[Un] Perfect Continuous - Part 10
posted on 01 Apr 2009 03:26 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 10
Character:
Jin
x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
10# lost
ผมเคยบอกตัวเองว่าล้มไมได้
เพราะการแสดงยังไม่จบ
แต่ถ้าผมดันทุรังจะเดินต่อไป...ผมจะหลงทางไหมนะ
คาเมนาชิ คาซึยะ กำลังกลัว
สิ่งที่แอบได้ยิน...ทำให้เขามือเย็นขึ้นมาเฉียบพลันและผลักประตูห้องซ้อมเข้าไปอย่างลืมตัว
“อย่านะ!!”
ร่างบางโพล่งออกไปแบบยั้งไม่อยู่ ให้คนในห้องต้องหันมามองด้วยความประหลาดใจ
“คาเมนาชิ?”
“พวกนายอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉันไม่ออกซิงเกิ้ลกับไอ้ยูนิตเฮงซวย นั่นแน่!” พูดรัวเร็วจนลิ้นแทบพันกันแต่ก็ยังไม่ทันความร้อนรนในใจ “...ฉัน...ฉันจะไปคุยกับคุณจอห์นนี่!!”
ยูอิจิอ้าปากค้างอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร ส่วนทัตสึยะก็กระพริบตาสองสามทีและถอนหายใจยาวกับการปรากฏตัวที่ทำให้บทสนทนาที่ควรจะเป็นความลับรั่วไหลอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เกี่ยวกันหรอก พวกฉันไม่ได้จะลาออกตอนนี้เสียหน่อย” หัวหน้าวงเอ่ยด้วยเสียงสงบ “...ทนมาได้ตั้งนาน จะมาเลิกล้มตอนนี้มันก็...”
“...มันผ่านไปนานแล้ว ไม่ต้องสนใจหรอกน่า...เรื่องซิงเกิ้ลยินดีด้วยนะ”
“ฉันไม่ได้อยาก!”
ตวาดออกไป...อย่างตั้งใจ ความอึดอัดที่ถูกบีบบังคับทำให้กลายเป็นความกดดันที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ คนอายุน้อยกวาดตามองคนแก่อาวุโสกว่าด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง...ที่ไม่มีสายตาใดหันมองตอบ
Seishun Amigo ชื่อเพลงที่ไม่เคยนึกชอบ กับยูนิตที่ไม่เคยคาดคิด Shuji to Akira
ถ้าเลือกได้...เขาก็ไม่อยาก ถึงได้แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมกับคุณจอห์นนี่ออกไป
‘ผมยังไม่ได้เดบิวต์ในฐานะKAT-TUNเลย’ แต่สุดท้ายคนที่แก่อาวุโสก็ย่อมมีหนทางให้เขาต้องยอมตกลง...แม้จะไม่ได้เต็มใจสักนิด
ความเครียดสั่งสมเข้ามากับคำพูดที่ได้ยินโดยบังเอิญ
‘...ไม่เคยรู้สึกโง่เท่านี้มาก่อนเลย ให้ตายสิ’
‘ทำไมหรือ’
‘ถ้าฉันรู้...ว่าซักวันเขาจะทำกับพวกเราอย่างนี้...’
‘จะชิงลาออกไปตั้งแต่ตอนที่คุยกันครั้งนั้นใช่ไหม’
‘...ตอนนั้นพวกเราไม่น่าหลอกตัวเองกันเลยนะนากามารุ’
ทั้งยูอิจิและทัตสึยะทิ้งความฝันในการที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วยความจำเป็น แม้จะพยายามขยันอ่านหนังสือตลอดเวลาแม้แต่ช่วงพักซ้อม แต่ด้วยงานที่มากมายก็ไม่สามารถมีเวลาเพียงพอที่ทั้งจะทุ่มเทให้กับการเรียนได้
ทั้งคู่ลำบากใจกับการที่ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง และก็ต้องมาค้นพบว่าทางที่เลือกนั้นถูกทรยศ
ใช่ว่าจะไม่เข้าใจถึงความรู้สึกที่ถูกหลอกลวงให้หลงละเมอไปกับความฝันที่เหมือนจะมีหนทางเป็นจริง…แต่คาซึยะก็เจ็บช้ำไม่แพ้กันที่เขาถูกมองเป็นคนที่หักหลัง
“ยินดีด้วยนะคาเมนาชิ”
โคคิกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องตามมาติดๆด้วยจุนโนะ และ...จิน
“...ยินดีด้วยนะ” จุนโนะเดินหนีไปที่มุมห้องพร้อมกับแร๊พเปอร์หนุ่ม
บรรยากาศตึงเครียดอึมครึมดูหนักหนากว่าทุกวัน ไม่มีใครสบตากันแต่กลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่
