Ai no Command
posted on 14 Sep 2009 23:08 by asuka-jan in Co-Project
Fic UN : Ai no Command
Jan&Joy
.
.
.
.
"ข้อต่อไป หมุนเร็วโคคิ"
กิจกรรมทรูออร์แดร์ เกมสิ้นคิดของเหล่าหกหนุ่มคัตตุนยามรวมตัวกันในห้องพักโรงแรม ผ่านไปแล้วสามสี่ข้อพร้อมกับจอกว็อดก้าดีกรีสูงถูกรินออกจากขวดไปแล้วเกือบครึ่ง
หลังจากจอกที่มีโคคิดื่มไปเป็นรายล่าสุด ขณะนี้ปากขวดกลับไปสู่คนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม
"เฮ้ย ยู กินก่อนเว้ยแล้วค่อยเลือกจะทรูหรือแดร์"
ของเหลวไร้สีถูกรินเสิร์ฟมาให้ตรงหน้าอย่างรวดเร็วท่ามกลางรอยยิ้มกริ่มของผู้บริการ
"ฉันควรจะห้ามพวกนายตั้งแต่ต้นหรือเปล่า" คำบ่นอุบอิบไม่จริงจังดังขึ้นจากผู้อาวุโสที่สุด ก่อนที่จะเงียบเสียงไปด้วยการยกแอลกอฮอล์ขึ้นซดอย่างไม่เกรงกลัวในฤทธิ์ของมัน
"ทรู" ยูอิจิวางแก้วลงแล้วเลื่อนออกให้ห่างตัว "ฉันไม่เสี่ยงทำอะไรบ้าๆกับพวกนายแน่ๆ"
"แหม... เล่นจนหมดมาครึ่งขวดแล้วเพิ่งทำบ่น" โคคิประชดด้วยเสียงอ้อแอ้ "เอาล่ะ งั้นตอบมาซะดีๆ ในรอบเดือนนี้... ช่วยตัวเองกี่ครั้ง"
สิ้นคำถามคนที่เหลือก็หัวเราะพรืด ใช่สิ เกมนี้ยังไงก็ต้องวกเข้าเรื่องใต้สะดือ เพียงแต่ไม่มีใครคิดว่า มันจะเริ่มข้อแรกเอากับคนที่ดูไร้เดียงสาที่สุดก็เท่านั้น
"ไม่..."
"ไม่อะไรวะ ตอบดีๆ เสะ ไม่ได้ทำรึจำไม่ได้" จินซักด้วยความรำคาญ
"ไม่ได้ทำ" คำตอบง่ายๆพร้อมเสียงลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ ยูอิจิคว้าขวดแก้วมาไว้ในมือเหมือนจะตัดบทจบประเด็นไป
โคคิทำท่าจะอ้าปากขึ้นแย้ง แต่ยูอิจิก็เร็วพอที่จะหมุนขวดนั้นให้ทุกคนกลับไปเพ่งความสนใจกับปากแก้วที่กำลังจะหยุดต่อหน้าผู้โชคร้ายคนต่อไป
คราวนี้ขวดหมุนแรงและนานจนยูอิจิมีเวลารินน้ำสีใสใส่แก้วได้จนเกือบเต็มแก้ว
"เฮ้ย ฉันอีกแล้วหรือ" คาเมะร้องครางด้วยใบหน้าแดงก่ำ "แดร์ ข้อสุดท้ายแล้วนะ ไม่ไหวแล้วจะไปนอน"
"อ้าวทำไมไม่เลือกทรู"
"ก็จะทำไม ฉันอยากรู้นี่ว่ายูอิจิอยากให้ฉันทำอะไร"
คาเมะตอบจินที่นั่งอยู่ข้างๆ "ว่าไงยู สั่งมาๆ" ร่างบางท้าพร้อมกระดกว้อดก้าพรวดเดียวหมด
"จูบใครก็ได้ในวงที่ไม่ใช่จิน"
เรียวคิ้วเลิกขึ้นนิดหน่อยกับคำสั่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ตาเรียวกวาดมองคนทั้งวงอย่างครุ่นคิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น เสียงกระซิบนุ่มๆก็ดังขึ้นข้างหูจนอดยิ้มไม่ได้
