Peacefuldays [KA-TT-UN]...III
posted on 02 Aug 2009 23:26 by asuka-jan in Short-fic
Title: Peacefuldays [KA-TT-UN]
Part: III
Cast: KAT-TUN
Author: Asuka
Rate: General
Warning: 1. เตรียมตัวตาลาย 2. มันสั้นมาก
3. ไม่จำเป็นต้องอ่านภาค I,II เลย 4. แต่แนะนำให้อ่าน Up
blog กับ Show me your affection (แต่ไม่อ่านก็ได้นะคะ
เหอๆ) 5. คิดถึงทุกคนเลยค่ะ ^^
Douso!!
“อย่าคิดนะว่าฉันไม่หึงน่ะ ไปล้างมือเดี๋ยวนี้”
เสียงกระซิบลอดไรฟันของนักร้องหนุ่มดังขึ้นทันทีที่ลับสายตาแฟนๆ เข้ามาอยู่ส่วนหลังเวที ความกระหึ่มของเพลงใหม่ซึ่งร้องโดยหนุ่มๆ ABC-Z เกือบจะกลบถ้อยคำของเขา ถ้าเพียงคนพูดจะไม่ได้รั้งเอวคนฟังให้ริมฝีปากแทบสัมผัสกับใบหู คาซึยะยิ้มยั่วใส่คำขู่ที่ฟังไม่ค่อยน่ากลัว พลางถอยห่างความจั๊กจี้ที่ชวนให้ขนแขนสแตนอัพ
“ชักเอาใหญ่แล้ว จะจับให้ของไอ้ยูมันสึกเลยหรือไง...”
“แหม...ทีเมื่อวานนายจับก้นทัตจังฉันยังไม่ว่าอะไรเลย” ร่างบางกลับมาเอาแขนพาดบ่าคนตัวสูงกว่าแบบทิ้งน้ำหนักจนตัวเองขาลอย
“นายเห็น?”
“ไม่เห็นด้วยตาแต่เห็นด้วยหู จำเลยรับสารภาพมั้ย”
“รับ... แต่สงสัยว่าทำไมนายจับได้แต่ฉันจับไม่ได้”
“เอ๊า ก็ปกตินายไม่ชอบ แต่ฉันชอบและทำเป็นปกตินี่”
“เหตุผลแบบไหนน่ะฮะ!” จินบีบจมูกอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ อีกฝ่ายปัดออก
“แบบฉันนี่แหละ มีปัญหาหรือ”
“ไม่มีก็ได้...” ชายหนุ่มขึ้นเสียงสูง “แต่ไปล้างมือได้แล้วไป จะได้กลับมาเปลี่ยนเสื้อทัน”
“โอ้ยยยยย โอ๊ยๆๆๆ ให้ไวๆ คิวต่อไปน่ะอีกสิบนาทีนะไม่ใช่ปีหน้า”
โคคิตะโกนเสียงรวน แหวกกลุ่มสต๊าฟที่เดินสวนไปสวนมาวุ่น
“หนวกหูโว้ย เก็บเสียงไว้ร้องแร๊พไป” จินตอบโต้
“ไม่เก็บเว้ย! มีคนช่วยร้องเยอะ”
“นายก็ด้วยนะจิน” อุเอดะว่าหลังสมาชิกวงทุกคนเดินถึงห้อง “เราตกลงกันแล้ว เรียลเฟสนายได้ร้องท่อนจบ” พูดเหมารวมคำว่าเราไว้เรียบร้อย
“เฮ้ย ไปตกลงกันเมื่อไหร่ ฉันไม่ได้โอเคด้วยสักหน่อย”
“แต่ฉันตกลงให้แล้วนี่จิน... นะนะนะ ‘ทุกคน’ อยากสลับท่อนร้องเพลงนี้นี่นา ให้แฟนๆ ได้ลุ้นด้วยว่าท่อนไหนใครร้อง”
“ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใช่มั้ย” คนถูกมัดมือชกเอ่ยถามเสียงหน่าย
“ใช่” / “ใช่...” / “ก็ใช่น่ะซี้”
จินหันกลับมามองใบหน้ายิ้มพรายคนข้างตัว ก่อนจะจับยกเจ้าของตาตี่จนเหมือนมีคิ้วสี่เส้นวิ่งออกจากห้องมุ่งหน้าไปห้องน้ำรวมอีกทิศดื้อๆ
“เฮ้ย! ไอ้จิน เหลืออีกห้านาทีนะแก”
“ให้ตายสิ แบบนี้สงสัยไม่ใช่แค่จับล้างมือแน่ๆ”
“ชินกันมั้ย”
“ไม่”
“ทำอะไรได้มั้ย”
“ก็ไม่ได้น่ะสิ!”
