Love Box
posted on 23 Jan 2008 18:40 by asuka-jan in Co-Project
Project:
It
isn’t love story
Title:
Love
Box
Author:
Asuka
ภาคองค์ลง
Casts:
…ไม่บอกดีกว่า...
Warning:
ไม่เตือน
เดี๋ยวไม่อ่าน
ความรักของคุณเป็นเช่นไร ดูดี... บอกใครต่อใครได้เต็มปากหรือเปล่า
คุณนึกออกมั้ยความรักแบบที่ต้องหลบซ่อน มันเป็นยังไง
ไม่หรอก ไม่ใช่เพราะมันผิดบาป
แต่เพราะมัน ไม่เป็นที่ยอมรับของ “ใครต่อใคร” ต่างหาก
ดารา จะเข้าใจคำว่าดาราถ่องแท้ก็ต่อเมื่อ...เขาได้เป็น ‘ดารา’ จริงๆ และต้องเจอเรื่องยุ่งยากเพราะคำๆ นั้น
ช่วงหนึ่งในชีวิตผมฝันที่อยากจะเป็นดารา อยากมีผลงานให้ใครๆ ชื่นชม อยากได้รับเสียงกรี๊ดอย่างบ้าคลั่งในทุกๆ การไหวตัว แต่ตอนนี้...ผมต้องการเพียงแค่เสี้ยวนาทีที่จะผมจะได้หายใจ สูดอากาศที่ปลอดโปร่ง โดยไม่มีสายตาของใครๆ จับจ้อง
เวลาเพียงเสี้ยวที่ผมกับคนรัก จะได้รักกัน
อาคานิชิ จิน ต้องคู่กับคาเมนาชิ คาซึยะ
หรือไม่ก็... อาคานิชิ จิน ต้องคู่กับ ยามาชิตะ โทโมอิสะ
ใครจะรู้ว่าตัวอาคานิชิ จิน อยากจะคู่กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น
คนที่ใครๆ ไม่เคยจับคู่ให้ คนที่ใครๆ ไม่เคยมองว่าเขามีหัวใจไว้เพื่อผม
เพื่อนที่ดีที่สุด คนรักที่ดีที่สุด
คนที่ อาคานิชิ จิน อยากจะรักแค่เขา
แต่เราทำได้แค่หลบซ่อน...
“จิน นายต้องไป...รับคาเมะ ไปได้แล้ว”
“ไปด้วยกันมั้ย”
“อย่าเลย ฝากของนี่ไปให้ด้วยแล้วกัน ฉันกับทัตจังซื้อมา วันก่อนก็ลืมยังไม่ได้ให้”
“จำเป็นหรือ...”
“เรื่องไหนล่ะ”
“อคาเมะ”
“ถือว่าไปรับน้องของเราไงจิน”
“น้องที่ใครๆ คิดว่าแฟน... นายก็น้อยๆ หน่อยนะ ถึงเป็นอุเอดะฉันก็ไม่ยอมหรอก”
“ฉันกับหมอนั่นเป็นเพื่อน”
“เพื่อนที่บางคนชอบจับคู่ให้”
“รักเรามันก็เป็นแบบนี้นี่จิน”
“สักวันฉันจะบอกทุกคน”
“แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
ใช่...เวลาของรักเรายังไม่เคยมาถึง
กองถ่ายละครของคาเมะอยู่คนละทางกับบ้านผมอย่างสิ้นเชิง แต่เพราะเขารถเสีย จึงต้องเป็นหน้าที่ของใครสักคนไปช่วยรับส่ง แน่นอนว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นผม ไม่ต้องเสียเวลาคิด ไม่ต้องเจียดเวลาโหวต
เพราะเป็นคาเมะ จินถึงต้องดูแล
ความจริงผมโอเคกับหน้าที่พิเศษนี้ คาเมะเป็นคนน่ารักพอสมควร ผมหมายถึงเขาไม่พูดมาก ไม่เรื่องมาก และเข้าใจอะไรได้ดีอย่างที่คนที่เด็กที่สุดในวงจะเข้าใจ บางครั้งผมและคนรักยังทึ่งกับความคิดอ่านของเขา โดยเฉพาะเมื่อพี่แก่ๆ ในวงจนหนทาง หมดหวังกับอนาคตและคนรอบข้าง
