทด้วยความไม่สนิท
“อ่าว อรุณสวัสดิ์ครับทักกี้” ยูอิจิหันมาฉีกยิ้มตอบรับตามประสาคนอัธยาศัยดี
“อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงไม่ดังนักตามขึ้นมาในทันทีโดยที่ฟังดูก็พอจะรู้ว่าเป็นคำทักตามมารยาทของคนที่ไม่นิยมการสนทนากับใครมากนัก
“อรุณสวัสดิ์...” ฮิเดอากิยิ้มรับทั้งคู่ก่อนจะหันไปหาคนที่ตัวเองเดินเข้ามาเรียก เป็นสัญญาณให้อีกคนรีบพาตัวเองออกห่าง “เรียบร้อยดีใช่ไหม?”
“ครับ” ยูอิจิตอบอย่างนอบน้อมแม้อายุอานามจะไม่ได้ต่างกันมากมาย พร้อมกับปลายหางตาที่เหล่มองคนที่เพิ่งเดินออกไป “ผมกับอุเอดะเราก็สนิทกันดีอยู่แล้ว...เรื่องนั้นผมว่าทำตัวตามปกติก็น่าจะโอเคอยู่แล้ว”
“ก็ดี...” ผู้เป็นรุ่นพี่พยักหน้า ก่อนจะยิ้มให้ด้วยความใจดี “ถ้ามีอะไรก็มาบอกได้นะ”
“ขอบคุณครับ”
ฮิเดอากิเคยนึกเกลียดสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายมา...
การเป็นลีดเดอร์ของเด็กจูเนียร์ทำให้เขาต้องรับหน้าที่ที่ไม่คาดคิดมากมาย ซ้ำยังต้องพิสูจน์ตนเองให้คนอื่นเห็นให้ได้
เขาคิดจะลาออกหลายครั้ง...แต่สุดท้ายเขาก็มายืนในจุดนี้ได้
เขาเคยถามคุณจอห์นนี่ถึงเหตุผลที่เลือกเด็กอย่างเขา
มันอาจจะฟังดูตลก...แต่เขาถูกเลือกด้วยแววตา...
‘สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำคือการใช้คนให้เป็น...ดังนั้นหัวหน้าจึงจำเป็นต้องมีสายตาที่เฉียบคมและมีเซนส์ในการมองคน’
คำตอบนี้ทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น...
ลีดเดอร์จูเนียร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเด่นในการแสดงและแค่ตัวแทนของทุกคน แต่อันที่จริง...ตัวเขาต้องใช้คนทุกคนให้เป็น และใช้เกิดประโยชน์ที่สุด
แม้สักวันเขาจะต้องกลายเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งในค่ายและเขาก็ต้องเป็นบุคคลที่มีส่วนในการเลือกรุ่นต่อไป
แต่คุณจอห์นนี่กลับให้อภิสิทธิ์นั้นกับตัวเขาล่วงหน้า
ภาระหน้าที่ถูกทิ้งลงมาบนบ่าทั้งสองโดยไม่ได้ตั้งตัว เขาเลือกได้เพียงสองทาง คือก้าวต่อไปกับโยนทุกอย่างทิ้ง
เขารู้ตัวในตอนนั้นนั่นเอง...ว่าเขา ‘ต้อง’ ทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาประสบความสำเร็จ
เขาเดิมพันการตัดสินใจแต่ละอย่างอย่างท้าทาย...ทุกๆ อย่างอยู่บนพื้นฐานของนามธรรม
ความมั่นใจที่เขาเลือกมาใช้คือความไว้วางใจที่เขาได้รับมา
หากคุณจอห์นนี่มั่นใจในเซนส์ของเขา...เขาก็จะเชื่อถือมันเช่นเดียวกัน
ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา...งานที่ไม่เคยคิดอยากจะทำกลับสร้างความภาคภูมิในใจให้กับเขาลึกๆ
เมื่อเห็นใครหลายๆ คนได้ก้าวหน้ามากขึ้นทีละก้าวโดยมีตัวเขาอยู่เป็นเบื้องหลังที่ไม่มีใครมองเห็น
เขาเสพติดความรู้สึกนี้เข้าอย่างจัง
งานกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขาโดยสมบูรณ์แบบ
ในตอนนั้นฮิเดอากิเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง...เขาอาจจะเป็นผู้ใหญ่ด้วยความรับผิดชอบที่มากมาย
แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่มักจะคึกคะนองไปตามความสนุก
“ทักกี้”
“ว่าไงโทมะ” เด็กหนุ่มรุ่นพี่ตอบรับเสียงเรียกโดยไม่ได้ละสายตาไปจากการซ้อมเต้นของเด็กๆ
“ตั้งใจทำงานจังนะครับ” โทมะทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ
“ก็มันเป็นงานนี่” ฮิเดอากิยักไหล่ ก่อนจะขมวดคิ้วนิ่ง
“อะไรหรือฮะ?” โทมะมองตามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป “อ้าว...คาเมะจังนี่!?”