*************************************
ณ ห้องน้ำสุดโอ่อ่าของ Okinawa Convention Center
“อะไรกันจิน จะให้ล้างมือหรืออะไรกันแน่” คาเมะถามด้วยสีหน้าไม่เดือดร้อนหลังถูกดันให้หลังติดผนัง
“จะสั่งสอนให้เลิกจับทาโกะจิ๋วของไอ้ยูมันสักที จะติดใจอะไรกันนักกันหนา”
จินว่าพร้อมฉกจมูกลงไปยังซอกคอขาวลออตา ผู้ถูกรุกรานยิ้มขำเพราะไม่นึกว่าคนรักยังไม่เลิกติดใจประเด็นเก่า
“โธ่ จิน สั่งสอนกันแบบนี้แล้วฉันจะเข็ดมั้ยล่ะ”
“เกินข้อตกลงที่นายบอกว่าจะพิสูจน์การใช้งานของมันมาเยอะแล้วนะ”
“ก็ช่วยไม่ได้” คนถูกไซร้หัวเราะคิก ก่อนหันคอเปลี่ยนข้างให้ “ยูไม่ยอมเปิดปากบอกวิธีพิชิตทัตจังนี่นา เมื่อคืนมีซัมติงกันบ้างมั้ยก็ไม่ยอมบอก”
“แล้วใจคอจะจับจนกว่ามันจะยอมเล่าหรือไง ทำไมไม่ไปถามอุเอดะเอาเองเลยล่ะ ถ้าเป็นนายอาจจะได้รับสิทธิพิเศษ”
“มีแต่เดินหนีตั้งแต่ยังไม่ทันเกริ่นมากกว่า! อีกอย่าง...ทัตจังขี้โกหกจะตายไป ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็โดนจับได้ยังยืนกระต่ายขาเดียว แยกห้องๆๆ”
คาเมะกระโดดๆ เป็นการล้อเลียน
“รอยแดงที่แขนยังบอกว่าชกมวยหนัก เพิ่งรู้นะว่าไอ้นวมหรือกระสอบทรายมันสร้างรอยมือได้เป็นแฉกๆ” ว่าไปกางนิ้วงึกๆ ไป ให้จินได้หัวเราะกับท่าทีเกินจริง
ความเมามันในอารมณ์ที่เห็นทำให้ชายหนุ่มขี้เกียจท้วงว่าเลิกสนใจ เลิกไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขาเสียก็จบ
“ต้องให้มันบอกหรือว่า ‘พอดีเมื่อคืนยูอิจิคึกไปหน่อย’ นายถึงจะพอใจ”
“การที่ยอมรับว่ารักแฟนตัวเองมันผิดตรงไหนล่ะ ยิ่งปิดบังยิ่งยั่วให้อยากรู้...หมอนั่นน่าจะคิดได้” คนพูดละคำที่ต่อไว้ในใจว่า ‘ก็บอกไปหลายทีแล้ว’
“...คงอาย” จินเอ่ยข้อสันนิษฐานเสียงแผ่ว สมาธิเริ่มจะหลุดจากบทสนทนา ไปจดจ่ออยู่กับเม็ดสีชมพูเล็กๆ ตรงหน้าแทน
“จะว่าฉันหน้าไม่อายหรือ”
“เปล่าซะหน่อย จะบอกว่าใครก็น่ารักไม่เท่านายต่างหาก”
ร่างหนายกคนในอ้อมแขนขึ้นทั้งตัว ตามด้วยจรดคางสากเกลือกไปทั่วเป้าหมาย
“จิน...” มือเล็กดึงศีรษะนักร้องหนุ่มขึ้น
“ไม่ต้องมาหวานตอนนี้ กลับไปห้องแต่งตัวกันเถอะ ถึงฉันจะหน้าไม่บางแต่ตอนนี้ก็เริ่มจะอายแล้วนะ พวกนั้นต้องคิดเราสองคนมาทำอะไรกันแหงๆ”
“ก็คิดกันไม่ผิดนี่” จินจัดการบีบเนื้อสะโพกแน่น หมั่นเขี้ยวคนที่อายในเรื่องไม่ควรอายแต่กลับไม่เคยอายในเรื่องที่น่าอาย
“บ้าสิ...”
