[Un] Perfect Continuous - Part 9
posted on 08 Jan 2009 01:32 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 09
Character:
Jin
x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
9 # Inverse
เคยเห็นเด็กเล็กๆ แกล้งกันไหม
ถ้าคนหนึ่งตี...อีกคนหนึ่งก็จะตีกลับ
ตีกันไปตีกันมา ไม่มีใครยอมให้อภัยกันเสียที
มีคนมากมายบอกว่า ‘อุเอดะ ทัตสึยะ’ เป็นคนแปลกๆ
ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือคนที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ใครๆ ก็ต่างบอกว่าชายหนุ่มเป็นคนที่ไม่ปกติเท่าไร ทั้งการแสดงออกหรือความคิดก็ล้วนแต่ไม่เหมือนใคร
อาจจะเพราะอารมณ์ศิลปินในตัว หรืออาจจะเพราะชอบมองในมุมที่ใครอื่นมองไม่เห็น...
เสียงซุบซิบนินทาจากข่าวลือสดใหม่ที่ใครๆ ก็ต่างให้ความสนใจไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แม้จะทำเป็นไม่ได้สนใจ แต่ทัตสึยะก็ได้ยินคนพูดเรื่องนี้กันทั้งตึกอย่างไม่ไว้หน้าผู้ตกเป็นข่าว
...แม้เจ้าตัวจะไม่ใส่ใจก็ตาม
ประเด็นร้อนที่เป็นที่คันปากในวันนี้ก็คงไม่พ้นข่าวลือเรื่องของนักร้องนำอักษรย่อตัว A ที่ดันผ่าไปแคสติ้งละครโดยไม่บอกทางค่าย จนเป็นที่ไม่พอใจของผู้ใหญ่เนื่องจากบทที่ได้รับเลือก
โครงร่างที่คุ้นตาเดินออกมาจากลิฟต์ที่เพิ่งเลื่อนลงมาจากชั้นของบอร์ดบริหาร ลีดเดอร์ชะงักเท้าและหยุดทักทายอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม
“อยากเล่นบทเลิฟซีนขนาดนั้นเลยหรือ”
อาคานิชิ จินเงยหน้ามองเจ้าของคำพูดหยอกเย้าที่มีรอยยิ้มขบขันอยู่เต็มปาก ก่อนจะเหยียดยิ้มและโต้กลับไป
“แน่สิ...มันดีกว่าบทนักเรียนเกเรตั้งเยอะ เรื่องนั้นนางเอกคู่ฉันก็ไม่มี”
“อา...ได้เป็นพระเอกเต็มตัวด้วยสินะ”
“ใช่ ไม่ต้องโดนใครแย่งเด่น”
ทัตสึยะหัวเราะกับประโยคล้อเล่นตามแบบฉบับที่คุ้นเคย พลางคิดในใจว่าถ้าหากพวกเจ้ากรมข่าวลือมาได้ยินคงต้องนำไปเป็นฮอตนิวส์ภาคบ่ายเป็นแน่
เจ้าของข่าวดังขอตัวกลับก่อนเมื่อทราบจากหัวหน้าวงว่าวันนี้ไม่มีซ้อมต่อ ชายหนุ่มร่างเล็กนึกอยากจะเอ่ยเตือนเพื่อนตัวโตเสียบ้างว่าการเที่ยวหนักแบบนั้นมันมีผลต่อสุขภาพ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยยุ่งกับใครจึงได้หยุดลงแค่ความคิดวูบหนึ่งเท่านั้น
ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าคงไม่จำเป็นต้องได้รับคำสั่งสอนอีกแล้ว ทัตสึยะเชื่ออย่างนั้น ไม่ใช่เพราะตัวเลขที่กำหนดว่าบรรลุนิติภาวะ หากแต่เป็นความเป็นตัวของตัวเองที่มากล้นยิ่งกว่าใคร
อาคานิชิ จิน อาจจะเป็นแค่เด็กหนุ่มนักเที่ยวอารมณ์ร้อนเอาแต่ใจและไม่ยอมโตเสียทีในสายตาคนอื่น ที่คิดว่าควรจะรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานและวงให้มากกว่านี้ แต่สำหรับเขาแล้ว คนที่รับผิดชอบต่อจุดยืนแห่งความเป็นตัวเองนั่นแหละ คือผู้ใหญ่ที่แท้จริง
หัวหน้าวงผู้เฉยชาถอนหายใจอย่างชาชินก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องซ้อมของวง
...ก็เป็นเสียอย่างนี้ล่ะนะ...
ทัตสึยะเดินกลับเข้าไปในห้องซ้อม ยูอิจิเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะเอ่ยคำทักทายสั้นๆ ด้วยรอยยิ้ม ผิดกับคาซึยะที่เพียงปรายตามามองก่อนจะหันไปสนใจเครื่องมือสื่อสารในมือต่อ แต่คนที่เพิ่งเข้ามาก็ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางนั้นแต่อย่างใด
หัวหน้าวง KAT-TUN เดินไปค้นหาสมุดจดงานในกระเป๋าตัวเองพลางคิดถึงงานในวันพรุ่งนี้ทั้งของตนและคนอื่นๆ แต่แล้วก็ต้องถูกขัดจังหวะเมื่อมีเสียงเรียกดังขึ้น
“เอ้อ...อุเอดะ”
หันไปมองด้วยคำถามในแววตา แม้จะพอเดาได้อยู่ว่าคำถามคืออะไร
“เรื่องที่ว่าอาคานิชิจะเล่นละครเรื่องที่ค่ายไม่เห็นด้วยน่ะ จริงหรือ?”
