[Un] Perfect Continuous - Part 11

posted on 09 Aug 2009 00:47 by asuka-jan  in Co-Project

 

Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 11
Character: Jin x Kame and Friends
Genre: Drama
Author: Renika
Editor: Asuka
Rate: General
Warning: ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ

 

11 # despair

 

 

 

 

 

 

ผมควรจะมีความสุขใช่ไหม

ผมควรจะดีใจที่ความฝันอันยิ่งใหญ่กลายเป็นจริง

แต่ถึงอย่างนั้น...ทำไมดวงตาของผมถึงแห้งขนาดนี้

           

 

 

            อาคานิชิ จิน รู้สึกคอแห้ง

อาจจะเพราะทั้งวันมัวแต่ทำนู่นทำนี่จนลืมดื่มน้ำจนอดคิดไม่ได้ว่าเหล้าในวันนี้คงบาดคอน่าดู

 

เขาไม่เคยมีร้านประจำ ดังนั้นจึงไม่มีโต๊ะประจำ อีกทั้งคราวนี้ก็ไม่ใช่การสังสรรค์ใหญ่โตที่จะมีคนมากมายให้เป็นจุดเด่น ดวงตากวาดหาคนที่น่าจะมาถึงก่อนอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาแก้วที่ถูกยกขึ้น

 

โอเมเดโตะ (ยินดีด้วย)”

 

จินขมวดคิ้วอย่างแสลงหูกับถ้อยคำทางการ  ฝ่ายคนพูดก็เหมือนจะรู้ตัวจึงหัวเราะล้อเลียนอย่างเข้าจิตเข้าใจเป็นกำลัง ให้คนมาใหม่นึกหมั่นไส้

 

ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจากเดิมตรงไหน

แล้วนายหวังให้อะไรมันต่างจากเดิม?”

 

นิชิกิโด เรียวแห่ง kanjani8 และ NewS ถามกลับไปทั้งที่ยังมีเสียงหัวเราะในลำคอ คำตอบทิ้งช่วงห่างไปเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสั่งเครื่องดื่ม

 

อิสระ... การได้เติบโต การเป็นตัวของตัวเอง...จินละคำพูดหลังไว้ในใจ พร้อมกับแค่นยิ้มให้กับความคิดที่เหมือนเด็กๆ ...สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม

ฉันเคยบอกแล้วว่ามันก็แค่การเพิ่มภาระ

...ก็คาดหวังให้มีงานเยอะขึ้น พูดออกไปแล้วก็ต้องชะงัก แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาพร้อมอะไรอีกมากมายจนน่าปวดหัว...ฉันไม่ได้รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ทำอย่างที่ตัวเองเป็น

ก็บอกแล้วเรียวลากเสียง

นึกว่าเป็นคำปลอบใจสำหรับคนถูกดองเสียอีก

อย่างฉันปลอบใจใครเป็นที่ไหน

ลืมไปว่านายเป็นอัจฉริยะก็แต่ก็ซ้ำเติมคน

 

คนถูกกัดยิ้มรับหน้าระรื่น ยักคิ้วบอกให้รู้ว่าภูมิใจกับความสามารถพิเศษนี้แค่ไหน...ขนาดสมาชิกวงKAT-TUNที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอย่างทัตสึยะยังโดนซัดแทบล้มมาแล้ว...นิชิกิโด เรียวคนยังไม่เคยปล่อยให้ความรู้สึกผิดมีอิทธิพลกับฝีปากแม้แต่นิดเดียว

 

...ถ้านายต้องการมธุรสวาจาต้องอย่างไอ้พี ผู้เชี่ยวชายด้านการจี้ใจดำว่า ปลอบใจคนได้ทั้งโลกยกเว้นแต่ตัวเอง

 

จินหัวเราะหึก่อนจะส่งของเหลวรสเข้มผ่านคออีกครั้ง

เป็นที่รู้กันโดยที่ไม่ต้องมีคำพูดใด คนที่ปิดสนิทและเข้าถึงยากที่สุดในหมู่ของคนที่เป็นตัวเองสูงอย่างพวกเขาก็คือยามาชิตะ โทโมฮิสะ แม้แต่ดวงตาก็ไม่เคยมีประกายอะไรให้คนอื่นสามารถล้วงลึกถึงความรู้สึกภายใน

ถูกมองเป็นพวกที่ดูมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นว่าสิ่งที่คนคนนั้นทำขึ้นกับคำว่ามารยาททั้งหมด จะมีก็แต่คนที่ยอมรับว่าสนิทเท่านั้นเขาถึงจะดีด้วยจริง

 

เอ้อ... เรียวร้องขึ้นเมื่อนึกถึงบุคคลที่สาม ฉันนัดมันมาด้วยนะ เที่ยงคืนคงถึง...นายรอเจอด้วยสิ หายโกรธหมอนั่นหรือยัง?”

หือ? ฉันจะไปโกรธมันเรื่องอะไร

ก็เรื่อง shuji to akira ไง...อ้อ...ฉันลืมไปจินตวัดตามองคนขี้ลืมที่ทิ้งท้ายอย่างมีนัย ฝ่ายคนพูดจาคลุมเครือก็ดูจะสนุกกับการกวนประสาทเพื่อนมากอยู่

ก็คนที่นายโกรธมันคือชูจินี่...ไม่ใช่อากิระ

 

ฉันไม่ได้โกรธเขา

 

ไม่ใช่ ชูจิ แต่คือ คนที่รับบทนั้น

 

เรียวเลิกคิ้วสูง...ใส่คนที่หน้าเริ่มตึง

 

ก็แค่ไม่ชอบ...

...ไม่ชอบแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีส่วน ทำให้เขาเป็นแบบนั้นงั้นหรือวะ

 

อดีตเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเล่นหัวกับน้องเล็กของ KAT-TUN อย่างสนิทสนมในอดีตอย่างเขากลั้นใจรอฟังคำตอบจากเพื่อนสนิทในปัจจุบันอย่างตั้งใจ ความนิ่งงันบีบให้จินต้องผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ

 

นั่นแหละ...ที่ฉันเกลียดที่สุด

 

ใช่...เกลียดที่สุด ที่คนคนหนึ่งจะต้องก้าวไปตามอิทธิพลของคนอื่นถึงขนาดนั้น

จินไม่เคยคิดความเป็นตัวของตัวเองจะถูกสั่นคลอนเพราะใคร พอๆ กับที่เชื่อว่าจะไม่มีใครที่จะถูกการกระทำของคนอื่นชักนำให้เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่คาซึยะเป็นตอนนี้...ฟ้องถึงอิทธิพลของคนอื่นที่ทำให้คาซึยะเปลี่ยนไปอย่างเด่นชัด

ทำไมถึงโง่อย่างนั้น...

หรือจะเป็นเพราะตัวเขาที่ยังคงอยู่ให้เห็น บาดแผลที่ควรจะสมานถึงยิ่งอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นลุกลามเสียจนควบคุมไม่ได้...ยิ่งกว่าเนื้อร้าย

 

จินวางแก้วที่ว่างเปล่าลงกับโต๊ะก่อนจะยื่นเงินให้คนที่ดื่มรอเพื่อนมานานแต่ยังไม่เมา

 

เฮ้ๆๆ จะกลับแล้วหรือ ไม่อยู่รอเจอพีหรือไง

อืม...ฝากขอโทษที่รอเจอไม่ได้ด้วยแล้วกัน ฉันต้องกลับก่อน

ทำไมวะ

พรุ่งนี้นัดเจ็ดโมง คำตอบของคนที่ไม่เคยยี่หระต่อคำต่อว่าทำให้เรียวแปลกใจ ...ถึงการเดบิวต์จะไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป...แต่ฉันก็อยากทำตัวให้มีความรับผิดชอบขึ้นบ้าง

 

เรียวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แล้วจึงออกเสียงตะโกนไล่หลังเด็กดีคนใหม่

 

โชคดีนะ

 

 

 

คำอวยพรของเพื่อนไม่ช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้น คำว่า โชคดีนะ ของเรียวดูจะเป็นสัญญาณเตือนเสียมากกว่า...ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะไม่ใช่เรื่องเดิมๆ ที่เขาเจอมาตลอดอีกแล้ว เพื่อนในกลุ่มต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเดบิวต์ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แม้ทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่าเคยทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ถึงจุดนั้น

จินเดินออกนอกผับก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้แล้วจุดไลท์เตอร์ รสอ่อนกว่าเคยเสียจนน่าหงุดหงิด แต่ก็ยังดีกว่าหมากฝรั่งที่เคี้ยวมาทั้งวัน

แค่มวนเดียวก็พอ...เพราะหมากฝรั่งบ้านั่นก็ผสมนิโคติน

 

ระหว่างที่จะเดินไปถึงรถ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น แม้จะเป็นเลขหมายที่ไม่คุ้นเคย แต่เขาก็คิดว่าคงจะเพื่อนคนใดซักคน

 

ใคร?”

ฉันฮิงาชิยาม่านะ ประหลาดใจเสียยิ่งกว่าประหลาดใจ จนอยากจะถามซ้ำอีกครั้งว่าใคร อาคานิชิคุงว่างพอจะมาเจอฉันตอนนี้ไหม?’

