Special Twenty-nine (จบแล้ว)

posted on 29 Feb 2008 19:24 by asuka-jan  in Short-fic

Title: Special 29th
Author: Asuka
Casts: Basic KA
Rate: G

 

 

 

เจ็บหรือครับ

เปล่าค่ะ คือ... จั๊กจี้เฉยๆ

 

เด็กหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนที่เขาจะละนิ้วมือจากส่วนอ่อนไหวของลูกค้าสาว และไปเพิ่มแรงกดอันอ่อนโยนแก่ส่วนที่สังเกตได้ว่าบุคคลเบื้องล่างมีทีท่าพอใจ

 

ชอบให้เกามั้ยครับ

อืม... ค่ะ แต่อย่าโดนหูนะ ตรงนั้นไม่ไหวจริงๆหญิงสาวบอกพลางหัวเราะอย่างเขินอาย ทำให้ความเครียดน้อยๆ ของผู้ที่อยู่ในขั้นฝึกงานผ่อนคลายลง หัวคิ้วที่กดต่ำในทีแรกผ่อนขึ้นสูง ส่งให้ใบหน้าที่ดูคมเข้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนเยาว์สดใส หลังส่งยิ้มให้ลูกค้าแทนคำขอโทษอีกครั้งเด็กหนุ่มทำงานก็ของตนต่อไปด้วยท่าทีคล่องแคล่ว...ไม่มีสะดุด แม้ว่าจะเพิ่งเข้าสู่วันที่สามของการเป็นนักเรียนฝึกหัด

 

เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวตามผมมาทางนี้เลยนะครับ วันนี้ช่างอาคานิชิย้ายไปทำงานชั้นสอง

 

แค่ชื่อของดาวเด่นประจำร้านถูกเอ่ยออกมา ก็ทำให้สาวๆ ที่รอต่อคิวเป็นแถวยาวตื่นตัวเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

ทำให้คาเมนาชิ คาซึยะ เด็กใหม่ของร้าน Destiny Hair Do ผู้อยู่ในตำแหน่งช่างสระและช่างไดร์อดปลื้มไปด้วยไม่ได้

 

อ้าว ยูกิจัง วันนี้จะทำทรงไหนดีครับ

 

เพราะแค่เสียงที่ทักทายอย่างมีไมตรีเท่านั้น ก็สามารถทำให้ทั้งลูกค้าสาวและคนที่เดินนำหน้ามาต้องก้มหน้ากลั้นยิ้มอย่างขลาดเขิน ไม่ต้องเงยหน้ามาเจอความหล่อเหลาให้หัวใจละลาย แม้ความอัจฉริยะในการตัดผมจะเป็นเรื่องจริง แต่ชื่อเสียงที่ขจรไปสู่สาวๆ กลับเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตามากกว่าฝีมือ

 

คนคนเดียว ที่ทำให้คาเมนาชิเด็กขยัน...เสียชื่อความขยัน เพราะอยากจะละงานที่ทำขึ้นมาเรียนรู้ความเก่งกาจของช่างตัดผมมือหนึ่งในดวงใจ

 

คาเมะ มาไดร์ผมให้ยูกิจังที เสร็จแล้วเรียกฉันด้วยนะ

 

น่าเสียดายที่ความเก่งกาจนั้นทำให้ลูกค้าแต่ละคนได้เวลาของช่างจินไปคนละไม่กี่นาที ซึ่งก็เป็นประโยชน์สำหรับวันที่ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษอย่างวันเสาร์อาทิตย์ และอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์สำหรับเด็กนิสัยไม่ดีที่หวงอาจารย์เอามากๆ... แม้สัมผัสแค่ปลายนิ้วมือ

 

 

เหนื่อยจังเลยนะวันนี้

อย่างนั้นหรือครับ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เซนเซย์ไม่ต้องสอนผมก็ได้...

ได้ยังไง ฉันเป็นคนรับนายมาเอง ขืนหมดเวลาสองสัปดาห์นายยังตัดผมไม่เป็นฉันก็โดนเจ้าของร้านเฉ่งแย่สิ

 

เซนเซย์จำเป็นรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะบิดตัวสองสามทีคลายความเมื่อยขบ  คาเมนาชิรีบสาวก้าวตามไม่กล้าช้า เพราะช่างอาคานิชิเป็นคนชอบความรวดเร็ว ใจดีมาก.. แต่ก็หงุดหงิดมากเช่นกันท่าใครทำอะไรไม่ทันใจ

 

วันนี้จะสอนอะไรหรือฮะ

ซอยสั้น ตอนนี้สาวๆ ชอบไว้ผมสั้น... แล้วนั่นจะไปไหน

ไปเอาหุ่นกับวิกไงครับ เด็กหนุ่มตอบเสียงประหม่า ดวงตาคมกริบของอาจารย์ที่จ้องมาทำให้เขาต้องหยุดทุกอย่าง ได้แต่ทำตัวเกร็งลีบ

ไม่ต้อง

ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ...

วันนี้ฉันจะให้ตัดผมของฉัน เร็วสิ มาเชิญลูกค้าของนายไปสระผม

 

คาเมะเบิกตากว้างอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหู ตัดผมจริงๆ งั้นหรือ เส้นผมของอาจารย์ที่ไม่เคยเห็นใครกล้ายุ่งนั่นน่ะนะ...

 

จะดีหรือครับ

เอาแต่ฝึกกับหุ่นมันไม่ทำให้เก่งขึ้นได้หรอก

แต่ผมของเซนเซย์...

มันยาวแล้ว ไม่เห็นหรือว่าฉันใส่หมวกทำงานมาหลายวันแล้วนะ เสียชื่อช่างทำผมจะแย่

 

นั่นเพราะคุณใส่แล้วดูดี... ใจของเด็กหนุ่มร้องค้านอย่างนั้น เขาออกจะมั่นใจว่าช่างอาคานิชิใส่หมวกเพราะรักหมวก เพราะถ้าผมยาวไม่ได้ทรงจริง อยากตัดก็ตัดให้ตัวเองได้ไม่เป็นปัญหา

แต่ใครเล่าจะกล้าขัดใจ คาเมะรีบเชื้อเชิญลูกค้าใหม่ของเขาให้นอนลงกับเตียงสระ ทั้งที่ยังมึนงง จากนั้นจึงหาไปเลือกแชมพูที่เข้ากับสภาพเส้นผมที่ค่อนข้างใหญ่และหยักศก

 

ช้าแบบนี้ลูกค้าชักไม่พอใจนะ

 

เซนเซย์ขี้แกล้ง... ลูกศิษย์จึงต้องเร่งการทำงานของตัวเองให้ทันใจคนอารมณ์ร้อน แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องระวัง เพราะขืนรีบจนไปฉีดน้ำเข้าหูเข้าตา ได้ถูกต่อว่าจนไม่ได้เรียนต่อพอดี

 

อื้ม... แล้วยังต้องระงับอกระงับใจ ไม่ให้มือไม้สั่นเพราะเสียงครางที่ไม่ปราณีใครนี่อีก

 

 

เอาทรงไหนดีครับเซนเซย์ คาเมะถามขณะวางผ้าขนหนูและผ้ากันผมบนบ่าของลูกค้าใหม่

คิดให้หน่อยสิ ทรงไหนที่เหมาะกับฉัน

หือ...??

ทำไม สอนทฤษฎีให้แล้วไม่ใช่หรือ วันนี้ก็ยืนดูฉันตัดผมมาทั้งวัน

 

แค่ดู...! ส่วนทฤษฏีก็บอกแต่หลักการ แล้วจะให้เขาคนที่เคยแตะกรรไกรกับผมปลอมแค่ไม่กี่ครั้ง ไปตัดผมของคนระดับเทพเรื่องทรงผมได้อย่างไร เอาความครึ้มอกครึ้มใจอะไรมาเสี่ยง

 

จะตัดไหม

ประกาศิตนั้นไม่เปิดให้อุทธรณ์ แต่คาเมะก็พยายามวิงวอนด้วยสายตาเพื่อยื่นเป็นฎีกาขั้นสุดท้าย

แล้วถ้าผมตัดออกมาไม่ดีล่ะครับ

ก็คงเพราะเซนเซย์อย่างฉันไม่ได้เรื่องเอง... อย่าโยเยคาเมะ มายืนข้างหน้านี่

 

สิ้นคำสั่งเด็กหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบวิ่งมาหรี่ตาเพื่อจดจ้องโครงหน้าที่ความจริงก็จำได้ขึ้นใจ เมื่อสมองประมวลผลจนสามารถจินตนาการความหล่อในอนาคตได้ คาเมะจึงรีบหยิบกรรไกรเสียก่อนที่ภาพในความคิดจะลบเลือน

 

เส้นผมของเซนเซย์...

ผมผู้ชายตัดง่ายกว่าผู้หญิง เขาว่ากันมาอย่างนั้น แต่คาเมะไม่ค่อยเชื่อนักหรอก เส้นผมของคนที่เฮี้ยบสุดๆ มากกว่าที่จะทำให้ตัดยากเพราะจะเกร็งจนมือไม่ค่อยฟังคำสั่ง เสียงผ่อนหายใจยาวก็ไม่รู้จะให้ตีความอย่างไร เป็นกำลังใจ... หรือต่อว่าอยู่กันแน่

 

เซนเซย์ ข้างหน้าเอาสั้นกว่านี้มั้ยครับ

ถ้าลูกค้าหลับ ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าปลุก

แต่นี่จำเป็นแล้วนะครับ

 

คนที่เพิ่งหลุดจากห้วงฝันค่อยลืมตาขึ้นมองกระจก เอียงศีรษะตรวจผลงานสองสามครั้งก็หลับตาลงต่อ มีเพียงมือที่ชี้ไปยังปลั๊กไฟเพื่อสื่อสารให้รู้ว่าสิ่งที่ควรทำต่อไปคือ...

พอใจแล้วหรือครับ

หาวเสียอีก คาเมะวางหวีและกรรไกรลง เปลี่ยนมือเป็นไดร์เป่าผมและหวีซี่... ลมร้อนๆ ที่ส่งมาจากเครื่องใช้ฟ้าอันจิ๋วทำให้เขาลังเลจนอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง

ไม่ต้องตัดแก้อะไรเลยหรือครับ

ความเงียบผลักดันให้คาเมะต้องอ้อมหน้าอ้อมหลังสำรวจเอาเอง เพ่งดูจนแน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนขาดหรือเกิน  เมื่อมองจนไม่รู้จะมีตรงไหนให้ปรับให้แก้ได้อีกเขาก็ต้องเริ่มทำงานขั้นต่อไป แม้ว่าความมั่นใจจะไม่ค่อยมีนัก

 

ทำหน้าหงิกอยู่นั่น ไม่เต็มใจตัดหรือไง

เซนเซย์เอาแต่หลับแล้วรู้ได้ยังไงครับว่าผมหน้าหงิก

มือเธอไม่นิ่ง ถึงตอนนี้คนขี้เซาค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นสบ จำไว้คาเมะ ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ลูกค้าเขาก็จะไม่เชื่อมั่นในตัวเธอ

ได้ยินแบบนั้นคนอาวุโสน้อยกว่ายิ่งทำหน้าเง้า

ความมั่นใจ... จะบังคับให้มีได้ยังไงถ้ามันไม่มี เขาไม่ใช่มือระดับพระกาฬที่นึกอยากจะเรียกเจ้าสิ่งนั้นมาเมื่อไหร่ก็ได้สักหน่อย

งั้นช่วยบอกผมทีว่าเซนเซย์ชอบทรงนี้หรือเปล่า

 

ลูกค้าใหม่เหลือบสายตาไปยังกระจกชั่วครู่ พร้อมสะบัดศีรษะไล่ความเมื่อยล้า นับเป็นการประเมินที่ใช้เวลาไม่ถึงอึดใจ

 

ก็หล่อดีนะ

 

แล้วก็ตอบไม่ตรงคำถาม...

แม้ผู้เป็นอาจารย์จะยืนเต็มความสูงจนดูทรงอำนาจ แต่ศิษย์ที่ชักกรุ่นๆ กลับไม่มีหงอ คาเมะยืดตัวตรงเพื่อแสดงความข้องใจที่มีอยู่ล้นอก

เซนเซย์หล่ออยู่แล้ว ถ้างั้นตัดทรงไหนก็ค่าเท่ากันสิครับ อย่างนี้ผมจะได้เรียนรู้อะไรล่ะ

 

พูดออกไปแล้วก็แทบต้องเป็นใบ้ ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้ตัวว่าฮึดฮัดเกินงามกับผู้ใหญ่ แต่เป็นเพราะการเลิกคิ้วแบบยั่วเย้าที่ยากจะหามองได้จากคนเจ้าวินัยต่างหาก

 

นั่นคำชมหรือว่าถ่อมตัว

แถมยังรอยยิ้มบ่งบอกความขี้เล่นที่ไม่ค่อยจะมีนี่อีก

 

เซนเซย์...

 

ก่อนบรรยากาศจะอวลฟุ้งไปมากกว่าที่เป็น วิญญาณช่างอาคานิชิคนเก่าก็กลับเข้ามาสิงร่างพอดี จินยกแขนขึ้นกอดอก และหันไปพิจารณาทรงผมใหม่ของตัวเองอย่างจริงจัง

ฉันชอบทรงนี้ ให้ผ่านก็แล้วกัน

จริงนะครับลูกศิษย์สามวันแทบกระโดด อาจารย์จินใจดีเสมอ เคร่งครัดมากก็จริง แต่ไม่ใช่คนจะหวงคำชม

แต่คราวหลังต้องคล่องกว่านี้และถ้าทำผิดก็ไม่เว้นที่จะตำหนิ...

ครับ

 

จริงสิ เพราะงั้นพรุ่งนี้ลองเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นช่างตัดผมเลยแล้วกันนะ

 

ว่าไงนะครับ!!”

 

ฉันรับเด็กใหม่เข้ามาแทนตำแหน่งเธอ เพราะฉะนั้นคืนนี้ไปทำการบ้านมาซะ ศึกษาทรงสั้นให้เยอะหน่อย และพรุ่งนี้อนุญาตให้มาช้ากว่าเคยได้ครึ่งชั่วโมง

 

จากแปดโมงเช้าเป็นแปดโมงครึ่ง อภิสิทธิ์ของคนเป็นช่างตัด... เซนเซย์เอาจริงหรือนี่

เซนเซย์…”

 

ตอนสัมภาษณ์เธอเคยว่าพอมีประสบการณ์ไม่ใช่หรือ

 

ถ้าการตัดมั่วๆ โดยใช้อุปกรณ์เพียงคัตเตอร์กับกรรไกรตัดกระดาษและมีหัวเพื่อนเป็นเหยื่อล่ะก็...

 

หรือต่อให้ชั่วโมงบินจะแค่หัวเดียว แต่มันก็เป็นหัวฉันไม่ใช่หรือไง

 

เซนเซย์!!” ร้องเสียงสูงพุ่งถึงเพดานก็ไม่ได้ผล ลองเมื่ออีกฝ่ายตัดบทด้วยการผิวปากเดินออกนอกร้านไปแล้ว อย่างคาเมะจะทำอะไรได้นอกจากกลับเข้าไปในห้องเก็บของหาวิกเก่าๆ มากองสำรองไว้สักสี่ห้าหัว

 

หัวแรกไม่นับที่สระไดร์ก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง ถ้าต้องฝึกจนกว่าจะคล่องแล้วไอ้เวลาที่ทดให้ครึ่งชั่วโมงจะมีประโยชน์แค่ไหนกัน

ช่างตัดผมหน้าใหม่ไม่อยากจะคิด...

 

..................................................................................................

 

สวัสดีครับคาเมะจัง ไปทำอะไรมาครับหน้าตาสดใสเชียว

ไม่ขำสักนิดเลยคุซาโนะ...

