[Un] Perfect Continuous - Part 8
posted on 22 Oct 2008 22:31 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 08
Character:
Jin
x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
8 # effect
การที่เราจะปกปิดอะไรสักอย่าง
เราจำต้องแสร้งทำเป็นวางเฉยว่าสิ่งนั้นมีตัวตน
แม้จะกลายเป็นว่าตัวตนนั้นยิ่งแจ่มชัดขึ้นก็ตาม
เสียงคลิกเบาๆ จากการเคาะนิ้วลงบนเมาส์ดังขึ้นเป็นระยะในห้องซ้อม
โคคิกวาดสายตาอ่านข้อความในอินเทอร์เน็ตอย่างคร่าวๆ ความคิดเห็นและเสียงตอบรับของเหล่าแฟนคลับที่มีต่อข่าวของ Kaizokuban concert นั้นค่อนข้างเป็นไปตามความคาดหมาย ข่าวลือที่ว่าจะได้เดบิวต์ในเร็วๆ นี้ก็ยิ่งโหมกระพือไปกันใหญ่
เหมือนเมื่อปีสองปีก่อนไม่ผิดเพี้ยน...
บางครั้งคนในวงก็มีเหตุการณ์ในครั้งอดีตเป็นเครื่องเตือนใจว่าอะไรก็ไม่มีวันแน่นอน แต่สุดท้ายก็ยังอยากจะหวังในสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอด
คอนเสิร์ตครั้งนี้ทุกคนได้ทุ่มเทใส่พลังกันอย่างเต็มที่โดยเฉพาะโซโล่ของแต่ละคน การแสดงความสามารถในครั้งนี้เดิมพันด้วยโอกาสที่จะได้เดบิวต์ ไม่ว่าใครจึงล้วนแล้วแต่ต้องการจะอวดศักยภาพให้เบื้องบนได้เห็น
ไม่เว้นแม้แต่คนอายุน้อยสุดของวงที่เป็นเสมือนลีดเดอร์คนที่สอง
เสียงดีดกีตาร์ด้วยคอร์ดง่ายๆ ไม่ซับซ้อนดังวนไปมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว
คาซึยะง่วนอยู่กับกระดาษ ดินสอ และเสียงเพลง มันเป็นความจริงที่แม้ความสามารถด้านการแสดงต่างๆ ของคาซึยะจะดีเยี่ยม แต่ข้อด้อยของเด็กหนุ่มก็คือดนตรี การที่นักเบสบอลจะผันตัวมาเป็นศิลปินมันก็คงจะมีข้อจำกัดที่ต้องตามหลังคนอื่นอยู่บ้าง
“ถ้ายังแต่งต่อไม่ได้ก็ไม่ต้องเครียดหรอก” ทัตสึยะที่นั่งฟังอยู่เอ่ยปากขึ้น “เพิ่งเริ่มเล่นไม่นานไม่ใช่หรือ...เท่านี้ก็ดีแล้ว”
“แต่มันก็ใกล้กำหนดส่งเต็มทีแล้ว ก็ดันบอกไปว่าจะแต่งเอง...ขืนบอกไปว่าแต่งไม่ได้เอาตอนนี้ก็โดนด่าสิ” คนถูกปลอบถอนหายใจเบาๆ “พอจะช่วยดูท่อนนี้หน่อยได้ไหม ฉันว่ามันยังแปร่งๆ อยู่ อยากจะให้ช่วยแนะนำ...”
“ครั้งนี้นายจะโชว์เพลงช้าหรือ” โคคิกล่าวขัดขึ้นลอยๆ “แปลกนะ...ฉันว่านายเหมาะกับโชว์เต้นมากกว่า”
“ไม่เห็นแปลกเลยทานากะ...ครั้งนี้อาคานิชิยังเปลี่ยนใจจากจับไมค์ร้องเฉยๆ เป็นโชว์เต้นเลย...” มือของนักดนตรียื่นออกไปรับแผ่นโน้ตมาพินิจดู “เอามาดูหน่อย...ลองเล่นด้วยสิ”
อุเอดะ ทัตสึยะ ก็คือ อุเอดะ ทัตสึยะ
บุคคลที่มีระดับความสนใจสิ่งรอบข้างต่ำยิ่งกว่าศูนย์ การกล่าวถึงบุคคลที่สามแบบนั้นจะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่เขาก็สุดจะรู้ เพราะเจ้าของคำพูดก็ได้วางเฉยต่อปฏิกิริยาตอบสนองอย่างสมบูรณ์แบบจนไม่สามารถจะเอาความอะไรได้
โคคิกลับมาเทความสนใจให้กับโน้ตบุ๊กตรงหน้าอย่างไม่คิดจะออกความเห็นกับเพลง ทัตสึยะเป็นคนที่แต่งเพลงได้ดีและความเห็นของนักแต่งเพลงคนนี้ก็ดูจะน่าเชื่อถือว่าแร๊พเปอร์อย่างเขา แม้อาการสมาธิหลุดของเจ้าของเพลงจะชวนให้หันไปแขวะเรียกสติอยู่ใช่น้อย
เพียงแต่มันไม่ใช่นิสัยของเขาเท่านั้น...