เอ่อ... ทั้งที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะโทรหาตนด้วยเรื่องไหน แต่ด้วยสำนึกถึงระบบ seniority และการติดต่อจากรุ่นพี่ก็อาจจะเป็นเรื่องงานจึงไม่สามารถปฏิเสธออกไปได้ทันที

ฉันอยู่ที่ผับ S รู้จักใช่ไหม

 

เมื่อได้ยินชื่อผับซึ่งไม่ไกลจากที่ยืนอยู่จึงตอบรับไป แม้อีกใจจะร่ำร้องว่าอยากกลับไปพักผ่อนเสียมากกว่าต้องไปเจอใครต่อใครอีกในคืนนี้

บุหรี่รสจืดจางถูกปล่อยลงบนพื้นตามด้วยปลายเท้าที่ขยี้จนดับสนิท

 

ความรับผิดชอบงั้นหรือ? ก็แค่รู้สึกว่า ต้องทำ เท่านั้นสินะ

 

ครับ...แล้วผมจะรีบไป

 

++++++

 

เขากำลังถูกความไม่คุ้นชินเล่นงาน

 

นักร้องนำของวงก้าวไปตามทางเดินด้วยความรู้สึกประหลาด แม้ออกจะมั่นใจว่าตนไม่หลง แต่ก็อดที่จะหันมองไปรอบๆ ด้วยความไม่แน่ใจไม่ได้

หลายต่อหลายปีที่เขาใช้ตึกของ Johnny Entertainment เป็นที่ทำงาน ความเคยชินที่แทบจะหลับตาเดินได้กำลังหลอกหลอนจนความรู้สึกถูกตอกย้ำ...ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการ

 

จินไม่แปลกใจนักเมื่อเห็นจุนโนะกำลังจะเดินเข้าพักเช่นเดียวกับตน คำทักทายอย่างไร้มารยาทถูกพูดผ่านสายตา แล้วต่างคนก็ต่างหามุมพักผ่อนก่อนที่งานในวันนี้จะเริ่มต้น

เสียงเพลงจากหูฟังไอพอดช่วยให้ความรู้สึกสบายมากกว่านั่งเงียบๆ หลายเท่า รสชาติของแซนวิชที่แม่บ้านเอามาเสิร์ฟให้ก็ไม่เลวร้าย แม้เข็มนาฬิกาจะเดินอืดอาดไม่ยอมพ้นเลข6ไปเสียที แต่เขาก็ไม่ได้นึกหงุดหงิดที่ตัวเองมาเช้าเกินไป

ทว่าสิ่งที่เขาสะกิดใจกลับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมากกว่า

 

ฉันเห็นเธอในทีวีแล้ว ดูดีมากเลย ยินดีด้วยนะ

สิ่งเหนือความคาดหมายอย่างแรกถูกสิ่งที่ยิ่งกว่ากดไปจนไม่เหลือ ชายหนุ่มเหลือบมองรุ่นพี่ผู้กำลังแนะนำเจ้าของคำชื่นชมนั้น แม้จะอยากถามกลับไปว่าจะมายินดีกับเขาทำไมด้วยความไม่สบอารมณ์กับเรื่องไร้สาระนี้ แต่เขาก็ทำเพียงกล่าวคำขอบคุณตามมารยาทก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ

รอยยิ้มเคลือบกรอสวิบวับถูกส่งให้อย่างเปิดเผย แววตาที่ทอดมองมาก็เป็นประกายไม่ต่างกัน...ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอ แต่ความต่างมันอยู่ที่ โคอิซุมิ เคียวโกะ ไม่ใช่ no one อย่างแฟนคลับคนอื่นๆ หากแต่เป็น some one ผู้ซึ่งมีรัศมีเจิดจรัสไม่แพ้ระยะเวลาที่เธอค้างฟ้าอยู่ในวงการ

หากจะมีอะไรแปลกไปมากกว่านี้...เขาควรจะแปลกใจอีกไหมนะ?

 

เสียงพูดคุยดังขึ้นเมื่อเพื่อนคนอื่นเริ่มมาถึง รู้ตัวอีกทีทัตสึยะก็โผล่มานั่งอยู่ที่อีกฝั่งของโซฟาพร้อมกับโคคิที่กำลังคุยอะไรสักอย่างอยู่กับยูอิจิและคาซึยะ

 

เฮ้ เพลงคู่ของนายสองคนเจ๋งมากเลยว่ะ ฉันฟังแล้วแร็ปเปอร์ของวงหันมาพูดกับคนที่เอาแต่นั่งเงียบทั้งสอง

ชมอาคานิชิคนเดียวเถอะ...ฉันมันก็แค่ร้อง น้ำคำจิกกัดถูกโต้ตอบเอื่อยเฉื่อยจากหัวหน้าวง

ยังโกรธอยู่หรือเนี่ย ขอโทษน่า

กองไว้ตรงนั้นแหละ

 

จินหัวเราะเพราะเห็นว่ามุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นคล้ายจะยิ้ม แม้จะทะเลาะกันแทบตายแต่ก็หายโกรธง่ายเหลือเชื่อ

 

อุเอดะ เดี๋ยวจะประชุมเรื่องคอนเสิร์ตเดบิวต์ใช่ไหม

ใช่ นายมีอะไรจะเสนอหรือ

ก็ลองคิดๆ ดู เรื่องลิสต์เพลงน่ะ คาซึยะหยิบกระดาษปึกบางๆ ออกจากกระเป๋า

อันที่นายพูดให้ฟังเรื่องลำดับโซโล่เมื่อกี้ใช่ไหม ฉันว่าดีออกนะ น่าจะลองเสนอดู ยูอิจิออกความเห็นในเชิงบวกให้เจ้าของความคิดอดจะยิ้มตามไม่ได้

...จะว่าไป ฉันก็อยากแต่งเพลงจังเลยน้า~” โคคิบ่นพึมพำออกมา

โซโล่ก็แต่งไปแล้วไม่ใช่หรือไงจุนโนะที่ยังไม่ละสายตาจากเครื่องเกมแทรกขึ้นให้ทุกคนรู้ว่าเขาก็กำลังฟัง

ไม่เอาเพลงโซโล่สิวะ ฉันหมายถึงเพลงของคัตตุน ให้ทุกคนร้องด้วยกันคำสรรพนามเป็นกลุ่มชวนให้สะดุดใจจนต้องเหลือบมองคนพูด

ก็ตามใจสิ...แนวไหนล่ะ แต่ประเด็นเรื่องเพลงก็ลากออกให้ไม่มีใครติดใจกับคำที่ไม่ค่อยพูดกัน

 

เสียงพูดคุยสบายๆ สอดแทรกคำจิกกัดแสบคันด้วยความหมั่นไส้เป็นระยะ...บรรยากาศที่หายากยิ่งเกิดขึ้นอย่างไร้ที่มา

...อาจจะเพราะทุกคนกำลังรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจกับสถานะใหม่ของวงจนแทบจะลืมความบาดหมางตลอดหลายปีไว้ข้างหลัง

 จินเก็บความประหลาดใจเอาไว้คนเดียว แม้จะคิดว่าคนอื่นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ใครเล่าจะทักออกมาให้เสียบรรยากาศ

พวกเขาอาจจะอยู่ด้วยกันมากเกินไปจนชาชินกับความเกลียดขี้หน้ากันและกันแล้วก็ได้

 

...ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ...

จะถือเป็นเรื่องดีๆ หรือเปล่า?

 

 

 

เวลาไม่กี่ชั่วโมงช่างยาวนานจนน่าหงุดหงิด

เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก ทุกคนก็ได้แต่ก้มหัวขอบคุณทีมงาน ทันทีที่ก้าวกลับเข้ามาในห้องพักเก็บเสียง ความอึดอัดก็ปะทุออกมาเหมือนระเบิดเวลา

 

ไม่ควรเรียกว่าการประชุมเลยนะ จินว่าขึ้นยิ้มๆ เมื่อนึกถึงการที่คนทั้งวงตอบรับแผนสำเร็จรูปของทีมงานด้วยคำว่า ครับ ได้ครับ เข้าใจแล้วครับ ราวกับตั้งโปรแกรม

...มันอาจจะดีก็ได้นะ เวลาก็กระชั้นชิดแล้ว จะมาทำอะไรหวือหวาก็คงไม่ทันการณ์ ยูอิจิพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ แม้ในใจจะไม่รับแล้วก็ตาม

ก็จะจัดให้มันกระชั้นทำไมวะโคคิโวยขึ้นบ้างในทันที ได้ใช้โดมนะเว่ย ถ้าไม่ได้เอาสถานที่มาทำอะไรให้แตกต่างแล้วมันจะมีค่าอะไรวะ

แต่ตอนที่เขาถามความเห็น...พวกเราก็เงียบกันเองไม่ใช่หรือ ทัตสึยะกล่าวเรียบๆ แม้ไม่สบอารมณ์กับการถูกเรียกเข้าไป ฟัง สิ่งที่คนอื่นเห็นว่าดีก็ตาม

หึ...ก็ขนาดคาเมนาชิที่ร่างใส่กระดาษมาเป็นปึกยังต้องเงียบ...แล้วคนอื่น... จุนโนะกราดตามองสมาชิกวงที่เหลือ จะพูดอะไรได้อีกงั้นหรือ

 

ทุกสายตาไปหยุดลงที่บุคคลผู้ถูกพาดพิง ริมฝีปากเรียวบางปิดสนิทไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ปึกกระดาษที่ว่าก็ถูกโยนทิ้งไว้ในห้องประชุมรอให้แม่บ้านไปเก็บกวาด

ความรู้สึกเซ็งจนพูดไม่ออกคงจะอธิบายน้องเล็กของวงในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

คาซึยะเผยอปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างก่อนจะเม้มปากลงอีกครั้งเพื่อเลือกคำพูดใหม่

 

...โวยวายไปก็เท่านั้น...ตั้งใจซ้อมกันให้เต็มที่ดีกว่า

 

พูดจบเสียงประตูถูกเหวี่ยงดังปังก็สะท้อนเข้าหูทุกคนพร้อมกับการไปโดยไม่มีคำลาอย่างผิดวิสัยคนมีมารยาท

เสียงบ่นเงียบลงในทันควัน จินเหลือบไปเห็นหัวหน้าวงขำออกมาอย่างไม่มีเสียง จึงขำออกมาบ้าง...แม้จะคนละประเด็นก็ตาม

สายตาที่ตวัดมามองเขาก่อนที่ประตูจะปิดลงนั้นเหมือนการทุ่มความโกรธทั้งหมดใส่อย่างเด็กที่โกรธแล้วพาล อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาสมน้ำหน้า ทั้งที่จริงๆ เขาแค่รู้สึกแปลกใจที่เขายังคงเดาได้อยู่ว่าคำพูดของน้องเล็กคนดีจะคืออะไร

 

มันก็เท่านั้น...

