Akanishi Interview in FLIX 2008.08
posted on 16 Jun 2008 23:09 by asuka-jan in unidentified
Akanishi Jin: First Challenge in the World of Voice Acting
อาคานิชิได้ลองรับงานพากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นในภาพยนตร์เรื่อง Speed Racer กับค่าย Wachowski brothers film เป็นครั้งแรก ย้อนไปแล้วนี่เป็นการแสดงความสามารถที่แตกต่างชัดเจนจากในอดีต ที่ครั้งนี้มีการแสดงด้วยเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
"It really is the world of Dylan and Catherine..."
[ดีแลนและแคทเธอรีนเป็นตัวละครในละครตลกเสียดสีของญี่ปุ่น น่าจะเคยไปออกรายการ CTKT โดยทั่วไปแล้วเป็นที่รู้จักในแง่เป็นคนที่เวอร์สุดๆ ในการทำตัวเป็นอเมริกันชน]
โดยไม่พยายามทำให้ใครหัวเราะ อาคานิชิบรรยายถึงความตื่นเต้นต่อต่อการแสดงด้วยเสียงครั้งแรกในหนังฮอลีวูดเรื่อง Speed Racer เปรียบเทียบให้เห็นด้วยโจ๊กมากมาย เขาเล่าถึงความยากในงานพาทย์เสียงในหนังหลังจากที่ทำสำเร็จไปแล้ว
“ถ้าคุณไม่ (โอเวอร์แอค) มันก็จะไม่ถึง มันจำเป็นต้องแสดงออกมามากกว่าตอนที่แสดงละคร คุณจะนึกไม่ออกเลยล่ะว่าคุณจะทำแบบนั้นไปได้ยังไงในสถานการณ์ปกติ การแสดงด้วยเสียงอย่างเดียวมันยากกว่าการมีภาพประกอบไปด้วย เพราะว่าคุณไม่สามารถสื่อสารด้วยสีหน้าของคุณได้”
อาคานิชิที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้เปลี่ยนแปลงสีหน้าท่าทางเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้งในการพูดไปถึงการแสดงอันละเอียดอ่อน ที่จริง...มันเลยทำให้ยากที่จะนึกภาพว่าเขาจะทำท่าทางเกินจริงยังไงตอนอยู่ในห้องอัดเสียงคนเดียว
“ผมได้ยินมาว่ามีคนที่พากย์ไปเคลื่อนไหวไปด้วย แต่ผมน่ะยืนอยู่เฉยๆ เลยล่ะ (หัวเราะ) มีอยู่ฉากหนึ่งที่ Speed ตีหัวตัวเองระหว่างที่แข่งแล้วก็ร้องครวญคราง ตรงนั้นมันลำบากนิดนึงตอนพากย์ มันประหลาดเกินไปที่อยู่ๆ ก็ต้องทำเสียงนั้นขณะที่คุณแค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วผมก็ลังเลกับการต้องพูดคำบางคำที่ปกติไม่ค่อยจะได้ใช้อย่างพวกคำว่า “...รู้มั้ย (you know)” หรืออะไรอย่างนั้น ในชีวิตประจำวันผมไม่เคยพูดมันเลยนะไอ้ “ผม...เธอก็รู้” เนี่ย [you know มันเป็นสำนวนฝรั่งเวลาต้องแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นมันก็แปลกน่ะค่ะ]
คนที่ทำเสียงครวญครางระหว่างแข่งขันก็คือนักแข่งอัจฉริยะ ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวละครที่จินเป็นคนให้เสียงคือ Speed คนนี้เป็นคนที่ให้เซนส์เกี่ยวกับความยุติธรรมโดดเด่นมาก เขาต้องเผชิญหน้ากับโลกแห่งการแข่งขันที่ไม่สนใจเรื่องความยุติธรรมหรือว่าการทุจริต
“ผมได้ดูหนังเรื่องนั้นครั้งนึงก่อนเริ่มทำงาน ความคิดแรกของผมก็คือ ซีจีเจ๋งแฮะ ผมประหลาดใจมากเลยที่กราฟิกมันดีได้อีก แล้วผมก็คิดว่าตัวหนังมีจังหวะที่ดีด้วย น่าจะดูง่ายนะ”
โดยไม่ได้มองผ่านมุมมองของตัวละคร Speed เลย หมายถึง “ผมก็มองด้วยมุมของคนดูหนังทั่วไป” และเมื่อถามว่ารู้สึกยังไงกับตัวละคร Speed ด้วยสายตาของคนนอก เขาก็ตอบอย่างง่ายดายว่า “เขาเป็นแบบอย่างของฮีโร่สุดเท่”
“ในสายตาผม เขาเท่มาก ผมชอบสปิริตของเขาในการตั้งมั่นต่อกรกับสิ่งที่เขาเห็นว่าผิด ผมก็เป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน แบบที่จะแสดงความคิดตัวเองชัดเจนตอนเจอจุดผิดพลาด ผมไม่ได้ถูกเสมอหรอกนะ แต่ถ้ามีอะไรที่ยอมรับไม่ได้ผมก็จำเป็นต้องพูดอย่างเปิดอก”
