[Un] Perfect Continuous - Part 7
posted on 12 Aug 2008 23:22 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 07
Character:
Jin
x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
7 # going on
เมื่อผ้าม่านเปิดออกและนักแสดงเปิดตัวบนเวที
แม้จะเกิดข้อผิดพลาดสักแค่ไหน
การแสดงก็จำต้องดำเนินต่อไป
“เรื่องเพลง soloของนายเป็นไงบ้าง?”
จินครางรับในลำคอก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าแผ่นกระดาษสองสามใบบนโต๊ะมายื่นให้เจ้าของคำถามแทนคำตอบ ยูอิจิเอื้อมมือไปรับมาดูอย่างสนใจก่อนที่สายตาจะสะดุดกับชื่อเพลง
“Kimi wo omou toki?”
ยูอิจิละสายตาจากตัวคันจิคุ้นตากลับมามองที่เจ้าของแผ่นกระดาษด้วยรอยยิ้มติดตลก
“อินเกินไปหรือเปล่า? นายไม่ใช่ยูอิจิโร่ ซากุราบะนะ” ชื่อเพลงของรุ่นพี่ผู้น่านับถืออย่างนางาเสะ โทโมยะทำให้ชายหนุ่มอดจะนึกอยากจะกระเซ้าเพื่อนร่วมวงไม่ได้ “ซูเปอร์สตาร์ผู้ตามหารักแท้... ก็เหมาะกับนายดีนะอาคานิชิ”
“อืม...แล้วนี่นายจะเอายังไงต่อไปล่ะ จะเรียน? หรือจะไม่แล้ว?” คำถามที่ถูกเบี่ยงประเด็นออกไปเสียเฉยๆ ไม่ได้ทำให้ยูอิจิเอะใจอะไรมากนักนอกจากกลับมาทบทวนถึงที่สิ่งที่ตนได้ตัดสินใจไปกับอนาคต
“คงไม่แล้วล่ะ...สองปีแล้วนี่ที่ไม่ติด ฉันก็คงถอดใจ สู้เอางานให้เต็มที่คงจะดีกว่า”
“แล้วพ่อนาย?”
“ก็ยอมรับแล้ว...ท่านก็คงหวังดีนั่นแหละ จริงๆ ฉันก็เสียดายที่ไม่ได้เรียนต่อนะ แต่ไหนๆ งานทางนี้ก็ดูจะไปรอดแล้วก็อยากจะทุ่มให้มันเต็มที่เหมือนกัน ไว้อยู่ตัวเมื่อไหร่ฉันก็อยากจะกลับไปเรียนต่อ” คำตอบหนักแน่นของคนสูงวัยกว่าทำให้จินอดจะเอ่ยปากถามต่อไปไม่ได้
“ทำไมล่ะ? ไม่เห็นจำเป็นก็ได้นี่ถ้าอยากจะทำงานนี้ไปเรื่อยๆ ฉันว่ามันก็เหมือนกับการได้บางอย่างแล้วก็ต้องสละบางอย่างทิ้งไป ถ้าคิดจะอยู่อย่างนี้ตลอดชีวิตก็คงต้องทิ้งความฝันอื่นๆ ไปไม่ใช่หรือไง”
จินหันกลับมามองคู่สนทนาด้วยสายตาว่างเปล่า
“มันก็คงจะดีนะ ถ้าคนเราสามารถเลือกไว้ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเสียอะไรไปเลย”
ยูอิจินิ่งไปกับประโยคยาวเหยียดที่ดังออกมาจากปากของคนที่เหมือนจะไม่สนใจชีวิตและอนาคต ความสับสนที่แฝงมาภายใต้ท่าทีไม่ใส่ใจทำให้ชายหนุ่มต้องครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะเอ่ยออกไปอย่างถี่ถ้วน
นากามารุ ยูอิจิ ไม่ใช่คนแบบที่จะปล่อยให้ผู้อื่นกลุ้มใจอยู่ตำตา
จะว่าหาเรื่องใส่ตัวอย่างที่ทัตสึยะชอบว่าเขาอยู่บ่อยๆ ก็คงจะไม่ผิดนัก แต่สำหรับคนรอบตัวนั้นไม่ว่าใครก็ล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง KAT-TUN
ยูอิจิไม่ใช่หัวหน้าวง แต่เขาก็เป็นเสมือนพี่คนโตที่คอยดูแลน้องๆ
ไม่ว่าใครใน KAT-TUN ก็ล้วนแต่เอาแต่ใจตัวเอง ข้อเท็จจริงประการนี้ก็ถือว่าเป็นที่รู้กันโดยไม่ต้องชี้แจง ดังนั้นทุกคนจึงต่างปกครองตัวเองอย่างถือสิทธิ์บนความต้องการของตนฝ่ายเดียว
แต่อย่างน้อย แม้ตัวเขาจะไม่ไดสนิทกับใครมากมาย แต่ก็ยังเป็นที่ทุกคนไม่เคยปฏิเสธใส่หน้า และพอจะยอมให้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยได้แบบไม่ถูกอคติขวางกั้น
“เฮ้ยอาคานิชิ...”