เสียงแหบต่อว่า ก่อนต้องห่อปากแบบร้องไม่ออกเพราะถูกกดด้วยนิ้วและเคล้นคลึงไปยังจุดอ่อนไหว จินทำงานร่วมกันทั้งสองมือให้ทั้งข้างล่างและข้างบนของร่างในอาณัติบอบช้ำ ไม่นำพาต่อแรงต่อต้านของอีกคน... ที่พยายามหยุดความวาบหวาม เร่าร้อน ด้วยเกรงว่าเรือนร่างตนจะมีริ้วรอยให้ผิดสังเกต
“พอได้แล้วน่า...นะ ไปเร็ว”
“อีกนิดเดียว...”
“ไม่เอาๆ” คาเมะดันหน้าเฟิ้มหนวดให้ห่างไกลจากซอกคอและลาดไหล่ตน แสบขนาดนี้ไม่อยากจะคิดว่าจะมีรอยแดงปรากฏอยู่แค่ไหน...
“หมดเวลาแล้วจิน”
“อืม... โอเคๆ มา ล้างมือก่อน”
“เด็กดี ฮานะมารุ”
จินยิ้มแฉ่ง แล้วฉกหน้าลงไปฟัดหนักๆ อีกครั้งตอบแทนดาวดอกไม้ของเซนเซคาเมนาชิ
**************************************
ในช่วงเวลาเดียวกัน
“ลามกสมกันดีนะสองคนนี้” จุนโนะสึเกะผู้ไม่เคยเดือดร้อนกับเรื่องรอบตัวว่าอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าไม่มีสต๊าฟอยู่ก็เปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนกางเกงโดยไม่พันผ้าเช็ดตัวปกปิด
“ให้ตาย ไม่รู้ว่าใครหื่นกว่าใครและใครพาใครหื่น” แร๊พเปอร์หนุ่มถอนใจอย่างไม่เห็นจอยด้วย แล้วก็ถอดผ้าตามจนเหลือแต่บ็อกเซอร์ลายหมากรุก “นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะพูดได้เต็มปากเลยนะว่าไอ้จินทำคาเมะเสีย แต่เจอคอนรอบที่แล้วต่อด้วยรอบนี้ คาเมะลามกไม่มีที่สิ้นสุดเลยว่ะ”
เหยื่อความลามกตัวจริงเสียงจริงโคลงศีรษะรับ
“แต่ฉันว่านะ คาเมะน่ะ...มากกว่ามานานแล้วล่ะ”
“แกว่าอะไรนะ” โคคิเบิกตาโตแสดงสงสัยเต็มหน้า ให้ยูอิจิต้องขยายความต่อ แต่พี่ใหญ่ของวงผู้แสนสุภาพยังไม่ทันพูดคูหูทานากะก็เกิดโพธิญาณหยั่งรู้
“อ้อ แกมันถูกไอ้คาเมะลวนลามมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกแล้วนี่ เหยื่อคนแรกถ้าไม่นับที่รักตัวจริงของมัน”
“อันที่จริงพวกเราทุกคนก็ไม่มีใครรอดไม่ใช่หรือ” ยูอิจิเดินมานั่งยังโซฟานุ่มหลังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จ เขาหยิบช้อนตักสลัดซึ่งเป็นอาหารรองท้องใส่ปาก
“เออ... ก็จริงนะ ไม่ว่าจะนาย... นาย... นาย... แล้วก็ฉันเอง โดนหมด”
“เฮ้ยยยย ตอนฉันน่ะมันนานแล้วนะ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างร้อนตัว
“มันก็ตอนที่ฉันกับแกเพิ่งคบกันนั่นแหละ! ตบมือข้างเดียวมีหรือจะดัง”