"ฉันอนุญาตแค่ทัตจังเท่านั้นนะคาซึ"
คนอายุน้อยที่สุดคลานอ้อมหลังคนอื่นให้หลายๆคนผวากับสายตาที่มองตามของนักร้องนำ
คาเมะหยุดนิ่งอยู่ด้านหลังโคคิเพียงชั่วครู่ แกล้งให้รู้สึกวูบวาบกับลางร้าย ก่อนที่มือหยาบของอดีตนักเบสบอลจะเอื้อมไปตะปบเข้าที่แก้มนิ่มของคนที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้นให้หันมาแล้วประกบปากตามลงไปอย่างไม่ขลาดเขิน
ก่อนจะถูกผลักออกอย่างรวดเร็ว
"รังเกียจกันหรือทัตจัง" คาเมะร้องถามอย่างออดอ้อน และทัตจังยิ้มรับ
"ตกใจหมด ก็บอกกันก่อนสิ"
พอได้ยินดังนั้นร่างเล็กจึงยิ้มกริ่มด้วยดวงตาเยิ้มหวานก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปย้ำรอยอีกที
"ฉันสั่งแค่ครั้งเดียวคาเมะ" ทว่าพี่คนโตของวงโวยลั่นขัดจังหวะ
"อะไรเนี่ยไอ้ยู เสียงดับฉิบตกใจหมด" จุนโนะที่นั่งข้างยูอิจิยกเท้าขึ้นเขี่ยๆ ด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ทั้งจินและคาเมะ (ที่คลานกระดึ๊บกลับมาที่เดิม) มองหน้ากันแล้วหัวเราะเบาๆ
"อ่ะๆๆ ก่อนไปนอนคาเมะ ทำหน้าที่ด้วย หมุนซะ"
คาเมะหัวเราะเบาๆก่อนจะหมุนขวดอย่างอ้อยอิ่งให้หมุนอย่างช้าๆ จนคนที่ถูกเลือกต้องค้านขึ้นอย่างอดไมได้
"แกล้งกันหรือคาเมะ" คำตำหนิไม่เอาความของหัวหน้าวงได้แต่ชี้ให้เห็นถึงความเอ็นดูอย่างมากมาย
"ดื่มสิทัตจัง" แก้วบรรจุของเหลวกลิ่นฉุนจมูกค่อนแก้วถูกเลื่อนให้พร้อมรอยยิ้มประจบ "ทรูออร์แดร์ล่ะทัตจัง"
"ทรู"
"ว้า... แดร์ไม่ได้หรือ" คาเมะพ้ออย่างผิดหวัง
"ไม่ ฉันเลือกทรู ถามมา" ทัตสึยะท้าก่อนยกแก้วดื่มพร้อมรินใหม่รอข้อต่อไป
"ก็ได้ๆ งั้นจงตอบคำถามนี้ ก่อนฉันจูบทัตจังตะกี้นี้ทัตจังเคยจูบใครเป็นคนล่าสุด"
ฉับพลันทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แต่ไม่นานก็ถูกทำลายด้วยรอยยิ้มกลั้วเสียงหัวเราะและคำตอบที่ทุกคนรอคอย
"ไม่ได้จูบใคร"
"โกหก"
"เปล่าโกหก"
"งั้นถามใหม่ ไม่ใช่จูบใคร แต่เป็นจูบกับใคร" คนตัวเล็กแย้งอย่างดื้อดึง
"เสียใจคาเมะ นายมีสิทธิ์ถามข้อเดียว เอาล่ะ ฉันจะหมุนรอบใหม่แล้วนะ"
"ทัตจัง~" เสียงอุทธรณ์น้อยๆ ดังขึ้นก่อนที่เจ้าของจะสะบัดงอนเข้าห้องไป
"ไม่ตามไปหรือจิน" ยูอิจิหันไปถามคนที่ยังคงนั่งยิ้มกริ่มอยู่ในวง
"เดี๋ยวก็ได้" จินตอบอย่างอารมณ์ดีก่อนยกขวดขึ้นรินว็อดก้าใส่แก้วเพิ่มจนแทบล้น "เอาไปเต็มแก้วเลยละกันทากุจิ"
