Accidentally Possessive Part 04

posted on 13 Dec 2008 23:58 by asuka-jan  in Accident

 

Title: Accidentally Possessive
Part: 04
Casts: Basic KA
Author: Asuka
Rate: G again

 

 

 

ผมจะเข้าไปรับคุณตอนหกโมงครึ่งนะคาซึยะ

ขอโทษทีครับ เผอิญผมไม่ว่างแล้ว เชิญคุณไปงานนั้นคนเดียวเถอะ

 

แคทลียาสีเหลืองดอกน้อย เพิ่งออกช่อลาลมร้อนได้ไม่นานก็โดนท้าทายจากปรายฝนของพายุต้นฤดูใบไม้ร่วง คาซึยะตั้งอกตั้งใจกับงานที่นางคาเมนาชิมอบหมายให้ทำเป็นพิเศษ เขาพาเจ้าแคทลียาเปลี่ยนที่อยู่ไปยังโรงเรือนด้านใน ระหว่างนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าจะวางสายโทรศัพท์ไปเสียเลยดีหรือไม่ เผื่อว่าคลื่นสัญญาณใดๆ จะส่งผลให้ดอกไม้ใบไม้แถวนี้เหี่ยวเฉา

 

เกิดอะไรขึ้น...

ไม่เกิดอะไรครับ แค่ผมไม่ว่าง ไม่ไป ไม่อยากไป

 

หนุ่มน้อยตอบเอาง่ายๆ แต่ก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้จินมากพอที่เสียงเขาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

ถ้าจะไม่ไป ทำไมคุณเพิ่งบอกผมล่ะ... ผมเพิ่งคอนเฟิร์มกับเจ้าของงานไปเมื่อครู่นี้ว่าเราจะไปกันสองคน ถ้าผมไปปรากฏตัวในงานคนเดียว เขาจะคิดยังไง

ก็บอกว่าผมติดธุระสิครับ

ทั้งที่เพิ่งวางสายจากเขาเมื่อครู่ คุณจะให้ผมโทรกลับไปหาเขาใหม่หรือ

 

.......

 

นักพฤกษศาสตร์สมัครเล่นไม่ตอบคำถาม ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเพราะไม่สนใจ หรือปล่อยให้ชายหนุ่มเลือกหนทางเอาเอง แต่จะเป็นอย่างไรก็ตาม ประธานหนุ่มก็กลับมาพูดเสียงนุ่มๆ อีกครั้ง... เสียงที่เคยใช้ดับอารมณ์ร้อนๆ ของคนแถวนี้ได้ผลเสมอ

 

จะไม่ไปจริงๆ หรือคาซึยะ

แล้วท่านประธานจะสั่งให้ผมไปจนได้มั้ยล่ะครับ

แต่เมื่อวาน... คุณบอกผมว่าคุณจะไป

ที่ผมตอบคุณเกี่ยวกับเรื่องย้อมสีผมน่ะหรือครับ ว้า... คุณไม่รู้หรือว่านั่นผมประชด

 

เสียดายที่กลยุทธิ์เก่าไม่ได้ผลในครั้งนี้ ซ้ำยังทำให้การพูดคุยเป็นไปในแง่ลบกว่าเก่า คำย้อนของคนอารมณ์แปรปรวนสร้างเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ได้ผล อาคานิชิ จินรับรู้แล้วว่าปลายสายจริงจังกับเจตนาต่อต้านขนาดไหน

 

ก็ได้ ผมเข้าใจ... คุณไม่ไป ไม่ไปก็ไม่ไป

ดีครับ

ก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอกนะ...

 

เสียงอุบอิบที่คาซึยะมั่นใจว่าถึงไม่ตั้งใจฟังก็ได้ยินไม่ผิด เล่นเอาจิตใจที่แสร้งตั่งมั่นอยู่แต่กับแวนด้าสีชมพูเป็นอันแตกซ่าน ไม่ใช่คนรักต้นไม้อยู่แล้ว ยิ่งเจอน้ำเสียงตัดพ้อ หงุงหงิง จะไม่ให้เสียสมาธิได้อย่างไร

อุตส่าห์ทำตัวไร้เหตุผลผิดปกติเช่นนี้ สิ่งที่ได้ตอบกลับคือมาดใหม่ ที่คำพูดว่าอย่าง คำหมายแฝงตรงกันข้ามงั้นหรือ

 

คุณพูดเหมือนมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย กับแค่การไปงานคนเดียว

ก็... ไม่ขนาดนั้นหรอก คุณไม่อยากไปจริงๆ ผมก็เข้าใจ อันที่จริงผมผิดเอง ไม่ได้โทรมาถามคุณก่อน--”

พอครับพอ ผมไม่อยากรู้ว่าใครผิด แต่ผมถามว่ามันร้ายแรงแค่ไหนเชียวกับการที่คุณไปงานนั้น คนเดียว...

 

ประธานหนุ่มนิ่งคิด เป็นเวลาพอดีกับการวางบัวรดน้ำอันจิ๋วลงกับโต๊ะของคาซึยะ

 

มันก็ไม่ร้ายแรงนักหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าผมบอกเขาไปแล้วว่าเราจะไปด้วยกัน...

ไอ้เขานี่มันใครครับ ยิ่งใหญ่มากมายเพียงไหน ถึงจะได้กลายมาเป็นจุดหักเหที่สำคัญจนทำให้จินต้องลงทุนพูดจาหลอกล่อ

 

เขาก็คือเจ้าของงาน และเขาคนนั้นก็จะไปพิมพ์ใบลงทะเบียนผู้ร่วมงาน ทีนี้ใครต่อใครก็จะเห็นช่องเปล่าที่ไม่มีลายเซ็นของคุณ... คนที่บอกว่าตัวเองผิดพูดต่อไปอีก ชื่อบริษัทของเราอยู่แผ่นแรกด้วยแน่ๆ

 

แล้วใครจะมานั่งสังเกตล่ะครับ

 

...น้อยไปสิ

 

ให้ตาย นี่มันสำนวนคุณนายคาเมนาชิชัดๆ!

 

คุณก็รู้นี่คาสึ เรื่องหมั้นของเราเป็นที่สนใจขนาดไหน จินเอ่ยปากตามตรง แต่เอาเถอะ... ถ้าคุณไม่อยากไปจริงๆ ผมก็ไม่เซ้าซี้ แล้วเจอกันวันจันทร์นะครับ

ห้ามวางนะ!”

 

หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ยอมไม่ได้ ถ้าการขึ้นเสียงใส่ผู้บริหารระดับสูงเป็นความผิด คาซึยะขอยอมโดนไล่ออก อย่างไรก็ดีกว่าโดนวางหูใส่ตอนนี้

ใช่เรื่องหรือ มาทำพูดกดดันแล้วจะเชิดจาก... รู้จักกันน้อยเกินไปเสียแล้ว

 

ความรุ่มร้อนในตัวทำให้หนุ่มน้อยเดินออกมาสูดอากาศเย็นๆ ภายนอก เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมเขาถึงไม่เคยมือขึ้นกับการปลูกต้นไม้...

