[Un] Perfect Continuous - Part 11
posted on 09 Aug 2009 00:47 by asuka-jan in Co-Project
Fiction: [Un] Perfect Continuous
Part: 11
Character:
Jin
x Kame and Friends
Genre:
Drama
Author:
Renika
Editor:
Asuka
Rate:
General
Warning:
ฟิกชั่นเรื่องนี้มีทั้งเหตุการณ์จริงและจินตนาการผสมกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการแยกแยะ ดูแลตัวเองนะคะ
11 # despair
ผมควรจะมีความสุขใช่ไหม
ผมควรจะดีใจที่ความฝันอันยิ่งใหญ่กลายเป็นจริง
แต่ถึงอย่างนั้น...ทำไมดวงตาของผมถึงแห้งขนาดนี้
อาคานิชิ จิน รู้สึกคอแห้ง
อาจจะเพราะทั้งวันมัวแต่ทำนู่นทำนี่จนลืมดื่มน้ำจนอดคิดไม่ได้ว่าเหล้าในวันนี้คงบาดคอน่าดู
เขาไม่เคยมีร้านประจำ ดังนั้นจึงไม่มีโต๊ะประจำ อีกทั้งคราวนี้ก็ไม่ใช่การสังสรรค์ใหญ่โตที่จะมีคนมากมายให้เป็นจุดเด่น ดวงตากวาดหาคนที่น่าจะมาถึงก่อนอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาแก้วที่ถูกยกขึ้น
“โอเมเดโตะ (ยินดีด้วย)”
จินขมวดคิ้วอย่างแสลงหูกับถ้อยคำทางการ ฝ่ายคนพูดก็เหมือนจะรู้ตัวจึงหัวเราะล้อเลียนอย่างเข้าจิตเข้าใจเป็นกำลัง ให้คนมาใหม่นึกหมั่นไส้
“ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างจากเดิมตรงไหน”
“แล้วนายหวังให้อะไรมันต่างจากเดิม?”
นิชิกิโด เรียวแห่ง kanjani8 และ NewS ถามกลับไปทั้งที่ยังมีเสียงหัวเราะในลำคอ คำตอบทิ้งช่วงห่างไปเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสั่งเครื่องดื่ม
“อิสระ...” การได้เติบโต การเป็นตัวของตัวเอง...จินละคำพูดหลังไว้ในใจ พร้อมกับแค่นยิ้มให้กับความคิดที่เหมือนเด็กๆ “...สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม”
“ฉันเคยบอกแล้วว่ามันก็แค่การเพิ่มภาระ”
“...ก็คาดหวังให้มีงานเยอะขึ้น” พูดออกไปแล้วก็ต้องชะงัก “แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาพร้อมอะไรอีกมากมายจนน่าปวดหัว...ฉันไม่ได้รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองได้ทำอย่างที่ตัวเองเป็น”
“ก็บอกแล้ว” เรียวลากเสียง
“นึกว่าเป็นคำปลอบใจสำหรับคนถูกดองเสียอีก”
“อย่างฉันปลอบใจใครเป็นที่ไหน”
“ลืมไปว่านายเป็นอัจฉริยะก็แต่ก็ซ้ำเติมคน”
คนถูกกัดยิ้มรับหน้าระรื่น ยักคิ้วบอกให้รู้ว่าภูมิใจกับความสามารถพิเศษนี้แค่ไหน...ขนาดสมาชิกวงKAT-TUNที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอย่างทัตสึยะยังโดนซัดแทบล้มมาแล้ว...นิชิกิโด เรียวคนยังไม่เคยปล่อยให้ความรู้สึกผิดมีอิทธิพลกับฝีปากแม้แต่นิดเดียว
“...ถ้านายต้องการมธุรสวาจาต้องอย่างไอ้พี” ผู้เชี่ยวชายด้านการจี้ใจดำว่า “ปลอบใจคนได้ทั้งโลกยกเว้นแต่ตัวเอง”
จินหัวเราะหึก่อนจะส่งของเหลวรสเข้มผ่านคออีกครั้ง
เป็นที่รู้กันโดยที่ไม่ต้องมีคำพูดใด คนที่ปิดสนิทและเข้าถึงยากที่สุดในหมู่ของคนที่เป็นตัวเองสูงอย่างพวกเขาก็คือยามาชิตะ โทโมฮิสะ แม้แต่ดวงตาก็ไม่เคยมีประกายอะไรให้คนอื่นสามารถล้วงลึกถึงความรู้สึกภายใน
ถูกมองเป็นพวกที่ดูมีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นว่าสิ่งที่คนคนนั้นทำขึ้นกับคำว่ามารยาททั้งหมด จะมีก็แต่คนที่ยอมรับว่าสนิทเท่านั้นเขาถึงจะดีด้วยจริง
“เอ้อ...” เรียวร้องขึ้นเมื่อนึกถึงบุคคลที่สาม “ฉันนัดมันมาด้วยนะ เที่ยงคืนคงถึง...นายรอเจอด้วยสิ หายโกรธหมอนั่นหรือยัง?”
“หือ? ฉันจะไปโกรธมันเรื่องอะไร”
“ก็เรื่อง shuji to akira ไง...อ้อ...ฉันลืมไป” จินตวัดตามองคนขี้ลืมที่ทิ้งท้ายอย่างมีนัย ฝ่ายคนพูดจาคลุมเครือก็ดูจะสนุกกับการกวนประสาทเพื่อนมากอยู่
“ก็คนที่นายโกรธมันคือชูจินี่...ไม่ใช่อากิระ”
“ฉันไม่ได้โกรธเขา”
ไม่ใช่ ‘ชูจิ’ แต่คือ ‘คนที่รับบทนั้น’
เรียวเลิกคิ้วสูง...ใส่คนที่หน้าเริ่มตึง
“ก็แค่ไม่ชอบ...”
“...ไม่ชอบแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ ‘มีส่วน’ ทำให้เขาเป็นแบบนั้นงั้นหรือวะ”
อดีตเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเล่นหัวกับน้องเล็กของ KAT-TUN อย่างสนิทสนมในอดีตอย่างเขากลั้นใจรอฟังคำตอบจากเพื่อนสนิทในปัจจุบันอย่างตั้งใจ ความนิ่งงันบีบให้จินต้องผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ
“นั่นแหละ...ที่ฉันเกลียดที่สุด”
ใช่...เกลียดที่สุด ที่คนคนหนึ่งจะต้องก้าวไปตามอิทธิพลของคนอื่นถึงขนาดนั้น
จินไม่เคยคิดความเป็นตัวของตัวเองจะถูกสั่นคลอนเพราะใคร พอๆ กับที่เชื่อว่าจะไม่มีใครที่จะถูกการกระทำของคนอื่นชักนำให้เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่คาซึยะเป็นตอนนี้...ฟ้องถึงอิทธิพลของคนอื่นที่ทำให้คาซึยะเปลี่ยนไปอย่างเด่นชัด
ทำไมถึงโง่อย่างนั้น...