“นายรู้จักด้วยหรือ?”
“รู้สิ” โทมะโคลงหัวไปมา ก่อนจะชี้แจงด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “หมอนั่นคือคนโดนอิทธิฤทธิ์ปากเรียวไปตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาไงครับ...”
“คาเมะ...คาเมนาชิ คาซึยะงั้นหรือ?” ฮิเดอากิทวนชื่อช้าๆ ก่อนจะเพ่งสายตามองเด็กตัวเล็กตาตี่ๆ หัวกระเซิงๆ
“คนนี้น่าสนใจนะครับ น่าส่งเสริม...” โทมะกล่าวขึ้นลอยๆ ก่อนจะหลิ่วตาให้
“จะรับไว้พิจารณาแล้วกัน” ฮิเดอากิพยักหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังเด็กที่ไม่มีความน่ารักเลยสักนิดแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
อะไรสักอย่าง...เหมือนกับความคิดอะไรสักอย่างมันคาค้างอยู่...
“ผมขอตัวไปซ้อมต่อก่อนนะครับทักกี้” โทมะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยล้าออกจากกล้ามเนื้อ
“อืม...” โทมะส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับรุ่นพี่ที่ตอบรับมาแบบส่งๆ เพราะกำลังใช้ความคิด ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาเพื่อนสนิทอย่างโทโมฮิสะ
“โทมะ!” โทมะเอี้ยวตัวไปมองตามเสียงเรียก
“อ่าว...” คำอุทานหลุดออกมาทันทีเมื่อสายตากวาดเห็นอะไรบางอย่าง
“จินมันหลับรอคิวซ้อมอีกแล้วเหรอเนี่ยพี”
...อาคานิชิ จิน?
หากโทมะไม่พูดชื่อนั้นขึ้นมา...
“ขอโทษที่มาสายครับ...อ๊ะ...”
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงที่ยังไม่แตกหนุ่มของเด็กน้อย
“นั่งก่อนสิคาเมนาชิคุง” ฮิเดอากิยิ้มให้อย่างใจดี ก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้ใกล้ๆ
“ครับ...” คาซึยะค่อยๆ ปิดประตูก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ จิน
“เอาล่ะ...” ผู้เป็นรุ่นพี่กระแอมให้รุ่นน้องสองคนเข้าสู่เรื่องที่เป็นงานเป็นการมากขึ้น “ที่ฉันเรียกมา...เพราะมีเรื่องจะขอความร่วมมือจากนายสองคน”
“สองคน? หมายถึงจะต้องร่วมงานกันหรือครับ?”
ฮิเดอากิเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงประหลาดใจในการตอบรับ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะคาเมะ” คาซึยะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงการแสดงออกที่แปลกประหลาดของตนจนลืมการเรียกชื่อที่ถูกปรับให้สนิทสนมอย่างแนบเนียน
“แล้วสรุปว่าจะให้พวกผมทำอะไรหรือครับทักกี้?”
เกือบจะเผลอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย...ฮิเดอากินึกขำกับพฤติกรรมอันแตกต่างของรุ่นน้องสองคนตรงหน้า
คนหนึ่งก็เชื่อฟังมันทุกอย่างส่วนอีกคนก็ทั้งดื้อด้านทั้งต่อต้าน
“ฉันอยากจะให้พวกนายของคนเข้าใจคอนเซปต์ของค่ายก่อนเป็นอันดับแรกนะ”
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับเลือกที่จะพูดกันแบบสบายๆ...ต้องค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้นตอน...โน้มน้าวและชักจูง...
“รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าค่ายของเรามีเอกลักษณ์ในเรื่องของผู้ชายหน้าสวย...รู้ใช่ไหม”
“เพราะฉะนั้นมันก็ค่อนข้างจะสำคัญที่จะรักษาแนวคอนเซปต์เดิม”
“ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพวกนายต้อง ‘สวย’ เราไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างอิมเมจขึ้นมาในสายตาของแฟนๆ”
“แล้วทักกี้จะให้พวกเราทำอะไรหรือครับ” คาซึยะออกปากถามอย่างงุนงง ฮิเดอากิเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มให้น้องชายคนนี้อย่างเอ็นดู
“ฉันอยากให้พวกนายสองคนจับคู่กัน...เพื่อสร้างอิมเมจอย่างที่บอก”
“ซึ่งวิธีที่ดีสุดก็คือ...การแสดงบทบาทให้คนหนึ่งเป็นฝ่ายชาย...เพื่อทำให้อีกคนหนึ่งเกิดอิมเมจเป็นฝ่ายหญิง” ดวงตาคมจับจ้องไปที่จินก่อนจะเลื่อนไปหา...คาซึยะ
“คงเข้าใจใช่ไหม...ก็คงต้องเคยเห็นกันมาบ้างอยู่แล้ว”
แม้จะเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง แต่ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น...กับการตอบสนองของแต่ละคน
“ฉันจะพูดตรงๆ ก็แล้วกัน...ช่วยเป็นแฟนเซอร์วิสได้ไหม”
“ก็ได้ครับ”
“ผม...ก็ได้ครับ”
เป็นอีกครั้งที่เรียวคิ้วเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ...ฮิเดอากิเตรียมพร้อมจะรับกับการต่อต้านที่จะเกิดขึ้นเสมอ แต่การตอบรับด้วยท่าทีสงบแบบนี้ทำให้เขาได้แต่นั่งเงียบ
“ไม่ต้องให้คำตอบทันทีแบบนี้ก็ได้” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ
“...งั้นฉันจะถือว่าพวกนายสองคนสัญญาแล้วนะ...”
หากผมไม่มองข้ามสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในนี้...
“ทักกี้”
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกใจนั้นรั้งให้ฮิเดอากิหันกลับไปมองทั้งๆ ที่ตนกำลังรีบ
“ฉันกำลังจะไปประชุม นายมีอะไรหรือโทมะ”
“ทักกี้ได้เชคเทป Jr Fight หรือยังครับ” โทมะเอ่ยถามเร็วๆ
“ก็กำลังจะเอากลับไปดู...ทำไม มันมีอะไรหรือ”
“รีบกลับไปดูนะครับทักกี้...เด็กดีของทักกี้น่ะ”
โทมะเดินกลับเข้าห้องซ้อมไปแล้ว...แต่ฮิเดอากิยังคงยืนค้างอยู่พร้อมกับคิดที่จะสลับคิวงานทั้งหมดเพื่อให้ตนว่างสักชั่วโมง
...คาเมนาชิ คาซึยะ?
ภาพของเด็กตัวเล็กที่เข้ามากอดเข้ามานัวเนียกับเด็กอีกคนถูกฉายซ้ำไปมาด้วยคำสั่งจากรีโมทในมือ
ฮิเดอากิปล่อยให้นิ้วกดเล่นภาพนั้นซ้ำไปมาหลายต่อหลายครั้งในขณะสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องราวมากมาย
...ทั้งตกใจประหลาดใจและเหนือความคาดหมาย...