หลายครั้งเหมือนกันที่ผมตีกับเขา ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเหลวไหลของผม แต่คาเมะก็เป็นคนเดียวที่เข้าใจ และสนับสนุนความรักของผมเสมอ ตรงนี้ล่ะมั้งที่ทำให้เราตัดกันไม่ขาด
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เข้มงวดที่สุดเรื่องการแสดงออก
เมื่อไหร่ที่ผมไม่ระวัง เจ้าเด็กนี่จะสะกิดผมแรงจนเจ็บ
เจ็บเสียจนผมอยากต่อยมันซักหมัด ตะโกนด่าให้รู้ว่าอย่าล้ำเส้นกับคนรักของผมมากจนเกินไป
แต่หมอนั่นก็รู้จังหวะดี หลังจากเล่นบทน้องชายอ้อนพี่ชายจนได้เรื่องในแต่ละครั้ง หมอนั่นก็ถอยกลับมาเล่นบทคนรักขี้งอนของผมอย่างเก่า
ผมเคยถามแฟนผมเหมือนกันว่าหึงคาเมะบ้างมั้ย
แฟนผมหัวเราะ บอกว่าคาเมะมีสเปกที่สูงกว่าผมแน่นอน ไม่คว้าคนอย่างผมทำแฟนหรอก
แต่ความจริงผมว่าเป็นเพราะผมเชื่อใจได้มากกว่า แต่เขาคงไม่อยากให้ผมได้ใจ เราทั้งคู่หลีกเลี่ยงที่จะพูดอะไรหวานๆ ใส่กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในที่ที่เสี่ยงว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน
“หิวจังเลยจิน”
“ไปกินข้าวกันก่อนมั้ยล่ะ”
“ไม่กลัวที่รักรอหรือไง”
“เถอะ ขืนเขารู้ว่าฉันปล่อยให้นายหิ้วท้องรอนานมีหวังด่าเละ”
“ฮ้า... เกิดเป็นคาเมนาชินี่ดีจังเลย มีพี่ชายดี แถมพี่เขยยังเอาใจ”
“ร้านเดิมนะ”
“อื้ม จะขัดใจคนจ่ายตังค์ได้ไง”
มื้อเย็นง่ายๆ ของผมกับคาเมะ ถูกขัดจังหวะเล็กน้อยด้วยสายตาของปาปารัซซี่และบรรดาแฟนคลับ แต่เราเคยชินจนเกินกว่าจะไปหาร้านใหม่หรือกระทั่งเปลี่ยนโต๊ะ ผมเอาใจพวกเขาอีกนิดหน่อยโดยการเอาของฝากของแฟนผมให้คาเมะในตอนนั้นเลย คาเมะทำท่าเซอร์ไพรส์อย่างน่ารักจนน่าถีบ แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะมันสมบทบาทดี ดีกว่าผมด้วยซ้ำที่ส่งให้แบบทื่อๆ ไร้พิธีรีตอง
ระหว่างทางขากลับหมอนั่นรื้อๆ ค้นๆ แผ่นเพลงในรถผมวุ่นวายไปหมด ผมได้แต่ทำเฉยเสียเพื่อให้คงสมาธิอยู่กับไฟจราจรในยามค่ำคืนกลางกรุงโตเกียว อย่างไรก็ดีวันนี้ไม่ใช่วันที่ผมจะอารมณ์เสียได้ง่ายๆ เพราะเขาเพิ่งโทรมายืนยันว่าวันนี้เขาไปหาผมได้ ตอบแทนกับการที่ผมดูแลน้องชายของเขาอย่างดี
นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ไอ้ตัวซนมันซนผิดปกติ คงเพราะรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีต้องถูกทิ้งให้หง่าวคนเดียว แต่ถ้าเทียบกับความเหงาที่ผมต้องนอนกอดหมอนมาตลอดทั้งเดือนล่ะก็ คาเมะควรจะเห็นใจผมมากกว่าที่จะมาป่วนกัน
แต่เอาเถอะ เพื่อความสุขในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าผมยังอดทนได้มากกว่านี้หลายเท่า