หรือจะเป็นเพราะตัวเขาที่ยังคงอยู่ให้เห็น บาดแผลที่ควรจะสมานถึงยิ่งอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นลุกลามเสียจนควบคุมไม่ได้...ยิ่งกว่าเนื้อร้าย
จินวางแก้วที่ว่างเปล่าลงกับโต๊ะก่อนจะยื่นเงินให้คนที่ดื่มรอเพื่อนมานานแต่ยังไม่เมา
“เฮ้ๆๆ จะกลับแล้วหรือ ไม่อยู่รอเจอพีหรือไง”
“อืม...ฝากขอโทษที่รอเจอไม่ได้ด้วยแล้วกัน ฉันต้องกลับก่อน”
“ทำไมวะ”
“พรุ่งนี้นัดเจ็ดโมง” คำตอบของคนที่ไม่เคยยี่หระต่อคำต่อว่าทำให้เรียวแปลกใจ “...ถึงการเดบิวต์จะไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไป...แต่ฉันก็อยากทำตัวให้มีความรับผิดชอบขึ้นบ้าง”
เรียวพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แล้วจึงออกเสียงตะโกนไล่หลังเด็กดีคนใหม่
“โชคดีนะ”
คำอวยพรของเพื่อนไม่ช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้น คำว่า โชคดีนะ ของเรียวดูจะเป็นสัญญาณเตือนเสียมากกว่า...ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะไม่ใช่เรื่องเดิมๆ ที่เขาเจอมาตลอดอีกแล้ว เพื่อนในกลุ่มต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเดบิวต์ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แม้ทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่าเคยทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ถึงจุดนั้น
จินเดินออกนอกผับก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้แล้วจุดไลท์เตอร์ รสอ่อนกว่าเคยเสียจนน่าหงุดหงิด แต่ก็ยังดีกว่าหมากฝรั่งที่เคี้ยวมาทั้งวัน
แค่มวนเดียวก็พอ...เพราะหมากฝรั่งบ้านั่นก็ผสมนิโคติน
ระหว่างที่จะเดินไปถึงรถ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น แม้จะเป็นเลขหมายที่ไม่คุ้นเคย แต่เขาก็คิดว่าคงจะเพื่อนคนใดซักคน
“ใคร?”
‘ฉันฮิงาชิยาม่านะ’ ประหลาดใจเสียยิ่งกว่าประหลาดใจ จนอยากจะถามซ้ำอีกครั้งว่าใคร ‘อาคานิชิคุงว่างพอจะมาเจอฉันตอนนี้ไหม?’
“เอ่อ...” ทั้งที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกและนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะโทรหาตนด้วยเรื่องไหน แต่ด้วยสำนึกถึงระบบ seniority และการติดต่อจากรุ่นพี่ก็อาจจะเป็นเรื่องงานจึงไม่สามารถปฏิเสธออกไปได้ทันที
‘ฉันอยู่ที่ผับ S รู้จักใช่ไหม’
เมื่อได้ยินชื่อผับซึ่งไม่ไกลจากที่ยืนอยู่จึงตอบรับไป แม้อีกใจจะร่ำร้องว่าอยากกลับไปพักผ่อนเสียมากกว่าต้องไปเจอใครต่อใครอีกในคืนนี้
บุหรี่รสจืดจางถูกปล่อยลงบนพื้นตามด้วยปลายเท้าที่ขยี้จนดับสนิท
ความรับผิดชอบงั้นหรือ? ก็แค่รู้สึกว่า ‘ต้องทำ’ เท่านั้นสินะ
“ครับ...แล้วผมจะรีบไป”
++++++
เขากำลังถูกความไม่คุ้นชินเล่นงาน
นักร้องนำของวงก้าวไปตามทางเดินด้วยความรู้สึกประหลาด แม้ออกจะมั่นใจว่าตนไม่หลง แต่ก็อดที่จะหันมองไปรอบๆ ด้วยความไม่แน่ใจไม่ได้
หลายต่อหลายปีที่เขาใช้ตึกของ Johnny Entertainment เป็นที่ทำงาน ความเคยชินที่แทบจะหลับตาเดินได้กำลังหลอกหลอนจนความรู้สึกถูกตอกย้ำ...ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการ
จินไม่แปลกใจนักเมื่อเห็นจุนโนะกำลังจะเดินเข้าพักเช่นเดียวกับตน คำทักทายอย่างไร้มารยาทถูกพูดผ่านสายตา แล้วต่างคนก็ต่างหามุมพักผ่อนก่อนที่งานในวันนี้จะเริ่มต้น
เสียงเพลงจากหูฟังไอพอดช่วยให้ความรู้สึกสบายมากกว่านั่งเงียบๆ หลายเท่า รสชาติของแซนวิชที่แม่บ้านเอามาเสิร์ฟให้ก็ไม่เลวร้าย แม้เข็มนาฬิกาจะเดินอืดอาดไม่ยอมพ้นเลข6ไปเสียที แต่เขาก็ไม่ได้นึกหงุดหงิดที่ตัวเองมาเช้าเกินไป
ทว่าสิ่งที่เขาสะกิดใจกลับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมากกว่า
‘ฉันเห็นเธอในทีวีแล้ว ดูดีมากเลย ยินดีด้วยนะ’
สิ่งเหนือความคาดหมายอย่างแรกถูกสิ่งที่ยิ่งกว่ากดไปจนไม่เหลือ ชายหนุ่มเหลือบมองรุ่นพี่ผู้กำลังแนะนำเจ้าของคำชื่นชมนั้น แม้จะอยากถามกลับไปว่าจะมายินดีกับเขาทำไมด้วยความไม่สบอารมณ์กับเรื่องไร้สาระนี้ แต่เขาก็ทำเพียงกล่าวคำขอบคุณตามมารยาทก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ
รอยยิ้มเคลือบกรอสวิบวับถูกส่งให้อย่างเปิดเผย แววตาที่ทอดมองมาก็เป็นประกายไม่ต่างกัน...ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอ แต่ความต่างมันอยู่ที่ ‘โคอิซุมิ เคียวโกะ’ ไม่ใช่ no one อย่างแฟนคลับคนอื่นๆ หากแต่เป็น some one ผู้ซึ่งมีรัศมีเจิดจรัสไม่แพ้ระยะเวลาที่เธอค้างฟ้าอยู่ในวงการ
หากจะมีอะไรแปลกไปมากกว่านี้...เขาควรจะแปลกใจอีกไหมนะ?
