[Un] Perfect Continuous - Part 6
posted on 26 Apr 2008 22:33 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 06
Character: Jin x Kame and Friends
Genre: Drama
Author: Renika
Editor: Asuka
Rate: General
Warning: ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
6 # changing
เมื่อตอนยังเด็กกว่านี้
ผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี
“คบกันนะ”
“...ก็เอาสิ”
คนตัวเล็กกว่าระบายรอยยิ้มจนเต็มแก้ม ทำให้ใบหน้าที่ดูอย่างไรก็เป็นแค่เด็กตาตี่ธรรมดาคนหนึ่งกลับมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ผิดกับอีกคนที่ยืนทำหน้าเฉยๆ ไม่ยินดียินร้ายกับอะไร หรือสถานะใดๆ ที่เปลี่ยนแปลง
...เขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น...
แต่ก็นั่นแหละ...มันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยสักนิด และมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาอีกด้วย ที่สองคนนั้นเลือกจะมาคุยกันตรงนี้ ให้คนอื่นที่บังเอิญผ่านมาได้ยินเข้าเต็มสองรูหู
แม้จะนึกสงสัยว่า ‘หมอนั่น’ รู้ตัวหรือเปล่าว่าตกลงอะไรไป
บุคคลที่สามซึ่งไม่ได้ถูกรับเชิญหันหลังให้ภาพนั้นด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวง
“เฮ้! ทางุจิ เห็นอาคานิชิรึเปล่า? ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกหรือ?” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนเรียกให้เจ้าของขายาวต้องชะงักแล้วหันกลับไปมอง
“ไม่เห็น” จุนโนะส่ายหน้าตอบ “แอบหนีไปนอนที่ไหนหรือเปล่า”
“ไม่มั้ง...นี่มันจะถึงเวลาซ้อมแล้วนะ เดี๋ยวก็โดนเซนเซตำหนิเอาอีกหรอก”
“อาจจะอยู่กับยามาชิตะคุงก็ได้”
“วันนี้ยามาชิตะคุงไม่อยู่ไม่ใช่เหรือ?”
“ไม่รู้สิ...ฉันไปเข้าห้องน้ำนะ”
ในระดับหนึ่งที่ทุกคนรู้กัน...ทางุจิ จุนโนะสุเกะ กับ อาคานิชิ จิน...ได้ถูกกำหนดตัวเอาไว้ตั้งแต่ต้น เหมือนกับใครหลายๆ คนที่ได้รับการชี้ตัวว่าต้องเป็นจุดโปรโมต
จุนโนะก็ไม่ต่างจากคู่อื่นๆ คนที่ได้แต่ทำตัวตามน้ำไปเรื่อยๆ แม้จะต้องรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง ทำเป็นหลับหูหลับตาไปซะก็จบเรื่อง เพราะอย่างไรคู่ของเขาก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจมากนักอยู่แล้ว
แต่จากเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ เขาก็พอจะได้รู้...ว่ารุ่นพี่ผู้อยู่เบื้องหลังอย่างทาคิซาว่า ฮิเดอากิกำลังจะเล่นตลก
ต่อไปเขาก็คงต้องอยู่ในสถานะที่หยุดนิ่งชั่วคราว เพราะท่าทางจะโดนปลดหน้าที่แล้วจริงๆ ในเมื่อคู่โปรโมตใหม่ออกจะได้รับความนิยมล้นหลามขนาดนี้
...แค่เจอาร์ไฟต์เทปเดียวก็รู้เรื่องแล้ว...
จริงๆ แล้วเขาไม่รู้สึกแย่เลยสักนิดที่จะถูกลดบทบาทหรืออะไรลงไป กลับยินดีเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อตัวเขาไม่จำเป็นต้องฝืนทำอะไรที่ไม่ชอบ
ซึ่งเขาก็เห็นว่าคาเมนาชิก็ดูมีความสุขและพอใจกับสถานะใหม่ จนอดจะเห็นดีเห็นงามกับรุ่นพี่ด้วยไม่ได้เลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับคนสองคน
ใครจะรู้...ต่อจากนี้เขาอาจจะได้ทำให้สิ่งที่ตัวเองอยากทำ หรือค้นพบอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจกว่าก็เป็นได้
จุนโนะเดินกลับเข้ามาในห้องซ้อมรวมของบรรดาเด็กจูเนียร์หลังจากที่จัดการกับธุระส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านในทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเปิดประตูเข้าไป สภาพการตะลุมบอนที่ไม่ได้ต่างจากในจินตนาการ ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