คาซึยะทำเกินไป...แต่มันก็คือสิ่งที่เขาบอกไม่ใช่หรือ เขาควรจะยินดีกับการว่าง่ายของรุ่นน้องคนนี้ใช่ไหม
ความกังวลเกิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แต่ฮิเดอากิก็เลือกที่จะมองข้ามมัน
หากผมไม่มองข้ามมันและคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก...ทุกอย่างก็คงไม่บานปลายจนวันนี้
“โดโมโตะซังประกาศฟอร์มวง KAT-TUN อย่างเป็นทางการแล้วนะ”
“จริงหรือสึบะ?!” ฮิเดอากิหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ห่าง
“อืม...” สึบาสะรับคำเบาๆ
“เฮ้อ...” ชายหนุ่มทิ้งตัวใส่พนักเก้าอี้อย่างอารมณ์ดี
“ดีใจหรือทักกี้”
“ใช่สิ...ในที่สุดสองคนนั้นก็มาอยู่วงเดียวกัน แถมยังเป็นวงเดียวกับยูอิจิและทัตสึยะด้วยนะ” ฮิเดอากิพูดด้วยน้ำเสียงรื่นเริงอย่างไม่ปิดบัง
“แต่ดูในวงจะไม่มีใครอยากจะเป็น KAT-TUN เลยนะ”
“...แต่มันก็เลือกไม่ได้ไม่ใช่หรือไง...ดีแล้วล่ะ...ในที่สุดจินกับคาเมะก็มาอยู่ด้วยกันเสียที”
“คิดดีแล้วหรือ...ทักกี้”
น้ำเสียงนั้นทำให้ฮิเดอากิหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ...สึบาสะเป็นอีกคนที่คอยมองดูอยู่ตลอดแม้จะไม่ได้ทำอะไร ซึ่งเขาก็ไม่เคยออกความเห็นกับใครอย่างนี้เลย ตั้งแต่รู้จักกันมา
“ทำไมล่ะ?...ก็แค่จับคู่โปรโมท”
“กับสองคนนี้...นายคิดดีแล้วนะ?” ฮิเดอากิเงยหน้ามองเพื่อนที่เพิ่งมาสนิทกันไม่นานอย่างอิมาอิ สึบาสะ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฉันมั่นใจว่า KAT-TUN จะต้องประสบความสำเร็จ”
สึบาสะกัดปากอย่างชั่งใจ ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะผละออกไป
“ถ้ามั่นใจก็ไม่เป็นไร...แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นนายต้องรับผิดชอบเด็กสองคนนั้นนะ”
หากผมเอะใจกับสิ่งที่สึบาสะละไว้...
++++++
ฮิเดอากิคว่ำรูปถ่ายในมือลงกับโต๊ะ
‘ทักกี้...นายไม่ต้องรับผิดชอบอย่างที่ฉันเคยพูดก็ได้...’
‘จริงๆแล้วมันไม่ใช่ความผิดของนายเลยที่สองคนนั้นจะกลายเป็นแบบนี้’
สึบาสะไม่เคยตอกย้ำในการกระทำของเขา...หลายปีที่สนิทกันมากขึ้นสอนให้เขากับสึบาสะรู้จักตัวตนของกันและกัน
สิ่งที่เคยพูดไว้ในช่วงที่เพิ่งสนิทกันได้ไม่นานถูกสั่งให้ลืมไปซะ...เพราะสึบาสะคนนี้เข้าใจเขามากเกินไป...
...ถึงรู้ว่าเขาไม่เคยที่จะไม่รู้สึกผิด...
KAT-TUN อาจจะเป็นวงที่ประสบความสำเร็จ เป็นวงที่สุดยอดที่สุด...ดังความคาดหมาย
แต่ KAT-TUN ก็เป็นวงที่เละเทะได้ถึงที่สุดในเวลาเดียวกัน
และเขา...ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ...คือผู้ชายที่มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นแบบนี้
หากไม่ใช่เพราะเขา...ในวันนี้ KAT-TUN ก็คง...