หลายครั้งที่ทานากะ โคคิจะถูกมองว่าเป็นพวกหยาบกระด้างขี้โวยวาย แต่เขาก็อยากจะยืดอกรับกับสิ่งนั้นดีกว่าเป็นคนที่สุภาพอ่อนน้อมแต่ภายนอกโดยที่ต้องเก็บกดสิ่งต่างๆ ไว้กับตัวเองแบบใครบางคน
“อุเอดะ”
เสียงเปิดประตูพร้อมคำขานทำให้นิ้วที่แตะอยู่กับสายกีตาร์ชะงักลง
“อะไร”
“โปรดิวเซอร์เรียก”
“อืม...” แม้จะมีธุระค้างคาอย่างไรเรื่องของวงก็ต้องนำมาก่อน ลีดเดอร์พยักหน้ารับ ก่อนจะส่งกระดาษในมือคืนให้เจ้าของ “ฝากนายดูต่อให้ด้วยแล้วกันอาคานิชิ”
เสียงปิดประตูดังขึ้นในความเงียบสงบ
ตลกจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ...ถ้าไม่ติดว่ามันก็น่าหงุดหงิดไม่แพ้กัน
คนที่เกากีตาร์ก็หันไปก้มหน้าก้มตาเกาอย่างเอาจริงเอาจังเกินเหตุ ส่วนคนว่างงานก็ได้แต่ไสหัวไปหยิบนิตยสารขึ้นมามั่วๆ อย่างไม่ได้นำพากับคำฝากฝังลอยๆ
ความน่าขันของมันก็คงจะเทียบเท่ากับความน่าเวทนาที่ฉายชัด
โคคิรู้สึกอย่างจะหัวเราะเหยียดหยันกับการเล่นละครของทั้งคู่ในช่วงแรกที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนบางครั้งก็อยากจะบอกออกไปให้เลิกพยายามบ้างก็ได้ แต่ถ้าขนาดเจ้าตัวยังไม่เหนื่อยกับการหลอกลวง เขาเองก็คงจะไม่ด้านพอไปบอกให้หยุด
คงจะเพลิดเพลินไปกับบทบาทสมมติที่มีความสุขจนลืมไปว่าภายในต้องร้องไห้คร่ำครวญกับทางออกที่หาไม่เจอ
หงุดหงิดก็แค่ที่เขาเกลียดคนประเภทนี้สุดๆ
ประเภทที่ทำตัวเหมือนเป็นคนเข้มแข็งทั้งที่แทบล้มทั้งยืน
ความอ่อนแอเพียงแค่จะเปิดเผยส่วนที่อ่อนไหวของตัวเองยังไม่กล้า มันช่างไม่น่าดูเอาเสียเลย
หน้านิตยสารถูกปิดเข้าหากันพร้อมกับถูกโยนไปอย่างไม่ใส่ใจ
อาคานิชิ จินเดินไปหยุดตรงหน้าคนที่กำลังง่วนอยู่กับทำนองที่ไม่ลงตัว
“นายจับคอร์ดผิด”
นิ้วยาวเรียวของคนเล่นกีตาร์ดึงนิ้วก้อยของอีกฝ่ายไปวางบนสายที่ถูกต้อง
“มันเลยฟังดูแปลกๆ”
“.....!!”
เสียงไม่พึงประสงค์จากแหวนโลหะครูดกับสายกีตาร์ดังขึ้นบาดหูพร้อมกับการสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้งอย่างตกใจ
ก่อนที่ห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด
คาซึยะเม้มปากแน่นและหรุบตาลงต่ำอย่างไม่รู้ตัว จึงไม่ได้เห็นสีหน้าอดีตคนรักที่นิ่งจนชวนสังเวช
เสียงประตูปิดดังขึ้นอีกครั้ง
จินเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้แต่บรรยากาศที่ยังตลบอบอวลไปด้วยกระแสความรู้สึกหลากหลายที่ปนเปกันจนน่าคลื่นไส้
คาซึยะนั่งนิ่งจนน่าสมเพช...พอๆ กับที่น่าสงสาร
โคคิได้แต่นั่งมองจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าต่อไปโดยพยายามจะไม่รับรู้ว่าคนที่นั่งกอดเครื่องดนตรีอยู่นั้นอยากจะร้องไห้ออกมาเพียงใด และนิ้วก้อยที่สวมแหวนเหมือนกับที่อยู่บนนิ้วก้อยของอีกคนจะชาเพียงใด
เพราะเขาไม่ใช่พี่ชายใจดีเหมือนยูอิจิผู้จะมีอารมณ์มานั่งปลอบใจน้องที่กำลังโศกเศร้าเสียใจ
และ...เพราะคาซึยะเลือกที่จะทำตัวเอง...
++++++
“ให้ตายสิ...”