 

ด้วยความที่นอนน้อยติดกันมาห้าหกคืน คาเมะจึงไม่สามารถทำตัวร่าเริงต่อมุขเก่าๆ กับพนักงานใหม่ผู้แสนสดใสของร้านได้ แต่เพราะรับรู้ถึงความใส่ใจของอีกฝ่าย คนถูกแซวจึงพยายามเต็มที่ในการตอบกลับไปบ้างแม้จะอยู่ในภาวะไร้อารมณ์ถึงขีดสุด

 

แหม หัวเราะบ้างเถอะครับ คนอื่นเขาจะได้ไม้เอากางเขนมาแปะหน้าพี่เพราะคิดว่าเจอผีดิบหลอกตอนกลางวัน...นะ

 

เมื่อได้รับคำเตือนกึ่งล้อเลียนอย่างนั้นคาเมะจึงหันไปปรับสีหน้าท่าทางเสียใหม่ เพราะขืนเอาหน้าตาโรยๆ ไปให้เซนเซย์เห็นได้โดนดุกระเจิดกระเจิง แค่เมื่อวานที่เบลอแล้วเผลอไปเรียกชื่อลูกค้าผิดยังโดนปรายตามองซะจนต้องหดคอหลบไปหลายนาที

 

จะว่าไป จนถึงป่านนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจผู้เป็นอาจารย์เท่าไหร่นัก ว่าเหตุใดจึงต้องกำหนดเวลาการสอนเพียงแค่สองสัปดาห์ ในเมื่อคอร์สที่อื่นเขาต้องเรียนกันอย่างน้อยๆ ตั้งสองสามเดือน

แต่ใครเล่าจะกล้าถาม แค่สละเวลามาสอนให้ก็เป็นปาฏิหาริย์แก่ชีวิตเหลือเกินแล้ว ในเมื่อคนเก่าแก่ในร้านยืนยันตรงกัน ช่างมือทองอาคานิชิ จิน ไม่เคยรับใครเป็นศิษย์...

 

 

สวัสดีครับตัดทรงอะไรดีครับ

 

แม้จะได้เลื่อนขั้นมาเป็นช่างตัดก็หลายวัน แต่มือใหม่อย่างคาเมะก็ยังประหม่าและเขินขัดอยู่ทุกครั้งที่ต้องรับหน้าที่นี้ เพราะปกติหากลูกค้าถูกถามว่าต้องการตัดกับใคร ช่างประจำคือใคร แน่นอนว่าชื่อของเขาไม่ทางออกมาจากตัวลูกค้าเองแน่ๆ ดังนั้นคนที่เขาได้ตัดให้ก็คือคนที่ไม่ใช่ลูกค้าประจำ หรือไม่ก็คนที่รีบจนไม่สามารถรอต่อคิวบรรดาช่างมือฉมังทั้งหลายได้ ตรงนี้เองทำให้คาเมะรู้สึกกดดันหนัก ทั้งกลัวจะทำให้ลูกค้าใหม่ผิดหวัง ไหนจะกลัวทำอะไรไม่ทันใจ

 

โชคดีที่หลายวันมานี้ลูกค้าค่อนข้างใจดี ไม่ถือสาความเงอะงะที่หลุดแสดงออกมาเพราะเขาเก็บอาการไว้ไม่อยู่

 

เล็มปลายๆ ก็พอ

งั้นเชิญนั่งเลยครับ

 

ยิ้มสู้ มีแต่ต้องพยายามต่อไปเท่านั้น...

 

เธอเป็นเด็กใหม่ของที่นี่หรือ

อ่ะ ครับ... ขอโทษนะครับ ตั้งศีรษะตรงๆ นะฮะ...

แนะนำตัวหน่อยสิ

ขอโทษครับ ผมคาเมนาชิ คาซึยะครับ

ทำงานมานานหรือยัง

เกือบอาทิตย์แล้วล่ะครับ มาซามิซังใช่มั้ยครับ มาซามิซังกรุณานั่งนิ่งๆ นะครับ ผมกำลังจะเล็มตรงช่วงหูแล้วครับ

 

จะทำตามก็หาไม่ คาเมนาชิผู้ไร้ออร่าเรื่องการวางคำสั่งจึงต้องยืนตัวตรงเมื่อคนที่ควรจะนิ่งกลับหมุนเก้าอี้เกือบร้อยแปดสิบองศาเพื่อหันมามองหน้าเขา

 

แค่อาทิตย์เดียว... จินขากล้าส่งฉันมาให้เธอตัดแล้วหรือเนี่ย

 

หา...

 

ส่งมาให้ตัดหรือครับ...

เร็วสิ ฉันต้องรีบไปงานต่อนะ

 

อะไรกัน...พูดออกมาให้ตกใจแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง

นอกจากนี้ยังเรียกชื่ออาจารย์ของเขาอย่างสนิมสนม หรือว่าจะเป็น...ลูกค้าวีไอพี

 

ต้องให้ฉันถอดต่างหูมั้ย

อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกครับ

 

ผมซอยของมาซามิซังค่อนข้างเป็นทรงสวยดีอยู่แล้ว งานของคาเมะจึงมีเพียงเล็มเอาความยาวส่วนเกินออก ซึ่งถ้าไม่เสียเวลาไปกับการชวนคุยของอีกฝ่าย (ที่ไม่หยุดซะที) เขาก็คงทำงานเสร็จเร็วจนจดเป็นสถิติได้เลย...

 

รอสักครู่นะครับ เดี่ยวผมจะไปตามคนมาไดร์ผมให้

เธอก็ไดร์เองเลยสิ ...หรือทำไม่ได้

 

แว๊บหนึ่ง ชั่วแว๊บหนึ่งที่คาเมะรู้สึกถึงกลิ่นอายของผู้เป็นอาจารย์ และแว๊บเดียวนั่นเองที่ผลักดันให้เขาต้องยืนตอบคำถามพร้อมทำงานให้สาววีไอพีคนนี้ต่อ

 

ร้อนไปหรือเปล่าครับ

ไม่ ทำไปเถอะแค่นี้ผมฉันไม่กรอบหรอก

 

แต่สิ่งที่ช่างมือใหม่กลัวไม่ใช่ลมร้อนที่เขาพยายามเต็มที่ที่จะไม่ให้ไปจี้หนังศีรษะหรือคอของลูกค้า หากเป็นอาการ อยู่ไม่สุข ของตัวลูกค้าเองที่จะเสมาหาเครื่องใช้ไฟฟ้าอันจิ๋วในมือ

 

หลับไปเลยไม่ได้หรือไงกันนะ...

 

โอ๊ย

 

นั่นปะไร...

 

เธอทำงานประสาอะไรเอาไดร์มาโดนหูฉันได้น่ะ! มันร้อนจะตาย

ผมขอโทษครับ แต่ถ้ามาซามิซังจะอยู่นิ่งๆ...

นี่กลายเป็นฉันผิดหรือไง เธอเองต่างหากที่ไม่ระวัง

 

เกิดอะไรขึ้น

 

จินที่ทำงานอยู่ชั้นสองของร้านเดินลงมาเร็วจนน่าใจหาย ทั้งที่เขาคิดว่าเสียงของการถกเถียงไม่ควรดังถึงขั้นจะทะลุไปถึงข้างบนด้วยซ้ำ งานนี้จะสรุปว่าอะไรได้นอกจาก ...ซวยสนิท

 

สาววีไอพีวิ่งเข้าไปเกาะแขนช่างประจำของเธอทันที และเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมมองที่เขาเป็นจำเลยอย่างไม่รอช้า

 

แต่เซนเซย์ครับ มาซามิซังเธอยุกยิก...

คาเมะ!”

 

แววตาของจินดุวาบขึ้นมาจนน่าตกใจ ทั้งที่เมื่อครู่ปรายสายตามาเหมือนจะให้โอกาสพูดอะไรเพื่อให้แก้ตัว...

 

ขึ้นไปดูแลลูกค้าข้างบนก่อนไป ทางนี้ฉันจัดการเอง

 

แต่เซนเซย์ครับ...

ทั้งที่เรื่องมันไม่น่าใหญ่โตถึงขั้นนั้น แต่อาจารย์ของเขาทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

 

ขอโทษนะมาซามิ เพราะฉันยังอบรมเขาไม่ดี

ไม่เป็นไรหรอก แค่ช่วยอย่าสปอยด์กันให้มากเกินไปก็พอ!”

 

เขาทำผิดขนาดนั้นเชียวหรือ

 

.....................................................................................

 

คาเมะจัง... งอนอาคานิชิซังหรือเด็กใหม่ของร้านนั่งยองๆ ปั้นหน้าเป็นถามคนหน้าจืดจ๋อย

เปล่านี่

ไม่จริงอ่ะ

ทำงานไปน่าคุซาโนะ มาคุยเล่นกับพี่แบบนี้เดี๋ยวก็โดนดุหรอก

 

เสียงขึ้นจมูกของคาเมะทำให้อีกฝ่ายตอบกลับด้วยการยู่หน้าใส่ ก่อนจะผละจากไปทำงานและทิ้งให้คาเมะประทุษร้ายริมฝีปากตัวเองต่อไปเพียงลำพัง

 

จำเลยวันนี้นั่งไหล่ลู่อยู่ตรงโซฟาสีขาวครีมข้างบันได ถอนหายใจฆ่าเวลา รอทั้งงานที่ช่างคนอื่นจะเหลือมาให้และรอ ตัวคนที่ไล่เขาขึ้นมาข้างบน ร่างบางเอนหลังไปกับพนักพิงเป็นระยะ แต่พบว่าไม่มีท่าใดที่จะเหมาะสมกับสภาวะอารมณ์ในยามนี้เท่าการยกเข่าขึ้นมากอด...

 

ดนตรีคลาสสิคที่ขับกล่อมร้านถูกเปลี่ยนแผ่นไปเป็นเพลงแจ๊ซร่วมสมัย หากก็ยังคงความเป็นเพลงบรรเลงที่ไร้เนื้อร้องอยู่

ไพเราะ... ถ้าจะไม่มีเสียงแซ็กโซโฟนที่เขาเคยชอบมาดังบาดหูจนเหมือนถูกกวนอารมณ์ให้ขุ่นกว่าเดิม

 

อยากนอนจังเลย...

 

ฤทธิ์ของคาเฟอีนที่สั่งสมในกระแสเลือดด้วยอัดกาแฟวันละสามแก้วทุกวันมีมากพอที่จะทำให้ประสาทตื่นตัวได้สุดๆ เป็นความง่วงที่ข่มตาหลับไม่ลง แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะหลับน็อคไปเลยก็ได้เพราะช็อกจากสภาวะที่หัวใจทำงานหนักเกินไป

 

วันนี้เรียนเสร็จก็รีบกลับไปนอนซะสิ

 

...เซนเซย์...

 

เสียงคุ้นหูชนิดไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าใคร ทำให้คาเมะลังเลที่จะหันไปเจอะหน้า ถ้าไม่เพราะอีกฝ่ายวางมือบนไหล่แล้วบีบกระชับราวกับนวด เขาคงไม่สะดุ้งจนต้องหันไปมอง

 

เราต้องคุยกันหน่อย ตามฉันมา

 

แค่ไดร์เป่าผมโดนหูลูกค้า ถึงกับต้องเรียกเข้าไปคุยในห้อง นี่ถ้าเขาตัดผมแหว่งไปสักกระจุกใหญ่ ไม่ต้องถึงขั้นขอคำสั่งศาลห้ามเขาเข้าใกล้ร้านในระยะสิบเมตรเลยหรือ...

 

จะเอายังไงกับผมล่ะเซนเซย์?

 

นั่นคือความเข้มงวดอันเคร่งครัด หรือเพราะความวีไอพีของลูกค้าสาวคนนั้นกันแน่...

 

 

รู้มั้ยว่าเธอทำอะไรผิด

ผมไม่ระวังจนเอาไดร์ไปโดนหูเขา

ถ้าอย่างนั้นต้องทำยังไง

ผมจะขอโทษ

แล้วเมื่อครู่...

ถ้าผมเป็นฝ่ายผิดคนเดียวผมจะขอโทษ แต่นี่ลูกค้าคนนั้นไม่ยอมอยู่นิ่งทั้งที่ผมเตือนแล้ว ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้เธอกล่าวโทษผมฝ่ายเดียว

 

รู้มั้ยคาเมะ... ผู้เป็นอาจารย์พูดพลางก้าวถอยหลังไปพิงตัวกับโต๊ะทำงาน ตรงนั้นแหละนะที่ฉันโกรธ

 

ทำไมล่ะครับ เซนเซย์เห็นว่าทั้งหมดเป็นความผิดของผมหรือ

 

มันผิดที่ทัศนคติของเธอต่างหาก

 

อาคานิชิ จินเดินเข้าไปหาลูกศิษย์คนเก่งของเขาแล้วดึงให้ไปนั่งที่โซฟานุ่มหลังเล็กที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน ส่วนตนเองก็เดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังและวางมือลงกับพนักพิงเหนือไหล่

จากนั้นก็ตัดสิทธิ์ของคนที่กำลังจะคิดคำโต้แย้ง ด้วยการใช้นิ้วมือที่มักสอดอยู่ในกรรไกรมาสางผมให้อย่างทะนุถนอม

 

เธอรู้หรือเปล่าว่าเส้นผมสำหรับคนเราโดยเฉพาะผู้หญิงน่ะ มันสำคัญแค่ไหน การที่จะตัดผมสักที... คิดว่าเขาต้องถามคนกี่คน เพื่อที่จะหาร้านที่บอกกันมาว่าดี ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะแน่ใจถามหาช่างคนที่เขาจะเชื่อใจ

 

เราในฐานะของคนที่ได้รับมอบความเชื่อใจนั้นมา จะตอบแทนเขาด้วยการปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างงั้นหรือคาเมะ

 

แต่ผม...

 

ฉันรู้ เขาเป็นฝ่ายขยับไปมาเอง เธอระวังแล้ว แต่เธอทำดีที่สุดหรือยังที่จะทำให้เขาอยู่นิ่งๆ ตามที่เธอต้องการ

จินเลื่อนมือที่สางผมมาจับตรึงขมับทั้งสองข้างของคาเมะ อย่างอ่อนโยน แต่มั่นคง...

 

ฉันไม่ได้กล่าวโทษว่าเธอผิด แต่ฉันไม่พอใจวิธีคิดของเธอ เราไม่มีหน้าที่แก้ต่างให้ตัวเอง เรามีแต่จะต้องทำให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเราและทำงานออกมาให้ดีเยี่ยม เธอเข้าใจฉันหรือเปล่า

 

เหมือนจะเข้าใจ... ในถ้อยความที่จินบอกแก่เขา คาเมะเหมือนจะเข้าใจ

 

แต่สิ่งที่ช่างมือใหม่อย่างเขาเข้าใจแน่ๆ ก็คือ ความต่างชั้นของคนที่เรียกว่ามืออาชีพ สาเหตุของการที่เขาไม่สามารถขยับศีรษะได้ทั้งที่ไม่รู้สึกถึงการใช้แรงของอีกฝ่าย...

 

และการที่เขาจนมุม ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกว่าถูกไล่ต้อน

จินกักเขาไว้ด้วยสัมผัส และใช้เสียงนุ่มๆ ละลายความขุ่นมัวในใจ นี่ใช่มั้ยคือสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอก

 

ถ้าเข้าใจแล้วก็ออกไปหามาซามิซะ ทำให้เขากลับมาใช้บริการที่นี่เหมือนเดิม

 

เขาไม่ได้กลับไปแล้วหรือครับ ออกจะนานขนาดนั้น ไหนว่ายุ่ง จะโกรธถึงขั้นอยู่รอคำขอโทษจากเขาโดยไม่สนถึงธุระที่ว่ารีบนักรีบหนาเลยหรือไง

 

กลับไปแล้วล่ะ

 

อ้าว...

 

ฉันหมายถึงครั้งหน้าถ้าเจอน่ะ... เอาล่ะ ออกไปทำงานได้แล้ว และตอนเย็นอย่าเพิ่งหนีกลับบ้าน ฉันจะสอนเรื่องต่อไปนอกเหนือจากการใช้กรรไกร

 

สอนอะไรหรือครับ

 

การทำสีผม

 

.............................................................................................

 

เจ้านายอย่าล้อเล่นนะครับ

ฉันใช่เพื่อนเล่นนายหรือ ฉันบอกให้ไปสระผมก็ไปสิ!”

 

จะดีหรือครับเซนเซย์...