“กลับบ้านดีๆ นะจิน คืนนี้ฝากพี่ชายด้วย อย่าหื่นจัดเหมือนในฟิกชั่นล่ะ พี่ชายผมตัวนิดเดียว”
“เข้าบ้านไปเลยไป”
สิบนาทีเท่านั้นจากบ้านคาเมะไปบ้านผม สิบนาทีที่นานเหมือนทั้งชีวิต และสั้นเหมือนลมหายใจเดียว
ผมเคยหวังให้เขามายืนรอรับหน้าบ้าน เอาน้ำมาให้ดื่ม แต่แค่วันนี้ผมยังมีเขา มันก็เกินหวังมาไกล
ผมไม่ได้มองประตูบ้านตัวเองว่าเหมือนประตูสวรรค์มานานเท่าไหร่แล้ว
สวรรค์วันนี้ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงพิณไพเราะ ไม่มีใครๆ มาร่วมยินดี
มีแต่เรา ผม...กับเขาที่อยู่ ณ อีกฟากของประตู
ผมได้ยินเสียงกุกกัก บ่งบอกหนึ่งชีวิตที่อยู่หลังประตูห้องซึ่งผมเป็นเจ้าของ ผมลังเลว่าควรจะเปิดเข้าไปอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าบ้านดีมั้ย หรือเคาะและรอให้เขาเดินมาเปิดรับ
เสียงนั้นเงียบไปแล้ว เขาต้องรู้แล้วแน่เลยว่าผมยืนอยู่ตรงนี้
ความเหินห่างของเรา...ทำให้เราต่างประหม่า
แปลกดี แม้ว่าผมกับเขาเพิ่งเจอกันล่าสุดเมื่อตอนบ่าย แต่นาทีนี้มันต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด
“เข้ามาสิจิน”
เสียงเชิญชวนนั่นฟังเหมือนเพื่อนชวนไปเล่นบอล เหมือนโคคิชวนไปร้องเพลงแร็พ
ในโลกนี้คงมีแต่คาเมะ อุเอดะ แล้วก็ผมเท่านั้นแหละที่จะจับได้ถึงความเคอะเขินอันน่าขบขัน พนันก็ได้ว่าเขาต้องแก้เกี้ยวด้วยการทำบีทบอกซ์กลบเกลื่อนเมื่อจับได้ว่ากำลังกัดปากตัวเองอยู่
“ไม่ซ้อมสักวันก็ได้นะยู”
ให้ตาย แฟนผมใจร้ายเสียจริง เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องปิจาม่าคอลึกๆ หน่อยสิ
“เพลงใหม่ทำยาก ร้องสดคราวที่แล้วฉันไม่ค่อยพอใจตัวเองเท่าไหร่”
“มันใช่เวลามั้ย”
เขาควรจะรู้ นี่ไม่ไช่เวลามาร้องรำ...ทำเพลง
ผมไม่ชอบเสื้อยืดเพราะมันต้องถอดออกทางหัว เสียเวลาจูบ...
ไหนจะกางเกงแบบกระดุม... ถ้าเป็นยางยืดจะไม่น่าหงุดหงิดเท่านี้เลย
“จิน จิน ฉันไม่หนีไปไหนเสียหน่อย”
แฟนผมตัวเล็กจริงๆ อย่างที่คาเมะว่า เล็กจนผมไม่รู้แล้วว่าเขาเอาตับไตไส้พุงไปซ่อนไว้ที่ไหน บางครั้งผมเป็นห่วงสุขภาพเขา แต่เขากลับตอกกลับมาเรื่องไขมันส่วนเกินของผม
“บ๊ะ ถ้างั้นก็ให้ความร่วมมือหน่อยสิ”
เสียงหัวเราะของเขาเป็นยิ่งกว่าเสียงพิณในสวรรค์ บางครั้งที่ผมเอาแต่ใจเกินไป เขาจะเอาคืนด้วยการวกมากัดไหปลาร้าเป็นการปราม
ผมก็ต้องแกล้งสะดุ้งนิดหน่อย เพื่อให้เขายังเชื่อว่าผมยังแพ้มันอยู่
ถ้ารู้แล้วอย่าไปบอกเขาแล้วกัน ว่าผมไม่ได้จั๊กกะจี้ตรงนั้นแล้ว เพราะภาพที่เขาพยายามเอาชนะผม มันน่ารักเกินกว่าที่ผมจะเฉลยความลับนี้ให้เขารู้
“โอ๊ย จิน เบา...”
