ลัทธิ interview

posted on 20 Jan 2009 02:43 by asuka-jan  in unidentified

 

Duet 2009 เดือน 1 หวานตับออกมากอง

สีชมพูคำตอบเมะสีแดงคำตอบจิน เทียบกันให้เห็นๆ

บางข้อราวกับลอกคำตอบกันมาทีเดียว ใช่ซี้ยยยยยยยยยยย!!!

ส่วนบางข้อก็ตรงข้ามกันได้อีก 555+

 

Credit: futari_love

 

 

01 ชอบวันคริสต์มาส

 

อ้า ก็ทุกคนดูจะมีความสุขกันในช่วงคริสต์มาสนี่ครับ

จะว่าไปเมื่อก่อนนี้ผมเคยมีความคิดที่จะเปลี่ยนบรรยากาศของห้องนะครับ ดังนั้นผมก็จะออกไปซื้อพวกไฟตกแต่งที่สีสวยๆ เวลาส่องแสง แล้วทีนี้อีตอนไปจ่ายเงินผมก็นึกขึ้นมาได้กะทันหันว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะจัดปาร์ตี้อะไรสักหน่อย สุดท้ายก็เลยไม่ได้ซื้ออ่ะครับ เอ๊ะ หรือว่าผมควรจะไปซื้อมาดี

อ่า...ผมว่าคริสต์มาสมันไม่ใช่อะไรที่คุณจะเกลียดหรือชอบ

 

02 มีความทรงจำที่สุขหรือเศร้ามากกว่ากันในวันคริสต์มาส

 

เป็นความทรงจำที่แสนสุขทั้งหมดเล้ย!

บ้านของผมมีกันหกคน เพราะงั้นตอนกินข้าวกด้วยกันก็จะเหมือนจัดปาร์ตี้เลย และผมจะเป็นคนซื้อไก่งวงกับเค้กมาฉลอง

ไม่รู้สิ มันเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อน อา...คิดว่าไม่มีความทรงจำที่เศร้าอะไรนะ

จัดปาร์ตี้กับเพื่อนหรือกินข้าวร่วมกับคนในครอบครัว มีเรื่องสนุกๆ มากมาย พ่อกับแม่ให้ของขวัญเราด้วยตอนเด็กๆ มีความสุขมากเลยครับ

 

03 ต้องวางแผนก่อนไปเดทมั้ย

 

ผมไม่มีประสบการณ์เดทในวันคริสต์มาสครับ เพราะงั้นผมไม่รู้ (ฮือ...)

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ! เหมือนกันถ้าไม่ได้วางแผนไว้ก่อนสำหรับคริสต์มาส ก็จะไปไหนไม่ได้เลยล่ะ

 

04 ชอบไปเดทนอกสถานที่หรืออยู่กับบ้านมากกว่า

 

ผมชอบทั้งสองอย่างเลยล่ะ! ได้ออกไปดูที่เค้าตกแต่งวันคริสต์มาสก็รู้สึกดีนะ หรือว่าจะใช้เวลาอยู่ในห้องก็โอเคเหมือนกัน

ผมชอบทั้งสองอย่างแหละ! ผมชอบที่จะอยู่บ้านสบายๆ กับคนที่ชอบ แต่ถ้าไปข้างนอกสวนสนุกก็ไม่เลว ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เราคุยกันด้วยครับ ผมหวังจะให้เราสนุกด้วยกันด้วยการทำอะไรที่แตกต่างไป

 

05 คาดหวังว่าจะได้จัดกิจกรรมอะไรในโอกาสพิเศษหรือเปล่า

 

อาฮะ... ไม่จัดกิจกรรมอะไร = โอกาสพิเศษ?

แม้ว่าจะไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่ผมก็คิดว่าการได้ให้ความทรงจำดีๆ แก่คนรัก ผมก็จะมีความสุขมากครับ

อื้ม ใช่! ผมอยากจะสร้างบรรยากาศที่ดีมากๆ แล้วเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่แสนพิเศษด้วยกันเฉพาะแค่เราสองคน

 

06 ชอบที่จะให้ของขวัญเซอร์ไพรส์กันหรือเปล่า

 

ชอบครับ! ผมอยากเห็นเธอดีใจ อย่างเช่นตอนที่เราออกไปขับรถเล่นกัน พอถึงที่หมายแล้วผมก็จะบอกกันเธอว่า เรามาใช้ชีวิตในอนาคตด้วยกันเถอะ อ้า...ก็วางแผนไว้ประมาณนี้ละ!

ชอบมากครับ! เวลาที่อีกฝ่ายไม่ได้คาดหวังอะไร ผมก็จะหยิบแหวนที่เตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว และก็สวมให้เธอเดี๋ยวนั้น ได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของเขาผมก็จะมีความสุขมากครับ

 

07 คุณค่อนข้างเป็นยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งที่เป็นของตัวเองมาก (น่าจะทำนองว่าขี้หวง)

 

ก็ไม่ขนาดนั้นครับ แต่ผมชอบที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่ก็แค่นั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะควบคุมเธอหรอกนะ!

ไม่ใช่ค่อนข้างครับ แต่สุดๆ เลยล่ะ! ก็ไม่ถึงขั้นว่าผมจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายคุยกับชายอื่นหรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติเวลาที่เรามีความรักใช่มั้ยล่ะ 
ส่วนตัวแล้ว ถ้าอยู่ในขอบเขต ผมก็ไม่รังเกียจเองการผูกมัดหรอกครับ

 

08 กับคนที่ชอบจะรักหมดใจให้หมดเลยหรือเปล่า

 

อยู่แล้วครับ! เพราะการให้ใจกับคนที่ชอบนี่เป็นเรื่องธรรมดาใช่ม้า อย่างตอนไปขับรถเล่นกัน แล้วถ้าแวะคอมบินิระหว่างทาง ก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอเลยว่าเดี๋ยวจะซื้อเครื่องดื่มที่ชอบมาให้นะ การทุ่มเทให้คนที่รักน่ะมันไม่ใช่เรื่องโอเวอร์เลยนะครับ ผมว่ามันปกติออก

ไม่ใช่แค่ผมฝ่ายเดียวที่จะทุ่มเทให้ทั้งใจนะ ทั้งคู่ต่างต้องเป็นแบบนั้น และยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้เรา ขอแค่ไม่เป็นการสปอยล์อีกฝ่าย ซึ่งนั่นคือขอบเขตที่มากที่สุด ผมก็อยากจะทุ่มเทให้เธอทั้งหมดครับ