เพราะสิ่งที่ผมเป็นมันแตกต่างจากคนอื่น
มันคงจะพลาดตั้งแต่แรก...ที่ผมยอมเล่นบทบาทนี้
++++++
The END 05 , TBC
TALK
สวัสดีปีใหม่ค่ะ [/ปาดเหงื่อ...ทันเดือนธันวาจนได้]
สำหรับตอนนี้...ทักกี้ยึดค่ะ...[หัวเราะ]
เริ่มเข้าใจอะไรๆ ที่มันแทรกอยู่บ้างหรือยังคะ...ตอนนี้เป็นเรื่องในมุมมองของทักกี้ล้วนๆ ดังนั้นก็เหมือนเดิมนะคะ...แต่ละคนมองภาพตามวิจารณญาณของตัวเอง การถ่ายทอดจะมีความรู้สึกส่วนตัวแฝงไว้เสมอค่ะ
ตอนนี้หลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่าสึบาสะในตอนนี้กับสึบาสะในตอนที่ 2 ทำไมถึงต่างกันราวฟ้ากับเหวเช่นนี้...คือว่า ตอนนั้นทักกี้กับสึบาสะเป็นทักกี้แอนด์สึบาสะกันมาหลายปีแล้ว แต่ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองเริ่มมาจับคู่กันได้ไม่นาน ดังนั้นทั้งการแสดงออกและทัศนคติที่มีต่ออีกฝ่ายก็จะต่างกันออกไป ทั้งโตขึ้นและรู้จักกันและกันมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
สุดท้ายนี้...ต้องขออภัยทุกท่าน...ที่ตอนนี้ดูลงห่างจากตอนที่แล้วมากมาย [ความจริงตอนที่แล้วลงต้นพฤศจิกายน แต่ตอนนี้ลงปลายธันวาคม มันยังคงสปีดอยู่ในเดือนละตอนนะคะ 55+] พอดีเมื่อช่วงต้นเดือนได้ประสบกับมรสุมชีวิตเล็กน้อยเลยเงียบๆ ไป แต่ตอนนี้ฟื้นตัวแล้วค่า ^ ^ [เพิ่งสอบเสร็จด้วย...ชิลมาก...คาดว่าคะแนนก็คงชิลไม่ต่างกันนัก 55+]
สุขสันต์วันปีใหม่ มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะทุกคน เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า~
งานนี้อยากเล่าถึงความเหนื่อยยากของน้อยจอยค่ะ มันช่างเป็นตอนสั้นๆ ที่ทำการบ้านเยอะมากกกกกกกกกกก
เราทั้งสอง (หนักไปที่น้อง) ต้องค้นหาและอ่านประวัติ/ผลงาน ของทั้งคัตตุนก่อนและหลังฟอร์มวง, T&T, 4TOPS หรือกระทั่งอาราชิ เพื่อลำดับเวลาของเหตุการณ์แต่ละอย่างและความสัมพันธ์ของทุกๆ คนในบริษัท เพราะเราอยากให้มีความคลาดเคลื่อนจากเรื่องจริงน้อยที่สุด ดังนั้น...อ่านจบตอนนี้แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจน้องคนแต่งหน่อยนะค้า...
สุขสันต์วันปีใหม่เหมือนกันค่ะ
Comment
Jan – ทำไมมันทำตัวหนาไม่ได้อ่ะพี่... ไม่รู้ว่ะ
__mao*~~P – เจ๊...หนูมีเรื่องจะบอก..........................................................โควต้าบทมะพีมันหมดแล้วว่ะ.........[หัวเราะ] 555
KittyDoll – ยามะพีนี่...บางครั้งคนแต่งยังไม่ค่อยเข้าใจมันเลยค่ะ 55+ ส่วนคาเมะ...พวกเรารู้ค่ะว่าน้องเธอเป็นยังไง แต่คนอื่นในเรื่องไม่รู้นี่คะ เหอๆ แต่จินก็รู้ค่ะแจนว่า 555
ploy@tatchi – ทัตจังอยู่ในใจหนูเสมอค่ะพี่พลอย [กร๊าก] (เด็กเอ้อีกคนล่ะซี่...)