เจ้าของเส้นผมสีทองยาวหันไปมองคนที่หลุดคำสบถออกมาด้วยสายตาตำหนิจนเจ้าของคำพูดต้องหุบปากฉับ
“ไม่พอใจนักก็ลาออกไหม?” เนื้อความอาจจะฟังดูท้าตีท้าต่อย แต่ด้วยความที่เป็นคนที่เคยอยู่ร่วมยูนิตเดียวกันมาก่อนจึงออกจะชินชากับคำจิกกัด
“ไม่คิดว่ามันทุเรศหรือไง...” โคคิไม่พูดเปล่า ยังพยักพเยิดให้มองไปยังเป้าหมายของตน “แนบชิดเคียงใกล้ขนาดที่เอาไม้เมตรมาวางยังเหลือที่ แต่วันจริงก็คงจะสวีทวี้ดวิ้วสมใจผู้ใหญ่”
ริมฝีปากอิ่มกระตุกรอยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาหรี่ลงเหมือนจะลองวาดภาพในจินตนาการตามคำพูด
“นายคาดเดาอะไรไม่ได้หรอกนะ”
“อย่างนั้นมันก็ยิ่งทุเรศกว่าอีกไม่ใช่หรือไง”
“แล้วนายเดือดร้อนอะไรกับคู่นั้นล่ะ”
“เดือดร้อนว่ะ...มันทิ่มลูกตา”
“อย่าไปสนใจสิ”
“ฉันไม่ใช่นาย...คิดยังไงให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน”
“ใช่ความคิดฉันที่ไหน” ทัตสึยะยักไหล่ “ผู้ใหญ่สั่งมา”
“เหอะ...” โคคิทำเสียงขึ้นจมูก “นี่ไอ้คนพวกนั้นมันจะให้พวกเราทำอะไรกันแน่ KAT-TUN มี 6 ไม่ใช่ 2 คน และยังเป็นบอยแบนด์ด้วย ไม่ใช่เกย์ดูโอ ต้องให้เตือนสติกันด้วยหรือไงวะ”
“พูดได้ดี...แต่คงเอาไปใช้จริงไม่ได้” หัวหน้าวงเหยียดยิ้มแบบที่ไม่ชวนมอง
โคคิถอนใจเฮือกก่อนจะเอนตัวพิงกับราวเหล็กก่อนที่เรือลำเล็กจะเคลื่อนไปตามที่นั่งของคนดูที่ว่างเปล่า
การพูดคุยกับทัตสึยะไม่สนุกนัก เหมือนจะเป็นการถามคำตอบคำเสียมากกว่าจะเป็นการพูดคุย แถมไอ้อาการนิ่งสงบเหมือนไม่สนใจลมพายุใดๆ รอบตัวก็ชวนอึดอัดจนอยากจะเบือนหน้าหนี...แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าต้องมองไปที่อื่น
บรรยากาศการบลอคกิ้งเวทีในตอนแรกเต็มไปด้วยความตื่นตัว อาจจะด้วยความตื่นเต้นของเจ้าของคอนเสิร์ตทั้ง 6 ที่ได้มาเหยียบโตเกียวโดมในฐานะเจ้าของสถานที่ครั้งแรก แม้จะมีความมาคุของบางคนแฝงมา แต่ก็ไม่ค่อยกระทบต่อการทำงานนัก
จู่ๆ สต๊าฟก็ได้เข้ามาแจ้งว่าเวทีที่เป็นเรือลำใหญ่มีปัญหา ต้องขอเวลาแก้ไขจึงให้ตัดช่วงไปซ้อมในส่วนอื่นก่อน แม้แต่ละคนจะขัดใจไม่น้อยที่วันนี้อาจจะไม่ได้เนื้องานมากเท่าที่หวัง แต่ก็ต้องไปลองซ้อมในส่วนอื่นก่อนตามความจำเป็น
และเมื่อจะวิ่งเข้าไปประจำในส่วนของตน ก็มีเสียงค้านขึ้น สต๊าฟชี้นิ้วไปทางเรือเล็กอีกลำแทนที่จะเป็นลำกลางเหมือนผังตอนแรกสุด ด้วยความงุนงงจึงได้แต่ชะงักขาอยู่กับที่จนมีคนเดินมาชนไหล่เรียกสติ
“ทานากะ”
ทัตสึยะเอ่ยเรียกโคคิที่กำลังหันไปส่งสายตาไม่พอใจไล่หลังจิน
“นายมาสาย...ยังไม่มีใครบอกหรือว่าเปลี่ยนตำแหน่ง”
คำกล่าวเรียบๆ นั้นเฉลยข้อข้องใจได้กระจ่างนัก...แต่ก็ทำให้มีข้อข้องใจอีกมากมายกำเนิดขึ้นแทน
“ตกลงให้สองคนนั้นกลับไปอยู่ด้วยกันอีกใช่มั้ย ดี อีกสองลำใครจะสน” โคคิเปรยคำประชดขึ้นด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวง
“ถ้าไม่พอใจนักก็ขึ้นไปเบียดด้วยกันอีกคนสิ”
“ทางุจิ!”
“ทานากะ!!”
เสียงเฉียบครั้งสุดท้ายทำให้คนถูกหาเรื่องจำต้องสะบัดหน้าแบกความไม่พอใจล้นอกขึ้นไปบนเรือที่ไม่ควรจะใช่ของตนแต่แรก
เขาไม่ได้อิจฉาจินหรือคาซึยะ...
