Peacefuldays [KA-TT-UN]...II

posted on 25 May 2009 01:16 by asuka-jan  in Short-fic

 

Title: Peacefuldays [KA-TT-UN]
Part: II
Cast: คงรู้กันแล้วเนาะ
Author: Asuka
Rate: General (ร่ำสุราเบาๆ ไม่เกิน 5 ดีกรี)
Warning: 1. เพื่ออ่านเรื่องนี้ให้ได้อรรถรส โปรดตรวจสอบตัวเองให้แน่ใจว่าท่านเป็นอคาเมะสาวกขั้นเทพ 2. มีเชื้อ TT กับ UN แฝงอยู่ในเซลล์นิดหน่อย 3. ไม่จำเป็นต้องอ่านพีสฟูลเดย์หนึ่งเลยแม้แต่น้อย 4. แต่แนะนำให้อ่าน Show me your affection กับ Up Blog มาก่อน (ซีเรียส) 5. แต่ถ้าอ่านคำเตือนมากๆ แล้วเริ่มรำคาญก็ไม่ต้องไปสนใจมันก็ ได้ค่ะ ....อ่านเห๊อะ

 

 

 

 

เมื่อพากันย้ายเข้ามาในไพรเวทรูม...เสียงดนตรีอึกทักจากด้านนอกก็ค่อยซาลงไปอยู่ในระดับไม่หนวกหู หนึ่งในสามหนุ่มสั่งเครื่องดื่มประจำของตนเองหลังหย่อนร่างลงในโซฟาสีดำ ส่วนอีกสองคนใช้เวลาครู่หนึ่งในการเพ่งมองเมนูผ่านไฟสลัวเพื่อค้นหารสชาติใหม่ๆ ...ห้านาทีให้หลังน้ำเมาหลากสีถูกยกมาเสิร์ฟ บทสนทนาก็เป็นอันเริ่มขึ้นด้วยความร้อนวูบวาบที่รินไหลผ่านลำคอ

 

นี่......ถ้าพวกนั้นรวมกลุ่มกันบ้าง พวกเขาจะนินทาพวกเรามะ

แหงแซะ ถามทำไมวะ

เอ้า ก็เราจะได้นินทาพวกเขาบ้างไง

งั้นนายจะเมาท์อะไร

 

ฉันอยากเมาท์... หนุ่มน้อยลดเสียงลงกระซิบ เรื่อง...อย่าง...ว่า

 

วลีชัดถ้อยชัดคำทำให้ชายหนุ่มหัวเกรียนพ่น Black Devil กลับลงไปในแก้ว และอีกคนซึ่งกำลังเอนจอยกับเหล้าร้อน Choco Fever ก็ถึงกับวางหลอด

 

งั้นฉันกลับละ

เฮ้ย / เฮ้ย อย่าเพิ่งสิ

แล้วจะคุยเรื่องนี้ทำไมล่ะ ฉันไม่เห็นอยากจะรู้เรื่องพรรค์นั้นของนายกับจินสักหน่อย

อ้าว แต่ฉันอยากรู้เรื่องของนายกับยูอิจินี่

 

ไม่ให้รู้

 

นั่นแน่ะ แสดงว่ามีอะไรในกอไผ่

 

คาเมะแกล้งทำตาโต ไม่มีคณนากับการกอดอกและหน้าตูมๆ ของพี่ผู้แก่กว่าถึงสามปี พอกันกับโคคิทั้งที่ที่มักจะเกรงใจทัตสึยะเป็นพิเศษหนนี้ยังหัวเราะคิกอย่างห้ามไม่อยู่

 

ใช่ม้า... ยูอิจิพิชิตนายได้แล้วใช่ป่ะ

คาเมะ

ไม่ต้องทำเสียงดุเลย...นายจะอายทำไมทัตจัง เรื่องธรรมชาติน่า... ยิ่งนายไม่เล่า ฉันจะยิ่งคิดเอาเอง

 

ว่าแล้วคาเมะก็สาธิตการ คิดเอาเอง ด้วยสีหน้าเคลิ้มฝัน...จิบ Love Never Die ไปพลางหัวเราะกับตัวเองไปพลาง ฟ้องความพิเรนทร์ของมโนภาพในหัวเป็นอย่างดี

 

คาเมะ...

ไม่สนๆ

คาเมะ! ทำไมนับวันนายยิ่งลามกแบบนี้ล่ะ

ใช่ แถมยังสาวสุดกู่ด้วย...

ว่ายังไงนะ

สาวไง สาว...อ่ะ รู้ตัวไม่ใช่หรือ ย้ายไปอยู่มอร์นิ่งเลยมะ ไอ้คาเมะไม่แคร์สื่อ

 

เจอคำวิจารณ์อันจี้ใจดำเข้าทัตสึยะก็ประหนึ่งรอดตัว เพราะคนถูกว่านั่งก้มหน้าลดความเริงร่าของตนลงฮวบ ขาที่ไขว่ห้างก็ไขว้กลับอย่างสงบเสงี่ยม ตัวที่เลื้อยไปกับเบาะก็ค่อยหยัดตรงขึ้นมาอย่างเรียบร้อย กระนั้น...

จริตกิริยาก็เพียงเปลี่ยนจากสาวก๋ากั่นมาเป็นสาวจ๋อย ให้โคคิและทัตสึยะต่างมองหน้ากันและกันอย่างปลง

 

...กู่ไม่กลับแล้วสินะ

 

น่าเกลียดใช่มั้ยอ่ะ... ดูแย่ใช่ป่ะ

 

คาเมะมองตัวเองด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

 

...นายจะเอาความเห็นคนทั่วไปหรือความเห็นไอ้จินล่ะ

เอาความเห็นนายสิ

ถ้าความเห็นไอ้จินเนี่ยนะ นายจะเป็นยังไงมันก็รัก...

มันบอกว่าจะเอาความเห็นนาย

ก็เดี๋ยวสิ ก็จะบอกไงว่าไม่ต้องห่วงเรื่องที่รักมัน... หนุ่มทรงสกินเฮดหันไปว้ากคนขัดคอ ส่วนฉันหรือเพื่อนๆ คนอื่นในวงเนี่ย ก็ไม่ต้องห่วงเหมือนกัน บอกตรงๆ นะ...รับได้แล้วว่ะ แกก็ เรียกว่าอะไรดี ค่อยๆ เป็นอ่ะไม่ใช่อยู่ๆ ก็เป็น... จินมันทรีตแกอย่างผู้หญิง แกจะค่อยๆ สาวขึ้นก็ไม่แปลกอะไร ถ้าจะโทษก็ต้องโทษมัน แล้วแกอ่ะ...น่ารักนะ

 

คำอธิบายถูกเว้นวรรคด้วยเสียงจิบเหล้า

 

มันไม่ขัดลูกตาเหมือนคนอื่นๆ ถ้าเป็นฉันเงี้ย แหวะ ไม่อยากคิด...สยอง อีกอย่างพวกเราก็ตกลงกันมาตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกัน แกก็เป็นตัวของตัวเองไปเถอะ ...แต่ก็อีกว่ะ

อะไร...

ถ้าให้พูดในฐานะเพื่อนร่วมงาน นายระวังตัวมากๆ หน่อยก็ดีนะ เพราะไม่งั้นตัวนายเองจะเดือดร้อน รู้ใช่มั้ย...

ฉันก็ระวังแล้วนะ... ไม่ได้ตั้งใจทำสักหน่อย มันเป็นไปเอง...

ที่จริงนายก็มีหัวคิดมากกว่าพวกเราทุกคน ไม่น่าจะต้องให้ใครมาเตือนเลยนะ

 

เมื่อโดนซ้ำเติมคาเมะก็ก้มหน้านิ่ง ขมวดคิ้วเครียด ท่าจิบค็อกเทลสีสวยถูกปรุงให้ แมน ขึ้นถนัดตา

 

ฉันขอโทษ

 

ความเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศเต็มที่ จนโคคิรู้สึกว่ามันช่างขัดกับเสียงเพลงสนุกสนานด้านนอกอย่างน่าอึดอัด ชายหนุ่มจัดการออกไปเรียกบริกรเพื่อสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่ม ก่อนจะกลับมาตบโต๊ะทำลายความอึมครึมให้สลายไป

 

จะมาเมาท์กันไม่ใช่หรือ โยงมาเรื่องเครียดทำไมเนี่ย

ได้ข่าวว่านายเปิดประเด็นโคคิ

เออๆ งั้นกลับไปใหม่ เมื่อกี้จะคุยกันเรื่องอะไรนะ

ก็เรื่องอย่าง--

เรื่องคาเมะลามก ทัตสึยะรีบเอ่ย

 

เออใช่ๆ คาเมะ แกมันลามกว่ะ ติดเชื้อไอ้จินมาใช่ป่ะ

ก็ทำไมล่ะ คนมันอยากรู้นี่ ทีตอนฉันคบกับจินแรกๆ นายยังมาเซ้าซี้ถามเลยว่าเป็นยังไง

โคคิถาม ฉันไม่ได้ถาม...