 

จินยักไหล่ใส่เพื่อนที่เหลือก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปบ้าง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่คนว่างงานกำลังจะเดินออกจากตึก จินมองเบอร์อย่างไม่คุ้นเคยอีกครั้ง ลางสังหรณ์เขาอาจจะดีเกินไปจึงไม่ตกใจกับเสียงที่ปลายสาย

 

สวัสดีค่ะโคอิซุมิ เคียวโกะเอ่ยอย่างมั่นใจผ่านโทรศัพท์ วันนี้อาคานิชิคุงไม่มีงานแล้วใช่ไหม? ไปกินข้าวกับฉันหน่อยนะ ร้านแถว xxx น่ะ เธอน่าจะรู้จัก

 

คำถามมากมายปะทุขึ้นจนได้แต่ตอบรับไปด้วยความไม่ทันคิด

จินมองมือถือในมือราวกับมันเป็นของประหลาดก่อนจะเก็บลงกระเป๋า

 

เขาควรจะหยุดแปลกใจกับทุกสิ่งได้แล้วสินะ...

 

 

 

ได้ข่าวว่าออกไปกินข้าวกับสาวสไตล์ใหม่?”

 

นิชิกิโด เรียวขำออกมาอย่างไม่เกรงใจเมื่อได้ยินคำทักทายของพ่อสาลิกาลิ้นทองประจำกลุ่ม แม้จะเกรงใจไอ้คนที่เอาแต่นิ่งอยู่บ้าง หากหนุ่มคันไซก็ไม่คิดจะระงับอาการของตนแต่อย่างใด

ภายในร้านที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงอึกทึกและควันบุหรี่ โต๊ะที่รายล้อมด้วยดาราระดับแนวหน้ากลับไม่เป็นที่สังเกตนัก และพวกเขาก็เลือกที่จะนั่งดื่มเหล้ากันเงียบๆ ที่มุมร้านมากกว่าจะออกไปสังสรรค์เฮฮา

 

จริงหรือเนี่ย โทโมฮิสะยกเหล้าขึ้นจิบอย่างสนอกสนใจเมื่อความเงียบตอบรับข้อเท็จจริงนั้น

ข่าวไวจังนะ จินถามอย่างแปลกใจ...ไม่เท่าไหร่

เดี๋ยวนี้เปลี่ยนสเปคหรือ เด็ก เกินไปมันน่ารำคาญหรือไง

 

เรียวหัวเราะลงคอแล้วกระดกน้ำเมาตามพลางยกขาหลบลูกถีบใต้โต๊ะของคนโดนแหย่

 

...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ไม่ได้เอ็นดูนายอย่างรุ่นน้องแน่ๆหนุ่มลูกครึ่งสเปนที่นั่งเงียบมาสักพักออกความเห็นอย่างจริงจัง ก่อนจะส่ายหัวเมื่อตัวต้นเหตุยักไหล่ไม่สนใจ ...แต่ถ้านายหวังจะเติบโตในวงการมันก็ไม่เลวหรอกนะ ฉันพอได้ยินมาเหมือนกัน

ได้ยินอะไรวะ...พูดให้เข้าหูนะ อย่างไอ้จิน หรือฉันกับเรียว พวกเราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษพรรค์เพื่อจะเติบโตหรอกนะ หัวหน้าวง NewS ค้านขึ้นอย่างมั่นคงในความเป็น Johnny

แต่ผู้หญิงคนนี้น่ะ ดัน ได้จริง คบไว้ก็มีประโยชน์ ชิโรตะ ยูส่ายหน้าอย่างไม่ถือสาที่ค่ายตัวเล็กกว่า แต่ก็คงต้องทำใจที่จะถูกเหมารวมเป็น เด็ก ในสังกัดของเธอ

ไร้สาระน่า

 

จินตัดบทในที่สุด แล้วบทสนทนาก็ไหลลื่นออกไปจากประเด็นเดิม

อย่างที่โทโมฮิสะพูดก็อาจจะไม่ถูกนัก...ก็จริงอยู่ที่ Johnny entertainment เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ แต่การที่หนึ่งในร้อยของบรรดาเด็กจูเนียร์ทั้งหลายจะก้าวขึ้นมาโด่งดังได้ก็ต้องอาศัยความเป็น คนโปรด ไม่ใช่หรือ

แม้จะมีฝีมือ หากขาดการหนุนหลัง...ก็ไม่สามารถก้าวออกมาได้อยู่ดี

 

มันต้องเป็นอย่างนั้นสินะ...

 

++++++

 

ขอโทษนะครับ...ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

 

วาจานิ่งสนิทไม่บ่งบอกอารมณ์ดังจากคนที่รู้สึกถึงความไม่พอใจที่กรุ่นขึ้นในตัวจนอยากจะเขวี้ยงไอ้เครื่องมือสื่อสารที่ไม่ต่างจากห่วงที่ผูกให้เขาไปติดกับเรื่องบ้าๆ ลงพื้นให้ไกลสายตา

เขาเพิ่งเสร็จงานได้ก็ใกล้จะขึ้นวันใหม่เข้าไปแล้ว เหนื่อยแสนเหนื่อยยังต้องมารับโทรศัพท์ตำหนิจากรุ่นพี่ผู้แสนน่านับถืออย่างฮิงาชิยาม่า โนริยูกิ ด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นทุนเดิมกับประเด็นไร้สาระอย่างการที่เขาปฏิเสธคำชวนของโคอิซุมิ เคียวโกะแทบจะทุกครั้งนั้นพาลจะให้ต่อมอารมณ์แตกเอาง่ายๆ

 

ความสัมพันธ์ของใครก็ตาม ถ้าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เอนจอยกับมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือครับนักร้องนำของวง KAT-TUN พูดประโยคยาวๆ ออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ผมก็มีงานนะครับ จะให้ออกไปกับเขาทุกรอบได้ยังไง

ต้องให้ฉันย้ำไหมว่านายกำลังทำเสียมารยาทกับรุ่นพี่ในวงการ คำอ้างแบบนั้นมันฟังไม่ขึ้นเลยนะรุ่นพี่ในค่ายว่ากลับอย่างใจเย็น

แค่การไปทานข้าวให้เป็นข่าวมันต้องซีเรียสขนาดนั้นเลยหรือครับ

นายควรจะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างไว้บ้างนะอาคานิชิคุง ถ้าครั้งหน้าเขาโทรมาก็รับสายแล้วออกไปกับเขาซะ น้ำเสียงสั่งสอนแบบนี้กลับชวนให้คนหัวดื้อค้านใจไปยิ่งกว่าเดิมเขาเป็นผู้ใหญ่เข้าใจไหม เด็กอย่างเธอควรจะดีใจนะ

ผมไม่ได้ต้องการจินตอบกลับอย่างอคติเมื่อคิดถึงคำพูดของเพื่อนสนิทเมื่อหลายวันก่อน ผมชักสงสัยแล้วว่ามีสัญญาข้อไหนที่ระบุว่าผมต้องไปกินข้าวกับใครต่อใครตามคำสั่งของบริษัท หรือผมอ่านตกหล่นไป?”

อาคานิชิ...เธอรู้ตัวบ้างไหมว่าเธอเป็นใคร น้ำเสียงที่มักจะอ่อนโยนใจดีถูกปรับให้เข้มและกระด้างขึ้นจนเฝื่อนหู ไม่เคยมีใครก้าวร้าวกับรุ่นพี่อย่างนี้ เด็ก...เด็กเท่านั้นที่ไม่ระวังการล้ำเส้น ไม่ใช่คนที่ค่ายวางใจให้ออกบิน

 

ครับ...ผมเป็นศิลปินในสังกัดค่าย Johnny entertainment และยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพจากนักร้องไปเป็นโฮสต์ครับ

 

สิ้นคำพูดจิกกัดรุนแรงจนเรียกได้ว่าเสียมารยาทสุดๆ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งสองฝั่ง

คนปากดีได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ ดังตามสายมาในวินาทีที่เขาตัดสินใจว่าจะวางสาย

 

แล้วนายจะรู้ว่าความอวดดีของตัวเองจะทำให้อนาคตของนายไปไม่ไกล

 

จินยิ้มหยัน คำว่า อวดดี เป็นคำที่เขาชอบมากกว่าเกลียด และก็ยินดีจะรับว่าตนเองเป็นเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย จึงกรอกน้ำเสียงที่ปรุงแต่งจนสุภาพเกินงามไปเป็นการปิดท้าย ...ตอบแทนคำชม

 

ครับ ผมจะจำไว้...ถ้าไม่มีอะไรผมจะขอตัวนะครับ

 

พอหมดเรื่อง เครื่องมือสื่อสารตัวปัญหาก็ลอยลิ่วไปนอนนิ่งอยู่ที่ว่างข้างคนขับซึ่งวันนี้เป็นที่สถิตของกระเป๋า จินออกรถจากที่จอดด้วยความหงุดหงิดเหลือกำลัง

ถนนที่ว่างโล่งยามราตรีทำให้ได้เหยียบคันเร่งอย่างกระแทกกระทั้นตามขีดอารมณ์ หนุ่มเลือดร้อนตั้งมั่นในใจว่าหากต่อไปมีเสียงตามสายจากรุ่นพี่ในวง Shonentai คนนี้ เขาจะไม่สนใจไม่ไปพบหรืออะไรอีกแล้ว

และก็คงจะไม่มีอะไรที่จะทำให้ต้องโคจรมันเจอกันอีกแล้วด้วย

 

รอยยิ้มเยาะเย้ยวาดขึ้นด้วยความรู้สึกสมเพช

ท่าทางนิชิกิโด เรียวจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการพูดสร้างสรรค์เลยจริงๆ คำอวยพรของหมอนั่นดูจะมีผลผกผันกับความหมายโดยสิ้นเชิง นี่สินะ...คือสิ่งที่เพื่อนทุกคนพร่ำบอกว่าการเดบิวต์มันไม่ใช่เรื่องสวยงามเสมอไป