ภาพลักษณ์ของคาซึยะโดนฉาบไปด้วยความทะเยอะทะยานจนมองไม่เห็นเนื้อใน ก่อนหน้านี้...เขายังคิด ว่าอย่างน้อยบางคนก็ย่อมรู้ดีอยู่ในใจว่าตัวเขาเป็นอย่างไร
แต่ตอนนี้เขารู้สึกน้อยใจจนแทบจะกลายเป็นโมโห ได้แต่ยืนจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือเพื่อยังยั้งอารมณ์ที่ปั่นป่วนรุนงแรง
“ฉันจะไปคุยกับคุณจอห์นนี่” ...เปลืองเวลาที่จะมาอธิบาย
หมุนตัวและก้าวออกมาอย่างหนักแน่น...ไม่มีอะไรจะต้องเป็นกังวล จะมีก็เพียงแต่ความรู้สึกโกรธเคืองที่คนอื่นจะเอาแต่โยนความคิดร้ายๆ มากองอยู่เขาเพียงคนเดียว
หากจะ ‘อิจฉา’ กันจนมองว่าเขาระริกระรี้ โดยเฉพาะคนที่ทำเป็นยืนยิ้มเหมือนจะรู้ทัน...ก็น่าพูดออกมาว่าสิ่งที่ตัวเองคิดคืออะไร ...อคติบ้าๆ บอๆ แบบนั้นเขาไม่อยากจะสนสักนิด แต่ถ้าเพราะ Shuji to Akira ทำให้คนอย่างยูอิจิต้องสิ้นหวังถึงเพียงนั้น เขาก็ไม่ลังเลที่จะถอนตัว แม้มันจะต้องดื้อแพ่งกับคนที่ได้ชื่อว่าเจ้าของค่ายก็ตาม
“นายนี่งี่เง่ากว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลยนะ”
เมื่อปาดหยาดน้ำออกจากใบหน้าถึงได้เห็นเงาสะท้อนของใครบางคนที่เกิดจะเหม็นขี้หน้าขึ้นอีกครั้งหลังจากดีกันได้ไม่นาน คาซึยะวักน้ำขึ้นมาอีกหนอย่างไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงเอาพริกเกลืออะไร
“อย่ามีปัญหานักได้ไหม... ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือว่าทีมงานเขาดำเนินการไปแล้ว ถ้าคิดว่าตัวเองโตแล้วก็หัดทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่เสียบ้าง” ร่างสูงโปร่งส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา “ให้ตาย...นายมันบ้า บ้าโคตรๆ เลยว่ะ นึกยังไงไปวีนใส่คุณจอห์นนี่ นายมันช่าง...”
“ยามาชิตะ”
ขัดขึ้นด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะทนฟัง ดวงตาเรียวจ้องตาอีกฝ่ายผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ แม้จะพร่าเลือนจนจับภาพไม่ได้แต่ก็ยังฝืน
“...นายจะทนร่วมงานกับฉันได้อีกนานแค่ไหนกัน” เสียงแหบแห้งดังตอบโต้ “ถ้ายูนิตนี้...มันไม่ใช่แค่ชั่วคราว”
“ขอโทษนะ... แต่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปาก ‘มืออาชีพ’ ” โทโมฮิสะยืนพิงกำแพงห้องน้ำดูเพื่อนร่วมยูนิตหมาดๆ อย่างสนใจ
“แล้วเพื่อนนายล่ะ...ไม่คิดจะแคร์ใครเลยหรือ”
“เพื่อนกลุ่มไหนล่ะ? NewS? ฉันว่าพวกนั้นไม่ค่อยงี่เง่านะ ถึงอายุการใช้งานจะไม่เท่านายแต่ก็เข้าใจอะไรง่าย” ร่างหนาว่าพลางยักไหล่ “ส่วนคนอื่นๆ ...ฉันก็ไม่คิดว่าเพื่อนของฉันคนไหนงี่เง่า”
คาซึยะจับขอบอ่างล้างมือไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว อาการปวดเกร็งในช่องท้องกระหน่ำหนักขึ้นเมื่อนึกถึงสายตาที่บ่งบอกว่ารู้ทันจนอยากจะแล่นเข้าไปประทุษร้ายให้สาแก่ใจ
โทโมฮิสะเอาอะไรมาพูด...ในเมื่อ ‘เพื่อน’ คนที่ว่าเพิ่งจะเหยียบย่ำคาซึยะด้วยสายตาเหยียดหยามมาแท้ๆ
ลีดเดอร์ของNewSออกไปซ้อมกับลูกวงแล้ว...แต่ลูกวงของ KAT-TUN อย่างเขากลับยืนนิ่งอยู่ที่เก่า
แล้วเขาจะกลับไปคุยกับพวกนั้นยังไง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าข้อแก้ตัวอะไรก็ไม่มีผล รอยยิ้มแค่น... สายตาเยาะหยัน... คำพูดประชดประชันคงโยนๆ ใส่กันเข้ามาอย่างไม่มีใครคิดสงสาร
ใบหน้าซูบผอมซีดเผือดแม้จะดูไม่ออกเพราะผิวที่ขาวจัด แต่สภาพอ่อนระโหยก็บ่งชัดถึงความผิดปกติของร่างกายได้ดี...ช่างขัดแย้งกันกับคนที่ควรจะมีความสุข
...สร้างภาพอีกเช่นเคย ทำตัวเป็นคนดี...