เด็กหนุ่มร่างสูงได้แต่ยิ้มรับเสียงตะโกนเรียกของเพื่อนๆ ก่อนจะหันไปเห็นคนที่กำลังถูกตามหาได้ไปร่วมวงบ้าบอกันอยู่ด้วย...ช่างเป็นบากะนิชิของแท้แน่นอนอย่างที่ปลอมแปลงไม่ได้เลยจริงๆ
จุนโนะยืนกอดออกอยู่นอกวงอย่างสบายใจ ถึงแม้จะมีคนมาพยายามลากเขาไปร่วมด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้กันหมด ในเมื่อต่อให้ทำอะไรเขาก็แค่ยิ้มรับมันลูกเดียว
รอยยิ้มที่ใครต่อใครพากันตัดสินว่าช่างน่าเบื่อ…
แต่แล้ว...จุนโนะก็ต้องฉีกยิ้มออกมาเต็มแก้มจนตาปิด
‘บากะนิชิ’ ได้หันมามองทางเขาแล้วยืนนิ่งไปชั่วครู่...สายตาแบบนั้นทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงหัวเราะเบาๆ
ในระบบการจัดกลุ่มเพื่อนของอาคานิชิ จิน ไม่เคยมีชื่อ ทางุจิ จุนโนะสุเกะ ถูกบรรจุอยู่ในประเภทเพื่อนที่สนิทมากกว่าไอ้พวกที่เล่นหัวกันอยู่ทุกวัน ซึ่งก็ไม่ต่างกันนัก จุนโนะก็ไม่เคยนับจินเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากกว่าใคร แค่จำเป็นต้องมาร่วมงานกันในฐานะสมากชิกวงM.A.D.ไม่ได้หมายความว่าต้องสนิทกันอย่างที่ใครเข้าใจ
เพียงถูกผูกติดกันด้วยคำสั่ง และตอนนี้เขาก็กำลังจะหลุดจากสิ่งนั้นแล้ว
เขากับจินไม่สนิทกันเลยสักนิด...หากจะบอกว่าเพื่อน ก็คงเป็นแค่เพื่อนร่วมค่ายด้วยซ้ำ ต้องเป็น คาซึยะ กับ โทโมฮิสะต่างหากที่เรียกว่าสนิทกับจินจริงๆ
ชั่วพริบตาที่ได้สบตากันเมื่อครู่ ความไม่ไว้วางใจที่สื่อผ่านมาทำให้จุนโนะอดที่จะหัวเราะไม่ได้...จินดูจะไม่ค่อยไว้ใจเขา คล้ายว่ามองเห็นรอยยิ้มของเขาเป็นเพียงสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดอะไรบางอย่าง ซึ่งมันก็ออกจะมากเกินไปหน่อย แต่บางที...ถ้าจะเชื่อว่าจุนโนะไม่ใช่คนซื่อใส และชอบที่จะเก็บงำเรื่องราว พร้อมแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
จุนโนะกระตุกยิ้มที่มุมปาก
...มันก็คงไม่ผิดเสียทีเดียว...
เป็นความจริงที่ว่าเขาไม่เคยคิดไปยุ่งเรื่องราวของใคร หากเรื่องทั้งหลายมักจะพุ่งมาสู่ตัวเขาเองโดยไม่เคยเรียกร้องทุกที ใครก็ตามที่ว่าเขาเป็นคนน่าเบื่อ มันคงเป็นผลมาจากที่เขาเองก็เบื่อ ‘สิ่ง’ ทั้งหลายที่ต้องรับรู้เช่นกัน ดังนั้น... ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง มันคงไม่ผิด... หากเขาเลือกที่จะไม่สนใจ
แม้ต้องกลายเป็นคนสมองช้าหรือจอมเสแสร้งก็ตาม...
เขาเพียงรักที่จะได้ขยับเขยื้อนร่างกาย ปล่อยใจไปตามจังหวะ ซึ่งด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าคนอื่นทำให้เขาสามารถเต้นในสเตปที่คนอื่นทำไม่ได้ การเต้นเป็นเหมือนกับชีวิตของเขาจริงๆ เวลาซ้อมเต้นจึงไม่ต่างกับเวลาพักผ่อน แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นและอารมณ์ดีที่ได้ออกแรง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เหงื่อและลมหายใจกระชั้นอันเป็นผลมาจากที่เขาซ้อมแบบไม่มีหยุดพักช่างสร้างความรู้สึกที่ดี... หากลำคอไม่แห้งผากด้วยความกระหายน้ำอย่างที่สุด เขาแทบไม่อยากเดินพ้นไปจากหน้ากระจกด้วยซ้ำ
เมื่อเวลาผ่านไป ครูฝึกก็ปล่อยให้เด็กๆ ไปพักยืดแข้งยืดขาคลายกล้ามเนื้อที่เริ่มจะอ่อนแรงลงทุกที เด็กหนุ่มใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ปลายคางทึ้งไป ก่อนจะยึดตัวขึ้นบิดไปมาคลายอาการเมื่อยล้า ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับบุคคลที่มุมห้อง
ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ กับ โดโมโตะ โคอิจิ ?
ปกติทั้งสองก็เป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับรุ่นน้องดี ก็คงไม่แปลกที่จะมาเยี่ยมเยียนกันบ้าง แต่ครั้งนี้...ความรู้สึกของเด็กหนุ่มมันฟ้องว่ามีอะไรที่ต่างออกไป...
...สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงค่อยๆ ฉายชัดขึ้นอีกครั้ง...