 

ก็คาซึยะเคยเย็นได้นานเมื่อไหร่กัน

ยิ่งหมู่นี้แปรปรวนหนักข้ออย่างไม่ต้องพูดถึง

 

คุณพูดมาเลยดีกว่าว่าผมต้องไป เพื่อบริษัท เพื่อตระกูล อะไรก็ได้ หว่านล้อมกันมาตรงๆ เลย 

คาซึยะ

อย่าเอาแต่เรียกชื่อผม ...นี่คุณจิน ผมจะบอกอะไรให้นะ ถึงผมจะไม่รักบริษัทเท่าคุณ และไม่เคยคิดจะต้องมาทำอะไรบ้าๆ เพื่อมัน แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วผมก็ไม่คิดจะทำตัวขวางโลกให้เสียเรื่องหรอก

แล้วคุณจะเอายังไง...

ก็แค่บอกมาว่าผมต้องไป

 

งั้นคุณไม่ต้องไป

 

เอ๊ะ

 

สวนใบไม้เปลี่ยนสีที่ริมบึงไม่สวยอีกต่อไปแล้ว ใบเมเปิ้ลสีแดงถูกลมโชยพัดจนปลิวหลุดจากต้นเป็นสาย ไม่ต้องพูดถึงทรงผมที่เซทไว้อย่างดีของคนที่ยืนอยู่กลางลานกว้าง เสียทรงไม่มีดีหากเจ้าตัวไม่ได้คิดใส่ใจ

 

ผมจะวางหูแล้ว แต่เดี๋ยวผมจะเข้าไปคุยกับคุณ อ้า... อาจจะไม่เดี๋ยว แต่คงไม่นาน ระหว่างนี้คุณไปหาข้าวเย็นกินรอได้เลยนะคาซึยะ บางที...คุณอาจจะหิวโดยไม่รู้ตัว

 

จนได้...

เสียง ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ดดังบาดหูนัก ครั้งนี้หนุ่มน้อยได้แต่อ้าปากค้างเพราะค้านการวางสายไม่ทัน

 

ก็จะไม่ให้ทึ่งได้อย่างไร อาคานิชิ จินผู้นิยมการประนีประนอมและมีทีท่าเข้าอกเข้าใจกันเสมอพูดจาประชดประชันเขา เสียงตายคงภาพลักษณ์น่ะใช่ แต่เนื้อหาก็มิได้อ่อนข้อกับคู่หมั้นหมาดๆ เอาซะเลย

 

หน้าเนื้อใจเสือ เผยตัวตนใช่หรือเปล่า...

 

แล้วคาซึยะก็ต้องหัวเราะให้ตัวเอง ดูเหมือนความใกล้ชิดในช่วงเวลาไม่นานระหว่างเขาทั้งสอง ทำให้เขาไม่อาจคิดตัดสินคนน่าหงุดหงิดคนนี้โดยไม่คิดหาข้อแก้ต่างให้

...ท่านประธานคนเก่งไม่ยอมลงให้กัน เพราะต้องปกป้องบริษัทสุดรักสุดดวงใจ...

ไม่เหมือนเขา ที่รวนแหลกแตกแถวเพื่อปกป้องหัวใจและศักดิ์ศรีของตัวเอง ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่า..ช่างหนักแน่นแตกต่างจากอีกฝ่ายอย่างเหลือแสน

 

ผลลัพธ์การของโต้เถียงไม่ทำให้หนุ่มน้อยผิดหวัง แต่หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศมือดีก็ไม่คิดว่าตนเองจะแพ้หมดรูปเช่นนี้เลย

 

หรือจริงๆ ต้องยอมรับว่าเขาแพ้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็เห็น ชื่อของสายเรียกเข้าจะกดทิ้งไม่รับยังทำไม่ได้...

 

 เฮอะ...  ไม่เห็นต้องบอกผ่านเขาก็หาทางคืนโทรศัพท์กันได้นี่นะ

 

.........................................................................................................

 

คำว่าไม่นานของชายหนุ่มกินเวลาไปราวสองชั่วโมงเศษ คาซึยะอยู่ในชุดสูทเรียบร้อย หากเขาไม่ได้รับประทานอะไรรองท้องตามคำแนะนำของอีกฝ่าย ถ้าถามว่าหิวบ้างมั้ย...ก็ตอบได้ว่ามากพอจะกินม้าได้ทั้งคอก แต่ยามนี้หนุ่มน้อยไม่นึกพิศวาสเนื้อม้าเท่าใดนัก ถ้าเป็นเนื้อคนละก็พอน่าสนใจ ไอ้ที่กลัวๆ ว่าเนื้อจะเหนียวทำเขี้ยวหักก็ไม่ค่อยครั่นคร้ามแล้วด้วย

 

เกรงอย่างเดียว... ก็ตรงที่มันเป็นเนื้อที่มีป้ายจองแปะไว้อยู่เท่านั้น

 

ลูกรัก เสร็จหรือยังจ๊ะตาจินมารอข้างล่างแล้วแน่ะ

ผู้เป็นลูกหันไปยิ้มแยกเขี้ยวให้มารดาเป็นเชิงรับรู้

 

เพียงก้าวแรกที่ออกจากห้อง คาซึยะก็มองเห็นจินยืนรอรับเขาอยู่ปลายบันได ชายร่างเพรียวส่งยิ้มน้อยๆ ให้มาดูอบอุ่นดั่งฝัน หากหนุ่มน้อยนึกรู้ได้เลย ว่านี่คือละครฉากแรกอย่างเป็นทางการของเขาทั้งคู่... ใจคอของคนเลือดเย็นคิดจะให้คนเลือดร้อนอย่างเขาได้เริ่มอุ่นเครื่องกันตั้งแต่ในบ้านนี้ทีเดียว

 

น่าหมั่นไส้ในความมั่นใจอันเหลือล้นนี่นัก

 

คุณลืมติดหมุดนะคาซึยะ คำพูดแรกก็ที่สุดแห่งการได้คืบจะเอาศอก!