อะไรอีกล่ะที่คนเหล่านั้นจะฝังความเชื่อเกี่ยวกับเขา หากเป็นความจริงคาซึยะจะไม่แคร์เลย แต่นี่...ทำไมเรื่องราวจึงกลับกลายเป็นเช่นนี้ คุณจอห์นนี่เห็น KAT-TUN เป็นตัวอะไร พระเจ้าเล่าเห็นคาเมนาชิ คาซึยะเป็นตัวอะไร...
โชคชะตาที่เหมือนกลั่นแกล้งกันเพราะว่าเขาเป็นคนไม่ดีสมควรถูกลงโทษอย่างนั้นหรือ
ถามได้แค่นั้นแผ่นหลังบางก็ไถลลงกับกำแพง ขาที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่น้ำหนักแค่ 40 กิโลก็แบกไว้ไม่อยู่ ถ้าไม่มีแรงดันบางอย่างจากในกระเพาะคาซึยะก็คงซบหน้ากับเข่าอยู่อีกนาน แต่ความขมเปรี้ยวในปากก็บังคับให้เขาต้องพยุงตัวขึ้นมา
ร่างบางยืนหอบหาอากาศเข้าปอด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่หยุดอาเจียน ซ้ำเป็นเอามาจนมือสั่น... น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาเต็มนัยน์ตา ให้ภาพที่มองเห็นผ่านม่านน้ำตานั้นพร่าเลือน...ภาพร่างของหุ่นยนต์เดินได้ที่เขารู้จักสนิทสนมดี
เขามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้... คาซึยะถามตัวเอง หากความอ่อนแอไม่จะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นเขาก็ไม่ควรเสียเวลาอันมีค่ามานั่งคร่ำครวญใช่หรือไม่
คนเข้มแข็ง...ส่งยิ้มอ่อนล้าที่แสนฝืดเฝือให้หุ่นยนต์ในกระจก
ความหมายของชีวิตที่ตอบตัวเองไม่ได้ ความไม่อยากนอนไม่อยากอาหาร ถึงเป็นแบบนั้นเขาก็ต้องลุกเดินต่อไปไม่ใช่หรือ
ความหมายของทุกวันนี้...ของแบบนั้นเขาลืมมันไปตั้งนานแล้วล่ะ
++++++
“อากิระอยู่นี่ แต่ยังไม่เห็นชูจิเลยนะ แล้วชูจิอยู่ไหนล่ะ?”
“นี่ไง เขาอยู่นี่ครับ เขาอยู่นี่”
น้องเล็กของวงKAT-TUNโยนเสื้อนอกออกจากตัวก่อนจะคว้าสูทนักเรียนมาใส่แล้วไปยืนเข้ากล้อง เรียกเสียงฮือฮาของผู้ชมในห้องส่งของรายการ utawara ได้เป็นอย่างดี
โทโมฮิสะเอื้อมมือมาจัดเสื้อให้อย่างรู้งาน รอยยิ้มเคลือบอยู่บนริมฝีปากอิ่มรวมถึงแววตาที่สะท้อนออกมาไม่บ่งบอกอะไร ความว่างเปล่าที่ค้นหาอะไรไม่เจอนั้นเก็บกักความรู้สึกที่แท้จริงได้อย่างแนบเนียน
คาซึยะเลือกที่จะไม่ยอมสบตากับอีกฝ่าย แม้จะต้องเล่นตามบทว่ามาออกรายการในฐานะของชูจิ เมื่อควรจะสบตากัน ก็ได้แต่หันมามองหน้าอย่างผาดๆ แล้วก็เบือนหน้าหนีกันไป
“คาเมนาชิคุงจากKAT-TUNต้องตื่นเต้นแน่ๆ เลย”
“คาเมะ?”
“คาเมนาชิคุง?!”
“คาเมะจัง?!”
ร่างของเด็กหนุ่มถลาเข้าไปเปลี่ยนเสื้อก่อนจะก้าวกระโดดขึ้นมาหมุนตัวเก็กท่าเป็น ‘คาเมนาชิแห่งKAT-TUN’ เรียกเสียงหัวเราะได้มากมาย
คาซึยะยิ้มก่อนจะทำทีเป็นสนอกสนใจกับเรื่องตลกที่พิธีกรจะเล่นต่อไป
“เราได้ยินว่าชูจิกับอากิระจะมาร้องเพลง”
“เห!? จริงหรือครับ? ชูจิกับอากิระจะมาที่นี่หรือครับ?”
“พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว”
“ไม่มีทางน่า!”
“ดูสิ ชูจิอยู่นั่นไง!”
“ชูจิ!?”
อีกครั้งที่ต้องโยนชุดของKAT-TUNทิ้งไปคว้าสูทนักเรียนมาใส่ แต่ก็ยืนเป็น ‘ชูจิจากNobuta wo produce’ ได้ไม่นานก็ต้องโยนเสื้อนอกนักเรียนทิ้งมาเป็น ‘คาเมนาชิแห่งKAT-TUN’ อีกรอบ
มุกที่เตี๊ยมกันไว้สร้างเสียงหัวเราะครืนไปทั่วห้องส่ง...ราวกับไม่รู้มาก่อน
ธรรมชาติของรายการทีวีที่เรื่องจริงเป็นอีกอย่างภาพในหน้าจอเป็นอีกอย่าง ความเสแสร้งปกคลุมอยู่ทั่วทุกอณูทำให้คาซึยะนึกขันโดยไม่ฝืน ไม่ต้องหันไปเช็คที่มอนิเตอร์เขารู้ดีแก่ใจว่าที่สุดแห่งความหลอกลวงมันอยู่ตรงไหน
ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ชูจิคนสองหน้า หากแต่เป็นกลุ่มคนที่พยายามบอกตัวเองและใครๆ ว่าใจตรงกับปาก...