 

09 เห็นว่าผู้หญิงใส่กระโปรงดูดีกว่าใส่กางเกง

 

แบบไหนก็ดีครับ ผมคิดว่าการแต่งกายของแต่ละคนมันก็เป็นไปตามนิสัย ผมไม่คิดจะไปเปลี่ยนอะไรเธอหรอกครับ

ใช่! ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม นานมาแล้วล่ะที่ผมเริ่มชอบกระโปรงยาว หลายคนคงคิดว่าไม่มีมากหรอกที่จะพูดแบบผม แต่คุณไม่คิดหรือว่ากระโปรงยาวน่ะมันดูเป็นผู้หญิงดี

 

10 คาดหวังจะให้คนที่ชอบแต่งตัวคล้ายๆ กันหรือให้แต่งตามใจ

 

ผมไม่พยายามจะมีอิทธิพลต่ออีกฝ่ายหรอกครับ แต่คนเราเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ก็มักจะมีอิทธิพลต่อกันและกัน แน่ว่าจะเป็นแบบนั้นก็ต่อเมื่อเราทั้งคู่ต่างเคารพความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายครับ

ผมมีแนวโน้มที่จะชอบผู้หญิงที่มีรสนิยมใกล้เคียงกันตั้งแต่แรกครับ เพราะงั้นไม่จำเป็นหรอกที่อีกฝ่ายจะต้องมาแต่งตัวคล้ายผมน่ะ!

 

11 ชอบที่จะบอกรักเพื่อให้เขารู้ความรู้สึกตอนอินเลิฟหรือเปล่า

 

ก็ต้องรักษาสมดุลทั้งสองฝ่ายครับ ผมเป็นประเภทถ้ามีแฟนจะคาดหวังให้อีกฝ่ายบอกว่า ฉันรักเธอ ทุกๆ วัน แล้วก็หวังว่าความรู้สึกว่ารักของผมจะส่งไปให้อีกฝ่ายรับรู้เหมือนกัน อ้า...ผมหวังจะมีความสัมพันธ์แบบนั้นแหละครับ อ้ะ ชักนอกเรื่องแล้ว ขอโทษครับๆ (55+)

ผมชอบบอกรักอีกฝ่ายครับ มันช่วยให้ความรักลึกซึ้งขึ้น แล้วก็น่าสนใจ

แน่นอนว่าไม่ใช่ผมฝ่ายเดียวที่จะบอกรักเธอ อีกฝ่ายต้องตอบรักผมกลับมาด้วย (55+) ผมคิดว่าการบอกรักกันและกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ

 

12 หวังที่จะให้คนที่ชอบเอาแต่ใจกับเรามั้ย

 

แน่ว่าต้องไม่มากเกินไปครับ แต่ผมก็หวังว่าเมื่อเราใช้ชีวิตร่วมกัน ก็จะสามารถเอาแต่ใจกันได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ

ก็มีบางทีจะอยากให้อีกฝ่ายเอาแต่ใจครับ! แต่ก็ต้องไม่ถึงขั้นพูดว่า (ทำเสียงเด็ก) ซื้อคอนโดให้หน่อยน้า... (555+)

 

13 ไม่สามารถรับมือกับน้ำตาของผู้หญิง

 

ผมไม่คิดว่าผู้ชายคนไหนจะทนได้เวลาเห็นผู้หญิงร้องไห้หรอกครับ

แต่ถ้าเธอรู้และจงใจใช้น้ำตาเป็นอาวุธอันนี้ก็ไม่ดีแน่ๆ ผมพอที่จะมองเจตนาของอีกฝ่ายได้
เคยร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงมั้ย เคยมั้งครับ (55+)

ไม่แม้แต่น้อย ต่อให้ทะเลาะกันจนทำให้อีกฝ่ายร้องไห้ ผมก็จะยังยึดมั่นในเหตุผลครับ ไม่มีการยอมให้เพราะเห็นแก่น้ำตา ถ้าผมผิดก็พร้อมจะขอโทษ แต่ไม่ใช่ขอโทษเพราะว่าอีกฝ่ายร้องไห้

 

14 จะให้อภัยเธอได้ครั้งนึงถ้าพบว่าเธอเจ้าชู้

 

ถ้าผมไม่รู้อะไรเลยก็คงทำได้ครับ แต่ถ้าหลังจากที่ผมจับได้แล้วเธอยังอยากจะคบกันต่อไปเหมือนก่อนหน้านั้น มันก็ยากนิดนึงอ่ะครับ เอาล่ะ ที่จะพูดก็คือให้ชอบที่อีกฝ่ายเจ้าชู้นั้นเป็นไปไม่ได้เลยครับ

ไม่ครับ ไม่มีทางเลย แค่คิดว่าเธอปิดบังผมแล้วแอบไปพบกับคนอื่นเนี่ย ผมก็อยู่ไม่สุขแล้ว แต่จะให้วัดว่าอะไรคือขอบเขตที่จะเรียกว่าเจ้าชู้ได้นั้นก็ยากครับ

 

15 ถ้าเป็นไปได้อยากจะอยู่กับคนที่ชอบทุกๆ วัน

 

พูดถึงเรื่องอยากเจอหน้าอีกฝ่ายทุกวัน หรือว่าอยู่ด้วยกันตลอด...