ไม่ตอบอะไรแต่ก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วหมุนตัวไปมองคนตั้งคำถามเต็มตัว ยูอิจิจึงเดาคำตอบได้ไม่ยากแม้สีหน้าของคนคนนี้จะไม่เปลี่ยนไปเลยก็ตาม
“หมอนั่นไม่ควรทำอย่างนี้เลยจริงๆ”
มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาก่อนจะหายวับไป ทัตสึยะเหลือบไปมองคนที่ยังก้มหน้าอยู่กับมือถือ แม้ปลายนิ้วจะหยุดขยับไปตั้งแต่คำถามแรกถูกเอ่ยออกมา
“หาเรื่องใส่ตัว...ใส่วงเปล่าๆ มันคิดจะทำอะไรก็ทำอย่างนี้ ไม่คิดถึงใครบ้างเลย”
“นายจะสนใจอะไรล่ะ นากามารุ” ทัตสึยะกล่าวออกมาด้วยท่าทีไม่อนาทรร้อนใจผิดกับคนที่ตำหนิบุคคลที่สามออกมาด้วยความรู้สึกกังวล “...เวลาโดนด่า มันก็โดนเดี่ยวอยู่แล้ว”
“แต่มันก็กระทบต่อทั้งหมดนะ...นายจะพูดง่ายๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ลีดเดอร์โคลงศีรษะแล้วจึงจะเอ่ยปากโต้ตอบ แต่ก็โดนตัดหน้าด้วยคนที่แกล้งเป็นไม่สนใจเสียก่อน
“อย่าไปสนใจเลย นากามารุ”
คาซึยะยังคงไม่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ สีหน้าก็ยังคงนิ่งเฉยไม่ผิดปกติ เพียงแต่แววตาเท่านั้นที่ดูวุ่นวายใจ
คนอาวุโสในวงหันไปมองน้องเล็กด้วยความคิดที่แตกต่าง ยูอิจินึกห่วงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ต่างกับทัตสึยะที่กลับนึกสนุกขึ้นมาเสียเฉยๆ
“ใช่...ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก...สนแต่เรื่องของตัวเองเถอะน่า”
ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้คนก่อรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด สมุดงานถูกหยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างใจเย็นแม้บรรยากาศจะหนักอึ้งจนน่าเดินหนี
สำหรับตัวเขาแล้ว...การกระทำของจินไม่ได้ส่งผลกระทบให้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย ผิดกับยูอิจิโดนสิ้นเชิง
ถ้าเปรียบเทียบกับคนอื่น ทัตสึยะกับยูอิจิก็ดูจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันในวง ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันและความที่บ้านอยู่ใกล้กันจึงต้องกลับบ้านด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโต
แต่หากจะพูดถึงมุมมอง...ทั้งคู่คงจะตรงข้ามกันไม่ต่างจากสีขาวกับดำ
“ก็มันนะ ชอบก่อเรื่องไม่หยุดไม่หย่อน” คำบ่นพึมพำยังลอยออกมาไม่หยุด แม้จะเพลาน้ำเสียงถือสาลงไปแล้ว
สำหรับยูอิจิ อาคานิชิ จินคงจะเป็น self-center อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือไม่สนใจใครนอกจากตนเอง ทั้งเรื่องของ KAT-TUN เรื่องของค่าย หรือแม้กระทั่ง...เรื่องของคาซึยะก็ตามที
อาจจะด้วยความเป็นพี่ชายคนโต จึงรู้สึกเห็นใจน้องที่กำลังเจ็บช้ำจนเกิดเป็นอคติ
เพราะเข้าใจคาซึยะดี จึงไม่สามารถเข้าใจจินได้ คล้ายๆ กับตัวเขาที่มองออกถึงการกระทำของจิน จึงไม่เห็นความจำเป็นต้องเห็นใจคาซึยะแต่อย่างใด...
นอกเสียจากการนิ่งเฉย
ปัญหาของคนสองคนซึ่งลุกลามและเรื้อรังมาจนถึงตอนนี้ ทัตสึยะไม่รู้ว่ารอยแยกมันเริ่มต้นจากตรงไหน อย่างไร เขารู้ก็เพียงช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้น ทั้งคู่ล้วนเป็นเด็ก
เด็กจนเกินกว่าจะเข้าใจว่าอะไรคือความรัก หน้าที่ หรือความรับผิดชอบ...และเมื่อพบปัญหาจึงไม่อาจจะแก้ไขมันได้ สุดท้ายก็สับสนจนต้องเลือกทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังแล้วก้าวต่อไป ทั้งที่ต้องคอยพะวงอยู่เสมอจนเหมือนคนบ้า
++++++
“เห็นเมลแล้ว...จะโทรมาทำไม”
คำทักทายที่เกือบจะเรียกได้ว่าเสียมารยาทที่สุดในการรับโทรศัพท์ทำให้ทัตสึยะนึกขำไม่น้อย แต่ก็นี่ล่ะ...อาคานิชิ จินตัวจริงที่มีโทรศัพท์ไว้ใช้ราวกับเพจ
“นายไม่ได้ตอบเมลนี่ ฉันจะรู้ไหมล่ะว่านายเห็นหรือเปล่า”
“ยังไม่ชินอีกหรือ” ปลายสายตอบมาติดรำคาญ ไม่ได้รู้สึกผิดเอาเสียเลยว่าคนอื่นเขาตอบกลับกันเกือบครบแล้วว่ารับทราบเรื่องการเปลี่ยนตารางของวันพรุ่งนี้
“ชินก็ได้” คนฟังว่าอย่างไม่ถือสา “แต่ตอนนี้ฉันอยากคุยเรื่องเพลงน่ะ”
“...วันก่อนก็คุยไปแล้วไม่ใช่หรือไง” ทัตสึยะได้ยินเสียงกระแทกลมหายใจจากอีกคนชัดเจน
“ไม่ใช่ๆ ฉันจะคุยเรื่องที่นายเคยพูดไว้ตอนฉันจะส่งเพลงโซโล่ของ looking con”
“หา...” จินได้แต่ถือโทรศัพท์ค้างด้วยความอารมณ์เสียเมื่อรู้ว่าโดนรบกวนจากเรื่องเมื่อเกือบเดือนก่อนแบบนี้ แต่คนรบกวนก็ยังคงไม่ยี่หระต่อความไม่พอใจของอีกฝ่ายและพูดต่อไปหน้าตาเฉย
“วันนี้คาเมนาชิบอกว่า ชอบ love in snow ของฉัน”
“...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ”
“ก็ตอนนั้นนายบอกฉันว่า ชอบ pieces มากกว่านี่ ฉันก็เลยอยากรู้เหตุผล”
“ความชอบมันไม่มีเหตุผลไม่ใช่หรือไง...แล้วเพิ่งจะมาอยากรู้เนี่ยนะ”
“ก็อยากรู้...เรื่องเพลงนายน่าจะพูดได้นี่” ทัตซึยะเซ้าซี้อย่างไม่ยอม
“มันก็ไม่ได้มีเหตุผลหรอกน่า...”