KAT-TUN ทั้งวงสนุกสนานตามหน้าที่ แต่ยังส่งรัศมีรังเกียจเขาไปได้พร้อมๆ กัน
เพื่องานแล้วทุกคนพร้อมเป็นจอมโกหก
ถึงอย่างนั้น ก็มีบางคนที่คาซึยะมองไม่ออกว่าโกหกไปทำไม ทั้งที่แววตาก็ฟ้องความเคลือบแคลงจนปิดไม่มิด แต่ยังยึดหน้าที่ ‘พี่ชายที่แสนดี’ ไม่ยอมปล่อย
“...จะกลับเลยหรือเปล่า?” พี่ใหญ่ของวงถามอย่างมีอัธยาศัย แม้คนอื่นจะทำเหมือนคนผอมโทรมอย่างไม่มีตัวตนในสายตามานานแล้ว
“มีซ้อมต่อ” พูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกไป ไม่ใช่ไม่อยากจะตอบ แต่ล้าจนไม่มีแรง
“เฮ้ ไหวหรือเปล่าคาเมนาชิ” ยูอิจิคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามออกไป “...นายอย่าคิดมากเลยนะ”
“อย่าพูดอย่างนั้นเลยนากามารุ...ฉันไม่คิดมากอยู่แล้ว” คาซึยะหัวเราะในลำคอ “...ใช่ ฉันไม่คิดมากอะไรเลย”
“ไม่เอาน่า...ตอนนี้ใครๆ ก็มีอคติกันทั้งนั้น แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนจะต้องเห็นแบบฉันได้แน่ๆ”
“แบบไหนหรือ?”
หมุนตัวหันกลับมามองหน้าอีกฝ่ายแล้วยิ้มแจ่มใส
“อย่าพูดเลย...ฉันก็รู้ว่านายไม่ได้คิดต่างจากคนอื่นหรอก”
“ฉันเปล่า”
“ถ้าคิดว่าฉันเสแสร้ง...ก็อย่ามาเสแสร้งเหมือนฉันสิ”
ความจริงที่เขาไม่อยากยอมรับ แต่ก็ยั้งปากไว้ไม่ทัน...
สุดท้ายแล้วความไว้วางใจเพียงหนึ่งเดียวก็ต้องถูกลิดรอนเอาคืนไป แต่มิตรภาพจอมปลอมไม่น่าจะใช่สิ่งที่เขาควรเสียดาย ถ้าจะต้องรอจนถึงวันที่ ‘คนดี’ เหนื่อยเกินกว่าจะมาทำดีกับเขาแล้วหันหลังจากไป ให้ตัวเขาเป็นผู้เลือกที่จะตัดสายสัมพันธ์เสียก่อน อย่างน้อยก็ยังเหลือศักดิ์ศรีไว้ยึดเกาะไม่ใช่หรือ
ก็คงดีกว่าไม่เหลืออะไรเลย…
ครั้งหนึ่ง เขาเคยถูกบังคับให้มาออดิชั่นด้วยความไม่เต็มใจ แต่หลังจากนั้นแม้จะไม่มีจุดหมายมันก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน หากมาวันนี้...จุดหมายของเขาแจ่มชัด ตัวงานยิ่งสร้างความสุขให้เขามากขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่...ก็มีแค่งานที่ทำให้เขามีคุณค่า ตัวตนของ คาเมนาชิ คาซึยะ ยังคงอยู่ก็เพราะ ‘งาน’ เพียงอย่างเดียวจริงๆ
เพราะฉะนั้นก็ควรแล้วที่ต่อให้โหมจนร่างกายแทบพังทลาย ทางเดินแคบๆ ว่างเปล่าและเดียวดาย รวมถึงปลายทางฝันที่บิดเบี้ยวไปทุกที
เพื่อแลกกับความก้าวหน้า ความสำเร็จ ...ที่ไม่มีใครร่วมชื่นชม
เขาทำมานานแล้วแค่ทำต่อไปก็คงไม่ตาย
ความสุขอยู่ที่ไหน หรืออยู่กับใคร... ความเพ้อฝันถึงเรื่องไร้สาระอย่าง ‘เพื่อน’ หรือ ‘คนรัก’ ก็คืออดีตไร้ค่าเท่านั้น
++++++
“รู้เรื่อง single Real face แล้วใช่ไหม”
คาซึยะกระพริบตาถี่ๆ สมองยังจับต้นชนปลายไม่ถูกนัก อาการล้าจากการซ้อมบทละครอย่างหนักทำให้สติที่ควรจะมีหดหายไป จึงได้แต่อ้าปากค้างแต่ไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากลำคอ
เหนื่อยล้าก็ส่วนหนึ่ง...แต่อีกส่วนมาจากความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่าคนอย่าง อาคานิชิ จินจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน ทำให้ไม่รู้จะตอบอย่างไรรวมกับนึกสาเหตุที่อีกฝ่ายมาถามไม่ออก
“เพราะนายทำผลงานไว้ดีแท้ๆ ” นักร้องนำพูดพลางยักไหล่ “KAT-TUN เลยพลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย”