แต่เขาไม่เคยภูมิใจกับ KAT-TUN ที่เป็นแบบนี้
“ทำไมต้องดันสองคนนั้นขนาดนี้ด้วย” คำเปรยลอยๆ ทำให้ทัตสึยะหันมามองลูกวงตรงหน้า
“จะไปรู้หรือ” การพูดเหมือนตัดรำคาญดังขึ้นก่อนที่โทนเสียงอ่อนที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักจะดังตามมา “พวกเราน่ะ...ทำให้ดีที่สุดก็พอ”
“ดีจะแย่อยู่แล้ว...พวกเรามีดีมากกว่าที่จะขายไอ้คู่เวรที่สร้างแต่ปัญหานี่ตั้งเยอะ”
“...ฉันเพิ่งเคยได้ยินนายชมคนอื่นวันนี้นี่แหละ”
แม้จะทำเป็นไม่สนใจ แต่โคคิก็กล้าพนันว่าคนตรงหน้าก็คงจะมีความคิดไม่ต่างกัน เพียงแต่จะซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบตลอดเวลาก็เท่านั้น
KAT-TUN ทั้งพยายาม ตั้งใจ และทะเยอะทะยานไม่แพ้ใคร...
ทุกคนในวงล้วนมีความสามารถและทักษะอย่างที่หาตัวจับยากกันทั้งนั้น แต่ทำไมผู้ใหญ่ถึงยังต้องยึดติดกับภาพลักษณ์ที่สื่อถึง AKame เพียงอย่างเดียว
ทั้งๆ ที่ก็ควรจะรู้อยู่ว่าของแบบนี้ไม่มั่นคง มีกระแสรุนแรง...แต่ก็อาจจะจบลงได้เพียงข้ามคืน
ความรู้สึกที่เหมือนเป็นตัวแถม เวลาถ่ายแบบลงนิตยสารก็โดนแบ่งอย่างไม่ยุติธรรม หรือหลายๆ ครั้งก็จะได้รับความสนใจมากกว่าจนน่าเกลียด...แต่สิ่งนั้นมันก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อความรู้สึกมากไปกว่า...
การที่รู้ทั้งรู้...ว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นแค่ดันให้คนจดจำได้เท่านั้น แต่ก็ยังให้ทำต่อไปเหมือนกับไม่เชื่อใจในความสามารถที่จะทำให้คนยอมรับ
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เจ็บใจกับความเป็น KAT-TUN ได้อย่างไร
++++++
เสียงร้องด้วยความตื่นเต้นดังกระหึ่มไปทั่ว NHK HALL จนรู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนอยู่จะสั่นสะเทือน ทำนองเพลงกีตาร์ดังขึ้นหลังจากที่ยูโตะผู้ทำหน้าที่เป็นMCเดินเลี่ยงออกจากส่วนเวที
โคคินั่งมองเจ้าของเพลงที่ยืนอยู่กลางแสงไฟสีส้มอย่างเงียบเชียบ คาซึยะร้องเพลงด้วยความตั้งใจเหมือนเคย...และดูจะตั้งใจยิ่งกว่าเคยเมื่อเป็นเพลงที่ตัวเองสรรค์สร้าง
สำหรับเพลงนี้...พระเอกคงไม่พ้นคาเมนาชิ คาซึยะ และพระรองก็คงจำต้องเป็นอาคานิชิ จิน ในฐานะนักแสดงร่วม ดังนั้นตัวประกอบอย่างเขาหรือเพื่อนร่วมวงอีกสามคนจึงได้แต่นั่งรอเพื่อออกไปร้องในท่อนเกือบจบ
ระหว่างทาง...แม้เสียงของพระเอกกับพระรองจะร้องกันไปคนละทิศคนละทางเหมือนไม่ได้ร้องด้วยกันเพียงใด แต่ก็ไม่เห็นว่าจะสะกิดให้ใครต่อใครขัดเคือง อาจจะเป็นเพราะอย่างไรทั้งคู่ก็ยังคงเป็นจินกับคาเมะของแฟนๆ อยู่ดี
“…kienai kono kizuna”
คาซึยะจับไมค์ด้วยมือซ้าย และยกนิ้วก้อยมือขวาให้คนดูเป็นท่าจบ กับจินที่จับไมค์มือขวาชูมือซ้ายนั้นทำให้ภาพออกมาดูสมมาตรเสมือนเป็นกระจกเงาของกันและกัน...โคคิกล้าพนันเลยว่ากล้องที่ซูมเข้ามาจนใกล้นั้นคงต้องถ่ายเห็นวัตถุสะท้อนแสงบนนิ้วก้อยของทั้งคู่
ซ้ายของคาซึยะ และขวาของจิน
บทเพลงจบลงอย่างสวยงาม...แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ
โคคิยืนอยู่ด้านหลัง จึงไม่เห็นสีหน้าของคาซึยะ แต่ถึงเห็น เขาก็คงจะค้นหาอะไรจากในหน้าที่ถูกปั้นให้แฟนคลับไม่ได้อยู่ดี เพราะอย่างนี้...โคคิจึงไม่รู้จริงๆ เสียทีว่าความรู้สึกของคาซึยะเป็นอย่างไร
คาซึยะยังคงยิ้มและยืนโบกมือให้แฟนๆ ได้...แต่ก็ไม่รู้ว่าภายในนั้นล้มลุกคลุกคลานเพียงใด
“ร้องไปร้องมา เพลงนี้มันก็เพราะดีนะ”
คาซึยะหันไปยิ้มให้ยูอิจิอย่างขอบคุณ...ไม่ใช่สำหรับคำชม...หากแต่เป็นการช่วยเหลือ
สำหรับตัวโคคิแล้วก็ไม่อยากนึกสงสัย แต่คลางแคลงใจไม่น้อยที่เพลงจากมือสมัครเล่นแบบนี้จะได้ใช้ประกอบละคร แถมยังถูกนำมาร้องซ้ำเพื่อประชาสัมพันธ์อีกนับครั้งไม่ถ้วน อย่าว่าแต่เขา เจ้าของบทเพลงสายสัมพันธ์ก็ดูสงสัยเช่นกัน...ที่แค่เพลงแรกของการประพันธ์แต่กลับได้รับความสนใจถึงเพียงนี้
ยูอิจิคอยเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของคาซึยะเสมอ...นับว่าเป็นคนที่ใจดีที่สุดแล้วในวง คำพูดต่างๆ หลังกลับเข้าสู่หลังเวทีจึงเป็นการสร้างบรรยากาศสบายๆ ที่จะทำให้ไม่เกิดเรื่อง
และวันนี้ ก็คงจะผ่านไปได้ด้วยดีอีกวัน ถ้าเพียงแต่ว่า...