อาคานิชิ จิน ถอนหายใจเฮือก ใจหนึ่งก็อยากจะตัดบทแล้ววางสาย แต่สิ่งที่ถูกร้องขอมันก็ไมได้ใหญ่โตอะไร เพียงแต่...มันน่ารำคาญที่จะต้องพูด...ก็แค่นั้นเอง
“...love in snow น่ะ...มันเป็นเพลงของคนที่ไม่ว่าจะยังไง ก็ยังจะรอคอยไปเรื่อยๆ ยังอยากพบ ยังอยากเจอ เป็นความรู้สึกที่อยู่ในหิมะ.......แต่ว่านะ...พอฉันฟังแล้วก็รู้สึกได้ว่าไอ้คนร้องมันปลงได้แล้ว แค่ยึดติดไปเองก็เท่านั้น”
คำอธิบายจิกกัดตามสไตล์อาคานิชิไม่ได้ทำให้คนฟังนึกโกรธ เพียงแต่ยังคงสงสัยไม่คลาย
“แล้ว pieces ล่ะ?”
“มันไม่เหมือนกัน...มันเป็นความฝันของคนที่แอบรักอีกฝ่ายอยู่ข้างเดียว ไม่ใช่ว่าเศร้าสลด แต่เป็นความปรารถนา แล้วก็...นึกอยากจะเจอคนคนนั้นอีกสักครั้ง”
“...ก็เลยชอบ?”
“เปล่า...แค่พูดให้ฟัง แต่ถ้าจะถามว่าชอบเพราะอะไร...ไม่มีเหตุผล จบ”
“...มันเป็นเพลงที่ฉันไม่ชอบเอาเสียเลยแท้ๆ ...”
“ที hesitate ของฉัน ฉันอายจะตาย นายยังหน้าตายเดินมาบอกว่าชอบได้เลย”
“อ้ะ นั่นสิ...” ยอมรับออกมานิ่งๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่หาได้ยากของ อุเอดะ ทัตสึยะ “นายเป็นคนเดียวกับที่แต่ง murasaki กับ care จริงๆ สินะ...”
“มีธุระแค่นี้ใช่ไหม เสียเวลาท่องบทชะมัด”
“ให้มันจริงเถอะ...ท่องแบบไหนกัน ถึงให้ใครเขาเรียกว่าพระเอก 19 เทค”
“แล้วไงวะ”
สัญญาณตัดไปอย่างไม่มีการอำลา ทัตสึยะลดมือลงอย่างชาชินกับการตัดสายดื้อๆ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อหน้าจอก็สว่างวาบด้วยสายเรียกเข้าที่ชื่อคุ้นเคย
“โมชิโมชิ...”
“เห็นเมลล์แล้วนะ...ขอโทษที่ไม่ได้ตอบกลับ พอดีฉันติดสายอยู่” น้ำเสียงแสดงความรู้สึกผิดทำให้อดจะเอาไปเปรียบกับไอ้บ้าเมื่อกี้ไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกคาเมนาชิ”
“ว่าแต่...มีอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนตารางงานกะทันหันแบบนี้ล่ะ”
“ก็...ไม่แน่ใจนะ ฉันไม่ได้ถามผู้จัดการด้วยสิ”
ทัตสึยะชั่งใจอยู่เพียงเสี้ยววินาทีที่เกิดความคิดบางอย่างขึ้น ก่อนที่จะกล่าวออกไป
“น่าจะเพราะคิวละครของอาคานิชิล่ะมั้ง มีแต่ฉากดึกๆ เลยปรับไม่ให้หมอนั่นต้องกลายเป็นซอมบี้ไป”
ช่องว่างในบทสนทนานั้นไม่ได้ทำให้ทัตสึยะรู้สึกอะไรไปมากกว่าความสังเวชใจ...ในยามที่กล่าวอ้างถึงอริ ‘คนสำคัญ’ ทุกๆ ครั้ง
“อืม...แล้วคนอื่นไม่มีใคร...ว่าอะไรใช่ไหม?” เนื้อความเหมือนจะธรรมดา แต่น้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้นเหมือนจะถามเสียมากกว่าว่า...มีใครบ่นอะไรไหม
“ก็ไม่มีนี่...นายไม่สะดวกหรือ”
“ไม่ๆๆ งั้น...แค่นี้ก่อนนะ”
“อื้ม”
“บาย...”
แม้จะลนลานแต่ก็ไม่ลืมที่จะกล่าวลาตามมารยาท...ชวนให้นึกพาดพิงไปถึงไอ้บ้าอีกคนเป็นอย่างยิ่ง
ทัตสึยะโคลงศีรษะซ้ายขวา อย่างไม่รู้จะว่าอย่างไรดี...ทั้งที่คาซึยะก็ไม่ได้ตอบเมล แต่เขาก็ไม่คิดจะโทรไปถามก็เพราะเป็นคาซึยะ ...ด้วยความรับผิดชอบที่เหลือล้น ถ้าหากเป็นเรื่องงานแล้วล่ะก็ ต่อให้ไร้การตอบกลับ ไปนึกห่วงเอาในนาทีสุดท้ายก็ยังทัน
อาจจะเพราะความแตกต่างอันมากมายมหาศาลนี้ก็เป็นได้ ที่ทำให้ทั้งคู่มองปัญหาและเลือกวิธีที่ต่างกัน...
แต่นั่นก็คงไม่แย่เท่า...ที่มันเป็นความต่างโดยขาดความเข้าใจ
เส้นขนาน?
ไม่ใช่...
จุดหักเห?
ถ้าเป็นคนรู้จักหรือเป็นเพื่อน ความแตกต่างคงไม่สร้างความร้าวฉานมากนัก แต่ความรักก็เป็นเหมือนแก้ว สวยงามล้ำค่า...ทว่าเปราะบาง
หากไม่ได้เป็นอย่างที่อีกฝ่ายอยากให้เป็นหรือเพียงแค่มีความฝันที่สวนทาง
...ก็คงยากที่จะประคองแก้วไว้ไม่ให้แตก...