แต่ตอนนี้ฉันอยากถามเรื่องนายกับยูอิจินี่...

 

คาเมะกระเถิบเข้าหาสองเพื่อน

 

เข้าใจมั้ย ยิ่งปิดก็ยิ่งอยากรู้ อยากรู้...

 

แกก็เล่าเรื่องของตัวเองถางความกระดากก่อนสิวะ

ดี งั้นแกเริ่มเลยเพราะยังไงก็ติดหนี้ฉันอยู่แล้ว

เฮ้ย เรื่องไร โคคิกระดกแก้วเหล้ากลบใบหน้าที่เริ่มแดงเรื่อ แกอัพเดตชีวิตรักของแกก่อนสิ เมื่อก่อนเคยบอกว่าจินใจร้อนแล้วก็ช่างเรียกร้องใช่มะ แล้วตอนนี้อ่ะ เหมือนเดิมหรือว่ากลับกัน

 

คาเมะยู่หน้าใส่คำล้อ แต่ก็ตอบอย่าชัดถ้อยชัดคำแบบปนเขิน (นิดหน่อย)

 

มันก็...ผลัดกันน่ะ บ้างเขาก็สะกิด บ้างฉันก็สะกิด แต่จินอ่อนโยน เขาจะดูตารางงานฉันแล้วก็ร่างกายฉันมากกว่าเมื่อก่อน ที่ทำเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้...บากะ ยกเว้นแต่เวลาที่ทะเลาะกันแล้วเขาคิดว่าฉันเป็นฝ่ายผิด ตอนนั้นล่ะเล่นตัวน่าดู หายโกรธแต่แกล้งทำเป็นเฉย น้องเล็กส่งเสียงขึ้นจมูก

 

เก็กให้แกง้อว่างั้น

ใช่เลย... จินน่ะ ตอนดีๆ ก็...ก็ทำให้ฉัน...เยอะแยะ แต่พอถึงเวลางอนนะ ชอบจู้จี้ให้ฉันทำนั่นทำนี่ อะไรก็ไม่รู้... เอาล่ะๆๆๆ เรื่องของนายบ้าง บอกมาดีกว่าโคคิ จุนโนะอ่ะ ดีมะ เวิร์กมะ เจ๋งมะ

 

พอท้อปปิกเปลี่ยนอย่างกะทันหัน โคคิก็เสไปให้ความสนใจกับลูกมะกอกดองในแก้วทรงสั้น แต่คนถามไม่ยอมง่ายๆ คาเมะใช้ปลายแหลมของรองเท้าเตะสะกิดหน้าแข้งเพื่อนเร่งเอาคำตอบ (ในขณะที่ทัตสึยะจดจ่อกับการละเลียดฟองครีมแม้หูจะผึ่ง)

 

อะไรเล่า

อย่าลีลา เล่ามาซะ เอางี้ ที่บอกว่าอยากพลิกเป็นฝ่ายทำน่ะ สำเร็จมะ

ก็...พยายามแล้วว่ะ แต่ไม่สำเร็จ

หมอนั่นไม่ยอม?

เปล้า...หมอนั่นโอเค แต่พอถึงเวลาเนี่ยสิ! ...ลืมว่ะ มัวแต่เคลิ้ม

 

เหวยยยยย.......

 

คาเมะร้องไร้เสียงยกสองมือขึ้นอุดปากสนิท แม้แต่ทัตสึยะที่เหมือนไม่สนใจยังเงยหน้าเบิกตาเบิ่งหน้าเพื่อน

 

แปลว่าเจ๋งอ้ะดิถึงได้ทำนายเคลิ้มจนลืมน่ะ

ก็...อือ...หมอนั่นเล้าโลมเก่งจริงๆ ว่ะ ตั้งอกตั้งใจมากกกกอ่ะ รู้สึกเหมือนโดนเอาคืนเลย

เอสหรือ!!”

ไม่เชิง... แต่แบบ ช่วงนั้นอ่ะ ก็ช่วงนั้นอ้ะ...เข้าใจใช่มะ มันนะจริงจังโคตร!! จริงจังไปไหน แบบถ้ามันร้องว่า เคลียร์!’ ตอนทำเสร็จฉันคงถีบมันกระเด็นไปแล้ว

กร๊ากกกกกกกกกกกกก เหมือนตอนเล่นเกมอ่ะนะ

เออ เอาจริงเอาจังแบบนั้นเลย

เวรกรรม

ถ้านายไม่แฮปปี้นายน่าจะบอกมันนะ

มันก็ไม่เชิงไม่แฮป คือ ไงล่ะ... มันก็ดี...ดีนะ แต่มันขำว่ะ ทุเรศตรงเหตุผลที่มันแถแค่นั้นแหละ

เหตุผลอะไร

 

ก็...พอถามว่าทำไมต้องตั้งหน้าตั้งตาทำขนาดนั้นด้วย มันก็บอกว่าหน้าฉันตอนนั้นน่ะ...เร้า...จนมันต้องเร่งให้ถึงจุด

 

โอ้มายก้อดดดด!!”

 

คาเมะและทัตสึยะหันไปทึ้งหัวตัวเองกันคนละทาง แสดงอาการเยี่ยงผีร้ายโดนข้าวสารเสก โคคิอายเพื่อนอยากจะเอาอะไรปาแต่หามีไม่ จึงได้แต่เอามือทุบโต๊ะกระทืบเท้าขัดอดขัดใจไปเท่านั้น

 

หยุดเลยไม่ต้องอ้วก ฉันไม่ได้อยากเล่าสักหน่อยพวกแกถามเองนะเว้ย

 

ให้ตาย... คิดภาพแกกับไอ้จุนโนะพูดจาแบบนั้นไม่ออกเลยจริงๆ

เออ แล้วแกคิดว่าฉันคิดออกเปล่าล่ะ ไม่น่าเล่าให้พวกแกฟังเลยว่ะ จะว่าไป...ที่มันว่ามาก็ไม่รู้ว่าตอแหลหรือเปล่า

ฮ่าๆๆ แล้วมันพูดจริงหรือเล่นมุกล่ะ

ไม่รู้มัน เจอเข้าแบบนั้นเป็นแกจะกล้าพูดกล้าถามอะไรต่อมั้ยล่ะ...

โอเคๆ ถ้างั้นเรื่องนี้ผ่านไป คาเมะโบกมือทั้งที่ยังไม่หยุดขำ ว่าแต่ขอกลับไปเรื่องเก่านะ นี่ฉันจะบอกอะไรให้ ถ้าแกอยากจะรุกมันบ้างจริงๆ อ่ะ ต้องรีบนะ ไม่งั้นอดตลอดชีวิต นี่ซีเรียสนะเว้ย

เหมือนนายงั้นสิ

 

น้องเล็กผู้มากประสบการณ์พยักหน้าก่อนกระดกค็อกเทลสีเหลืองส้มลงคอรวด

 

ก็เห็นกันแล้วนี่ว่าทุกวันนี้ฉันเป็นยังไง แม้แต่จะคิดก็ไม่ต้องแล้ว ฝ่ายรับน่ะเป็นไปนานๆ เข้ามันเคยตัว ไม่ต้องเหนื่อยทำ วันดีคืนดีนอนเฉยๆ ก็ยังได้ รอให้เขามาเอาใจ... ที่สำคัญนะ...ไม่รู้พวกนายจะเป็นมั้ย แต่ฉันเนี่ยแหละที่รับไม่ได้เอง ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายก็อยากจะกู้หรอก แต่ถ้าให้คิดภาพว่าไอ้คนที่มันกดเราคร่อมเรามาตลอดต้องกลายมาอยู่ใต้ร่างเรา มารับให้เรา เหย... รับไม่ได้อ่ะ พวกนายคิดภาพจินเป็นอุเคะสิ! ฉันไม่ยอมนะ

 

สองผู้ฟังกระพริบตาปริบจินตนาการตามคำสมมติ จากนั้นก็ทยอยกันพยักหน้าอย่างพอเข้าใจ

ใบหน้ารูปร่างเป็นอาคานิชิ แต่กิริยาท่าทางสลับร่างกับที่คาเมนาชิเป็นเช่นทุกวันนี้...

 

อืม... ไอ้จินเป็นอุเคะหรือ

 

ใช่ ต้องโดนสอย แล้วก็ร้อง โอ๊ยๆ เจ็บ! คาซึ จินเจ็บ! .........อ๊าก ไม่นะ!!”

สุดอัปยศ...