 

ไม่ได้ลืมครับ ผมตั้งใจ คาซึยะตาวาว ยังไงคนอื่นที่ไม่ได้มาร่วมงานเมื่อวันศุกร์ก็ไม่รู้เรื่องหมุดกันอยู่แล้ว ผมไม่อยากเพิ่มสัญลักษณ์ใดๆ ระหว่างเราให้มากไปกว่านี้ ...ทำไมครับ หรือคุณมีปัญหา

 

จินส่ายหน้าเบาๆ พร้อมการยักไหล่

คุณพร้อมนะ

ไม่พร้อมครับ

 

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ รับแววตาดุๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก นอกเหนือจากการทำท่าทางให้แน่ใจว่าผู้ที่เขาตั้งใจมารับนั้นจะเดินตามเข้าไปนั่งในรถยุโรปสีเข้ม

 

ก่อนออกรถแขกของบ้านกันไปก้มหัวอำลาเจ้าบ้านตามมารยาท หลังจากนั้นก็เหยียบคันเร่งไปอย่างสบายๆ แต่ในความสบายชายหนุ่มก็แทบไม่ได้ยกเท้าหรือพักเบรก กระทั่ง...ไปจอดอย่างนิ่งสนิทอยู่ที่นอกรั้วของสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

นกกาฝูงใหญ่บินหนีไปสวนทางแล่นของรถ ดูแล้วช่างเป็นทัศนียภาพที่งดงาม... ถ้ามันจะไม่โฉบใกล้เสียน่ากลัวจะกลายเป็นการฆาตกรรมสัตว์โดยประมาทไปอย่างเฉียดฉิว

 

ผมบอกว่าเราจะคุยกัน ชายหนุ่มชิงตอบเมื่อเห็นสายตากังขาจากคู่กรณี

 

คาซึยะแสร้งทำตาโตมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ขณะย้อนถามด้วยเสียงประดิษฐ์ที่แหลมสูง

ผมนึกว่าคุณลืมไปแล้วนะเนี่ย

 

ไม่ลืมหรอก ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทีสุขุม คุณพอจะบอกได้หรือยังว่าเป็นอะไรไป ทำไมต้องรวนผมขนาดนั้นด้วย ...โกรธอะไรขึ้นมาหรือ

ผมนึกว่าคุณทราบแล้วซะอีก

ถ้าผมทราบ ก็ไม่ถามหรอก

 

แฟนคุณโทรหาผมเมื่อคืนนี้

 

หืม...จริงหรือ

หน้าตาผมเหมือนคนขี้อำหรือครับ

ปะ...เปล่า

 

อาคานิชิ จิน เอนหลังลงกับพนักพิง ออกอาการมึนงงจริงๆ เกินกว่าที่คาซึยะเดาเอาไว้ ชายผู้ที่ควบคุมการแสดงออกของตนได้ดี...ขณะนี้ครุ่นคิดจนหัวคิ้วมุ่นอย่างไม่ปิดบัง

เพราะระหว่างเขาไม่ใช่ใครอื่น หรือเพราะตกใจจนลืมตัวกันล่ะ

 

เขาคุยอะไรกับคุณ

บอกเรื่องโทรศัพท์คุณไงครับ เขาไม่เล่าให้ฟังตอนคุณไปรับคืนหรือ

ไม่...

ว้า งั้นผมก็กลายเป็นคนขี้ฟ้องน่ะสิ

เห็นได้ชัดว่าคุณไม่ใช่คนขี้ฟ้อง...คาซึ แต่ขี้งอนมากกว่า จินพูดตอบไปเหมือนแหย่เล่น ทว่าสายตาของเขาก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับข้อสงสัยนั่น ทำให้แวววาบวับที่มากกว่า ความงอนสื่อไปไม่ถึงจนหนุ่มน้อยต้องกลืนวาจาเผ็ดๆ ร้อนๆ กลับลงคอไป...

 

ได้แต่เม้มปากไม่ให้มันยื่นยาวออกมาคล้ายเป็ดจนสมกับ คำแหย่ ที่ว่า

 

นี่คุณจิน คุณสมควรจะต้องเป็นคนอธิบายให้ผมฟังนะว่าเขาโทรมาหาผมทำไม... ไหนว่าเข้าใจกันดีไง ทำไมเขาต้องมายุ่งกับผมด้วย มีอะไรที่คุณไม่ได้บอกผมหรือเปล่า

...เขาพูดอะไรกับคุณอีกหรือ

ก็ไม่ได้พูดอะไรครับ เสร็จธุระเขาก็วาง... อ้อ ก่อนหน้านั้นก็มีขอโทษขอโพยนิดหน่อยที่โทรมาดึกเกินไป ...ว่าไงล่ะคุณ มีเรื่องอะไรที่ผมควรรู้มั้ย หรือว่าคุณกับเขามีปัญหาอะไรกัน

 

คนถามถามเสียงจริงจัง ส่วนคนที่ต้องตอบก็ทำท่าเหมือนจะตอบ... เกือบแล้ว หากสุดท้ายจินก็ปิดปากเงียบ ตั้งหลังตรง หันไปมีสมาธิอยู่กับถนนหนทางและพวงมาลัย

...เมินซึ่งน้ำใจของคนรอฟังให้สุดเสียเส้น

 

ก็ได้... คาซึยะลากเสียงย้ำแค้น เรื่องส่วนตัว...! แต่บอกไว้เลยนะครับว่าถ้ามีแบบเมื่อคืนอีก ผมแสบแน่ พูดไปก็จิกหางตาใส่มือซ้ายที่กำลังเปลี่ยนเกียร์

 

คุณจะทำอะไร...

นัดเจอกันมั้ง ดีหรือเปล่าล่ะครับ

อา... คงไม่ดี

 

ถ้าคุณบอกว่ามันไม่ดีล่ะก็ ช่วยเจียดเวลามาเคลียร์เรื่องนี้กับผมในเร็ววันด้วยสิครับ ผมไม่อาจจัดให้มันเป็นแค่เรื่องส่วนตัวของคุณคนเดียวได้อีกแล้วนะ แล้วก็วางเฉยโดยการเชื่อว่าคุณกับเขา เข้าใจ ไม่มีปัญหาอะไรไม่ได้เหมือนกัน

.........

ออกรถได้แล้วครับ ผมเองก็ไม่อยากไปสายให้กลายเป็นดาวเด่นเท่าไหร่

 

...ยิ่งไปช้าก็ยิ่งบอกความสำคัญ แต่หนุ่มน้อยไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ถึงแม้จะรู้แก่ใจ... อย่างไรสิ่งที่หวังอาจไม่มีทางเป็นจริง

 

อาคานิชิ จินขับเคลื่อนรถคันงามตามสั่งไปด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่ง เมื่อไร้บทสนทนา ก็ดูเหมือนว่าสปีดจะมีมากเป็นพิเศษ ใบหน้าที่คาซึยะแอบชำเลืองมองเป็นระยะช่างเคร่งขรึม เขาไม่คุ้นชิน แต่...

ก็ดีแล้ว... คิดอย่างสาแก่ใจ

หากงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้เขาจะต้องรับบทหนักมากกว่าใคร ก่อนเข้างาน ให้คนเก่ง...เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น รู้จักเครียดเสียบ้าง...

 

จะได้เสมอกันเสียที

 

........................................................................................