นอกจากนี้ การไม่หวั่นไหนในความรักที่มีต่อครอบครัวของตัวละคร Speed นั้นโดนใจเขาด้วย “ครอบครัวนั้นมีความสำคัญมากสำหรับผม ตรงนั้นเลยประทับใจผมมากที่สุด” แต่ที่สุดของที่สุด Speed มีอาการน่าตลก เกี่ยวกับการปลอมตัวอย่างลึกลับของ Racer X คนที่มีปฏิกิริยาต่อเขา แต่เพื่อไม่เป็นการสปอยด์เราก็จะเพิ่มเติมโดยไม่ใส่ส่วนที่จะทำให้เคืองกัน
“ถ้าผมเป็นเขานะ ผมจะถอดหน้ากากอออกไปเลย” (หัวเราะ)
แฟนพันธุ์แท้แห่งหนังอเมริกัน นักแสดงที่เขารักและเคารพ “ผมได้ดูเรื่อง Training Day ผมอินสุดๆ ไปเลย ถ้าได้พากย์เสียงเป็นใครสักคนในเรื่องนั้นน่ะนะ จะเป็นเกียรติอย่างเหลือเชื่อสำหรับคนอย่างผมเลยล่ะ” Denzel Washington แน่นอนว่าเขาต้องติดตามดูซีรีส์แมกทริกซ์ด้วย
“ผมไปดูหนังที่โรงด้วยนะ ถ้าให้เรียงอันดับหนังที่ชอบ 5 เรื่องละก็ อืม... American Gangster, Training Day, Butterfly Effect, 8 Mile”
หลังการพูดถึงชื่อเรื่องหนังที่ดังๆ เหล่านั้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ผมถูกดึงดูดเข้าไปในเรื่องราวพวกนี้ยังกับว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ ที่อเมริกาเลยล่ะ” ส่วนตัวเลือกสุดท้ายของเขา (เรื่องที่ห้า) เป็นหนังที่จรรโลงใจมากขึ้น “เรื่อง Bad Boys ผมชอบ Martin Lawrence”
อีกอย่างหนึ่ง เมื่อถามเขาว่าหมายถึง Butterfly Effect ภาคแรกใช่มั้ย เขาก็ตอบตามตรงว่า “ก็ภาคสองมันห่วยแตกไม่ใช่หรือ” ช่างเป็นคอหนังตัวจริงจริงๆ เลย
ด้วยความปรารถนาที่มุ่งมั่นต่อเรื่องท้าทาย เขารับมือกับโอกาสที่มีเสนอมาอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา แม้ไม่ใช่ง่ายๆ อย่างปรัชญาของนาย Speed ที่ว่าชีวิตคือการแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นรูปแบบของอาคานิชิ จิน
“ผมไม่ใช่คนที่จะพลีชีวิตเพื่องาน ...ขอโทษนะ (หัวเราะ) แน่ล่ะ ผมชอบงานและก็สนุกกับมัน ประสบการณ์ในการพาทย์เสียงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพัฒนาตนเอง ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีส่วนร่วมในงานชิ้นนี้
ฉันแค่ถามเขาว่า “ในช่วงนี้คุณหมกมุ่นอยู่กับอะไรบ้างมั้ย” มันเป็นคำถามที่ง่ายต่อการตอบไม่ตรงคำถามหรือตอบอย่างผิวเผิน ความตรงไปตรงมาของเขาในการสารภาพถึงความรู้สึกที่ไม่แน่ใจเป็นส่วนหนึ่งในบุคลิกภาพของเขาแน่ๆ ด้วยเหตุนี้ คำตอบแรกของเขาต่อคำถามต่อไปนี้ของฉันจะสำคัญอย่างมาก... คุณสนใจอยากเล่นหนังฮอลีวูดมั้ย
“ผมสนใจแน่นอน ผมอยากมากๆ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น จะหนังอะไรก็ได้ ใช่ๆ ผมอยากทำงานนั้นสุดๆ เลย”
ประวัติ
เกิดที่โตเกียววันที่ 4 กรกฎาคม 1984 ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกวงคัตตุนที่ก่อตั้งในปี 2001 เดบิวต์ในปี 2006 ด้วยซิงเกิล Real Face มีประสบการณ์ด้านงานแสดงเรื่อง "Best Friend" ('99), "gokusen" ('05), anego ('05) และได้รับบทแสดงนำครั้งแรกในเรื่อง Yuukan Club ปี 2007 ซึ่งเขาได้รับรางวัล Nikkan Sports' Best Actor จากเรื่องนี้ด้วย
Credit: bonjovial@LJ
ไม่รับประกันเรื่องความถูกต้องอะไรทั้งนั้น 55 อยากกลับไปอยู่ช่วงเอนท์จังตอนนั้นฉลาด (แปลว่าตอนนี้โง่นั่นเอง)
เรื่องเกาหลีฟิกชั่น ตอนนี้ขายหมดแล้วถ้าใครอยากได้ลองติดต่อมานะคะ ถ้ามีจำนวนพอสมควรจะได้รีปริ้นท์ค่ะ
ไม่ชอบหัวคาเมะในไดแกเลยหว่ะ แปลกๆชอบกล เหมือนยีเสร็จข้างเดียว -*-////โดนแม่ยกเต่ารุมตื้บ
#1 By cat~~~ on 2008-06-28 23:40