“อ้า... ฉันกอดรัดนายแน่นเกินไปหรือ”
นานครั้งที่เขาจะตวัดสายตาโกรธๆ มาให้ แปลกตาดีจริงๆ แค่นี้ผมก็ยอมเป็นคนกวนประสาทไม่เลิกราแล้ว...
แต่เห็นแก่ความเจ็บปวดที่เขาต้องแบกรับ ผมจะอ่อนโยนให้มาก... ผมจะอ่อนโยนให้ยิ่งกว่าที่คาเมะหรือใครจินตนาการไว้
“ขอโทษ... พร้อมหรือยัง”
ภาพลักษณ์ของการเป็นคนชอบใช้กำลัง ผมไม่ยี่หระมัน ตราบใดที่คนรักของผมยังประคองใบหน้าของผมไว้ด้วยสายตาที่สื่อความหมาย
ภาพลักษณ์ของการเป็นหนุ่มเจ้าชู้ ผมไม่สนใจ ตราบใดที่ลมหายใจของผม มีเขาคนนี้มาเติมเต็ม
ใครจะมองผมยังไงก็ช่าง วางผมไว้ตรงไหนของความต้องการก็เชิญ
เพราะนั่นคือผมที่อยู่ในความคิดของคุณ
แต่สำหรับอาคานิชิ จิน ตัวจริงเสียงจริง
อาคานิชิ จินที่ผมเป็นเจ้าของชีวิต
ร่างกายและหัวใจ ผมมีไว้ให้นากามารุ ยูอิจิครอบครองเท่านั้น
ถึงวันนี้ผมยังต้องปิดบังมัน แต่สักวัน ผมจะทำลายความฝันของทุกๆ คน
เพราะผมจะไม่ยอมแอบซ่อนจนวันตาย!!
ขอโทษ แต่ในวันนี้ผมไม่ขอเสียเวลาอีก รุ่งอรุณมักมาถึงไวเกินไปเสมอ...
***************************************
Title: Love Box part inverse
Author:
renika (ภาคองค์asukaลง)
Casts: รู้กันแล้วเนอะ...
Warning:
ไม่ต้องเตือนแล้วล่ะมั้ง
55+
ความรักของผมไม่ได้เป็นรักที่ต้องหลบซ่อน
แต่มันเป็นความรักที่บอกใครไม่ได้...คุณพอจะเข้าใจไหม
ไม่ใช่...มันไม่ใช่เรื่องผิดบาป
แต่ไม่มีใครยอมรับมัน
ปัจจัยหลายอย่างในตัวผมและเขา ทั้งที่มีคนจับตามองและความรับผิดชอบมากมายบนบ่า
ผมเคยวาดฝันและกำหนดจุดหมายของความสำเร็จไว้ ผมอยากทำเพื่อคนที่ผมรัก...พ่อ แม่ และน้องสาวทั้งสองคน...อยากประสบความสำเร็จให้พวกเขาภูมิใจ แต่ตอนนี้ผมกลับต้องการเพียงเวลา สำหรับผมและคนที่ผม ‘รัก’ เท่านั้น
เวลาที่ผมกับเขาจะได้อยู่ด้วยกัน
อาคานิชิ จิน ต้องคู่กับคาเมนาชิ คาซึยะ
หรือไม่ก็... อาคานิชิ จิน ต้องคู่กับ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ
ใครจะรู้ว่าผมยิ้มออกมาได้ยากแค่ไหน
ไม่มีใครมองเห็นผมที่ยืนอยู่ คนที่อยากแค่จะรักเขา
เป็นทั้งเพื่อนสนิท และคนรัก
เป็นคนที่ต้องรอคอยเวลาที่ถูกเจียดออกมาของอาคานิชิ จิน
ผมอยากแค่จะมีเวลาสำหรับเรา
“จิน นายต้องไป...รับคาเมะ ไปได้แล้ว”
“ไปด้วยกันมั้ย”
“อย่าเลย ฝากของนี่ไปให้ด้วยแล้วกัน ฉันกับทัตจังซื้อมา วันก่อนก็ลืมยังไม่ได้ให้”
“จำเป็นหรือ...”