 

คุณพร้อมนะ

 

ในระยะทางสั้นๆ จากสวนสาธารณะไปถึงโรงแรม จินปรับอารมณ์และสีหน้าท่าทางได้แล้ว ทันทีที่รถจอดสนิทชายหนุ่มก็สามารถหันมาทอดสายตาอ่อนโยนให้ผู้โดนสารร่วมได้

ต่างจากคาซึยะ ที่ยังคงเบ้ปากอย่างต่อเนื่อง พร้อมชำเลืองมอง...ไปยังพนักงานในชุดสูทดำมายืนรออยู่ด้านนอก มีฉากหลังเป็นทางเข้าอาคารรูปโค้งสไตล์โรมัน ดารดาษด้วยไม้ดอกกลีบแข็งดูราคาแพง

 

ประธานบริษัท AK-Dengasei ส่งกุญแจรถให้ผู้มารอรับ ขณะยืนรอให้ คู่ควง มายืนเคียงกัน เพื่อพาเดินเข้าไปในงาน

 

เจ้าภาพเป็นรัฐแน่หรือครับ น่าจะจัดที่กระทรวงหรือศูนย์ประชุมอะไรก็ได้ ไม่เห็นน่าจะต้องใช้โรงแรมแบบนี้ คาซึยะเปิดปากชวนคุยกลบความเครียดความตื่นเต้นที่เริ่มจะพุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ

 

ถ้าเป็นงานแสดงสินค้าหรือสัมมนาวิชาการก็เป็นอย่างนั้นแหละ... แต่นี่มันงานสังคมคาซึยะ จะขอบริจาคเงินจำนวนมาก ก็ต้องลงทุนมากเหมือนกัน... ดูนั่น คนพูดใช้เพียงสายตาตวัดไปทางขวา เพื่อนำสายตาให้คนข้างๆ มองเลยไปถึงสาวงามในชุดราตรีสีแดงที่มีแผงคอพราวระยับ เจ้าของงานให้เกียรติแขก ส่วนแขก...ก็ต้องให้เกียรติงาน

 

...ให้เกียรติกันไปกันมา ก็เลยฟูฟ่ากันไปไม่มีที่สิ้นสุดหนุ่มน้อยต่อความด้วยอคติ

ก็ใช่... แต่ยังไงก็ตาม ถ้าเม็ดเงินมันตกถึงมือคนยากจนตามเป้าประสงค์ของงาน มันก็น่าจะโอเคนะ

อ่า ครับ ผมจะจำไว้ว่าคุณเป็นคนใจบุญ

แล้วคุณล่ะ

ผมออกจะงกนิดหน่อยครับ... แต่วันนี้ผมคงต้องทำตัวใจบุญเหมือนคุณ ใช่มั้ย

 

จินหัวเราะอย่างไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ  ทำให้ใบหน้าของเขาดูสว่างไสวมากขึ้น แล้วเมื่อนับจากบทสนทนาพาเครียดข้างสวนสาธารณะ คาซึยะก็ชักรู้สึกผิดต่อตัวเองที่ดันไปทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีไปซะอย่างนั้น

 

คุณจะงกก็ได้นะ... งานแบบนี้เป็นตัวของตัวเองบ้างจะได้ไม่เหนื่อย

ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำ แต่อย่าเลยดีกว่า เฟกแล้วก็เฟกซะให้หมด จะสลับโหมดไปมาหรือหลอมรวมแบบคุณผมคงสับสนตาย

ผมจะจำไว้ว่านอกจากคุณขี้งอน ขี้งกแล้ว ยังกัดเจ็บไม่เบา

 

แต่ดูเหมือนยิ่งคาซึยะกัดไปเจ็บเท่าไหร่ยิ่งทำให้บุรุษที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นเอ็มยิ้มขันมากขึ้น จนสุดท้ายหนุ่มน้อยก็เลือกที่จะปิดปากตน แล้วยินยอมให้อีกฝ่ายพาไปเซ็นชื่อที่โต๊ะลงทะเบียนแล้วเข้างานแต่โดยดี

เชิดหน้า...ชูคอ... แม้ว่าขาที่ก้าวฉับๆ ตามคนข้างกายจะเริ่มสั่นเล็กๆ เมื่อเห็นว่าใครต่อใครเริ่มหันมองมา

 

โอ้ไม่...

 

...................

.....................................

 

ขณะนี้จินพาคาซึยะมาได้จนถึงกึ่งกลางห้องโถงที่จัดงานแล้ว พื้นที่บริเวณนี้ถูกจัดวางด้วยรายการอาหารบุฟเฟต์ชิ้นน้อยน่ารักน่ากิน คล้ายเป็นหนึ่งในของประดับงานมากกว่าสิ่งที่เคี้ยวและกลืนได้ คนที่หิ้วความหิวมาด้วยรู้สึกหงุดหงิด จากที่ท้องว่างมาแต่เดิมเมื่อผ่านมรสุมไฟแฟลช และการ ปฏิสันถารกับคนมากหน้าหลายตา บ้างที่เขาไม่รู้จัก มากที่เคยคุ้น เขาก็ยิ่งเหนื่อยอย่างสาหัสและแสบไส้อย่างยิ่ง

 

จากที่พรั่นพรึงกับการต้องเป็นประหนึ่งสัตว์ประหลาดในตู้กระจก ก็แปรเปลี่ยนเป็นชาชินกึ่งขำขัน คาซึยะค้นพบว่าที่ผ่านมาสนุกไม่น้อยกับการตวัดสายตาตอบใครต่อใคร กับคนที่กล้าตอบตาเขาเขาก็ต้องยิ้มให้ และกับคนที่รีบหลบโดยไวเขาก็แกล้งมองค้างจนกว่าอีกฝ่ายจะลอบมองมาอีกที

 

ประสาทตาทำงานอย่างแรงกล้าประหนึ่งเล่นเกมทุบหัวตัวตุ่น!

 

ผู้ที่สอนเขาให้รู้จักอันสนุกสนานขนาดนั้นก็ไม่ใช่ใคร คนที่ยิ้มเยื้อทำทีสนใจเฉพาะคู่สนทนาตรงหน้า แต่ส่งประกายกล้าท้าทายคนรอบงานได้มากกว่าร้อยแปดสิบองศาภายในเวลาหนึ่งนาทีนั่นเอง อาคานิชิ จิน...โปรเกินอายุบนโต๊ะประชุมคณะกรรมการบริหาร และเขาก็โปรยิ่งกว่าโปรในงานเลี้ยงไร้สาระที่แฝงไปด้วยความไม่ธรรมดาทุกอณูอากาศ

 

เพียงเวลาไม่นานคนเกินครึ่งงานแวะผ่านเข้ามาคุยกับเขา (เท่าที่สังเกตคนอื่นทำไม่ได้อย่างนี้) มีทั้งจุดประสงค์ทางธุรกิจ และแค่อยากจะมาดู คู่เกย์บนหน้าหนังสือพิมพ์เฉยๆ ท่านประธานคนเก่งยิ้มรับทั้งหมด คุยเสมือนสนิทสนมกับคนทั้งหมด น่าจะคอแห้งบ้างเพราะเห็นว่าดื่มทั้งไวน์และแชมเปญจนขอใหม่จากบริกรไปหลายแก้ว หากส่วนที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าอะไร ก็คือการที่สามารถเปลี่ยนสายตาของคนที่เข้ามาคุยกับเขาได้ จากการมองแบบกึ่งประเมิน จบท้ายด้วยการแลกนามบัตรและชนแก้วก่อนผละจาก

 

ที่สำคัญ จินสามารถทำมันได้ด้วยการให้เขาไม่ต้องพูดมากหรือวางหน้าไม่ถูกเลยสักครั้ง

 

ถึงจะหมั่นไส้กับความสามารถอันน่าทึ่งนี้ แต่คาซึยะก็จำใจต้องเก็บศิลปะทั้งสิ้นทั้งมวลไว้ใช้กับงานการในหน้าที่ แม้ไม่อยากชื่นชม แต่ก็ต้องยกให้เป็นครูไปอย่างหลีกเลี่ยงมิได้...