ขอสรุปว่าการที่จะได้ลงเอยกับคนที่ชอบหรือได้ใช้เวลาทั้งหมดร่วมกับเขา สถานการณ์แปลเปลี่ยนเป็น ชีวิต นั่นก็คืออุดมคติของผมล่ะ

ใช่ครับ ผมหวังว่าจะได้อยู่กับอีกฝ่าย เพราะผมอยากจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ผมรัก ดังนั้นความหวังที่จะได้แต่งงานนั้นเข้มข้นมากครับ

 

16 จะกังวลมากถ้าอีกฝ่ายไม่ตอบเมล

 

ก็ต้องดูปัจจัยและสถานการณ์ด้วยครับ ถ้าผมรู้ว่าอีกฝ่ายติดงานอยู่ มันก็โอเคนะ แต่ถ้าเขาบอกว่าจะเมลไปหาตอน 0 โมงนะ แล้วไม่เมลมา ผมก็จะเริ่มคิดแล้วครับว่าอีกฝ่ายมัวทำอะไรอยู่

มันก็แล้วแต่ว่านานแค่ไหนที่เธอไม่ตอบเมลครับ ถ้าเธอเงียบไปเลยทั้งวันผมก็คงกังวล แต่ถ้าตอบช้านิดหน่อยก็เข้าใจได้ครับว่าคงติดงานอยู่

 

17 ไม่เก่งในเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับความรัก

 

ไม่เก่งหรือ ต้องบอกว่าเกลียดนะ เช่นถ้าผมรู้จักใคร แล้วผมตกหลุมรักเธอ แล้วไม่แสดงอะไรจนกว่าจะได้รู้ความรู้สึกอีกฝ่ายหนึ่งก่อน หรือไม่ก็แกล้งทำให้เธอหึง พวกนั้นน่ะผมไม่ทำเด็ดขาด

ถ้าชอบใครจริงๆ ก็เผชิญหน้ากับเธอตรงๆ ไปเลยดีกว่า ใช่มั้ยล่ะครับ

ต้องบอกว่าไม่ต้องใช้การวางแผนอะไร ทั้งสองฝ่ายตกหลุมรักซึ่งกันและกันด้วยใจนั่นก็คือรักในอุดมคติแล้ว ผมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะแสดงตัวตนที่แท้จริงและไม่ปิดบังในระหว่างที่คบกัน

 

18 คุณจะโกหกถ้าทำให้อีกฝ่ายสบายใจ

 

ผมว่าไม่ใช่แค่ระหว่างคนรักหรอกนะครับ แม้แต่เพื่อน เพื่อที่จะคบกันต่อไปอย่างสบายใจ บางทีการโหกก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีการโหกโดยมีเหตุผลรองรับ นั่นก็เป็นเรื่องของความเป็นสุภาพบุรุษครับ

อ่า...ถ้าเป็นการดีกับอีกฝ่ายล่ะก็นะ แต่ว่าถ้าโกหกอย่างไม่มีเหตุผลก็ไม่ถูกต้องครับ

 

19 ทำใจไม่ได้หลังจากล้มเหลวในความรัก

 

อืม ผมว่าผมไม่เป็นแบบนั้นนะ

มันไม่ถึงขั้นที่ว่าติดอยู่กับความรู้สึกนั้นแล้วหาทางออกไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะหายขาดได้รวดเร็วหรอกครับ ก็เหมือนกับคนอื่นๆ น่ะแหละ! แต่ผมก็จะไม่ยอมให้มันมากระทบกับงานของผมครับ

มันก็แล้วแต่ว่าเราจบลงยังไงครับ แต่ผมเคยเสียใจและทำใจไม่ได้อยู่ 2 3 ปีหลังจากเลิกกัน

คิดว่าในเรื่องทำนองนี้ผมคงเป็นประเภทยากที่จะฟื้นตัวได้รวดเร็ว ผมจะจมอยู่กับความเจ็บปวด อารมณ์ดิ่งจิตตก แม้ว่าจะออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ ก็ยังไม่หายรู้สึกแย่ เพราะอย่างนั้นคงดีกว่าถ้าได้มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น

 

20 ระหว่างแฟนกับเพื่อน ให้เวลากับใครมากกว่า

 

ทั้งคู่ล้วนสำคัญครับ! แต่ว่าคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนรักเป็นสิ่งที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัด

สำหรับผมแฟนต้องมาก่อนครับ! ก่อนอื่นเลยก็จะต้องถามตารางงานของเขา แล้วค่อยจัดการกับเวลานัดของเพื่อนๆ ครับ

 

 

--------------------------------------------------------------------------------

 

 

ส่วนอันนี้ Myojo 2009 เดือน 2
UN cross talk ...ชมกันเองไส้ทะลัก แต่ก็เผาด้วย 555

ใครชอบคู่นี้เตรียมบันไซ 

 

Credit: Translator Eng : snowaltz

Editor: Arikawa Rei

 

 

อุเอดะที่ดื้อดึงและขี้แกล้ง กับนากามารุที่จริงใจและขี้กังวล ความเป็นเพื่อนระหว่างทั้งสองคนในแบบที่เรียกว่าความผูกพันธ์ที่ไม่ต้องอาศัยกฏเกณฑ์นั้น เป็นไปอย่างสบายๆแต่ลึกซึ้งและแน่นหนา หัวข้อการพูดคุยในวันนี้ ฉันชอบสิ่งนี้ของนาย เริ่มต้นอย่างสนุกสนานและขัดเขินเล็กน้อย

 

อุเอดะอิจฉาที่นากามารุเป็นผู้ชายที่มีกิริยามารยาทดี

 

ยู :    ข้อดีของอุเอดะหรือ จริงๆ แล้ว จะให้พูดว่าไงดี มันก็...อืม ก็...

เอ้ :   ไม่มีเลย? (หัวเราะ)

ยู :    มีดิ เขามีความเป็นลูกผู้ชายสูงมากครับ เวลาที่ติดต่อพูดคุยกับใคร เขาเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย

เอ้ :   ผมไม่ชอบแบ่งแยกว่าคนไหนคือเพื่อนจากงาน คือโดยปกติแล้วผมก็ไม่มีเพื่อนนอกจากการทำงาน เพื่อนคือเพื่อน ซึ่งถ้ามองจากจุดนั้น นากามารุเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแม้ว่าผมจะไม่ค่อยแน่ใจว่าข้อดีของเค้าคืออะไร

ยู :    หมายความว่าไงวะที่ว่าไม่รู้น่ะฮะ!

เอ้ :   ผมดีใจที่เข้ากันได้ดีกับเขาในฐานะเพื่อนครับ

ยู :    นานแล้วที่เราได้รู้จักกัน เราไม่ค่อยเรื่องมากต่อกันสักเท่าไหร่ ต่อให้ไม่ได้เจอหรือไม่ได้คุยกันระยะหนึ่งก็ยังโอเค

เอ้ :   ก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอกครับแม้แต่ตอนกินข้าวด้วยกัน

ยู :    ไม่มีบทสนทนาตอนกินครับ พอกินเสร็จก็จะพูดแค่ ไปละ แล้วก็แยกกันเลย ก็จะเป็นแบบนี้ในช่วงที่เราชักเบื่อหน้ากัน เนอะ (หัวเราะ)

เอ้ :   แล้วนากามารุน่ะ เมื่อถึงเวลาต้องถ่ายรูป ต่อให้เพลียมาขนาดไหนก็จะกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีครับ ผมว่านั่นอะเมซิ่งมาก

ยู :    ไม่เท่าตอนที่นายต่อยมวยหรอกน่ะ ความหลงใหลและพละกำลังที่สูบฉีดในตัวเขามันสุดยอดมากครับ

เอ้ :   ถ้าฉันสามารถเอาความกระตือรือร้นตรงนี้ไปใส่ในงานได้ล่ะก็...