"ว่าไงวะ คราวนี้ทรูรึแดร์ เร็วดิ" โคคิเร่งจังหวะเกมให้เร็วกว่าเดิมเพื่อให้ไม่ต้องมีเวลาคิดกัน
"เออ แดร์ สั่งมาๆ"
ทัตสึยะที่ไม่ไวเรื่องแกล้งคนจึงนิ่วหน้า
"ลอกคำสั่งเก่าก็ได้ทัตจัง"
"ไม่เอา ขี้เกียจดูพวกนายจูบกัน ไม่เจริญตา"
"งั้นเอาอะไร"
"เอาเป็น ทำยังไงก็ได้ให้คาเมะกลับมาเล่นเกมที"
"โหย... เรื่องแบบนี้ทำไมไม่เก็บไปสั่งจินเล่า"
"ก็สั่งจินทำง่าย สั่งนายแหละ อยากจะรู้ว่ามีน้ำยาแค่ไหน"
"ก็ได้ๆ" จุนโนะพยักหน้ารับอย่างรำคาญ แล้วจึงลุกออกจากที่นั่ง ก่อนจะไปหยุดอยู่ข้างหลังจิน
"ท่านอาคานิชิคร้าบ กรุณาไปตามสุดที่รักของท่านออกมาจากห้องหน่อย" พูดเสร็จจุนโนะก็ลงคุกเข่าและก้มหัวจรดพื้นสามครั้ง เรียกเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆ ดังครืน
"จัดให้ แต่... แกต้อง..."
"อะไรล่ะ" โคคิเร่งยิกๆ
"งดเล่นเกมเดือนนึง"
ประโยคเด็ดง่ายๆที่ทำเอาทุกคนฮาครืนไปกับทากุจิสไมล์เวอร์ชั่นแข็งค้าง
"โหย ฉันไม่วานแกก็ได้วะ ไอ้ยู อะไรก็ได้ที่ไม่ให้งดเล่นเกม แล้วแกช่วยไปตามคาเมะให้หน่อย"
"ได้ แกเป็นหนี้ฉันจำไว้นะจุนโนะ" ยูอิจิที่ยังไม่คิดแกล้งใครก็เดินเข้าห้องคาเมะไปโดยไม่เล่นตัว
"แบบนี้สิวะเพื่อนกัน งั้นฉันเริ่มข้อต่อไปเลยนะเพื่อไม่ให้เสียเวลา"
แล้วคนใจร้อนก็หมุนขวดโดยไม่รอผลงานจากผู้มีบุญคุณ
"ฮ้า ทัตจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจเอาคืนนะ แต่รับแก้วนี้ไป แล้วบอกมาว่าทรูออร์แดร์"
ยังไม่ทันที่ผู้นำของวงจะเลือก ยุอิจิก็สามารถตามคาเมะออกจากห้องนอนมาได้ แต่ไม่ได้มาลำพัง หากหนีบหมอนมิคกี้คู่ใจ เพื่อมานอนคู้ตัวเคียง 'คนรู้ใจ' ด้วย
"แดร์"
"อ้าว ทำไมคราวนี้ไม่ทรู" ผู้มาใหม่ร้องถาม
"ก็อยากรู้ว่านายจะสั่งให้ทำอะไร" หัวหน้าวงยกยิ้มอย่างไม่สะท้าน
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้คนคอแข็งสูญเสียการครองสติแต่อย่างใด
"อย่าเล่นอะไรแผลงๆ กันอีกนะ" คนที่เพิ่งทรุดนั่งลงเอ่ยขึ้นเรียบๆ
"คนที่เริ่มเล่นคนแรกมันก็นายไม่ใช่หรือ" จุนโนะยิ้มใส่ตาให้ยูอิจิ ก่อนจะหันไปหาคนที่นั่งนิ่งรอคำสั่ง
"เอาล่ะ เพื่อเป็นการแก้แค้นไอ้จินเมื่อกี้นี้ ทัตจัง จงดีฟคิสกับคาเมะสามนาทีอย่างต่ำ"
"เฮ้ย" ... "บ้าหรือ" ... "เอาจริงหรือเนี่ย" ... "แกกล้าหรือไอ้โนะ"
"ไม่บ้า เอาจริง และฉันกล้าจริงโว้ยไอ้จิน ว่าแต่ทัตจังอ่ะ กล้าอ๊ะเปล่าาาา..."