เสียงพูดคุยดังขึ้นเมื่อเพื่อนคนอื่นเริ่มมาถึง รู้ตัวอีกทีทัตสึยะก็โผล่มานั่งอยู่ที่อีกฝั่งของโซฟาพร้อมกับโคคิที่กำลังคุยอะไรสักอย่างอยู่กับยูอิจิและคาซึยะ
“เฮ้ เพลงคู่ของนายสองคนเจ๋งมากเลยว่ะ ฉันฟังแล้ว” แร็ปเปอร์ของวงหันมาพูดกับคนที่เอาแต่นั่งเงียบทั้งสอง
“ชมอาคานิชิคนเดียวเถอะ...ฉันมันก็แค่ร้อง” น้ำคำจิกกัดถูกโต้ตอบเอื่อยเฉื่อยจากหัวหน้าวง
“ยังโกรธอยู่หรือเนี่ย ขอโทษน่า”
“กองไว้ตรงนั้นแหละ”
จินหัวเราะเพราะเห็นว่ามุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นคล้ายจะยิ้ม แม้จะทะเลาะกันแทบตายแต่ก็หายโกรธง่ายเหลือเชื่อ
“อุเอดะ เดี๋ยวจะประชุมเรื่องคอนเสิร์ตเดบิวต์ใช่ไหม”
“ใช่ นายมีอะไรจะเสนอหรือ”
“ก็ลองคิดๆ ดู เรื่องลิสต์เพลงน่ะ” คาซึยะหยิบกระดาษปึกบางๆ ออกจากกระเป๋า
“อันที่นายพูดให้ฟังเรื่องลำดับโซโล่เมื่อกี้ใช่ไหม ฉันว่าดีออกนะ น่าจะลองเสนอดู” ยูอิจิออกความเห็นในเชิงบวกให้เจ้าของความคิดอดจะยิ้มตามไม่ได้
“...จะว่าไป ฉันก็อยากแต่งเพลงจังเลยน้า~” โคคิบ่นพึมพำออกมา
“โซโล่ก็แต่งไปแล้วไม่ใช่หรือไง” จุนโนะที่ยังไม่ละสายตาจากเครื่องเกมแทรกขึ้นให้ทุกคนรู้ว่าเขาก็กำลังฟัง
“ไม่เอาเพลงโซโล่สิวะ ฉันหมายถึงเพลงของคัตตุน ให้ทุกคนร้องด้วยกัน” คำสรรพนามเป็นกลุ่มชวนให้สะดุดใจจนต้องเหลือบมองคนพูด
“ก็ตามใจสิ...แนวไหนล่ะ” แต่ประเด็นเรื่องเพลงก็ลากออกให้ไม่มีใครติดใจกับคำที่ไม่ค่อยพูดกัน
เสียงพูดคุยสบายๆ สอดแทรกคำจิกกัดแสบคันด้วยความหมั่นไส้เป็นระยะ...บรรยากาศที่หายากยิ่งเกิดขึ้นอย่างไร้ที่มา
...อาจจะเพราะทุกคนกำลังรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจกับสถานะใหม่ของวงจนแทบจะลืมความบาดหมางตลอดหลายปีไว้ข้างหลัง
จินเก็บความประหลาดใจเอาไว้คนเดียว แม้จะคิดว่าคนอื่นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ใครเล่าจะทักออกมาให้เสียบรรยากาศ
พวกเขาอาจจะอยู่ด้วยกันมากเกินไปจนชาชินกับความเกลียดขี้หน้ากันและกันแล้วก็ได้
...ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ...
จะถือเป็นเรื่องดีๆ หรือเปล่า?
เวลาไม่กี่ชั่วโมงช่างยาวนานจนน่าหงุดหงิด
เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก ทุกคนก็ได้แต่ก้มหัวขอบคุณทีมงาน ทันทีที่ก้าวกลับเข้ามาในห้องพักเก็บเสียง ความอึดอัดก็ปะทุออกมาเหมือนระเบิดเวลา
“ไม่ควรเรียกว่าการประชุมเลยนะ” จินว่าขึ้นยิ้มๆ เมื่อนึกถึงการที่คนทั้งวงตอบรับแผนสำเร็จรูปของทีมงานด้วยคำว่า ‘ครับ’ ‘ได้ครับ’ ‘เข้าใจแล้วครับ’ ราวกับตั้งโปรแกรม
“...มันอาจจะดีก็ได้นะ เวลาก็กระชั้นชิดแล้ว จะมาทำอะไรหวือหวาก็คงไม่ทันการณ์” ยูอิจิพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ แม้ในใจจะไม่รับแล้วก็ตาม
“ก็จะจัดให้มันกระชั้นทำไมวะ” โคคิโวยขึ้นบ้างในทันที “ได้ใช้โดมนะเว่ย ถ้าไม่ได้เอาสถานที่มาทำอะไรให้แตกต่างแล้วมันจะมีค่าอะไรวะ”
“แต่ตอนที่เขาถามความเห็น...พวกเราก็เงียบกันเองไม่ใช่หรือ” ทัตสึยะกล่าวเรียบๆ แม้ไม่สบอารมณ์กับการถูกเรียกเข้าไป ‘ฟัง’ สิ่งที่คนอื่นเห็นว่าดีก็ตาม
“หึ...ก็ขนาดคาเมนาชิที่ร่างใส่กระดาษมาเป็นปึกยังต้องเงียบ...แล้วคนอื่น...” จุนโนะกราดตามองสมาชิกวงที่เหลือ “จะพูดอะไรได้อีกงั้นหรือ”
ทุกสายตาไปหยุดลงที่บุคคลผู้ถูกพาดพิง ริมฝีปากเรียวบางปิดสนิทไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ปึกกระดาษที่ว่าก็ถูกโยนทิ้งไว้ในห้องประชุมรอให้แม่บ้านไปเก็บกวาด
ความรู้สึกเซ็งจนพูดไม่ออกคงจะอธิบายน้องเล็กของวงในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี
คาซึยะเผยอปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไรซักอย่างก่อนจะเม้มปากลงอีกครั้งเพื่อเลือกคำพูดใหม่
“...โวยวายไปก็เท่านั้น...ตั้งใจซ้อมกันให้เต็มที่ดีกว่า”
พูดจบเสียงประตูถูกเหวี่ยงดังปังก็สะท้อนเข้าหูทุกคนพร้อมกับการไปโดยไม่มีคำลาอย่างผิดวิสัยคนมีมารยาท
เสียงบ่นเงียบลงในทันควัน จินเหลือบไปเห็นหัวหน้าวงขำออกมาอย่างไม่มีเสียง จึงขำออกมาบ้าง...แม้จะคนละประเด็นก็ตาม
สายตาที่ตวัดมามองเขาก่อนที่ประตูจะปิดลงนั้นเหมือนการทุ่มความโกรธทั้งหมดใส่อย่างเด็กที่โกรธแล้วพาล อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาสมน้ำหน้า ทั้งที่จริงๆ เขาแค่รู้สึกแปลกใจที่เขายังคงเดาได้อยู่ว่าคำพูดของน้องเล็กคนดีจะคืออะไร
มันก็เท่านั้น...
จินยักไหล่ใส่เพื่อนที่เหลือก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกไปบ้าง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่คนว่างงานกำลังจะเดินออกจากตึก จินมองเบอร์อย่างไม่คุ้นเคยอีกครั้ง ลางสังหรณ์เขาอาจจะดีเกินไปจึงไม่ตกใจกับเสียงที่ปลายสาย
‘สวัสดีค่ะ’ โคอิซุมิ เคียวโกะเอ่ยอย่างมั่นใจผ่านโทรศัพท์ ‘วันนี้อาคานิชิคุงไม่มีงานแล้วใช่ไหม? ไปกินข้าวกับฉันหน่อยนะ ร้านแถว xxx น่ะ เธอน่าจะรู้จัก’
คำถามมากมายปะทุขึ้นจนได้แต่ตอบรับไปด้วยความไม่ทันคิด
จินมองมือถือในมือราวกับมันเป็นของประหลาดก่อนจะเก็บลงกระเป๋า
เขาควรจะหยุดแปลกใจกับทุกสิ่งได้แล้วสินะ...
“ได้ข่าวว่าออกไปกินข้าวกับสาวสไตล์ใหม่?”