“…kienai kono kizuna”
เสียงขึ้นจมูกที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการล้อเลียนท่าทางด้วยฝีมือแอ็คติ้งระดับซูเปอร์สตาร์ ก่อนเจ้าตัวจะยิ้มเผล่ให้กับทุกคนในวง KAT-TUN
“ว้า...”
โทโมฮิสะยกมือข้างที่ใช้จับไมค์ขึ้นส่องกับไฟ
“ไม่เหมือนว่ะ...ไม่มีแหวน”
เพียงประโยคประโยคเดียวก็ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักอยู่ภายใต้ความตึงเครียดได้ไม่ยาก
โคคิรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อที่มือจะกระตุกจนอยากจะตะบันหน้าหล่อๆ นั่นสักที แต่ยูอิจิที่น่าจะใจเย็นที่สุกก็กลับออกตัวก่อนใครจนคนอื่นต้องหุบปาก
“ฉันเข้าใจว่า NewS มีคิวงานต่อนะยามาชิตะคุง”
คนทีงานต่อยักไหล่แล้วจึงเดินตัวปลิวไปอย่างไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตน...สุดจะรู้ถึงเจตนา โทโมฮิสะเดินเข้ามาเพื่อล้อเลียนสหาย หรือจะให้พูดตรงๆ ว่า ‘กระแนะกระแหน’ แค่นี้งั้นหรือ?
“มันคิดว่ามันเป็นใครวะ!!”
โคคิเขวี้ยงเสื้อนอกใส่กำแพงด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างไม่ไว้หน้าเพื่อนสนิทของคนที่ตนกล่าวอ้างถึง ความครุกกรุ่นที่ถูกจุดชนวนด้วยคำพูดเสียดแทงนั้นชวนให้หงุดหงิดยิ่งกว่าสิ่งใด แม้คำพูดนั้นจะไม่ได้ถูกส่งตรงถึงตัวเขาก็ตาม
“เป็นไอดอลแห่ง NewS ยังไงล่ะ” จุนโนะเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเหยียด
คาซึยะที่ยืนนิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่ เดินออกไปโดยไม่เอ่ยอะไรต่อ ยูอิจิเห็นดังนั้นก็กำลังจะก้าวตาม แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยแรงแขนของลีดเดอร์อย่างทัตสึยะ
“ปล่อยให้อยู่คนเดียวเถอะ”
คำแนะสั้นๆ ทำให้พี่ใหญ่จำต้องปล่อยให้น้องเล็กกลับไปรักษาตัวเพียงลำพัง ความเย็นชาในสายตาของหัวหน้าวงเตือนสติให้ทุกคนรับรู้ถึงข้อตกลงที่ทุกคนเคยทำไว้ร่วมกัน
...ไม่มีสิทธิ์เถียงหรือขัดขืนอะไรอีกแล้วนะ...KAT-TUN...
ทัตสึยะกำลังตอกย้ำให้เจียมตัว...ว่านี่คือสิ่งที่ทุกคนเลือกแล้ว...รวมถึงคาซึยะด้วย
“เย็นนี้ไม่มีงานอะไรอีกแล้วใช่ไหม?”
จินถามขึ้นทำลายตาข่ายแห่งความเงียบของห้องพัก ก่อนจะคาบบุหรี่ไว้แล้วควานหาไฟแช็ค
“ทำไมหรือ?” ยูอิจิถามกลับ ก่อนจะหันไปมองอย่างตำหนิ “...นายไม่ควรสูบที่นี่”
“นายควรจะถามถึงงานพรุ่งนี้เช้ามากกว่านะอาคานิชิ” จุนโนะขัดขึ้นโดยที่ยังคงสนใจกับข้าวของส่วนตัวตรงหน้า หากความหมายสื่อชัด ขยายอย่างตรงประเด็นว่าคนถามถามเพื่ออะไร
“หึ...เป็นนายก็ดีนะอาคานิชิ จิน” โคคิพูดขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงยียวน
“ก็ไม่ต้องสนอะไร เอาแต่เที่ยวตามใจ มีความสุขไปวันๆ”
โครม!