เพราะงั้นถ้านายจะรุกจุนโนะล่ะก็รีบซะ ก่อนที่มันจะฝังใจ ปิดตายประตูเซเมะตัวเอง เข้าใจมั้ย

เออ...เข้าใจแจ่มแจ้ง

ดี ตกลงทัตจังกับยูอิจิล่ะ เป็นไงบ้าง

อย่ามาเนียน ฉันไม่พูด

 

โหย...โอก้าซังง้า... คาเมะดีดดิ้นแล้วพลันโถมเข้าไปกอดแขนบุคคลที่เรียกขานว่าแม่ ยื่นใบหน้าซึ่งล้ำด้วยริมฝีปากเชิดงอนเข้าหาอย่างออดอ้อน หากทัตซึยะกลับเบนหน้าหนีแบบไม่มีใจอ่อนซ้ำยังปัดแขนทิ้งตามวิสัยคนถือเนื้อถือตัว แต่ถึงอย่างนั้นหนุ่มน้อยซึ่งกรึ่มไปบ้างแล้วจากฤทธิ์รักไม่มีวันตายก็ยิ่งหนีบแน่นตามประสาเด็กเอาแต่ใจ

 

น้า เล่าหน่อยเถอะน้า... ถ้าอายฉันเลี้ยงเหล้าอีกห้าแก้วเลยก็ได้ ย้อมใจๆ นะ นะ

เอาเข้าไป๊... นี่ถ้าไอ้จินมาเห็นคงจับแยกไม่ทัน

อะไรเล้าโคคิ จินเคยหึงทัตจังที่ไหน

ไม่หึงบ้าอะไร มันหึงทุกคนอ่ะ แค่คุมตัวเองได้หรือไม่ได้เท่านั้น แกเถอะ รู้อยู่ว่ามันหึงยังชอบเฟลิตไปทั่ว โรคจิตหรือไงวะ

โห เงียบไปเลย แกก็ชอบเล่นกับฉันไม่ใช่หรือ

เขาเรียกว่าคนดีเว้ย ให้ความร่วมมือไม่ปล่อยใครเก้อ

ถุย ไม่ต้องมาพูด... นะนะ ทัตจังนะ เล่าแค่ผิวๆ ก็ได้ ครั้งแรกของนายกับยูอิจิน่ะ เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วทุกวันนี้ทำกันบ่อยแค่ไหนหรือ...

 

นี่แน่ใจนะว่าผิว โคคิกระซิบถามตัวเองอย่างหวาดๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าในบรรดาผองเพื่อนทั้งหกบุคคลที่ไม่สมควรแหย่ที่สุดก็คืออุเอดะ พี่แกจุดความอดทนต่ำจนฟาดปากมาแล้วทั้งวง ไม่เว้นแม้แต่ไอ้ตัวดีที่ทำเป็นฉอเลาะไม่กลัวตายนี่ก็ด้วย

 

ที่ไม่บอกนี่เพราะนายอายที่จะพูด หรือเพราะนายเห็นมันเป็นเรื่องน่าอายฮึ... ไม่ใช่ว่าเอาบรรทัดฐานตัวเองมาตัดสินคนอื่นหรอกนะ ฉันเองเมื่อก่อนก็อายเหมือนกัน แต่พอผ่านมาถึงจุดนึง...มันก็ไม่รู้จะอายทำไม เพราะว่าเป็นคนที่รักก็เลยอยากจะพูดถึงบ่อยๆ แค่ได้พูดถึงก็มีความสุข เหมือนอวดแต่ก็หยุดตัวเองไม่ได้ เออ...มันก็อวดนั่นแหละ คล้ายกับว่ายิ่งได้พูดว่าฉันกับจินรักกันแค่ไหนมีความสุขแค่ไหน ก็ยิ่งรักกันมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น นายไม่เป็นเหมือนกันบ้างหรือทัตจัง...

 

ทำไมเสมอต้นเสมอปลายนัก รังเกียจยูอิจิยังไงก็รังเกียจอย่างนั้น...

นี่...

 

เออ... อย่าหาว่าทำตัวเป็นลูกคู่เลยนะ คือตัวฉันเองก็ยังไม่ถึงขั้นคาเมะมัน ให้ทำตัวอินเลิฟนักก็ไม่ไหวว่ะอายตัวเอง แต่ว่า...ฉันไม่อายนะถ้าจะยอมรับกับใครว่าคบกับจุนโนะ ซึ่งแตกต่างจากแกหรือเปล่าวะ แค่พูดเฉียดนิดหน่อยก็หน้างึดแล้ว ทำไมต้องขนาดนั้นด้วยฉันไม่เข้าใจ คาใจมานานแล้วนะเนี่ย มันก็ทั้งรักแก เกรงใจแก...

 

ถ้าไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า

 

เอ้า ก็ไม่รู้น่ะสิถึงได้พูดเท่าที่รู้

 

สถานการณ์คืบคลานสู่ความเครียด ตามใบหน้าไม่สบอารมณ์ของผู้ตกเป็นเป้าโดนรุม ซ้ำยังทำท่าจะหนักข้อเมื่อไม่มีท่าทีว่าฝ่ายไหนจะยอมถอย ทัตสึยะใช้ความเงียบสงบสยบความเคลื่อนไหวเหมือนเคย... ในขณะที่อีกสองคนที่เหลือพยายามตั้งตนเข้มแข็งต้านทานความเงียบดังกล่าว

 

ทัตจัง ฉันชอบทัตจังมากนะ แต่ก็ชอบยูอิจิมากเหมือนกัน ฉันอยากให้ทั้งสองคนลงเอยด้วยดี...

 

คาเมะกระเถิบเข้าหาเป้าหมายอย่างใจกล้าและวางมือกุมเข่าอีกฝ่ายไว้

 

แล้วอะไรคือการลงเอยที่ไม่ดี

ฉันจะไปรู้หรือ.... แต่จินยังพูดเลยนะว่าคู่ของนายน่ะไม่รู้ว่าควรจะเชียร์ให้รักหรือยุให้เลิก เพราะทัตจังก็ดูไม่ค่อยรักยูอิจิเท่าไหร่ ยูอิจิเองก็ไม่เหมาะสมกับทัตจังเท่า--

หมอนั่นมันจะไปรู้อะไร หา! ฉันไม่เข้าใจ ทำไมพวกนายชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นนัก

ถ้านายเห็นพวกเราเป็นคนอื่นจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะเว้ย แต่ฉันไม่ได้เห็นแกกับยูอิจิเป็นคนอื่น ก็แค่อยากได้ยินว่าพวกนายมีความสุขดี รักกันดี

ใช่ พวกเราเป็นห่วงนะ นี่...ฉันเข้าใจหรอกว่ายูอิจิไม่ใช่คนที่น่าคบด้วยแบบแฟน...ทั้งไม่แมน ทั้งป๊อด

แต่ยังไงมันก็เป็นคนดีนะ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ นายน่าจะภูมิใจนะเว้ย

 

พอได้แล้ว

 

ทัตสึยะผุดลุกขึ้นยืน คาเมะและโคคิซึ่งเกร็งตัวไว้อยู่แล้วก็ดีดหนีกันไปคนละทาง เพราะลำพังเพียงตัวทัตสึยะไม่น่ากลัว แต่ฤทธิ์โมโหของคนตัวเล็กคนนี้นั้นมิใช่ย่อย

 

เลิกพูดเหมือนฉันใจร้ายนักหนาสักทีได้มั้ย ฉันไม่ดีกับมันตรงไหนหรือ ฉันเย็นชาหรือ ชอบแกล้งหมอนั่นตรงไหนกัน อย่าตัดสินคนด้วยภาพลักษณ์ได้มั้ย ฉันเคยแสดงอาการดูถูกเวลาหมอนั่นไม่กล้าโดดบันจี้จัมป์หรือไง เคยดันแขนให้มันจับทาโกะหรือ เคยเบี้ยวนัดดื้อๆ หรือเคยปฏิเสธเวลามันชวนไปเที่ยวมั้ย คนตัวเล็กใจใหญ่ถามเพื่อนเสียงเย็น

 

นายว่ามันทั้งรักทั้งเกรงใจฉัน? รู้บ้างเถอะเวลาฉันไปกินข้าวกับมันก็อเมริกันแชร์นะ แล้วบทมันจะอยากจับคู่เล่นตลกทานากามารุมันก็ทิ้งให้ฉันไปคู่กับจุนโนะหน้าตาเฉย เวลาจะไปเที่ยวกันแทนที่มันจะขับรถมารับยังโทรบอกให้ฉันนั่งรถไฟไปหาเอาเองทั้งที่รู้ว่าฉันไม่ได้นั่งรถไฟมาตั้งหลายปีแล้ว ไหนนายบอกซิ ว่าได้คนอย่างยูอิจิมันน่าสงสารตรงไหนไม่ทราบ!”