ตวาดไปแล้วก็ทำท่าจุ๊บปากเป็นการอ้างอิงว่าหมายถึงสถานการณ์ไหน
“ว่าเขาได้หรือโคคิ จุนโนะไม่ได้เต็มใจ เรียกว่าเผลอยื่นมือให้ตบ ส่วนนายน่ะยิ่งกว่าเล่นด้วยเลยนะ”
“เอ๊า..... ก็เจ้าของมันไม่อยู่เฝ้าของหวงของมันเอง” ผู้ไม่เห็นความผิดของตนยักไหล่
“อืม...แล้วก็โดนเมินไปสามเดือน” ทัตสึยะถากถางยิ้มๆ ตามด้วยคำซ้ำของยูอิจิ
“ซึมสนิท”
“โฮ้ยๆๆ อย่าหันมาเล่นงานกันเองดิวะ ต้องรุมคนที่ไม่อยู่สิ” โคคิยัดซูชิหน้ากุ้งเข้าปาก แล้วก็ยกมือเป็นอันตัดกลับเข้าประเด็นเก่า
“อุเอดะ ฉันจริงจังนะ ในฐานะที่แกสนิทกับคาเมะเป็นพิเศษในช่วงหลัง ขอทราบความเห็นแกหน่อย ว่าไอ้สองคนนั้น...เบื้องลึกเบื้องหลัง ใครหื่นกว่าใคร และใครกันแน่ที่พาใครหื่น”
“ฉันไม่ชอบวิพากษ์วิจารณ์เรื่องส่วนตัวคนอื่น”
“โอ้โห...”
“ไอ้คนดี... ไม่เผาเพื่อน รู้บ้างเหอะว่าลับหลังแกถูกไอ้คู่เวรนั่นเม๊าท์ยับ”
“แถวบ้านเรียกว่ายุแยงตะแคงรั่ว”
“ทากุจิ!”
เจ้าของชื่อผิวปากไม่รู้ไม่ชี้ โคคิจึงคลายแขนที่ท้าวเอวออกหันกลับไป (เต๊ะจุ๊ย) ทางเก่า
“ก็แค่ความเห็นน่า...ทัตจัง ถึงจะเป็นเรื่องที่รู้ไปแล้วไม่ได้อะไรก็เหอะ”
“งั้นฉันมีความเห็นเหมือนหมอนั่น” อุเอดะยกมือชี้
“แล้วนายไปรู้ได้ยังไงว่าทางุจิมีความเห็นแบบไหน...”
“นั่นสิ”
“ก็ที่บอกว่าสองคนนั้นเหมาะสมกันดีไง”
“หรือแปลเป็นญี่ปุ่นอีกครั้งว่า ฮะแฮ่ม” จุนโนะยืนทำท่าปาฐกถา กระตุกปกเชิ้ตตั้งตรง “อาคานิชิ และ คาเมนาชิ มีระดับความหื่นเท่าเทียมกันและลงตัวกันเป็นที่ยิ่ง ยิ่ง ยิ่ง ยิ่ง...”
“ออ.........มันถึงได้คบกันได้ใช่มั้ย” ผู้ฟังเหล่ตามองหมั่นไส้
“ก็เหมือนกับเราไงจ๊ะ” คนตัวยาวยืดมือถลาไปโอบ
“บ้าาาาา” บุรุษหน้าตาแยงกี้ก็ทำสะเทิ้นอายรับมุก
“ใช่! เหมือนกับไอ้คู่ขนมจีนไม่มีน้ำยาอย่างทัตสึยะยูอิจิด้วย”
“เอิ๊กกกก มากันตั้งแต่เมื่อไหร่ว้า....”
“ตั้งแต่นายใส่ร้ายฉันนั่นแหละ! จิน จัดการมันเลย” คนถูกกล่าวหาซ่อนหน้าแดงจัดที่ฟ้องความอ๊ายอายกับแผ่นหลังกว้าง ขณะที่ผู้มีเคราะห์กะทันหันก็วิ่งแนบไปหลบหลังแคบของพี่ใหญ่ (แต่ใจเล็ก) อย่างรวดเร็ว
“ออกมาโคคิ ไม่แน่จริงเป็นตุ๊ด” พระเอกท้าเสียงเรียบจากขอบประตู
“อย่ามาหยามกันอย่างนี้นะเว้ย ตัวตัวเลยป่ะล่ะ”
จินง้างหมัดรับคำท้า
“ไอ้พวกนิยมความรุนแรง!”