“อย่าเสือก...”
เสียงปิดประตูดังเป็นเสียงสุดท้าย ก่อนที่จินจะหายลับไป
โคคิตบคอเสื้อที่ถูกกระชากให้เข้าที่อย่างโกรธแค้น แม้ตนจะเป็นฝ่ายหาเรื่อง แต่หมอนั่นก็ไม่ได้ทำตัวน่าให้อภัยเอาเสียเลย
ยูอิจิทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างหนักใจ ขณะที่ทัตสึยะยังคงจัดกระเป๋าอย่างไม่สะดุ้งสะเทือนต่อเหตุการณ์เมื่อครู่ ไม่ผิดกับจุนโนะที่แค่ส่งสายตาบ่งบอกความรำคาญเพียงเบาบาง
หากเขาเป็นได้เช่นยูอิจิที่มองโลกในแง่ดีหรือมีความหวัง
หรือเช่นทัตสึยะที่วางเฉยกับทุกสิ่งทุกอย่าง
หรือกระทั่งจุนโนะ... ที่สนุกสนานเหลือเกินกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
เขาก็คงไม่ต้องมาเป็น แค่คนที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ อยู่ทุกวันอย่างนี้
เหนือความเจ็บใจ สุขภาพจิตก็ต้องถดถอยเพราะสัมพันธภาพของคนร่วมงานพัฒนาลงสวนทางกับจำนวนปี
งาน อาจไม่คู่ขนานไปกับความสุข แต่จะดีหรือ ถ้ามันพอกพูนความทุกข์จนเป็นชนวนระเบิด
ผมเลือกที่จะมองไม่เห็น
เพื่อที่จะก้าวข้ามมันไปให้ได้
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะต้องก้าวยาวแค่ไหนก็ตาม
++++++
END 8#effect , TBC
TALK
ฟีนาเล่!~
หุหุ...จะได้สวัสดีวันปิยมหาราชกันไหมนะ ตอนนี้วันที่ยี่สิบสองเวลาตีหนึ่งสิบสี่ค่ะ ยังไม่ได้ส่งให้พี่แจนอีดิทเลย ง่วงมั่ก พรุ่งนี้มีสอบ หนังสือยังไม่อ่าน กรี๊ด~ [เวิ่นเว้ออยู่คนเดียวตอนตีหนึ่ง]
เอาเถอะช่างมัน...มาพูดถึงพี่คิของเรากันดีกว่า พี่คิเป็นตัวละครที่เราเอ็นดูมากเลยค่ะ แม้จะไม่ค่อยได้แต่งถึง แต่เราชอบบทบาทของโคคิไม่แพ้ของจุนโนะเลยนะคะ และก็แต่งยากไม่แพ้กันด้วยค่ะ 555+ จริงๆ แล้วพี่คิลูกเมียน้อยมาก เพราะปกติจะวางพลอตล่วงหน้าไปสองสามตอนตลอด แต่สำหรับตอนนี้ พอลงตอนของพี่ยูไปปุ๊บ หันมาหาพี่แจน “ตอนต่อไปเป็นไงนะพี่” พี่แจนนิ่งไปแปปนึงแล้วบอก “...ไม่รู้ว่ะ” ...ตึ๊ง... ไม่ได้คิดเอาไว้เลยสักนิด (เฮ้ย คิดนะ แต่คิดไม่ออกไง) แต่กลับมีพลอตตอนถัดจากนี้ซะงั้น!!! ทีนี้ก็งานเข้าเลยค่ะ 55+ หัวหมุนกันไปตามระเบียบ [ขอโทษพี่คิไว้ ณ ที่นี้ ไม่ได้ตั้งใจลืมนะคะ TT TT]
อ้อ...แล้วก็ขอบ่นถึงความแรงหน่อย เดือนตุลาของแรงมั่กค่ะ ตอนนี้ที่มีบททัตจังเยอะ ขอบอกก่อนว่าไม่ใช่เพราะคนแต่ง แต่พี่แจนเลยค่ะ...ทัตจังของแรงจริง พี่แจนโดนแทรกแซงคลื่นจิตประสาทไปเรียบร้อยแล้วค่ะ 555+ (ฉันเกี่ยวไรด้วยอ่ะ)
ว่าแล้ว [un]perfect continuous 08 ก็จบลงไปอย่างเรียบร้อย แม้อาจจะไม่สวยงาม[ลอกความคิดโคคิ] ถึงจะดองบ้าง ต่อช้าบ้าง แต่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอนค่ะ ขอบคุณที่คอยติดตามและคิดถึงกันเสมอนะคะ เจอกันตอนหน้าค่า~ (รู้มั้ยแกดูลั้นลาอย่างประหลาด)
comment
jin2kame - ตอนนี้คงไม่ค่อยต้องพึ่งพาราสินะคะ ขำขำค่ะ ยังไงมันก็เป็นแค่เรื่องแต่ง [แม้เราเองจะอินไปเสียมาก] เพิ่งเมนท์ครั้งแรกก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่โผล่มาทักทายกันบ่อยๆก็ดีนะคะ อยากคุยกับคนอ่าน >< (อยากคุยโด้ยยยย)
zNs - ฟิคเรื่องนี้คืออะไรก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่พอได้หลงแต่งไปแล้วก็ถอนตัวไม่ขึ้นเลยค่ะ ท่าทางจะของแรงที่คนคิดพลอตแล้วล่ะค่ะ 55+(คริคริ เขาอายนะตัวเอง... ก็แรงกันหมดนั่นแหละค่ะ คนแต่งคนอ่าน แต่แรงสุดแจนว่าน่าจะเป็นเจ้าของเรื่อง อคาเมะนั่นแหละ)
cat~~~ - ขอยกย่องคอมมเนท์นี้ พี่แคทชนะเลิศค่ะ 555+ (จริงๆ มันเฮงซวยทั้งประเทศว่ะแคท)
Nightmare - ดีใจจังค่ะที่ชอบท่อนนี้ เป็นท่อนที่เราเองก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ >< (แล้วตอนนี้ล่ะค้า...)