กระแสเสียงจริงจังดังขึ้นพร้อมกับกิริยาคาดคั้นในที
“นายมีเรื่องอะไร”
ชั่วอึดใจที่ความเงียบเข้าปกคลุมนั้นเหมือนจะตอบคำถามได้ดีความคำอธิบายใดๆ จินยังคงมองคู่สนทนาด้วยสายตาไม่บอกความหมาย ยูอิจิเองก็ไม่คิดว่าจินจะยอมเล่าอะไรให้ใครฟังง่ายๆ แต่ถ้าเรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องกับวง...กับคนในวง เขาก็ไม่ควรจะปล่อยให้มันเป็นการตัดสินใจของคนคนเดียว
เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นในที่สุด คนอ่อนวัยกว่าเอนตัวพิงกับโซฟาอย่างไม่ใส่ใจกับคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ดวงตากรอกไปมาเสมือนเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระเสียเต็มประดา
“ฉันแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไงดี จะเรียนต่อก็คงไม่มีประโยชน์แล้ว...ยังไงก็กลายเป็นอาชีพไปแล้ว แต่ก็ว่าอยากจะศึกษาเรื่องเพลงหรือภาษามากกว่านี้...”
“ถ้าอยากเรียนก็ไปเรียนเพิ่มเอาสิ” ยูอิจิโคลงหัวอย่างรำคาญในการเลี่ยงคำตอบ “ถ้ามันเกี่ยวกับวงนายก็ควรจะบอกนะ”
“ก็มันไม่ใช่เรื่...”
“อรุณสวัสดิ์!”
คำพูดถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอทั้งที่เพิ่งหลุดออกมาเพียงแค่นั้นเนื่องจากการปรากฏตัวขึ้นของสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด รอยยิ้มเปื้อนเต็มหน้าบ่งบอกขีดอารมณ์ที่ล้นปรี่ด้วยความพึงพอใจ เด็กหนุ่มตัวเล็กสาวเท้าเข้ามาใกล้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา
“เตรียมเพลงโซโล่กันแล้วหรือยัง” คาซึยะเปิดประเด็นอย่างไม่ได้คิดมากกับในบรรยากาศเดิมในห้อง “ตื่นเต้นจังเลยนะ...พวกเราจะได้เล่นคอนเสิร์ตกันแล้ว”
“คาเมนาชินี่กระตือรือร้นดีจังเลยนะ” ยูอิจิยิ้มตอบอย่างเอ็นดูในตัวเพื่อนรุ่นน้อง
“ก็ไม่คิดหรือ...วงเราอาจจะได้เดบิวท์เร็วๆ นี้แล้วก็ได้นะ ดูสิ...พวกเรามีแฟนคลับตั้งขนาดนี้ ฉันว่ามันหวังได้จริงๆ นะ” แววตาเป็นประกายอย่างคนมีความหวังทำให้คนฟังอดจะวาดฝันตามไปได้ไม่ยาก แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่พูดมาไม่ใช่เรื่องง่าย
พี่ใหญ่ของวงเห็นดังนั้นก็อดจะเอ็นดูน้องเล็กเป็นไม่ได้ แม้จะไม่ได้นับถือกันเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่กับคนที่เด็กกว่าถึง 3 ปีอย่างคาซึยะ ยูอิจิก็จะรู้สึกถึงความเป็นน้อง อาจจะด้วยวัยที่ไม่ห่างกับน้องสาวแท้ๆ ของเขาและท่าทีแบบเด็กๆ นั้นก็ชวนให้ตามใจอยู่เสมอ
คาซึยะหวังกับ KAT-TUN ไว้ไม่น้อย...ไม่ต่างจากทุกคนในวง
แม้ KAT-TUN เป็นเพียงการรวมตัวที่ไม่มีอะไรเป็นจุดเชื่อมต่อ สิ่งเดียวที่ผสานทุกคนเอาไว้ด้วยกันมีเพียงแต่คำว่า KAT-TUN ที่ถูกผูกขึ้นจากฝีมือของโดโมโตะ โคอิจิ
แต่ความเป็นตัวของตัวเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของวงที่ไม่สมประกอบนี้...