สาวเท้าเข้าชิด
“เกเรก้าวร้าว!”
กระชากคอเสื้อ
“คิดว่าฉันกลัวหรือ!”
“ไม่กลัวก็ต่อยๆ กันสักทีไปจะได้จบๆ”
โคคิสะดุ้งกับคำสนับสนุนของเพื่อน ส่วนจินใช้ความสูงอันแตกต่างข่มคนเตี้ยกว่า พร้อมด้วยสายตาหรุบต่ำทั้งที่คางเชิดแบบจะยื่นไปทิ่มตาอีกคน
“จะนินทาใครก็ทำต่อหน้า เจ้าตัวเขาจะได้มีโอกาสแก้ต่างให้ตัวเอง เข้าใจ๊...”
“พูดต่อหน้าเขาก็ไม่เรียกว่านินทาสิวะ!”
“ยังไม่สำนึกอีก”
“ก็มันสงสัยนี่ ผิดด้วยหรือ เราเพื่อนกันนะ เพื่อนจะเจือกเรื่องเพื่อนบ้างไม่ได้หรือไง ทีนายล่ะ...เมื่อเช้ายังมากระซิบถามฉันเลยไม่ใช่หรือว่าเห็นเหมือนกันมั้ยว่าทัตจังเดินแปลกๆ”
“โคคิ!!” คนโดนโยนเผือกตะโกนร้องกลบ แต่ดูท่าว่าจะไม่ทัน
อย่างช้าๆ...ทุกฝ่ายได้รับรู้ถึงปรากฏการณ์ดาวดับที่ค่อยๆ ปกคลุมท้องฟ้าโดยไม่ต้องมีความรู้ทางดาราศาสตร์อย่างพร้อมพรั่งโดยมิต้องนัดหมาย
“อันนี้แถวบ้านเขาก็เรียกว่า...วอนตายหมู่”
“คาเมะ” คำเรียกของทัตสึยะทำให้จำเลยทั้งคณะเงียบกริบ จำเลยที่หนึ่งรีบออกตัวก่อนด้วยท่าทีจริงจัง เคร่งขรึม
“ไม่จริงเลยนะทัตจัง ฉันก็แค่...ฉัน... ฉันเพียงแต่พูดลอยๆ ไม่ทันได้ตีความหมายอะไรเลย”
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่...”
“ฉันไม่ได้โกหกนะ ให้สาบานก็ได้”
“ฝนตกฟ้าคะนองแบบนี้อย่าเสี่ยงเลยคาสึ”
“จิน!” จิกตาใส่คนรักเสร็จแล้ว ‘คาซึ’ ก็ก้าวข้ามโต๊ะกลางไปจับไหล่ฝ่ายโจทก์ “ทัตจัง...” ผูกคิ้วขมวด “ฉันไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับนายจริงๆ นะ เป็นห่วงกลัวว่าขาจะแพลง เล่นคอนลำบาก อะไรแบบนั้น”
“โกหกนั้นตายตกนาโร้กกกก”
“ไอ้ทากุจิ!”
คำปรามแรงถลึงตา (ตี่ๆ) ของคาเมะไม่ได้ผล ทัตสึยะแกะแขนเพื่อนรุ่นน้องอย่างอ่อนโยน วางการ์ตูนเล่มโปรดที่ถือค้างไว้ไม่ได้อ่านเลยสักนิดลงกับเบาะเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม...
“ฉันไปสแตนบายก่อนแล้วกัน”
รัศมีเควายแผ่กำจายไปทั่ว แต่น้องเล็กผู้ไม่เคยสลดยังคงใจชื้นที่จับสังเกตใบหน้าแดงเรื่อของผู้จากไปได้ ...ไม่รู้ว่าโกรธหรืออาย แต่เขาขอเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนว่าอีกฝ่ายมิได้เคืองขุ่น
เขาเป็นใคร คาเมนาชิ คาซึยะนะ
“คาเมะ...”