คำขยายความพร้อมรอยยิ้มมุมปากยังให้ร่างเล็กลุความเข้าใจ ไม่น่าเสียเวลาคิด... คนบางคนก็เก่งแต่เสียดสี! ...โทสะที่แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ กระตุกประสาทให้โต้ตอบรวดเร็ว
“รู้อย่างนั้นก็ดีนะ! ก็ต้องขอบคุณนายด้วยเหมือนกัน เพราะความร่วมมือในการลดข่าวฉาวๆ ลงบ้าง ทำให้ความเหนื่อยยากของฉันไม่สูญเปล่า”
ทั้งสองสบตากันชั่วขณะ ก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วผละจากกันไปด้วยเสียงเรียนสแตนด์บายของสต๊าฟ
คาซึยะนึกขำไม่น้อยเมื่อคิดขึ้นได้ว่าเพียงแค่การโต้ตอบไม่กี่คำ...AKame เซอร์วิสที่ห่างหายไปนานกลับมาพิสูจน์ความแน่ของกันและกันบนเวทีโดยไม่ต้องนัดแนะล่วงหน้า
...ทั้งการหยอกล้อของจินด้วยเพลง Seishun Amigo
...การเดินเข้าเต้นแนบชิดของคาซึยะในเพลง She Said
....หรือกระทั่งการจับมือเพื่อโค้งขอบคุณของทั้งสองก่อนปิดม่าน
น่าแปลก...ที่ทั้งคู่เคยขยะแขยงกันและกันจนไม่อยากจะเข้าใกล้กันพักใหญ่ๆ แต่ทักษะที่ไม่ได้ฝึกฝนก็กลับเคยไม่ลดลง ซ้ำยังกลับทำได้เนียนสนิทกว่าเดิมอีกด้วย
ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเพื่อนร่วมวงและผู้ชมที่ออกเสียงกรี๊ดอย่างห้ามไม่อยู่ คาซึยะก็ได้แต่ยิ้มแล้วเก็บคำถามหนึ่งเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
...หากว่าวันนี้จินและคาซึยะยังคงเป็น ‘คนรัก’ ความรู้อกรู้ใจจะมากมายเท่าการเป็น ‘ศัตรู’ เช่นทุกวันนี้หรือเปล่า...
“คาเมนาชิคุง ผู้กำกับเวทีขอเชิญไปคุยครับ”
สต๊าฟผู้ดูแลกล่าวอย่างเกรงใจ คนถูกเรียกพยักหน้าแล้วยกขวดน้ำขึ้นดื่มชดเชยเหงื่อที่เสียไปก่อนจะราดที่เหลือลงบนหัวแล้วให้ผ้าเช็ดลวกๆ
คาซึยะก้าวเท้าสวนกับคนอื่นที่กำลังจะกลับบ้าน ทุกคนล้วนแล้วแต่เหนื่อยจนพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าก้มตา จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยแล้วตรงดิ่งกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่สำหรับวันถัดไป
ผู้กำกับออกความเห็นให้มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างหลังเช็คเทปอัด คาเมนาชิในฐานะตัวเอกคนสำคัญจึงต้องอยู่ซ้อมต่อ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปยังเช้าวันใหม่ เขาก็ทำได้แค่สะบัดหัวแรงๆ และขออนุญาตไปล้างหน้าเรียกความสดชื่นเป็นระยะ
“ยังไม่ใช่เท่าไหร่...ตรงนี้เอาใหม่อีกรอบนะคาเมนาชิคุง”
“...ครับ”
สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะตั้งสติให้จดจ่อกับบทบาทตรงหน้ากว่าเดิม
เพราะหน้าที่ของหุ่นยนต์คนเก่งคือต้องเดินเครื่องเต็มกำลัง ถ้าไปไม่ถึงฝั่งฝันก็หมดสภาพไปก่อนแค่นั้น ...แต่เขาจะไม่มีวันยอมแพ้ ...ไม่ว่ากับตัวเขาเองหรือว่าใคร
เขาจะไม่มีวันยอมแพ้ จะเจ็บจะเหงากว่านี้ก็ช่างมัน
จนตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจ
ว่าผมหลงทางเพราะเดินอยู่เพียงลำพัง
หรือคนที่เดินอยู่ข้างๆ ผมก็ไม่รู้ทางกันแน่
++++++
END 10#lost , TBC
Talk
สวัส(ไม่)ดีค่า~ << มุกเก่าได้อีก
ทักทายกันแบบนี้เนื่องจากปวดแผลผ่าฟันคุดจี๊ดๆ บวมมาสามวันยังไม่ยุบ TT[]TT
แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับฟิค ข้ามไป... - -