ยูอิจิเหลือบมองคนที่ยังคงมีเพียงสายตาที่ว่างเปล่า แม้รอยยิ้มใจดีที่ชินตายังคงวาดอยู่เหนือความวิตกภายใน
ในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง...เขารักมันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร
ชิ้นส่วนที่บิดเบี้ยวนี้...จะต้องทำอย่างไรจึงจะโอบอุ้มมันเอาไว้ไม่ให้แตกกระจายออกจากกัน
++++++
“ทำไมพวกนายถึงไม่ช่วยกันทำอะไรบ้าง!!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าเรียบตึงบ่งบอกความโกรธจัดทำให้ทุกคนเลือกที่จะสงบปากกับความผิดพลาดที่ออกสู่สายตาแฟนเพลงไปอย่างไม่น่าให้อภัย
“คาเมนาชิ...มันเป็นความผิดของฉันเอง” ยูอิจิเข้ามาขวางหน้าคนอารมณ์ร้อน ก่อนจะก้มหัวให้อย่างสำนึกผิด “คนอื่นไม่ผิดหรอกนะ”
“มันก็พลาดกันได้...แต่ทำไมถึงไม่มีใครคิดจะทำอะไรเลย!!” คนอายุน้อยที่สุดขึ้นเสียงอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับใช้สายตากวาดมองสมาชิกคนอื่นที่ได้แต่เม้มปากกดความไม่พอใจเอาไว้
“ใจเย็นน่า...” คนใจเย็นแตะแขนเป็นการเรียกสติ “บอกแล้วว่าฉันผิดเอง”
อุณหภูมิในห้องไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างหยุดไม่อยู่ ยูอิจิพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดจากความผิดพลาดของตนเองให้สงบสุดความสามารถ
เขาทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ...มันไม่แปลกที่จะไม่พอใจ.แต่ก็ไม่ควรจะโกรธถึงเพียงนี้
ใครๆ ก็รู้ว่าน้องเล็กคนนี้จริงจังกับงานแค่ไหน แต่กับเรื่องแค่นี้ ก็ไม่มีใครคิดว่าคาซึยะจะถือสาว่ามันเป็นเรื่องใหญ่โต
จริงอยู่ที่ถ้าหากสมาชิกสักคนทำอะไรผิดพลาด คนอื่นในวงก็ต้องรีบช่วยแก้สถานการณ์นั้น แต่ครั้งนี้มันก็เป็นครั้งแรก ทุกก็คงยังไม่ทันตั้งตัวหรือเรียกสติไม่ทันว่าควรจะทำอย่างไรต่อ
เสียงประตูทำให้ยูอิจิสะดุ้งสุดตัว สมาชิกคนสุดท้ายของวงก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าประหลาดใจกับสถานการณ์ในห้องซ้อม
“แล้วนายล่ะ ทำอะไรบ้างไหม” ทัตสึยะเลิกคิ้วก่อนจะแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อคาซึยะหันไปตวาดถาม
“อะไรของแกวะ”
“ก็อะไรล่ะ”
“อุเอดะ!! คาเมนาชิ!” ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนห้ามไม่อยู่ อาจจะด้วยความอารมณ์ร้อนของทั้งสองฝ่าย รวมกับความเข้าใจผิด คาซึยะจึงแล่นเข้าไปเล่นงานคนที่เข้ามาใหม่ด้วยอะไรที่รุนแรงกว่าคำพูด
ทันที่ตั้งสติได้ยูอิจิถลาเข้าไปแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน แต่คนใจร้อนก็แลกหมัดกันกันไม่ยั้งมือ “พอได้แล้ว!! พวกนายจะบ้าหรือไงวะ!!”
ยูอิจิหันไปมองสมาชิกคนอื่นที่เอาแต่ยืนนิ่ง...ไม่เว้นแม้แต่จิน
“ไอ้วงบ้าๆ แบบนี้ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก!!”
คาซึยะสะบัดมือของเขาทิ้งก่อนจะผลุนผลันออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทัตสึยะสบถไล่หลังด้วยความหงุดหงิด
“เป็นบ้าอะไรของมันวะแม่ง”
“ใจเย็นน่า...” ยูอิจิถอนหายใจเฮือกพร้อมกับจับไหล่เพื่อนสนิทแน่น
“เอากันให้พอ! จะอะไรกันนักกันหนาวะ ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่!!!” โคคิร้องขึ้นอย่างเหลืออดก่อนจะเดินออกไปอีกคน
“ทานากะ!”
“หมอนั่นก็พูดถูก...วงนี้มันดูไปไม่รอดตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือไง ก็แค่จับเด็กที่ดูไม่มีที่ไปมาไว้รวมๆ กันก็เท่านั้นเอง” ทัตสึยะแค่นหัวเราะ “ทุกวันนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายไปเท่าไร เราคงไม่ได้โชคดีอย่างนี้ตลอดไปหรอกนะ”
หัวหน้าวงปัดมือพี่คนโตทิ้ง
“ถ้าไม่ได้อยากอยู่ด้วยกันจริงๆ ก็สู้ให้แยกกันไปตั้งแต่ตรงนี้เลยจะดีกว่าถึงวันที่ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว”
เสียงปิดประตูดังขึ้นเป็นเสียงสุดท้ายของความเงียบงันในห้อง
ยูอิจิหันไปมองจินอย่างไม่เข้าใจ
ทำไมไม่เข้าไปห้าม...ทำไมไม่เข้าไปรั้งเอาไว้
คำถามที่เขาไม่อาจจะถามมันออกไปได้ จินเบือนหน้าหนีจากการพิพาทเมื่อครู่เหมือนคนที่ไม่มีสิทธิ์สอดมือเข้าไปเกี่ยวข้อง
คาซึยะพาลอย่างที่ไม่เคยเป็น...แต่จินก็ไม่ยอมทำอะไรอย่างที่คนรักกันควรจะทำ
“หึ”
เสียงหัวเราะในลำคอของจุนโนะดังขึ้น ก่อนที่รอยยิ้มไม่บอกความหมายจะปรากฏขึ้น ดวงตาใสซื่อแต่ภายนอกสบกับยูอิจิอย่างรู้ทัน ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปอีกคน
ยูอิจิไม่อาจจะกดจินตนาการอันเลวร้ายไว้ได้อีกแล้ว
จิน...คาซึยะ
เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายสองคน?