 

คุณชอบกินอะไร ผมคีบให้

 

สุภาพบุรุษสุดกู่หันมาทำหน้าที่คู่หมั้น ชายหนุ่มถามหลังจากวางแก้วน้ำที่คาซึยะเดาเอาว่าเป็นแก้วที่เจ็ดหรือแปดลงกับโต๊ะ

 

ของแบบนี้มันสวยแต่รูปจูบไม่อร่อยหรอกผมว่า ไม่อยากกินให้เสียลิ้นหนุ่มน้อยตอบตรงข้ามกับใจ โดยพยายามเก็บกักน้ำลายไม่ให้ไหลสอ

 

นี่...แสดงว่าคุณไม่ได้ฟังที่ผมคุยๆ เลยล่ะสิ มีหลายคนเลยนะบอกว่าอาหารโรงแรมนี้ใช้ได้ ...ลองหน่อยน่ะคาซึยะ ยังไงคุณก็ยังไม่ได้กินอะไรมาไม่ใช่หรือ

คุณรู้ได้ยังไง

ผมรู้ตั้งแต่เห็นหน้าคุณบนบันไดแล้ว... จินทำเสียงอวดอ้าง

จริงหรือครับ

แม่คุณบอกก่อนที่คุณจะลงมาน่ะ ...ฮ่ะๆ เอาเถอะ คุณชอบเนื้อสัตว์ใช่มั้ย แฮมนี่ดูน่ากินออกนะ...

คุณลองชิมก่อนสิครับถ้ามันอร่อยค่อยนำเสนอ

อื้ม เอาอย่างนั้นก็ได้

 

หลังคาซึยะเปิดไฟเขียวพร้อมรอยยิ้มท้าทาย ไม่นาน...จินก็ทำให้ทั้งจานก็พูนไปด้วยชิ้นเนื้อหลากหลาย รวมถึงซาซิมิ คาร์เวียร์ ติ่มซำ ฯลฯ โดยที่ชายหนุ่มอ้างว่า...ก็กินด้วยกันไม่หมดก็ไม่เป็นไร

 

ท่าทีการเอาอกเอาใจคู่หมั้นหนุ่มเป็นที่ซุบซิบของใครก็ตามที่มองมาเห็น ยิ่งจากมุมไกลๆ ยิ่งดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก ชวนให้ลืมความน่าเคลือบแคลงในทุกๆ สิ่ง ...คล้อยตาม ภาพความโรแมนติกกันจนพาลอมยิ้มกันทั้งที่ใจยังมีอคติอยู่

 

ทั้งคู่ประสบความสำเร็จกันมากกว่าที่จะรู้ตัว แม้ไม่สามารถรับประกันความมั่นคงของราคาหุ้นในวันรุ่งขึ้น แต่อย่างน้อย ก็ทำให้ไม่มีใครใส่ใจความน่ารังเกียจของแนวคิด เรือล่มในหนองหรือ คู่วิปริต อีกแล้ว เหลือแต่ความน่าติดตาม...ว่าพวกเขาจะรัก จะรอดกันไปสักแค่ไหน

 

จะมีข่าวถอนหมั้นหรือภาพหลุดชู้ให้เป็นที่ฮือฮาในวงสังคมกันในอนาคตหรือเปล่า

 

เป็นยังไง รสชาติใช้ได้มั้ย

อร่อยมากครับ แต่หยุดตักซะทีเถอะคุณจิน ผมอายเขา

เอ้า ก็ผมกลัวคุณไม่อิ่ม

 

จังหวะที่คาซึยะจะเอาส้อมจิ้มเอวคนบางคนให้เข้าใจคำว่าพอ ก็มีคนโผล่หน้าเข้ามาทักทายอีกแล้ว เสียง เฮ่ จิน!” ดังขึ้นอย่างกรรโชก เล่นเอาปลาแซลมอลที่หนุ่มน้อยยังเคี้ยวไม่หมด ไหลลงไปติดคอขวางหลอดลม ร้อนให้ต้องกระดกน้ำพันช์สีสวยลงไปบรรเทา

 

จนเมื่อแน่ใจว่าพอรักษากิริยาได้แล้ว ก็ค่อยรีบหันไปรับหน้า ว่าที่เพื่อนใหม่ ในฐานะคู่ควงที่ดี

 

สวัสดีครับ

 

คาซึยะพูดไปทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตา แต่ก็เรียกความสนใจจากชายหนุ่มร่างเล็กได้ สนใจจนหันมาหาทั้งตัว ทิ้งร่างด้านข้างให้กับจินที่ยังคงนิ่งค้างไม่มีเสียงใดหลุดออกจากลำคอ

 

นี่... คาซึยะคุงสินะครับ

อ่า ครับ ใช่ครับ คนโดนเรียกชื่อกระตุกยิ้มเสแสร้ง ตอบแทน...ที่กล้าเรียกชื่อต้นกันอย่างสนิทสนม แม้ในงานจะมีหลายสิบแล้วที่พูดกับเขาเป็นประโยคแรกด้วยคำถามเดียวกันนี่ แต่ก็ไม่มีใครทำน้ำเสียงตีซี้ประหนึ่งเคยรู้จักกันมานานนมเช่นนี้เลย

เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณคือ...