MiHaRu~ - ขอบคุณเช่นกันค่ะ ^ ^ ...แอบหวั่นหรือคะ...คนแต่งคนคิดหวั่นไปแล้วล่ะค่ะ 555+ หวั่นกันถ้วนหน้าค่ะไม่ต้องห่วง
Yui – เราเอาเหตุการณ์จริงมาหาเหตุผลกันค่ะ วิเคราะห์ตามมุมของเราน่ะค่ะ
shin_ai – ความจริงของคาเมะหรือคะ...ยังไงดีล่ะ ที่คาเมะแสดงออกมาคือความจริงตลอดเวลาค่ะ แต่ความจริงนั้นมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่เสมอ ต้องวิเคราะห์เจาะลึกค่ะ!!
marumama – ไม่มีใครผิด หรืออาจจะผิดทุกคนค่ะ หวังว่าตอนนี้จะทำให้เข้าใจเหตุผลของผู้ชายที่ชื่อทักกี้มากขึ้นนะคะ ^ ^ ส่วนของคนอื่นๆ อาจจะมีอะไรที่ลึกซึ้งยิ่งไปกว่านี้ หรืออาจจะไม่มีอะไรเลยนอกจากความรู้สึกก็ได้ค่ะ (คนแต่งยังไม่ได้คิดนั่นเอง 55)
lemongirl – คงจะจับเข่าคุยกันดีๆ ง่ายๆ ไม่ได้ล่ะมั้งคะ 555+ ต้องทำให้ยากค่ะ ชีวิตมนุษย์
nuch – อา...มะพีไม่ได้เฟคค่ะ แต่มะพีทำให้คนเชื่อมั่น ส่วนคาเมะ...อันนี้ค่าตัวน้องเขาแพงค่ะ ต้องใช้งานให้คุ้ม เหอๆ 555+
DaiFuKu – ทัตจังอยู่ในใจหนูเสมอค่ะพี่ปุ้ม [เล่นมุกเดิมซ้ำๆกันนี่ผิดไหมอ่ะ ฮ่าๆ] (เมียลาคนที่สอง)
Lady-Rabbit – อื่ม...มันก็ไม่ใช่อีโก้เสียทีเดียวน่ะค่ะ เพราะคนเรามันก็ต้องหาจุดยืนให้ตัวเองเหมือนกันนะคะ และเหตุผลที่จะยืนอยู่ตรงนั้นค่ะ
Kook – มันเป็นสิ่งที่คนแต่งรู้สึกมาโดยตลอดค่ะ 55+ รู้สึกว่าจะมีแต่คนคิดถึงทัตจังของคนแต่ง...อยากจะให้ชีมีบทกันเหรอคะเนี่ย!! 555+ อย่าบอกนะว่าเมียลาคนที่สาม!!!
`Rii,, 369` - เพราะอคติเท่านั้นล่ะค่ะ กับคนคนนึง ถ้าทำแบบนี้เราจะเฉย แต่ถ้าเป็นอีกคนเราจะไม่ยอม มันก็แค่อคติค่ะ จินไม่ได้คิดอะไรนี่คะ ได้ยินอะไรก็เอาตามที่ได้ยิน ไม่มีอิมเมจที่พร้อมจะปรุงแต่งสาร จินมองด้วยสายตาที่เป็นกลางนะคะเห็นอย่างนี้ก็เถอะ 55
Viva – เอ่อ...นั่นสิพี่ ทำไมถึงมาได้อ่านเอาป่านนี้ล่ะคะ... จะว่าตรง...มันก็พูดตรงอยู่ แต่ก็ตรงแบบอ้อมๆ นะหนูว่า เหอๆๆๆ แล้วถึงสาปแช่งยังไงของทัตจังก็ต้องแรงกว่าค่ะพี่วี เลิกล้มความคิดเหอะ 555+ (อันนี้เมียลาของแท้)
*Bua – คาเมะน่าเห็นใจค่ะ แต่คาเมะก็กดดันตัวเองมากมายนะ ...พีกับเมะ...เอิ่ม...จะดีหรือพี่?! ไม่ดีนะคะน้องบัว ไม่ดีค่ะ
Reeya – ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ขอบคุณมากค่า...