“คาเมนาชิ!!”
คนตัวเล็กชะงักเท้าเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไป ยูอิจิยืนนิ่งเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินตามไปเงียบๆ จนในที่สุด คาซึยะก็หยุดยืนนิ่ง
“คาเมนาชิ...” คนเดินตามสาวเท้าเข้าไปใกล้ “ฉัน...ขอโทษนะ...มันก็เป็นความผิดของฉันเองจริงๆ ”
“...ไม่หรอก...มันก็ไม่ใช่คามผิดของนายหรอก” คาซึยะหมุนตัวกลับมามองเพื่อนร่วมวงด้วยท่าทีนิ่งสงบกว่าก่อนหน้านี้มาก
“มันเริ่มมาจากความผิดพลาดของฉันเอง...” คนสำนึกผิดก้มหัวอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่ค้างคาใจอยู่มากมาย “นายไปหาคุณจอห์นนี่มาจริงหรือ”
“...ก็...” ลังเลอยู่เพียงชั่วครู่แล้วจึงพยักหน้าออกไป “ใช่...ฉันไปหาเขามาจริงๆ ”
“คาเมนาชิ...” ครางออกมาเหมือนคนหมดแรง ยูอิจิรู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนอยู่โคลงเคลงไปมาอย่างน่ากลัว
“นายจะลาออก...นายจะออกจาก KAT-TUN งั้นหรือ!...ฉันขอโทษจริงๆ นายอย่าออกเลยนะ มันเป็นแค่เรื่องนิดเดียวเองนะ KAT-TUN ไม่สำคัญกับนายเลยหรือ!”
“ใครว่าล่ะ...”
คาซึยะสั่นหัวไปมา ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“สำหรับฉัน...KAT-TUN สำคัญยิ่งกว่าอะไร”
“มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง...ฉันน่ะ...พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อ KAT-TUN”
“มันคือสิ่งเดียวสำหรับฉันในตอนนี้แล้ว”
“...คาเมนาชิ...”
“ฉันน่ะ...อยากจะรักษามันเอาไว้ ไม่อยากเสียอะไรไปอีก” เด็กหนุ่มพูดเสียงแผ่ว “แม้แต่จินเองก็เหมือนกัน...เพื่อ KAT-TUN ก็ยอมทิ้งทุกอย่างเหมือนกัน”
“แล้วทำไม--”
“ถ้าได้อย่างหนึ่ง...ก็ต้องจำใจต้องปล่อยมือจากอีกอย่างไม่ใช่หรือ” คาซึยะก้มหน้าลงต่ำและแค่นเสียงตอบด้วยความสมเพช
“เกิดอะไรขึ้น...เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับอาคานิชิ!” ยูอิจิคว้าไหล่อีกฝ่ายแน่น
“...มันก็เป็นแค่ตลกร้ายเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง...เท่านั้นเองจริงๆ”
“คาเมนาชิ...”
“2ปี...มันคือ 2ปี ที่มีความสุขเหมือนฝันไป”
“ฉันหลงคิดว่ามันคือความจริงมาตลอด แต่มันก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องตื่นแล้ว”
“จินบอกว่า ไม่อยากคบกับเพื่อนร่วมงาน...ความใกล้ชิดจะบังคับให้เราผูกมัดกันเกินไป”
“...สำหรับจิน...มันคงจะเป็นแค่เรื่องตลก และจินก็คงอยากจะจบมันตั้งแต่ตอนนี้ ฉันไม่เคยทำให้จินรักได้จริงๆ เลย สำหริบจิน...เรื่องของเรามันคงไม่ยืนยาวได้เท่ากับความเป็น KAT-TUN”
“มันคือความทรงจำที่ดี...หรือมันคือความเลือดเย็นของจินกันแน่!”