 

คำกล่าวที่ไม่มีใครกล้าแทรกรัวเร็วและค่อยๆ ดังขึ้น จนถึงคำถามสุดท้ายก็เรียกว่าแทบเป็นการตวาด คนฟังสองคนอ้าปากค้างอยู่สักพักจนเมื่อน้องเล็กสุดเริ่มหาเสียงตัวเองเจอแล้วเอ่ยค้านไปตามความเชื่อเดิม

 

ก็มีหลายครั้งนะที่ฉันเลี้ยงข้าวจิน แล้วก็เวลาจินไม่สบายฉันก็ขับรถรับส่งเขาด้วย...

 

มันไม่ใช่! โอ้ย มันไม่เหมือนกันคาเมะ ฉันแค่จะบอกนายว่าระหว่างฉันกับยูอิจิ ไม่เคยปฏิบัติต่อกันเกินเพื่อน เราสนิทกันก็จริง อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ก็จริง แต่อ่านปากฉันนะ เรา...ไม่...เคย...ปฏิบัติ...ต่อกัน...เกินเพื่อน...เลยยย... เข้าใจมั้ย และที่นายถามมาว่าฉันอายที่จะพูดหรือเห็นมันเป็นเรื่องน่าอาย ใช่ ฉันเห็นมันเป็นเรื่องน่าอาย เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะถึงฉันกับมันจะมีความรู้สึกพิเศษเกิดขึ้น มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น แต่มันก็ไม่ใช่รูปแบบเดียวกับที่พวกนายเป็น... ฉันผิดหรือที่ไม่อยากให้ใครจับตามอง ผิดหรือที่ไม่อยากถูกใครล้อเลียน ฉันแค่ไม่อยากฟังใครมาพูดจารู้ดีทั้งที่จริงๆ แล้วไม่รู้ไม่เข้าใจอะไรเลย....

 

ฉันผิดมากนักหรือ ทัตสึยะถามพลางกวาดตามองเพื่อนทีละคน

 

ต้องหวานๆ กันแบบนายกับจินใช่มั้ยถึงจะดี

ต้องแสดงออกแบบไม่อายสายตาใครใช่มั้ย ถึงจะเรียกว่าน่าพอใจ

 

.......

.......

 

ไม่ต้องห่วงนะ ถ้ายูอิจิบอกพวกนายว่าเขาไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ฉันจะไปเคลียร์กับหมอนั่นเอง

 

บทสรุปที่ออกไปทางวิบัติมากกว่าเก่าทำให้ผู้ฟังทั้งสองตาหูเหลือก จากที่ถอยห่างไปไกลก็พัลวันกันเข้ามาหาบีบแขนบีบไหล่เอาใจคนของขึ้น

 

เฮ้ย... ไม่ใช่เลย ยูอิจิไม่เคยบ่นเล้ย... พวกเราเองแหละที่ห่วงไปเอง ก็...แหะๆ เห็นว่าเขาดูเครียดเรื่องนายนี่นา...

ไอ้บ้านั่นเคยไม่เครียดกับเรื่องไหนบ้าง มันก็คิดมากทุกเรื่อง ผิดปกติยังไงหรือ

เออ จริงว่ะ เฮ้ย...พวกเราขอโทษนะ ก็เป็นห่วงพวกนายนี่หว่า

...เหอะ

ทัตจัง... ฉันขอโทษ ฉันเอาแต่กดดันนาย พูดก็พูดแต่มุมมองของตัวเองด้านเดียว นายคงขัดหูแย่เลยใช่มั้ย

ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจว่าพวกนายหวังดี แต่ฉันอยากให้พวกนายเข้าใจบ้าง ฉันกับยูอิจิเป็นเพื่อนกัน ทุกอย่างมันพัฒนาจากตรงนั้น ทัตสึยะเอ่ยต่อด้วยอารมณ์ที่เย็นลง

 

นายลองคิดภาพว่าโคคิมาบอกชอบนายสิ

 

คำยกตัวอย่างทำให้คาเมะหันไปมองเพื่อนตัวเองแบบปนสยอง

 

น้อยๆ หน่อยไอ้คาเมะ ฉันไม่ได้พิศวาสแกโว้ย

 

มันน่าแขยงใช่มั้ยล่ะ ฉันก็เหมือนกัน แต่อย่างที่นายบอก...ยูอิจิเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อบอุ่น ฉันรู้สึกดีเวลาอยู่กับหมอนั่น แล้วก็ไม่รู้สึกรังเกียจอะไร ฉันเลยตัดสินใจลองคบดู แต่ว่านะ... ทัตสึยะเน้นเสียง เราไม่ได้ตกหลุมรักกัน

 

ไม่เหมือนอย่างแบบพวกนาย แค่ลองคบกัน ฉันยังไม่มีความมั่นใจอะไรทั้งนั้นที่จะพูดจะบอกกับใคร เพราะถ้ามันไม่เวิร์ก...ถ้าต้องกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม... ฉันไม่รู้จะพูดยังไง แต่พวกนายพอเข้าใจใช่มั้ย

 

คาเมะและโคคิหันมามองหน้ากัน ค่อยๆ คิดถึงใจเพื่อนแล้วพร้อมใจกันพยักหน้ารับแต่โดยดี

ไม่ใช่ว่าไม่รัก หากแต่ความรักยังไม่มากพอจะพาก้าวข้ามจากจุดเดิม และความผูกพันฉันท์เพื่อนก็เป็นดังกำแพงกั้นขวางไม่ให้หลงระเริงไปยังเส้นทางสายใหม่

 

อืม ฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษอีกทีนะทัตจัง

เออ ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน

 

แค่เข้าใจก็ดีแล้ว ฉันไม่โกรธหรอก ไม่ต้องเครียด แต่มื้อเนี้ย...ฉันไม่จ่าย

 

รุ่นพี่ในวงการเอ่ยเรียบๆ แต่กลับสร้างเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นได้หลังจากเว้นวรรคมาพักใหญ่ รุ่นน้องสองคนฉลองความมัธยัสถ์ของทัตสึยะด้วยการเปิดเมนู...แล้วเรียกบริกรเป็นรอบที่สาม ค็อกเทลและเหล้าปั่นรสชาติใหม่หลายแก้วถูกสั่งมาลิ้มลอง ในหนนี้ทั้งสามพร้อมใจกันสั่งของว่างมากินเล่นด้วย เนื่องจากเริ่มแสบไส้ด้วยไม่มีอะไรรองกระเพาะ

 

เต็มที่เลยน้า เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง

ร้วย...

อื้อ ก็ไม่ค่อยได้ใช้ตังค์ตัวเองน่ะ

โห หมั่นไส้ว่ะ

งั้นไม่ต้องกิน ดีมั้ย

โอ๋! ล้อเล่น... ใครจะหมั่นไส้คาเมนาชิคุงได้ คนดี...มีน้ำใจ...หาตัวจับยาก...

 

โคคิจิ้มนิ้วใส่แขนคาเมะ ขณะที่ผู้ถูกประชดยอยิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อ

 

เออ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ทัตสึยะว่าพลางซด Vampire Kiss สีเหลืองสด

อะไรหรือ

ก็พวกเรา... คัตตุน เมื่อก่อนก็มีคู่วายคู่หนึ่งอยู่แล้ว... แต่ว่าตอนนี้สมาชิกทั้งหกคนดันจับคู่กันครบวง

ไม่เห็นเป็นไรเล้ย ดีออก คาเมะว่าเสียงแจ่ม

 

คาเมะ ช่วยกลับมาเป็นคนเดิมแป๊บนึงนะ คนที่คิดมากน่ะ คนนี้ช่วยเก็บไปก่อน

เอ้า ก็นายจับบทนั้นแทนฉันแล้วนี่... ก็ได้ๆ ฉันก็เคยคิดเหมือนนายนั่นล่ะทัตจัง วงบอยแบนด์บ้าอะไรวะมันจะเป็นเกย์กันหมดเลยรึไงวลีเด็ดขาดสร้างแรงสะดุ้งถ้วนหน้า แต่จินก็บอกฉันนะว่า...