นิชิกิโด เรียวขำออกมาอย่างไม่เกรงใจเมื่อได้ยินคำทักทายของพ่อสาลิกาลิ้นทองประจำกลุ่ม แม้จะเกรงใจไอ้คนที่เอาแต่นิ่งอยู่บ้าง หากหนุ่มคันไซก็ไม่คิดจะระงับอาการของตนแต่อย่างใด
ภายในร้านที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงอึกทึกและควันบุหรี่ โต๊ะที่รายล้อมด้วยดาราระดับแนวหน้ากลับไม่เป็นที่สังเกตนัก และพวกเขาก็เลือกที่จะนั่งดื่มเหล้ากันเงียบๆ ที่มุมร้านมากกว่าจะออกไปสังสรรค์เฮฮา
“จริงหรือเนี่ย” โทโมฮิสะยกเหล้าขึ้นจิบอย่างสนอกสนใจเมื่อความเงียบตอบรับข้อเท็จจริงนั้น
“ข่าวไวจังนะ” จินถามอย่างแปลกใจ...ไม่เท่าไหร่
“เดี๋ยวนี้เปลี่ยนสเปคหรือ ‘เด็ก’ เกินไปมันน่ารำคาญหรือไง”
เรียวหัวเราะลงคอแล้วกระดกน้ำเมาตามพลางยกขาหลบลูกถีบใต้โต๊ะของคนโดนแหย่
“...ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ไม่ได้เอ็นดูนายอย่างรุ่นน้องแน่ๆ ” หนุ่มลูกครึ่งสเปนที่นั่งเงียบมาสักพักออกความเห็นอย่างจริงจัง ก่อนจะส่ายหัวเมื่อตัวต้นเหตุยักไหล่ไม่สนใจ “...แต่ถ้านายหวังจะเติบโตในวงการมันก็ไม่เลวหรอกนะ ฉันพอได้ยินมาเหมือนกัน”
“ได้ยินอะไรวะ...พูดให้เข้าหูนะ อย่างไอ้จิน หรือฉันกับเรียว พวกเราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษพรรค์เพื่อจะเติบโตหรอกนะ” หัวหน้าวง NewS ค้านขึ้นอย่างมั่นคงในความเป็น Johnny
“แต่ผู้หญิงคนนี้น่ะ ‘ดัน’ ได้จริง คบไว้ก็มีประโยชน์” ชิโรตะ ยูส่ายหน้าอย่างไม่ถือสาที่ค่ายตัวเล็กกว่า “แต่ก็คงต้องทำใจที่จะถูกเหมารวมเป็น ‘เด็ก’ ในสังกัดของเธอ”
“ไร้สาระน่า”
จินตัดบทในที่สุด แล้วบทสนทนาก็ไหลลื่นออกไปจากประเด็นเดิม
อย่างที่โทโมฮิสะพูดก็อาจจะไม่ถูกนัก...ก็จริงอยู่ที่ Johnny entertainment เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ แต่การที่หนึ่งในร้อยของบรรดาเด็กจูเนียร์ทั้งหลายจะก้าวขึ้นมาโด่งดังได้ก็ต้องอาศัยความเป็น ‘คนโปรด’ ไม่ใช่หรือ
แม้จะมีฝีมือ หากขาดการหนุนหลัง...ก็ไม่สามารถก้าวออกมาได้อยู่ดี
มันต้องเป็นอย่างนั้นสินะ...
++++++
“ขอโทษนะครับ...ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
วาจานิ่งสนิทไม่บ่งบอกอารมณ์ดังจากคนที่รู้สึกถึงความไม่พอใจที่กรุ่นขึ้นในตัวจนอยากจะเขวี้ยงไอ้เครื่องมือสื่อสารที่ไม่ต่างจากห่วงที่ผูกให้เขาไปติดกับเรื่องบ้าๆ ลงพื้นให้ไกลสายตา
เขาเพิ่งเสร็จงานได้ก็ใกล้จะขึ้นวันใหม่เข้าไปแล้ว เหนื่อยแสนเหนื่อยยังต้องมารับโทรศัพท์ตำหนิจากรุ่นพี่ผู้แสนน่านับถืออย่างฮิงาชิยาม่า โนริยูกิ ด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นทุนเดิมกับประเด็นไร้สาระอย่างการที่เขาปฏิเสธคำชวนของโคอิซุมิ เคียวโกะแทบจะทุกครั้งนั้นพาลจะให้ต่อมอารมณ์แตกเอาง่ายๆ
“ความสัมพันธ์ของใครก็ตาม ถ้าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เอนจอยกับมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือครับ” นักร้องนำของวง KAT-TUN พูดประโยคยาวๆ ออกมาด้วยความเบื่อหน่าย “ผมก็มีงานนะครับ จะให้ออกไปกับเขาทุกรอบได้ยังไง”
“ต้องให้ฉันย้ำไหมว่านายกำลังทำเสียมารยาทกับรุ่นพี่ในวงการ คำอ้างแบบนั้นมันฟังไม่ขึ้นเลยนะ” รุ่นพี่ในค่ายว่ากลับอย่างใจเย็น
“แค่การไปทานข้าวให้เป็นข่าวมันต้องซีเรียสขนาดนั้นเลยหรือครับ”
“นายควรจะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างไว้บ้างนะอาคานิชิคุง ถ้าครั้งหน้าเขาโทรมาก็รับสายแล้วออกไปกับเขาซะ” น้ำเสียงสั่งสอนแบบนี้กลับชวนให้คนหัวดื้อค้านใจไปยิ่งกว่าเดิม “เขาเป็นผู้ใหญ่เข้าใจไหม เด็กอย่างเธอควรจะดีใจนะ”
“ผมไม่ได้ต้องการ” จินตอบกลับอย่างอคติเมื่อคิดถึงคำพูดของเพื่อนสนิทเมื่อหลายวันก่อน “ผมชักสงสัยแล้วว่ามีสัญญาข้อไหนที่ระบุว่าผมต้องไปกินข้าวกับใครต่อใครตามคำสั่งของบริษัท หรือผมอ่านตกหล่นไป?”