ยังไงฟิคเรื่องนี้ก็ยังดองเอาโล่...เหิกๆ ไม่สามรถแต่งฟิคก่อนที่จะสอบได้จริงๆค่ะ มันรู้สึกผิดในสำนึกของความดีลึกๆในใจ 55+
งึมงำ ไม่รู้จะ talk อะไรดี...เอาเป็น...ตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่อีดิทเยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ สลับกันอ่านกับพี่แจนจนอ้วกกันไปคนละสามสิบแปดรอบ [เวอร์ไป] (ก็ไม่ได้เวอร์นะจอย -*-) สารภาพว่ามึนมากเลยค่ะ 55+ เขียนอะไรซ้ำๆ เพราะลืมว่าเขียนไปแล้ว อะไรเทือกนั้น ฮ่าๆ [โก๊ะกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว]
ในที่สุดมันก็ดำเนินมาถึงเลขสองหลักแล้วค่ะ //ปรบมือ ทำให้เล็งเห็นถึงอนาคตอันสดใส[เหรอ]ของฟิคเรื่องนี้ ถึงจะดองไหแตกยังไงมันก็ต้องจบค่ะ 555+
เอาล่ะ มาพูดถึงคนดำเนินเรื่องในตอนนี้กันหน่อย คาเมะตอนนี้อาจจะดูเหวี่ยงๆไปบ้าง แต่จริงๆ ถ้าเราต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นก็อาจจะควบคุมตัวเองได้ไม่ดีเท่าคาเมะก็เป็นได้ อืม...ยังไงดี ความกดดันมีผลต่อสภาพอารมณ์ล่ะมั้ง [หัวเราะ] อ้อ แอบชอบมะพีจัง [อีกแล้ว] ผู้ชายคนนี้คูลอ่ะค่ะ ประทับใจในบทบาทอย่างจริงจัง [มะพีเรื่องนี้ไม่ใช่นางร้ายนะคะ!!]
เอ้อ เริ่มสติหลุดนิดๆ ลาดีกว่าค่ะ ก่อนจะพูดจาไม่รู้เรื่อง เจอกันตอนที่11 นะคะ XD~
หมายเหตุ – การแต่งฟิกตอนนี้คนแต่งได้พึ่งคลิปจากยูทูบไปหลายอัน http://www.youtube.com/watch?v=z15_wnMci8I ...เช่นอันนี้ในฉากที่สอง เปิดดูเพื่อแต่งเติมจินตนาการได้เลยค่า...
Reply comments
reeya – จริงๆ ทัตจังก็ไม่กลางเท่าไหร่นะคะ 55+ ดูเอนไปทางจินซะมาก ไม่แน่นะคะ ถ้าเปิดใจกันมากกว่านี้มันอาจจะต่อยกันเลยก็ได้ 55+ (กลางที่สุดคือจุนโนะค่ะ หุหุ ส่วนการเปิดใจคงต้องใช้เวลามั้งคะสำหรับวงที่รวมแต่คนแรงๆ ...เนาะ อย่างตอนนี้ก็ 9 ปีเข้าไปแล้ว วู้วววว)
pierce - เฮชอบของแปลก 555555555+ อย่าจินดะนะ เรื่องนี้จินเมะเท่านั้น ฮะฮะ [แม้จะมีเลือดจินดะไหลเวียนอยู่ในตัวมากมาย ฮ่าๆ] เฮสวัสดีปีใหม่...ตอนนี้ก็เกือบจะสวัสดีปีใหม่[ไทย]เหมือนกัน 555+ << ยังมีหน้ามาพูด (เรื่องที่เอ้เข้าข้างจินถูกต้องค่ะ แต่ไม่ใช่เอ้คนเดียวเน่อ ลืมยามะพีไปแล้วล่ะสิ 555+ จากตอนนี้คงเห็นแล้วว่าคนเข้าข้างจินมีเยอะ เมะต่างหากน่าห่วง -*- ส่วนเรื่องเลิฟอินสโนว์ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนคิดเหมือนกัลลล จับมือๆๆๆ ป.ล. โนะคิจงเจริญด้วย ฮิ้ววว)
viva - ชอบบุคลิกทัตจังเหมือนกันค่ะพ่วี โฮะๆๆ [สมาพันธ์เมียลารวมตัว~] เอิ่ม ก็จริงนะ โคคิปากจัด ฮ่าๆ ดูคอนด้วยกันมันสนุกกว่าดูคนเดียวจริงๆอ่ะ นั่งขำกันทั้งคอน 55+ (กว่าจะมาต่ออีกตอนเกิบได้ดูคอนเดือนห้าเลยเนาะ 55+ ตอนที่แล้วหาเนื้อวิวบีออไรท์ ตอนนี้แนะนำให้เข้ายูทูบหาดรีมบอยกับอุตาวาระมาดูเลยค่ะ กร๊ากกกกกกกก)
แค่..สวย..ตัวแม่ - เอิ่ม...จริงๆ ทัตจังมันอาจจะไม่ได้มีอุเบกขา แต่มันแค่ขี้รำคาญและเย็นชา 55+ [จริงๆคือชีมีโลกส่วนตัวที่แข็งแกร่งมาก โลกของแฟรี่ 55+] อา...พวกที่พูดออกมาเลยมันก็ดีน่ะนะคะ เหอๆ แต่มันก็จะต่อยกันง่ายขึ้นเหมือนกันน่อ (จอย อุเบกขาแปลว่าวางเฉย เอ้มันก็วางเฉยจริงๆ นะ 555 แค่ในใจเทคไซด์นิดหน่อย พี่คิน่าคบนั้นจริง แต่ก็มากับอารมณ์ร้อนๆ คนเรามีดีอย่างเสียอย่างเสมอเนาะ สัจธรรมสาธุ...)