ยู :    ช่วยทำแบบนั้นที

เอ้ :   โอ้ แล้วฉันยังอิจฉานากามารุที่ดูเป็นคนจริงใจมากๆ ด้วยนะ

ยู :    อะไรวะ ดูเป็น น่ะ

เอ้ :   ไม่ว่าจะในที่ทำงานหรือเวลาส่วนตัว และไม่ว่าจะกับคนที่แก่กว่าหรือเด็กกว่า พวกเขาก็จะประทับใจในตัวนาย โดยทั่วไปนายจะเป็นคนพูดจาสุภาพมาก พูดแบบ อย่างนี้ใช่หรือเปล่าครับ โอเคครับ นายมันโคตรของโคตรคนดีอ่ะ

ยู :    มันก็เป็นเรื่องปกตินะที่จะพูดจาให้เกียรติคนอื่นเวลาที่เจอกันครั้งแรกน่ะ

เอ้ :   ในช่วงเวลาแบบนั้น นากามารุจะใช้ภาษาสุภาพเพื่อสร้างกำแพง...แต่ก็จะไม่ปฏิเสธอีกฝ่าย แล้วก็จะใช้รอยยิ้มที่ดูเหมือนจริงใจนั่น...

ยู :    หยุดวิเคราะห์ทีเถอะ

เอ้ :   เพราะงั้นฉันถึงได้พยายามจะเอาอย่างนายไงล่ะ สำหรับผู้ชายน่ะจะแบบนี้หรือแบบไหนมันก็งั้นๆ แหละ แต่ถ้าลองคิดว่าฉันเป็นผู้หญิง ฉันก็คงจะพูดว่า จริงๆ นะ นากามารุคุงเป็นผู้ชายแบบที่อยากจะแต่งงานด้วย!”

ยู :    ไม่เคยได้ยินความเห็นแบบนี้มาก่อนเลย นั่นเป็นแค่จินตนาการของนายสินะ (หัวเราะ) อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้พูดฉันอิจฉาความมีมนุษยสัมพันธ์ของนายนะ จะบอกว่านายใจดี หรือใจกว้างดีนะ

เอ้ :   ในทางตรงกันข้ามฉันเป็นคนมีปัญหาเยอะนะ ...เอ้ะ (เสียงหัวเราะคิก)

ยู :    เอ้ะ อะไร เพราะนายเป็นคนอารมณ์ร้อน นายจะสู้จะทะเลาะแม้ว่าจะเป็นเพื่อน แล้วฉันก็ต้องพูดว่า โอเคๆ ใจเย็นนะ เป็นการไกล่เกลี่ย จากนั้นก็ “Gong” (เสียงระฆังพักยก) แล้วฉันก็โดนตีหัวโดยเพื่อนของอุเอดะ ซึ่งตอนนั้นก็จะคิดว่า ไปตีหมอนั่นสิวะ

เอ้ :   ฮ่าๆๆๆ

 

จาก “Yoisshou” (เสียงอุทาน) อะไรคือนิสัยที่พบ

 

เอ้ :   นากามารุเป็นคนขี้กังวลมากไป หรือบางทีควรจะพูดว่าเขาเป็นคนรักสันติ?

ยู :    เป็นพวกห่วงความสงบ

เอ้ :   เขากลุ้มใจเกี่ยวกับเพลงโซโล่ของผม ช่างมองอะไรในแง่ร้ายอย่างน่าแปลใจ... ช่างเป็นพวกป่วยง่ายอะไรอย่างนี้!

ยู :    ฮ่าๆ นี่นาย อย่าพูดแต่เรื่องแย่ๆของฉันเสะ

เอ้ :   ไม่ใช่ว่าฉันไม่กังวลนะ แต่ฉันเป็นประเภทนอนหลับไปตื่นนึงก็ลืมแล้ว ถ้าเอาแต่คิดๆๆ แล้วไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ฉันก็เลิกคิด!

ยู :    ฉันก็อยากเป็นแบบนั้นนะ ฉันเป็นพวกขี้กลัว มีหลายครั้งที่เริ่มกังวลแม้ขณะที่มองไปที่นาย

เอ้ :   นั่นก็เป็นความจริงใจและอ่อนโยนใช่มั้ย เขาก็เลยป๊อบ นากามารุป๊อบ ใช่มั้ย (อิจฉา บู่ๆๆ)

ยู :    หนวกหูน่า (หัวเราะ) อุเอดะเป็นคนดูเท่ แต่ก็ดูเป็นเด็กน้อยน่าขำ เขาจะอารมณ์ดีเวลาได้ไปกินข้าวกับเพื่อน แล้วก็ร้อง “Yoisshou” เสียงดังตอนที่เดินมา (หัวเราะ)

เอ้ :   แล้วผมก็จะโดนถามว่า แกเมาเปล่าวะ

ยู :    นิสัยของอุเอดะเห็นได้ในโซโล่ไลฟ์ของเขาครับ ทำอะไรในสิ่งที่เขาอยากทำ

เอ้ :   “Yoisshou” รู้สึกประมาณนี้

ยู :    ไม่รู้สิ (หัวเราะ) คนที่ได้ไปดูก็จะพูดทำนองว่า ประหลาดใจจังเลย แต่ถ้าเป็นคนในวงก็จะพูดว่า เออ นี่แหละอุเอดะ

เอ้ :   ฉันเปิดเผยมากเลยนะ

ยู :    นายไม่ได้เท่อะไรเลยน่ะ

เอ้ :   ดังนั้นในเวลาส่วนตัว ฉันพยายามจะเป็นคนที่ ยิ้มอยู่เสมอ ช่องว่าง (ที่คนคาดว่าจะเป็นกับที่เป็นจริงๆ) ก็จะทำให้ฉันป๊อป (ยิ้มกว้าง!)