++++++
“นับจากวันนี้ พวกเธอคือ KAT-TUN อีกเดี๋ยวโคอิจิซังจะเข้ามาคุยรายละเอียดกับพวกเธอด้วยตัวเอง”
สิ้นเสียงบอกกล่าวร่างของสต๊าฟอาวุโสคนนั้นก็หายออกไป ทิ้งไว้แต่เพียงบรรยากาศหนักอึ้งในห้องที่มีเด็กหนุ่ม 6 คนประจันหน้ากัน ความอึดอัดในความเงียบนั้นส่งผลให้แม้แต่จะหายใจยังรู้สึกขัด จุนโนะเบือนหน้าหนีอย่างเบื่อหน่าย
เท่าที่เห็นด้วยสายตาก็ประมวลผลได้ไม่ยากว่า กระแสแห่งความไม่พอใจมันรุนแรงแค่ไหน
ทานากะ โคคิ สำหรับคนคนนี้จุนโนะก็เข้าใจอยู่มาก คนที่มีแฟนคลับมากมายขนาดนี้แล้ว การที่จู่ๆ จะมาโยกย้ายยูนิตให้ไปร่วมเต้นกับใครก็ไม่รู้มันก็คงต้องรู้สึกกันบ้าง แต่ท่าทางที่พร้อมจะตะบันหน้าคนตลอดเวลานั่นก็ออกจะเกินไปหน่อย ดูอีกสองคนที่มาจากยูนิตเดียวกันยังเฉยและนิ่งเสียกว่า
เด็กผู้ชายร่างเล็กที่เขาจำได้ว่าชื่อ อุเอดะ ทัตสึยะ กวาดสายตามองทุกคนอย่างพิเคราะห์ ก่อนจะสะดุดกึกเมื่อเห็นสีหน้าสีตาของใครบางคนเข้า คนที่มีมาดของเด็กหนุ่มตัวตลกหาใช่คนเดียวกับที่แจกสายตาติดลบไปทั่วจนคนอื่นต้องตกใจในตอนนี้ จินทำเอาทัตสึยะต้องถอยเท้าแล้วสะกิดให้เพื่อนสนิทที่มาจากยูนิตเดียวกันอย่าง นากามารุ ยูอิจิ เป็นคนเปิดบทสนทนาคลี่คลายบรรยากาศ ซึ่งก็ทำได้ดีไม่น้อย ท่าทางที่ดูนิ่งและเป็นผู้ใหญ่ทำให้จุนโนะอดจะนับถือไม่ได้
“ฉัน นากามารุ ยูอิจิ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนนะ อา...ยังไงก็คงรู้จักกันอยู่แล้วล่ะ ฮะฮะ” ยูอิจิพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างสบายๆ “ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะ”
จุนโนะลอบถอนหายใจอีกครั้ง คำพูดของยูอิจิเริ่มทำให้ทุกคนมีปฏิกิริยาชัดเจนขึ้นรวมถึงบรรยากาศที่ค่อยๆ จางลงทีละนิด แต่กระนั้นความเงียบก็ยังคงปกคลุมอยู่
“ฉัน...ทางุจิ”
มีเพียงคนเดียวที่มองการแนะนำตัวของเขาด้วยท่าทีตื่นเต้น กระตือรือร้น สนใจ แม้คงรู้สึกอึดอัดไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่หนุ่มน้อยคาซึยะ...ก็ยังระบายยิ้มออกมาได้ เสียดายที่ความรู้สึกแง่บวกของคนที่แก่และอ่อนอาวุโสที่สุดทั้งสองคนไม่อาจลบล้างรังสีตึงเครียดที่แผ่กระจายอยู่เต็มห้องได้ทั้งหมด
เสียงกระแทกลมหายใจอย่างขุ่นเคืองดังขึ้นเหมือนกับอารมณ์ที่กักเก็บไว้นานกำลังจะล้นทะลัก โคคิเดินออกจากห้องไปด้วยกิริยาที่ฉายชัดด้วยความไม่เป็นมิตร แต่ก่อนที่มือนั้นจะได้แตะกับลูกบิด บานประตูก็เปิดอ้าออก
“จะไปไหนหรือทานากะ?”
เสียงนุ่มของรุ่นพี่ทำให้โคคิต้องชะงัก
“สวัสดีครับโคอิจิซัง” คาซึยะกล่าวขึ้นพร้อมกับโค้งตัวให้อย่างสุภาพเป็นคนแรกทันทีที่ตั้งตัวได้
“สวัสดีครับ” ยูอิจิ ทัตสึยะและจุนโนะจึงรีบโค้งตามทันที ก่อนที่จินจะค่อยๆ ค้อมตัวลงอย่างช้าๆตามมา
“ไม่ต้องอะไรขนาดนั้นหรอกน่า...”
โคอิจิยิ้มรับพร้อมกับโบกมือไปมา
“คงจะฟังจากสต๊าฟบ้างแล้วใช่ไหม? งั้นฉันจะเข้าเรื่องเลยนะ”
เสียงกระแทกลมหายใจดังขึ้นอีกครั้ง แม้จะไม่ดังเท่าครั้งก่อนด้วยความเกรงใจรุ่นพี่แต่ก็ทำให้หลายคนต้องเหลือบตามองอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ผู้อาวุโสที่สุดกลับไม่ใส่ใจเอาดื้อๆ ราวกับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าถือสาเอาความสักนิด
“ต่อจากนี้ฉันจะมีรายการที่เป็นของตัวเอง นั่นคือที่ฉันจะให้พวกนายมาร่วมงานกับฉัน ไม่ใช่แค่การเต้นแบ็ค...แต่จะรวมถึงการแสดงต่างๆ ด้วย ถ้าใครมีไอเดียอะไรก็เสนอมาได้ตลอดเลยนะ”
คำกล่าวนั้นทำให้ทั้ง 6 คนหันกลับมาสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจด้วยความคลางแคลงใจที่ฉายชัด
การโยกย้ายยูนิตสำหรับจูเนียร์ถือเป็นเรื่องปกติ...แต่จุนโนะกลับมองว่าการรวมยูนิตครั้งนี้มันต่างออกไป ทั้งๆ ที่แทบจะไม่เคยร่วมงานกัน ซ้ำแล้วยังประกอบไปด้วยจูเนียร์ระดับแนวหน้าอย่างโคคิที่ไม่น่าจะมีการโยกย้ายอีก
“เอ่อ...ขอถามสักข้อได้ไหมครับ” คาซึยะเอ่ยเสียงสุภาพ เด็ก...สมตัวหากแต่แววตากลับดูเกินกว่าอายุการทำงาน “ยูนิตนี้จะเป็นแค่ยูนิตชั่วคราวหรือเปล่าครับ?”
“ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแค่ยูนิตชั่วคราวหรอกนะ” โคอิจิยิ้มรับ แต่คนฟังทั้งหลายกลับกลั้นหายใจกันอย่างพร้อมเพรียง ...อย่างยิ่งเมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“ถ้าหากพวกเธอตั้งใจ...ฉันขอรับประกันผลตอบรับเลย”
คลุมเครือ ทว่าชัดเจน
ไม่ตรงคำถามแต่เกินความคาดหมาย
จุนโนะไม่อาจจะเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เขาไม่ค้านเลยแม้แต่น้อยในแง่ของประสิทธิภาพของสมาชิก แต่ KAT-TUN ไม่ใช่ arashi ไม่ใช่การรวมกันของกลุ่มสองกลุ่มที่มีคนสนิทกัน ถึงยูอิจิ ทัตสึยะ โคคิ จะมาจากกลุ่มเดียวกัน เขา จิน จะมาจากกลุ่มเดียวกัน แต่ความสนิทเรียกได้ว่าไม่มี หรือมีก็น้อยจนไม่น่าช่วยลดแรงต้านของความแปลกแยกนี้ได้
ก็ได้แต่หวังว่าการเดินหมากของ ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ กับ โดโมโตะ โคอิจิ จะไม่มีพลาด
++++++
เม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นตามใบหน้ากำลังทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง จุนโนะใช้หลังมือปาดมันออกก่อนที่จะไหลเข้าตา กล้ามเนื้อในร่างกายเริ่มโอดครวญถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงาน เด็กหนุ่มเดินไปที่ห้องอาบน้ำพร้อมกับคิดแผนการที่จะทำต่อไปในส่วนที่เหลือของวันนี้
รายการ popjamได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามไม่ผิดจาการคาดการณ์ของรุ่นพี่ KAT-TUN เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจสำหรับทุกๆ คน...จุนโนะเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
โอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักกำลังเปิดกว้าง แม้เขาจะไม่ใช่เจ้าของชื่อบนป้ายจำนวนมาก แต่เขาก็พอใจในจุดนี้...และไม่คิดอยากจะทำอะไรให้ตัวเองดังไปกว่านี้...
ความจริงประการหนึ่งที่ผู้เป็นรุ่นพี่ยอมรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานก็คือ จำนวนป้ายที่เขียนว่า akame มีจำนวนมากกว่า koichi เสียอีก แล้วยังจำนวนของเม็ดเงินและจำนวนผู้ชื่นชอบที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เห็นได้ชัดจากรูปชอปคู่ หรือดีกรีเสียงร้องกรี๊ดในชอตแฟนเซอร์วิสต่างๆ
จุนโนะและทุกคนในวงต่างก็รู้กันดีว่าจินกับคาซึยะถูกกำหนดตัวเป็นคู่โปรโมทของวง แน่นอนว่าไม่ต้องบอกเขาก็ขอเดาเองอย่างมั่นใจไปว่ามันคงไม่พ้นฝีมือของรุ่นพี่ผู้น่าเคารพนับถือทั้งสองเป็นแน่
แต่...จุนโนะไม่รู้ว่าจะมีใครบ้างที่รู้เรื่องของจินกับคาซึยะ โดยเฉพาะรุ่นพี่ทั้งสองคนนั้น...ไม่รู้? หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้?...
ใช่...ทั้งทาคิซาว่า ฮิเดอากิ และ โดโมโตะ โคอิจิ เป็นรุ่นพี่ที่มีเซนส์ในการมองคนเป็นเลิศ เป็นผู้ที่ถูกปั้นขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการบุคลากรในค่ายอย่างแท้จริง แต่ต่อให้ทั้งคู่ถูกเทรนด์มาอย่างไร ทำหน้าที่นี้มานานแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงข้อที่ว่าทั้งสองยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อาจจะตัดสินอะไรพลาดด้วยใจรักสนุก
เขาไม่เคยเห็นด้วยกับการคบกันในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน เพราะใครจะรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แล้วทั้งคู่มั่นใจแล้วหรือ ว่าจะคบกันอย่างนี้ไปตราบเท่าวันที่ KAT-TUN จะยังคงอยู่ แล้วถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แตกหักลงก่อน แล้วสายสัมพันธ์ที่ยังคงเหนี่ยวรั้งกันไว้อยู่จะทำอย่างไร
จุนโนะไม่ใช่คนประเภทที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น...
แต่สิ่งที่กำลังคาบเกี่ยวอยู่บนด้ายเส้นบางนั้นมีคำว่า KAT-TUN อยู่ด้วย มันคือชีวิตของเขา...ที่เขาไม่มีวันจะให้มันไปเสี่ยงอยู่กับความไม่แน่นอนของคนสองคน
“ไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านกันเหอะ”
“เอาสิ”
บทสนทนาสั้นๆ อันเป็นที่คุ้นหูดังขึ้น จุนโนะยืนนิ่งทันที เมื่อรับรู้ได้ว่าสองคนนั้นไม่รู้ว่าเขากำลังยืนอยู่ในห้องอาบน้ำห้องในสุดด้วย
“นี่...อุเอดะ”
“อะไร”
“รู้สึกอะไรระหว่างสองคนนั้นไหม?”
“คาเมนาชิกับอาคานิชิ?” ทัตสึยะกล่าวขึ้นทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทพร้อมกับที่จุนโนะกลั้นหายใจ “ให้ฉันเดา...ฉันว่าสองคนนั้นไม่ใช่แค่แฟนเซอร์วิสแน่ๆ”
“คิดเหมือนกันอย่างนั้นหรือ” ยูอิจิพึมพำอย่างครุ่นคิด “ทาคิซาว่าซังรู้เรื่องนี้?”