เฮ้ย ขอความคิดแกแบบไม่มีอิทธิพลไอ้จินได้มั้ยวะ

เฮ้ย เลิกขัดคนพูดสักทีได้มั้ยเนี่ย

 

คาเมะจิกตาใส่เพื่อนอย่างอารมณ์เสีย แล้วค่อยกลับเข้าโหมดจริงจังใหม่ ร่างเล็ก (ที่ใหญ่ที่สุดในห้องนั้น) จัดแจงแจกของกินเล่นส่งเพื่อนฝูงก่อนจะถอยกลับมานั่งกอดหมอนอิงยกขาขึ้นขัดสมาธิ

 

ฉันก็กังวลเรื่องนั้นเหมือนกัน... กลัวใครจะมองพวกเราไม่ดี เกรงใจพวกผู้ใหญ่ แล้วห่วงจะกระทบกับเรื่องงานด้วย แต่คิดมากไปมันก็เท่านั้นหรือเปล่า ฉัน...กับจิน หนุ่มน้อยปรายตาไปที่โคคิแวบหนึ่ง เห็นตรงกันนะว่า ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง เราไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด เราก็น่าจะใช้ชีวิตปกติ ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ แล้วก็มีความสุขกับปัจจุบัน...แบบนั้นน่าจะดีกว่าไม่ใช่หรือ

 

ไม่ใช่แค่นั้นหรอกที่ฉันกังวล ถ้าใครถาม... ฉันก็อยากตอบได้เต็มปากว่าที่พวกเราคบกัน...เพราะพวกเราชอบกันไม่ใช่ถูกบิวท์ สิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดจากความรู้สึก...ไม่ใช่อารมณ์หรือสิ่งแวดล้อม

 

นายหมายความว่า กลัวใครจะมองว่าพวกเราออสโมสิสความเป็นเกย์กันงั้นหรือ

 

ทัตสึยะกัดปาก

 

มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะ ...วงบ้าอะไรวะจับคู่กันเอง

 

ฉันเข้าใจละ

หือ...

เกิดอะไรขึ้นกับนายน้า... ปกติเป็นคนสบายๆ ไม่คิดมาก ถือคติอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไม่ใช่หรือ ที่เป็นเอามากขนาดนี้แคร์สายตาชาวบ้านขนาดนี้ เพราะไม่อยากสูญเสียสิ่งที่มีอยู่หรือเปล่า...

 

คนถูกถามหน้าขึ้นสีเรื่อ

 

นายเป็นพวกมั่นใจในตัวเองนี่นา คนแบบนายไม่ใช่คนที่ใครจะชักจูงได้สักหน่อย นายเป็นคนคิดไวทำไว แต่เรื่องยูอิจินายคิดแล้ว...คิดอีกมาตั้งหลายปี แล้วจะมีอะไรที่นายไม่มั่นใจอีกล่ะ

 

สบายๆ เถอะทัตจัง ยิ่งนายระวังตัวมันก็ยิ่งผิดสังเกต ปล่อยไปตามธรรมชาติ...อะไรจะเกิดขึ้นก็ยังมีเพื่อนอย่างพวกเราอยู่ข้างๆ เสมอนะ

ซึ้งตลอดอ่ะโคคิ

คนดีไง

ตื้นตันซะจนพูดไม่ออกเลย

 

ทั้งสามประสานเสียงหัวเราะ ว่าแล้วพ่อหนุ่มช่างซึ้งก็ยกนำเมารสอร่อยขึ้นชู

 

เชียร์ส...??

เชียร์ส

เชียร์ส...~”

 

หลังการชนแก้ว...น้ำเมาสีสวยหวานๆ เปรี้ยวๆ ก็ถูกผลัดกันดื่ม

 

แอลกอฮอล์ที่แทรกซึมเข้ากระแสเลือด กระตุ้นให้ต่อมอยากสนุกบังเกิด บทสนทนาถูกวางพักไว้ชั่วคราว...น้องเล็กวงคัตตุนหยิบไมค์ขึ้นร้องเพลงพลางยักย้ายส่ายท่า ในลิสต์คาราโอเกะล้วนมีแต่เพลงเร็วไว้สำหรับเต้น แทรกด้วยเพลงช้าบ้างซึ่งแร็พเปอร์คนเก่งเป็นผู้เลือกไว้ ส่วนทัตสึยะไม่มีบทบาทด้านการเลือกเพลง หากไมค์หนึ่งในสองตัวก็ถูกยึดเป็นกรรมสิทธิ์ไว้ตลอดแบบไม่มีส่งต่อไปหามืออื่น

 

สองชั่วโมงผ่านไป...เสียงร้องจากศิลปินมืออาชีพเริ่มป้อแป้

 

สามหนุ่มทั้งเหนื่อย ทั้งมึน แต่เพราะอยู่ในห้องปิดทึบจึงไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน มีแต่คาเมะที่พอแม่นโมงยามกว่าคนอื่นด้วยต้องคอยโทรหาคนรักทุกบ่อย เนื้อหาที่คุยโดยมากจะเป็นการผัดเวลากลับ เสียงอ่อนโยนจากปลายสายไม่เคยว่าอะไร นอกจากเป็นห่วงและกำชับว่าถ้าจะกลับเมื่อไหร่ให้โทรมาบอกอีกหน

 

เน่...ทัตจัง คาเมะคืบคลานเข้าหาเพื่อนหลังการวางสายครั้งล่าสุด

หืม...

ที่นายพูดเมื่อกี้น่ะ

เมื่อกี้ไหนล่า คนคอแข็งเริ่มตอบด้วยเสียงยานคาง

เรื่องว่าถ้าคบกับยูอิจิแล้วไม่เวิร์ก ถ้าอีกหน่อยเลิกกัน... จริงๆ แล้วพวกเราทุกคนก็ควรกลัวเรื่องนี้อยู่แล้วใช่ม้า...

แน่สิ ยังไงก็ต้องทำงานด้วยกัน เจอกันเกือบทุกวันนี่ ไม่อยากคิดถึงเลยว่ะ

ถ้าฉันกับจินเลิกกันจะเป็นยังไงนะ

นายกับจินน่ะ? ...คิดภาพไม่ออกเลย เมื่อสามสี่ปีที่แล้วที่พวกนายเลิกกันไปหนนึง ฉันก็เชื่ออยู่ตลอดว่าเดี๋ยวพวกนายก็ต้องกลับมารักกันอีก

ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน... จนถึงตอนนี้ฉันกับจินก็ยังทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ นะ เถียงกันทีก็เบื่อขี้หน้า... แต่เดี๋ยวเดียวก็กลับมือคืนดีกัน พวกนายรู้มั้ยว่าเพราะอะไร

เพราะรักงั้นสิ

เกือบถูก

งั้นเพราะอะไร

 

เพราะฉัน........คิดไม่ออกว่าจะอยู่ต่อไปยังไงโดยไม่มีจิน...

 

อืม...

...เน่ามาก

พูดจริงๆ นะ

เชื่อ...~”

 

คาเมะปากยื่น

 

คนเราไม่ควรเอาชีวิตไปผูกกับอีกคนแบบนี้ใช่มั้ย...

มันอยู่ที่ว่าอีกฝ่ายนั้นคิดเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าเป็นนายกับจิน...ก็ไม่เป็นอะไรมั้ง จินมันรักนายจะตายไป พวกนายสองคนรักกันแบบไม่น่าห่วงเลยนะ

ฉันกับจุนโนะยังห่างชั้นจากพวกแกเยอะเลยว่ะ

แน่ใจนะว่าอยากเป็นแบบพวกฉัน หนุ่มน้อยถามตาใส

อีกห้าปีข้างหน้าใส่กิโมโนเล่นโซโล่อ่ะหรือ

ไอ้บ้า ฉันหมายถึงมีชีวิตอยู่โดยที่ขาดอีกฝ่ายไม่ได้ต่างหากเล่า

 

เจ้าของทรงสกินเฮดหัวเราะ

 

ฉันไม่กล้าคิดหรอก จริงๆ เท่านี้ก็มีความสุขดี ค่อยๆ รักกันไป ใช้เวลาร่วมกัน ทำงานด้วยกัน...

แต่ฉันไม่อยากนะ ฉันไม่อยากแขวนชีวิตตัวเองไว้กับใคร

ทัตจัง~”

ถึงจะมี...ที่นึกอยากให้หมอนั่นอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ก็เหอะ

 

โอ้...ว้าว! พูดอีกทีนึงได้มั้ยอ่ะ

 

อะไรของนาย

ฉันจะอัด!” ว่าพลางชูมือถือของตัวเองไปจ่อกับปากเพื่อน แต่ไม่ทันตั้งตัวคาเมะก็โดนยันศีรษะกลับมาเน้นๆ น้องเล็กของวงไม่ถือสาเพื่อนรุ่นพี่แต่อย่างใด มีแต่หัวเราะหน้าแป้น อ้อล้อ ออดอ้อนเพื่อนทั้งสองอย่างเดิม

 

นี่...พวกนั้นจะรู้มั้ยว่าพวกเรานินทาเขาก็เหมือนไม่ได้นินทา

 

เหอะ จะเมาท์เรื่องอย่างว่ายังไม่สำเร็จเลยไม่ใช่หรือ

ก็นายสองคนนั่นแหละไม่ให้ความร่วมมือ

เอาน่าคาเมะ ไม่แน่นะ เมื่อไหร่ที่ยางอายพวกฉันบางได้เท่าแกฉันอาจมาขอแชร์ประสบการณ์จากนายเองก็ได้ แต่ตอนนี้ทั้งฉันและทัตจังเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้น ยังมี...อะไรๆ...อีกมากที่ยังไม่ตกตะกอนจนเอามาพูดว่ะ เรื่องดีๆ ก็กระดากจะชม เรื่องแย่ๆ ก็ไม่อยากจะเอามาขาย โคคิอธิบายไปวางแขนพาดไหล่ล็อกคอไอ้เพื่อนมากจริตไป อดใจรออีกหน่อยนะเพื่อน