“อาคานิชิ...เธอรู้ตัวบ้างไหมว่าเธอเป็นใคร” น้ำเสียงที่มักจะอ่อนโยนใจดีถูกปรับให้เข้มและกระด้างขึ้นจนเฝื่อนหู ไม่เคยมีใครก้าวร้าวกับรุ่นพี่อย่างนี้ เด็ก...เด็กเท่านั้นที่ไม่ระวังการล้ำเส้น ไม่ใช่คนที่ค่ายวางใจให้ออกบิน
“ครับ...ผมเป็นศิลปินในสังกัดค่าย Johnny entertainment และยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพจากนักร้องไปเป็นโฮสต์ครับ”
สิ้นคำพูดจิกกัดรุนแรงจนเรียกได้ว่าเสียมารยาทสุดๆ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งสองฝั่ง
คนปากดีได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ ดังตามสายมาในวินาทีที่เขาตัดสินใจว่าจะวางสาย
“แล้วนายจะรู้ว่าความอวดดีของตัวเองจะทำให้อนาคตของนายไปไม่ไกล”
จินยิ้มหยัน คำว่า ‘อวดดี’ เป็นคำที่เขาชอบมากกว่าเกลียด และก็ยินดีจะรับว่าตนเองเป็นเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย จึงกรอกน้ำเสียงที่ปรุงแต่งจนสุภาพเกินงามไปเป็นการปิดท้าย ...ตอบแทนคำชม
“ครับ ผมจะจำไว้...ถ้าไม่มีอะไรผมจะขอตัวนะครับ”
พอหมดเรื่อง เครื่องมือสื่อสารตัวปัญหาก็ลอยลิ่วไปนอนนิ่งอยู่ที่ว่างข้างคนขับซึ่งวันนี้เป็นที่สถิตของกระเป๋า จินออกรถจากที่จอดด้วยความหงุดหงิดเหลือกำลัง
ถนนที่ว่างโล่งยามราตรีทำให้ได้เหยียบคันเร่งอย่างกระแทกกระทั้นตามขีดอารมณ์ หนุ่มเลือดร้อนตั้งมั่นในใจว่าหากต่อไปมีเสียงตามสายจากรุ่นพี่ในวง Shonentai คนนี้ เขาจะไม่สนใจไม่ไปพบหรืออะไรอีกแล้ว
และก็คงจะไม่มีอะไรที่จะทำให้ต้องโคจรมันเจอกันอีกแล้วด้วย
รอยยิ้มเยาะเย้ยวาดขึ้นด้วยความรู้สึกสมเพช
ท่าทางนิชิกิโด เรียวจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการพูดสร้างสรรค์เลยจริงๆ คำอวยพรของหมอนั่นดูจะมีผลผกผันกับความหมายโดยสิ้นเชิง นี่สินะ...คือสิ่งที่เพื่อนทุกคนพร่ำบอกว่าการเดบิวต์มันไม่ใช่เรื่องสวยงามเสมอไป
ตัวอย่างการเชื่อฟังที่มากเกินไปก็มีให้เห็นอยู่ บางครั้งแววตาว่างเปล่าของโทโมฮิสะก็อมทุกข์จนน่าสังเวช ทั้งที่วาดฝันว่าจะได้ทำงานกับกลุ่มที่ตัวชอบกับเพื่อนสนิท กลับต้องมาพลิกผันลงกับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ต้องการหลายครั้งหลายหน
เส้นทางทุกอย่างเหมือนจะถูกเลือกไว้ให้โดยที่คัดค้านไม่ได้
มือถือที่นอนนิ่งอยู่ส่งเสียงโวยวายอีกครั้งให้รู้ว่ามีเมลเข้า หน้าจอสว่างวาบฉายเนื้อความว่าด้วยการเปลี่ยนเวลางานวันพรุ่งนี้จากทัตสึยะ จินมองแล้วก็ไม่สนใจมันอีก
เขากับทัตสึยะเองก็เคยคุยกันเรื่องแบบนี้...การที่มีความรับผิดชอบต่อคำสั่งที่ได้รับนั่นคือการเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือ แต่ถ้าไม่มีความเป็นของตัวเองแล้วจะพูดได้อย่างไรว่า ‘โต’ แล้ว
คำถามที่สรุปคำตอบไม่ได้
การเดบิวต์ที่เคยคิดฝันไว้ว่ายิ่งใหญ่เป็นหนักหนา
สุดท้ายมันก็แค่การเปลี่ยนสินค้าในโกดังออกมาตั้งโชว์อยู่หน้าร้านเท่านั้น
...สิ่งที่พยายามมาทั้งหมด
เพื่ออะไรกันแน่?
‘เหมือนจะมีแต่นายคนเดียวนะเรียว ที่ตั้งรับกับเรื่องชวนปวดหัวของค่ายได้สบาย’
‘หึ...ฉันก็แค่เห็นคนเครียดกว่าเลยหมดอารมณ์จะเครียดเท่านั้นแหละ’
ผมควรจะมีความสุข
แต่เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้ยิ้มได้
ผมถึงเสียใจทุกครั้งที่หวังว่ามันจะเปลี่ยนไป
++++++
END 11# despair , TBC
TALK
GOMENNASAIIIIIIIIIIIIIIIIII!!~
หายหัวไปโคตรนานจริงๆค่ะ //ก้มหัวสุดตัว
ว่าแล้วก็ต้องขอชี้แจงแถลงไข ไม่ได้จะอู้นะคะ ไม่ได้จะอู้จริงจริ๊ง [แค่พี่แจนคิดพลอตเสร็จมาเป็นเดือนแล้วเท่านั้นเอ๊ง]...แต่มันติดสอบค่ะ TT TT ปีนี้คนเขียนอยู่ม.6แล้วค่ะ วุ่นวายกับการเอนท์พอดูเลยทีเดียว และคณะที่หวังไว้ก็สูงลิ่วเสียด้วย เลยต้องขอลากิจไปตั้งใจอ่านหนังสือนะคะ คาดว่าคงจะหายตัวไปอีกราว 5 เดือน (ไหนแกบอกฉันว่า 4 เดือนไง) เจอกันอีกทีราวๆ สิ้นเดือนมกราเลยแล้วกันนะคะ แหะๆ [เอาใจช่วยให้คนเขียนเอนท์ติดกันด้วยนะคะ TT^TT]
เอาล่ะ สารภาพบาปกันเรียบร้อย มาว่าด้วยเรื่องของตอนนี้กันดีกว่า
สำหรับตอนที่พี่จินของพี่แจน [ยกให้ชั่วคราว] << รับ ออกมาซะเต็มตอน คิดคงจะเริ่มเห็นฝนตั้งเค้ากันแล้วใช่ไหมคะ? อาคานิชิ จินก็ไม่ได้กินอิ่มนอนหลับสบายใจหรอกค่ะ โดยส่วนตัวชอบกลุ่มเพื่อนของจินมากเลยนะคะ แม้จะหนักอบายมุขไปหน่อย[หน่อยหรือ...] แต่ก็เป็นการแชร์ความเครียดที่ดีทีเดียว [ไม่เก็บกด] โดยเฉพาะมะพี...เอาคะแนนความเอ็นดูพิเศษไปเลยลูก 55+ [ปกติไม่ได้พิศวาสยามะพีมากมาย แต่ตอนนี้ต่อมเอ็นดูมันโตมากเลยค่ะ]
ว่าไปนั่น กลับมาเรื่องในวงดีกว่า บรรยากาศดีๆ เริ่มมีมาให้เห็น การอยู่ร่วมกันไปเรื่อยๆ อาจจะไม่เลวร้ายก็ได้นะคะ ตอนนี้พี่คิน่ารักจัง คนเขียนคิดไปเองคนเดียวไหมเนี่ย 55+
อื้ม แล้วก็ตอนนี้เป็นตอนที่ลื่นไหลมากเลยค่ะ การคุยกันโดยละเอียดมันดีจริงๆ นะคะพี่แจน [เอิ๊ก] (การหายหัวไปนานๆ ทำให้คิดพล็อตได้ละเอียดก่อนแต่งมันก็อีดิทน้อยเยี่ยงนี้แหละจอย) หวังว่าจะชอบตอนนี้นะคะ หลังจากไม่ได้แตะฟิคมานานก็รู้สึกฝืดๆ บ้าง แต่ก็จะพยายามแก้ไขค่ะ