“หยุดเลยนะ หยุดเลย ไม่ต้องซ้ำเติม ฉันรู้แล้วน่าว่านิสัยไม่ดี ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน... ฉันก็แค่หวังดีกับพวกนายเท่านั้นเองนะ” ให้ก้มหน้ารับฟังคำสอนสั่งจากเจ้าอาวาสนากามารุน่ะรึ สู้ทำไม่สำนึกผิดดีกว่า
“เปล่า ฉันไม่ได้จะว่า” เจ้าอาวาสส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของญาติโยม “จะตอบสิ่งที่นายสงสัยต่างหาก”
“หือ! อะไรอ้ะ”
ไม่ใช่แค่คาเมะคนเดียว แต่ที่เหลืออีกทั้งสามบีบวงเข้าหายูอิจิอย่างไม่รู้ตัว แม้หนึ่งในนั้นจะทำหน้าไม่สนใจเท่าไหร่
“ฟังฉันนะ... มันไม่มีอะไร ไม่มี ไม่ว่าจะเมื่อวันก่อน เมื่อคืนนี้ คืนต่อไป และตลอดทัวร์ด้วย”
“โง่หรือเปล่าวะ”
คนไม่สนใจถามอย่างอดใจไม่อยู่
ตลก... นอนห้องเดียวกันสองต่อสองแบบนี้ ปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าได้อย่างไร
“เพราะฉันใช่มั้ย ทัตจังก็เลย...”
“ฉันก็ไม่สามารถด้วยแหละ ห้องพวกนายก็อยู่ขนาบแค่นี้เอง เอาจริงๆ นะ ได้ยินเสียงพวกนายสองห้องก็ทำไม่ลงแล้วว่ะ”
“โธ่เอ๊ย”
“ไอ้บ้า พูดไรวะ... มันได้ยินจริงๆ ดิ”
“อายด้วย?”
“ผนังมันบางนะ อย่าให้พูดเลยว่าห้องไหนดังกว่า”
“ก็พูดเลยดี้”
“นั่นแหละๆ ถึงยังไงมันก็ไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้หรอก... มันไม่ได้มีแค่พวกเรา ทั้ง FIVE ทั้งเด็กแบค ทั้งทีมงานที่สนิทและไม่สนิท ฉันกับทัตจังนิสัยเป็นยังไงพวกนายก็รู้ อย่ามาหวังเรื่องพรรค์นั้นหน่อยเลยน่ะ พวกนายเองก็เหมือนกันสำนึกหน่อยว่ามาทำงาน--”
“บ่นเป็นตาแก่” จินทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วผละออกมาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว
“คาเมะ นายน่ะก็เลิกยุ่งกับเฉินหลงของฉันซะทีเถอะ พวกแฟนๆ มีแต่เด็กผู้หญิงนะ”
“เรียกว่าคุริรินสิ”
“เอ้อ! จะอะไรก็เหอะ จิน นายจัดการคนของนายหน่อย...”
“แน่ใจนะว่าจะให้ฉันจัดการตอนนั้นเลยจริงๆ น่ะ” จินยกมุมปากยิ้ม
“เออ... ได้กรี๊ดกันฮอลล์ถล่ม สนุกดี”
“สนุกหรืออิจฉาจ๊ะ....อูย” จุนโนะได้รับศอกเข้าไปเต็มท้องสนองคำแหย่
“นี่ๆๆๆ สรุปว่าพวกนายก็หัดสำรวม ทำตัวเป็นการเป็นงานบ้าง เข้าใจหรือเปล่า”
“แบบทัตจังสุดที่รักของนายว่างั้น” คาเมะวางท่าเก๊กกำมือแทนไมค์วางไว้ใต้คาง... ให้ยูอิจิกุมขมับไปหน้าแดงไป
“พอเหอะๆ พูดไปยังกับว่าจะมีใครฟังใคร” จินว่าอย่างสงสาร ละประโยคในใจที่ว่า ‘ก็พันธุ์ดื้อกันทุกราย’
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ไปสแตนบายดีกว่า หมดเวลาแล้ว ขี้เกียจได้ยินโปรดิวเซอร์แหกปากด่าใส่เอียโฟน”
เมื่อนักร้องนำเดินออกไป (พร้อมเกี่ยวเอวอีกคนซึ่งยังงุ่นอยู่กับกระดุมกางเกงไปด้วย) โคคิ จุนโนะ ก็โอบไหล่ตามออกไปอีกคู่
ยูอิจิเดินเดียวดายตามหลัง เกาท้ายทอยตัวเองอย่างคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเพื่อนๆ แต่ละคนถึงได้เด็กลงๆ สวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้
“ยูอิจิ..........!! หว่านข้าวดำนาอยู่หรือไง รอบนี้ฉันโปรดิวส์ถ้ามีอะไรผิดพลาดฉันฆ่านายแน่นะเว้ย”
“ไปบีบคอไอ้จินเวลามันลืมเนื้อก่อนเหอะ!”