ดีสิ เจ้าคุซาโนะผมดำสนิทขนาดนั้นมันสมควรย้อมให้อ่อนกว่านี้อยู่แล้ว

แต่เจ้าตัวไม่เต็มใจนี่ครับ ไหนเซนเซย์เคยบอกว่าความต้องการของลูกค้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่งยังไงล่ะ

 

อาจารย์จินเงียบไปพักใหญ่ เนื่องจากข้อคิดเห็นของศิษย์เอกนั้นถูกยิ่งกว่าถูก แต่ถ้าไม่ใช้เจ้าเด็กใหม่นี่ จะให้เขาเอาตัวเองเป็นหัวทดลองเรื่องสีผมเขาก็ไม่เต็มใจเหมือนกัน

 

เพราะโดยส่วนตัวแล้วจินออกจะชอบสีดำธรรมชาติมากที่สุด

 

โอเคครับไม่ต้องเถียงกัน ผมยอมก็ได้ แต่เจ้านายห้ามคิดค่าย้อมกับผมนะ คุซาโนะพูดด้วยเสียงทะเล้น กระตุ้นให้คนอายุมากกว่าอยากช่วยเร่งให้ไปสระผมเร็วขึ้นด้วยแรงส่งจากอวัยวะเบื้องล่าง ส่วนคาเมะที่มองดูอยู่ก็ต้องหัวเราะไปและจับแขนของเซนเซย์ไป เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะทำอย่างที่คิดจริงๆ

 

 

เคยทำสีผมมาแล้วใช่มั้ย

อ่ะ ครับ

 

ทั้งไปทำร้านทำผมและซื้อน้ำยาราคาย่อมเยามาลุยเอง และทั้งเคยย้อมให้ตัวเองแล้วก็เคยทำให้คนอื่น ครั้งหนึ่งในชีวิตวัยรุ่นคาเมะแทบเป็นกูรูด้านเฉดสีเลยทีเดียว แต่เมื่อโตขึ้นพ้นวัยมัธยมเขาก็หยุดอยู่แค่ไม่กี่เฉดสีเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็เป็นสีดำสนิทสีเดียวกับผู้เป็นอาจารย์

จะเรียกว่าสูงสุดสู่สามัญ แฟชั่นสู่ธรรมชาติก็ว่าได้ สำหรับเซนเซย์นั้นเขาไม่อาจรู้ แต่สำหรับเขา เป็นเพราะแน่ใจว่าสีดำจะช่วยเสริมบุคลิก ความเป็นผู้ใหญ่ แบบที่เขาอยากจะเป็นได้

 

คิดว่าอย่างเจ้านั่นควรจะทำสีไหนดีล่ะ

ก็ต้องให้เขามาเลือกสิครับ แล้วถ้าผมคิดว่าสีนั้นไม่เหมาะ ผมค่อยแนะนำสีอื่นให้

 

ทั้งที่ง่วงจนเปลือกตาแทบจะปิด แต่คาเมะก็เงยหน้าตอบอาจารย์ตัวเองเต็มเสียง... เป็นความมั่นใจที่อาคานิชิพบว่า ดูกล้าแกร่งขึ้นมาไม่เหมือนคนที่เคยต้องหลบสายตาของเขาบ่อยๆ

 

เธอก็ตามไปถามเขาสิว่าจะเอาสีอะไร ถ้าเป็นสีอ่อนมากๆ จะได้มาเตรียมน้ำยากัดสีผม อันนี้จริงตอนนี้คาเมะก็ไม่ได้สบตาเขา แต่ก็ไม่ได้ก้มหน้าก้มตาเหมือนที่ทำเสมอ... 

 

ถ้างั้นผมบังคับให้เขาเลือกสีเข้มหน่อยดีกว่า...

ไหงพูดแบบนี้ล่ะ เมื่อกี้ยังเถียงฉันอยู่ปาวๆ

ก็ผมง่วงนี่ครับเซนเซย์... กว่าไฮโดรเยนฯ จะกัดผมคุซาโนะจนขาว ตัวผมจะหลับไปก่อนเอา

 

น้ำเสียงงัวเงียงอแงนี่ก็เช่นกัน เคยเสียที่ไหนที่คาเมนาชิจะทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตตอนอยู่ที่ร้าน และต่อหน้า...อาจารย์อย่างเขา

 

ตามใจ ถ้าไม่อยากเรียนล่ะก็...

อย่ากล่าวหากันสิครับ ผมตั้งใจเรียนนะ

 

คนรักดีกระวีกระวาดไปเตรียมน้ำยากัดสีผม และนำตัวอย่างผมทำสีไปให้เหยื่อทดลองกิตติมศักดิ์ แม้จะคอยป้องปากหาวเป็นระยะ...แต่แววตาที่อยู่หลังความเชื่อมของนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มยังดูสดใส ในระหว่างที่ต้องนั่งรออยู่เฉยๆ เกือบครึ่งชั่วโมงในขั้นแรก เขาก็เลือกจะนั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นต่างหนังสือเรียนเป็นตัวฆ่าเวลา

ไม่หลับ... ไม่โงกเงก เพราะมีอาจารย์และเหยื่อตัวดีชวนคุยอยู่ตลอด

 

เซนเซย์จะสอนผมทำไฮไลท์เมื่อไหร่ครับ คาเมะเอ่ยปากถามขณะกำลังลงแปรงสีไลท์บรูเน็ตลงเส้นผมปอยแรก

พรุ่งนี้สิ

อ่า... ขอเป็นวันมะรืนได้หรือเปล่าครับ พรุ่งนี้ผม...ต้องกลับบ้านเร็ว

ทาลงไปถึงโคนสิคาเมะ ทำไมหรือ พรุ่งนี้ติดอะไร

 

ก็... ศิษย์แสนขยันย่นคอเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย พรุ่งนี้วันเกิดน่ะครับ ผมต้องกลับไปฉลองกับครอบครัว

 

เหมือนเวลาจะหยุดนิ่งไปนิด คงเพราะตัวคนพูดเองหยุดหายใจ ส่วนคนฟังก็ชะงักมือที่กำลังจะเอาหนังสือไปฟาดเหยื่อซนๆ บนเก้าอี้

 

วันเกิด... พรุ่งนี้หรือ

ครับ...

 

สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะ

 

ไม่ต้องล่วงหน้าแล้วมั้งเจ้านาย นี่มันก็จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว...

 

คงเพราะใกล้จะเที่ยงคืน ใกล้เข้าล่วงวันเกิดของตัวเอง คาเมะจึงรู้สึกว่าคำอวยพรสั้นๆ นั้นช่างฟังดูศักดิ์สิทธิ์ สร้างพลัง สร้างความรู้สึกที่ยากอธิบายให้เกิดขึ้นมาตรงกลางอก

 

ว่าที่เจ้าของวันเกิดก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อรับพร พร้อมรีบทำงานต่อเพราะไม่อยากอยู่ร้านจนนาฬิกาตีถึงเลขสิบสองจริงๆ

ไม่ใช่เพราะกลัวรถฟักทองจะหาย แต่เขากลัวว่าตัวเองจะไม่ยอมกลับบ้านเพราะอาลัยเจ้าชายรูปงามมากกว่า

 

อยากได้ของขวัญอะไรมั้ยคาเมะจัง

ไม่ต้องหรอกคุซาโนะ แค่ไปซื้อแชมพูสำหรับผมทำสีมาใช้ช่วงนี้ก็พอนะ

สิ้นคำหยอกล้อ...คุซาโนะก็สะบัดหัวแกล้งคาเมะเป็นการเอาคืน แต่ทำได้ไม่กี่ทีก็ต้องหยุด เพราะหันไปเจอสายตาคมปราบที่สื่อให้รู้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่น

 

ก็คนเขากำลังจะทำการเรียนการสอนกัน สื่อการสอนควรจะรู้หน้าที่ของตัว ไม่ใช่มาขัดจังหวะ ...หรือว่าขัดบรรยากาศ

เงียบๆ เหมือนไม่มีตัวตนนั่นน่ะ ดีที่สุด

 

ให้สมกับที่อุตส่าห์ได้รับความไว้วางใจให้มาเป็นหุ่นทดลองในวันนี้

 

 

ผมกลับแล้วนะครับ

กลับเลยหรือคาเมะจัง

 

จากคนที่ยืนส่ง กลับเป็นคนที่ต้องเดินจากไปก่อน คาเมะรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยที่ค่ำนี้เขาไม่ใช่คนสุดท้ายที่อยู่ปิดร้าน ไม่สิ หลายวันมานี้เขานอนค้างเฝ้าร้านเลยด้วยซ้ำ...

 

ไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้น วันเกิดครบรอบ 22 ปีของเขา จะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า

นอกจากมื้ออาหารอันอบอุ่นของครอบครัวจะมีอะไรพิเศษกว่านั้นอีกบ้างมั้ย... อาจจะหวังอะไรลมๆ แล้งๆ ไปหน่อย แต่ดวงดาวเหนือฟากฟ้าโตเกียวในวันนี้มันชวนฝันเสียจนอดฝันไม่ได้นี่นา

 

กลับดีๆ นะ... คาเมะ

แล้วเจอกันครับเซนเซย์

 

..................................................................................................

 

เคี่ยวเสียยิ่งกว่าเคี่ยว

 

ยิ่งใกล้ครบกำหนดวันสิ้นสุดหลักสูตรมากเท่าไหร่ ความเข้มงวดของผู้เป็นอาจารย์ก็มีมากขึ้นเท่านั้น คาเมะได้กลับบ้านเร็วขึ้นไม่ต้องนอนค้างที่ร้านเหมือนเมื่อก่อน ทว่าในช่วงเวลาทำงานแทบทุกวินาที แทบไม่มีตอนไหนเลยที่เขาจะหลบพ้นสายตาและเสียงบ่นว่าของครูผู้สอน เรื่องดีก็คือเขาได้อยู่ใกล้คนที่ชอบและรับการถ่ายทอดความรู้มากมาย แต่ที่ไม่ดีเอาซะเลยก็คือความรู้นั้นเป็นความรู้ที่คนอื่นเขาต้องเรียนกันทั้งปีหากเขาต้องเร่งรัดจดจำและทำให้ได้ทั้งหมดนั้นภายในอีกไม่กี่วันที่เหลือ

 

ตัด ดัด ย้อม เซททรง และอะไรอีกมากมายที่จินกรอกใส่สมองเขาชนิดไม่ยอมให้เสียเวลา

ยิ่งลูกค้าเยอะเท่าไหร่ สื่อการสอนและชั่วโมงเรียนก็เยอะเท่านั้น

 

จินขออนุญาตลูกค้าทุกครั้งก่อนจะเริ่มทำงานทั้งในฐานะครูควบคู่กับไปกับความเป็นช่างตัดผม ลูกค้าสาวหลายคนไม่ว่าอะไรซ้ำยังให้ความร่วมมือดี ทว่าก็มีบางคนที่ตอบตกลงแต่กลับแสดงสีหน้าหวาดระแวงและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่จินผลัดมือให้ลูกศิษย์รับหน้าที่ต่อเพื่อเช็คความเข้าใจในบทเรียน

 

อย่างไรก็ดี... รอยยิ้มและเสียงนุ่มๆ ที่ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง (กว่าปกติ) ก็ซื้อความพึงพอใจจากลูกค้าคืนมาได้จนหมด...

 

แน่นอนว่านอกจากลูกค้าแล้ว ตัวศิษย์ผู้รองรับความโหดบวกเคี่ยวของอาจารย์ก็ได้ยาชูกำลังกายกำลังใจขนานนี้ไปด้วย

 

 

คาเมะ วันนี้ฉันเอาของขวัญมาให้แล้วนะ

 

อิคุตะ โทมะ ช่างตัดผมมือรองของ Destiny Hair Do เดินโฉบเอากล่องเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือโยนแปะใส่หน้าตักของคนกำลังพักทานมื้อกลางวัน

 

โธ่ ไม่น่าลำบากเลยฮะ เพราะเจ้าคุแท้ๆ เลย... เที่ยวไปป่าวประกาศแล้วก็บังคับทุกคนให้เอาของขวัญมาให้ผม คาเมะรับเอากล่องของขวัญที่บรรจุห่อด้วยกระดาษและโบว์หลากสีมาถือไว้ด้วยท่าทีเกรงใจ

 

ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันอยากให้แทนการรับขวัญน้องใหม่เหมือนกัน นายก็อย่าว่าแล้วกันนะว่าฉันให้ช้า นี่ปาเขาไปวันที่ยี่สิบเจ็ดแล้ว เลยมาตั้งหลายวัน... นายเกิดยี่สิบสามนี่ใช่มั้ย

ฮะ

อื้ม วันนี้ยี่สิบเจ็ด... พรุ่งนี้ก็หมดคอร์สเรียนกับอาคานิชิแล้วสิ

อ่า... ตามกำหนดก็พรุ่งนี้แหละครับ

 

ทำไม ไม่มั่นใจหรือ

 

ว่าที่บัณฑิตวางของลงพร้อมยิ้มแหยๆ ให้ตัวเอง เรื่องความหนักอกหนักใจของเขาก็เป็นที่รู้กันทั่ว ยิ่งเห็นว่ามีแต่คนเอาใจช่วยเขาก็ยิ่งรู้สึกกดดัน

 

แน่สิ ถามใครใครเขาก็เรียนกันมาเป็นปี หรืออย่างน้อยก็สามสี่เดือน นี่เขาเป็นใครมาจากไหนกัน จะมาได้ใบการันตีจากทางร้านด่วนจี๋ ชนิดไม่มีไว้หน้าคนที่อยู่มาก่อนเลยสักนิด

 

นายมีพรสวรรค์ อาคานิชิเขาถึงจงใจปั้นเป็นพิเศษ ทำให้เต็มที่ก็แล้วกัน

แต่...

รีบกินได้แล้วน่า เดี๋ยวก็โดนเฉ่งว่าอู้หรอก

 

คนที่จะโดนว่าก่อนคงไม่ใช่เขา แต่น่าจะเป็นคนที่มาชวนคุยมากกว่า เพราะไปนั่งบนโต๊ะที่แสนจะง่อนแง่นชวนล้ม อันเป็นเรื่องที่ไม่บังควรอย่างยิ่งโดยเฉพาะในมุมที่ลูกค้าอาจจะสังเกตเห็น

 

คาเมะจัง เจ้านายฝากมาบอกว่าไม่ต้องขึ้นไปเรียนชั้นบนแล้วนะฮะ วันนี้ให้รับออร์เดอร์ปกติ

ที่หมายถึงได้นั่งว่างมากกว่าได้ทำงานน่ะหรือ เหมือนช่วงสัปดาห์แรก...ที่นานๆ จะมีลูกค้าหลงมาถึงมือเขาสักที

 

อย่างนั้นหรือคุซาโนะ

แม่นแล้วฮะ รีบกินเลยนะคาเมะจัง มีลูกค้ามารอแล้ว

หา...!!”

ครับ เนี่ย มีลูกค้าสองรายมาต่อคิวรอคาเมะจังเชียวนะ รีบกินนะครับ เดี๋ยวผมไปถ่วงเวลาให้

 

โทมะกันมายิ้มและตบบ่าให้เป็นการแสดงความยินดี ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นบิดเนื้อบิดตัวไล่ความขี้เกียจออกไป

 

จากนี้ไปก็มีเวลาพักน้อยลงแล้วล่ะนะคาเมะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งการเป็นช่างตัดผมของจริง

 

 

ลูกค้าสองรายล่าสุดของเขาเป็นคนไม่คุ้นหน้า แต่เพื่อนที่มาด้วยกันนั้นคาเมะจำได้เป็นอย่างดี หนึ่งคือคนที่เคยมาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นช่างสระไดร์ ส่วนอีกคนเป็นลูกค้าที่เพิ่งผ่านกรรไกรของเขาไปเมื่อเย็นวานนี้เอง

 

จริงอย่างที่อาคานิชิ จินเคยบอกให้ฟัง สำหรับธุรกิจเสริมบุคลิกภาพโดยเฉพาะอย่างร้านทำผม การโฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสักนิด ฝีมือและความใส่ใจเท่านั้นที่เป็นตัวเรียกลูกค้า เพราะการตลาดที่แท้จริงคือการบอกกันปากต่อปากของคนที่เคยมาใช้บริการ

 

สวัสดีครับ เชิญเลือกแบบได้เลยนะครับ

 

รอยยิ้มขัดเขินของสาวหน้าตาจิ้มลิ้มบนเก้าอี้สร้างกำลังใจให้ได้พอๆ กับรอยยิ้มพึงพอใจของเซนเซย์ที่เขาปลื้มนักปลื้มหนา

ไม่รู้จะขอบคุณยังไงสำหรับโอกาสนี้ที่ใครคนนั้นมอบให้

 

ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ...