ก็ได้... เออ ไหนนายลองยกตัวอย่างเรื่องแย่ๆ หน่อยสิ

ก็อย่างเช่นตอน-- เฮ้ย! เนียนได้อีกนะไอ้นี่

 

คนชอบเนียนถูกผลักกลับไปที่เก่า คาเมะลูบเหม่งตัวเองป้อยๆ ราวกับจะพ้อ

แหม... รักกันจริงปกป้องกันจริง... จุนโนะมันจะรู้มั้ยเนี่ยว่าแฟนมันรักมันขนาดนี้

 

ฝ่ายถูกแซวอ้าปากจะค้าน แต่พอเห็นท่าว่าเถียงไม่ขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นส่ายหัวอย่างยอมรับแทน

คงรู้มั้ง หมอนั่นมั่นใจในตัวเองเกินร้อยอยู่ละ

นั่นสิน้า แล้ว...ยูอิจิล่ะจะรู้มั้ยหรือเปล่าว่าทัตจังแคร์ขนาดนี้...

ฉันไม่รู้

 

คำตอบแบบปัดๆ ทำให้คาเมะได้แต่ตวัดตาค้อน

 

ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ นะนายสองคนเนี่ย...

 

เออนี่ หมดรอบนี้ก็กลับเถอะ ไม่อยากแฮงค์ว่ะ

มีนัดกับสุดที่รักพรุ่งนี้ก็บอก~” คาเมะหลิ่วตาล้อเลียนให้โคคิต้องสารภาพอย่างว่าง่าย

เออ... รับปากไอ้จุนโนะไว้ว่าจะไปเป็นเพื่อนมันสอบเลื่อนขั้นบิลเลียด

ขยันนะ สงสัยมันจะเป็นคนเดียวที่ถ้าเลิกอาชีพนักร้องแล้วไม่อดตาย

ยูอิจิก็ขยันน่า... งานเข้ายังกับโดนจอห์นนี่ซังแกล้งก็ยังพยายามตามสอบทุกวิชา สมกับเป็นลูกชายที่พ่อแม่และแฟน...แฟนนนนฝากความหวัง

จะกินเหล้าหรือกินหมัดคาเมะ

โหย...ดุอ่ะ โอเค ชนๆๆ ไม่เกลี้ยงไม่เลิก! ฮู้วววว

 

--*--

 

ค็อกเทลแก้วสุดท้ายหมดลงประมาณครึ่งคืนพอดิบพอดี สมควรแก่เวลาและงบประมาณที่จะหมดจากกระเป๋า คาเมะซึ่งเน้นไปทางการคุยและร้องเพลงมากกว่ากิน...หอบร่างเพื่อนทั้งสองซึ่งไม่เมาแต่สูญเสียความสามารถทางการเดินให้ตรงทางไปยังเก้าอี้หน้าร้าน ชายหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาคนรู้ใจ พร้อมๆ กับหันไปบอกเวลาแร๊พเปอร์ของวงที่เพิ่งตาเหลือกว่ารถไฟฟ้าจะปิดทำการไปแล้วหรือยัง

 

 

รู้งี้น่าจะขับรถมา โคคิว่าพลางตบหัวตัวเองเรียกสติ

เออ แล้วขับกลับไปแหกโค้งแยกหน้าใช่มั้ย ไป...เดี๋ยวฉันไปส่ง

เฮ้ย ไม่เป็นไรเกรงใจว่ะ ให้แกเลี้ยงเหล้าแล้วยังต้องขับรถไปส่งอีก ขี้เกียจโดนไอ้จินไล่เตะเอา

ไม่เตะหรอก... จินก็กินเหล้าอยู่กับเพื่อน เผลอๆ จะกลับดึกกว่าฉันอีก โอเคนะ ทัตจังด้วยฉันไปส่ง

อ้าว ฉันนึกว่าจินรอนายอยู่ที่บ้านซะอีก

จินรอฉันอยู่ที่บ้านไม่เป็นหรอก ถ้าฉันอยู่ข้างนอกหมอนั่นก็อยู่ข้างนอก มีแค่คราวที่แล้วนี่แหละที่จุนโนะกับยูอิจิหอบเบียร์ไปกินถึงบ้านจินเลยไม่ออกไปไหน

ขี้เหงาจริงนะ

น่าหมั่นไส้เนอะ เอาล่ะ เคลียร์บิลเรียบร้อยละไปขึ้นรถกัน

 

คาเมะหันไปรับเงินทอนกับใบเสร็จแล้วออกตัวมุ่งหน้าไปยังถนนหน้าร้าน

 

อ่า...ฉันไม่รบกวนล่ะคาเมะ

อ้าวทำไมอ้ะ

ก็...ยูอิจิโทรมาเมื่อกี๊

หมอนั่นจะมารับนายหรือ

อืม... แล้วบ้านโคคิอยู่ใกล้บ้านฉันมากกว่า ให้กลับกับฉันก็ได้นะ

 

เอางั้นหรือ

 

คาเมะหันไปมองโคคิ ชายหนุ่มพยักหน้ามึนๆ

 

อ่ะ งั้นก็ตามนี้

..........

..........

เออ ไปสิ

เฮ้ย...รอเจอยูอิจิก่อนสิ!!”

ไอ้บ้า จะรอเจอทำไม กลับไป กว่าหมอนั่นจะมา...เพิ่งออกจากบ้านเองมั้ง

ไม่ต้องห่วงคาเมะ ถ้ามีซัมติงรองเดี๋ยวฉันบอกต่อแน่

โคคิ

โอเคๆ งั้นฉันไปละ หนุ่มน้อยเอ่ยอย่างตัดใจหลังก้มดูโทรศัพท์ เจอกันวันมะรืน เอ้ย พรุ่งนี้นะทุกคน

ตรงเวลานะคาเมะ

คร้าบ...โอก้าซัง

 

คาเมะส่งจูบบอกลาเพื่อนๆ ก่อนจะกดรีโมทและเปิดประตูรถก้าวขาขึ้นรถ ที่นั่งด้านข้างไร้คนจองถูกใช้เป็นที่วางเครื่องมือสื่อสารซึ่งเปรียบดังอวัยวะที่สามสิบสาม หน้าจอของมันยังคงส่องสว่าง ปรากฏข้อความล่าสุดที่เพิ่งส่งมาเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว

 

...ใครกลับช้ากว่า เป็นฝ่ายเซอร์วิสนะจ๊ะ...

 

หนุ่มน้อยออกตัวซิ่งขาดใจ ไม่เสียเวลาทักทายพี่ใหญ่คนดีที่เพิ่งขับรถสวนมาแม้แต่นิดเดียว...

 

เขาขอโทษนะพี่ยู!!

 

 

 

 

 

 

End

 

 

 

 

 

 

 

Talk

 

 

สั้นกว่าตอนสามี 1 หน้า แต่ตัดจบเหมือนกันเป๊ะ!! 555+

สามีนินทาลื่นไหลกว่าภรรยาเยอะเลยค่ะ เพราะความที่เป็นภรรยาเลยทั้งมียางอายและต้องปกป้องสามี เลยพูดมากไม่ได้ เป็นอุปสรรคมากๆๆๆ เลย ในหัวนั้นจิ้นไปไกลมากมาย แต่พอจะพิมพ์ไปก็รู้สึกไม่งาม

ไม่งาม... ไม่งาม.... อ๊ายยยยยย

 

ตอนแรกว่าจะทำให้เป็นภาคส่วนที่ต่อเนื่องกันค่ะ เพื่อให้จบตอนแล้วสาวๆ ไปโผล่ยังห้องชายหนุ่ม แล้วลากยาวไปยังฉากกุ๊กกิ๊กหมู่   >////<  แต่แว่...แถไม่ไปงิ -*- เวลาผ่านไปข้อมูลใหม่ก็มีมาให้อัพเดต สิ่งที่ใส่ไปในเรื่องก็ปัจจุบันเกินกว่าจะย้อนเวลากลับไปต่อเนื่องกับภาคเก่าได้แล้ว

ดังนั้น...ไอ้ที่ค้างไว้ภาคก่อนหน้า... ก็ค้างต่อไปนะคะ (เอิ๊กๆๆๆ)

 

(เค้าขอโต๊ด...)