“คิดว่าจะไม่รู้งั้นหรือ”
“แล้วทำไม?”
“คง...ไม่คิดมาก” ทัตสึยะส่ายหน้าไปมาอย่างจนด้วยคำพูด “ฉันจะไปรู้ใจเขาได้ยังไง”
“แล้วนายคิดยังไงล่ะ” ยูอิจิถามต่ออย่างจริงจัง “หมายถึง...เรื่องที่สองคนนั้นคบกันจริงๆ”
“หมายความว่ายังไง?!!”
“ทานากะ!?” ยูอิจิเบิกตาอย่างตื่นตกใจเมื่อเห็นโคคิเหวี่ยงประตูห้องอาบน้ำเปิดออกอย่างรุนแรง
“พวกนั้นคบกันจริงๆ งั้นหรือ บ้าแล้ว! ... ‘อิน’ กับละครมาก หรือบังเอิญหาทาง ‘ระบาย’ ออกทางอื่นไม่ได้กันวะ!” เด็กหนุ่มอารมณ์ร้อนตวาดก้อง จนคนในห้องอาบน้ำต้องใจหายวาบเมื่อมองข้ามไหล่ไปเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอก
“แกมีปัญหาอะไร...” จินเอ่ยเสียงเรียบจัด ส่วนคาซึยะก็ได้แต่ยืนเม้มปากนิ่งอยู่อย่างนั้น
“มีสิ! ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับไอ้พวกวิปริตทางเพศอย่างพวกแกหรอกนะเว้ย!!”
บรรยากาศหนักอึ้งบีบให้จุนโนะต้องยืนเงียบอยู่อย่างนั้น
ความรู้สึกของคนที่โดนหลอกลวงคือสิ่งที่โคคิกำลังโดนซัดกระหน่ำเข้าใส่อย่างไม่ตั้งตัว ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งเขาไม่คิดว่าโคคิจะเป็นคนที่ใจแคบในเรื่องแบบนี้นัก แต่สิ่งที่คิดว่ามันเป็นเพียงละครตบตา...ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาก็เหมือนกับว่าสองคนนั้นฉวยโอกาสที่จะทำอะไรอย่างเปิดเผยด้วยการปิดบังภายใต้ฉากหน้าของแฟนเซอร์วิส
ถ้าตัวเขาไม่รู้มาก่อน...ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากโคคิเท่าไหร่...
ซึ่งตอนนี้โคคิกำลังโกรธจัด...และนั่นก็จะทำให้จินไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
“อย่าใช้คำนั้นเลยทานากะ...” จุนโนะสืบเท้าออกมาจากห้องที่สุดทางเดิน “วิปริต มันไม่ใช่ประเด็นเลยสักนิด”
“ทางุจิ!” ทัตสึยะกระซิบอย่างตกตะลึงไปอีกครั้งกับการปรากฏตัวของร่างสูง
“ขอโทษนะ ไม่ได้จะแอบฟังหรอก แต่ฉันอยู่ข้างในตั้งแต่แรกแล้ว” เด็กหนุ่มยักไหล่ ก่อนจะหันไปมองคนสองคนที่อยู่นอกห้อง
จินที่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นได้แต่เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง จนจุนโนะอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
“ฉันเองก็อยากรู้นะ...มันคือ ‘รัก’ งั้นหรือ” เสียงเยาะเย้ยที่แฝงมากับคำพูดอย่างจงใจนั้นทำให้ทุกคนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง “บอกฉันหน่อยสิ...ระหว่างพวกนายมันคือความรักหรือไง?”
“แล้วทำไมล่ะ!!”
คาซึยะที่นิ่งอยู่โพล่งออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“คาเมนาชิ...”
“ถ้ามันจะเป็นความรักแล้วทำไมล่ะ!!”
อาการหอบสั่นของแรงอารมณ์โกรธจัดทำให้ทุกคนได้แต่นิ่งอึ้งไป จะเว้นเสียก็แต่คนที่ดูไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด
“งั้นหรือ? ...ระหว่างนายสองคนมันคือความรักจริงๆ ใช่มั้ย?”
คำกล่าวเรียบๆ ทำให้คาซึยะต้องชะงักไป เมื่อสายตาคนพูดไม่ได้จับจ้องอยู่ที่เขา แต่สายตาจับผิดนั้นกำลังจ้องตรงไปที่ใบหน้าของจินที่ฉายแววของความสับสนชัดเจนจนไม่ต้องสงสัย อาการหลบสายตาราวกับหนีความผิดกำลังฟ้องทุกๆ อย่างได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่านัก
จุนโนะมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกกึ่งสังเวช
สุดท้าย...คนที่กล้าพูดคำว่ารักออกมาอย่างคาซึยะก็ไม่มีความเชื่อมั่นพอที่จะเอื้อมไปจับมือของจินเอาไว้
หากมันเป็นเพียงเรื่องตลก...มันก็ควรจะจบลงได้แล้ว
สุดท้ายผมก็ไม่รู้ว่า
การมองโลกในแง่กับการหลอกตัวเองมันต่างกันอย่างไร
++++++
The END 06 . tbc
TALK
สวัสดีค่ะ...ไม่เจอกันนานเนอะ [หัวเราะ]
สำหรับตอนนี้จุนโนะยึดค่ะ...........................ไม่มีอะไรพูด...เหอๆๆๆๆ เอาเป็นว่าขออภัยที่มาต่อช้า แต่ตอนนี้ยาวนะเอ้อ ตัวอักษรเป็นพรืดๆ คือที่ช้าเนี่ย...คนเขียนติดสอบช่วงสองเดือนแรกน่ะค่ะ เหอๆ
เหอๆ ...มันคือข้ออ้าง...จริงๆ เพราะจุนโนะเขียนยากมากกกกกกกกกกก เป็นบุคคลที่ไม่สามารถสวมองค์ได้เลยค่ะ แบบว่าเข้าถึงยากสุดๆ ก็เลยโดนดองไปด้วยฟีลที่...แต่งไม่ได้...งุงิ แล้วก็เลยอู้ไปหาเรื่องด้วยการลงฟิคอีกเรื่องในมิดไนท์ [เลว...]