ยู :    นายทำให้ฉันกลุ้มจริงๆ นะเนี่ย

 

 

----------------------------------------------------------------------

 

 

ขอคอมเมนท์อันข้างบนก่อน

ใครจะไม่ลัทธิดิฉันไม่สนนะคะ ดิฉันจะลัทธิค่ะ!!

ก็ดูดิดู๊วววว ดูมัน พูดจาอินเลิฟกันเวิ่นเว้อ... เมื่อก่อนเป็นงี้ที่ไหน!

แค่ข้อสุดท้ายก็ตายแล้ว... (เอาเชือกรัดคอ) ส่วนอีตรงที่อยากอยู่ด้วยทั้งวันหรือชอบให้บอกรักกันทุกเมื่อเนี่ยยยย หมั่นไส้นะยะหมั่นไส้!! (ใช่ซี้ยยยยยยยยย)

ส่วนอันล่าง เอ้ดูน่ารักพิลึกค่ะ โดนเฉพาะตอนชมยูหรือแสดงออกว่าอิจฉา

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตะลึงมาก!! แบบเอ้แม่งโปรยูอ่ะ

แล้วก็ขำยูที่บอกว่าเอ้ไม่ได้เท่เล้ย 55+ เหมือนเด็กจริงๆ ล่ะ ชายคนที่ผ่านเบญจเพสมาแล้วคนนี้

จากที่เคยคิดว่ายูเป็นตาแก่ ตอนนี้เริ่มกลับความคิดว่ายูปกติและเอ้เด็กไป 55+

เป็นคู่ที่ดูแลกันดีนะ

ส่วนอีคู่บน แหวะ ไม่อยากจะนิยาม ริษยาตาร้อน!!

(ว่าแล้วก็วิ่งไปดู CTKT# 92 อีกซักรอบ)

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่วีพี่ไฮดี้ค่ะ ได้ช่วยน้องพัฒนาภาษา ได้บุญนะพี่นะ

ส่วนไอ้จอย เอาแต่รออ่านภาษาไทย ระวังปลายภาควิชาอิ๊งเอาไม่รอดนะยะ

 

หมายเหตุ อันจินเมะเป็นการแปลจากภาษาจีน สู่อิงค์ สู่ไทยอีกที หลายทอดขนาดนี้อาจมีบางส่วนผิดไป ขออภัยในความคลาดเคลื่อนที่อาจจะมีไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ...อีกประการ อยากจะแนะนำให้ไปอ่านสัมภาษณ์ของจินใน vivi ด้วย จะเห็นจริงๆ นะคะว่าหมอนี่มันอินเลิฟจัดสองเท่าตัว (ลิงค์ทางขวามือโลดค่ะ) (ไม่มีอะไรนานๆ แปลทีก็อยากจะขายผลงานน่ะนะ กร๊ากกกกกก หรือจะไปอินกับบทเพลงโซโล่ของจินเมะก็ได้ ในเอนทรี่ ลัทธิเลิฟสตอรี่ หุหุ)

 

 

---------------------------------------------------------------------------------

 

 

เพิ่มเติมของจินเอ้ Cross talk ค่ะ

เล่มเดียวกะอันข้างบน ผู้ชายสองคนนี้เขามีคตินิยมคล้ายๆ กันเนาะ

เหมือนจะเก็กจะคูลทั้งคู่ แต่สุดท้ายแม่งรั่วทั้งคู่ กร๊ากกกกกกก

 

Credit: resha_hime

 

 

ไม่ต้องเก็บงำความรู้สึก ทำในสิ่งที่เราอยากทำ

 

เอ้ จนถึงตอนนี้เราสองคนแทบไม่ได้ออกไปเที่ยวด้วยกันเลย ยังไงปี 2009 นี้ไปที่ไหนกันซะหน่อยมะ

จิน อื้อ

เอ้ ช่วยคุยให้มากกว่านี้สิฟะ! (หัวเราะ)

จิน ถ้างั้น... ฉันสงสัยว่าอุเอดะน่ะจะแนะนำการท่องเที่ยวหลายๆ แบบให้ฉันได้บ้างมั๊ย ช่วยบอกหน่อยสิว่ามีอะไรที่ฉันยังไม่รู้จักบ้าง

เอ้ เอ๊ะ ไม่มีหรอกมั้ง อาคานิชิควรจะรู้จักของพวกนั้นดีเซ่!

จิน ไม่อ่ะ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น

เอ้ อืม... (เหล่มอง) ก็ได้ ถ้างั้น เรามาเริ่มด้วยความกระฉับกระเฉงกัน นายคิดยังไงกับการลุยไปเมืองนอกด้วยกัน

จิน อ้า... นั่นก็ดี ใช่มั้ย ถ้าเรามีเวลา แล้วก็ว่างตรงกันฉันก็ไป ฉันจะจ่ายพวกค่าเดินทางเอง

เอ้ เอ๊ะ แล้วเงินค้ำประกันล่ะ

จิน ฉันไม่สนพวกเงินค้ำประกันหรืออะไรพวกนั้นหรอก

เอ้ อีกละ แค่ช่วงเวลาแบบนี้ไม่ต้องพยายามทำเท่ได้มั้ยวะ!

จิน ฮ่าๆๆ เรื่องค่าเดินทางอะไรนั่นฉันล้อเล่นน่า แต่อยากไปจริงๆ นะต่างประเทศเนี่ย

เอ้ โอเค ถ้าเป็นอเมริกานายพาฉันเที่ยวได้มะ

จิน ได้เลย! วันสองวันแรกก็ไปดูนั่นดูนี่ด้วยกัน ทำความคุ้นเคย...