ก็ไม่รู้ว่าเขาต้องแลกอะไรบ้างเพื่อให้ได้ยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป

เพื่อโอกาสดีๆ ในด้านวิชาชีพ และยาชูกำลังใจขนานเอก...

 

ยาอย่างผู้ชายที่ชื่อว่า อาคานิชิ จิน

 

................................................................................

 

ไม่ได้แล้วนะคาเมะ งานนี้ต้องฉลอง

ใช่ จบคอร์สหฤหินแบบนี้ทั้งทีไปหาเรื่องก๊งเหล้ากันดีกว่า

เอาร้านญาติฉันก็ได้นะ มีห้องใหญ่สำหรับจัดเลี้ยงด้วยแหละ

ไม่ต้องกลัวหมดตัวนะคาเมะจัง งานนี้เบิกหลวง

 

โป๊ก... สามมะเหงกไปรุมอยู่บนหัวเดียวคือหัวคุซาโนะ หลังจากพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมา

 

ก่อนจะวางแผนกัน เราไปถามเซนเซย์ก่อนดีกว่ามั้ยฮะ

หา ให้ไปถามตอนนี้น่ะนะ รอจนเลิกงานแล้วลากตัวไปด้วยกันเลยดีกว่า

ใช่ แล้วก็โดนฆ่าหมู่ตอนนั้นพร้อมกันเลย

 

เสียงล้งเล้งว่าด้วยการวางแผนสำหรับเรื่อง สนุก ที่นานๆ ร้านนี้จะมีทีดังขึ้นตั้งแต่เช้า ลากยาวมาจนตอนพักกลางวัน เพื่อนร่วมงานหลายคนที่คาเมะไม่เคยได้คุยด้วยก็เดินเข้ามาหาและทักทาย บางคนที่ดูดุๆ และไม่เห็นเจรจากับใครก็กลายเป็นคนเจ้าโปรเจคและมีมุขตลกมากที่สุด แม้กระทั่งคุซาโนะที่เป็นเด็กใหม่เสียยิ่งกว่าเขายังได้รับความสนิมสนมจากรุ่นพี่ทุกคนอย่างน่าแปลกใจ

 

หรืออาจเป็นเพราะเจ้าเด็กนั่นมันเที่ยวไปตีสนิทกับใครเขาทั่วก่อนก็ไม่รู้

 

เดี๋ยวผมไปขออนุญาตเองก็ได้ครับ

แหม... ถือว่าเป็นเด็กโปรดของเขาหรือไงคาเมะ

ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมแค่คิดว่าในเมื่อทุกคน...

เราแหย่เล่นเฉยๆ น่า แต่ว่านะคาเมะ ต่อให้เป็นนายก็ใช่ว่าหมอนั่นจะใจดีให้พิเศษหรอกน้า... จะอ้างว่ายังไงดีล่ะถึงจะไม่มีปัญหา

 

บอกว่าอันแอลกอฮอล์มั้ยล่ะใครคนหนึ่งเสนอความเห็นขึ้นมา

โกหกนั้นตายตกนรก แถมพญายมดึงลิ้นอีกต่างหาก และก็ถูกอีกคนเบรกในทันที

 

แต่วาเลนไทน์ยังให้ดื่มได้เลยนะ นี่งานเลี้ยงรับน้องเชียว ทำไมจะดื่มไม่ได้วะ

นั่นมันงานเลี้ยงคนโสด หมอนั่นยังนำทีมดื่มเองด้วยซ้ำไป

นั่นสิ ฮ่ะๆๆ ดื่มยังกะคนไม่เคยโสดอย่างนั้นแหละ...

 

เสียงพูดคุยเบาลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากคาเมะเดินปลีกตัวออกมาทำงานต่อ การรวมตัวของคนในร้านมีขึ้นไม่บ่อยนัก แต่พอมีก็มักจะไม่เลิกง่ายๆ แต่ตัวเขายังมีลูกค้ามารออยู่ต่อให้อยากจะฟังอย่างไรก็ต้องมาหาลูกค้าก่อน

 

ยิ่งลูกค้าวันนี้มักเป็นสาววัยทำงานที่ค่อนข้างใจร้อนและขี้หงุดหงิด แบบที่ช่างคาเมนาชิจะแพ้ทางเป็นพิเศษ

 

อย่างไรก็ตามพวกเธอเหล่านั้นก็ไม่ได้ให้งานที่ยากนักแก่เขา เพราะทรงที่สาวทำงานเลือกทำส่วนใหญ่จะเป็นทรงพื้นฐาน ไม่เหมือนสาวๆ วัยรุ่นที่มักเอารูปดาราที่ชอบมาให้เลียนแบบ ทั้งฝั่งป็อปฝั่งร็อก แล้วการแกะทรงนั้นถือเป็นเรื่องยาก เพราะต้องหาทางทำให้เหมือน แล้วยังต้องปรับให้รับกับรูปหน้าและทรงกะโหลกของแต่ละคนอีก อย่างลูกค้ารายสุดท้ายของเมื่อวาน เล่นดึงเวลาของเขาไปถึงสี่ชั่งโมงเต็ม จนช่างคนอื่นๆ ที่เสร็จงานแล้วถึงกับมาลุ้นและคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ

 

เว้นก็แต่เซนเซย์จอมกดดันนั่นล่ะที่เอาแต่จ้องอยู่ไกลๆ มาเฉียดอีกทีก็ตอนสรุปค่าบริการที่สาวคนนั้นต้องจ่ายไปอื้อซ่าเท่านั้น

 

เธอไม่เห็นเหมือนที่ยัยนั่นว่าเลยนะ

เอ๋ อะไรนะครับอาโอเอะซังสาวไฮโซพูดกับเขาหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างพูดกับความคิดของตนเองมานาน

 

ไม่เงอะงะเท่าไหร่นี่

 

พูดเสร็จก็หันไปสนใจนิตยสารกอซซิปในมือต่อ ไม่ได้แคร์สักนิดว่าทำให้ช่างมือใหม่ฉงนใจแค่ไหน

ยัยนั่น... ใครกัน เงอะงะอย่างนั้นหรือ?

 

ถึงยังแปลกใจแต่คาเมะก็ต้องทำงานต่อ เขาฉีดมูสลงบนฝ่ามือแล้วตบๆ เล็กน้อยก่อนปะลงบนเส้นผมของหญิงสาวเพื่อเซ็ททรง ลูกค้ารายนี้ถึงจะดูกรีดกรายไปบ้าง...แต่ก็ค่อนข้างใจดีและยิ้มให้มากกว่าคนอื่นๆ ทำให้เขาทำงานด้วยความผ่อนคลายไม่เครียดมากมายเท่าไหร่ ไม่เหมือนในช่วงเช้า ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุของสาววัยสี่สิบกระรัต

 

เสร็จแล้วนะครับ

 

หัวคิ้วที่ขมวดน้อยๆ ของคุณลูกค้าทำให้ช่างมือใหม่คาเมนาชิรู้สึกบิดมวนในช่องท้อง ด้วยเกรงว่าโจทย์ยากๆ ที่อีกฝ่ายมอบให้อย่าง ทรงอะไรก็ได้ที่ดูภูมิฐานแต่ไม่แก่ นั้นเขาจะตอบได้ไม่ตรงใจ แต่แล้วไม่นานฝ่ายนั้นก็ส่งรอยยิ้มผ่านกระจกมาให้ ทำเอาเขาอยากจะปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างไม่ต้องกลัวเสียบุคลิกซะเหลือเกิน

 

ใช้ได้นะ ก็สมกับที่ขี้เห่อกันน่าดู

ครับ?

แต่เธอช่วยทำหน้าม้าให้มันพองกว่านี้อีกนิดสิ แฟบๆ แบบนี้มันดูกะโปโล

 

อาโอเอะไม่ปล่อยให้คาเมะได้มีโอกาสสงสัยในคำพูดของตน เธอชี้บอกความต้องการของตัวเองอีกสองสามอย่าง เมื่อเรียบร้อยตามต้องการแล้วก็ลุกขึ้นไปจ่ายเงินด้วยเครดิตการ์ดที่เคาท์เตอร์ด้านหน้า ให้คาเมะได้แต่มองตามท่าเดินราวนางพญานั้นไปโดยไม่ทันถามไถ่อะไร หลงเหลือแต่คำถามภายในใจของตนเอง...

 

ว่าทำไมต้องมีเรื่องที่ชวนงงแต่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้แวะเวียนมาให้เจออยู่ตลอด

แค่ต้องเร่งเรียนเร่งทำงานก็เหนื่อยจะแย่ ยังจะมาหย่อนระเบิดให้เขาปวดหัวได้ไม่รู้จบกันอีก

 

อยากจะพาลไปถึงเซนเซย์ผู้ลอยลมนัก ไม่มีของขวัญวันเกิดให้เหมือนคนอื่นเขาไม่ว่า แต่ถ้าทำเย็นชาไม่ยอมอนุญาตให้พวกพี่ๆ ไปกินเลี้ยงเย็นนี้ล่ะก็... วันไหนมีโอกาสได้ตัดผมให้อีกจะทำไม่รู้ไม่ชี้ตัดแหว่งจนเสียหล่อเลยคอยดู

 

…………………………………………………………

 

นี่... เธอจะแกล้งเด็กฉันไปถึงไหน

โอเค งั้นขอบใจ ตกลงว่าผ่านนะ

ฮื่อ งั้นแวะมาเซ็นต์ใบรับรองให้หน่อยสิ

ฉันออกไปหาข้างนอกก็ได้ เจอกันร้านเดิม

อะไรเล่า เธอจะเอาอะไรนักหนา ฝีมือเขาก็ใช้ได้ไม่ใช่หรือไง

มาตรฐานฉันเท่าเดิมตลอด อย่าป้ายสีกันน่ะ

ตามใจ... จะคิดอย่างนั้น...

เห็นฉันเป็นคนยังไง เธอไม่เห็นด้วยก็ตามใจ ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ

เธอมันเจ้าของร้านตัวจริงนี่ ช่างเถอะ ไม่ใช่การันตีของร้าน แค่การันตีจากฉันก็พอ

 

โมโหหรือ... คิดว่าไงล่ะ หา... มาซามิ

 

ชายหนุ่มเจ้าของห้องวางสายโทรศัพท์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก่อนทิ้งตัวลงที่โซฟาสีดำในห้องส่วนตัวอภิสิทธิ์เพียงผู้เดียวของเขา ห้องที่ใครต่อใครก็คิดว่าเป็นห้องของเจ้าของร้าน ทั้งที่เขาก็พูดอยู่เสมอว่าเขา ควบอยู่เพียงตำแหน่งช่างตัดผมและผู้จัดการร้านเท่านั้น ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งที่สามซึ่งเป็นสูงสุดเสียที

 

ยัยบ้าเอ๊ย... จะหมั่นไส้แค่ไหนก็ให้พองามไม่ได้หรือไงนะ

 

เพราะมีมาซามิซัง สาววีไอพีผู้นั้นต่างหากที่เป็นเจ้าของ Destiny Hair doที่แท้จริง

 

เป็นเรื่องที่...คาเมนาชิ คาซึยะเพิ่งรู้วันนี้เอง

เพราะความตั้งใจจะมาขออนุญาตไปกินเลี้ยงกันในฐานะที่เขากำลังได้เข้ามาเป็นสมาชิกร้านอย่างเต็มตัว ทำให้มาได้ยินความจริงที่บั่นทอนความรู้สึก

 

ก็ว่าแล้วว่าสองอาทิตย์มันนานไม่พอ...

 

เซนเซย์ของเขารั้นหรือมั่นใจเกินไปจริงๆ

 

แกล้ง? ไม่เห็นด้วย และหมั่นไส้... เขาควรจะดีใจมั้ยที่เซนเซย์หนุนเต็มกำลังขนาดนี้

แต่ความภาคภูมิใจในตนเองมันสร้างขึ้นจากแค่ตัวเขาหรือว่าอาคานิชิ จินไม่ได้ การยอมรับของผู้หญิงที่ชื่อมาซามิ ไม่ว่าในฐานะที่เป็นเจ้าของ Destiny Hair do หรือเพียงลูกค้าคนหนึ่ง ก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน

 

ไม่อย่างนั้นใบประกอบวิชาชีพทีกำลังจะได้มาจะมีความหมายอะไร

 

คาเมะจัง เข้าไปคุยกับเจ้านายแล้วใช่มั้ย

 

ในวันธรรมดาแบบนี้ร้านจะปิดสองทุ่มตรง แต่ราวๆ ทุ่มเศษคนก็ไม่ค่อยมากันแล้วเนื่องจากรู้ว่าใช้เวลาไม่พอ เวลาโพล้เพล้แบบนี้จึงเป็นช่วงว่างที่ทุกคนจะได้รวมตัวกันจับกลุ่มคุยเล่นอีกครั้ง

 

ยังเลยคุซาโนะ เซนเซย์กำลังคุยงานอยู่น่ะพี่ไม่กล้ากวน

ว้า... แล้วแบบนี้ถ้าเรารอกันเก้อล่ะ ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวผมลุยเอง

เจ้าคุ!!”

 

หากจะเก้อคงไม่ใช่เก้อเพราะเซนเซย์ใจร้าย ที่จะอดไปกันเป็นเพราะตัวเขาเองมากกว่าที่ไม่ดีพอ

28 กุมภา... ความยินดีของทุกคนเขาคงไม่ได้รับไว้

 

......................................................................................................

 

แสงสีส้มของหลอดไฟในร้านช่วยขับบรรยากาศให้ดูอบอุ่น แม้สภาพข้างนอกจะมีลมแรงและมีหิมะโปรย แต่ฮีตเตอร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ช่วยกันเพิ่มอุณหภูมิให้ทุกคนได้ รวมทั้งควันกรุ่นๆ จากหม้อไฟหม้อใหญ่ที่อยู่กลางโต๊ะ จนตอนนี้ไม่มีใครรู้สึกถึงความหนาวเหน็บเลยสักคนเดียว

 

 คัมปาย…”

 

ภายหลังพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เหล่าชายผู้หิวโหยก็พร้อมใจกันจับอาวุธและลงมือชิงชัยอาหารทั้งเนื้อและผักที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีรั้งรอกัน

 

สุกี้เจ้านี้อร่อยจริงๆ นะ แต่เหล้าเก่าเก็บของนายอร่อยกว่าว่ะ

แหม... จิ๊กพ่อมาเลยนะครับเนี่ย อ่ะเจ้านาย ดื่มสิครับ

 

จินยิ้มรับการคะยั้นคะยอของคุซาโนะเจ้าของเหล้า แล้วจึงยกขึ้นจิบเป็นพิธีก่อนวางแก้วลง

 

เห็ดนี่อร่อยนะ

 

ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเหนือใคร ในถ้วยของจินจึงพูนไปด้วยของดีที่คนอื่นคีบมาให้ แต่ในยามที่ไม่มีใครสนใจเขา เซนเซย์ใจดีก็คอยเผื่อแผ่สิ่งเหล่านั้นไปให้คนข้างตัวเสมอ อาจจะดูลำเอียงไปบ้าง เพราะมักเอียงไปทางฝั่งขวาซึ่งเป็นมือข้างถนัด มากกว่าอีกฝั่งที่เด็กใหม่คุซาโนะเป็นผู้นั่งอยู่

 

เนื้อนี่ก็ใช้ได้

 

ก้มหัวแล้วก้มหัวอีก เพราะผู้ใหญ่ให้มาคาเมะจึงไม่อาจปฏิเสธ ได้แต่รีบกินไปเพื่อทำลายหลักฐาน แม้กระเพาะเล็กๆ จะเริ่มประท้วงว่าใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที

 

แย่จังท้องเริ่มตึงแล้ว... ตอนเย็นดันกินขนมปังมารองท้องก่อนซะได้ โทมะก็พูดคำที่ตรงใจหลายคนขึ้นมา

ผมบอกแล้วนี่นาว่าจะมากินหม้อไฟกันทุกคนก็ไม่เชื่อ

อ้าว ก็อาคานิชิให้รอตั้งนานนี่นา นึกว่าจะอดไปแล้วน่ะสิ

เอาล่ะๆ อิ่มยังไงก็เผื่อท้องไว้ให้ของหวานด้วยนะ คาซาม่า ชุนสุเกะ ช่างอาวุโสของร้านผู้เป็นนายหน้าของร้านสุกี้รีบกล่าวเตือนทุกคน

 

แหมๆๆๆ ผมมีหลายกระเพาะไม่ต้องห่วงว่าจะยัดได้ไม่หมดหรอกน่า

ใครเขาห่วงนายกันเล่าเจ้าคุ โน่น... คาเมะตัวบางๆ โน่นที่น่าห่วง ดูสิเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนอยากจะกินแต่กลืนไม่ไหวอยู่น่ะ

 

ทุกคนหัวเราะชอบใจกับคำเปรียบเทียบของคาซาม่า แม้แต่คนโดนล้อก็อดเห็นขันไปพร้อมทุกคนไม่ได้

ถึงอายอย่างไรก็ต้องยอมรับว่าที่เขาพูดนั้นมีส่วนถูก

 

จะถึงรายการของหวานแล้วหรือ งั้นเริ่มพิธีเลยดีมั้ย

เอาเลยๆ เจ้านาย

พิธีอะไรหรือครับ

 

แม้พอเข้าใจแต่คาเมะก็อดถามออกไปไม่ได้ พิธีเลยอย่างนั้นหรือ เขาที่ไม่ได้รับการไว้วางใจจากเจ้าของร้านตัวจริงกำลังจะได้อยู่ในพิธีอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว

 

เป็นจริงเป็นจังเหลือเกิน ถ้ารู้ก่อนอย่างนี้...