ตัวอย่างการเชื่อฟังที่มากเกินไปก็มีให้เห็นอยู่ บางครั้งแววตาว่างเปล่าของโทโมฮิสะก็อมทุกข์จนน่าสังเวช ทั้งที่วาดฝันว่าจะได้ทำงานกับกลุ่มที่ตัวชอบกับเพื่อนสนิท กลับต้องมาพลิกผันลงกับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ต้องการหลายครั้งหลายหน

 

เส้นทางทุกอย่างเหมือนจะถูกเลือกไว้ให้โดยที่คัดค้านไม่ได้

 

มือถือที่นอนนิ่งอยู่ส่งเสียงโวยวายอีกครั้งให้รู้ว่ามีเมลเข้า หน้าจอสว่างวาบฉายเนื้อความว่าด้วยการเปลี่ยนเวลางานวันพรุ่งนี้จากทัตสึยะ จินมองแล้วก็ไม่สนใจมันอีก

เขากับทัตสึยะเองก็เคยคุยกันเรื่องแบบนี้...การที่มีความรับผิดชอบต่อคำสั่งที่ได้รับนั่นคือการเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือ แต่ถ้าไม่มีความเป็นของตัวเองแล้วจะพูดได้อย่างไรว่า โตแล้ว

คำถามที่สรุปคำตอบไม่ได้

 

การเดบิวต์ที่เคยคิดฝันไว้ว่ายิ่งใหญ่เป็นหนักหนา

สุดท้ายมันก็แค่การเปลี่ยนสินค้าในโกดังออกมาตั้งโชว์อยู่หน้าร้านเท่านั้น

 

...สิ่งที่พยายามมาทั้งหมด

เพื่ออะไรกันแน่?

 

เหมือนจะมีแต่นายคนเดียวนะเรียว ที่ตั้งรับกับเรื่องชวนปวดหัวของค่ายได้สบาย

หึ...ฉันก็แค่เห็นคนเครียดกว่าเลยหมดอารมณ์จะเครียดเท่านั้นแหละ

 

 

 

ผมควรจะมีความสุข

แต่เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้ยิ้มได้

ผมถึงเสียใจทุกครั้งที่หวังว่ามันจะเปลี่ยนไป

 

++++++

END 11# despair , TBC

 

 

 

 

TALK

 

            GOMENNASAIIIIIIIIIIIIIIIIII!!~

            หายหัวไปโคตรนานจริงๆค่ะ //ก้มหัวสุดตัว

ว่าแล้วก็ต้องขอชี้แจงแถลงไข ไม่ได้จะอู้นะคะ ไม่ได้จะอู้จริงจริ๊ง [แค่พี่แจนคิดพลอตเสร็จมาเป็นเดือนแล้วเท่านั้นเอ๊ง]...แต่มันติดสอบค่ะ TT TT ปีนี้คนเขียนอยู่ม.6แล้วค่ะ วุ่นวายกับการเอนท์พอดูเลยทีเดียว และคณะที่หวังไว้ก็สูงลิ่วเสียด้วย เลยต้องขอลากิจไปตั้งใจอ่านหนังสือนะคะ คาดว่าคงจะหายตัวไปอีกราว 5 เดือน (ไหนแกบอกฉันว่า 4 เดือนไง) เจอกันอีกทีราวๆ สิ้นเดือนมกราเลยแล้วกันนะคะ แหะๆ [เอาใจช่วยให้คนเขียนเอนท์ติดกันด้วยนะคะ TT^TT]

เอาล่ะ สารภาพบาปกันเรียบร้อย มาว่าด้วยเรื่องของตอนนี้กันดีกว่า

สำหรับตอนที่พี่จินของพี่แจน [ยกให้ชั่วคราว] << รับ ออกมาซะเต็มตอน คิดคงจะเริ่มเห็นฝนตั้งเค้ากันแล้วใช่ไหมคะ? อาคานิชิ จินก็ไม่ได้กินอิ่มนอนหลับสบายใจหรอกค่ะ โดยส่วนตัวชอบกลุ่มเพื่อนของจินมากเลยนะคะ แม้จะหนักอบายมุขไปหน่อย[หน่อยหรือ...] แต่ก็เป็นการแชร์ความเครียดที่ดีทีเดียว [ไม่เก็บกด] โดยเฉพาะมะพี...เอาคะแนนความเอ็นดูพิเศษไปเลยลูก 55+ [ปกติไม่ได้พิศวาสยามะพีมากมาย แต่ตอนนี้ต่อมเอ็นดูมันโตมากเลยค่ะ]

ว่าไปนั่น กลับมาเรื่องในวงดีกว่า บรรยากาศดีๆ เริ่มมีมาให้เห็น การอยู่ร่วมกันไปเรื่อยๆ อาจจะไม่เลวร้ายก็ได้นะคะ ตอนนี้พี่คิน่ารักจัง คนเขียนคิดไปเองคนเดียวไหมเนี่ย 55+

อื้ม แล้วก็ตอนนี้เป็นตอนที่ลื่นไหลมากเลยค่ะ การคุยกันโดยละเอียดมันดีจริงๆ นะคะพี่แจน [เอิ๊ก] (การหายหัวไปนานๆ ทำให้คิดพล็อตได้ละเอียดก่อนแต่งมันก็อีดิทน้อยเยี่ยงนี้แหละจอย)  หวังว่าจะชอบตอนนี้นะคะ หลังจากไม่ได้แตะฟิคมานานก็รู้สึกฝืดๆ บ้าง แต่ก็จะพยายามแก้ไขค่ะ

ไม่ได้คุยนาน พล่ามซะยาวเลยแฮะ...เอาไงดี เริ่มเบื่อที่จะอ่านกันหรือยังคะ 55+ งั้นเราไปตอบคอมเมนท์กันดีกว่าค่ะ

 

 

Comment

 

tita - นี่ล่ะค่ะ โฉมหน้าของคนที่ทำตัวชิลไปวันๆ จินเองก็ไม่ได้สบายใจกับสิ่งที่เป็นอยู่หรอกค่ะ ตอนที่แล้วคาเมะเหมือนจะซวย แต่มันก็ทำตัวเองกึ่งหนึ่งนะคะ ไม่ลำเอียงๆ เพราะคนแต่งเป็นแฟนทัตจัง กร๊ากกก แล้วมันไม่ลำเอียงตรงไหนล่ะน่ะ -*- แจนแฟนจินค่ะ แต่ไม่ลำเอียงรับรองฟันธง 555+ ทั้งจินและคาเมะ รวมถึงทุกคนต่างเป็นเด็กที่ต้องอยู่ในโลกของผู้ใหญ่รวดเร็วเกินไปทั้งนั้น ทุกคนเจอปัญหา แล้วก็ติดอยู่ในมุมมองของตัวเองอย่างที่ tita ว่านั่นแหละ มาลุ้นให้พวกเขาค่อยๆ เติบโตกันไปทีละตอนด้วยกันนะคะ ^^

harry - อึดอัดค่ะ แต่คาเมะก็สร้างภาพแบบนั้นเอง เพื่อนคนอื่นที่โดนค่ายหักหน้าหักหลังแบบนั้นก็คงอดไม่ได้หรอกค่ะ มันก็เจ็บไม่ต่างกัน น่าสงสารทุกคนเลยล่ะน้อ ในตอนที่แล้วคาเมะน่าสงสารเพราะคาเมะกำลังขมขื่นจนไม่อาจเชื่อใจใคร ตอนนี้จินเองก็...เฮ้อ

ToonkO - อ่ะอ่าว...ไม่สงสารจินแล้วหรือคะ 55+ อ่านตอนนี้แล้วไม่สงสารจินมากขึ้นบ้างหรือค้า! คนอื่นจะไม่คิดถึงตัวเองก็ไม่ไหวนะคะ อนาคตดูมืดฟ้ามัวดิน ใครๆ ก็ต้องห่วงตัวเองกันทั้งนั้น ทิ้งทางอื่นมาเลือกทางนี้ ถ้าชิบหายกันแล้วจะดำรงชีพกันอย่างไร 55+ ไม่สงสารจินก็ไม่เป็นไรค่ะ ช่างหัวมันเถอะไอ้นี่ เศร้าอย่างไรก็กลืนเหล้าลงเนาะ หุหุ

viva - โห ตอกย้ำถึงอายุฟิคสุดๆค่ะพี่วี 555+ ตอนนี้ตาฝ่ายคุณช่วงช่วงแล้วค่ะพี่วี ปล่อยแม่หลินฮุ่ยเล่นบทโศกเสียนาน หยุดรายการชีวิตบัดซบชั่วคราว 55+ ก็แค่ตอนที่แล้วสวัสดีปีใหม่ไทยอ่ะค่ะพี่วี ตอนนี้ก็สวัสดีวันแม่ ขำๆ ตอนหน้าบัดซบยกวงค่ะ สปอย คริคริ

kopok - อ่าๆๆ เมะมันน่าสงสารก็จริงอยู่ แต่คนอื่นก็น่าสงสารนะคะ!! ความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเนี่ย จุกกันจนพูดไม่ออกเลย ส่วนตอนนี้เป็นของอาคานิชิ จิน ก็สงสารมันบ้างนะคะ ฝ่ายพระของเราใช่ว่าจะกินอิ่มนอนหลับซะเมือไหร่ จะตบจินก็ไม่ว่าค่ะ ตบเบาๆ นะคะ แล้วระวังมันสวนคืน 555

renika - ลืมไปแล้วนะเนีย่ว่าตัวเองเคยโพสไว้ด้วย 55+ << ยังกล้า... หรือยะ

pierce - ตบมือ...เฮเป็นคนแรกที่มองว่าคาเมะมันเด็กมาก 55+ โถ...พี่ยูน่าสงสารออกนะคะ แต่โดนจิกบ้างก็ดี ไม่งั้นคาเมะจะเก็ยกดเกินไป [อ่าว] จินดะนี่ก็ความชอบส่วนตัวคนเขียนนะค้า~ แอบแซมไว้เป็นระยะๆ ถ้าพ้นสายตาพี่แจน [เอิ๊ก] ป.ล. โอ้ย มันสุโก๊ยมากๆค่ะ ทีทีจงเจริญ 55+ ป.ล.2 เฮสวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้า แต่นี่มันจะวันแม่แล้วนี่หว่า 555+!! มันก็เด็กกันทั้งวงแหละเฮ ถ้ามีผู้ใหญ่สักคนคงช่วยคลี่คลายปัญหาได้บ้างแล้ว การแซมจินดะไม่ใช่ไม่เห็นนะยะ แต่ปล่อยไปต่างหาก รู้ว่าแถวนี้เมียลาแยะ 55

memo - เอิ่ม ใจเย็นๆนะคะ //ยื่นทิชชู่ให้ [คาเมะชนะเลิศนางเอกละครทุกช่อง ฮ่าๆ] 555 ตอนนี้ไม่มีอะไรปวดตับเท่าตอนที่แล้วเน้อออ คงไม่ต้องใช้ทิชชู่ แต่อาจจะใช้นวมแทน เอิ๊กๆ