ไม่ได้คุยนาน พล่ามซะยาวเลยแฮะ...เอาไงดี เริ่มเบื่อที่จะอ่านกันหรือยังคะ 55+ งั้นเราไปตอบคอมเมนท์กันดีกว่าค่ะ
Comment
tita - นี่ล่ะค่ะ โฉมหน้าของคนที่ทำตัวชิลไปวันๆ จินเองก็ไม่ได้สบายใจกับสิ่งที่เป็นอยู่หรอกค่ะ ตอนที่แล้วคาเมะเหมือนจะซวย แต่มันก็ทำตัวเองกึ่งหนึ่งนะคะ ไม่ลำเอียงๆ เพราะคนแต่งเป็นแฟนทัตจัง กร๊ากกก แล้วมันไม่ลำเอียงตรงไหนล่ะน่ะ -*- แจนแฟนจินค่ะ แต่ไม่ลำเอียงรับรองฟันธง 555+ ทั้งจินและคาเมะ รวมถึงทุกคนต่างเป็นเด็กที่ต้องอยู่ในโลกของผู้ใหญ่รวดเร็วเกินไปทั้งนั้น ทุกคนเจอปัญหา แล้วก็ติดอยู่ในมุมมองของตัวเองอย่างที่ tita ว่านั่นแหละ มาลุ้นให้พวกเขาค่อยๆ เติบโตกันไปทีละตอนด้วยกันนะคะ ^^
harry - อึดอัดค่ะ แต่คาเมะก็สร้างภาพแบบนั้นเอง เพื่อนคนอื่นที่โดนค่ายหักหน้าหักหลังแบบนั้นก็คงอดไม่ได้หรอกค่ะ มันก็เจ็บไม่ต่างกัน น่าสงสารทุกคนเลยล่ะน้อ ในตอนที่แล้วคาเมะน่าสงสารเพราะคาเมะกำลังขมขื่นจนไม่อาจเชื่อใจใคร ตอนนี้จินเองก็...เฮ้อ
ToonkO - อ่ะอ่าว...ไม่สงสารจินแล้วหรือคะ 55+ อ่านตอนนี้แล้วไม่สงสารจินมากขึ้นบ้างหรือค้า! คนอื่นจะไม่คิดถึงตัวเองก็ไม่ไหวนะคะ อนาคตดูมืดฟ้ามัวดิน ใครๆ ก็ต้องห่วงตัวเองกันทั้งนั้น ทิ้งทางอื่นมาเลือกทางนี้ ถ้าชิบหายกันแล้วจะดำรงชีพกันอย่างไร 55+ ไม่สงสารจินก็ไม่เป็นไรค่ะ ช่างหัวมันเถอะไอ้นี่ เศร้าอย่างไรก็กลืนเหล้าลงเนาะ หุหุ
viva - โห ตอกย้ำถึงอายุฟิคสุดๆค่ะพี่วี 555+ ตอนนี้ตาฝ่ายคุณช่วงช่วงแล้วค่ะพี่วี ปล่อยแม่หลินฮุ่ยเล่นบทโศกเสียนาน หยุดรายการชีวิตบัดซบชั่วคราว 55+ ก็แค่ตอนที่แล้วสวัสดีปีใหม่ไทยอ่ะค่ะพี่วี ตอนนี้ก็สวัสดีวันแม่ ขำๆ ตอนหน้าบัดซบยกวงค่ะ สปอย คริคริ
kopok - อ่าๆๆ เมะมันน่าสงสารก็จริงอยู่ แต่คนอื่นก็น่าสงสารนะคะ!! ความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเนี่ย จุกกันจนพูดไม่ออกเลย ส่วนตอนนี้เป็นของอาคานิชิ จิน ก็สงสารมันบ้างนะคะ ฝ่ายพระของเราใช่ว่าจะกินอิ่มนอนหลับซะเมือไหร่ จะตบจินก็ไม่ว่าค่ะ ตบเบาๆ นะคะ แล้วระวังมันสวนคืน 555
renika - ลืมไปแล้วนะเนีย่ว่าตัวเองเคยโพสไว้ด้วย 55+ << ยังกล้า... หรือยะ
pierce - ตบมือ...เฮเป็นคนแรกที่มองว่าคาเมะมันเด็กมาก 55+ โถ...พี่ยูน่าสงสารออกนะคะ แต่โดนจิกบ้างก็ดี ไม่งั้นคาเมะจะเก็ยกดเกินไป [อ่าว] จินดะนี่ก็ความชอบส่วนตัวคนเขียนนะค้า~ แอบแซมไว้เป็นระยะๆ ถ้าพ้นสายตาพี่แจน [เอิ๊ก] ป.ล. โอ้ย มันสุโก๊ยมากๆค่ะ ทีทีจงเจริญ 55+ ป.ล.2 เฮสวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้า แต่นี่มันจะวันแม่แล้วนี่หว่า 555+!! มันก็เด็กกันทั้งวงแหละเฮ ถ้ามีผู้ใหญ่สักคนคงช่วยคลี่คลายปัญหาได้บ้างแล้ว การแซมจินดะไม่ใช่ไม่เห็นนะยะ แต่ปล่อยไปต่างหาก รู้ว่าแถวนี้เมียลาแยะ 55
memo - เอิ่ม ใจเย็นๆนะคะ //ยื่นทิชชู่ให้ [คาเมะชนะเลิศนางเอกละครทุกช่อง ฮ่าๆ] 555 ตอนนี้ไม่มีอะไรปวดตับเท่าตอนที่แล้วเน้อออ คงไม่ต้องใช้ทิชชู่ แต่อาจจะใช้นวมแทน เอิ๊กๆ
`Rii,, 369`- อื่ม ก็ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันค่ะ ตกตะกอนมาเป็นฟิคในตอนนี้ทีเดียว พยายามทำให้สมจริงที่สุด ขอบคุณนะคะที่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ฮ่าๆ คัตตุนที่อยู่ด้วยกันแบบนี้อาจจะดีก็ได้นะคะ ก็ดันเป็นคน6คนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันซักนิดนี่นา ป.ล. ฮ่าๆ ทีทีขำขำนะคะ ดูๆไปมันก็น่ารักดีออกค่ะ! ต่อจากนี้ไปมันจะฟิกขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ เหตุการณ์จริงลดลง (ไม่งั้นมันจะไม่จบ จินเมะควรมีพ๊อยลงเอยบ้าง 55) เรื่องการอยู่แบบพยายามเข้าใจกัน บางทีการไม่พยายามมันอาจจะได้อะไรที่เป็นธรรมชาติก็ได้นะคะ ในที่สุดก็เข้าใจได้เองอะไรแบบนั้น เพราะความพยายามมันอาจจะกลายเป็นการฝืนหรือเฟกก็ได้ – เรื่องทีที อุเหม่ๆๆๆ ขอโบกว่าคู่นี้น่ะติดตามไปเรื่อยๆ แล้วจะติดใจค่ะ 555
ohno(akajinkame) - แค่ไม่เพอร์เฟคค่ะ มันเลยไม่คอนทินิว อะหึๆ ค่ะ เรื่องจะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆแล้ว หลังจากได้ตีแผ่ความรู้สึกของคนอื่นในวงกว้างๆแล้ว อาจจะเบื่อกันซักหน่อย แต่คนเขียนอยากนำเสนอมุมมองที่ต่างๆกันน่ะค่ะ ตอนนี้ก็จินเต็มๆ ลองคิดดูนะคะว่าจินคิดยังไงกับเมะ หุหุ ไม่เพอร์เฟคมันเลยมีเรื่องเขียนไงค้า 55 ไม่เห็นจะบีบเยย สวมองค์เอ้หรือจุนโนะลงสิคะ จะได้ชิลๆ / ตอนนี้ได้เห็นมุมของจินกันบ้างแล้วนะคะ แต่อาจจะไม่ใช่ความคิดที่มีต่อคาเมะมากนัก แหะๆ
akakakaka - ขอบคุณค่า เป็นกำลังใจให้คนอ่านตามอ่านจนจบเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องสมจริงก็จะพยายามให้มันดูน่าเชื่อที่สุด ขอบคุณนะคะ ^ ^ อยากให้สมจริงแต่ไม่เป็นจริงเหมือนกันค่ะ 55 แต่ไม่แน่ว่าเรื่องจริงมันอาจจะมีอะไรที่เข้มข้นกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ปัจจุบันพวกเขาก็ผ่านมาได้แล้วเนอะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า...