จินรักคาซึยะหรือไม่ เขาไม่รู้... แต่เขาเชื่อว่าระหว่างทั้งคู่ มันยังไม่จบลงแค่ตรงนี้ อนาคตที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าแม้จะยังมองไม่เห็นแต่ยังมีทางให้เดิน จะคุ่มแค้นเสียใจก็อาจจะเร็วเกินไป
อย่างไรซะเขาก็เป็นเพียงคนนอก ปัญหาของคนสองคน... ก็ต้องแก้โดยคนสองคน
ขอเพียงไม่ยึดติดอยู่กับตัวเอง และมีใจรัก...อย่างที่คิดว่ารัก ได้จริงๆ เสียที ถ้าไม่เช่นนั้นแก้วใสก็คงหลุดจากมือ และแตกกระจาย...โดยไม่มีใครหันกลับไปมองจริงๆ
จินอาจจะเลือดเย็นสำหรับคาซึยะ แต่มันอาจจะเป็นความปราณีถึงที่สุดแล้ว...หากสิ่งนั้นไม่ใช่ความรักดังที่หวัง...
คาซึยะไม่ควรโกรธเลยสักนิด หากไม่คิดเพียงแต่ว่าจินไม่เคยรัก และลองคิดย้อนกลับไปบ้างว่าตัวเองรักจินหรือไม่
มันอาจจะเป็นความคิดที่เย็นชา...แต่ก็เพราะเย็นชาเขาจึงยังวางเฉยได้จนถึงวันนี้
++++++
เสียงโต้ตอบที่ได้ยินแว่วมาจากในห้องทำให้ทัตสึยะขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่นัดไว้รวมตัวกันเพื่อขึ้นรถบัสไปเชียร์วอลเล่ย์ ชายหนุ่มเดินเลี่ยงไปอีกฝั่งโดยไม่คิดจะถามไถ่ถึงชนวนของการปะทะคารมในครั้งนี้
สมาชิกวง KAT-TUN ทะเลาะกันบ่อย...แต่ไม่แรง ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องไร้สาระกับความขัดแย้งกันนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาคนเอาแต่ใจ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะใส่ใจนัก...ต่อให้คู่กรณีในครั้งนี้จะแปลกตาอยู่บ้างก็ตาม...
เอาสิ เชียร์กีฬาเพื่อความสามัคคี แต่พี่ชายใหญ่ผู้รักสงบดันมาขึ้นเสียงแข่งกับไอ้เลือดร้อนนี่ซะอย่างนั้น
โคคิหันมาทางลีดเดอร์ผู้ทำเป็นไม่สนใจ การชักชวนให้เข้าร่วมรู้เห็นในการพิพาทนั้นเป็นสิ่งที่ทัตสึยะไม่ต้องการ แต่ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อขาแร๊พยื่นแผ่นกระดาษมาตรงหน้า
“เห็นเนื้อเพลงหรือยัง...Will be alright ที่ไอ้ติสต์แตกนั่นแต่ง”
“...อา...” หัวหน้าวงครางอย่างไม่รู้จะพูดว่าอะไร แม้จะรู้สึกขำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “ไวยากรณ์ดีขึ้นนี่”
“แหงล่ะ...ได้ชี้ใหม่อย่างจิมมี่เป็นที่ปรึกษานี่”
ทัตสึยะหัวเราะกับคำกระแนะกระแหนพร้อมกับเงยหน้าจากแผ่นกระดาษ แต่ก่อนที่จะได้ออกปากโต้ตอบก็กลับมีคำถามดังมาจากหนึ่งในคู่กรณีเมื่อครู่
“อุเอดะ...นายได้ยินข่าวของอาคานิชิหรือยัง”
“เรื่องไหน?”
“ทำไมถึงไม่มีใครสนใจกันเลย...” ยูอิจิกระแทกลมหายใจ “ผู้หญิงคนนั้นไง...อุเอฮาระ ทาคาโกะ วงspeed”
“อ่อ...รู้แล้ว ดังนะ ข่าวหมอนั่นน่ะ” ทัตสึยะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงนิตยสารตามแผงหนังสือ “ว่าแต่เจ้าตัวหายไปไหนซะล่ะ”
“ก็จะไปไหนล่ะ...ปีนี้เข้าๆ ออกๆ ห้องตาลุงนั่นอย่างกับห้องนั่งเล่น” โคคิแค่นหัวเราะ
“ฉันไม่เห็นว่ามันจะน่าตลกตรงไหนเลย”
“ใช่...มันไม่ใช่เรื่องตลก นากามารุ” คนใจร้อนตอบกลับทันควัน “ไม่ได้มีแต่นายกับคาเมนาชิหรอกนะที่เป็นห่วงวงน่ะ”
“...ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
ทัตสึยะกระพริบตาให้กับการปะทะคารมตรงหน้าสองที ก่อนจะหันไปมองที่ประตูเมื่อรับรู้ได้ว่ามีผู้มาเยือนคนใหม่
อาคานิชิ จิน ยืนกอดอกมองอยู่เงียบๆ ที่ประตู...โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้คนที่กำลังทุ่มเถียงกันอยู่ไม่รู้ว่าคนที่กำลังพูดถึงได้มายืนฟังคำวิจารณ์อยู่ไม่ไกลเลย
...แถมพกด้วยการสวมหมวกสีเทาใบเดียวกับในข่าวไม่ผิดเพี้ยน ช่างไม่อินังขังขอบกับอะไรเสียจริงๆ ...