`Rii,, 369`- อื่ม ก็ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันค่ะ ตกตะกอนมาเป็นฟิคในตอนนี้ทีเดียว พยายามทำให้สมจริงที่สุด ขอบคุณนะคะที่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ฮ่าๆ คัตตุนที่อยู่ด้วยกันแบบนี้อาจจะดีก็ได้นะคะ ก็ดันเป็นคน6คนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันซักนิดนี่นา ป.ล. ฮ่าๆ ทีทีขำขำนะคะ ดูๆไปมันก็น่ารักดีออกค่ะ! ต่อจากนี้ไปมันจะฟิกขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ เหตุการณ์จริงลดลง (ไม่งั้นมันจะไม่จบ จินเมะควรมีพ๊อยลงเอยบ้าง 55) เรื่องการอยู่แบบพยายามเข้าใจกัน บางทีการไม่พยายามมันอาจจะได้อะไรที่เป็นธรรมชาติก็ได้นะคะ ในที่สุดก็เข้าใจได้เองอะไรแบบนั้น เพราะความพยายามมันอาจจะกลายเป็นการฝืนหรือเฟกก็ได้ เรื่องทีที อุเหม่ๆๆๆ ขอโบกว่าคู่นี้น่ะติดตามไปเรื่อยๆ แล้วจะติดใจค่ะ 555

ohno(akajinkame) - แค่ไม่เพอร์เฟคค่ะ มันเลยไม่คอนทินิว อะหึๆ ค่ะ เรื่องจะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆแล้ว หลังจากได้ตีแผ่ความรู้สึกของคนอื่นในวงกว้างๆแล้ว อาจจะเบื่อกันซักหน่อย แต่คนเขียนอยากนำเสนอมุมมองที่ต่างๆกันน่ะค่ะ ตอนนี้ก็จินเต็มๆ ลองคิดดูนะคะว่าจินคิดยังไงกับเมะ หุหุ ไม่เพอร์เฟคมันเลยมีเรื่องเขียนไงค้า 55 ไม่เห็นจะบีบเยย สวมองค์เอ้หรือจุนโนะลงสิคะ จะได้ชิลๆ / ตอนนี้ได้เห็นมุมของจินกันบ้างแล้วนะคะ แต่อาจจะไม่ใช่ความคิดที่มีต่อคาเมะมากนัก แหะๆ

akakakaka - ขอบคุณค่า เป็นกำลังใจให้คนอ่านตามอ่านจนจบเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องสมจริงก็จะพยายามให้มันดูน่าเชื่อที่สุด ขอบคุณนะคะ ^ ^ อยากให้สมจริงแต่ไม่เป็นจริงเหมือนกันค่ะ 55 แต่ไม่แน่ว่าเรื่องจริงมันอาจจะมีอะไรที่เข้มข้นกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ปัจจุบันพวกเขาก็ผ่านมาได้แล้วเนอะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า...

P-chan - โอ้โห!! สามารถมากค่ะ! //ยื่นเครื่องดื่มชูกำลังให้ ฮ่าๆ ดีใจจังที่สงสัย เพราะคนคิดคนเขียนสงสัยมากกกกกค่ะ [เอิ๊ก] KAT-TUNทุกวันนี้คงสนิทกันดีแล้วค่ะ 55+ ดูจาก MC ใต้สะดือในทัวร์คอน คาเมนาชิลามกมาก! คนที่จริงจังคนเดิมหายไปไหนแล้ว!! ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^ ^ เบื้องหลังของพวกมันคงไม่เป็นแบบนี้หรอกค่ะ 55 เพราะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา มีเรื่องทุกข์ก็คงมีเรื่องสุขไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ฟิกคัดมาแต่ปมปัญหาเนาะ ฮ่าๆ ขอบคุณสำหรับการอ่านสิบตอนรวดค่ะ

ploy@tatchi - ฮ่าๆ ตอนนี้ก็สั้นๆนะคะ แต่ตัวอักษรพรืดดดดด ยูอิจิอาจจะเป็นห่วงจากใจจริงนะคะ แต่จิตใจด้านรักตัวเองก็คงกรีดร้องอยู่ ฮ่าๆ ตอนนี้โอเคขึ้นแล้วค่ะ หนูไม่หลงทางแบบตอนที่แล้ว กร๊ากกก เรื่องรักกุ๊กกิกแต่งไม่เป็นอ่ะค่ะ โยนให้พี่แจนละกันน้า~ ป.ล. แปลกจริงด้วยค่ะ 55+ เว้นบรรทัดน้อยด้วยนา...ถึงจะสั้นก็ตาม ในที่นี้ยูอิจิเป็นคนดีสุดๆ แล้วค่ะ 55 เพียงแต่มันก็สับสน ไม่มั่นใจ คลางแคลงใจอย่างคนอื่นได้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วงจอยไมเกรนขึ้นนะคะ ถ้าให้มันไปแต่งเรื่องใสๆ มันจะแย่กว่าค่ะ (ขัดจริต) 55+

Shin_ai - ยามะพีเป็นคนน่าสงสารนะคะ แต่เก็บกักความรู้สึกได้ดีกว่าใครๆ คาเมะน่าสงสารในตอนที่แล้ว แล้วตอนนี้สงสารจินมั่งมิคะ //กระพริบตาปิ๊งๆ << จอยพูดเชียร์จินเยอะมากตอนนี้ 55 // ยามะพีมีปัญหาของตัวเองเหมือนกันค่ะ แต่คงไม่เกี่ยวที่จะเอามาใส่ในฟิก 55 แต่จะเกี่ยวก็ตรงที่ว่ามันเป็นไปได้ที่เมื่อคนเรามีปัญหาของตัวเอง ก็จะมองเรื่องของตัวเองใหญ่ แต่มองเรื่องของคนอื่นว่าเป็นเรื่องเล็ก ไร้สาระ หรืออาจจะหงุดหงิดเพราะมันสะท้อนถึงปัญหารอบตัวที่พยายามจะไม่มอง...อะไรแบบนั้น

renika - กรี๊ด ตอนนั้นเราเล่นสงกรานต์กันหรือเนี่ยยยย มารอดอกมะลิวันแม่กันค่ะ!! กล้าพูด...

reeya - อื่ม...การเปิดใจคาเมะก็ต้องเปิดใจนะคะ ถ้าคาเมะเอาแต่ปิดอยู่อย่างนี้ใครจะช่วยมันได้ คัตตุนยังอยุ่ด้วยกันอีกนานค่ะ ค่อยๆเรียนรู้กันก็ได้ล่ะมั้ง [แต่ปัจจุบันดูจะรู้ลึกกันเกินไปแล้วนะ เรื่องใต้สะดือเนี่ย 55+ :: อ้างอิงจากMCทัวร์คอน] เมะเลยเถิดจากเปิดใจเป็นเปิดกางเกงไปแล้วกระมัง 55 ส่วนในฟิกใช่ค่ะ ทุกคนต้องเรียนรู้กันไป ไม่ใช่แค่กับคนในวง แต่กับทุกคนในสังคมที่ต้องเกี่ยวข้องเลยต่างหาก เนอะจินเนอะ

[N]ight[m]a[r]e - คาเมะเลือกที่จะโดดเดี่ยวค่ะ บางทีมันก็ทำตัวเอง เหอๆ เลือกทางนี้มาแล้วจะหันหลังก็ไม่ได้ แต่คนที่พยายามจะเข้มแข็งก็จะวิ่งไปจนสุดทางค่ะ by the way คาเมะตอนนี้ดูสบายดีออก 55+ เมะก็ไม่ถึงกับมีเพื่อนจอมปลอมหรอกนะค้า แต่เป็นเพื่อนที่ยังไม่ยอมรับกันว่าเป็นเพื่อนมากกว่า คาเมะนั้นไม่มีใครเข้าใจ อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ปัญหาก็คือ เราเองเข้าใจตัวเองแค่ไหนมากกว่า...ถ้าตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้ ใครก็ช่วยเราไม่ได้