Shin_ai - ฮ่าๆ ตอนที่แล้วไม่มีคาเมะ มาตอนนี้เลยคาเมะทั้งตอนเลย ว่าพี่ยูเข้าข้างคาเมะ แต่ทัตจังก็เข้าข้างจินใช่น้อยนะคะนี่ (คาเมะเน้นๆ ไม่รู้คนแต่งกับคนอ่านจะว่ายังไง แต่คนอีดิทปวดหัวมากค้า... คาเมะมาทีปวดตับมั่กๆ 55 คราวที่แล้วพูดถึงว่าอย่าเถียงในสิ่งที่เราไม่รู้จริง แต่ตอนนี้กระทั่งเจ้าตัวก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน อาจจะรู้สึกแต่ไม่รู้รอบ ตราบใดที่น้ำยังขุ่นมองอะไรก็ยากจะเห็นจริงๆ นะคะ)
zNs - โอ้ อย่าซีเรียสขนาดนั้นค่ะ แค่ฟิกชั่น ขำขำ ฮ่าๆ พี่คิแร๊ง! แต่ตรงไปตรงมานะคะ!! อย่างทัตจังคงไม่ใช่เฉยชา แต่คือเย็นชามากกว่า ฮะฮะ ทั้งๆที่เลือดร้อนแท้ๆ (ไม่อยากให้เครียดเลยค่ะ ฟิกอาจจะปวดตับแต่ไม่อยากให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกเครียดเลย (ขัดแย้งอ่ะ 55) กรี๊ดพี่คิซะไฟท่วมตาเลย ชอบใช่มั้ยคะ 55+)
MamenosukE^_^ - 555+ นึกถึงช่วง "ฉันเห็นแฟรี่" ของทัตจังแล้วขำจริงจัง ทัตจังนี่ไงคะแก้ต่างให้จิน แต่มันพูดน้อยเลยดูเหมือนไม่ช่วย ฮ่าๆ สำหรับตอนนี้ได้มะพีสมตามรีคเวสไปหนึ่งชอตสั้นๆ จริงๆเราชอบมะพีมากเลยนะคะ ผู้ชายคนนี้เจ๋งจริง! (ฟิกเรื่องนี้น่ะต่อค่ะ แค่เมื่อไหร่....หุหุ จินนั้นไม่มีใคร “แก้ต่าง” แต่มีคนเข้าข้างนะคะ แน่นเหนียวด้วยซ้ำแต่ละนายยังกวนอยู่ 55 ไม่เหมือนเมะ -*- เป็นห่วงพี่ยูจริงๆ คนอ่านจะว่าไงบ้างไม่รู้ 55+)
rei - ม่ายยยย ทัตจังไม่ใช่นางเอก!! เป็นเพื่อนพระเอก 5555+ ถ้าเบิ้ดหัวจินคงไม่จบแค่โดนเบิ้ดกลับแน่ๆค่ะ 55+ (ทัตจังเข้าใจคนอื่นดี หรือแค่ชิลก็ไม่รู้ค่ะ 55+ อ่อๆๆ ถ้าจะเบิ้ดหัวจินจริงอย่าลืมวิ่งหนีให้ทันนะคะ 55)
tita - ขอบคุณค่า //โค้ง พยายามทำให้ไม่ขัดกับความจริงที่สุด ดีใจที่คิดแบบนี้ค่ะ ^ ^ (ไม่ต้องห่วงพี่คิเลยค่ะ ต่อให้ใครโยนของร้อนมาให้เฮียเขา ฮีก็สามารถโยนต่อคนอื่นได้ 55 // ขอบคุณที่เชื่อในนิยายเรื่องนี้นะคะ อาจจะมีตรงไหนไม่ถูกใจ ติติงได้เลยนะคะ จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ ^^)
akame_tj - ฮ่าๆ ปกติคาเมะจะเหมือนถูกกระทำฝ่ายเดียว แต่จริงๆไม่ใช่เลยค่ะ มันก็พอๆกันแหละเน่อ เห็นด้วยค่ะ คอนควีนคู่โนะคิมาแรง!! ชอบฉากแร๊พคู่ม๊ากมาก (ว้าย โคคิไม่ได้ด่าค่ะ จินน่ะไม่ต้องไปสนใจมันหรอกค่ะ มันชิล 55 เข้าข้างคาเมะดีแล้วค่า 555 ส่วนคู่โนะคิ ไม่อยากจะเซดมาก เดี๋ยวจะหาว่าแม่ยก กริ๊บกริ้ว ดูสิตอนนี้ยังแอบเออออห่อหมกกันคนละประโยค 555555)
harry - มอบโล่KFCค่ะ 55+ (พร้อมเหรียญทองคำแท้ 55)