น้ำตาที่ไหลออกมาคืออะไร ริมฝีปากบางที่ถูกขบกันแน่นคืออะไร มันก็แค่ความรู้สึกเจ็บเจียนตายที่ถูกยัดเยียดมาให้แบกรับเอาไว้ทั้งหมด สิ่งที่พรั่งพรูออกมานั้นคือน้ำที่ล้นออกมาจากบ่อที่มีตะกอนสั่งสม
อดีตคืออดีต...ไม่อาจย้อนกลับเหมือนตะกอนที่ไม่สามารถละลายน้ำได้อีก
ความเจ็บช้ำครั้งนี้ได้แต่นอนนิ่งอยู่ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ รอวันที่จะลืมมันไปหรือไม่ก็สะสมจนเต็มบ่อ
ยูอิจิทำได้เพียงแต่ยืนอยู่ตรงนั้นให้คนที่กำลังอ่อนแอได้รู้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
จุดจบของความสัมพันธ์ครั้งนี้ควรจะสวยงามกว่าที่เป็นอยู่ ความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากอะไร ความรู้สึกดีๆ ที่ต้องหายไปกับคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค หนทางเบื้องหน้าดูจะมืดมนยิ่งกว่าเก่า
คำตอบของชิ้นส่วนที่เริ่มจะแตกร้าวนี้...คืออะไรกัน
++++++
ยูอิจินับถือคาซึยะเสมอ...ไม่ว่าจะในเรื่องความรับผิดชอบหรือความมุ่งมั่นตั้งใจ
หลังจากเรื่องในวันนั้นที่คุณจอห์นนี่เพียงแต่หัวเราะร่วมแล้วกล่าวว่า ‘พวกยูนี่สุดยอดจริงๆ ที่ทะเลาะกันเรื่องงาน!! แล้วทะเลาะกันอีกนะ!!’ คาซึยะก็ดูจะไม่สนใจกับอะไรมากขึ้นนอกจากเรื่องงานจริงๆ
การที่จะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ใกล้ตัวมันก็คงจะเป็นไปได้ยาก แม้แต่เขาเองหากไม่ได้รู้เรื่องในวันนั้นก็อาจจะไม่รู้ถึงสถานะที่เปลี่ยนไป คาซึยะและจินทำทุกอย่างเหมือนปกติ ต่อหน้าแฟนเพลงก็ยังคงมีเซอร์วิสของอคาเมะที่ค้ำคอ ต่อหน้าเพื่อนก็ยังมีความสนิทสนมในระดับเพื่อนสนิทที่จำต้องคงเอาไว้
ยูอิจินึกไม่ออกเลยว่าทั้งคู่คงเฉยอยู่ได้อย่างไรกับความเป็นคนรักที่จบกันไปแล้ว...แต่ไม่อาจจะหลบหน้ากันได้
สถานการณ์โดยรวมในวงดูจะดีขึ้นตามลำดับ...อาจจะด้วยพลังของเฟิร์สคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอยผลักดันให้ทุกคนร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น จนโคคิถึงกับออกปากเลยว่า ‘KAT-TUN บนเวทีนี่มันสุดยอดเลยจริงๆ !!’
หากความสงบนี้ไม่ใช่ท้องทะเลที่มีคลื่นใต้น้ำแอบแฝงอยู่...ยูอิจิก็อยากจะดีใจกับมันเช่นเดียวกัน
“วันนี้การร้องประสานของนายสองคนแปลกไปนะ” เสียงวิพากษ์เปรยขึ้นหลังจากที่ทุกคนลงจากเวทีกลับมาในห้องซ้อม “ฉันว่ามันเพี้ยนๆ ไปจากเดิม”
“ก็อาคานิชิมันเที่ยวหนักขนาดนี้...ถ้ากล่องเสียงมันไม่ใช่เครื่องจักรก็ต้องเพี้ยนอยู่แล้วล่ะอุเอดะ” โคคิกัดขึ้นในทันที แต่ไม่ทันที่จินจะได้สวนกลับ คนที่เปิดประเด็นก็แย้งขึ้นเสียก่อน
“ไม่ใช่...ฉันว่าไม่ได้เพี้ยนที่อาคานิชิ...” นักดนตรีอย่างทัตสึยะชี้แจง “คาเมนาชิ...นายร้องผิดคีย์หรือเปล่า”
“เห...จริงหรือ?” ขาแร๊พหันมองหน้าคนตัวเล็กที่ยืนปิดปากเงียบ
“โดยเฉพาะเพลง My Angel,you are Angel ควรจะซ้อมกันให้มากกว่านี้รู้ไหม”
จินกรอกตาไปมา ก่อนจะหันไปมองคาซึยะ
“My Angel,you are Angel~”
อาการสะดุ้งที่เก็บไม่มิดส่งผลให้เพลงที่ออกมาตามความเคยชินสะดุดลงในที่สุดด้วยความตั้งตัวไม่ติด