Hanabi - โห อ่านรวดเดียวเลยหรือคะ! //นับถือๆ ขอบคุณนะคะที่ชอบฟิคเรื่องนี้ ก็อยากให้เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่อคาเมะอ่ะค่ะ เพราะคนเราอยู่ในโลกมันก็ต้องมีคนอื่นมาเอี่ยวกับชีวิตเป็นธรรมดา เลยอยากนำเสนอในมุมกว้างให้คนอ่านพิจารณาเอาเองมากกว่าจะลงลึกดีปๆกับคนคนเดียว ดีใจที่ชอบนะคะ ^ ^ คาเมนาชิจะโตขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับทุกๆคนค่ะ ส่วนพี่ใหญ่ของวงก็คือพี่ใหญ่คนดีล่ะค่ะ แต่บางช่วงบางเวลาความรู้สึกแย่ๆก็ทำให้จิตใจหมองได้เหมือนกัน ป.ล. เมนท์ยาวๆได้เลยค่า ชอบอ่าน >< ขอบคุณค่ะ ฮานาบิซังมาอ่านเรื่องนี้ ดีใจจริงๆ เมนท์ยาวๆ แบบนั้นชอบค่ะ 55 คนแต่ง (และคนอีดิท) ย่อมอยากรับรู้ความรู้สึกของคนอ่านเนอะ แล้วก็ดีใจมากเลยรู้สึกว่าฟิกสามารถสื่อสารกับคนอ่านได้ // เด็กจอห์นนี่ไม่แรงอยู่ไม่ได้ค่ะ 55 แต่แรงรูปแบบไหนเท่านั้นเอ้งงง

kaname - คาเมะผลักทุกคนออกจากตัวเองจริงๆค่ะ บ้าพอที่จะโดดเดี่ยว คาเมนาชิ คาซึยะมีจริง ฮ่าๆ ยามะพีน่าสงสารนะคะพี่บัว ช่วงนี้ผู้ชายคนนี้ได้รับการเอ็นดูจากหนูจริงๆค่ะ ตอนต่อไปรอหน่อยนะค้า TT_TT อยากแต่งเหมือนกัน แต่เขาติดสอบอ้ะ ป.ล. อยาก่อานฟิคพี่บัวววว จะเก็บก็จะทวงงงงง ป.ล.2 งานโฮมสายมันล่มสลายไปแล้วค่ะ รอฟังข่าวอีกทีเผื่อปีหน้าน้องมันจะจัดนะคะ 55+ [เศร้านิดนุง] ตอนนี้คาเมะน้อย ขอโทษด้วยนะจ๊ะบัว ตอนที่แล้วคาเมะน่าสงสาร แล้วตอนนี้จินเป็นยังไงบ้าง พอจะเอ็นดูมัน (และเพื่อน) ไหวมั้ย คิดถึงบัวเหมือนกัน คิดถึงฟิกบัวด้วยจ้ะ

jk - เอิ่ม...มันอาจจะทำตัวเองก็ได้นะคะ ผสมกับความซวยนิดหน่อย คนอื่นก็เจ็บแปลบไม่แพ้กันหรอกค่ะ แต่ละคนก็ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี ควร หรือจำเป็น แต่มันก็ไม่เสมอไปที่คนอื่นจะเห็นดีด้วยค่ะ คนที่ทำคาเมะมากที่สุดอาจจะเป็นคาเมะเองก็ได้นะคะ ก้อนหินก้อนนั้น บีบเองเจ็บเอง เนาะ...

MamenosukE^_^ - อย่าช็อคไปค่ะ พี่ยูคนดีคือพี่ชายใหญ่คนเดิม เพียงแต่ปัจจัยภายนอกทำให้ความรู้สึกสั่นคลอนไปบ้างตามความเจ็บปวด ฮ่าๆ จินแรงแต่เมะก็แร๊งนะคะ! หนุ่มอากิระเก๋ๆค่ะ ย้ำครั้งที่ล้านแปด คนเขียนชอบยามะพีเรื่องนี้มากเลยค่ะ! ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ ^ ^ ยูอิจิเขาหวั่นไหวได้ค่ะ 55 ปุถุชนน่อ สครีมยามะพีให้เต็มที่เลยค่ะ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอุตส่าห์มีบท (นิดหน่อย) 555

spookie - คาเมะเลือกที่จะผลักทุกคนออกค่ะ ตัวเองที่ปิดกั้น ใครจะหยั่งถึงคงยาก ยามะพีเองก็น่าสงสาร ตกอยู่ในฐานะที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ ตอนนั้นเครียดจนผอม แต่ปัจจุบันเมะมันอวบอ้วนน่ากิน[?]มากเลยนะคะ!! ยามะพีเกิดเข้าใจเมะขึ้นมา อาจจะเพราะเคยตกในสถานะเดียวกันกระมังคะ แต่ก็ไม่เชิงว่าเข้าใจได้ดีกว่าคนอื่นหรอก เพียงแต่เขาไม่ใช่คนที่จะกระทบกับเรื่องใดๆ ของคาเมะโดยตรงนอกเหนือจากสายตาของคนนอกในฐานะเพื่อนสนิทจิน เมื่อไม่ได้ร่วมเจ็บปวดไปกับเขา การวิพากษ์วิจารณ์หรือมุมมองมันเลยเสรีกว่า บทจะกัดก็กัดโดยที่ไม่แคร์อะไรเลยก็ได้ บทจะพลิกมุมมองก็สามารถทำได้ง่ายกว่าคนใน

nao - แต่คาเมะเองก็ตัดสินคนอื่นด้วยอคตินะคะ จริงๆก็พอกันหมด เพียงแต่คาเมะบังเอิญซวยมากหน่อย ทุกคนก็เจ็บไม่ต่างกันหรอกค่ะ ส่วนเรื่องจะรักกันได้จริงหรือ...คิดว่าไงล่ะคะ 55+ มันเป็นเรื่องปกติมากเลยค่ะที่เราจะตัดสินคนอื่นบทพื้นฐานจุดยืนของตัวเอง ในเมื่อเราเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากเขานี่นา เข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถือสา หรือไม่ยิ่งเจ็บจึงยิ่งเห็นแก่ตัว ก็เป็นได้ ฟิกเรื่องนี้ก็หวังจะให้แง่คิดแบบนี้ด้วยนะคะ หลายครั้งที่ผ่านมาเราอาจจะเป็นอย่างตัวละครตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ เนาะ

mayuree - อ่าๆๆ จะไม่สงสารคนอื่นหรือคะ ที่โดนหักหลังจนเจ็บปวดขนาดนั้น คาเมะเองอาจจะเจ็บน้อยกว่าก็ได้นะคะ คนอื่นเหมือนถูกทิ้งชัดๆ น่าสงสารใช่น้อยเลยนะคะ ความเจ็บจะมากน้อยอาจจะไม่ได้อยู่กับดีกรีที่โดนกระทำ แต่มันอยู่ที่คนคนนั้นก็ได้ อาจไม่ผิดที่คาเมะจะเจ็บที่สุดเครียดที่สุด แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะคาเมะเป็นฝ่ายกอดมันไว้เอง ส่วนคนที่เหลือ...อาการไม่ออกอาจจะเพราะเขาได้ระบายก็ได้มั้ง งิ

enz - กรี๊ด คำแทงใจ 'เค้าว่าเค้าหายไปนานแล้วนะ คนแต่งหายไปนานกว่า หึหึ' แง้วๆๆๆ ติดสอบอ่ะค่า TT TT ดีใจจังมีคนเชียร์จินแล้ว 555+ ป.ล. รู้ไหมคะว่าคอมเมนท์นี้ล่ะค่ะที่เป็นแรงผลักดันให้ลุกจากเตียงมาปั่นฟิค 555+ อยากจะถามมากๆว่าหล่อไปถึงโลกที่4มันเป็นยังไง มาแถลงไขด้วยนะคะ!!! อยากรู้เช่นกันค่ะ เขาว่าจินอืด จินฉุ สรุปว่ามันหล่อหรือคะ เล่าด่วนค่า!!! และขอยืนยันว่าคอมเมนท์นี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราจริงๆ ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ

 

[ตอบคอมเมนท์ยาวม๊ากกกกกก]

 

เจอกันปีหน้านะค้า~ [วิ่งไปอ่านหนังสือสอบ]

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ้ะ ลืมเล่าๆ

เล่าตรงนี้ละกัน 55+

จริงๆหลังสอบว่าจะปั่นฟิคให้เสร็จโดยไวนะคะ แต่บังเอิญไส้ติ่งอักเสบค่ะ 55+ ผ่าตัดได้อีก ตอนโทรบอกพี่แจน พี่แจนได้กรี๊ดใส่โทรศัพท์มาว่า "เข้าโรงบาลอีกแล้วเรอะ!" ฮ่าๆ ดังนั้นที่มาต่อช้ามากๆเนี่ย มีส่วนจากปัจจัยภายนอกมากมายนะคะ // กระพริบตาอ้อนปิ๊งๆ

#1 By renika on 2009-08-09 02:09

ผู้หญิงคนนั้นไปยุ่งอะไรกับจินล่ะนั่น แล้วจินปฏิเสธแบบนั้น คงไม่ใช่ว่ารุ่นพี่ผู้นั้นจะเสนอเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้เมะต่อจากจินหรอกนะ รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่มีกระแสในตอนนั้นใช่หรือเปล่า อะไรกันเนี่ย แล้วทีมงานจะไม่ถามความคิดเห็นของคนที่ต้องแสดงสักหน่อยหรือไงเนี่ย เรียวก็ช่างพูดจาได้แทงใจคนฟังนะนั่น

#2 By jk (58.9.18.56) on 2009-08-09 02:31

อยากบอกว่ารอเรื่องนี้มาตลอด ภาพที่เห็นกับความเป็นจริงบางครั้งมันก็ไม่เหมือนกันหรอก

เป็นอารมณ์เซงๆของคนที่มีสอบทั้งปีทั้งชาติละมั้ง

อยากรูว่า สุดท้ายแล้วคู๋ JK จะคุยกันดีๆได้ไหม ถ้าได้เราก็ดีใจมากล่ะ แต่คำว่ารักและเกลียดจริงๆมันก็ใกล้กันนิ
ชอบที่จินเป็นคนตรงๆ
แต่สงสารน้อง-พีมากกกกกกก
ถ้าจะรวมเล่มเมื่อไหร่บอกด้วยนะ

#3 By อิง (114.128.216.47) on 2009-08-09 06:39

มีจบแบบค้าง ๆ ยังต้องลุ้นต่อไปอีกsad smile แต่ชอบเรียวโดยส่วนตัวมากค่ะ (คิดว่าคนนี้แข็งแกร่งน่าดูในหลาย ๆ อย่าง แม้ตัวจะขนาดกะทัดรัดก็เถอะ) เขียนจินได้เหมือนตัวจริงมานั่งเล่าเลยน่ะ..ประมาณว่ามันต้องตอบ No ตูไม่สน...แล้วน้องเมะก็ต้องยอมเอาตัวเข้าแลกแทนเพื่อไม่อยากให้หมูจินโดนดอง...หรือเปล่าค่ะ...แต่สนุกดีน่ะคาดเดาเนื้อหาไปเรื่อย ๆ +อ่านข่าวเก่าประกอบไปด้วย...ยัยป้านี้ก็เข้ามาทำวุ่นวายอีก... แต่อยากให้ส่ง Peacefuldays [KA-TT-UN]..มาคั่นรายการกันด้วยบ่อยๆ..สนุกมากค่ะ