nawa - กลับไปอ่านตอนเก่าก็ดีนะพี่ หนูยังลืมเองเลยอ่ะ ดองนานจัด 555+ โคคิก็ไม่อันตรายนะพี่ ดูจิ ออกเรียบร้อย 555+ ป.ล. หนูอัพฟิคเรื่องนั้นในบลอคแล้วนะพี่ 55+ [อยากพรีเซนท์ แม้จะไม่มีจินให้พี่บวบ] (หรือรอให้เรื่องจบแล้วอ่านใหม่ทีเดียวก็ได้ค่ะ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นอายุเราสามคนอาจจะรวมได้ 300 พอดี)
tita - เอิ่ม...วันเริ่มแต่ง.................มันช่างเป็นอดีตที่ยาวนาน... (เป็นปีได้แล้วกระมัง...ถ้ารวมวันที่เริ่มคิด)
viva - พี่วีเป็นคนเดียวเลยค่ะที่เข้าข้างจิน...สมเป็นจินจริงๆ ค่ะพี่ 555+ โห...ดักคอกันอย่างนี้หนูไม่กล้าแอ๊บเข้าใจผิดเลยอ้ะ (โคคิตอนนี้น่ารักถูกใจพี่มั้ยคะ)
nao - เกลียดอย่างไรได้อย่างนั้นทีเดียวค่ะ พี่ยูเป็นพี่ชายคนดีค่ะ (คนอื่นเลวสินะ...555)
shisou~ - ค่าตัวเท่ากันค่ะ จุนโนะเล่นตัวเอง 55+ [โบ้ยซะงั้น] (อย่าไปเชื่อค่ะ โนะน่ะอยากมาเล่นจะตายแต่บทถูกส่งไปให้เอ้หมดแล้ว)
ja ne - ลุงจอนหรือคะ...แรงงงงงงง!! ตอนนี้ได้พี่คิไปเต็มอิ่มสมใจมั๊ยคะ ^-^ (เอิ่ม หรือจะให้มีดีนะลุงจอนเนี่ย)
rei - ตอนนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่นะคะ ฮ่าๆ (ไม่เครียดเลยค่ะ จิ๊บๆ)
Akame_TJ - พี่ยูแกอาจจะไม่แมนเกินร้อย แต่ก็เป็นพี่ชายคนดีของคาเมะจังเลยนะคะ 555+ จริงๆ จินอาจจะไม่ได้เย็นชาก็ได้ รอดูต่อไปค่ะ เพราะผู้ชายก็แบบนี้...อยู่เฉยๆ ก็เข้ามาวอแว แต่พอวิ่งตามดันวิ่งหนี อาร์ตตัวพ่อจริงๆ!!! ป.ล. เชิญรีเควสไดที่พี่แจนเลยค่ะ 55+ (แว้กกกกกกก อย่าวกมาจิ!! สนใจโคคิเรื่องนี้กะพอ)
A - ปุถุชนจริงๆค่ะ 555+ พี่คิน่าสงสารออก เอ็นดูผู้ชายคนนี้กันเยอะๆนะคะ ^ ^ (อย่าลืมเอ็นดูคนแต่งด้วยนะคะ 55 เอาเชียว)
Oh No - ตอนนี้ขอเป็นพี่คิก่อนแล้วกันค่ะ...หึหึ อย่าหวังว่าฟิคเรื่องนี้จะมีพ๊อยท์ลั้นล้าในเร็ววัน กดดันกันต่อเนื่องค่ะ!! (ไม่มีในเร็ววันเพราะกว่าตอนต่อไปจะออกก็นานวัน ชะเอิงเงิงเงยยย)
ploy@tatchi - ดีใจที่พี่พลอยอินมากขนาดนี้ KAT-TUN ในสายตาหนูก็เป็นอะไรแบบนี้ล่ะค่ะพี่ อยากตีแผ่ความรู้สึกของตัวเองไปด้วยเวลาแต่งฟิค ดีใจจริงๆนะที่พี่อิน ^ ^ (อินด้วยจิๆ –พยักหน้าร่วมวง- แจนก็ว่างั้นแหละ)
harry - กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!! มานิ่งๆ แต่คิดจะชิงนายเอกกันไปเลยทีเดียว!! (ไม่ด้ายยยย เอาไปแล้วจินจะเอาใครอ้ะ!!)