เอาล่ะค่ะตอนนี้คอมโดนโทรจันกินอ่ะค่ะ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะฉะนั้น...โยนให้พี่แจนคุยแทน+ตอบคอมเมนท์ จะไปถูบ้านแล้ว เจอกันตอนหน้าค่ะ 555+
โยนกันมาซะงั้น เอาล่ะ (ปิดไฟล์เกาหลีฯ สเป) จะทำหน้าที่แทนเดี๋ยวนี้แหละ
Comment
Kook – จริงๆ คิดว่าหลายคนมีส่วนนะคะ ไม่ใช่แค่ทักกี้หรอก ในด้านความคิดของจินคาเมะ เราก็จะได้รับรู้ผ่านมุมมองของคนรอบข้าง (และเจ้าตัว) ต่อไปค่ะ คาดว่าตอนนี้ก็ได้บอกเพิ่มมาอีกจึ๋งนึงแล้ว 555+
Akanae – เรื่องแต่งทั้งนั้นค่ะ 555 เพราะว่าตอนนี้คนแต่งและคนอีดิทกำลังลิทธิเข้มข้นมาก แต่งไปก็ต้องแยกธาตุ ว่านี่ฟิกดราม่า อย่าหวานอย่ากุ๊กกิ๊กเชียว ส่วนจุดเปลี่ยนของอคาเมะ ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ (จริงๆ มันมีจุดเปลี่ยนตลอดเวลา หุหุ)
_yamap_ - ในฟิกเกิดจากกี้ค่ะ แต่ในชีวิตจริงไม่รู้เหมือนกัน มีแว่วมาว่าเป็นสึด้วยซ้ำไป 555+ (ได้ข่าวว่าสึเรื่องนี้ยังลึกลับ) ส่วนคำถามทำไมๆๆ นั้น คงต้องขอให้อดใจรอเอาคำตอบในตอนต่อไปค่ะ (เจ้าจอยมันบอกว่าพ้นโนะไปคงแต่งง่ายขึ้น) สัญญาว่าจะไม่นานค่ะ (ไซโคจอย)
ploy@tatchi – ตอนที่แล้วเห็นใจทักกี้ ตอนนี้เห็นใจใครดีหนอ ช่างเป็นฟิกที่ตัวละครทุกคนเครียดจริงๆ 55+ คิดถึงคลิปเก่าๆ เหมือนกันค่ะ แจนเกิดไม่ค่อยทันช่วงที่เขาเซอร์วิสกัน มาเห็นอีกทีตอนหมางเมินซะละ เสียดายมากๆ ทำการบ้านหนักมั้ย ก็พอสมควรค่ะ จอยคงหนักกว่าเพราะเป็นคนแต่ง แล้วก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
(ไม่มีชื่อ) – ทักกี้มีส่วนเพียงน้อยค่ะ เรื่องราวของจินคาเมะ (ในฟิก) ทั้งเจ้าตัวและคนรอบข้างทุกคนทำให้เกิด ขอบคุณที่อดทนอ่านมันนะคะ เข้าใจว่าเรื่องทั้งเครียดแล้วก็รายละเอียดมาก ซ้ำยังเกี่ยวกับจิตใจคน อาจจะค้านกับความรู้สึกเดิมที่มีกันอยู่ด้วย ต้องขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ^^
Yui – ขอโทษที่หายไปนานค่า... จอยมันพยายามแล้ว 55+ ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่บอกว่าสนุกด้วย (เขิล) แล้วจะส่งคำว่ารักเมะไปบอกเมะให้นะคะ หุหุ
shin_ai – ตอนนี้คาเมะเริ่มขี้เกียจแล้วค่ะ ไม่รู้ไปติดใครมา เริ่มเห็นความอู้ 55+ (แต่ก็มีคนที่ขี้เกียจกว่าอยู่ดี) แต่งเรื่องนี้ไปแล้วก็นึกถึงเรื่องสมัยก่อนเหมือนกันค่ะ ในความเป็นเด็กทำให้พวกเขาแสดงออกอะไรกันมาเยอะเลย แต่ตอนนี้พอเป็นผู้ใหญ่กันก็ควบคุมการแสดงออกของตนกันมากขึ้น แววตาจับยากขึ้น อย่างไรก็ดี คำสัมภาษณ์ดูไม่ตามสคริปต์แล้ว ตอบอะไรที่เป็นตัวเองแล้วก็ตลกมากเลย เสียดายที่ฟิกเรื่องนี้จะไม่ได้ใช้ แง่วววว (ก็มันย้อนอดีตง่ะ!!)