wi ka - พูดถึงหนังดราม่า...อยากดู the queen จังเลย แผ่นที่มีมันซับนรกเกินรับได้จริงๆ [ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวกับคอมเมนท์ ฮ่าๆ] ...มันเป็นการเข้าสังคมของสัตว์สังคมค่ะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ต้องมีฝ่ายผิดกับฝ่ายถูก หรือต่างผิดกันคนละหน่อย...
x_x – มันเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของคนแต่งค่ะ 55+ มันแรงมากค่ะ
BeLLe – เอาทักกี้ไปแทนก่อนละกันนะคะ 555+ ได้ทักกี้แถมสึบะด้วยค่ะ
shiNiiz(ta*tee) – ไม่แพงค่ะ แต่คนแต่งหวง ฮ่าๆ หุหุ
JoKeR – เพราะว่ามะพีไม่ได้เฟกค่ะ มันเป็นมาดปกติของผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยามะพีเลยไม่เคยรู้สึกเหนื่อย ในขณะที่คาเมะต้องฝืนตลอดเวลาค่ะ อืมมม เรียกว่าตั้งใจเกินไปก็ได้มั้งคะ แต่มะพีมันทำออกมาจากจิตใต้สำนึกค่ะ
nawa_akaknish – ‘รู้สึกเหมือนเรื่องไม่ค่อยเดิน’ >> กระแทกใจไปเต็มๆ เลยค่ะวลีนี้ ฮ่าๆ ‘แม้ว่าจะอัพนานทีปีหนก็ตาม’ >> อีกซักดอก...ขอโทษค่า!!! TT TT” ...เห็นใจน้องมันเถอะค่ะ เด็กกำลังกินกำลังนอน
akajam – ค่อยๆ แก้ไปค่ะ ไม่ต้องรีบ ค่ะ ตามนั้น
senjumaru – เอ่อะ...นอกจากเรื่องนี้เราไม่ค่อยได้แต่งอะไรแล้วนะคะ [หรือคุณจะมีญาณหยั่งรู้ว่าเราแอบแต่งอะไรเก็บไว้!!!] (บอกกันบ้างก็ได้นะคะอยากรู้เหมือนกัน!!)
sexy..naughty..พริชชี่ (phrichy) – เพราะยามะพีในเรื่องคือยามะพีในสายตาของคนแต่งและคนคิดค่ะ เพราะมันคือ ‘un’ perfect continuous ค่ะ ก็เรื่องดีๆ มันเห็นๆ กันอยู่แล้วนี่คะ เลยขุดเอาด้านมืดมาไงจ๊ะ
GiNg – เอิ่ม...จะมีการตีกันระหว่างแฟนพีกับแฟนเมะไหมคะเนี่ยยยยยย [หัวเราะ] ใจเย็นค่าทุกโค้นนนน
HAPPY NEW YEAR ค่า~

ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ชอบเรื่องนี้มากทีเดียว
ว่า ทักกี้มีส่วนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของจินเมะตอนนี้
เป็นแบบนี้ใช่มั้ยคะ ดูทักกี้รู้สึกผิดมากๆเลย
เราก็ยังไม่เข้าใจความคิดของจินกับคาเมะ
เหมือนเดิมค่ะ
โดยเฉพาะคาเมะ เป็นคนที่ทำอะไรเข้าใจยากจริงๆ
อืม....
เป็นเรื่องที่คาดเดาตอนต่อไปไม่ออกเลยจริงๆคะ
สู้ๆนะคะ
HAPPY NEW YEAR เช่นกันค่ะ
#1 By kook (202.28.27.3) on 2007-12-31 11:02