“...ไม่ต้องเลย...ทำมาพูด พออยู่ต่อหน้าหมอนั่นนายก็ไม่พูดอะไรอยู่ดี ดีแต่ทำหน้าเมื่อย แน่จริงก็ไปเคลียร์กับมันตรงๆ สิวะ ไม่ต้องมัวแต่เก็บกลับไปนั่งเครียดกับคาเมนาชิ”
“ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย”
“ก็แล้วนายกล้าที่จะไปพูดกับอาคานิชิตรงๆ ไหมล่ะ ว่าให้เลิกหาเรื่องปวดหัวให้พวกเราได้แล้ว”
“แต่ละคนก็โตๆ กันแล้ว มันไม่ใช่หน้าที่ฉันที่ต้องมานั่งบอกว่าอะไรควรไม่ควร”
“หรือ...งั้นทำไมไม่คิดบ้างวะ ว่าคาเมนาชิก็โตแล้ว ด่ามันบ้างสิ เวลาที่มันทำอะไรทุเรศๆ น่ะ เอาให้ได้สักครึ่งที่นายบ่นถึงอาคานิชิบ้าง”
วาจาเผ็ดร้อนนั้นทำให้ยูอิจินิ่งอึ้งไป พร้อมกับที่ทัตสึยะต้องเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจการเชื่อมโยง...จากเรื่องของจินคนเดียวกลายมาเป็นอคาเมะได้อย่างไร
“อะไรล่ะ ที่คาเมนาชิทำทุเรศอย่างที่นายว่า” ยูอิจิคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ต่อปากต่อคำกับหนุ่มเลือดร้อนของวงไม่ยอมหยุด
“อ่าว...ก็อย่างดรีมบอยไง ปีที่แล้วเสนอตัวไปขอบทมาเล่นยังไม่พอ ปีนี้ยังจะทำตัวว่าข้าน่ะทายาททักกี้เสียเต็มประดา” โคคิทำเสียงขึ้นจมูก “นั่นมันทุเรศกว่าที่อาคานิชิไปเล่นอเนโกะอีกไม่ใช่หรือ?”
“มันไม่เหมือนกัน...”
“แล้วไหนจะเรื่องอคาเมะอีก แม่งก็โรคจิตหาเรื่องใส่ตัวกันทั้งคู่นั่นแหละวะ แต่ฉันว่า...คาเมนาชิมันตอแหลมากกว่านิดหน่อย ทั้งตอแหลหน้ากล้อง แล้วยังทำมาเป็นสะดีดสะดิ้งหลังกล้องอีกต่างหาก”
ประโยคที่จี้ใจให้คนที่ได้ยินต้องชะงักไปอีกครั้ง ทัตสึยะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดอย่างที่ไม่เคยคาดคิดว่าโคคิจะมีมุมมองแบบนี้อยู่ด้วย ก่อนจะหันไปสบตากับจินที่ยืนยิ้มอยู่ที่ประตู
ไม่แปลกใจเลยที่นักข่าวจะชอบยุ่ง...ก็ขนาดคนในวงยังเอามาพูดกันได้เลยนี่นะ...ลีดเดอร์หัวเราะออกมาเบาๆ กับความคิดที่ฉายชัดผ่านสายตาของนักร้องนำ ก่อนจะประหลาดใจอีกครั้งกับการปรากฏตัวของสมาชิกอีกคน
“ไม่มีเรื่องอื่นจะคุยกันแล้วหรือ...” เสียงในลำคอเหมือนกับจะพูดกับตนเองนั้นดังเพียงกระซิบ แต่ในห้องที่มาคุด้วยความเงียบก็ทำให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
“นายมาสายนะ...ทางุจิ” ยูอิจิกล่าวเรียบๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามากลางห้อง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ายังมีอีกคนอยู่ตรงประตู
“นายมีหน้าที่บอกฉันหรือไง...ถ้าจะบอกใครสักคนน่ะ คนคนนั้นน่าจะเป็นคาเมนาชินะ” จุนโนะยิ้มเยาะ
“ถูก...พักนี้ไอ้เด็กดีของตาลุงมาช้าบ่อยนะ” โคคิสำทับอย่างรวดเร็ว “อ้อ...ใช่สินะ เวลาของลูกรักเขามีค่าดังทอง งานรัดตัวจนกระเดียดเวลามาล่วงหน้าครึ่งชั่วโมงไม่ไหว”
“ทานากะ...นายไม่พอใจคาเมนาชิขนาดนั้น?” ทัตสึยะถามออกมาอย่างสงสัย ที่แร๊พเปอร์ของวงกล่าวโจมตีน้องสุดท้องหนักน่าดู
“เปล๊า... ฉันแค่พูดตรงๆ ว่ะ ด่าเท่าเทียม ใครเฮงซวยตรงไหนก็ว่าไปตามนั้น ไม่มีอคติ”
“ฉันไม่ได้มีอคตินะ”
“งั้นเหรอ...นากามารุคุง”
ลากเสียงยานคาน อย่างเหนื่อยหน่าย
“งั้นทำไมเวลาเกิดเรื่อง แกหาช่องแก้ต่างให้คาเมนาชิได้ แต่พูดให้อาคานิชิไม่ได้ ...ไม่ใช่เพราะคาเมนาชิมันเป็นน้องชายผู้น่าสงสารของแก แต่อาคานิชิเป็นไอ้วายร้ายจอมรังแกหรือวะ”
ทัตสึยะเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็สำนึกได้ก่อนว่าไม่เข้ากับบรรยากาศที่เป็นอยู่
หากบางครั้ง...การพูดจาอย่างตรงไปตรงมาก็สะกิดสิ่งที่อยู่ในใจอย่างเข้าเป้าที่สุดจนอดขำแทบไม่ได้ เมื่อพบว่าตนไม่ใช่คนเดียวที่คิดไปเองว่าน้องเล็กของวงก็ออกจะติดโรคซินเดอเรลล่าซินโดรมอยู่ใช่น้อย
"แกคิดใช่มั้ยล่ะ ว่ามันไม่แปลกที่คาเมนาชิจะเกลียดจิน แล้วก็ไม่ผิดที่จะทำอะไรประสาทๆ เพราะความโกรธเกลียดนั่น แล้วทำไมแกไม่เคยคิดวะ ว่าจินมันก็ชอบธรรมที่จะบ้าแล้วจองเวรกลับได้"
เพราะนี่คือชีวิตจริง...ไม่ใช่นิทานก่อนนอน
คำถามที่โคคิซัดมายาวเหยียด แสดงให้เห็นว่าตัวเอกไม่ได้เป็นฝ่ายถูกกระทำเพียงข้างเดียว หากก็ร้าย...ไม่ผิดกัน ความจริงจึงไม่มีเจ้าหญิงเจ้าชาย แม่เลี้ยงใจร้าย หรือนางฟ้าผู้อารี...คาซึยะไม่ใช่คนที่น่าสงสารที่สุด...และก็ไม่มีใครทั้งนั้นที่น่าสงสารที่สุด