 

ทัตสึยะ

 

คนถูกถามไม่ใช่คนตอบ แต่ไม่ว่าคำตอบจะออกมาจากปากไหนก็แล้วแต่ ชื่อที่ลอดเข้าหูคาซึยะมานั้นก็หุบยิ้มเฟกๆ ของหนุ่มน้อยได้สนิท

 

ถึงจะเคยคิดอยากเจอเพียงใด หากเมื่อได้มาพบอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ หัวใจในอกก็แทบจะหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือขารู้สึกอ่อนแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

 

ทัต...ทัตสึยะ? ตาตี่ๆ พลันเบิกกว้าง

 

ครับ ผมชื่อทัตสึยะ อุเอดะ คนที่โทรหาคุณเมื่อคืนไงครับ

 

ชายร่างเล็กในชุดสูทสีครีมเอียงคอเสมือนขอโทษและหยอกล้อ กระตุกแก้มคนกำลังช็อคให้นึกถึงมารยาท คาซึยะยิ้มตอบแบบแหยๆ พลางคิดอย่างเร็วว่าจะพูดอะไรออกไปดี

ให้มันเป็นคำ...มากกว่า เอ่อๆ อ่าๆ

 

อุ... อุเอดะหรือครับ ผมคุ้นจัง เหมือนเคยได้ยิน เอ๊ หรือว่าเมื่อครู่ - -

 

อ๋อ คุณคงเจอกับพี่สาวผมละมั้งครับ อุเอดะ นัตสึกิ ประธานบริษัทอุเอดะคอมพานี

 

ใช่เลย... นัตสึกิ หญิงสาวคนนี้เองที่เขานึกแปลกใจอยู่ว่าหลิ่วตาให้ชายข้างตัวเขาแบบแปลกๆ แต่เพราะทุกคนก็มองมาอย่างแปลกๆ ทั้งนั้น ใครจะไปรู้ได้ว่าที่มันแปลกพิเศษนั่นเพราะเธอเป็นพี่สาวของคนรักตัวจริง...ของคู่หมั้น...ของเขานี่เอง!

 

มันน่าสมเพชตัวเองมั้ย

 

เมื่อเช้าไม่เห็นบอกเลยว่าจะมางานนี้ด้วย...

นี่...ต่อว่าตัวเองซะเถอะจิน ก่อนจากฉันก็ใบ้อยู่แล้วนี่นา ว่า เดี๋ยวเจอกัน ทุกทีนายก็ต้องเดาได้สิว่าฉันหมายถึงอะไร

 

คำย้อนของคนมาใหม่ปิดปากท่านประธานคนเก่งได้เฉียบขาด ให้คนไม่เคยอึ้งได้อึ้ง ให้คนสุดเก่งในสายตาคาซึยะไปไม่เป็นกับเขาเป็นแล้ว

และถึงกับทำให้คนไม่ชอบพูดจาอะไรไร้สาระต้องเอ่ยคำแก้สถานการณ์ที่งี่เง่าไร้คลาสน่าผิดหวังออกมา

 

อา...ชุดสูทของคุณอุเอดะดูดีมากเลยนะครับ ไม่ทราบว่าตัดมาจากห้องเสื้อที่ไหนหรือ

 

...ทำไมต้องพูดประจบแฟนของเขาแบบนี้ด้วยเนี่ย...

 

หนุ่มน้อยทุเรศใจตัวเองสองเท่าเมื่อคู่สนทนาไม่ถือสาและหันมายิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี

 

ถ้าคาซึยะจังอยากรู้จริงๆ ผมต้องไปถามพี่สาวมาให้แล้วล่ะครับ ผมก็จอมแฟชั่นอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่กับชุดพิธีการแบบนี้ สูทเสิทอะไรเนี่ยผมไม่ซื้อใส่เองเด็ดขาด ทั้งตู้ก็มีแต่เสื้อแบบที่พี่สาวผมต้องส่ายหน้าทั้งนั้น ไม่เชื่อถามจินดูสิครับ เนอะใช่มั้ย อ้า... จะว่าไปก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมนายจะเดาไม่ออกว่าฉันจะมาที่นี่ด้วย ก็ปกติฉันหลีกเลี่ยงพวกงานสังคมแบบนี้จะตายไปนี่นะ

 

ไม่หรอก ถ้านายคิดจะหันมาช่วยงานพี่สาวกับพ่อจริงๆ งานนี้ก็เหมาะสมแล้วที่เขาจะพานายมาเพื่อเปิดตัว

อื้ม... งั้นจำเลยรับผิดทุกข้อกล่าวหาสิใช่มั้ย

 

...ทำไมจะไม่ล่ะ

 

ช่างเป็นการพูดคุยที่ชวนอบอุ่นยิ่งนัก คาซึยะถือวิสาสะแย่งจานในมือจินมาถือไว้เอง เขารู้สึกอิ่มตื้อขึ้นมาอย่างกะทันหันจนพร้อมจะอาเจียนได้ทุกวินาที แต่ก็คิดว่าหากจะมีหนทางอะไรที่จะดับลมหายใจตัวเองได้ง่ายๆ ก็คือการยัดอาหารลงคอไปทั้งจานให้ติดคอตายไปซะ

 

เอ่อ อุเอดะซังครับ หนุ่มน้อยได้แต่สงสัยตัวเอง เออหนอ อยากจะเจออยากจะพูดให้รู้เรื่องกันเป็นนักหนา แต่พอถึงเวลา ก็รู้สึกคิดอ่านอะไรไม่ออกเอาเลย เบคอนห่อเมล่อนนี่รสชาติดีมากเลย ลองชิมดูสิครับ

 

น่ากินเหมือนกันนะครับ หวา แย่แล้ว พี่สาวผมหันมาทางนี้ ผมหนีก่อนดีกว่า ไปก่อนนะจิน แล้วเจอกันใหม่...วันหลังนะเพื่อนนะ

 

มาไวไปไวดั่งสายลม ไม่ทันให้ใครได้รั้งไว้ อาจจะเพราะร่างที่ทั้งเล็กและบางดั่งเป็นร่างของสุภาพสตรี ขนาดคาซึยะมองตามไปไม่ได้คลาดสายตา ก็ยังหายไปท่ามกลางมหาชนได้อย่างง่ายดาย

 

อย่างนี้นี่เองถึงได้ซ่อนตัวจากการสังเกตของทั้งจินและพี่สาวมาได้เกือบตลอดทั้งงาน ไม่ให้ใครได้ตั้งตัวก่อนทั้งนั้น

 

คุณจิน! ผมเซอร์ไพรส์มาก คุณเปิดตัว... คาซึยะลดเสียงเป็นกระซิบ ...คนรัก ของคุณได้เก๋มาก คิดนานมั้ยครับ ว่าไงคุณจิน คิดนานมั้ยหนุ่มน้อยกล่าวโทษคู่หมั้นตัวเองอย่างนึกชิงชังติดหมัด

 

ฉุกเสียดายที่ไม่ได้ติดหมุดขึ้นมาด้วยเหลือเกิน ชักอยากจะเป็นเจ้ามิวสิคปาของใส่หน้าหล่อๆ เอาสะใจดูสักหน

 

คาซึยะ คุณไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือ...

คุณจะให้ผมได้ยินอะไรอีกล่ะ

 

คำสุดท้ายนั่นไง...

จินพูดอย่างอ่อนโยน พลางหันมาสบตาเผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียว คาซึยะใจหายวาบ เพราะแววตาที่สบด้วยนั้นมันแดงก่ำและฉ่ำน้ำ

 

คุณจิน นี่คุณเป็นอะไร มองปราดเดียวก็รู้ว่า...เมา!