 

ก้มหัวลงเร็ว โทมะในฐานะรุ่นพี่ร้องบอกว่าที่สมาชิกใหม่

 

เมื่อคาเมะทำตาม จินก็หยิบป้ายที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาสวมให้พร้อมถอดป้ายอันเก่าที่คาเมะใช้อยู่ออกไป

แลกบัตร Trainee ด้วยบัตร Cupid Staff...

เลื่อนฐานะจากเด็กฝึกงาน เป็นมืออาชีพผู้ผ่านโปร

 

ผม... รับไว้ไม่ได้หรอกมั้งครับ

 

ฉันให้ เธอจะปฏิเสธเชียว?

 

เสียงของจินดูเอ็นดูเกินไป ยิ้มแย้มด้วยความมั่นใจเกินไป จนคาเมะชักนึกสีหน้าสีตาของคนที่นั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องเมื่อเย็นไม่ออกแล้ว...

 

ครับ ผมปฏิเสธ

 

เพราะยังจำได้มั่นถึงกระแสเสียงที่ตอบโต้กัน

เห็นฉันเป็นคนยังไง เธอไม่เห็นด้วยก็ตามใจ ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ

 

เซนเซย์ไม่ควรมองข้ามความคิดเห็นของใคร เหมือนที่เคยสอนผู้อื่น... สอนเขา...

 

ทำไมล่ะคาเมะจัง... ความสนุกสนานของทุกคนค่อยๆ จืดเจื่อนลงทันที ยิ่งเมื่อคาเมะยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นด้วยการถอดป้ายนั้นออก และดึงป้ายเก่าจากมือของจินกลับมาสวมให้ตัวเอง

 

เหลวไหลน่า

นั่นสิ

 

ใช่ เหลวไหลมาก ไหนฉันขอเหตุผลของเธอหน่อย เสียงของจินเจือความเฉียบขาด แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นตึงเครียด คล้ายว่าเผื่อไว้สำหรับการดึงบรรยากาศเฮฮาเมื่อครู่กลับมาได้ใหม่...

 

ผม... อยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้ครับ ผมยังไม่คิดว่าตัวเองเก่งพอ เลือกใช้คำพูดที่ตรงใจ เหตุผลที่คิดว่าใช่ที่สุด

 

เรื่องนั้นมันเกี่ยวที่ไหนล่า...

ใช่ ไม่เกี่ยวสักหน่อย

 

แต่ถ้าพูดแบบนั้นออกมา...มันก็จบแล้วล่ะ

 

คำพูดสุดท้าย ของอิคุตะ โทมะ เป็นดังคำชี้ขาดที่ทำให้ทุกคนยุติการแสดงความคิดเห็น เพราะสำหรับพี่เก่าในร้านเข้าใจตรงกันดี

ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผู้จัดการร้านอย่างอาคานิชิ จินจะทำอย่างไร

 

กินกันต่อเถอะ

 

ความครื้นเครงกลับมาอีกครั้งอย่างง่ายดาย ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรมาสะดุดค่ำคืนอันสนุกสนาน แม้การกินเลี้ยงจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีเหตุผลอีกแล้วก็ตามที

 

คงเหลือแต่...เจ้าของงานที่นั่งรู้สึกไม่ดีอยู่เพียงผู้เดียว อยู่กับความอัดอั้นกึ่งโล่งใจที่ไม่มีโอกาสแสดงเหตุผลของตัว

 

เนื่องจากไม่มีใครไถ่ถาม

ไม่ว่าจะเป็นคุซาโนะที่ทำหน้างุนงงเต็มที่ หรือจิน...ซึ่งแสดงออร่าความผิดหวังระคนไม่พอใจออกมาบางเบาภายใต้ท่าทีอันเรียบเฉย

 

 

 

คาเมะจังโง่มากเลยนะ

นึกว่านายจะเข้าใจฉันซะอีก...

ทุกคนเขาก็เข้าใจกันหมดนั่นแหละ แต่... นึกว่าคาเมะจังจะใจสู้มากกว่านี้น่ะสิ

 

เกือบเที่ยงคืนแล้ว เส้นทางในสถานีรถไฟใต้ดินยังมีคนสัญจรอยู่บ้าง บางตาแต่ไม่ถึงกับเงียบเหงา ทว่าเสียงของคนสองคนที่ยืนคุยกันในชานชาลากลับดังก้องเป็นพิเศษ  

 

ใจไม่สู้ตรงไหนล่ะ ฉันยังทำงานต่อนี่นา

พูดแบบนี้แสดงไม่รู้ความหมายของการันตีของเจ้านายแน่เลย

 

 

รู้มั้ยทำไมผมถึงผ่านสัมภาษณ์งาน รู้หรือเปล่าว่ามีคนขอเข้าทำงานพร้อมผมกี่คนวันนั้นน่ะ

 

ผมได้งานเพราะผมมีความเข้าใจในงานบริการ เชื่อมั่นในตัวเอง ทั้งหมดนั่นมีความหมายมากกว่าฝีมือซะอีก

 

แต่ถ้าเป็นช่างตัด การยอมรับจากทุกคนคือความหมายนี่

ก็ถ้ามาซามิซังคนนั้นเขาสำคัญขนาดนั้นล่ะก็…”

สำคัญสิ

 

เพราะเป็นคนสำคัญของเซนเซย์ คนสำคัญของร้าน และเป็นลูกค้าที่เขายังเอาชนะใจไม่ได้

 

ตามใจ ให้เป็นแค่เทรนนีหรือโปรฯ คาเมะจังก็มีลูกค้าประจำแล้วนี่

 

................................................................................................

 

สภาพอากาศแบบสิ้นเดือนสองของปี ณ กลางกรุงโตเกียว ไม่ถึงขั้นหนาวจนจับขั้วหัวใจ แต่ก็พอมีกระไอขาวออกมาจากริมฝีปาก เมื่ออยู่ในร้านคาเมะไม่ใคร่จะเดือดร้อนนัก แต่พอออกมาซื้อของกินข้างนอก ผ้าพันคอหนาที่วางพาดบ่าไว้ก็ได้ทำหน้าที่ของมันมากกว่าเป็นแค่เครื่องประดับ

 

ใครนะกล้าใช้นายขนาดนี้

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่างพอดี

 

คาเมะวางถุงถ้วยกาแฟและโดนัทลงกับโต๊ะ จากนั้นไปจ่ายแจกให้กับคนที่พอจะว่างรับประทาน ที่เหลือจึงวางทิ้งเอาไว้เผื่อใครมาหยิบกินทีหลัง

 

เอาขึ้นไปให้พวกชั้นบนทีสิคุซาโนะ

เสียใจ ผมไม่ชอบกลิ่นคาปูชิโน่

แต่พี่มีลูกค้ามาแล้วนะ

ลูกค้าของพี่ผมก็ต้องไปสระผมให้นี่ เพราะงั้นพี่นั่นแหละ ว่าง!”

 

คุซาโนะจิ้มนิ้วใส่อกลูกพี่ที่เคารพ พร้อมสะบัดไปเชื้อเชิญลูกค้าสู่เก้าอี้สระ ทำให้คาเมะต้องหอบคาปูชิโน่แก้วใหญ่กับโดนัทที่เรียงใส่จานสวยงามไปลำเลียงให้บุคลากรที่อยู่ชั้นสองด้วยตัวเอง

 

ความจริงแล้วคาเมะชอบบรรยากาศของชั้นสองมาก ทั้งที่กลิ่นฉุนของน้ำยาอะไรต่อมิอะไรมีมากกว่าชั้นล่างเกือบเท่าตัว คงเพราะชั้นนี้เป็นที่ทำงานของบรรดาโปรมือฉมัง ความจริงจังที่ทุกคนแสดงออกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาได้อย่างดี หนำซ้ำสไตล์การตกแต่งยังดูเป็นสัดเป็นส่วน ไม่ได้ฉวัดเฉวียดออกแนวโมเดิร์นเหมือนอย่างชั้นล่าง

 

ก็ไม่รู้ว่าต้องเก็บประสบการณ์เท่าไหร่ เขาถึงจะได้ขึ้นมาทำงานที่นี่แบบถาวร ไม่ใช่วิ่งขึ้นมาเพื่อรับบทเรียนชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

 

ขอเพียงผู้หญิงคนนั้นมา ก้าวแรกของเขาจะได้เริ่มต้นสักที

 

ว่างนักหรือ

 

เสียงนุ่มคุ้นหูโฉบเข้ามาทักทาย ทำให้คาเมะต้องรีบหาที่ว่างเพื่อวางสิ่งที่ถืออยู่

 

จะลงไปเดี๋ยวนี้ครับเขาบังคับให้ตัวเองวางหน้าให้ตั้งฉากกับพื้นโลกไม่ได้ แต่ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ค้อมไหล่หรือเม้มปาก

 

วันนี้เสร็จงานแล้วอย่าเพิ่งไปไหนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย

จินยกคาปูชิโน่ขึ้นจิบ และเส้นผมที่ปรกลงมาทำให้คาเมะมองไม่เห็นสีหน้าและแววตาของอาจารย์ตัวเอง...

 

ครับ เซน... อา อาคานิชิซัง

 

สรรพนามใหม่ที่เขาต้องเรียกให้ชิน หลังจากไม่รับอนุญาตให้เรียกว่าอาจารย์ได้เหมือนเดิม

 

 

 

วันศุกร์สุดสัปดาห์อย่างนี้ ในช่วงเย็นลูกค้าจะค่อนข้างมาก บ้างเป็นคนที่มาเสริมสวยก่อนออกไปเที่ยวต่อ และบ้างเป็นนักเรียนที่อยากจะมีผมทรงใหม่ก่อนไปเดทในวันเสาร์-อาทิตย์ อย่างไรก็ดีงานหนักที่สุดจะไม่ใช่ของช่างตัดผม แต่ตกเป็นมือไดร์มือหนีบทั้งหลายที่จะทำผมให้ลีบหรือพองตามใจลูกค้าแต่ละคน

 

หน้าที่ของช่างจริงๆ จึงเป็นเรื่องของการให้คำแนะนำและการสั่งงานลูกมือของตัวเองมากกว่า ซึ่งหลายครั้งก็ได้รบกับลูกค้าบ้างเนื่องจากสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการบางทีขัดกับความเห็นตัวเอง และตามนโยบาย ตามใจลูกค้าแต่อย่าปล่อยให้ร้านเสียชื่อ นั้น คาเมะก็ได้เรียนรู้วิธีการหาทางออกจากรุ่นพี่ที่จะเวียนเข้ามาสาธิตให้ชมมากมาย

 

จริงๆ นะ อาคานิชิไม่ชอบให้เรานินทาคนอื่น แต่พวกเราก็อดไม่ค่อยได้หรอก บางคนมันไม่ไหวจริงๆ นี่หว่า...

 

ที่แท้แล้วคำว่า ไม่ชอบ นั้นคือ ประกาศิต เพราะตัวท่านผู้จัดการเกลียดมากที่สุดกับคนที่ใช้เวลางานไปกับการพูดถึงสิ่งไม่ดีไม่งานลับหลังใคร นอกจากเป็นตัวสั่งสมทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับงานบริการแล้ว หากเสียงพูดคุยลอยไปเข้าหูใครคนนั้นย่อมสูญเสียความไว้วางใจต่อ Destiny Hair Do อย่างแน่นอน

 

และปากคนนั้นไวกว่าปากกา จงเชื่อโดยไม่ต้องเสี่ยงไปพิสูจน์

 

ใกล้เลิกงานแล้วครับ เดี๋ยวผมไปช่วยคนอื่นเก็บของดีกว่า อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปนะฮะ

คาเมะกวาดยิ้มเป็นกำลังใจให้ทุกคน แล้วจึงช่วยหยิบจับข้าวของไปเก็บเข้าตู้อย่างเบามือ

 

เพราะต้องไม่ให้ลูกค้าคนที่ยังทำผมค้างอยู่ รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกไล่...

 

หนึ่งข้อในความละเอียดอ่อนที่จินค่อยๆ สะสมเข้าไปในตัวเขา ตอกย้ำถึงความห่างไกลตากสิ่งที่เขามีและสิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

ทั้งวิธีการเป็นช่างตัดผม หน้าที่ และหัวใจของการทำงาน

 

อย่างยิ่งคือตัวคนที่ให้บทเรียนทั้งหมดนั่น

ตัวตน และหัวใจของผู้ชายที่หายใจเข้าออกเป็นอาชีพของตัวเอง...

 

ช่างอาคานิชิที่ไม่เคยให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ลึกซึ้งและแคร์ความรู้สึกของทุกคนมากที่สุด ไม่เคยวางท่าเป็นผู้ใหญ่ แต่ทำให้คนรอบตัวเชื่อฟังได้ หลายครั้งทำให้โกรธให้น้อยใจ แต่ไม่เคยทำให้ใครเสื่อมศรัทธา

 

เขาอยากจะรู้จัก อยากจะรู้ใจคนคนนี้ให้มากกว่านี้

และอยากให้อีกฝ่ายได้รู้จักรู้ใจของเขาด้วยเช่นกัน

ในฐานะลูกศิษย์ หรือฐานะอื่นใดก็ตาม...

 

คาเมะจัง ขึ้นไปหาเซนเซย์ได้แล้วมั้งฮะ

อืม งั้นฝากปิดร้านทีนะ

 

ไม่รู้ว่าเรื่องใดที่อีกฝ่ายอยากจะบอก แต่ฟ้าสีดำและเมฆสีแดงข้างนอกนั่น เหมือนจะส่งพลังให้เขามากกว่าจะข่มให้หมดกำลังใจ

 

.................................................................................

 

ไม่เหลือคนอื่นอีกแล้วบนชั้นสอง

เพียงแค่ชั่วเวลาห้านาทีที่จินบอกให้เขาเข้าไปคอยในห้อง  คาเมะรับรู้ได้จากช่องว่างของประตูเมื่ออีกฝ่ายเดินกลับเข้ามา

 

ฝนตกจนได้ หนาวแล้วยังฝนตกอีก ร่างสูงพูดพลางเดินไปพิงขอบโต๊ะและยืนปลดกระดุมข้อมือ

 

ผมว่ามันก็ดีนะครับ

ดียังไง

 

คาเมะเริ่มลังเลที่จะนั่งต่อ เขาจึงลุกขึ้นยืนเป็นเพื่อนคู่สนทนาของตน

 

ก็... ไม่รู้สิครับ ผมว่าตอนฝนตกมันกินไอติมอร่อยดี ผมขอเปิดผ้าม่านได้มั้ยครับเซน... อ่า ได้มั้ยครับอาคานิชิซัง

 

เชิญ...จินผายมือเป็นการชี้ทิศทางไปสู่ฝั่งที่มีสายดึงม่าน ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอชอบกินไอศกรีม

 

แล้วเซน เอ่อ อาคานิชิซังไม่ชอบหรือครับ

 

คาเมะไม่ได้เดินไปรูดผ้าม่านออกอย่างที่จินนึก เขาแค่แหวกมันออกเล็กน้อยแล้วสมัครใจยืนมองสายฝนอยู่ตรงนั้นโดยพยายามไม่ถึงกับหันหลังให้คู่สนทนาจนเป็นการเสียมารยาทซะทีเดียว

 

แต่นั่นก็กระตุ้นให้จินเห็นสมควรจะเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ...