การถูกเห็นใจไม่ได้หมายความว่าจะทำทุกสิ่งได้ตามใจโดยไม่ผิดบาป
จินอาจจะเคยทำให้คาซึยะเจ็บช้ำ...แต่คาซึยะมีสิทธิ์เพียงไหนจะทำให้ใครเจ็บคืน
ไหนยังบรรดาตัวประกอบอีกเล่า ผลจากความแค้นที่แปรเป็นการแข่งขันและความทะเยอทะยาน KAT-TUN ใช่สมรภูมิแห่งสงครามส่วนตัวของใครหรือ
“พอเถอะ”
ทัตสึยะหัวเราะเบาๆ
“เลิกพูดเรื่องที่พวกเราไม่รู้จริงดีกว่ามั้ง”
สิ้นสุดคำห้ามที่ไม่มีพาวเวอร์ใดพอจะให้ใครทำตาม หนึ่งในเหยื่อผู้ถูกนินทาก็ก้าวเข้าห้องมาราวกับรู้จังหวะเป็นอย่างดี จินสาวเท้าเร็วๆ แล้วก็ทิ้งตัวลงกับโซฟาเหมือนคนที่ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ชายหนุ่มมิได้สบตาใคร แม้จะตกเป็นศูนย์รวมสายตาทุกๆ คู่...ไม่เว้นแม้แต่ทากุจิคนถือตัว
ความเงียบถูกทำลายด้วยเสียงโยนกระเป๋าลงโต๊ะ ยูอิจิกับโคคิยกมุมปากหันหน้าหนีด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น...ทัตสึยะจึงเห็นว่าเป็นโอกาสของตนเอง
ลีดเดอร์วางเนื้อเพลง ‘Will be all right’ ลงกับโต๊ะ ก่อนจะหยิบเอากระดาษสองสามแผ่นจากกระเป๋าตัวเองขึ้นมา
“เพลงใหม่...อยากให้ช่วยออกความเห็น”
เนื้อเพลงถูกยื่นมาจ่อตรงหน้า จินมองแผ่นกระดาษสลับกับหน้าเจ้าของก่อนจะเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ ทัตสึยะลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งใกล้ๆ ท้าวคางรอคำวิจารณ์
ใครๆ ก็ว่างานโปรโมตการแข่งขันวอลเล่บอลล์คราวนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเรื่องเดบิวต์ เหมือนกับนิวส์ที่ฟลุ๊กได้เป็นยูนิตถาวรจนถึงปัจจุบัน เพราะอย่างนั้นถ้ามีเวลาก็ควรสะสมเพลงเอาไว้ให้มาก
ต่อให้ถูกหลอกให้หวังลมๆ อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย...
ขอแค่ไม่มีใครชิงลาออกเสียก่อนอย่างที่ขยันขู่
“...ไม่คิดจะตำหนิอะไรฉันอย่างคนอื่นเขาบ้างหรือไง”
สุดท้าย...คำพูดเบาๆ ที่หลุดออกมาก็เป็นคนละเรื่องกัน แต่คนที่ควรจะผิดหวังก็กลับไม่ถือสา
“ฉันเคยด่านายไหมล่ะ”
“นั่นสินะ...ฉันลืมไปว่านายมันไม่ปกติ”
“แน่สิ...ฉันเห็นแฟรี่นะ”
ทัตสึยะไม่ได้เข้าข้างใคร และก็ไม่สนว่าใครจะคิดอย่างไร
เพราะเย็นชาจึงยังวางเฉย...หรืออาจเพราะเข้าใจจึงไม่อยากแตะต้อง
แต่ที่แน่ๆ... ถ้าหากยึดติดแต่กับเพียงความรัก ก็ต้องได้รับผลกระทบจากความรัก
เพราะบางครั้งความรักอย่างเดียวมันก็ไม่เพียงพอ
ถูกไหม...แค่รัก...มันไม่พอหรอกนะ
เพราะทั้งผมทั้งเขาก็มัวคิดแต่ว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน
จึงไม่มีใครยอมหยุดเสียที
สุดท้าย...เด็กน้อยทั้งสองเลยได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่
++++++
END 7#inverse ,TBC
TALK
สวัสดีปีใหม่ค่า~
ตอนแรกว่าจะอัพก่อนปีใหม่...แต่ไม่คาดฝันว่าคอนควีนมันจะยาวขนาดนั้นเลยแต่งไปก่อนไปเที่ยวไม่ทัน TT TT (ชริชริ)
สำหรับตอนของทัตจัง [อันเป็นที่รักยิ่งของคนแต่ง 55+ << โคตรลำเอียง] จะสังเกตได้ว่าพี่คิแอบมีบทเนื่องจากตอนที่แล้วพี่คิโดนทัตจังแทรกแซงทางการเมืองไป ตอนนี้เลยกอบกู้เอกราชความเท่าเทียมคืนมาให้ หุหุ จริงๆ ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าแต่งยาก...เพราะข้อมูลด้านเวลากับอะไรหลายๆ อย่างมันยุ่งมาก ทำเอามึนตึ๊บกันไปข้าง [ขอขอบคุณบุคคลรอบตัวและกูเกิ้ลแอนด์วิกิใน ณ ที่นี้ด้วยค่ะ]
ในตอนนี้มุมมองของทัตจังก็คงจะ inverse สมชื่อตอนจริงๆ ^ ^ ฮ่าๆ ย้ำอีกครั้งว่าแต่ละตอนมันเป็นมุมมองของแต่ละคน มันก็มีอคติผสมปนเปกันไป ช่วยเหลือตัวเองนะคะ (จะดีหรือ... แต่มันก็ต้องอย่างนั้นอ้ะ เอิ๊กๆ)
อ้อ...แล้วที่หายหัวไปนาน...เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานโรงเรียนและกีฬาสีน่ะค่ะ ฮะฮะ พอจบงานก็สอบต่อทันที พอมาตอนนี้ก็แก้แล้วแก้อีก บวกกับเพิ่งโดนหมอสั่งห้ามใช้คอม เลยเยิ่นเย้อต่อเนื่องมานานเลยล่ะค่ะ แต่สุดท้าย...ตอนทัตจังตัวแม่[?] ก็จบลงด้วยดีแล้ว 55+
เจอกันอีกครั้งตอนหน้า...คราวนี้จะเอาอะไรมาตีแผ่ต่อไปก็รอลุ้นกันนะค้า~
ป.ล.