Shin-ai - ฮ่าๆ ครั้งนี้ก็ยังคงนานค่ะ ยังค่ะ ละครยังไม่จบ (ฟิกก็ยังไม่จบ โฮะๆๆๆ)
pierce - รู้เองก็แบบนี้ล่ะค่ะ ฮ่าๆ สนับสนุนรี#3ได้เลยค่ะ คนแต่งเห็นชอบด้วย หุหุ ส่วนเรื่องอัพบลอค...พี่แจนชี้แจงเอาเองนะ 555+ [หนูก็อยากอ่านนะคะพี่!!~] (อย่าวกมาจิ!! สนใจเรื่องนี้กะพอแล้ววว ตอนหน้าเอ้เลยนะ เอ้เลยนะ)
Sleepless - เฮ้ยๆ ขอแก้ตัวก่อนเลย ตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจให้ทัตจังมีบทซักนิด แต่พี่แจนน่ะ วางมามีแต่บททัตจัง นี่ขนาดห้ามๆกันบ้างแล้วนะ!!! ป.ล. ตอนนี้มีมะพีด้วยนะเจ๊!! (แกโบ้ยฉันได้ไงวะ มันบังเอิญเห็นๆ นี่เม่า แกต้องขอบใจฉันนะเว้ย ตอนนี้ฉันเป็นแม่ดันให้มะพีเลยนะ)
JOKER - ไม่ผิดหวังกับยุอิจิตอนนี้...อาจจะผิดหวังในอนาคตก็ได้นะคะ 555+ [หย่อนระเบิดเวลา ที่ไม่มีนาฬิกาถอยหลัง] (<<ดูสำบัดสำนวนเขา พูดยากนะคะว่าใครจะเข้าใจเรื่องราวของสองคนนี้มากที่สุด คนแต่งทั้งสองยังไม่แน่ใจเลยค่ะ)
kaname - พี่บัว~ มิสยูว~ เกลียดรอยยิ้มในมุมมืดของจุนโนะหรือพี่ หนูออกจะชอบนะจริงๆ 555+(ฉันออกจะชอบโนะที่สุดเลยนะเนี่ย ว่าแต่...ถือโอกาสนี้ทวงฟิกแกได้เปล่าอ่ะ ผีมะพีอ่ะ)
แค่..สวย..ตัวแม่ - 55555+ ไม่มีใครแก่เกินเรียนของจริง มาลุ้นกันค่ะว่ามันจะจบตอนอายุเท่าไหร่ จินคิดอะไรบางทีอาจจะเดาได้ไม่ยากอย่างที่คิดก็ได้นะคะ (นั่นสิ อ่านชิลๆ แล้วมานั่งเดากันเถอะ หุหุ)
Lady-Rabbit - เสียดใจค่ะ 555+ ตอนนี้ก็ช้าอีกแล้วอ้ะะะ ขอโทษค่า (มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา~ งุ้งงิ้ง แฮ่...)
TarRu_NT - เรื่องนี้เกิดจากมุมมองดาร์กไซด์ของคนวางพลอตและคนแต่งค่ะ อยากนำเสนอมุมมืดบ้าง เลยเป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ 55+ (ในความมืดย่อมมีแสงสว่าง อาเมน – โหมดเพี้ยน)
SEE U NEXT PART~ เมื่อทัตจังเป็นตัวแม่ค่ะ 5555555555+!! << หมั่นไส้

ฟิคอัพ ซิงเกิลออก เย้ๆ
น่ารักดีเนาะ
แอบหมั่นไส้ยามาชิตะพี
ทำตัวไม่น่ารักเลยน้า...
อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกอยู่สองคน
คือจินกะคาเมะ
สองคนนี้ดูจะสับสนที่สุดและ... หรือคนอ่านมันสับสนเอง 55+
ส่วนเรื่องรูปลงนิตยสารแบ่งที่ไม่ยุติธรรม
คิดอยู่เหมือนกันนะ 5555+
แต่พอดีว่าจินหล่อเลยให้อภัยได้ (ดูมัน.. เอิ้กก)
จริงๆแล้วก็อยากให้เท่าๆกันมากกว่า จะได้รู้สึกว่าป้นอันหนึ่งอันดียวกันซะนิดนึงวงนี้
แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเท่าๆกันแล้วนะ! โฮ้ะๆๆๆ
อ่านเรื่องนี้แล้วรักพี่ยูเลบย เป็นคนที่น่ารักจริงๆเลยน้า
...ปกติก็รักอยู่แล้วนี่หว่า 555+ เริ่มทะเลาะกะตัวเอง
ทัตจัง นิ่งได้โล่ห์ ไม่แคร์อะไรเลยเนาะ = =
เข้าคาแรคเตอร์จริงๆ
จะรอตอนต่อไปนะคะ นานแค่ไหนก็จะรอ ฮ่าๆๆๆๆ
#1 By `Rii,, ♥ All18` on 2008-10-22 23:41