“เรื่องไหนล่ะ”
“อคาเมะ”
“ถือว่าไปรับน้องของเราไงจิน”
“น้องที่ใครๆ คิดว่าแฟน... นายก็น้อยๆ หน่อยนะ ถึงเป็นอุเอดะฉันก็ไม่ยอมหรอก”
“ฉันกับหมอนั่นเป็นเพื่อน”
“เพื่อนที่บางคนชอบจับคู่ให้”
“รักเรามันก็เป็นแบบนี้นี่จิน”
“สักวันฉันจะบอกทุกคน”
“แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
...เวลา...อันน้อยนิด
อุเอดะ ทัตสึยะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผม...
เพราะบ้านของเราไปทางเดียวกัน ผมกับเขาจึงกลับบ้านด้วยกันเสมอตั้งแต่เด็กจนโต และเพราะเขาไม่ชอบขับรถและไม่มีรถของตัวเอง ผมจึงต้องเป็นฝ่ายขับรถไปหาเวลาไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะยอมขับแทนเวลาที่ผมเหนื่อยมากเท่านั้น และเพราะเขากับผมมีเวลาว่างที่ตรงกัน จึงไปเที่ยวด้วยกันบ่อยตามประสาเพื่อน
แต่เพราะเขาคืออุเอดะ ทัตสึยะ และผมคือนากามารุ ยูอิจิ
ผมกับเขาก็ไม่ได้ต่างจากจินกับคาเมะเลยแม้แต่น้อย
ความจริงผมก็โอเคถ้าคนคนนั้นจะเป็นทัตสึยะ ผมหมายถึงว่า ทัตสึยะเป็นเพื่อนสนิทผม ถึงเขาจะไม่เคยพูดอะไรแต่ผมก็รู้ว่าเขาเข้าใจผมเสมอ ทัตสึยะเป็นแรงผลักดันให้ผมกล้าที่จะตัดสินใจและกล้าที่จะทำอะไร หลายครั้งที่เขาทำให้ทั้งผมทั้งคนรักตกใจ โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าวงคนดีปล่อยทุกอย่างให้ผมตัดสินใจเอาเอง
หลายครั้งอยู่เหมือนกันที่เขาทำผมแทบเป็นบ้า ด้วยการให้ผมจัดการเรื่องของผมเองแบบที่ไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร แต่ทัตสึยะก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยขัดเรื่องของผมกับคนรัก ตรงนี้ล่ะมั้งที่ทำให้เราตัดกันไม่ขาด
แม้ว่าเขาจะต้องรับผิดชอบเรื่องทุกอย่าง
เมื่อไรที่จินแทรกเข้ามาระหว่างผมกับเขา เขาก็แค่เดินออกไปจนผมตัวชา
ชาจนอยากจะทุ่มทุกอย่างทิ้ง แล้วเลิกล้มสิ่งที่ผูกมัดผมกับคนที่ผมรักเอาไว้
แต่แค่หันไปเห็นเขาทำหน้านิ่ง ความรู้สึกผิดก็แล่นปราดไปทั้งร่าง แม้เขาจะต้องเป็นคนที่ยืนกัดฟันรับทุกอย่างแทนผม แต่ก็ไม่เคยเอ่ยปากอะไรแม้แต่คำเดียว
จินเคยพ้อผมเหมือนกันเวลาที่ผมกับทัตสึยะสนิทกันเกินไป
แต่ผมก็ย้ำกับเขาได้อย่างหนักแน่นทุกครั้งไปว่าทัตสึยะเป็นแค่เพื่อน
แต่ความจริงผมว่าเขาไม่ได้คิดอะไรหรอก เพียงแต่อิจฉาเพื่อนอย่างทัตสึยะที่ได้อยู่กับผมมากตัวเองเท่านั้น แต่เราทั้งคู่ก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดประเด็นนี้กับทัตสึยะอยู่แล้ว...เพราะหมอนั่นรู้ดีเกินไป...