 

ในภาคนี้ท่านผู้อ่านอาจจะได้เห็นความแซสซี่น๊อตี้บิทชี่ของตัวละครตัวหนึ่งมากหน่อย อย่าว่ากันเลยเด้อค่ะ ไปโทษตัวจริงเขาก็แล้วกัน พอดีแต่งหลังจากดูชี ชู่ววววว ใส่ตอนเบิ่งแฟนแคม เลยไม่ไหวละค่ะขอแซวผ่านฟิกหน่อย

สุดท้ายนี้... หวังว่าจะได้รับความบันเทิงไปแบบไม่ปวดตามากนะคะ แจนพยายามแล้วค่ะ พยายามเบรกความหวานเย็นของสีสันแล้ว แต่ดูเหมือนสาวๆ เขากลัวไม่รู้ว่าเป็นภาคภรรยานินทาสามี เลยหวานแสบไปทั้งจอด้วยประการฉะนี้

 

ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^

 

ป.ล. ตรงชื่อเหล้า กดดูภาพประกอบได้นะคะ ขอบคุณเว็บค็อกเทลไทยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊างงงงงง พี่คิจะแซวน้องเมะไปไหนคะ น้องผิดอะไรที่เกิดมาน๊อดี้บิดชี่นะ จะโกรธไปโกรธฝามีเขาค่ะ อยากทำให้น้องเคยตัวเองอันนี้ก็ช่วยไม่ได้เสียด้วย ท่าทางฝามีเขาจะชอบนะคะน้องที่เป้นแบบนี้ อาจจะว่าง่าย ไม่เกี่ยงงอนกว่าแต่ก่อนเยอะ โฮะๆๆๆ

คู่อื่นๆ ไม่มีคอมเมนท์งะ จะเมนท์กันแต่น้องชมพูเนี่ยแหละ พี่แดงก็เหลือเกิน มาแค่ประโยคเดียวแต่สะท้านใจผู้อ่าน ฮี่ๆๆ open-mounthed smile อยากอ่านต่อนะตัวววววว เค้าชอบนินทาๆๆๆ

#1 By G. (124.120.172.209) on 2009-05-25 01:56

เห็นด้วยค้าบบบบบ

นับวันคุณคาเมนาชิก็ยิ่งงามมากเลยค้าบ
อย่างตอนขายที่คาดผมแล้วโพสต์ท่าซ้า~
หรือไม่ก็แมกโอริสสตาร์ฉบับที่คาเมะจังปั่นจักรยานน่ะค่ะ
ก็ให้อารมณ์แบบมอร์นิ่งมาก จนคิดว่าย้ายจาก Jr. ไป MM แทนดีกว่ามั้ย
ความงามชนะเลิศจริง ๆ 555+

คาเมะจังในระยะหลังหลุด ๆ รั่ว ๆ ดีน้า น่ารักดี
ซึ่งเมื่อก่อนดูจริงจังไปซะทุกเรื่องเลยเชียว

ส่วนคู่ TT เค้าก็รักกันแบบคู่ SM ดีเน้อ~♪
พี่คิค้าบความสูงไม่มีผลในแนวราบหรอกนะค้าบ 555+
ส่วนคู่ UN คู่นี้เค้ามีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคงกันแล้วจริง ๆ
แต่พี่เอ้เค้าก็ยังแอบเขิน ๆ อยู่นะนั่น ♥

พี่จิน...เพียงแค่ข้อความก็มีอิทธิพลกับคาเมะจังจริง ๆ นะ
แล้วตกลงใครต้องเซอร์วิสกันค้า~

#2 By P-chan on 2009-05-25 09:38

แจนคะ//เอื้อมมือตบบ่า//มัวแต่ระเริงอยู่กับคอนเสียจนต้องวางเรื่องเก่ามาแต่งเรื่องใหม่(ละมั้ง)เชียวหรือ
.
.
.
ไม่เป็นไรค่ะ พี่ช้อบบบบบ(ขึ้นเสียงสูง)ชอบฟิกสีๆค่ะ กิ๊วก๊วาเฮฮา แม้นว่าธีมนี้มันจะไม่เหมาะสมกับฟิกนิดหน่อย เพราะท่อนล่างๆพี่ต้องctrl+a (อาจจะเป็นเฉพาะหน้าจอ) เอาเหอะอ่านจบด้วยความปรีดิ์เปรม
ยังอุตส่าห์ใส่จริตคาเมะเสียน่าเอ็นดู เอาเถอะอย่าแคร์สื่อ นายไม่มีอะไรจะเสียแล้วคาเมะ(หมดทั้งตัวแล้วหนิ 55++)

ตอนทัตจังโดนเพื่อนสาวรุม รู้สึกเหมือนโดนด่าเอง(คิดมาก) เพราะวันนั้นพี่เถียงจริงจังเรื่องยูเอ็นกับแจนและจอยล่ะมั้ง(ฉันไม่ใช่ลัทธิยูเอ็นหรือเนี่ย)พออ่านทัตจังตอบคำถามอย่างเคลียร์ อ่า นี่สินะ อุเอดะ..>3

เมนท์ซะยาววว 55++

#3 By hydie (119.160.217.19) on 2009-05-25 14:27

ฮ่าๆๆๆ ชอบเรื่องนี้จัง
คาเมะนี่เนีนยถามได้ตลอดจริงๆ
ก็คนมันอยากรู้นิเนอะ
เรื่องทัตจังกับพียูเนี่ย มันลึกซึ้ง
ไม่หวานแหว๋ว แต่ผูกพันกันมากกว่า
แต่ใครจะหวานเท่าอะคาเมะ ไม่มีแล้วล่ะนะ
คู่โคคิจุนโนะ ก็ฮาดี
จุนโนะจริงจังตลอด ถ้ามันร้องว่า "เคลียร์"
คงฮาแตกแน่ๆ

#4 By shi_ai (125.25.93.37) on 2009-05-26 19:17

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นฟิคที่อ่านแล้วอารมณ์ดีที่สุด
55555 หายเครียดไปเลย

คาเมะจังดีดดิ้นน่ารัก แฮ่ดดด
ได้ใจมากๆ ค่ะ หวานแสบซ่า
อารมณ์ดีที่สุดดดดด
และ้เห็นด้วยที่สุดที่นับวัน
เธอจะยิ่งสาวมากขึ้นน 555
กิโมโนนี่โดนใจจึ่กก กร๊ากกก
แถมด้วยความรั่วบวกลามกมาจากคุณสามีอีกตะหาก

ส่วนคู่อื้นเอ้นี่รักกันแบบเงียบๆ
แต่ไม่หวือหวาา

ปล. สารภาพว่าจิ้นคู่คิโนะไม่ค่อยออกเลยแหะ
แต่อ่านแล้วฮาดีี

#5 By rei (58.9.43.55) on 2009-05-26 20:32

ชอบเรื่องนี้อ่ะ
คราวนี้เป็นตอนแม่บ้านสามีเผลอใช่มะ 555

ทัตจังใส่เหมือนอัดอั้นมาก ฮาได้อีก
โคคิก็เปรียบจุนโนะกับเกม (หรือจุนโนะมันเปรียบในใจ 55) ไม่อยากจะบอกเลยว่านึกภาพออก อ๊างงงงง >///<

คาเมะแบบหวานแหววแต๋วจ๋ามาก 55
พูดแต่ละคำรู้เลยว่าชีรักสามีสุดใจ
อาคานิชิโผล่มาตอนท้ายสุด แต่โผล่มาอย่างแรง!
คาเมะแว๊นตามสบายเลยลูก



อังกอรุ อังกอรุ~!!

#6 By ToonkO (117.47.53.39) on 2009-05-26 21:03

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ตื่นเต้นมากเลยค่ะพี่แจนตอนเปิดมาเจอว่าพี่อัพฟิค
เป็นฟิคสามคู่โปรดในตอนนี้ด้วยสิคะ cry
//ขอสารภาพว่าแอบจำรายละเอียดไม่ได้แล้วว่าตอนเสะๆคุยกันเป็นยังไง
แต่พอพี่แจนบอกว่าไม่ต้องอ่านภาคแรกก็อ่านตอนนี้รู้เรื่อง เลยตะลุยกับตอนนี้เลยค่ะ เอิ๊ก

พอใส่เป็นโค้ดสีแล้ว ฟิคเรื่องนี้ก็ลื่นไหลแบบเป็นธรรมชาติมากเลยค่ะ
ไม่ต้องเสียเวลาแกะว่าสีไหนเป็นของใครเพราะมันโจ่งแจ้งอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ
ชอบคนสีชมพูอ่ะค่ะพี่แจนนนนน ชีแรดได้ใจจัง กร๊ากกก
//ฟ้าตายคาคอมไปแล้วล่ะค่ะตอนได้ดูแฟนแคมครั้งแรก... พระเจ้า....
ถูกใจของโคคิกว่าที่คิดด้วยค่ะพี่ ตอนแรกนึกว่าคู่โนะคิจะมาเป็นที่สามต่อจากไอสองคู่แรก
แต่พออ่านๆไป มีความรู้สึกว่าชอบความสัมพันธ์ของสองคนนี้จัง ^^