เอ้ ไปสำรวจสถานที่ (หัวเราะ)

จิน ใช่...ใช่ จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาตนเอง

เอ้ อยากมีช่วงเวลาแบบนั้นจริงๆ นะ เพราะการไปเที่ยวเมืองนอกเอง การที่ต้องดึงความกล้าออกมา การพกแรงจูงใจหลายๆ อย่าง ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง มันทำให้รู้สึกว่าเราโตขึ้นจริงๆ

จิน มันถึงได้เรียกว่าการเดินทางไงล่ะ ฉันคิดว่างี้นะ

เอ้ ย่า! อยากทำให้มันเป็นจริงจริงๆ นะ เอาล่ะ ต่อไปก็เป็นเรื่องงาน

จิน เรื่องงาน... ถ้าเราสามารถผ่านมันได้ด้วยคำฮิตของพวกเรา ก้าวเดินของฉัน ในความหมายที่ดีอย่างตอนนี้ มันก็ดีนะ ว่ามั้ย

เอ้ ใช่เลย ก็ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องแบบไหนรอพวกเราอยู่ แต่ด้วยความรู้สึกแบบ ฉันเป็นตัวฉัน พวกเราแต่ละคนก็จะสามารถรักษาความมั่นใจในตัวเองไว้ และพัฒนาต่อไปได้...

จิน ใช่ๆ ไม่ต้องเก็บงำความรู้สึก แค่ทำสิ่งที่เราอยากจะทำก็พอ

เอ้ แน่นอนว่า ทัศนะแบบนี้จากนี้ไปก็จะไม่มีวันเปลี่ยน

จิน ถูก เพราะนี่คือสไตล์ของคัตตุนไงล่ะ ดีจัง บางทีฉันว่าพวกเรานี่เหมือนพิซซ่านะ

เอ้ อะไรของนาย

จิน เอ้า ก็ชีสที่โรยอยู่บนหน้าพิซซ่าทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นแผ่นเดียวกันไง แต่จริงๆ แล้วมันก็แบ่งได้เป็น 6 ชิ้น

เอ้ อ้า... ก็ดีนะ แล้วก็เพราะพิซซ่าแต่ละชิ้นก็มีหน้าต่างกันด้วย ก็เหมือนกับแฟนๆ สามารถสนุกไปกับรสชาติที่หลากหลาย

จิน เออ นั่นล่ะใช่เลย

เอ้ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็คงเหมือนไข่ปลาแซลมอล

จิน หา...ไข่ปลาแซลมอล?

เอ้ ใช่ ก็ถ้ามองไปที่ไข่ปลานะ มันก็จะดูเหมือนว่าถูกวางไว้อยู่ด้วยกัน แต่ถ้ามองดีๆ ไข่ปลามันก็คือเม็ดแต่ละเม็ดถูกมะ ก็เหมือนอย่างนี้ไง พวกเราก็คือไข่ปลาแต่ละเม็ดที่ได้อยู่ด้วยกันไง

จิน อ้า เข้าใจละ!

เอ้ จะกินทีละเม็ดก็อร่อย หรือกินทั้งหมดทีเดียวก็อร่อยเหมือนกัน นั่นก็คือพวกเราจะแยกเป็นโซโล่หรือรวมกันทั้งหกคนก็ล้วนอร่อย!

จิน ดี ปีนี้ก็เหมือนกันนะ มาอยู่กันอย่างพิซซ่าหรือไข่ปลาแซลมอลกันเถอะ

เอ้ ฉันว่ามันเยี่ยมมมมเลยล่ะ (หัวเราะ)

จิน เอาล่ะ สุดท้ายนี้ก็คือเรื่องของแต่ละคน แต่ว่า...อุเอดะ นายกำลังจะได้เล่นโรมิโอ&จูเลียตใช่มั้ย

เอ้ ถูกต้อง! แต่ว่าฉันยังไม่ได้เริ่มฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เลย แต่ยังไงพอได้โอกาสแบบนี้มาก็อยากจะทำให้เต็มที่นะ

จิน ตั้งแต่ปีที่แล้วนายก็มีโซโล่คอนเสิร์ต การแสดงตรงนั้นก็มีหลายๆ ส่วนที่นายได้เข้าไปสัมผัสไปควบคุมเอาเลยนี่

เอ้ มั้งนะ

จิน ฉันว่านั่นเป็นโอกาสที่ดีของอุเอดะเลยนะที่จะได้พัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น สู้ๆ

เอ้ ขอบใจ อาคานิชิเองก็อยู่ในระหว่างการถ่ายหนังเรื่องแบนเดจใช่มั้ย

จิน ใช่ รับรองเลยว่าไปดูสนุกแน่

เอ้ อาฮะ... (คิดสักพัก) ฉันก็อยากแสดงมั่งนะ (หัวเราะ)

จิน คิดตั้งนานเพื่อพูดอย่างเงี้ยนะ! (หัวเราะ)

เอ้ การพูดคุยวันนี้ก็จบตรงตรงนี้เถอะ (หัวเราะ)

 

 

 

ถ้ามีครอสทอล์กอีก จะเอามาแปะอีกนะคะ หนุ่มๆ คัตตุนคุยกันสนุกเนอะ

แล้วก็ถ้าใครอ่านจนจบแล้วไม่ยอมเมนท์อะไรเลย ขอให้แควนไม่หล่อออออออออ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แจนแอบมาเปลี่ยนแบคกราวด์ตอนไหนเนี่ย หลบไปอ่านยูเอ็นเวอร์อิ๊งแป๊บเดียวเอง รีเฟรชแล้วตกใจเลย 55

อันบนไม่มีคอมเม้น ปวดเศียรเวียนเกล้ากับคำตอบคาเมะที่แปลมาหลายทอดแล้วอย่างหนักหน่วง แต่ชอบคำตอบคาเมะข้อสุดท้าย ดูเลือกแฟนแบบมีภาพพจน์ 555
ส่วนจินก็ดูเป็นกรก๊ฎกรกฎ แต่ชอบความคิดจินหลายอย่างนะ ที่ชอบมากคือ จินพูดจาเข้าใจง่าย 555

ยูเอ็น คู่นี้กริ๊บกริ้วได้อีกว่ะ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าสนิทกั๊นสนิทกัน น่ารัก ยูอิจิดูเอาใจใส่ทัตจังมากๆๆ ทัตจังหลังผ่านพ้นช่วงเห็นแฟรี่ น่ารักที่สุด 555

ปล. ทัตจังในโซโลไลฟ์หรอ อยากกลับไปดูอีกจัง T-T

#1 By viva (58.97.1.218) on 2009-01-20 11:27

อ่านอาคาเมะแล้วแจนสามารถถ่ายทอดได้อารมณ์ขึ้นนะ (แบบไม่ค่อยอิงวิชาการและไวยากรณ์มากเกินไป)

แต่ยูเอ็นน่ะ อืม มันน่ารักโดยเนื้อความแต่แตกต่างในความรู้สึกของพี่นิดหน่อยนะ (นิดหน่อย 55++)wink