“จอดตรงสถานีข้างหน้านี่แหละ”
“ทำไมล่ะ”
“ไม่อยากไปหรือไง”
“ไปไหน...ฉันจะไปส่งนายไง”
“ฉันชื่อทัตสึยะไม่ใช่คาซึยะ ปล่อยฉันลงข้างหน้า อย่ามาลีลา”
“สถานีนี้นะ”
“แล้วค่อยเลี้ยวซ้ายออกไปทางนั้นนะรถจะไม่ติด”
แทบจะน้ำตาร่วงกับน้ำคำของเพื่อนสนิท ทัตสึยะเป็นคนรักสบายและชอบให้คนเอาใจ แต่เมื่อเป็นเรื่องของผมกับคนรัก เขาก็พร้อมจะเปิดช่องเสมอ มันอาจจะเป็นรางวัลเล็กๆน้อยๆแทนคำขอบคุณจากหัวหน้าวงที่ผมกับคนรักยังอดทนกันมาจนถึงทุกวันนี้
ผมเลี้ยวรถไปอย่างใจเย็นเท่าที่จะทำได้ รถไม่ติดเท่าไรอย่างที่ทัตสึยะว่า ผมหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายถึงคนรัก ผมบอกเขาด้วยเสียงที่เหมือนชวนทัตสึยะไปกินข้าวว่าผมจะไปหาเขาตอบแทนที่เขาช่วยดูแลน้องชายให้
หวังว่าคาซึยะจะใจดีกับผมเหมือนที่ทัตสึยะใจดี เพราะน้องชายผมคงซนไม่เหลือหากรู้ว่าเดี๋ยวจะต้องถูกทิ้งคนเดียว
แต่ผมทนได้...หลังจากที่ทนมาเป็นเดือน...จะซักชั่วโมงหรือสองชั่วโมงผมก็ไม่กลัว
“พรุ่งนี้ไม่มีคิวงานตอนเช้าแล้วนะ แต่ไม่ต้องไปบอกจินมันก่อนล่ะ”
“อะไรของนาย”
ทัตสึยะรู้ดีเกินไปจริงๆ...ทำเป็นโทรมาเสมือนจะบอกแค่ไม่ต้องมาเช้า แต่คำทั้งข้างหลังมันล้อเลียนกันชัดๆ ผมกดปิดเครื่องแล้วโยนมือถือไว้ที่ก้นกระเป๋า
ตอนนี้ผมอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่เคยทั้งไว้ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ผมว่าหลายๆครั้งจินก็คงอยากจะเอาอะไรมาสับเปลี่ยนให้มันเป็นอย่างอื่น แต่ก็นั่นล่ะ...เขาก็คงยังจะเกรงใจผมอยู่บ้าง
อะไรบางอย่างทำให้ผมรู้ว่าจินยืนอยู่อีกฟากของประตู...เขาคงกำลังลังเลที่จะเข้ามาเลยหรือจะเคาะประตูดี
มันทำให้ผมใจหาย...นี่เราห่างกันไปจนประหม่าที่จะเจอกันเชียวหรือ
“เข้ามาสิจิน”
ผมร้องเรียกด้วยเสียงที่คิดว่าตัวเองปกติที่สุด...หวังว่าจินจะไม่จับได้ว่าผมเขินอยู่เหมือนที่คาเมะกับทัตสึยะจับได้เสมอ
แต่แล้วผมก็พลาดเมื่อรู้สึกว่ากำลังกัดปากตัวเองอย่างเสียศูนย์
บีทบอกซ์นี้อาจจะเป็นการแก้ลำที่ตลกที่สุด หรือผมจะชวนเขาซ้อมเพลงใหม่นี้ด้วยเลย?