P-chan - โอ้โห!! สามารถมากค่ะ! //ยื่นเครื่องดื่มชูกำลังให้ ฮ่าๆ ดีใจจังที่สงสัย เพราะคนคิดคนเขียนสงสัยมากกกกกค่ะ [เอิ๊ก] KAT-TUNทุกวันนี้คงสนิทกันดีแล้วค่ะ 55+ ดูจาก MC ใต้สะดือในทัวร์คอน คาเมนาชิลามกมาก! คนที่จริงจังคนเดิมหายไปไหนแล้ว!! ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^ ^ เบื้องหลังของพวกมันคงไม่เป็นแบบนี้หรอกค่ะ 55 เพราะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา มีเรื่องทุกข์ก็คงมีเรื่องสุขไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ฟิกคัดมาแต่ปมปัญหาเนาะ ฮ่าๆ ขอบคุณสำหรับการอ่านสิบตอนรวดค่ะ
ploy@tatchi - ฮ่าๆ ตอนนี้ก็สั้นๆนะคะ แต่ตัวอักษรพรืดดดดด ยูอิจิอาจจะเป็นห่วงจากใจจริงนะคะ แต่จิตใจด้านรักตัวเองก็คงกรีดร้องอยู่ ฮ่าๆ ตอนนี้โอเคขึ้นแล้วค่ะ หนูไม่หลงทางแบบตอนที่แล้ว กร๊ากกก เรื่องรักกุ๊กกิกแต่งไม่เป็นอ่ะค่ะ โยนให้พี่แจนละกันน้า~ ป.ล. แปลกจริงด้วยค่ะ 55+ เว้นบรรทัดน้อยด้วยนา...ถึงจะสั้นก็ตาม ในที่นี้ยูอิจิเป็นคนดีสุดๆ แล้วค่ะ 55 เพียงแต่มันก็สับสน ไม่มั่นใจ คลางแคลงใจอย่างคนอื่นได้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วงจอยไมเกรนขึ้นนะคะ ถ้าให้มันไปแต่งเรื่องใสๆ มันจะแย่กว่าค่ะ (ขัดจริต) 55+
Shin_ai - ยามะพีเป็นคนน่าสงสารนะคะ แต่เก็บกักความรู้สึกได้ดีกว่าใครๆ คาเมะน่าสงสารในตอนที่แล้ว แล้วตอนนี้สงสารจินมั่งมิคะ //กระพริบตาปิ๊งๆ << จอยพูดเชียร์จินเยอะมากตอนนี้ 55 // ยามะพีมีปัญหาของตัวเองเหมือนกันค่ะ แต่คงไม่เกี่ยวที่จะเอามาใส่ในฟิก 55 แต่จะเกี่ยวก็ตรงที่ว่ามันเป็นไปได้ที่เมื่อคนเรามีปัญหาของตัวเอง ก็จะมองเรื่องของตัวเองใหญ่ แต่มองเรื่องของคนอื่นว่าเป็นเรื่องเล็ก ไร้สาระ หรืออาจจะหงุดหงิดเพราะมันสะท้อนถึงปัญหารอบตัวที่พยายามจะไม่มอง...อะไรแบบนั้น
renika - กรี๊ด ตอนนั้นเราเล่นสงกรานต์กันหรือเนี่ยยยย มารอดอกมะลิวันแม่กันค่ะ!! กล้าพูด...
reeya - อื่ม...การเปิดใจคาเมะก็ต้องเปิดใจนะคะ ถ้าคาเมะเอาแต่ปิดอยู่อย่างนี้ใครจะช่วยมันได้ คัตตุนยังอยุ่ด้วยกันอีกนานค่ะ ค่อยๆเรียนรู้กันก็ได้ล่ะมั้ง [แต่ปัจจุบันดูจะรู้ลึกกันเกินไปแล้วนะ เรื่องใต้สะดือเนี่ย 55+ :: อ้างอิงจากMCทัวร์คอน] เมะเลยเถิดจากเปิดใจเป็นเปิดกางเกงไปแล้วกระมัง 55 ส่วนในฟิกใช่ค่ะ ทุกคนต้องเรียนรู้กันไป ไม่ใช่แค่กับคนในวง แต่กับทุกคนในสังคมที่ต้องเกี่ยวข้องเลยต่างหาก เนอะจินเนอะ
[N]ight[m]a[r]e - คาเมะเลือกที่จะโดดเดี่ยวค่ะ บางทีมันก็ทำตัวเอง เหอๆ เลือกทางนี้มาแล้วจะหันหลังก็ไม่ได้ แต่คนที่พยายามจะเข้มแข็งก็จะวิ่งไปจนสุดทางค่ะ by the way คาเมะตอนนี้ดูสบายดีออก 55+ เมะก็ไม่ถึงกับมีเพื่อนจอมปลอมหรอกนะค้า แต่เป็นเพื่อนที่ยังไม่ยอมรับกันว่าเป็นเพื่อนมากกว่า คาเมะนั้นไม่มีใครเข้าใจ อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ปัญหาก็คือ เราเองเข้าใจตัวเองแค่ไหนมากกว่า...ถ้าตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้ ใครก็ช่วยเราไม่ได้
Hanabi - โห อ่านรวดเดียวเลยหรือคะ! //นับถือๆ ขอบคุณนะคะที่ชอบฟิคเรื่องนี้ ก็อยากให้เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่อคาเมะอ่ะค่ะ เพราะคนเราอยู่ในโลกมันก็ต้องมีคนอื่นมาเอี่ยวกับชีวิตเป็นธรรมดา เลยอยากนำเสนอในมุมกว้างให้คนอ่านพิจารณาเอาเองมากกว่าจะลงลึกดีปๆกับคนคนเดียว ดีใจที่ชอบนะคะ ^ ^ คาเมนาชิจะโตขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับทุกๆคนค่ะ ส่วนพี่ใหญ่ของวงก็คือพี่ใหญ่คนดีล่ะค่ะ แต่บางช่วงบางเวลาความรู้สึกแย่ๆก็ทำให้จิตใจหมองได้เหมือนกัน ป.ล. เมนท์ยาวๆได้เลยค่า ชอบอ่าน >< ขอบคุณค่ะ ฮานาบิซังมาอ่านเรื่องนี้ ดีใจจริงๆ เมนท์ยาวๆ แบบนั้นชอบค่ะ 55 คนแต่ง (และคนอีดิท) ย่อมอยากรับรู้ความรู้สึกของคนอ่านเนอะ แล้วก็ดีใจมากเลยรู้สึกว่าฟิกสามารถสื่อสารกับคนอ่านได้ // เด็กจอห์นนี่ไม่แรงอยู่ไม่ได้ค่ะ 55 แต่แรงรูปแบบไหนเท่านั้นเอ้งงง
kaname - คาเมะผลักทุกคนออกจากตัวเองจริงๆค่ะ บ้าพอที่จะโดดเดี่ยว คาเมนาชิ คาซึยะมีจริง ฮ่าๆ ยามะพีน่าสงสารนะคะพี่บัว ช่วงนี้ผู้ชายคนนี้ได้รับการเอ็นดูจากหนูจริงๆค่ะ ตอนต่อไปรอหน่อยนะค้า TT_TT อยากแต่งเหมือนกัน แต่เขาติดสอบอ้ะ ป.ล. อยาก่อานฟิคพี่บัวววว จะเก็บก็จะทวงงงงง ป.ล.2 งานโฮมสายมันล่มสลายไปแล้วค่ะ รอฟังข่าวอีกทีเผื่อปีหน้าน้องมันจะจัดนะคะ 55+ [เศร้านิดนุง] ตอนนี้คาเมะน้อย ขอโทษด้วยนะจ๊ะบัว – ตอนที่แล้วคาเมะน่าสงสาร แล้วตอนนี้จินเป็นยังไงบ้าง พอจะเอ็นดูมัน (และเพื่อน) ไหวมั้ย – คิดถึงบัวเหมือนกัน คิดถึงฟิกบัวด้วยจ้ะ
jk - เอิ่ม...มันอาจจะทำตัวเองก็ได้นะคะ ผสมกับความซวยนิดหน่อย คนอื่นก็เจ็บแปลบไม่แพ้กันหรอกค่ะ แต่ละคนก็ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี ควร หรือจำเป็น แต่มันก็ไม่เสมอไปที่คนอื่นจะเห็นดีด้วยค่ะ คนที่ทำคาเมะมากที่สุดอาจจะเป็นคาเมะเองก็ได้นะคะ ก้อนหินก้อนนั้น บีบเองเจ็บเอง เนาะ...