เลิฟๆกันแบบนี้รู้สึกแฮปปี้จังเลย คราวหน้าจะหาอะไรดีๆมายัดเยียดให้แจนแปลอีก

#2 By hydie (203.155.202.35) on 2009-01-20 12:36

อคาเมะซีน

จินมันตอบคำถามได้แบบเนื้อๆมาก ไร้น้ำไปเลย
แต่ชอบคำตอบของทั้งคู่ในข้อ6 แหะ ท่าทางเวลาขอแต่งงาน เจ้าคู่นี้คงจะสวีทกันแบบสุดๆ

แต่ข้อ7 นี่ จินดูท่าทางขี้หึงได้โล่ห์

แต่ว่า...- ก็มีบางทีจะอยากให้อีกฝ่ายเอาแต่ใจครับ! แต่ก็ต้องไม่ถึงขั้นพูดว่า (ทำเสียงเด็ก) “ซื้อคอนโดให้หน่อยน้า...” (555+)- ทำไมอคานิชิพูดจาเหมือนอาเสี่ยเงี้ยล่ะ!

ยูเอ็นซีน

ฮาอุเอะ ตรงที่รู้ตัวว่า พอเป็นเรื่องงาน มันไม่กระฉับกระเฉงตอนชกมวย

แต่ฮาที่สุด ตรงที่ยูพูดปิดท้าย สรุป พวกนายสองคนนี้มันสนิทกันดีจริงๆ แล้วไอ้ข้อที่ชมๆกันไปๆมาๆก็กลายมทาเป็นเถียงกันได้เน้อ~ เอ้อนะ... อุเอะดูสบายๆเอามากๆ เวลาเถียงกับนากามารุ ท่าทางจะรู้ตัวว่าว่า ยังไงก็ชนะแน่ๆเลย 55

สรุป อุเอะน่ะ เด็กสมวัย(25แกเรียกว่าเด็กสมวัยเรอะ!) แต่ยูอิจิ แก่เกินวัย (- -")ดูได้จากเรื่องขี้กลัวเกินขนาด...

นากามารุ อุเอะไม่ได้เด็กไปนะเฟ้ย! แค่เป็นตัวของตัวเองมากไปเท่านั้นแหละ เฮอะ!

#3 By pierce on 2009-01-20 14:08

โอ้ยๆๆๆๆ........
จินคะ

ต้องถามตารางงานของแฟนก่อนแล้วค่อยถามเพื่อนนี่มันหมายความว่าไงคะเนี่ย อิอิ
ลัทธิจริงๆค่ะ ^^

#4 By P_Pure (61.47.23.45) on 2009-01-20 14:09

จินโรแมนติกมากกกกกก
อยู่ในขั้นอินเลิฟอย่างมากเลยนะ
ดูเป็นคนที่รักแฟนมากเลยอ่ะ
ดีมากจินที่แฟนมาก่อนเพื่อน
ฮ่าๆๆๆ

#5 By JK* (58.8.102.216) on 2009-01-20 18:31

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด~~~

เดี๋ยวออนเจอกันเมื่อไหร่ขอไฟล์หน่อยนะพี่ จะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์รักUN ประวัติการณ์สุดๆ อยากจะบันทึกลงประวัติศาสตร์!!

สนิทกันจริงๆ...ทัตจังน่ารักเวิ่นเว้อ ยูอิจิดูเป็นห่วงทัตจังดีนะ แต่ถ้ามีเพ่อนที่รู้สึกว่าทำตัวเด็กกว่าวัยก็คงพูดงี้เหมือนกัน [จริงๆแล้วทัตจังเด็ก ยูอิจิเลยต้องทำตัวแก่เพื่อถ่วงสมดุลย์?]

อ้ะ ชอบตรงที่บอกว่ากินข้าวด้วยกันแต่ไม่ได้คุยกันนะ พอเข้าใจทีเดยว เจอหน้ากันบ่อยจนไม่มีอะไรจะพูดกันแล้ว 55+ sad smile

ปอกะลอ เขาไม่อ่านภาคอิ๊งเพราะเขาไมเกรนขึ้นหรอก อย่าแช่งกันดี้!! คะแนนยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ งุงิ

#6 By renika on 2009-01-20 20:27

อ้ะ ลืมบอก

อคาเมะแปะโป้งไว้ก่อนนะ ตอนนี้งานเยอะได้อีก งุงิ

#7 By renika on 2009-01-20 20:27

รักจินค่า

>____<

จินน่าร๊ากมากๆเลย

รักคาเมะด้วยยยย

คาเมะตอบคำถามเป็นผู้ใหญ่มากๆ ชอบจัง

#8 By Boww (58.8.119.249) on 2009-01-20 21:27

โอววววว น้ำตาลเรี่ยราด มดเป็นกองทัพ

คู่ข้างบนนี่ เดี๋ยวนี้หวานกันไม่มีเกรงใจ
คนแถวนี้ กรี๊ดตายแล้วตายอีก 55
แรกๆ ยังอ่านแล้วแบบมึนๆ แต่หลังๆ นี่... หุหุ
ไอ่ทีจินบอกว่าสวมแหวนให้นี่ นิ้วก้อยด้วยป่าวหว่า
และจินขี้หึงมากๆๆ แน่นอนน 555
ส่วนคอมบินิที่เมะจังว่านี่....
ไม่อยากจะคิดถึง fan report

สรุปแล้วว ลัทธิมากๆ ชอบบบจริงๆ


ยูเอ็นน่ารักดีค่ะ ดูรักกันดูแลกันดี
คนละอารมณ์กะอิคู่ข้างบนเลย

เอ้จ๊ะ ถ้าเป็นผู้หญิง พี่ยูเป็นผู้ชายที่อยากแต่งงานด้วยย
กรู้วววววววว 55555 ถูกใจ


ปล. ชอบเวอร์ชั่นแจนแปลนะคะ อ่านแล้วได้อารมณ์ดี
ขอบคุณงามๆ

#9 By rei (58.9.42.49) on 2009-01-20 21:29

ลัทธิจงเจริญ

#10 By harry (125.26.179.139) on 2009-01-20 21:43

ว้าววววววววววววววว

อันบน...

ตอบหวานมาก

นี่ตอบให้อีกฝ่ายรู้ใช่ไหมๆ ?