“ไม่ซ้อมสักวันก็ได้นะยู”
และจินใจร้ายกับผมพอที่จะทำให้คนแก่เริ่มหาที่ทางให้ตัวเองไม่ได้
“เพลงใหม่ทำยาก ร้องสดคราวที่แล้วฉันไม่ค่อยพอใจตัวเองเท่าไหร่”
“มันใช่เวลามั้ย”
ผมก็รู้ตัว...แต่จะให้ผมยิ้มอ้อนเขาหรือ
เขาพิจารณาการแต่งตัวผมด้วยสายตาที่ผมร้อนวาบ
อ้อมกอดของเขาทำให้ผมเสียศูนย์เข้าจริงๆ
“จิน จิน ฉันไม่หนีไปไหนเสียหน่อย”
จริงๆแล้วถึงมันจะรัดแน่นไปหน่อย แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาคลายแรงเลยสักนิด
ผมจำไม่ได้ว่าเคยบอกจินหรือเปล่าว่าเขาอย่าลดน้ำหนักเลย...
“บ๊ะ ถ้างั้นก็ให้ความร่วมมือหน่อยสิ”
ผมหัวเราะ...อาคานิชิ จินตัวจริงต้องเอาแต่ใจตัวเอง แต่บางครั้งผมจะแกล้งเอาคืนด้วยการจู่โจมที่จุดอ่อนของเขาที่ไหปลาร้า
เขาจะสะดุ้งและคลายมือเล็กน้อย
แต่อย่าไปบอกเขาเชียว...ว่าผมรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้จั๊กกะจี้ตรงนั้น แต่ท่าทางที่เขายอมให้ผมขั้นนึงมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ อีกอย่างท่าทางที่เหมือนว่าหลอกผมได้แบบนั้นมันก็ดูน่ารักไปอีกแบบ
“โอ๊ย จิน เบา...”
“อ้า... ฉันกอดรัดนายแน่นเกินไปหรือ”
แต่บางครั้งผมก็ต้องตวัดตามองเขาเป็นการปราม แต่สำหรับคนคนนี้อาจจะเหมือนว่ายิ่งยุซ้ำเข้าไปก็ได้
ซึ่งสุดท้ายเขาก็ยอมให้ผมอยู่ดี อ่อนโยนชนิดที่ใครๆก็คิดไม่ถึง แม้แต่เพื่อนผู้รู้มากอย่างทัตสึยะก็ตาม
“ขอโทษ... พร้อมหรือยัง”
หน้าที่ของผมจะต้องทำให้ตัวผมเป็นใครในสายตาคนอื่นก็ช่าง ในเมื่อคนที่ผมรักยังคงกอดผมอยู่
ความรับผิดชอบของผมจะต้องให้ตัวผมไปคู่กับใครก็ช่าง ในเมื่อผมยังได้อยู่กับคนรัก
ใครจะมองผมยังไง จะวางผมไว้ตรงไหนของความต้องการก็ตามแต่
เพราะนั่นคือผมที่อยู่ในความคิดของคุณ
แต่สำหรับนาการมารุ ยูอิจิ ตัวจริง
นากามารุ ยูอิจิที่ผมเป็นเจ้าของชีวิต
ร่างกายและหัวใจ ผมมีไว้ให้อาคานิชิ จินครอบครองเท่านั้น
ถึงวันนี้ผมยังต้องปิดบังมัน แต่สักวันผมจะไปก้มหัวขอโทษทัตสึยะด้วยตัวเอง
เพราะผมก็ไม่คิดว่าจินจะยอมเงียบอยู่อย่างนี้จนวันตาย
ขอโทษนะครับ แต่ในวันนี้ผมคงไม่ขอเสียเวลาที่มีอยู่อย่างน้อยนิดนี้ไปอีกแล้ว ถึงพรุ่งนี้เช้าจะไม่ต้องรีบไปทำงานก็เถอะ...
***************************************

(ไม่ได้บ่นนะคะ แค่ได้มีน้องพีออกมาก็ขอบคุณมากแล้ว)
เพิ่งเคยอ่านเป็นครั้งแรกพี่อึ้นกับอีจินเนี่ย
ปกติจินxเมะ อึ้นxพีตลอด
แต่ก็น่ารักดี
ชักจะติดใจซะแล้วสิ
ฮ่าฮ่า
#1 By BLUE. on 2008-01-23 19:20