ตะโกนตอบไปแล้วก็ต้องรีบวิ่งเอาตัวรอดขึ้นบันไดเวทีไปก่อนที่บั้นท้ายตนเองจะเจออันตราย
เสียงกรี๊ดของแฟนๆ กระตุกรอยยิ้มบนหน้าเรียบๆ ของทัตสึยะได้ประมาณหนึ่ง ยูอิจิยกมือขึ้นบีบไหล่บาง ก่อนปล่อยแล้วเดินเคียงกันออกไป เป็นที่รู้กันว่าคนโกรธง่ายคนนี้หายโกรธเร็ว ถ้าจะห่วง ห่วงไอ้น้องเล็กดีกว่า...
ก่อนจบทัวร์ครั้งนี้มันจะทำอะไรแผลงๆ ไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
คนเดียวที่พอจะปรามกันได้ก็พึ่งไม่ได้เสียด้วย
ฮ่วย! กลุ้ม!
************************End************************
TALK
โย่ย... สอบกลางภาคเสร็จแล้ว เย่ๆๆ
ก่อนจะต้องตะลุยรายงานอีกมหาศาลก็แว่บมาเข็นเรื่องสั้นเรื่องนี้ค่ะ
คนที่มาคอมเมนท์ตั้งแต่มันเป็นหน้าขาว ขอบคุณมากๆ เลยนะค้า...
เสียใจจริงๆ ที่ต้องบอกว่าหลังจากนี้คงทิ้งบล็อกไปอีกนานเลยแหละค่ะ
อาจจะมีก็อันเพอร์เฟคฯ ของน้องเรนิกา (ตอน 11 ใกล้จะคลอดแล้วเน่อ)
บายเดอะเวย์ ขอพูดที่มาของพีสฟูลเดยส์ตอน 3 สักนิดนึง แน่ว่าคงรู้แล้วเนอะ 555+
ไปอ่านรีพอร์ตคอนทัวร์มา ป๊าดดดดด มีประเด็น อัดอั้นตั้งแต่ยังสอบมิเสร็จค่ะ
ทิ้งตำรา stat เชิดใส่ t-test ANOVA วันเวย์ทูเวย์ (เพราะไม่รู้เรื่อง) มาเปิดหน้าเวิร์ดเลยทีเดียว
แต่ก็...เพิ่งมาเสร็จเอาวันนี้เอง 555+ งุงิ
ตอนนี้ตัวละครมาครบทั้ง 6 ตัว ลายตากับสีสันทั้งหลายบ้างมั้ยคะ
ตอนเปลี่ยนสีก่อนโพสรู้สึกสงสารคนอ่านมากเลย ต้องมีคนพักไปอ้วกก่อนแน่ๆ
ดีที่แกมันบังคับให้จบภายในสิบนาที ก็เลยออกมาเป็นตอนสั้นๆ น่าจะพอทนไหวกันน้อออ
(คนแต่งเองก็แต่งไหวแค่นี้ หุหุ)
ทักทายเท่านี้แล้วกันนะคะ จุ๊บๆ
สำหรับคนที่ติดตามอันเพอร์เฟคฯ แล้วพบกันใหม่เร็วๆ นี้ค่ะ

รอเลิกคอนกลับห้องแล้วล้างด้วยน้ำอย่างอื่นดีกว่า
อุ๊ย พี่คิดอะไรออกไป 555
ปล. ฟลุ๊กมาก เปิดมาเจอ อย่าคิดว่าจะปกปิดเราได้ โฮะๆๆ
#1 By viva (58.97.1.218) on 2009-08-03 10:44