หื้อออออออ

หวานมากไปแล้วนะ อคาเมะ!!! cry

ดีอ้ะ

ชอบๆ 55 5

น่ารักจังงงงงงงง

พี่จินนี่ขี้หวง ไอ้ตัวเล้ก แกฝังแล้วแกก็จำแล้วทำตามซะ

อย่าไปทำตัวให้น่าหวงมากนักนะ


ปล.พี่จิน ตารางงานอะไรนั่นที่แกถ่อไปส่งน้องที่กองถ่ายใช่มะ?


55 5



อันล่าง...

อึ้นน่ารักสุดใจขาดดิ้น!!!

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก

ผู้ชายที่รักสงบ

55 5

น่ารักอ้ะ




ขอบคุณนะค่ะ

อคาเมะจงเจริญ!!!!~~~~

#11 By seeu-ploiiz (125.24.50.142) on 2009-01-20 21:48

อยากวีวี่รอบเดียวก็จี้ดพอแล้ว มีแฟนจริงๆแหละ เชอะ

ไอ่ที่ว่าทำใจตั้งสองสามปีนี่ใครเนี่ยยยย คนนั้น ??? ฮ่าๆๆๆ ไม่คิดแล้ว ปวดใจ โฮกกกกกกกกกกก

จินอินเลิฟจริงๆ อิจฉาและแอบหมันไส้นิดนึง ก๊ากกกก

อาคาเมะแอบตอบคล้ายกัน แฟนคลับคิดนะคะนะ ครึๆๆๆ

"ก็มีบางทีจะอยากให้อีกฝ่ายเอาแต่ใจครับ! แต่ก็ต้องไม่ถึงขั้นพูดว่า (ทำเสียงเด็ก) “ซื้อคอนโดให้หน่อยน้า..."

อยากถามคุณพี่มากว่านี่คิดว่าจะมีคนกล้าขอพี่แบบนั้นจริงๆเรอะะ โฮกกกกกกกกก คิดไปได้อะ ฮ่าๆๆๆ แต่แอบอยากได้ยินเสียจินทำเสียงเล็กเสียงน้อย 5555+
cry

ยูเอนนน

แอบเขิน พูดอะไรกันนนน

ต่างคนต่างขาดในสิ่งที่อีกฝ่ายมี กรี๊ด เข้าคู่ กร๊ากกกกกกกกก

อุเอดะยิ้มบ่อยๆน่ะดีแล้วล่ะ โลกละลายมากกกก

พี่ยูเป็นคนสุภาพมากจริงๆ สุดๆ โฮกกก

#12 By 赤月 on 2009-01-20 23:54

อ่านแต่อันจินคาเมะ
อูยยย ค่ะ
ไม่มีประสบการณ์เดทในวันคริสต์มาสจริงอะ ไม่อยากเชื่อ 55555+
ว่าแต่ของเฮียจินนี่หมายถึงใครแว้

#13 By Anne (203.156.6.26) on 2009-01-21 23:20

เคยอ่านปะกิตมาก่อนแต่ไม่ได้ใจเท่าเวอร์นี้เลยนะ หุๆขอบคุณที่แปลเป็นภาษาบ้านให้นะคะ ได้อารมณืร่วมกว่าเยอะ
ชอบคู่ยูเอ้อ่า คุยกันน่ารักมาก ดูสนิทกันสุดๆรู้กันทุกซอกทุกมุม หุๆ
แต่คู่บนนี่ สงสัยจะแยกกันตอบเลยสาระมากมาย(ความจริงปรกติคาเมะก็ตอบโคตรมีสาระอยู่แล้วอ่านะ 555)

#14 By Hanabi on 2009-01-22 10:09

ยาวแสรดด

สำหรับคนที่ไม่ใช่สาวกคัตตุนเยี่ยงกู...ขอบาย 555+

แค่จะบอกว่า คิดถึงนะ **กอด**

#15 By cat~~~ on 2009-01-23 19:10

จินไม่ค่อยเท่าไรเลยนะเราอ่ะ

แฟนมาก่อนนนน

อ่านแล้วน่ากัดมากกก แต่ถ้าแฟนคนนั้นคือเมะ อันนี้ก็ไม่ว่ากานนะ

เหอะเหอะ

ชอบอ่ะ

แต่ล่ะคำตอบที่ตอบนี้แบบว่า บาดดดดดได้อีกกกก

เลือดไหลเต็มห้องแล้ววว

แต๊งจ้า

#16 By akamechi_pee (119.31.24.217) on 2009-01-25 03:20

.....ข้างบนไม่พูดแล้วค่ะ
แม่มสวีท พ่อแม่รักกันนานๆ น่ะดีแล้ว อ่านไปอ่านมาชักอิจฉา (ฮา)

ส่วนข้างล่าง
....สุดท้ายก็เปรียบเทียบออกมาเป็นของกินใช่มะอาคานิชิซามะ???

#17 By ♪Hell=Twin♫ on 2009-01-30 21:42

คุยกันสนุกดีอ่ะ

อันแรก อีสองคนนั้นมันอินเลิฟเวอร์ๆอ่ะ

ไม่รู้อินกะใคร หรือ อินกันเองเน้ออออ

แต่ถ้าเป็นอย่างหลังแฟนๆแฮปปี้นะจ๊ะ ฮิ้ววววว


พอมาอ่านอันที่สอง

จริงๆด้วยอ่ะ เอ้มันเด็กได้อีก

เพราะตอนเอ้คุยกะอึ้น เหมือนเด็กคุยกะผู้ใหญ่

แต่พอเอ้มาคุยกะจิน ยังกะเพื่อนรุ่นเดียวคุยกันอ่ะ

ฮ่าๆๆๆๆ

เห็นด้วยกะแจนว่า เอ้มันไม่ยอมโต

พี่อึ้นเราไม่ได้แก่นะ ดูตอนนี้สิหน้ายังกะเด็กมัธยม

สมัยที่อาจารย์ฝ่ายปกครองต้องตรวจผมทุกเดือนอ่ะ

ฮ่าๆๆๆๆ

ขอบใจน้าที่เอามาลงให้อ่าน

อ่านเพลิน อ่านสนุก อ่านแล้วลัทธิ จิตแจ่มใสแท้

#18 By nawa_akanish (58.9.42.195) on 2009-01-31 12:06