“ฮะฮะ...โทษที ไม่ทันตั้งตัว”
คาซึยะหัวเราะเขินกับข้อผิดพลาดของตน ก่อนจะโค้งปลกๆ ให้กับคนที่เหลือ
“เพลงนี้ท่อนประสานของนายสองคนโดดมากเลยนะ ถ้าเพี้ยนจะรู้ทันที แล้วมันเป็นเพลงของทักกี้ซังด้วย ไม่ควรจะพลาดนะ” ทัตสึยะแจงเรียบๆ
เพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้น...ที่คาซึยะหันมาสบตากับเขาด้วยสายตาที่อ่อนล้าเหมือนยืนไม่ไหว คำร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ถูกส่งมาให้อยู่ยูอิจิอย่างหมดหนทาง
เสียงร้องประสานที่เข้ากันได้ดีเหมือนเคยดังขึ้นอีกครั้งอย่างไร้ที่ติ คาซึยะจงใจหันไปสบตากับจินอย่างที่ยูอิจิไม่เข้าใจ ผลออกมาสมบูรณ์แบบจนทัตสึยะยิ้มออกมา ในขณะที่จุนโนะก็ยืนยิ้มอยู่เงียบๆ เพียงลำพังด้วยสายตาเหมือนกับกำลังชมละครชุดใหญ่
“แหม...รู้แล้วๆ ไม่ต้องมาทำหวานกันแถวนี้ จะอ้วกว่ะ”
คำกระเซ้าแซวไม่จริงจังของโคคิทำให้คาซึยะได้แต่ยิ้มตอบน้อยๆ ผิดกับนิ้วที่กำลังจิกเขาที่ต้นขาของตัวเองเป็นการเรียกสติ...เมื่อจบเพลง คาซึยะก็ไม่อาจจะหันไปสบตาจินได้อีกแล้ว...
ยูอิจิได้แต่มองอยู่อย่างนั้น...อย่างคนที่ทำอะไรไม่ได้
นี่หรือ...คือคำตอบของการรักษาชิ้นส่วนที่ไม่สมประกอบนี้เอาไว้...
บนเวที
แม้จะมีคนอยู่มากมายแต่ก็เหมือนอยู่เพียงลำพัง
ต่อให้เหนื่อยล้าแค่ไหนก็ได้แต่บอกกับตัวเอง
...ประคองเอาไว้และอย่าล้มลงไป...
...เพราะการแสดงยังไม่จบ....
++++++
END 07 # going on , TBC
TALK
สวัสดีฆ่า~
ทักทายกันแบบรู้ชะตากรรมตนเองทีเดียว...อย่าเพิ่งฆ่ากันเลยนะคะ เหิกๆ
ไม่คิดว่ารับน้องจะยุ่งจนไม่ได้แต่งฟิค...และไม่คิดว่างานจะเยอะจนไม่ได้แต่งฟิค...รู้ตัวอีกทีก็สอบกลางภาคเสร็จไปแล้ว 555+ [ยังมีหน้ามาหัวเราะ...]
ไม่นะ...จริงๆ แล้วเพราะเจอความเข้มข้นของลัทธิช่วงนี้เข้าไปต่างหาก กว่าจะบิ้วท์ฟีลแต่งเรื่องนี้ออกมาได้แทบจะต้องล้างสมองกันเลยทีเดียว เหอๆ (อย่ามาโทษฉันนะ!! – ร้อนตัวได้อีกในฐานะคนเพ้อเจ้อลัทธิให้น้องฟัง 555+)
ตอนนี้เวลาประมาณ 5โมงเย็นในวันแม่...แต่งเสร็จแล้ว...แต่ไม่รู้จะได้ลงตอนไหน เพราะเน็ตเดี้ยงค่ะพี่น้อง ลืมไปจ่ายตังรายเดือนมา3เดือนแล้ว!! 5555555555+!! [อนาถพีค...]
By the way คงไม่เกินอาทิตย์นี้ก็คงจะได้อ่านกันแล้วล่ะมั้งคะ (วันนี้แหละไอ้น้อง)
สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนของยูอิจิเสียที หลังจากโกรธเคืองความ ‘ไม่แมน’ ของพี่ยูไปมากมายใน CTKT แต่ก็ได้ฟิคพี่แจนมากู้หน้ากู้ตาพี่ยูขึ้นมาบ้าง [เรื่องshow me your affection ขอโฆษณานิดนึง เราติดเรื่องนี้มากทีเดียว ใครสนใจจิ้มลิงค์ได้ทางขวามือเลยค่ะ] (แกไม่อาบแต่พี่อายว่ะ เรื่องมันขายไม่ออกก็ช่างๆ มันน่า...)
ตอนนี้คงได้เห็นความเฮิร์ตของน้องกันไปแล้ว...ใครซาดิสม์ชอบเห็นคาเมะเจ็บปวดถ้าไม่อายจงกรี๊ดออกมาค่ะ! 555+
แล้วตอนต่อไปจะเป็นของใครดีล่ะ ทัตจัง หรือโคคิ ดีหนอ~~ (มีบางคนตะโกนว่ามะพีอ่ะ)
เอาเป็นว่าเจอกันครั้งหน้าเมื่อเราขุดตัวเองขึ้นจากหลุมสำเร็จนะคะ!