#4 By tita (117.47.46.107) on 2009-08-09 07:55



โห ดีใจมากเลยนะเนี่ย ที่จริงคาดว่าจะได้อ่านปีหน้าซะอีก เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลยquestion

ตัวละครที่ไม่อยากให้โผล่มากที่สุด แต่หล่อนก็มาแล้ว

เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออtongue

ได้รู้ความรู้สึกของจินบ้างก็ดีนะ

เพราะเรารักคาเมะจึงสนใจคาเมะมากที่สุด ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใคร แม้แต่จิน ก็น่าเห็นใจมันนะ

#5 By harry (125.26.181.194) on 2009-08-09 09:22

คุณจินนนนนนนน
อิอิ เริ่มอึดอัดซินะ
ละจะจิกกัดกะคุณน้องถึงมะไหร่คี
รักกัน รักกัน

#6 By ^^akatang^^ (110.49.82.200) on 2009-08-09 10:35

น้องจอย พี่อ่านเรื่องนี้ต่อกันกับพีชฟูลของพี่แจนเรยนะ
ทำเอาเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันเรย 55555

ตอนนี้ก้อนะ ทำให้ได้เจาะลึกเข้าไปในหัวของบากะนิชินะ
การเปนตัวของตัวเองมันก้อดี แต่มากไปก้อไม่ได้สินะ
หืมมมมมมมมม
เปนเรื่องทำมะดาของสังคมมนุษย์นะ ที่จะต้องปรับตัวและไหลตามกระแสไปเพื่อให้อยู่รอดได้
แต่ก้อชอบคำพูดของจินนะ ตรงดี เหอๆ

ช่วงนี้ก้อเครียดหน่อยน้าจอย สู้ๆละกัน เด็กเตรียมเอนท์ 5555 พี่ผ่านมาแล้ว แต่ตอนนั้นก้อไม่ได้เครียดอะไรกะเค้าเรย เพราะ ได้ที่เรียนเรียบร้อยไปก่อนแล้ว ยังไงก้อเปนกำลังใจให้จ๊ะ อย่าลืมดูและสุขภาพด้วยเน้อ

#7 By ploy@tatchi (124.122.145.187) on 2009-08-09 15:31

ฮ่าาาา พี่เรียว....!!!
คือความจริงแล้ว ที่พีบอกคาเมะไปแบบนั้นเพื่ออะไรคะ
ให้คาเมะสู้ต่อ แล้วก็ทำงานต่อไปในฐานะชูจิอากิระหรือเปล่า
เพราะว่าจริงๆ แล้ว จินโกรธใช่ไหม
แต่ก็บอกไปว่า เพื่อนไม่งี่เง่า ToT

โฮกกกกกกกก
อยากรู้จริงจริ๊งงงค่ะ ฮ่าๆๆๆ

โลกธุรกิจ หรืออะไรที่ได้มาง่ายๆ มันไม่มีหรอกน่าจิน
หวัง อิสระ ก็อย่ามาเป็นดิค้า นักร้อง
คือเข้าใจว่า เรื่องส่วนตัว กับ คนของสังคม อะไรงี้ มันก็ใกล้ๆ กันไม่ใช่หรือไงค้า
ฝันอะไรล่ะ นักร้อง ซูเปอร์สตาร์ ...อีทีซี..
ถ้าอยากอยู่ในค่าย มันก็ต้องยอมรับใน จุดจุดนี้ให้ได้สิ

เอาแต่ใจมากไป ก็มีอยู่อย่างเดียว
คือไปอยู่คนเดียวเลยเส้

นี่ไม่ได้เข้าข้างคาเมะเลยนะคะ
แบบว่า น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก มันควรมีนิดนึง
ก็ต้องเฟคบ้างอะไรบ้าง
เป็นตัวเองมากเกินไป แข็งเกินไปมันอยู่ไม่ได้

(โฟ่อะไรก็ไม่รู้มากมายเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ)
ความจริงแล้ว อยากให้วกมาถึงเรื่องเลิฟเลิฟของทั้งคู่จังเลยค่ะ
เรื่องราวมากมายเลย ตั้งแต่ก่อตั้ง มาเรื่อยๆ แล้ว
แต่บทสนทนาของจินเมะไม่ค่อยมีเลยค่ะ
อยากรู้ว่ามันสองคน ห่วงหากันจะลึกสุดใจไปไหน หรือมีบ้างไหมค้า
(หรือว่า พริกไทยเข้าใจผิดไปเองว่ามันเลิฟกัน T_T)
ฮ่าๆๆๆ (สาบานว่านี้คือการรีเควสกลายๆ อิอิ)

ตอนต่อไปคงจะสนุกมากกว่านี้แน่ๆ เลยค่ะ
ในเมื่อพี่จินปฏิเสธความสัมพันธ์กับรุ่นพี่(ป้า)ในวงการแล้ว
อะไร ยังไง และทำไม ที่คาเมะจำต้องจะมาคบกับเขา
(มันน่าจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ตามข่าวในชีวิตจริง)
แล้วตะนี้....คาเมะ ก็คง...เด็กดันสมบูรณ์แบบ
จำเลยสังคม...ตกเป็นจำเลยน้ำลายของชาวบ้านแหงๆ

ต่อไวไวนะค้าาา

#8 By N' Pepper on 2009-08-09 19:08

โผล่มาก็อบายมุข
สมแล้วที่เป็นคุณจิน =w=

ไม่มีเหล้าแล้วจะง้างปากพูดอะไรลำบากสินะ คึๆๆๆ
ไม่มีร้านประจำ เพราะไปทุกร้านใช่ไหมท่าน? ="=

ดีใจที่เห็นจินปฏิเสธผู้หญิงค่ะ 55+
อย่างคุณจินไปไหนไม่รอดหรอก นอกจากแถวคุณน้องเล็กของวง ^^ (เพราะแม่ยกจับขังไว้ด้วยกันนี่แหละ โฮะๆ)
แปลกใจตัวเองอีกแน่ะ ที่เดาคำพูดน้องได้ โถๆๆ มาแปลกใจอะไรล่ะค๊า ก็น้องเขามาอยู่ในใจพี่นานแล้วนะ ครึๆๆๆๆ

ขำจิน แอบจิกเรียว อวยพรอะไรฟะ? ตรงข้ามหมด *หัวเราะ*

คือจุนโนะแอบกระแนะกระแหนน้องหรือคะ? เดี๋ยวตีตายเลยโย่ง > <!

เม้นท์มึนเมาชอบกล สอบเสร็จนั่งทำงานต่อ เหน็ดเหนื่อยและมึนงง ขออภัยด้วยนะคะ =w=\

เด็กเตรียมสอบหรือ สู้ๆนะคะ
ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว... เหนื่อยกว่าเดิมอีกเยอะ TwT *ผัวะ! ให้กำลังใจตรงไหนฟะ*

เล็งคณะไหนไว้นี่? ขอให้สำเร็จนะคะ~ ถ้าได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนมันคงดีมากๆเลยล่ะ ^^ แต่ถ้าไม่ล่ะก็.. ก็ต้องสู้อยู่ดี หึๆๆ


ทำได้อยู่แล้ว พยายามเข้าน้า~

#9 By `Rii,, ♥ All18` on 2009-08-09 19:16

ขอบคุณค่ะคุณน้อง อุตส่าห์สปอยว่าตอนหน้จะบัดซบยกวง
แล้วดูลงท้ายค่ะ เจอกันปีหน้า อกวีว่าจะแตก

อ่านตอนนี้แล้วเห็นใจจิน นี่เป็นสาเหตุที่แกหน้าด้านทิ้งเพื่อนทิ้งวงไปหลังเดบิวสินะ
(อ่านเรื่องนี้แล้วแยกแยะไม่ได้ค่ะ จินตนาการปะปนจนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง 555)
ทัตจังดูเป็นคนดีที่สุดในโลกหล้า 555 แต่ได้แอบข้ามไปสงสารมะพีได้อีก มะพีดูเก็บกดที่สุดในค่ายจริงๆ มีความรับผิดชอบเกินไปจนละเลยความต้องการของตัวเอง

รอตอนหน้าค่ะคุณน้อง คลอดให้ไว จะได้มายูเอ็นเฟื่องฟูต่อ 55555

#10 By viva (58.9.50.19) on 2009-08-09 20:47

แง่ว เห็นเม้นแระ หายดีเร็วๆเน้อ พี่แจนทัก แปลว่าเข้าบ่อยซิ= =" รักษาสุขภาพ อวยพรล่วงหน้าวันแม่ ขอให้สุขภาพดีสุขีสุโขตลอดไปจ้า~(เค้าว่า พรจากคนที่มีโชค(ตอนนี้) น่ะ ขลังนา)
---------------------
ตอนนี้อ่านแล้ว อยากกู่ร้องให้ดังๆ "อคานิเช้ แกมันสุโก้ยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!" ขอเหอะ ยิ่งอีตอนตอกหน้ารุ่นพี่นะ หู้ยยยยยยย แหล่ม! ชอบมาก อันที่จริง จะว่า มันเด็กทั้วงก็ใช่ แต่ตอนนี้ อคานิชิ น่ะเป็ฯเด็กโตที่กำลังอัพสกิลเปลี่ยนร่างเป็นผู้ใหญ่นะ ตอนนี้นิชิกิโดก็เจ๋งอ้ะ ที่จริงนะ มั้เรื่อง ชอบมันตรงปาก กะตรงที่มันนิสัยใช้คนอื่นเป็นที่ระบายนี่แหละ เพราะงั้นมั้ง เลยดูเหมือนมันเป็นคนที่ เก่งที่สุดในเรื่องนี้
ส่วนยามะพี แอบคิดตรงกันตรงเรื่องประกายตา แต่ เฮอาจคิดไปเองก็ได้มั้งเหอ เหอ
แต่แบบว่า
ตอนที่ก่อนประชุม แอบงงกะบรรยากาศของวงอยู่เหมือนกัน แบบว่า ที่ผ่านๆมา มันเจอหน้ากัน = สงครามเย็นกำลังดำเนินการ แต่คราวนี้ บรรยากาศ ออกแนว สังสรรค์ก่อนเข้างานมาก(และสุดท้ายก็งานเข้า- -")
คาเมะยังเป็นเด็กที่โตเกินตัวไม่เสื่อมคลาย แม้ตอนนี้จะเริ่มถอยนิสัยเข้ามาเท่ากับอายุ ... (นี่คือสาเหตุที่เจ้าพวกนี้ ยิ่งโต ยิ่งต๊อง เอ้ย ยิ่งเด็กรึเปล่าหว่า? เหอะ เหอะ)