 

เป็นเพราะเขาค่อนข้างถือเรื่องการคุยกันแล้วต้องมองตากัน เพียงแต่คนในอบรมของเขา...มิค่อยจะสังเกตสังกาเรื่องนี้สักเท่าไหร่

แววตาคู่ที่เขาติดใจ จึงไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็นเท่าที่ควร

 

ก็ชอบนะ แต่ไม่ถึงขนาดรู้ว่ากินตอนไหนแล้วถึงจะอร่อย

 

อาคานิชิซัง...

เรียกเซนเซย์เถอะ ถ้าถนัดกว่าล่ะก็

 

ครับ เซนเซย์... เซนเซย์เรียกผมมาคุยเรื่องอะไรหรือครับ

 

คาเมะสำนึกถึงความใกล้ชิดที่ตนเองไม่คาดฝัน ทำให้เผลอกำผ้าม่านแน่นไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังทำให้อีกฝ่ายผิดหวังด้วยการหรุบตาลงต่ำยิ่งกว่าเดิม ราวกับจะมองหาว่าสายฝนที่ตกลงไปนั้น จะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน

 

อืม... ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอทำงานเป็นยังไงบ้าง ...ตอบว่าสนุกหรือไม่สนุกก็แล้วกัน จินรีบพูดดักหลังจากรู้ว่าตนเริ่มต้นด้วยคำถามที่กว้างเกินไป

สนุกสิครับ ขาแข็งอยู่เหมือนกันแต่ผมไม่เบื่อหรอก

 

จินยิ้มกว้างให้กับคำตอบ

 

ดี ทำมาสิบห้าวันยังตอบว่าไม่เบื่อ

ถ้าเบื่อก็ยึดเป็นอาชีพไม่ได้สิครับ ยิ่งเมื่อถึงอีกคนที่ทำมาได้ตั้งเกือบสิบปีด้วยแล้ว แต่ให้พูดจริงๆ ผมยังว่าสิบห้าวันมันนานเหมือนปีเลย

ใครว่า ฉันรู้สึกว่ามันแป๊บเดียวเท่านั้นเอง

 

เม็ดฝนยังคงกระหน่ำมาไม่หยุด และเหมือนจะตกแรงขึ้นเรื่อยๆ คาเมะมองลงไปเห็นผู้คนมากมายที่ต้องติดค้างอยู่ตามกันสาดของร้านรวง และร่มหลากสีที่เมื่อมองผ่านกระจกสีชาแล้วก็กลายเป็นสีทึมๆ ไม่ต่างกัน

 

คืนยี่สิบเก้ากุมภาปีนี้ฟ้ารั่วน่าดู

ครับ?

คาเมะร้องอย่างแปลกใจที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง และร้องอย่างตกใจที่เสียงนุ่ม (ซึ่งวันนี้ติดแหบ) นั้นดังขึ้นผิดปกติ ด้วยมันใกล้หูเพราะคนพูดสืบเท้าเข้ามาร่วมแชร์ทิวทัศน์อึมครึมจากทางหน้าต่างด้วยคน...

 

ฉันชอบวันที่ยี่สิบเก้ากุมภา

ทำไมล่ะครับ

ก็เพราะมันมีแค่สี่ปีครั้งน่ะสิ

 

เป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยอธิบายอะไรได้มากเท่าไหร่ แต่คาเมะก็เลือกที่จะเงียบมากกว่าจะซักอะไรต่อ จนกลายเป็นว่าอีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้เห็นพ้อง

 

มันดูพิเศษดีออกนะสี่ปีมีหนเดียวน่ะ

ครับ... แต่ผมนึกสงสารคนที่เกิดวันนี้ทุกที แย่ออกครับที่ได้ฉลองวันเกิดตัวเองแค่หนเดียวในสี่ปี

แต่สำหรับฉัน...ทุกๆ สี่ปีจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นเสมอ

อะไรบ้างล่ะครับ

 

ก็เช่น...

 

การทอดเสียง และกลิ่นน้ำหอมที่ปนเปกับกลิ่นฉุนของน้ำยาในร้าน ทำให้อกใจคาเมะเต้นผิดสเตปไปหนึ่งจังหวะ ซึ่งเขาก็ได้ปลอบตัวเองไปด้วยการกระตุกผ้าม่านเล่นรอคำเฉลย

 

อย่างปีที่ฉันเกิดปีนั้นก็ใช่ แล้วก็ตอนอายุสิบสองฉันได้เหรียญทองฟุตบอลกีฬาสี ตอนสิบหกได้ออกเดทครั้งแรก ตอนยี่สิบ... จินเสียเวลารำลึกความหลังเล็กน้อย ยี่สิบตัดสินใจออกจากมหาลัยมาทำงานร้านทำผมเต็มตัว แล้วก็ตอนยี่สิบสี่...เลิกกับแฟนคนเก่าไปก็ได้ขยายคูหาร้านจากหนึ่งมาเป็นสอง

 

แล้วปีนี้ล่ะครับ อ๊ะ เซนเซย์ยี่สิบแปดหรือสามสิบสองหรือครับ

 

คำถามแสนซื่อนี้เล่นเอาคนที่กำลังวางหน้าเพลินถึงกับหลุดทำหน้ายู่ ก่อนจะถอนใจพรืดย้ำให้คนที่สงสัยอะไรไม่เข้าท่ารู้สึกผิดให้หนักๆ เข้าไว้

 

แหม... ก็อย่างผมหน้าเด๊กเด็ก แบบนี้ยังตั้งยี่สิบสี่แล้วนี่ครับ ก็นึกว่า...

เอาเถอะๆ ยิ่งแก้ตัวจะยิ่งแย่ไปใหญ่

 

กลายเป็นว่าบทสนทนาหยุดค้างอยู่ตรงนั้น คาเมะที่ไม่กล้าพูดอะไรต่อก็เริ่มแสดงความสามารถทางศิลปะด้วยการเล่นกับฝ้าที่กระจก เป็นนานเท่าชั่วระยะรูปดอกไม้ในกระถาง คนสูงวัยกว่า (เล็กน้อย) จึงเริ่มชวนคุยด้วยใหม่

 

เพราะมันพิเศษทุกครั้งฉันถึงได้ชอบมันล่ะนะวันที่ยี่สิบเก้าน่ะ

เนี่ยหรือครับธุระที่เซนเซย์เรียกผมมาคุย คาเมะย้อนอย่างเห็นความสิ้นเปลืองของการใช้เวลาให้ผ่านไปของคนทั้งคู่

 

ซึ่งขณะพูดไม่ได้รู้ตัวว่าเผลอทำนัยน์ระยับแบบไหนออกไป แต่คนมองก็เข้าใจว่าคงเป็นแบบเดียวกับสิ่งที่ตนเองกำลังซ่อนอยู่

...แววตาแห่งความสุข ที่มีต่อบทสนทนาอันสาระไม่ได้...

 

แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ ก็ฉันอยากให้มันเป็นวันที่พิเศษอีกปีหนึ่งนี่

พิเศษชนิดที่ทำให้หัวใจสองดวงพองโตอย่างอัตโนมัติได้เลย

 

เซนเซย์!”

 

พองและค้างเอาไว้ ราวกับจะแกล้งให้เจ็บซี่โครงกันเล่น

 

เอ่อ... พิเศษยังไงหรือครับ แม้อีกใจจะคิดเตลิดไปไกล แต่คาเมะไม่นิยมเสี่ยงเพ้อฝันด้วยการเพิกเฉยต่อการร้องขอความกระจ่าง เพราะจินอาจจะแค่มีเรื่องอะไรดีๆ สักอย่าง และเลือกให้เขาเป็นผู้ร่วมรับรู้และแสดงความยินดีด้วยเท่านั้น...

 

แต่ก็ภาวนาสุดใจว่าจะไม่ใช่เพียงเท่านั้น

 

อย่างช้าๆ ทั้งสองค่อยๆ ละเลย (อย่างสิ้นเชิง) ต่อสภาพฟ้าฝนภายนอก คาเมะหันกลับเข้ามาในห้องและทุ่มความสนใจกับฝุ่นไรในอากาศ ส่วนจินนั้น ทุ่มไปกับการประมวลและเรียบเรียงความคิดภายในหัวสมองของตน

ด้วย...การทิ้งสายตาไว้กับใบหน้านวลที่อยู่เสมอระดับปลายคาง

 

ก็...พอจำได้หรือเปล่าว่าเข้ามาสมัครงานที่นี่วันไหน

เอ่อ... วันที่หรือครับ

 

โชคร้ายที่คาเมะไม่ค่อยเก่งเลข และในห้องของจินไม่มีปฏิทินแขวนหรือตั้งโต๊ะไว้เลยสักอันเดียว เพราะฉะนั้นการนับนิ้วทีละนิ้วตั้งแต่เลขยี่สิบเก้าถอยหลังไปสิบห้าวันจึงค่อยเป็นค่อยไปอย่างทุลักทุเล

 

สิบสี่ไงเล่า ซึ่งเซนเซย์ผู้ใจร้อนช่วยตอบให้...

 

สิบสี่กุมภาวันวาเลนไทน์ แถมบอกเพิ่มเติมถึงความหมายเสร็จสรรพ

 

อ่อ วันแห่ง... ความรัก

ฮื่อ ฉลาด

 

นั่นล่ะที่มาของข้อบังคับหลักสูตรเร่งรัดสองสัปดาห์

 

ความแน่ใจในอะไรบางอย่างพลันแล่นเข้ามาเป็นริ้วๆ และกำแพงเปราะบางที่กั้นไว้ในฝ่ายความคิดที่เข้าข้างตัวเองก็ทลายลงมาอย่างไม่มีดี พาลให้คาเมะต้องสูดลมหายใจลึก เพราะรู้สึกขาดอากาศขึ้นมาอย่างกะทันหัน

 

ทว่าไม่คณนามากนักหากมันจะสิ้นลมไปเสียตรงนี้ ขอเพียง...ได้ยินให้แน่ใจ

ทำไม ต้องแบบนั้นล่ะครับ ไม่เห็น... ไม่เห็นมันจะเกี่ยวกันเลย

 

เกี่ยวสิ เพราะฉันไม่อยากจะพลาดวันพิเศษของปีนี้ไป แล้วฉัน... ไม่อยากจะจีบเด็กนักเรียนเหมือนกัน พร้อมกับที่กลั้นใจพูด จินจิ้มหน้าอกตรงป้าย trainee ของคาเมนาชิ คาซึยะแรงๆ

 

 

ย่ะ ถ้าไม่อยากจีบเด็กก็หัดใจเย็นสักหน่อยสิ

 

มาซามิซัง!”

 

เจ้าของร้านของ Destiny Hair Do เดินอาดเข้ามาในห้องผู้จัดการอย่างถือสิทธิ์ ทำให้คาเมะลูกจ้างปลายแถวเผลอผลักคนที่อยู่ตรงหน้าออกไปโดยแรงเพราะความตกใจ

ไม่มีเวลาจะขัดเขิน ด้วยมัวแต่คิดหาคำทักทายที่เหมาะสมกับฐานะและช่วงเวลายามดึก

 

ให้ตายเถอะจิน ทำตัวเป็นหนุ่มเลือดร้อนไม่อายเด็กเลยนะ ฉันบอกให้รอๆ ก็ไม่ฟัง

มันเรื่องส่วนตัวของฉัน เธอจะมายุ่งทำไม

 

วาจาและน้ำเสียงก้าวร้าวของจินชวนให้บุคคลที่สามสะดุ้ง ยิ่งกว่าไม่เคยชินแต่เพราะหาที่มาของความมาคุขนาดหนักเช่นนี้ไม่ได้ นี่หรือเป็นคำทักทายของคนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่ถึงนาที

 

ต๊าย เถียงคำไม่ตกฟาก ดูสิคาเมะจัง ดูเซนเซย์ของเธอ นี่คิดจะไม่ง้อฉันแล้วใช่มั้ยจินเรื่องใบการันตีนั่นน่ะ

ใช่ ชายหนุ่มเน้นเสียง ไม่ง้อ... เพราะยังไงใครต่อใครเขาก็รู้จักชื่อฉันมากกว่าชื่อเธออยู่แล้ว

 

ถือตัวว่าใหญ่นักหรือไง ฉันน่ะทำให้เธอกระเด็นจากร้านนี้ก็ยังได้นะ

มาซามิซัง!”

 

ความรุนแรงของการโต้ตอบกันและกันทำให้คาเมะต้องออกตัวไปห้ามทัพ ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าการร้องเรียกคนทั้งคู่

เซนเซย์ครับ...แต่ก็มีใครหาฟังไม่...

 

หึ คิดว่าพ่อฉันจะปลื้มหรือ

โอ๊ย พ่อเธอก็ไม่ปลื้มเหมือนกันที่เธอกระด้างกระเดื่องกับฉันที่เป็นแม่ขนาดนี้

 

แม่!?!”

 

แม่เลี้ยงน่ะ!” สองแม่ลูกประสานเสียงกันตอบ

 

ก็... ก็ถ้าเป็นญาติกันก็พูดกันดีๆ ดีมั้ยครับ นะครับ ทั้งคู่ใจเย็นๆ เถอะ พูดไปแล้วคาเมะก็รู้สึกว่าสัมผัสความร้อนได้จากฝ่ายเดียวเท่านั้นคือจากตัวอาจารย์ของเขา ส่วนมาซามิซังนั้นแลดูเป็นแค่ความสนุกที่ได้ล้อเล่นกับอารมณ์ขุ่นมัวของลูกชายซะมากกว่า

 

ไม่นานฝ่ายนั้นก็หัวเราะออกมาเป็นข้อพิสูจน์ให้เขารู้ว่าตัวเองเดาถูก

แหม... ล้อเล่นนิดหน่อยไม่ได้เลยนะ นี่ไงฉันถ่อสังขารมาเซ็นให้เธอแล้ว ง้อกันสักหน่อยเถอะ อย่าให้ฉันต้องเสียเวลาที่มาเลย

 

อะไรของเธอ เอายังไงแน่ ไหนว่ายังไม่ยอมรับเด็กฉัน เอ่อ... คาเมนาชิไม่ใช่หรือ จินยังคงกังขา...