สุขสันต์วันแม่ค่า~
Comment
sleepless~~ - จุนโนะบทไม่เยอะแล้วล่ะเจ๊ แต่เจอยูอิจิเข้าไปอีก ตายทีเดียว เหอๆ [คาดว่าตอนของเอ้คงง่ายราวกับถอนหายใจออกมาป็นฟิค 555+] (หึหึ)
renika - ขอบคุณพี่แจนอีกครั้งนะพี่ เหอๆ (มานั่งคิดตอนต่อไปกันมั้ย ได้ข่าวว่าหัวโล่ง)
Sleepless – เจ๊เม่าอย่า TT ตามพี่แจนไปนะ!!! =[]=!! [ได้ข่าวว่าหลอนกันไปแล้วถ้วนหน้า เหอๆ] (ทำไมยะ ลิทธิโนะคิของฉันผิดตรงไหน)
Akame_TJ - อะไรกัน...ทำไมมีแต่คนคิดถึงอัพบลอค...พี่แจนมาแต่งตอนพิเศษรับผิดชอบด่วน! 55+ (เห... หนี!! ตอนนี้จินพูดมากกว่าเม้มปากแล้ว แต่เหมือนจะต้องโดนตูนชกอยู่ดีแน่เลย เหอๆๆๆ)
cat~~~ - กร๊ากกกก...เจ็บปวดค่ะพี่แคท มันยังไปได้ไม่ถึงไหนเลยค่ะพี่ (สัก 80 คงได้อ่านล่ะมั้ง 555+)
`Rii,, 369` - โอ้...ไม่ลืมจริงหรือคะ นับถือเลยทีเดียว สารภาพว่าขนาดคนแต่งยังต้องกลับไปอ่านของเดิม 555+ (ได้ข่าวว่าคนคิดพล็อตลืมคนแรก 55+ ขอบคุณมากค่ะ โคคิที่เคยฉีกทีออกจากอก ดูมันตอนนี้ซะก่อนค่ะ เห่อวงไม่มีใครเกิน บึ๋ยยย)
Oh No - จุนโนะเป็นบุคคลมหัศจรรย์ค่ะ ตอนนี้ลัทธิเข้มข้นจนอันเพอร์เฟคไม่ลงทีเดียวค่ะ เหอๆ (ตอนนี้เป็นตอนของพี่ยูค่ะ แต่ว่าตอนของโคคิจะโวยวายหรือเปล่า หุหุ ต้องรอตอนหน้าอ่ะค่ะ (อ้าว บอกซะงั้น) แต่เรื่องลัทธิเฟื่องฟูนี่จริงสุด ฮิ้วว )
akanae - กร๊ากกกก ลืมเลือนนั้นเป็นเรื่องปกติทีเดียวค่ะ (ตอนนี้ยูเป็นพระเอกละค่ะ ส่วนนางเอกยังเป็นเมะอยู่ เจ้าน้ำตาซะด้วย เฮ้อออ)
shin_ai - ชอบจุนโนะเหมือนกันค่ะ ดูคูลแบบแปลกๆ (ที่ถามว่าเมะรักจินฝ่ายเดียวมั้ย... ตอนนี้คิดว่าไงอ่ะคะ)
tita - ตอนนี้หายอึดอัดกันหรือยังคะ? หรือแย่กว่าเดิมหว่า? 55+ (เดาว่าไม่ต่างจากเดิม 555)
marumama - แหะๆ...หายไปเป็นช่วงๆแล้วแต่ความวุ่นวายในชีวิตค่ะ ขอโทษที่ต่อช้านะคะ TT TT (ขอโทษเหมือนกันค่ะ แหะๆๆ อย่าเพิ่งทิ้งกันนะคะ)
nawa - ไปไกลถึงญี่ปุ่น แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมานอนตากแห้งที่ไทยค่ะพี่ ร้อนม๊าก... (ฮาโหลๆๆ ลืมเรืองนี้ไปรึยังคะพี่)
viva - เอ้เส้นใหญ่ต่อเนื่องค่ะพี่ มีบทพูดมันทุกตอนจริงๆ จุนโนะตอนนี้ได้หัวเราะ"หึ"คำเดียวเท่านั้น 55+ (หมั้นไส้สุด นี่แจนเบรกลัทธิ un ไปบ้างแล้วนะ)
JOKER - พี่ยูตอนนี้ก็ดูดีนะคะ แต่คิดอีกแง่ พี่แกก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เหอๆ (ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ อ่ะ 55)
MamenosukE^_^ - ฮ่าๆๆ ตอนนี้มีแต่ลัทธิปัจจุบันฝังหัวเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ KA-TT-UN เข้มข้นม๊ากกกก [เพราะใครเนี่ย] (งุงิ ไม่เกี่ยวนะ!! ตอนที่แล้วเพลง love or like ตอนนี้เพลงอะไรวิ่งมาบ้างอ่ะคะ)