Akame_TJ – แล้วตอนนี้จะยังตามมาอ่านอีกมั้ยหนอ... จากนี้ไปก็จะเป็นเวลาของความยากลำบากของตัวละครแล้ว เพราะมันอันเพอร์เฟคค่ะ 55 แล้วยังคอนทินิวอัสอีกต่างหาก มาเป็นกำลังใจให้ตัวละครด้วยนะคะ!! นะนะ 555+
`Rii,, 369` - ทักกี้เลือกได้ดีค่ะ ได้เรื่องเลยล่ะ 55 จนมีลัทธิอย่างทุกวันนี้ จริงๆ เต่าน้อยร่ายมนตร์ดำ หุหุ คัตตุนเป็นวงของเด็กผู้ชายจริงๆ ล่ะเนอะ ขอแปะมือหน่อยค่ะ จะสุดยอดจะเละยังไงก็รู้สึกว่ามีเสน่ห์มากเลย (ซิงเกิลใหม่ก็ออกแล้ว กรี๊ดดด) / เงินทองไหลมาเทมาเช่นกันค่ะ
wi ka – อ้า... เรื่องนี้อาจจะห่างกับความจริงมากถึงมากที่สุดเลยก็ได้ค่ะ (ขอย้ำว่าช่วงนี้ลัทธิพีคมาก /หัวเราะกระหน่ำ) ก็แค่จับสิ่งที่เห็นมาปั้นเรื่องให้มันดราม่า เพื่อความบันเทิงเท่านั้นเองค่ะ แต่ส่วนตอนจบจะกระชุ่มกระชวยใจหรือไม่ ไม่บอก!! จะได้ตามอ่านไปเรื่อยๆ ไงค้า... งุงิ
KittyDoll – มาต่อแล้วค่า... ตะโกนดังๆ 55+ เหตุผลที่ทั้งสองตอบตกลง อืม...พอเดาได้บ้างหรือเปล่าเอ่ย ถ้ายังต้องตามต่อค่ะ หุหุ อ้า... มีแต่คำถามทำไมๆๆ ทั้งนั้นเลย งุงิ ไม่ได้รับอนุญาตให้ตอบอ่ะค่ะ เดี๋ยวเป็นการสปอยด์ เรื่องกำลังเผยทีละนิดๆ แล้วค่ะ อดใจรอไปพร้อมๆ กันก่อนนะค้า... นะนะ มีความสุขทุกวันนะคะ
DaiFuKu – กำลังใจที่ส่งให้ทักกี้ แจนเอาไปฝากสึบะให้เอาไปให้แล้วนะคะ 55+ ว่าแต่เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้วใช่มั้ย ดีใจจัง หุหุ มีความสุขกับการเป็นเมียลาต่อไปนะคะ
nawa_akanish – กำลังไต่ไปสู่ปัญหาทีละนิดๆ แล้วค่า บราโว่... เบื้องหลังยังมีอีกมาก ตามอ่านต่อไปนะค้า!!! เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องจริงหรอกหนา ไม่ต้องใช้วิจารณญาณก็ได้ 555 อ่านไปชิลๆ ค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^^
vixen – อ่า ขอบคุณค่ะ ทั้งที่ชอบแล้วก็ที่อ่านนะคะแล้วก็ที่จะติดตามด้วยค่ะ
yup – แต่ละตอนมีแต่ความลุ้นค่ะ คนอีดิทเองก็ลุ้นมากว่าคนแต่งจะแต่งเสร็จเมื่อไหร่ แล้วอีดิทไปจะตีกับคนแต่งมั้ย (ตอนของจุนโนะตีกันเยอะมาก 55) ก็...ขอบคุณที่ติดตามอ่านแล้วก็อินไปกับมันนะคะ ว่าแต่ฟังเพลงใหม่หรือยังอ่ะคะ (นอกเรื่อง) เพลงเมะน่ารักมาก แต่เพลงจินทะลึ่งมากอ้ะ!! (โวยวาย...) << บ้าไปแล้วขออภัยด้วยค่ะ / ทุบหัวตัวเองให้ตั้งสติ
viva – พี่วี... กัดจอยใช่มั้ย งั้นแจนลอยตัวเหนือปัญหา 55+ ก็ที่มาต่อช้าเพราะรอเมนท์พี่อ่ะแหละ (ข้ออ้าง) ไม่รู้ๆ แต่ว่าตอนนี้เอ้มามากกว่าชื่อแล้วนะพี่ แอบมีบทบาทสำคัญด้วยเห็นมั้ยๆ 555+ ชีวิตน้องเมะจะรันทดอีกนานหรือเปล่าอ่ะหรือ โอ้ย จนจบนู่นล่ะ ไม่บอกละ เดี๋ยวพี่มาอ่าน 55 คิดถึงนะค้า...