ขอโฆษณาคอนควีนออฟไพเรท [ประหนึ่งได้ค่าคอมฯ]...คอนนี้...เคเอ
ทีที ยูเอ็น ม๊ากกกกกกกกกกกกกก~ อยากจะบอก 55+!!!! ตายในกับท่อนแร๊ปคู่ทีที
กับการแถใส่กันของยูเอ็น แอร๊ยส์~~~ [หนึ่งในสาเหตุที่อู้ไม่ยอมแต่งฟิค
เหิกๆ...] ใครได้ดูแล้วคงเข้าใจนะคะ มันพีคมากจริงๆ
คอนนี้ทัตจังน่ารักสุดๆ อารมณ์ดีวิ่งเล่นกับยูอิจิด้วย โฮก!
คู่ทีทีก็ใช่ย่อยยยยยย แอบเล่นกันอยู่ข้างหลัง เห็นนะเฟร้ย!
สุดท้ายนี้...peaceful day! KA-TT-UN!! BANZAI!!!! <<< เขาว่า อย่าถือคนบ้า
อย่าว่าคนเมาค่ะ...
(ถึงฉันจะเห็นด้วยกับแก
แต่ไม่ต้องลั้นลาขนาดนี้ก็ได้นะ -*- )
[[อ่าๆๆ แวร์ๆ ก็แวร์ๆ (ไหนๆ ก็ไหนๆ) ขอให้พื้นที่ในการประชาสัมพันธ์นิดนะคะ คือว่า... แจนนั้นมีโครงการรีปรินท์ฟิกเรื่อง Korean Fiction [JinxKazuya] อยู่ค่ะ หลายคนคงเคยได้เห็นแล้ว แต่ขอพูดอีกรอบเผื่อใครยังไม่รู้เนาะ ถ้าสนใจแว่บเข้าไปดูในเอนทรี่ http://asuka-jan.exteen.com/20081214/korean-fiction นี้ได้นะคะ หรือถ้าใครยังไม่เคยอ่านเลยยยย ก็ลองๆ เข้าไปอ่านได้เหมือนกันนะคะ ลิงค์ก็อยู่ทางขวามือนี่แล ครบทุกตอนไม่มีกั๊กเลยล่ะ ^^ ขอบคุณค่ะ]]
Comment
`Rii,, 369` - เห...ยามะพีไม่น่ารักหรือคะ คนแต่งกับคนคิดออกจะกรี๊ดกร๊าด >///< อ้ะ แต่เห็นด้วยค่ะ ช่วงนี้พื้นที่เท่าๆ กันแล้ว ดีใจจังเลย~ (ยามะพีเขาทำหน้าที่เพื่อนนะค่า...ก็เป็นอีกคนที่มีอคติ (อันตรงข้ามกับพี่ยูยิ่งยวด) ส่วนเรื่องพื้นที่ ต่อจากนี้อาจจะไม่ต้องเหนื่อยเกลี่ยแล้วกระมัง เนาะ)
zNs - โคคิเป็นคนน่าสงสารนะคะเวลาอยู่ในวง อืม...ยังไงดี เหมือนซวยอยู่คนเดียวอ่ะค่ะ ฮ่าๆ ตอนนี้ก็น๊านนาน ตอนต่อไปก็คงนานอีก แต่อย่าเพิ่งทิ้งกันเลยนะค้า [กล้าพูด] (แต่ตอนนี้โคคิดูไม่ค่อยน่าสงสาร เฮ่อๆ - ส่งสายตาปิ๊งๆ มาช้าก็ยังมาเรื่อยๆ นะเอ้อ)
tita - ข่าวลัทธิแรงจริงค่ะ!! มีความสุขมาก 55+ (และขอให้แรงไปอีกนานเท่านนาน สาธู้....!!)
Shin-ai - อย่าหมั่นไส้ยามะพีเลยนะค้าาาาา เอาจริงๆนะ...มันก็แค่กวนตีนระดับปกติไม่ใช่หรือ เราออกจะชอบง่ะ ว่าแต่...ตอนนี้ทัตจังตัวแม่สมใจไหมคะ 55+ (ใช่ค่ะ มะพีเขาก็เป็นเหยื่อของเรื่องวุ่นๆ คนนึงเหมือนกันล่ะ ส่วนเอ้นั้น...ใช่ซี้ยยยยยยยยยย์ / อย่าเพิ่งงงค่ะ ใช่ซี้ใส่คนแต่งเขาน่ะ ฮ่าๆ)
mao,,*~ - ตัวร้ายอะไรเจ๊ หนูกับพี่แจนออกจะชอบมากกกกก กรี๊ดกร๊าดกันเป็นวันรอคอยให้เจ๊มาอ่านเลยนะ บ้าหรือ จะมีแต่บทของทัตจังได้ไง ตอนนี้พี่คิออกจะเด่น งุงิ >< (ใช่ ฉันชอบมะพีในเรื่องนี้ทีเดียวนะ ส่วนเรื่องเอ้ขี้เกียจพูดว่ะ รอบแรกมานี่ยูเอ็นให้รึ่มเลยเจ๊ขอเผา)
memo - ฮ่าฮ่า ของขึ้นค่ะ แต่พี่คิน่าสงสารนะคะ (พาร์ทนี้ของขึ้นกว่าเก่า แต่ไม่น่าสงสารแล้ว ยูน่าสงสารแทนค่ะ 55)
reeya - คนปราบ? ใครดี? โทมะ? แอร๊ยยยส์ >///< แต่คนนี้ไม่ได้สินะ เพราะคนนี้เขายอมมะพีทุกอย่าง 55+ (เอิ่ม ไปลัทธิพีโทมะใส่เขางั้นแหละจอย แต่ก็น่าสนนะ!!)
harry - คราวนี้นานเอาโล่ซ้อน3 อันเลยค่ะ แหะๆ ขอโทษที่ต่อช้าค่า ถูกค่ะ คัตตุนทุกคนเด่นต่างๆกันไป (ก็เพราะมันเด่นต่างกันนี่แล... ทั้งคาแรกเตอร์เปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน แต่ละตอนต้องเชิญองค์ท่านมาลง ที่สำคัญ คนอีดิทเรื่องมากค่ะ 55 ตรงนี้เลยช้าใหญ่ โกเมนเน้...)