TarRu_NT - เรียกว่า คุง หรือคะ...อันนี้ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่ารุ่นน้องเรียกรุ่นพี่ว่า คุง แอบดูลามปามนิดนึงหรือเปล่า? (น่าจะเรียกว่าซังนะคะ เคยได้ยิน อย่าง อิมาอิซัง โดโมโตซัง งี้ + ขอบคุณมากที่ชอบฟิกแนวแบบนี้นะคะ ^^)
nawa - ไซโคต่อเนื่อง จงอินต่อไปค่ะพี่ หุหุ ได้ข่าวว่าดูซีรี่ย์ทาคุยะจนตาแฉะ สำลักความหล่อไหมพี่ (ตอนนี้ดูเรื่องไรอยู่ป่ะคะ)
phrichy - จุนโนะเป็นบุคคลพิศวงค่ะ เป็นคนฉลาดๆที่เก็บงำสุดๆจริงๆ (พี่ว่าพี่น่ากลัวกว่าจุนโนะนะ 555)
kaname - กระโดดกอดพี่บัว พี่เป็นคนแรกที่บอกว่าชอบโคคิเลยนะ คิดเหมือนหนูเลยนะพี่ เป็นคนที่ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครจริงๆนั้นแหละ หุหุ (แต่พี่เกลียดโคคิอ่ะ เกลียดมากตอนลวนลามเมะ แต่เอ็นดูตอนมีพอยท์กะโนะ 55)
Lady-Rabbit - งื้ดดด...ขอโทษที่ต่อช้านะคะ TT TT" รับปากไม่ได้เลยจริงๆว่าจะต่อได้เมื่อไหร่ ขอโทษนะค้า... (ช้าๆ ได้พร้าหกเล่มงามค่ะ เหอๆๆๆ)
harry - เอิ๊ก...สถิติโลกกันเลยทีเดียว อย่ายุนะคะ เดี๋ยวมีรอนานทำลายสถิติเดิม ฮ่าๆ [ยังกับทำลายสถิติโอลิมปิค...] (สถิติโลกเลยมั้ย – จินรักเมะจริงมั้ยต้องรอดูต่อไปค่ะ (ในฟิกนะ เรื่องจริงรักแท้แน่เลย อิ๊))
vixen - จุนโนะเป็นจุนโนะค่ะ เป็นบุคคลที่ 'รู้' ทุกอย่าง (แต่เชิด 55 ส่วนคนที่รู้บ้างหรือไม่ค่อยรู้สิ เฮ้อออ)
nao – พี่คิโหดร้ายแต่ก็ยังพูดออกมาตรงๆ นะคะ มันดูดีกว่าคนที่ไม่พอใจแล้วทำเก็บงำหลายขุม (พยายามโน้มน้าวให้พี่คิดูน่าเอ็นดู 55+ แต่ในเรื่องนี้คิเขาน่าสงสารนะคะ ดูเป็นคนโดนปั่นหัวมากที่สุดในเรื่องแล้วมั้ง)

ได้อารมณ์เศร้ามากเลย แต่เข้มแข็งมากหนูเมะ
)
กดดันสุดยอดดดดดดดดด...
พาราที่เตรียมไว้สองเม็ดได้ใช้งานจริงจัง 555+...
.
.
.
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกนับถือคาเมะ...
“2ปี...มันคือ 2ปี ที่มีความสุขเหมือนฝันไป”
“ฉันหลงคิดว่ามันคือความจริงมาตลอด แต่มันก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องตื่นแล้ว”
“จินบอกว่า ไม่อยากคบกับเพื่อนร่วมงาน...ความใกล้ชิดจะบังคับให้เราผูกมัดกันเกินไป”
“...สำหรับจิน...มันคงจะเป็นแค่เรื่องตลก และจินก็คงอยากจะจบมันตั้งแต่ตอนนี้ ฉันไม่เคยทำให้จินรักได้จริงๆ เลย สำหริบจิน...เรื่องของเรามันคงไม่ยืนยาวได้เท่ากับความเป็น KAT-TUN”
“มันคือความทรงจำที่ดี...หรือมันคือความเลือดเย็นของจินกันแน่!”
อ่านแล้วจะร้องไห้...
คาเมะก็คือคาเมะ เพื่องานแล้วทำได้ทุกอย่าง แม้จะต้องสละอีกอย่างที่สำคัญกับตัวเองเหมือนกันออกไป...
แอบสงสาร...
จินมันช่าง...
ฮืออออออออออออ...
.
.
.
ปล. อ่านมาเจ็ดตอน เพิ่งเม้นท์ตอนนี้เป็นแรก...
ขอบอกว่าเป็นฟิคที่เราอ่านแล้วอินมากกกกกกกค่ะ...
แล้วก็ขอชมคนแต่งว่าแต่งได้ดี มีการหาข้อมูลมาค่อนข้างปึ้ก...อ่านแล้วกดดันกันดีจริงๆค่ะ...
#1 By jin2kame (202.44.136.50) on 2008-08-13 00:04