ช้าไม่ว่าเฮรอได้เน้อ (แต่อย่าให้นานนา)
ปล. อ่านฟิกขี้นนินทา เอ้ย พีชฟูลเดย์แล้วมาอ่านอันนี้ อารมณ์หักดิบกันได้โล่ห์ 555+
ปลล. ยังไม่ได้ดูคอนใหม่เลย แต่แอบแง้มไปดูเกอิชาเหินหาว(คำนี้พี่นัทแกคิดมาใช้) เลิศ! ได้ข่าวอิจินจับก้นอุเอะ ยิ่งเลิศกำลังสอง!!(เอ้าจินดะบันไซ!) [แต่คาเมดะห่อเหี่ยว ก็พ่อหนูเต่า เล่นเคะแตกซะขนาดนั้น พ่อโรมิโอมาดแมนขึ้นแบบคูณร้อยทันตา(แม้กล้ามจะฟีบตัวจะหดก็เถอะ) พุดโธ่ คนกำลังจิ้น เต่านะเต่าทำเค้าด้ายย~] แล้วเราจะรอดีวีดี หึหึ

#11 By pierce on 2009-08-09 21:02

เจอกันปีหน้าาาา~ ช่างดูห่างไกลเหลือเกิน

งั้นจะรอเสมอค่ะ
ขอให้สอบติดคณะที่หวังไว้นะค้าบบบ

สู้สู้

ตอนนี้เป็นห่วงจินจังเลย มีสาวแก่มาผจญ ...เหอะๆๆๆๆ

#12 By akai-love (58.9.157.129) on 2009-08-09 21:15

อันดับแรก เจอกันปีหน้าเลยเหรอค๊า~~~

คิดถึงแย่

เอาล่ะเข้าเรื่อง พาร์ทนี้เม้นยากแฮะ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ

แต่ไม่รู้จะพูดยังไงให้ตรงกับใจดี

สุดท้ายการเดบิวต์ก็คือการกลายเป็นเครื่องจักรทำเงินให้กับบริษัทอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเองสินะ

นึกภาพตามตอนอ่านแล้ว เห็นใจน่าดู ทำอะไรก็ไม่ได้เสนออะไรก็ไม่ได้

แต่ในตอนหลัง ๆ ก็สะใจกับคำตอบของจินเหมือนกันนะ

แล้วไงล่ะ เค้าเป็นนักร้องนะ ไม่ใช่โอสต์ อีป้านี่ก็นะ

อะไรจะไปกินข้าวได้บ่อยขนาดนั้นฟระ

หาคนอื่นไปกินมั่งก็ได้นะ

#13 By nao (202.28.27.5) on 2009-08-10 00:40

ทักทายค่ะ แบบเป็นคนอ่านที่แอบเลว(อ่านไม่เม้นท์)มานาน
มาตอนนี้ดี๊ด๊าดีใจ ฟิกเรื่องนี้มาต่อ เลยนิดนึง ขอเป็นคนดีสักครั้งค่ะ 555++

----------------------

คือด้วยความลำเอียงอย่างที่สุดค่ะ ชอบจินก็จริง แต่อิงเมะมากกว่า
เลยเคืองจินมาตั้งแต่แรก เพราะมันเป็นส่วนสำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้น
ที่ทำให้เมะเปลี่ยนแปลงไป จากแรกเริ่มน้องน่ารักน่าเอ็นดูและเป็นเด็กดี
แต่เพราะความเอาแต่ใจ และความไม่เป็นผู้ใหญ่เพียงพอของจิน
(แม้ตอนนั้นมันจะยังไม่โตเต็มที่ แต่น้องเด็กกว่าอ้ะ)
ที่นึกอยากทำอะไรก็ทำ เหมือนเป็นการทรยศความรู้สึกน้อง

เลยทำให้น้องเหมือนไม่มีใคร และปิดกั้นตัวเองไว้กับความเจ็บปวดฝังใจ
และพยายามทำทุกอย่างเพื่อชดเชยความรู้สึกนั้น กลายเป็นคนทะเยอทะยาน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น น้องก็ทำเพื่อให้วงอยู่รอดปลอดภัย โดยที่ไม่มีใครเข้าใจ
หรือมีคนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวอ่ะนะ

มาตอนนี้จะได้เดบิวต์แล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของการเป็นบุคคลสาธารณะ
หากอยากได้อิสระก็ล้มเลิก ลาออกไปเสีย ไม่งั้นมีทางเดียวคือยอมรับ
และทำให้ดีที่สุด

+++ เม้นท์ได้เวิ่นเว้อ ไร้สาระมากมาย แต่สรุปได้คำเดียวค่ะ
เป็นฟิกที่อ่านแล้วเครียด แต่ไมเกรนไม่กำเริบ เพราะมันอิง
พื้นฐานความเป็นจริงที่ชวนให้ติดตาม ที่สำคัญตอนนี้
พวกหนุ่มๆ มันผ่านทุกเรื่องราวกันมาหมดแล้ว ก็ต้องมีความเข้าใจ
และสนิทกันมากขึ้น(บางทีสนิทเกินไปอย่างที่รู้ๆ กัน)
เดี๋ยวนี้มันถึงเนื้อถึงตัวกันจนแบบว่า ดูไปเขินไป เรทไป 555++

...รออ่านตอนต่อไปนะคะ...

#14 By veenas (210.1.3.164) on 2009-08-10 10:43

ปีหน้า...เลยเหรอเนี่ย

ยังไงเรื่องเรียนเรื่องสอบก็สำคัญที่สุดล่ะนะ
เพราะงั้นก็พยายามเข้านะจ๊ะ ♥
ขอให้สมหวังกับคณะที่หมายตาไว้ด้วยนะจ๊ะ cry

ตอนนี้...จินเด่นมากกกกกกกกกกก
อ่านไปก็รู้สึกว่าจินแอนด์เดอะแก๊งค์นี่ตลกดี
จิก ๆ กัด ๆ ด้วยความรื่นรมย์ เหอ ๆ ๆ

หลังจากเดบิวท์ก็ดูเหมือนจะเริ่มพูดจาภาษาคนกันขึ้น
อาจจะเป็นเพราะเจอหน้ากันบ่อย ไอ้อาการเหม็นขี้หน้ากัน
มันเลยซึมซาบเข้าสู่กระดูกดำไปถ้วนหน้า

พี่จินแม้ว่าปกติจะดูชิลล์ แต่ที่แท้ก็เป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่คิดเยอะนะ
แต่ตอนท้าย ๆ เห็นแววถูกส่งไปต่างประเทศอยู่ริบ ๆ ซะล่ะ

เมื่อไหร่จินกับคาเมะจะกลับมาคุยกันดี ๆ ซะทีนะ
แบบว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนรักกันอีกครั้ง?
แต่พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน เป็นเพื่อนคู่คิดอะไรแบบนี้ หุหุ

ถ้าเรื่องนี้มีรวมเล่มก็ดีสิเนอะ ^___^

P.s. เรียวนี่ฝีปากสุดยอดจริง ๆ เลยยยย

#15 By P-chan on 2009-08-10 11:56

จิน ซามะ ไฟท์ติ้งนะจ๊ะที่รัก

หยิ่งได้อีก อวดดีได้อีก เริ่ดๆตลอดอ่ะคนเนี้ย
.
.
คาเมะ.......ไม่มีอะไร ปล่อยแกไปตอนนึงละกัน

ตอนนี้ให้พี่เรียว7แต้มครึ่ง

**ชะนีเป็นหายนะของทุกเรื่องจริงๆสิน่า แย่ๆๆๆๆ

ไปดีฝ่า แพ้ขนชรานี ฮัดชิ้ววววว

////////////////
ท่านจินในคอนหล่อเริ่ดเลอแม้จะขี้เกียจ-มันนั่งตลอดจริงๆ ขยันอู้เป็นที่สุด จำเนื้อก็มั่วมั่งแม่นมั่ง

แต่ หล่อมากกกกกกก ไม่อ้วนไม่โทรม ใครใส่ร้ายอย่าไปฟัง เราว่ากันอย่างเป็นธรรม หึหึ

***ขอบคุณที่อุตส่าห์หาข้อดีจากเมนท์เลวๆของเค้า ควรจะดีใจหรือกลัวดี

#16 By enz (125.24.71.52) on 2009-08-11 00:24

โหยย เครียดได้อีก อ่านแล้วเครียสสสสส
(อย่าเครียดมากนะจินเดี๋ยวจะบวมเบียร์ที่ดืมแก้เครียดมากไปกว่าเดิม)
เจ๊โคมาทำไรเนี่ย แถมจินก็แรงดี แก่ๆไม่ใช่สเป็กละสิ(ต้องอีกคน อายุเท่าไหรเพศไหนรับได้หมด)
อาคานิชิก็ยังเป้นอาคานิชิอยู่วันยังค่ำอ่านะ เดบิลแล้ว คราวหน้าเจอพายุแน่ ไม่อยากคิดเลยอ่า(6เดือนนั่นเป็นบ้าไปพักใหญ่ื555)
รออ่านต่อจ้าาาาา

#17 By Hanabi on 2009-09-10 11:19