 

เป็นเพื่อน... ผมกับเขา เป็นเพื่อนกันแล้ว เรื่องนี้แหละคาซึยะ ที่ผมติดค้างไม่ได้เล่าให้คุณฟัง ขอโทษทีนะ พอดีมัน...เอ่ยออกมายาก...

 

คุณดื่มเข้าไปกี่แก้วแล้วเนี่ย หยุดสิครับ! บริกร ฉันขอน้ำเปล่าหน่อย

 

คาซึยะ ผมไม่ได้เป็นอะไร ชายหนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะ

 

ผมรู้ คุณจะเป็นอะไรได้ ขนาดเลิกกับแฟนมา...ผมฟังไม่ผิดใช่มั้ย คุณยังเงียบเป็นหอยกาบ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เลย รับรองด้วยเกียรติของคาเมนาชิเถอะครับว่าผมไม่ได้กำลังเห็นใจคุณอยู่ชัวร์ๆ ผมก็แค่กลัว ว่าแอลกอฮอล์มันจะทำให้คำอธิบายที่คุณต้องมีให้ผมเดี๋ยวนี้ตกหล่นไม่ครบความ

 

คาซึยะยัดแก้วน้ำเปล่าที่รับมาจากบริกรใส่มือคนที่ยังเอาแต่ยิ้ม

 

จบงานก่อนนะ

ถ้ารอให้จบงานเราก็จบกันตอนนี้เลยครับ กรุณาตามผมมา และง้างปากของคุณเล่าให้ผมฟังอย่างกระจ่างแจ้งตั้งแต่ต้นจนจบ

คาซึยะ

ได้โปรดคุณจิน ผมตกใจและสับสนมากพอแล้ว

 

สิ้นคำหนุ่มน้อยก็หันไปตีสีหน้า เดินเลี่ยงออกจากงานไปยังสวนของโรงแรมด้วยท่าทีเหมือนคนไม่สบาย

โดยมี...อาคานิชิ จิน คู่หมั้นหนุ่มผู้แสนดี โอบประคองไปเคียงกัน

 

.............................................................................................

 

 

 

Talk

 

 

เขาบ่ได้อู้เน่อ บ่ได้อู้...

แต่มันแต่งแล้วลบแต่งแล้วลบ เลยทิ้งมันไว้จนใจนิ่ง 555 ทิ้งไว้แค่ไม่กี่สัปดาห์เอง เหอๆๆๆ

 

ก็...เอ้กับเมะได้ป๊ะกันแล้วนะคะ เค้ารู้น้าว่ารอฉากนี้กันอยู่ (ใครเขารอยะ)

พาร์ทนี้อาจจะน้ำนองไปนิด แต่ก็ตั้งใจจะใส่รายละเอียดให้ได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครเยอะๆ ค่ะ

ฟิกเรื่องที่ผ่านๆ มาของแจน มีคนเคยบอกไว้ว่าบรรยายเหมือนรายงานข่าว (ฮ่าๆ)

หมายถึงไม่ค่อยพรรณนาความคิดของตัวละครมากนัก ละไว้ให้แต่ละคนได้รับรู้กันเองอย่างตามใจ

เรื่องนี้ก็เลยลองเน้นเรื่องของความรู้สึกเยอะขึ้นค่ะ - - แต่เหมือนจะเหมือนเดิมเลยแฮะ ฮา...

 

คิดยังไงลองคุยกันมาได้นะคะ

รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าเขียนออกมาแล้วทำให้คนอ่านงุนงงสับสนพอสมควร (คนอ่านเป็นคาเมะเล้ย!)

สำหรับตอนหน้า จะพยายามเข็นอันเพอร์เฟคฯ ของน้องจอยออกมาขัดตาทัพก่อน ฮิ้วววว

แล้วเจอกันค่ะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!~~

[ดังไป8บ้านให้สมเป็นเมียลา 55+]

ยกมือเหนือหัวกระโดดเหยงๆขอบอกว่ารอฉากนี้ด้วยความใจจดใจจ่อเป็นอย่างยิ่ง...ส่วนความประทับใจนั้นเทคะแนนหมดใจทั้งคะแนนจริงและพิศวาส ทัตจังเปิดตัวได้น่าประทับใจเป็นยิ่งนัก !!

ตอนแรกสงสารคาเมะ แต่พอมารู้ตัวอีกทีคะแนนสงสารก็ไปกองอยู่ที่จินในตอนสุดท้าย

อื้อฮือ...อยากรู้ว่าตอนมันเป็นแฟนกันมันเป็นยังไง...แต่ทัตจังเริงร่ามากๆ ฟรีด้อมสุดๆอยู่คนเดียว

โฮกฮาก ชอบจริงๆนะเนี่ย ไม่ว่าจะเป็น UA KA หรือ UK[?!]

ต่อไวๆนะพี่ อยากอ่านจินเฮิร์ตจริงๆ จินเอ้มั่กๆ ชอบมากเลยอ๊า~

#1 By renika on 2008-12-14 00:26

กว่าเมะจะได้เจอเอ้

ลุ้นกันแทบแย่เลยค่ะ รอคอยกันมาตั้งนานได้พบกันเสียที

แต่อย่ามีสับคู่กันนะคะ

คนอ่านยังอยากอ่าน จินเมะอยู่ค่ะ

ขอบคุณที่เขียนฟิคสนุกๆ มาให้อ่านกันนะคะ

#2 By reeya (203.172.55.57) on 2008-12-14 11:57

เฮรอฉากนี้อยู่! ...

แต่ตตกใจ ตอนที่บอกว่าคนที่ทักจินได้อย่างดี๊ด๊าน่ะ เป็นอุเอะ ....

เฮสงสัย ... แสงสัยอ้ะนะ อุเอะน่ะมันเป็น"แฟนเก่า" จินมันแน่เหรอ? ... บรรยากาศมันไม่ให้เลย แล้วคุณพี่สาวอุเอะอีก เหมือนๆรู้แกวจินไงไม่รู้ เรื่องของโปรเจคร่วมเอเคน่ะ - -" ...