ส่วนคู่ยูทัต.... ยัง... ว่ายังไงดีอ่ะ...
คือถึงจะลองคบดูแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถไว้วางใจกับคู่นี้ได้
เพราะเหมือนว่าคู่นี้ ถ้าจะแตกหัก จะแตกหักได้ง่ายที่สุดเลย... หงำๆ
//อ่านไปก็สงสารพี่ยูไป sad smile
ก็หลังจากพี่ยูยอมโดดบันจี้จากความสูงที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกได้ในวันสุดท้าย
ฟ้าก็ลำเอี๊ยงลำเอียงไปหาพี่ยูตลอดเลย แหะๆๆ

ขอบคุณนะค้าที่แ่ต่่งฟิีคดีๆแบบนี้มาให้อ่านอีก
อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสามคู่
แล้วก็ความสัมพันธ์ของเมมเบอร์ในวงได้อย่างแจ่มชัด
อ่านแล้วยิ้ม มีความสุขค่ะ surprised smile

พีเอส - อ่านของตอนที่คาเมะเล่าเรื่องอย่างว่าระหว่างตัวเองกับจินแล้ว จะว่าอายแทนคาเมะก็ใช่ แต่มันก็ทำให้อยากรู้ต่อด้วยค่ะ *-*

pps. - ไอประโยคสีแดงในข้อความอันสุดท้ายนั่น... พี่คะ ฟ้าอยากอ่านต๊ออออออออ (ฮาาาา)

#7 By mishiko~ (131.111.213.38) on 2009-05-27 15:23

แอบรู้สึกไปเองว่าของคุณภรรยานี่ต้องตั้งสติในการอ่านเยอะกว่าคุณสามีเยอะเลย 555+

แหม่ะ คุณตัวชมพูนี่นึกภาพออกมาเป็นช็อตๆเลยค่ะ
ทัตจังน่ากลัวจริงๆด้วย เรายังกลัวแทนน้องเล็กเลยค่ะ
กลัวทัตจังจะดีดออกมาจากห้อง
และสุดท้าย เราก็รับไม่ได้เช่นกันค่ะ ที่จะเห็นเฮียคิใส่กิโมโนแบบนั้น ไม่ไหวนะคะ

#8 By [Y.o.K.u.] (58.8.122.73) on 2009-05-27 22:30

ลูกสาว.. เอ๊ย! คาเมะจัง น่ารักดีอ่ะ
แต่ติดนิสัยอิคุณพี่จินมาเต็มๆเลยเหอะ

คู่ TT ยังไงก็ขนลุก แต่ก็ชอบนะ 55+ (เอ๊ะ ยังไง?)
โนะพูดงั้นหรือ โอ้ววว!!

คาเมะจัง กิโมโน เห็นแล้วเลือดจะพุ่ง คือน่ารักมาก น่ารักไป!!~

อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจิน โอ้ อยากให้ท่านได้ยินนนน
ตบรางวัลให้งามๆเลยนะจิน น่ารักขนาดนี้

ไม่ค่อยได้ใช้เงินตัวเอง เสี่ยเลี้ยง อ๊ากก น่ารักเกินทนค่ะคู่นี้

คู่ยูกะทัตจัง เพิ่งคบกันใหม่ๆเนาะ ยังไม่อะไรมาก พี่ยูดูทำตัวไม่ค่อยถูก แต่ก็.. สมแล้ว ลุคพี่ยูควรจะเป็นงั้น จะมาเชี่ยวแบบจิน ไม่มีทาง

จุนโนะ ร้ายหลบในมากๆ กร๊ากก~

เม้นท์ดูวกวน 55+

ดีใจที่ได้อ่านฟิคพี่แจนค่ะ!! ^^

#9 By `Rii,, ♥ All18` on 2009-05-28 18:34

ไม่นึกเลยนะเนี่ย ว่าจะมีภาคภริยาให้อ่านด้วย

แต่ภาคซะมีมันลื่นไหลกว่าจริงๆด้วยแหละ

คือมันเป็นการคุยกันแบบแมนๆอ่ะเนอะ

แต่ว่าพาร์ทนี้มันหลายรสชาติกว่า

เพราะมีทั้งคุยแบบสาวๆ แมนๆ และแอบงุบงิบ

อ่านแล้วรู้สึกว่าอยู่ในวงเม้าท์สาวๆจริงๆนะ

เพราะว่ามันจะเปลี่ยนเรื่องไปมาแบบรวดเร็วว่องไว

ประมาณว่าเวลาเท่าๆกันแต่ผู้หญิงจะพูดได้หลายเรื่องกว่า

อันนี้เป็นความสามารถที่ฝ่าย "สาว" พึงจะมี ฮ่าๆๆๆ

เห็นด้วยกะเรื่องที่ว่ามีคนบางคนมัน น๊อตตี้บิชชี่

ตอนนี้คือเราไม่สามารถมองผู้ชายคนนั้นในฐานะ "ผู้ชาย" ได้อีกต่อไป ฮ่าๆๆๆ

ไม่ว่าเค้าจะแสดงละครเป็นคุณหมอหนุ่มสุดเท่ห์ขนาดไหนก็เถอะ

อยากอ่านฟิคแจนอีกอ่ะ เอาอีกๆๆๆๆๆ

#10 By nawa_akanish (125.25.111.225) on 2009-06-15 17:51

ฮาคิอ่ะ คิจ๋า โนะจริงจังมากขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย แล้วโนะตอบคำถามมาแบบนั้น คิก็อายอ่ะสิ อุเอะแบบว่าอย่ากังวลมากนักสิ ยูรักอุเอะมาก ๆ เลยนะ

#11 By jk (58.9.13.249) on 2009-06-22 04:26

อุเหม่ ชื่อค็อกเทลแต่ละคน ฟังแล้วแอบสะอึก
เกิดมาเพิ่งรู้ ว่าเคะรวมกัน มันก็ไม่ต่างไปจากสาวๆเล้ยย

อุเอะนี่ แอบตรงลุคที่คิดเป๊ะๆ แต่ที่เซอร์ไพรซ์มากที่สุดก็นังน้องหนูนี่แหละ(อ่านอันนี้แล้วคำนี้มันขึ้นมาทันที เด้ะๆ)อะรมันจะ ... เฮ้อ~ ขนาดน้านนนนน

ว่าแต่...>>>ร่างเล็ก (ที่ใหญ่ที่สุดในห้องนั้น)<<< ก็นะ ตัวมันจะเท่าซะมีมันแล้วนี่(หรือเท่าแล้ว?? คาเมะล่าสุดที่ไอ้เฮเห็นคือหน้าปกอัลบั้มเบรกฯ ที่จริง หกหนุ่มนั่นแหละ- -")


แต่ ......
.
.
.
.




โนะคิ บันไซ!!!

สุดยอดจริงจริ๊งงง คู่นี้

#12 By pierce on 2009-07-06 10:11

เพิ่งเข้าไปบลอคตัวเองมา แหะๆ ขอโทษค่ะไม่ค่อยได้เข้าไปเท่าไหร่ (เข้าน้อยกว่าบลอคพี่แจนอีก =w=)

มาขอบคุณสำหรับกำลังใจและตอบคำถามค่ะ
เรียนสถาปัตย์ค่ัะ เพิ่งจบโปรเจคแรกของปีไป
วิญญาณแทบออกจากร่าง!!
ตอนนี้โปรเจคใหม่กำลังตามมาหลอกหลอนด้วย TT^TT

สุดท้าย ยังรอฟิค Happy birthday จินอยู่เลยอ้ะ *หัวเราะ*

#13 By `Rii,, ♥ All18` on 2009-07-20 20:20

แบบว่า
สามสาว(?)เม้าสามีกันมันนหยดติ๋งง

หิๆ
น้องก็นะทะลึ่งตึงตัง
นึกภาพโน๊ะทำให้พี่คิไม่ได้อ่ะ
แงงงงง


แต่ชอบตอนท้าย
อยากรุจังไคจะเซอร์วิส

หิๆ

#14 By 1 (58.8.161.157) on 2009-08-08 21:32

ทัตจังโหดอะ

ตอนแรกคิดเหมือนคาเมะเลยอะ

ไม่รักพี่ยูหรือเปล่านิ

ปรากฏว่าเค้าเพิ่งเริ่มต้นน่อ

ต้องค่อยเป็นค่อยไปกันหน่อย เหอ เหอ

คาเมะสาวแตกเหมือนอย่างโคคิว่าจริง ๆ นั่นแหละ

เพลา ๆ ลงหน่อยเน้อ ช่วงนี้ล่ำขึ้นเยอะแล้วนะ

#15 By nao (202.28.27.5) on 2009-08-10 01:38