MamenosukE^_^ - อย่าช็อคไปค่ะ พี่ยูคนดีคือพี่ชายใหญ่คนเดิม เพียงแต่ปัจจัยภายนอกทำให้ความรู้สึกสั่นคลอนไปบ้างตามความเจ็บปวด ฮ่าๆ จินแรงแต่เมะก็แร๊งนะคะ! หนุ่มอากิระเก๋ๆค่ะ ย้ำครั้งที่ล้านแปด คนเขียนชอบยามะพีเรื่องนี้มากเลยค่ะ! ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ ^ ^ ยูอิจิเขาหวั่นไหวได้ค่ะ 55 ปุถุชนน่อ สครีมยามะพีให้เต็มที่เลยค่ะ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอุตส่าห์มีบท (นิดหน่อย) 555
spookie - คาเมะเลือกที่จะผลักทุกคนออกค่ะ ตัวเองที่ปิดกั้น ใครจะหยั่งถึงคงยาก ยามะพีเองก็น่าสงสาร ตกอยู่ในฐานะที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกค่ะ ตอนนั้นเครียดจนผอม แต่ปัจจุบันเมะมันอวบอ้วนน่ากิน[?]มากเลยนะคะ!! ยามะพีเกิดเข้าใจเมะขึ้นมา อาจจะเพราะเคยตกในสถานะเดียวกันกระมังคะ แต่ก็ไม่เชิงว่าเข้าใจได้ดีกว่าคนอื่นหรอก เพียงแต่เขาไม่ใช่คนที่จะกระทบกับเรื่องใดๆ ของคาเมะโดยตรงนอกเหนือจากสายตาของคนนอกในฐานะเพื่อนสนิทจิน เมื่อไม่ได้ร่วมเจ็บปวดไปกับเขา การวิพากษ์วิจารณ์หรือมุมมองมันเลยเสรีกว่า บทจะกัดก็กัดโดยที่ไม่แคร์อะไรเลยก็ได้ บทจะพลิกมุมมองก็สามารถทำได้ง่ายกว่าคนใน
nao - แต่คาเมะเองก็ตัดสินคนอื่นด้วยอคตินะคะ จริงๆก็พอกันหมด เพียงแต่คาเมะบังเอิญซวยมากหน่อย ทุกคนก็เจ็บไม่ต่างกันหรอกค่ะ ส่วนเรื่องจะรักกันได้จริงหรือ...คิดว่าไงล่ะคะ 55+ มันเป็นเรื่องปกติมากเลยค่ะที่เราจะตัดสินคนอื่นบทพื้นฐานจุดยืนของตัวเอง ในเมื่อเราเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากเขานี่นา เข้าใจก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถือสา หรือไม่ยิ่งเจ็บจึงยิ่งเห็นแก่ตัว ก็เป็นได้ ฟิกเรื่องนี้ก็หวังจะให้แง่คิดแบบนี้ด้วยนะคะ หลายครั้งที่ผ่านมาเราอาจจะเป็นอย่างตัวละครตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ เนาะ
mayuree - อ่าๆๆ จะไม่สงสารคนอื่นหรือคะ ที่โดนหักหลังจนเจ็บปวดขนาดนั้น คาเมะเองอาจจะเจ็บน้อยกว่าก็ได้นะคะ คนอื่นเหมือนถูกทิ้งชัดๆ น่าสงสารใช่น้อยเลยนะคะ ความเจ็บจะมากน้อยอาจจะไม่ได้อยู่กับดีกรีที่โดนกระทำ แต่มันอยู่ที่คนคนนั้นก็ได้ อาจไม่ผิดที่คาเมะจะเจ็บที่สุดเครียดที่สุด แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะคาเมะเป็นฝ่ายกอดมันไว้เอง ส่วนคนที่เหลือ...อาการไม่ออกอาจจะเพราะเขาได้ระบายก็ได้มั้ง งิ
enz - กรี๊ด คำแทงใจ 'เค้าว่าเค้าหายไปนานแล้วนะ คนแต่งหายไปนานกว่า หึหึ' แง้วๆๆๆ ติดสอบอ่ะค่า TT TT ดีใจจังมีคนเชียร์จินแล้ว 555+ ป.ล. รู้ไหมคะว่าคอมเมนท์นี้ล่ะค่ะที่เป็นแรงผลักดันให้ลุกจากเตียงมาปั่นฟิค 555+ อยากจะถามมากๆว่าหล่อไปถึงโลกที่4มันเป็นยังไง มาแถลงไขด้วยนะคะ!!! อยากรู้เช่นกันค่ะ เขาว่าจินอืด จินฉุ สรุปว่ามันหล่อหรือคะ เล่าด่วนค่า!!! และขอยืนยันว่าคอมเมนท์นี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราจริงๆ ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ
[ตอบคอมเมนท์ยาวม๊ากกกกกก]
เจอกันปีหน้านะค้า~ [วิ่งไปอ่านหนังสือสอบ]

แต่ชอบเรียวโดยส่วนตัวมากค่ะ (คิดว่าคนนี้แข็งแกร่งน่าดูในหลาย ๆ อย่าง แม้ตัวจะขนาดกะทัดรัดก็เถอะ) เขียนจินได้เหมือนตัวจริงมานั่งเล่าเลยน่ะ..ประมาณว่ามันต้องตอบ No ตูไม่สน...แล้วน้องเมะก็ต้องยอมเอาตัวเข้าแลกแทนเพื่อไม่อยากให้หมูจินโดนดอง...หรือเปล่าค่ะ...แต่สนุกดีน่ะคาดเดาเนื้อหาไปเรื่อย ๆ +อ่านข่าวเก่าประกอบไปด้วย...ยัยป้านี้ก็เข้ามาทำวุ่นวายอีก...
แต่อยากให้ส่ง Peacefuldays [KA-TT-UN]..มาคั่นรายการกันด้วยบ่อยๆ..สนุกมากค่ะ
เล่าตรงนี้ละกัน 55+
จริงๆหลังสอบว่าจะปั่นฟิคให้เสร็จโดยไวนะคะ แต่บังเอิญไส้ติ่งอักเสบค่ะ 55+ ผ่าตัดได้อีก ตอนโทรบอกพี่แจน พี่แจนได้กรี๊ดใส่โทรศัพท์มาว่า "เข้าโรงบาลอีกแล้วเรอะ!" ฮ่าๆ ดังนั้นที่มาต่อช้ามากๆเนี่ย มีส่วนจากปัจจัยภายนอกมากมายนะคะ // กระพริบตาอ้อนปิ๊งๆ
#1 By renika on 2009-08-09 02:09