แต่นะ ขำกับอารมณ์ใหม่ของอคานิชิ... มีแอบบ่นงุบงิบกับเขาด้วยนะ ทั้งที่ปกติออกมาจะทำตัวเอ็มแบบไร้ปากเสียงโดยแท้ อย่างนี้เคาเรียกได้มั้ยว่าพัฒนา? ฮะๆ

#3 By pierce on 2008-12-14 18:19

เจอกันแล้ว เจอกันแล้

ทำเอางงหนักกว่าเดิม อะไรเนี้ย

ตกลงว่าเลิกกันแล้ว

คาเมะรีบ ๆ ลากไปถามเลย คนอ่านก็อยากรู้จะแย่

เรื่องมันเป็นไงมาไงเนี้ย

#4 By nao (202.28.27.6) on 2008-12-14 18:57

เย่ๆๆ มาแล้วๆเห็นปุ๊บก็ปราดมาปั๊บ

เมะเป็นคนมันส์ๆดีเนอะ

ถึงจะนอยไปสักหน่อยก็มองโลกแบบขำๆดี

งวดนี้จินมันมาหลายอารมณ์เนอะ

เห็นมันทั้งเครียด ตกใจ จิตตก เฮิร์ท รื่นเริง และอีกสองสามอย่าง

โอ้วววว มันมีความรู้สึกใช่มั๊ยเนี่ย

เอาละเว้ย กิ๊กเก่ามาเจอกิ๊กปัจจุบัน

เรื่องราวจะเป็นไงต่อไปละทีเนี๊ยะ

ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแต่รู้สึกว่าอ่านจบเร็วจังเลยอ่ะ

อยากอ่านอีก อะไรก็ได้แต่งมาเถอะจ้า จะรอนะจ๊ะ

#5 By nawa_akanish (202.28.7.154) on 2008-12-15 06:22

ทัตจังไม่เห็นเหมือนแฟนจินเลย
สภาวะแบบนี้จะทักว่า"เฮ่ จิน"ได้เชียวหรือ
ดูเธอร่าเริงเกินไปนา
จินอำน้องแน่ๆเลย
แล้วที่ทัตจังบอกไว้ในตอน 3 ว่าอย่าลืมพรุ่งนี้
คือคืนที่จินลืมโทรศัพท์ไว้ชิมิ
ชอบน้องแบบรวนๆเกเรๆยังงี้จัง น่าร้ากกกก

ฉากพระเอกรอรับนายเอกอยู่เชิงบันได
น่าจะบรรยายชุดที่น้องใส่ แล้วก็ให้พระเอกตะลึงซักหน่อยจะได้บรรยากาศหนังไทยเลยน้องแจน

แล้วตกลงน้องได้ย้อมคิ้วไหมจ๊ะ
พี่จินให้ย้อม น้องเลยไม่ย้อมทั้งที่มีน้ำยาเหลือยังงั้นรึเปล่าเฉลยทีนะน้องแจนจ๋า

#6 By inpurplethief (202.57.146.188) on 2008-12-15 13:37

อยากอ่าน เข้ามางี๊ด ๆ เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วจะมาอินนะคะ >/////<

#7 By kaname (58.137.15.211) on 2008-12-16 15:18

กรี๊ดดด ในที่สุดดดด สองคนนี้ก็ได้มาเจอกันซะที
เป็นฉากที่โดนใจอย่างยิ่งงง เจ๋งงง

ทัตจังดูร่าเริง เพิ่งจะเลิกกันจริงรึ??
มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่านั้นป่าวหน๊อออ

จินเฮิร์ท???? โอววว คาเมะปลอบด่วน
เหมือนน้องเมะเราจะเริ่มๆ จะรักคุณจินซะแล้ว


ปล. ชอบคาแรกเตอร์จินเรื่องนี้จังเลยคับ

#8 By rei (58.9.48.77) on 2008-12-16 20:36

หึงนะคาเมะ - -"


ฮ่าฮ่า
ทำมางอแงงงงงง!

ไม่ไปด้วยนี่มันหึงย่ะ


ชริ




หงุดหงิดจินนนนนนนนจังเลยค่ะ



ทำไม๊ทำไมมมม!!
เงียบอยู่นั่น

อ๊ากกกกกกกกกกก


(ดูร้อนรนเกินนางเอกมว๊าก - -")




----------------------


จะเที่ยง เดี๋ยวกลับบ้านมาอ่านต่อค่า


ติดจังเลยยย
ฮี่ๆ

#9 By N' Pepper on 2008-12-17 11:43

กริ๊ดดดดดดดดดดดด

เกลียดพี่ทัตสึยะค่ะ!



(นิสัยมารร้ายตัวจริงมันน้องพริกไทยนี่เอง)

ฮ่าฮ่า

ไม่ได้ดั่งใจเล้ยยย อิพี่จิน!



แถมเมาด้วย อู็...........ว




คาเมะ...พี่จินมันไม่ไหวที่จะเคลียร์นะคะ

แอร๊ย~



(เซ็งพี่จนมากกว่าพี่อุเอมากกกกกกค่ะ!!!)

มันจะเจ็บปวดรวดร้าวรานอะไรขนาดน้าน~


หงิ!



ต่อไวไวนะค้าาา

อยากอ่านต่อจังเล้ยยย~

#10 By N' Pepper on 2008-12-17 20:22

ตอนนี้อ่านได้ลื่นไหลมาก ไม่รู้เพราะว่าจินยอมเปิดปาก(จิกกัด)มากกว่าเดิมหรือเปล่า ได้ใจจริงไอ้กัดเขาหน้าตายเนี่ย ทำโดยธรรมชาติหรือตั้งใจ(คาดว่าอย่างหลัง)
ถ้าให้นิยามง่ายๆก็ดูจะเป็นคู่(ยังไม่)รักคู่กัด แต่คำพูดปะทะกันได้เฉียบมาก มันดี open-mounthed smile

ประทับใจคุณประธานเห็นความเป็นยอดคนมากๆก็ตอนออกงานนี่แหละ
ทัตจังก็ใช่ย่อย พูดกับจินสองประโยค แต่ซ่อนความนัยความสนิทสนมให้คาเมะได้ยินตลอด พร้อมกระทบจินได้ด้วย สามารถ
นิสัยไม่ธรรมดา คาเมะเจอศึกหนักไม่น้อยแน่ๆ แถมเปิดได้เฮมากๆ ชอบบุคลิกทัตจัง เหอๆ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคนชื่อทัตซึยะ
เท่าที่คาดการณ์การปฏิกิริยาของจิน เหมือนทัตจังจะเป็นตัวจริง(ถ้าไม่แกล้งคนอ่านเล่นนะเออ) ทำเอายอดมนุษย์ทรุดได้(บวกฤิทธิ์น้ำเมาไปด้วย)
แต่จากฝั่งอุเอ้นี่มันยังไงๆ

คาเมะก็ควรเพลามือกับคนเมาหน่อยนะคะ ใส่เต็มที่เชียว
รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อค่ะ :D

#11 By TarRu_NT (117.47.9.145) on 2008-12-19 02:18

อ่าวว


เลิกซะงั้นน

งง!?!

#12 By WanNY (125.25.251.169) on 2009-02-03 18:31

ทัตสึยะย้ำมากๆเลยอ่ะว่าป็นเพื่อน

เหอๆ

แต่คาเมะคงเป็นคนที่อึ้ง ตกใจที่สุดอ่ะ

อิๆ

#13 By kame-chan (222.123.30.111) on 2009-03-07 09:54

จินน้อยผู้น่าสงสาร
คาเมะนี่ก็โหดเหลือเกิน
แทนที่จะห่วง กลัวอธิบายไม่ครบซะงั่น - -

เป็นการพบกันที่คาเมะดูหมดความสง่าลงไปทันที....

ขอบคุณนะคะ

#14 By BeLLe (58.137.54.40) on 2009-05-05 14:42