nawa_akanish - จริงๆทัตจังมันเอียงซ้ายนะพี่บวบ! 55+ พาร์ทนี้เรื่องไม่เดิน << ฉึก!~ จะเดินแล้วค่า แหะๆ ทัตจังมันชักจะแต่งหน้ามากขึ้นทุกทีแล้วอ่ะพี่ ในวันดรอปก็ทาอาย แถมในเรสคิ้วก็ยังเต้นสาวได้อีก ฮู้ว~ (พาร์ทนี้เรื่องเดินหรือยังค้า... (ไม่สินะ 55) ตายแล้วๆ ตอนที่ 9 เม๊าท์เรืองคอนควีน ราวกับผ่านมาตั้งนานนม แปลว่า...แปลว่า ตอนสิบนี่แงะมาจากโหลดองเห็นๆ 555 << ไม่สำนึก // พีวีหน้าทัตจังบอกว่าจะปัดแก้มด้วยค่ะ หุหุ)
ploy@tatchi - ฮ่าๆ พวกไม่เอาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวนั่นเอง แต่ทัตจังเย็นชากว่า เพราะขนาดเรื่องใกล้ตัวสุดๆ ก็ยังอิ๊กนอร์ได้เชิดๆ ป่านนี้พี่พลอยคงได้ดูคอนควีนแล้วสิคะ ทัตจังน่าร๊าก~ (พลอยตอบว่าดูคอนควีนจนเปื่อยแล้ว 55 ทัตจังตัวแม่ ใครตัวพ่อดีเอ่ย แจนโหวตให้เรียว!! << ได้ข่าวว่ามันยังไม่ออก 55+)
enz=^__^= - เกรงว่าถ้าทัตจังตบกบาล พวกมันจะหันกลับมารุมกระทืบน่ะสิคะ 55+ อีกอย่าง จุนโนะนี่ก็ซุ่มเก็บข้อมูลไว้ยิงคนอยู่ อันตราย อันตราย เห็นด้วยค่ะ ว่าปกติคาเมะโดนสปอย จริงๆคาเมะมันก็ผิดนะ! (ขอบคุณค่ะที่เว้นจุนโนะ แจนปลาบปลื้มมาก 55+ // ข่าวจินกับชะนีสนใจไปใย ดู CTKT ดีกว่าค่ะจรรโลง อร๊ายยยย แล้วก็ๆๆ วันนี้โคคิไม่เข้าข้างเมะ แต่วันนึงอะไรก็เปลี่ยนได้ค่ะ ใจคน เนาะ... << ไม่ได้สปอยด์นะคะ เพราะตอนหน้ายังไม่ได้คิดเล้ยย โฮะๆ)
kaname - ฮ่าๆ จริงๆรู้สึกว่าไม่ค่อยมีคนสนใจคำขึ้นต้นกับลงท้าย ดีใจที่พี่บัวชอบนะคะ XD~ ส่วนงานโฮม...ตอนนี้ไม่ชัวร์ ว่าถ้าจะจัดเนี่ยก็อาจจะเป็นปลายเดือนพค.อ่ะค่ะพี่บัว เดี๋ยวประชุมวันที่5นี้เสร็จแล้วจะแวะไปทิ้งข่าวไว้ในบลอคนะคะ ยังคงอยากอ่านฟิคพี่บัวนะคะ ฮ่าๆ (บัวแค่อยากจะกรี๊ดเรอะ พี่กรี๊ดไปห้ารอบแล้วเนี่ยกับการอีดิทตอนสิบ ยากม๊ากกกกกกกกกก ยากที่สุดตั้งแต่จอยแต่งมา อยากบินไปญี่ปุ่นจับคาเมะตัวจริงมาเขย่า (ได้ข่าวว่าเขาไม่เกี่ยว) ไม่อยากจะบ่นแระ ตั้งหน้าตั้งตาทวงฟิกบัวดีกว่า เมื่อไหร่จะต่ออ่ะ ดองเค็มยิ่งกว่าพี่กะจอยอีกน้า...)
Hanabi - ค่อยอ่านๆนะคะ อย่าอ่านรวดเดียว อาจจะอ้วกได้ 55+ (ขอบคุณที่สนใจอ่านค่า อย่าลืมทำตามคำแนะนำของจอย 55 ว่าแล้วแจนขอลาไปอาเจียนก่อนใคร...โฮกกกกกก)
shisou~ - ขอบคุณนะคะสำหรับคอมเมนท์ในตอนที่ 9 // รู้สึกเอ้จะโกยคะแนนนิยมไปเยอะจริงๆ 55+ เด็กอ้วนกับเด็กตาตี่เขาเอสเอมค่ะ ชอบตีกัน แต่สุดท้ายก้ต้องรักกันเนอะ (ลัทธิเข้าเส้นนน)

#1 By tita (222.123.84.67) on 2009-04-01 09:30