ใครบอกว่าฉันไม่ยอมรับ ฉันบอกว่ายังไม่อยากเซ็นให้ต่างหาก

แล้วเธอจะโยกโย้ทำไมไม่ทราบ

 

เอ๊า... ก็เมื่อวานมันยี่สิบแปดกุมภานี่ยะ จะมาสู้วันที่ยี่สิบเก้าของเธอได้ยังไง แหม... อะไรที่ได้มาง่ายๆ ก็ไม่สนุกสิ แกล้งให้ร้อนอกร้อนใจวันเดียวทำเป็นบ่น

 

มาซามิไม่รอให้ลูกเลี้ยงยื่นกระดาษมาให้ เธอเดินไปรื้อเอาเองที่โต๊ะก่อนจะเซ็นหนึ่งแกร๊กแล้วส่งต่อไปยังคาเมะโดยตรง

เอาไปจ้ะ ความจริงวันนั้นที่เจอกันฉันไม่ถูกใจเธอเท่าไหร่นะ แต่เพื่อนๆ ของฉันที่มาทำผมกับเธอเมื่อวานพูดเสียงเดียวกันว่าเธอน่ะใช้ได้แล้ว แล้วก็น่ารักเสียจนนึกอยากมาเป็นลูกค้าประจำกันเลยเชียว

 

คาเมะรับกระดาษแผ่นบางมาพิจารณา ปรากฏข้อความสั้นๆ สี่ห้าบรรทัดที่บรรยายถึงการรับรองความสามารถของตัวผู้ฝึกและคำนิยมของครูผู้สอน

 

ไอ้กระดาษนั่นจริงๆ มันก็ไม่มีผลอะไรเป็นสากลนักหรอกนะ แต่มันเป็นธรรมเนียมของร้านเรา... ให้ลูกจ้างเอาไว้ยึด แล้วก็มีผลทางใจนิดหน่อย

 

คาเมะเข้าใจเหตุผลนั้นดีทีเดียว กับความต่างของการได้มาและตอนที่รู้ว่าจะยังไม่ได้

ตัวอักษรไม่กี่ตัวที่ไม่มีผลอะไรจริงจังในทางกฎหมาย แต่กลับมีค่ามากเหลือเกินต่อความรู้สึกภาคภูมิใจของผู้รับ

ขอบคุณมากครับ

 

สองอาทิตย์นั้นมันสั้นมากนะคาเมะ ถ้าเทียบกับที่เธอจะต้องทำอาชีพนี้ไปอีกสี่สิบห้าสิบปี มาตรฐานการวัดใจของฉันมันหดให้เธอเป็นพิเศษขนาดนี้ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ฉัน ให้จิน แล้วก็ให้ร้านต้องผิดหวังรู้มั้ย

 

ทั้งพยักหน้าและก้มหัวรับรอง คาเมนาชิยินดีแบกรับภาระแห่งความคาดหวังนั้นไว้เต็มหัวใจ

 

เมื่อเงยหน้าขึ้น อาคานิชิ มาซามิก็เดินจากออกไปแล้ว เหลือเพียงรอยยิ้มยินดีของผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการอย่างอาคานิชิ จินคนลูกเท่านั้น

 

 

 

ดีใจจังเลยครับเซนเซย์ ความพิเศษของวันที่ยี่สิบเก้ามันมีจริงๆ ด้วย คาเมะเอียงหน้าขึ้นพูดด้วยท่าทีใกล้เคียงคำว่าฉอเลาะ

หาใช่มั่นใจว่าตัวเองจะน่าดู เพียงแต่ความปิติที่ล้นอกมันพลุ่งพล่านจนยากเกินระงับอาราม เริงรื่น ของตนได้

 

จินเข้าใจดีและตอบรับความดีใจนั้นด้วยรอยยิ้มฉอเลาะเช่นเดียวกัน

 

พอใจเท่านี้เองหรือ?

 

ด้วยคำพูดสั้นๆ อุณหภูมิอุ่นร้อนในห้องที่เคยมีก็หายวับไปทันตา แทนที่ด้วยบรรยากาศแบบคืนฝนพรำอย่างที่เคยเป็น... คาเมะไม่รู้จะยกย่องความสามารถนี้ของจินด้วยวิธีใด นอกจากยืนนิ่งให้มือเรียวเกลี่ยผมข้างแก้มของเขาเล่นไปเรื่อยโดยทำไม่รู้ไม่ชี้

 

ไม่อยากได้อะไรพิเศษมากกว่านี้จริงๆ น่ะ

 

ซุ่มเสียงประกอบรอยยิ้มนั้นยิ่งกว่าฉอเลาะ ซึ่งเป็นความรู้สึกในอกที่ยากจะระงับเช่นกัน ต่างตรงเป็นความรู้สึกแบบที่ดูไม่ซื่อนิดหน่อย

แต่ก็ไม่เกินไปซะจนทำให้ใครอยากถอยหนี... แค่นึกอยากตั้งหลักบ้างเท่านั้น

เซนเซย์... ไม่ได้ยินหรือครับ มาซามิซังบอกว่าสองอาทิตย์มันสั้นนิดเดียว...

 

อื้ม แต่เธอเพิ่งบ่นไม่ใช่หรือว่าสิบห้าวันนานเหมือนปี

 

เซนเซย์...

 

อุตส่าห์มาหากันในวันแห่งความรักเชียวนะ ไม่เชื่อใน พรหมลิขิตหน่อยหรือไง

 

ฟ้าแดงก่ำอันเป็นฉากหลังดูงดงามแปลกตา แต่ความงดงามเบื้องหน้าที่จินค้นพบนั้นงามแปลกใจ เขาไม่ลังเลสักนิดที่จะลองเสี่ยงทำอะไรที่พิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง...

 

เสียงฝนสาดกระจกนั้นฟังไม่ได้ยินแล้ว เพราะเสียงหัวใจมันเต้นโครมๆ จนกลบหมดทุกเสียง และหาใช่ใจดวงเดียว...

แต่เป็นใจสองดวงที่อยู่ไม่ไกลจากกัน

 

สมเป็นช่างทำผม... หอมและนุ่มจัง

 

ไม่อยากเถียงเลยว่าผมของช่างเอกแห่งวงการแท้ๆ กลับไม่หอมและนุ่มเท่าไหร่ ดีแต่เป็นทรงรับใบหน้าหากค่อนข้างสากมือเสียด้วยซ้ำ

ทว่าคาเมะคร้านจะไปต่อล้อต่อเถียง เพราะจนที่จะนึกออกมาเป็นคำและจนด้วยกำลังที่จะพูด...

 

นึกแล้วก็น่าเสียดายเจ้ากระถางดอกไม้ ป่านนี้คงเละเทะไม่เป็นรูปเป็นทรง แต่ถ้าเซนเซย์จินจะให้เวลาเขาสักนิด ภายในค่ำคืนนี้คาเมะสัญญาจะวาดออกมาใหม่ให้สวยสดและเบ่งบานยิ่งกว่าเดิม

 

ให้ฟ้องหัวใจฟูๆ ในวันพิเศษแบบนี้จนหมดเปลือกเลยจริงๆ

 

......................................................................................

 

 

 

Special 29th Endind

Thanks for waiting and see you soon in next project …naja

 

 

 

 

Reply comments ค่า...

 

Renika – จองนานเชียว เมื่อยมั้ย

mao... – เออ ลงโทษพอหอมปากหอมคอล่ะ มากไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เรทจีว่ะ

tita – ไม่แปลกเท่าไหร่หรอกค่า ฟิกหวานๆ ธรรมดาเลย บรรยากาศแบบครูศิษย์อย่างนี้ก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะแต่งหรอกค่ะ 55 ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะถูกใจหรือเปล่า ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะค้า... (รักเมะเหมือนกัน ฮิฮิ)

chi-ne – เซนเซย์ใจดีมากค่ะ หลังจากนี้คงจะใจดีมากขึ้นไปอีกมั้ง 555 (ผิดกับคอมเมนท์บนที่ว่าโหดเนอะ) แต่ไม่ว่าจะโหดหรือใจดีก็รักเมะคนเดียวค่า......... (ฮิ้วววว) ขอบคุณที่ชอบนะคะ

JOKER – ร้านอยู่ไกลมากเลยค่ะ คาดว่าคนแต่งจะไปไม่ไหวเหมือนกัน 555+ ต่อแล้วนะคะ จะอยากไปตัดผมอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะมือไดร์เปลี่ยนตัวแล้วนะคะ (หมีคุจอมแก่น 55)

nawa_akanish – มาแล้วๆๆ และตอนจบของฟิกก็มาแล้วค่ะ / แรงบันดาลใจการแต่งฟิกมาจากร้านไหนหรือคะพี่ อย่ารู้เลยค่ะ เพราะโดนไดร์จี้หูเข้าจริงๆ นี่แหละถึงได้ระบายด้วยการมาแต่งฟิก 555 (แบบว่าอยากได้ช่างหล่อๆ ถึงไดร์โดนหูก็จะไม่บ่น)

viva – ตามกลับมาอ่านตอนจบด้วยนะคะพี่ ลืมกันหรือยังเนี่ย หายหน้าหายตาไปเลย ช่างตัดผมของพี่คนไหนอ่ะ หนุพลาดไปซะแล้วใช่มั้ย ไม่เป็นไร จิ้นถึงจินเมะต่อไป อะฮุๆๆ

Beautiful Day' ★・゚☆° - เอ่อ... ยังอยากได้รวมเล่มฟิกแจนอยู่มั้ยคะ แบบว่าหายไปเลย งุงิ

Akajinkame – โอ้ แจนลืมไฟล์นั้นไปเลยค่ะ แหม่ เก็บเอาไว้ไหนก็ไม่รู้ เลยอดเอามาจิ้นเลย แต่จำได้รางๆ ล่ะว่าอิจฉาสาวมาก 555+

GiNg – อร๊ายยย ไม่ถึงกับกินตับหรอกค่ะ กินใจแทนได้มะ (โฮ่ๆๆๆ เน่า... 555) /หลังจากนี้ไปคงเปลี่ยนเป็นจินที่เป็นฝ่ายเกรงใจคาเมะแล้วล่ะค่ะ หุหุ

บัยหม่อน มาต่อแล้วนะค้า ไม่ค้างแล้วล่ะ อื้ม ชอบนิสัยจินหรือคะ อ่านจนจบจะชอบอยู่หรือเปล่าเนี่ย 55+ ดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่จริงๆ ชอบกล -*-

KittyDollคราวนี้เป็นคำว่า ending แล้วค่ะ ฮ่ะๆ อ่า...อยากให้คาเมะตัดให้หรือคะ เหมือนกันเลย อยากให้คาเมะตัดให้แล้วอยากให้จินมายืนข้างๆ ด้วยอ่ะ >///<

Hydie เหอๆๆๆ กว่าจะแต่งเสร็จก็เลยมันจะมาครบหนึ่งเดือนอยู่แล้วค่ะ เรื่องร้านทำผมแจนมีปมมาตั้งแต่เด็กแล้วพี่ ตอนเด็กแม่ตัดให้ ทรงสุดจะเอ๋อเลยยังกับกะลาครอบ พอโตมาเข้าร้านไหนก็เฟลมันไปทุกร้าน จริงๆ โทษใครไม่ได้หรอก แจนมันพวกอมพะนำเองอ่ะ แต่ดีนะที่พี่มาตัดให้ ได้ทรงถูกใจเพราะพี่เลยนะเนี่ย (มันเป็นพรหมลิขิตค่ะ ถ้าพี่ไม่พาไปจนเจอช่างคนนั้นเราคงไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันในห้องน้ำแน่ๆ) ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้เลยค่ะพี่!!

Spookie – อุ๊ย สอนแบบตัวต่อตัวแบบนี้อ่ะค่ะชอบ 55+ เต่าน้อยน่ารัก แล้วหมูน้อยไม่น่ารักหรือคะ (ทำตาวิ๊ง)

ToonkO – อ่า... มาซามิซังเขามีเหตุผลของเขาค่า อย่าไปเคืองเลย เห็นแก่ความเป็นแม่สามี (ฮ่ะๆๆ) ส่วนเรื่องคาเมะ มันยิ่งกว่าหวั่นไหวอีกค้า อู๊ย เจ๊ไม่อยากจะเมาธ์

wi ka – จุดนี้ถ้าร้านมีจริงได้ยิ่งชิงกันตายเลยค่ะ 55 แจนยอมสละเมะจินให้ก็ได้นะคะเพราะจะรอใช้บริการโทมะไปพลางๆ 555+

chocolatencashmereจากประสบการณ์แจนยังไม่เจอคนหล่อเลยพี่ ชีวิตนี้อยากลิ้มรสสักทีเหมือนกันนะ ยอมอาย 55+

mimขอบคุณเรื่องรูปจินค่ะ!! เป็นคนเดียวเลยที่ชอบ คนอื่นเขาว่าเสียๆ หายๆ (โฮโฮ) / ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้นะค้า...

บัยหม่อน(อีกรอบ) แน่ะ แอบเข้ามาเห็นด้วย / อู๊ยยย หมีคุแกเต็มใจ ทำอิดออดไปงั้นแหละ ทำผมฟรีทำไมจะไม่ชอบ / คาเมะสเปเชียลจริง บทเรียนทำผมแอบจบแล้ว แต่บทเรียนรักมันคอนตินิวนะจ๊า...

 

 

โอย ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยค่า...รักทุกโค้นนนน

 


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดด...

รู้สึกโดนหลอก 55+

มาจองที่ๆ

#1 By renika on 2008-02-29 22:05

.

.


บังอาจมาแย่งที่ได้นะยะ ชิชิ

เซนเซย์แอบโหดเล็กน้อยค่ะ แต่คาเมะจังทำผิดนะครับ ไม่ควรว่าลูกค้าเด็ดๆ ต้องถูกเซนเซย์จับตีก้นลงโทษ

รอตอนทำสีค่ะ....

#2 By mao... (58.9.47.75) on 2008-02-29 23:03

มาแนวแปลก ๆ อีกแล้ว แต่ชอบบรรยากาศแบบลูกศิษย์กะอาจารย์เลยน่ะ นึกภาพว่าน้องเมะคงทำตัวลีบปากงอนๆ หน้างอแล้ว...รักเมะขึ้นไปอีก....

#3 By tita (61.7.171.233) on 2008-03-01 08:34

เปลี่ยนบรรยากาศเป็นร้านตัดผมไปซะแล้ว
แต่ก็น่าสนุกดีอะ
เซนเซย์เข้มงวดสุดๆแต่ก็อีกนั่นแหละ
ใจดีออกนะ
คาเมะจังก็อย่าเพิ่งท้อๆ สู้ๆ

#4 By chi-ne (58.8.21.9) on 2008-03-01 18:47

กรี๊ดดด ต่อด่วนค่ะ

อ๊ากกก

กาลางอยากตัดผมพอดี

ได้โปรดค่ะ บอกด่วน ร้านนี้อยู่แถวไหน หุหุ

อยากให้หูโดนไดร์เป่าผมจังเลย

กรี๊ดดดดดดดด

#5 By JOKER (125.27.25.14) on 2008-03-02 01:08

โอ๊ะ...
ฟิคมาแล้ววววว

ทนไม่ไหวละสิ เลยต้องลงมือแต่งทั้งๆที่ยุ่งๆ อิอิ
หรือว่าหมดช่วงยุ่งแล้วเหรอ
งั้นก็ดีอ่ะดิพี่จะได้มีฟิคอ่าน เรื่อยๆ เหอๆๆ
((นึกถึงตัวเองก่อนน้องอีก อ่ะ หุหุหุ))

ไปได้แรงบันดาลใจจากร้านทำผมแถวไหนเนี่ย
แต่งซะพี่อยากแวะไปบ้างเลยอ่ะ
อยากเจอเซนเซย์กะเด็กฝึกงานหน้าตาดีอย่างในฟิคจัง หุหุหุ

แต่น้องแจนคะ ชิ่งพาร์ทนี้ได้
แต่พาร์ทหน้าต้องมานะคะน้อง
ไม่งั้นพี่จิก ค่ะ
อย่ามาทำให้อยากแล้วจากไปนะคะ มันบาป ฮ่าๆๆๆ

#6 By nawa_akanish (58.8.175.63) on 2008-03-03 13:31

แอร๊ยยยยยยส์ ตามกลิ่นจินเมะมา

แจนบรรยายแล้วพี่นึกถึงช่างตัดผมที่เคยตัดด้วยเลย หล่อมากๆ เสียดายกลับญีปุ่นไปแล้ว
แบบว่าอารมณ์คล้ายๆจินงี้ล่ะมั๊ง ดุโคด แต่ใจดีโคด ว่าแล้วก้คิดถึง

ลูกศิษย์เต่า สู้ต่อไป อย่าให้เซนเซย์ว่าได้นะ

รออ่านตอนหน้านะจ๊ะ

ปล. เห็นนะ ไอ่สีแดงเล็กที่แอบอยู่ข้างล่างอะ หยาบคายลงท้ายงี้ได้ไง

#7 By viva (61.91.154.114) on 2008-03-03 18:55

ขอโทษค่ะ ที่ติดต่อมาช้าอะ
คือ ส้มเองนะค่ะ ที่เคยถามเรื่อง รวมเล่มฟิก
แล้วตัวเองบอกว่า ยังมีอยู่
juliet_together@hotmail.com
นี้เมลล์ส้มนะค่ะ จะรอการติดต่อนะค่ะ
อยากได้มั่กมากเลยbig smile
เข้ามาอ่านสามรอบแล้วแต่เพิ่งจะสำเร็จวันนี้
ครั้งแรกเน็ตหลุด
ครั้งที่สองไฟดับ
ครั้งนี้ สำเร็จ ยัตตา

นึกถึงรายการที่คัตตุนไปสระผมให้สาว เลยอ่ะ
อิจฉามาซามิ อยากให้คาเมะสระผมให้ แต่อยากให้จินไดร์ผมให้ แล้วจะมีโอกาสที่คาเมะจะเรียกจินว่าจินไหมน้า เรียกแต่เซนเซย์

อย่าบอกนะว่าทำสีผมก็จะลองกับผมจินอีก ตามอ่านตอนต่อไป

#9 By akajinkame (117.47.19.238) on 2008-03-04 20:04

นึกสภาพจินหัวฟูเป็นช่างทำผม โอ้ววววว
คาเมะท่าจะเกรงจินน่าดู

แต่ดูท่าเซนเซจะกินตับเด็ก
คาเมะเลื่อนขั้น เร๊วๆเร็ว โฮะๆ



#10 By GiNg (124.120.68.13) on 2008-03-05 13:48

ตายแล้วว
จินจินแอบดุนิดนึง
เมะจังก็แอบไม่มั่นใจ แต่หม่อนชอบนิสัยจินจัง ดูเป็นผู้ใหญ่ดี (ก็จินจินเป็นครูหนิเนอะ ^^")

จบการตัดผม ต่อด้วยการทำสี
หัวทดลองจะเป็นหัวคุณครูอีกหรือเปล่าเนี้ยย?