ja ne - แตกต่างแต่ลงตัวค่ะ พวกมันอยู่กันได้จริง และสูบเลือดเนื้อพวกเราได้จริง!! [ซิงเกิ้ลออกถี่ไปไหน!!] (ไม่ถี่ร๊อกกกกก ก็แค่ไวท์คริสต์มาส ต่อด้วยดีวีดีคอน แล้วก็ วันดรอป แล้วจ่อจะมีแทคติกต่อเท่านั้นเอ๊งงงง ปฏิทงปฏิทินไม่ต้องพูดถึง!)
viva - ไม่เร็วว่ะพี่ แต่เสร็จในคืนที่ไปโวยวายให้ฟังเลยนะ ก่อนเที่ยงคืนเป๊ะๆ ตอนตอบเมนท์นี่ส่งให้พี่แจนไปแล้ว 55+ (แต่มันฟินาเล่จริงๆ วันนี้ว่ะจอย)
(ไม่มีชื่อ) - นิ่งๆ แต่คิดเยอะค่ะ ...รู้สึกว่าบางทีความถี่ของการออกซิงเกิ้ลมันอาจจะแซงการต่อฟิคในเร็ววัน [น่ากลัวมาก] (ไม่ใช่ว่ามันแซงอยู่แล้วหรือ)
nao - แต่ช่วงหลังๆมานี่พวกมันก็เล่นกันน่ารักเชียวนะคะ ในคอน QOP นี่คนแต่งตายค่ะ เล่นกันน่ารักม๊ากกก แหกตาดูจนลืมแต่งฟิคไปเลยตอนวันที่30 5555+ (คนอ่านเขาเข้าใจแหละจอย ใช่มิคะ (ทำตาปิ๊งๆ))
kaname - ฮ่าๆ ตอนนี้ยามะพีเก๋ๆ เนอะคะ อยากอ่านผีมะพีด้วยคน~ ป.ล. พี่บัวววว ได้เมลล์เปล่าคะ? จะชวนไปงานโฮมสายอ้ะ ไปนะๆ *-* (มาชวนไปงานโรงเรียนอะไรตอนนี้ บัว พี่รอแพสชั่นอยู่นะ หมอผีจินก็รอ อย่าเงียบๆ ลูกสาวกำนันก็รอนะ)
shisou~ - ตอบเมนท์ไม่ถูกเลยทีเดียว!!...ทำไมทัตจังต้องสั่งโคคิหน้าเหลี่ยม!? แล้วเกี่ยวอะไรกับจินมีพุง!!?!?! [สับสนตอนเที่ยงคืน] (555 เรื่องเก่าช่างมันก็ได้ค่ะ แต่ตอนใหม่เป็นไงบ้างเอ่ย)
rei - ฮ่าๆ กดดันค่ะ~ คนแต่งสนุก~ [เอ๊ะยังไง] (ก็แปลว่าคนแต่งซาดิสต์ไงล่ะ แต่เรื่องสับสนนั้น ไม่ใช่แค่คนในวงค่ะ แฟนๆ ตาดำๆ อย่างเราก็สับโสนนนน)
pierce - แต่ช่วงนี้ก็เท่าๆกันแล้วนะคะ โดยเฉพาะในคอนควีน~ รู้สึกว่าจินเมะดูน้อยๆ ไปเลย (ออกจะเอ้เยอะด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ...โนะคิจงเจริญ!!)
nawa_akanish - ไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะพี่ 55+ กาวตราช้างอาจจะไม่พอค่ะพี่ [ต้องตราเต่าบิน เอ้ย ไม่เกี่ยว] ใครจะม่องก่อนดีล่คะ จิน? เมะ? หรือคนแต่ง? 555+ (ม่องไปพร้อมๆ กันเลยแล้วกัน เฮือก!)
enz=^__^= - นัวสาวในรถ...ไม่เกี่ยว...แต่ฮีเจ๋งจริง 555555+ มีคนสงสารอาคานิชิแล้ว!!! แอบดีใจ 55+ [แอบบอกจิกคาเมะได้เท่มากค่ะ] (ป้องปากดีใจกับเขาด้วย 5555+ จิกเต่าได้ฮามากค่ะ)
ploy@tatchi - พี่พลอยเข้มข้น!! อย่าเครียดค่ะอย่าเครียด จุดนี้ทุกวันนี้มันเท่าเทียมแล้วค่ะ ฮ่าๆ (เห็นด้วยเจ้า...)
akame_tj - ดูเหมือน...ถูกแล้วค่ะ แค่ดูเหมือนเท่านั้น หึหึ ป.ล. อยากโฆษณา คอนควีนค่ะคอนควีน โนะคิม๊ากกกกก เคเอ ทีที ยูเอ็น สุดๆเลยค่ะ!!~~ (อย่าหาเรื่องให้ฉันสิจอย // ร้อนตัว ในฐานะที่ akame_tj เป็นแฟนเรื่องอัพบล็อกเข้มข้น อย่าลืมดูคอนนะคะ!)
MamenosukE^_^ - โอ๊ะ! ขอบคุณค่า ใส่ผิดจริงๆด้วย แฮ่ๆ ขอบคุณนะคะที่ท้วงติงมา (แล้วจะกลับไปแก้ในต้นฉบับนะคะ)
MaKuMi - ตัวแม่ค่ะ!! 55+ พี่คิคิดมากจริงๆ แต่ทัตจังก็คิดเยอะไม่แพ้กันนะคะ (จุดนี้ดูทุกคนคิดมากพอๆ กัน เอิ๊กๆ)

ในวงก็กดดันได้อีกกก อยากจะกรี๊ด T-T
สมกับเป็นลีดเดอร์ของวงจริงๆๆ
เอ๊ย ถ้าสมาชิกในวงแต่ละคน เปิดใจให้กันมากกว่านี้
คงไม่ทำให้ทัตจังปวดหัวเนอะ
ยังไงก็รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
#1 By reeya (61.7.143.145) on 2009-01-08 10:44