Aka_shiNiiz – พี่กี้มองข้ามไปหลายอย่างค่ะ เหอๆๆๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วจะพยายามต่อให้ไวขึ้นค่ะ
Oh No(akajinkame) – สุขสันต์วันฝนตกค่า... ใช่ค่ะ ทักกี้ทำอะไรไม่ผิด มันเป็นโชคชะตา ฮ่าๆๆๆๆ (หัวเราะประจบเฮีย) ความคิดของจินไม่น่ากลัวหรอกพี่ เพราะมันน่ากลัวกันทุกคน เหอๆๆๆ ก็แค่ฟิกคราม่านิดหน่อยเรื่องนึงค่ะ ไม่ต้องเครียด ถ้าเครียดเปิดไปเอนทรี่ก่อนหน้าค่ะ ไปซึมซับความลัทธิก่อนแล้วค่อยมาอ่าน หุหุ / เอาเต่าน้อยเก้าหางไปซ่อน
*Bua – ดีมากที่อิน แล้วจงอินต่อไป วะฮ่ะๆๆๆ แล้วก็จงลุ้นต่อไปด้วย เพราะจะไม่บอกอะไรทั้งนั้น วะฮ่ะๆๆๆๆ (หัวเราะร้าย) เอาน่า ไม่ต้องเครียดๆ มาลัทธิกะพี่ที่เอนทรี่ลัทธิเลิฟสตอรี่ดีกว่า
Marumama – เหตุผลที่เกลียดกัน... (เขาเกลียดกันหรือเปล่านะ) ก็จะอยู่ในตอนต่อๆ ไปค่ะ ตอนนี้ก็เป็นอีกจุดเริ่มต้นหนึ่งเหมือนกัน ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ สวัสดีวันปีใหม่ไทยย้อนหลังค่ะ
yamaplovemao~~ - คือที่มีมะพีน้อยเนี่ย เพราะไม่อยากให้มะพีเป็นนางบาปโอเคป่ะ ถ้าปัจจัยหลายอย่างมาจากมะพี คนอ่านก็จะเกลียดมะพีนะเว้ย เห็นมั้ยพี่คิดถึงใจเม่าแค่ไหน ส่วนเรื่องทักกี้ โอเค ทักกี้ไม่ผิด เมะผิด พอใจแล้วนะ โอเคมะ
Lady-Rabbit – ค่ะ ต้องหาข้อมูลของอาราชิด้วย เพราะยังไงก็เป็นกลุ่มวงที่อยู่ใกล้ชิดคัตตุนเหมือนกัน แล้วก็มีผลกับสถานะของตัวละครหลายๆ คน อย่างทักกี้สึบาสะหรือคินคิคิดส์น่ะค่ะ อย่างไรก็ดีของคุณที่ชอบฟิกเรื่องนี้นะคะ ยกยอดความชอบให้จอยค่ะ ในฐานะผู้กล้าที่รับพล็อตไปแต่ง แล้วถ้าชอบความกดดัน ขอแนะนำตอนหน้าค่ะ 55 แต่จะเป็นยังไงนั้น ขออุบไว้ก่อนนะคะ
sexy..naughty..พริชชี่ (phrichy) – จินชอบเมะมั้ยพี่ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ขอไปกระซิบถามก่อนนะ ส่วนเรื่องนี้เครียดมั้ย แกลองไปกระซิบถามโคคิดูแล้วกัน 55+ โอ้ ตอนที่ห้าจำเลยรักยังไม่จบหรือนี่ ตอนที่หกแม่พี่ซื้อดีวีดีมาดูจบไปอีกรอบแล้วอ่ะ 555 (สื่อว่าแต่ละตอนช่างโพสได้ห่างกันเหลือเกิน)
Harry – ขอบคุณที่มาลอยคอแถวนี้บ่อยๆ นะคะ 55+ ทักกี้อาจจะไม่พลาดก็ได้ค่ะ ความจริงดูเป็นผลงานชิ้นเอกของเฮียเขาจะตายไป เนอะ
JOKER – เรื่องนี้ไม่จริงหรอก แค่ฟิกค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ส่วนความคาใจหลายๆ ประการนั้น เดี๋ยวจะค่อยๆ เฉลยไปเรื่อยๆ ต่อจากนี้แล้วค่ะ อย่าลืมมาอ่านนะคะ
MamenosukE^_^ - อื้ม... เรื่องโทมะ-พีแจนก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบคู่นี้มากเลยอ่ะ ชอบมากกว่า พีจิน พีเมะ พียูยะ พีเรียว ซะอีก อ้ะ โฟโต้บุ๊คที่นิวยอร์กหรือคะ อื้มมม มันช่วงปีไหนนะ (ต้องทำการบ้านอีกแล้วสิเรา 55) ขอบคุณมากนะคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องจะเป็นเอ็มหรอกค่ะ ไอ้คนแต่งมันเป็นมากกว่าแน่ๆ มันแต่งออกมาได้เนี่ย (หุหุ / หลบของที่จอยเขวี้ยงมา)
อ๊า... ไม่ได้ตอบคอมเมนท์มานานแค่ไหนแล้วนะ ตื่นเต้นจังเลย กำลังจะได้โพสฟิกแล้ว 555+
ก่อนจากกันรอบนี้ ขอประชาสัมพันธ์ฟิกของตัวเองนิดนึงนะคะ เกาหลีฟิกชั่น
(จินจึงซุก x คิมคาเมะ) กำลังจะรวมเล่มแล้วค่ะ ท่านใดที่สนใจ
แวะเวียนไปหากันที่เอนทรี่
http://asuka-jan.exteen.com/20080401/entry นี้ได้นะคะ
เอาล่ะ ขอตัวไปแต่งสเปต่อแล้วค่ะ แต่งยากแต่งเย็นไม่จบซะที เฮ้อออออ

)
จินอาจจะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตนเอง ว่ารักจริงหรือเปล่า แต่หลังจากได้คิดเข้าข้างตัวเองแบบสวมวิญญาณลัทธิแล้วสรุปได้ว่า มันรักคาเมะชัวร์ๆ แต่อยู่ในสภาวะที่สับสนเล็กน้อยไม่กล้าพูดได้เต็มปาก อาจจะยังไม่ come out เต็มที่
แต่คาเมะเต่าน้อย
หวังเล็กๆว่าตอนหน้า จินจะแสดงความรักได้อย่างเต็มที่ และหวังอีกหน่อยๆว่า จุนโนะ คงบทไม่เยอะอีกแล้ว คงไม่ต้องรอองค์ลงแล้ว อย่าดองอีกล่ะ-"-
#1 By sleepless~~[มาเต็มยศแต่ยังสวยเหมือนเดิม] (58.9.46.18) on 2008-04-26 23:19