^^

----------------------
หม่อนกำลังนั่งคิดอยากอ่านฟิคที่เป็นช่างทำผมเลยค่ะ
เปิดเข้ามาไดพี่แจนปุ๊บเจอ นั่งยิ้มเลย

อ่านไปอ่านมาแบบว่า
เฮ้ยยย จบค้าง!!

อยากอ่านต่อมากๆๆ
รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ!

#11 By บัยหม่อน on 2008-03-06 00:11

เหหหหหหหหห ... จบแล้วเหรอ
ม่ายอยากให้มีคำว่า To be con เลยอ่ะ
เซนเซย์อาคานิชิ อยากตัดผมกับคาเมะง่ะ
555+ ถึงจะชอบเซนเซย์อาคานิชิ แต่อยากให้เมะตัดให้อ่ะ
ว่าแต่ไม่ค่อยข้าใจความต้องการของการตัดผมเท่าไหร่
แต่เซนเซย์พูดถูก เวลาตัดผมทีนะเลือกแล้วเลือกอีก
กว่าจะหาร้านได้อีก ยุ่งยากมากมายเลยชีวิต
แต่ถ้ามีร้านแบบนี้ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ไปเลยโลดด
บทเรียนคราวหน้า เซนเซย์จะใช้ผมตัวเองหรือเปล่าเนี้ย
อุอุ รออ่านบทเรียนตอนหน้าล่ะกัน อุอุ

#12 By KittyDoll (117.47.229.223) on 2008-03-06 19:32

เหอๆ ไม่ได้อ่านตอนวันที่ 29 ซึ่งกว่าจะเข้ามาก็ล่วงเลยป่านนี้ แล้วเริ่มงานใหม่เป็นแห่งที่ 2sad smile

ในรายการคัตตุนคูณ 3 จินเป็นมือเซ็ทผมระดับพระกาฬแต่อยากให้คาเมะสระผมให้ (จากคำพูดในรายการ"สบายไหมครับ") จะเป็นลม...

แจนมีปมกับช่างตัดผมขนาดนั้นเลยเหรอ โธ่ๆรู้งี้ไปร้านของน้องจอยดีกว่าเนอะ จะได้ไม่ต้องมาเจอช่างจำเป็นอย่างพี่

sad smile

คัตเตอร์กับกรรไกรตัดกระดาษ..น่าเศร้าจริงๆ

#13 By hydie (203.155.202.35) on 2008-03-08 11:18

โห น่ารักอ่ะ

เซนเซจินแกจะสอนน้องแบบตัวต่อตัวน้อยไปป่ะ

จับให้เมะ อยู่มัดได้ในทีเดียว

เต่าน้อยสู้ต่อไป

#14 By spookie (58.8.100.90) on 2008-03-09 18:43

แบบว่าฟังอิจินแล้วเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังเคืองแทนเมะ

แหมยัยวีไอพี เรื่องมากนักนะยะหล่อนน!! 55555+


คาเมะ...หวั่นไหวกับเซนเซย์ใช่ไหม เซนเซย์หล่อ เสียงทุ้มนุ่มหู (เวลาง้อลูกศิษย์) ใจดีได้อีก >////<


อยากอ่านตอนต่อไปจังเลยค่ะ มาต่อไวไวน๊า ^^

#15 By ToonkO (125.26.7.112) on 2008-03-09 23:44

ไม่ทราบว่า ร้านนี้ อยู่แถวไหนอ่ะคะ อยากไปตัดจังเลย อาจารย์ก็ได้ เด็กฝึกหัดก็ดี เอาหัวพี่ไปเป็นแบบก็ได้นะคะ พี่ยอมมมมมมม

#16 By wi ka (203.144.232.98) on 2008-03-12 15:54

แวะมาเม้าท์
พี่ได้ดู CTKT ตอนที่แข่งกันถอยรถเข้าซองแล้วล่ะ
((เพิ่งได้ดูเหรอแก๊!!!))
อยากได้โชเฟอร์แบบนั้นบ้างอ่ะ
นอกจากจะขับเก่งแล้ว
หน้าตาเวลาขับนี่ก็ช่าง...หุหุหุ
น่ารักกันมากมายทั้งคัทตุนเลยอ่ะ
แต้งนะคะน้องแจนที่แนะนำให้ดู
โดนใจจริงๆด้วยอ่ะ

#17 By nawa on 2008-03-13 01:52

ประสบการณ์ส่วนตัว ช่างตัดผมหรือช่างสระผมหล่อนี่ทรมานพอควร เพราะจะอายมาก อายอย่างไม่มีเหตุผล เพราะมันใกล้เหลือเกิน จะเขินจนไม่เป็นสุข ขอช่างหน้าตาธรรมดาดีกว่า เป็นเกย์กรีดกรายเลยยิ่งดี

ร้านช่างหล่อๆนี่ ไว้ไปเป็นเพื่อนใครคงจะดี จะได้มองได้ในระยะปลอดภัย

#18 By chocolatencashmere on 2008-03-15 12:38

เข้ามาก็เจอจินทำตาแป๋ว อ๊ากกก...แพ้ทาง อย่าทำตาหมาหงอยแบบน้านนนน cry (แต่รู้สึกว่ามันจะสวยไปรึเปล่า..? 55)

เซนเซย์ก็ปรานีคาเมะจังด้วยนะครับ โฮ่ๆ (แต่ก็เอ็นดูอยู่มากโขแล้ว เราคงไม่ต้องบอกให้มากความ )

เรื่องนี้น่าติดตามมากครับ ^ ^

รออ่านครับผม

#19 By mim (58.8.127.85) on 2008-03-18 03:59

อ๊า

พี่แจนมาต่อแล้ว
แอบต่อด้วยนะเนี้ย หม่อนเข้ามาลองลากมาดูล่างๆ
เอ๊ะ ทำไมตอนจบมันแปลกๆไป ที่ไหนได้ มาต่อแล้วนี่หน่า

^^


สรุป ทำสีครั้งนี้ใช้หัวเจ้าหมีคุซะเลย
แอบน่าสงสาร เจ้าตัวแอบไม่เต็มใจซะด้วย เหอะๆ

แต่ว่าน้า บทเรียนใกล้จบล่ะ
นู๋เมะมันสเปเชี่ยลเคสจริงๆ อัดแน่นภายในไม่กี่เดือน
แถมได้อาจารย์ดีอีกตะหาก!

รอดูกันต่อไปค่ะว่านู๋เมะจะเป็นไงต่อ
ดูสิว่า จะได้ยาอย่างอาคานิชิ จินมาเก็บไว้ที่บ้านหรือป่าว?

^^

#20 By บัยหม่อน on 2008-03-19 14:17

จบจนได้...ดีใจด้วยนะพี่ 555+

แหม...อาเจ๊มาซามิ ชอบชีนะเนี่ย หุหุ

[คุณป้าหนูกลายเป็นคุณแม่จินแล้วหรือเนี่ย กร๊าก]

แต่ทำไมรู้สึกว่าไม่ค่อยมีชอตกุ๊กกิ๊กอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ อาจจะรู้สึกไปคนเดียว - -"

#21 By renika on 2008-03-24 11:49

ซะงั้นอ่ะ
นึกว่าไปเจอเซ็นเซย์หล่อๆมาบิวต์อารมณ์อยากแต่งฟิค
กลายเป็นว่าสวมวิญญาณมาซามิ เอาหูไปให้เค้าจี้เล่นซะงั้น ฮ่าๆๆๆ
จบได้น่ารักมั่กๆ
มันอ่านแล้วรู้สึกกิ๊วๆ จั๊กกะเดี่ยมๆ อ่ะ อิอิ
อ่านแล้วเขิลแทนคุณน้องเด็กฝึกงานนิ
ชอบคาแรคเตอร์น้องคุตัวป่วนด้วย ฮาได้อีกอ่ะ
สนุกสนาน น่ารักน่าหยิกดีจริงๆเรื่องนี้
แต่งมาอีกเด้อออออ

#22 By nawa on 2008-03-24 19:35

น่าร๊ากกกกกกกกก

ตอนจบน่ารักจริงๆค่ะ

เรื่องมาซามิก็อยู่เหนือที่คิดไว้มากเหมือนกันค่ะ

ว้าววววววว จบโรแมนติก กรี๊ดดดด

รอเรื่องใหม่อยู่นะค๊ะพี่

#23 By JOKER (125.27.23.114) on 2008-03-24 21:17

อิอิ ที่แท้ ก็รักแรกพบนี่เอง มิน่าละ ติวเข้มเชียว (น่าจะติวเรื่องรักมากกว่านี้หน่อยนะ เซนเซย์)

แต่แหม ไม่เห็นต้องรอให้จบการเป็นนักเรียนก่อนเลยนินา
รักต้องห้ามแบบ อาจารย์-ลูกศิษย์ เนี่ย ก็ตื่นเต้นใช่หยอก

ตอนจบเนี่ย หวานกันแบบกรุ้มกริ่ม เหมือนกะว่ายังเขินๆกันอยู่

แบบนี้ จะมีลุ้น spe มั้ยคะ << แอบหวังอยู่นะเนี่ย

#24 By wi ka (203.144.232.98) on 2008-03-25 13:18

ไม่รู้ว่าวันนี้พี่ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า รู้สึกอ่านแล้วมึนๆช่วงที่ร้านพาคาเมะไปเลี้ยง อาจเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด พี่เลยเรียบเรียงความคิดไม่ทัน

แต่อ่านแล้วอมยิ้มนิดหน่อย เพราะบรรยากาศข้างนอกมันคึ้มเหมือนฝนจะตกเช่นกัน เพียงแต่ดิฉันไม่มีเซนเซย์น่ะสิคะ เชอะ

เพิ่งแสดงฝีมือตัดผมไปให้เพื่อนอีก 1 หัว แว่วมาว่าเป็นทรงดึงดูดสายตาชายหนุ่มและเกย์!!!ได้เป็นอย่างดี

เหอๆ

#25 By hydie (203.155.202.35) on 2008-03-25 16:39

มาซามิซัง ลูกสะใภ้เบอร์สองรองจากคาเมะจังคนนี้ขอโทษ ( ไม่เกี่ยวกับแกเลย ! 55555+ ) หลังจากคราวที่แล้วเจ๊แกโดนไอ่ตูนเม้นวีนไปเต็มๆ


คราวนี้วีนตาจินแทน ไม่เคารพแม่ (เลี้ยง) เลยนะไอ้หล่ออออ


ชอบตอนเซนเซย์จินจีบลูกศิษย์ คิดไม่ถึงเลยว่าจะพูดคำว่า พรหมลิขิต ออกมาได้ >///////<... มาหากันในวันแห่งความรัก โอ๊ยยย..

พูดแบบนี้อยากได้อะไรเอาไปเลยยยยค่ะ อาคานิชิซังง


มีสเปหน่อยได้ไหมคะ น๊าน๊าคนแต่ง ชอบเรื่องนี้มากมายเลยอ่ะ ( ปกติก็ชอบซะทุกเรื่อง 55555 )



รอผลงานต่อไปน๊า ^^

#26 By ToonkO (125.26.1.116) on 2008-03-26 00:01

กรี๊ดดดดด แอบชอบ ตรงนี้มั่กมากค่ะเจ๊
“เกี่ยวสิ เพราะฉันไม่อยากจะพลาดวันพิเศษของปีนี้ไป แล้วฉัน... ไม่อยากจะจีบเด็กนักเรียนเหมือนกัน” พร้อมกับที่กลั้นใจพูด จินจิ้มหน่มน้มตรงป้าย trainee ของคาเมนาชิ คาซึยะแรงๆ

หุหุ แอบสงสัยอยู่ว่าทำไมเซนเซย์ดูงอลๆพองๆที่คาเมะไม่ยอมรับป้าย ที่แท้มีเหตุผลแอบแฝงแบบนี้นี่เอง

แอบขำช่วงท้ายได้อีกค่ะ คาเมะผมนุ่ม แต่ผมเซนเซย์ไม่หอม(เพราะทำงานมาทั้งวันเหงื่ออกหรือไม่ได้สระ?)และไม่นุ่ม(สงสัยมัวแต่หาทางหลอกล่อให้คาเมะหลุดจากสภาพนร.จนลืมทำทรีตเม้น) sad smile sad smile

#27 By สุดสวยคนเดิม (58.9.46.175) on 2008-03-26 15:49

ตามมาอ่านตอนจบแล้วค่า ช้าแต่ก็มานะ
ช่วงนี้ยุ่งๆอะ งานเยอะมากมาย คิดถึงจอย แจน เม่า ตูน คิดถึงทุกคนเลย
เด๋วเสาร์นี้จะไปทำผม ตอนแรกว่าจะตัด แต่จะเปลี่ยนไปดัดแทนละ
ถ้าออกมาหน้าตาอุบาทว์จะโทรนัดให้มาร่วมกันประจานนะคะ 555 (ว่างๆมากินข้าวกันเถอะ)
ช่างตัดผมที่ถาม พลาดไปแล้วค่ะคุณน้อง ชื่อโทรุ น่ารักมากกกก กลับชิซึโอกะไปแล่ว เสียดาย
เม้นไม่ได้เกี่ยวไรกับฟิคเล้ยยย 555
ขอบคุณนะค้า ที่แต่งจินเมะให้อ่าน อ่านแล้วก้อุ่นเหมือนเดิม

#28 By viva (61.91.154.114) on 2008-03-28 14:25

เคลิบเคลิ้ม.... ล่องลอย.... เหมือนโดนคุณจินสระผม กร๊ากกกๆๆๆๆ

แหม... เรื่องนี้ไม่น่าเป็นเรท G เลยง่ะ

ตอนแรกที่อ่านแอบรู้สึกว่าอิจินเรื่องนี้มันเป็นผู้ใหญ่จังแฮะ ดูเคร่งขรึมเป็นงานเป็นการ
แหม๊.. ดึงดูดใจมากกกกก แต่อ้ะนะจินก็ทำให้ประหลาดใจที่ให้เมะตัดผมให้ หุหุหุ แอบทำให้มีความหวังว่าจะเห็นฉากหวานๆ แล้วก็แป่ววว อดsad smile

แถมทำให้เต่าน้อยของเจ๊น้อยอกน้อยใจอีกเล็กน้อย
แต่แล้วอิชั้นก็แอบยิ้มหวานกะความใส่ใจที่ปิดมะมิดของคุณจิน ตอนประเคนอาหารให้นู๋เมะ กรี๊ดๆๆๆ

และในที่สุดอิเจ๊ก็สมปรารถนาในวันที่ 29 กพ. อร๊ายยย ในที่สุดคุณจินแบบที่เจ๊คุณเคยก็เผยตัว อิอิ

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก มากๆๆๆ
แต่ก็ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน อยากให้แต่งสเปฯเรื่องนี้แบบ NC17 55555++++

#29 By pookie (203.152.41.4) on 2008-12-08 16:17

โอยจินนน รักเค้าแต่แรกเลยว่างั้น ฮ่าๆๆ
ก็น้องน่ารักนี่น๊า
คุณแม่เลี้ยงกขี้เล่นซะ อิอิ

#30 By ^^akatang^^ (110.49.82.200) on 2009-08-09 11:43

หวานมาก ๆ เลยนะนั่น จินช่างคิดได้นะเนี่ย แล้วแม่เลี้ยงจินอะไรกันนั่น แกล้งจินแบบนั้นได้ไง

#31 By jk (58.9.17.17) on 2009-10-01 02:52