"ก็ฉันเลือกแดร์แล้วนี่" รอยยิ้มไม่ใส่ใจปรากฏขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กของหัวหน้าวงจะเคลื่อนไปอยู่ข้างๆ คนที่นอนกึ่งนั่งพิงคนรู้ใจอยู่อย่างง่วงงุน
"คาเมะๆ" แรงเขย่าเบาๆทำให้ตาปรือปรอยของคนใกล้หลับช้อนมองมาอย่างมึนงง
"ทัตจัง!!" เสียงครางต่ำดังขึ้นจากคนที่เป็นพนักพิงจำเป็น แต่คนที่มีอำนาจเหนือกว่าใครก็ทำเพียงแค่ยิ้มรับอย่างไม่เกรงกลัว
"อนุญาตมั้ยคาเมะ"
"ด๊ายยย สำหรับทัตจังได้อยู่แล้ว แต่มีข้อแม้นะ จูบกับฉันเสร็จแล้วต้องไปนั่งตักยูตลอดเกม ทำไม่ได้ก็จงโดนปรับเป็นยกหมดขวด..."
ทางเลือกที่มีให้ทำเอาทัตจังหิวว้อดก้าขึ้นมาทันที เขาไม่แคร์หรอกที่จะโดนปรับ หากศักดิ์ศรีที่จะโดนลบหลู่ทันทีในฐานะผู้แพ้สิมันค้ำคอ
"โอเค"
แล้วจูบมาราธอนก็เริ่มขึ้น...ด้วยริมฝีปากที่นาบกันเพียงบางเบา และไม่มีใครประท้วงได้เพราะทัตสึยะเอาตัวเองบังคิสซีนนั่นจนมิด
แล้วเสียงครางกับการขยำไหล่ของคาเมะก็ช่วยผลักจินตนาการของคนที่มองไม่เห็นให้บรรเจิด
"พอๆๆๆ จะอ้วก" บรรเจิดจนมีบางคนทนไม่ได้
"อ่าว ครบสามนาทีแล้วหรือ" ทัตสึยะที่หอบน้อยๆเงยหน้าถามคนที่กระชากไหล่เขาให้แยกจากคาเมะ ยูเม้มปากแน่นก่อนจะตวัดสายตาคาดโทษกลับไปที่ตัวต้นเหตุ
"เลิกเล่นกันเถอะ...ฉันง่วงมากแล้วล่ะ" คาเมะที่พลิกตัวซบหน้ากับหมอนครางขึ้นเบาๆ
"ไป ไปนอน" จินสะกิดคนที่ทำท่าจะซุกตัวนอนตรงนั้นให้ลุกขึ้นตาม
คนอื่นที่เริ่มจะรู้สังขารว่ามีสิทธิ์จะไปทำงานพรุ่งนี้ไม่ไหวจึงพากันจะแยกย้ายไปนอนถ้าไม่ติดที่เสียงค้านของจุนโนะ
"ไม่ยุติธรรมนี่" ชายหนุ่มกอดอกมองคนตัวเล็ก "เงื่อนไขของคาเมะนายยังไม่ทำตามเลยนะทัตจัง"
"ก็มันจบเกมแล้ว" ทัตสึยะจ้องตอบกลับไป
"ก็ใช่อยู่...แต่ทำไม่ได้ก็ต้องดื่มให้หมดไม่ใช่หรือไง มันจบเกมแล้วก็เท่ากับนายยังไม่ได้ไปนั่งตักยู แล้วก็ทำไม่ได้แล้วด้วยไม่ใช่หรือ"
"คาเมะยังไม่ว่านายจะมาท้วงแทนทำไม"
ทัตจังไม่สนใจคำค้านของใครจัดแจงเก็บทั้งแก้วและขวดเหล้าเข้าตู้เย็นและเดินหายเข้าห้องตัวเอง
คนทั้งหมดจึงกลับมาจ้องที่ตัวคนวางเงื่อนไขแทน แต่พอเห็นว่าหลับอุตุภายใต้อ้อมอกอุ่นของใครบางคนไปแล้วก็ได้แต่ส่งเสียงขัดใจ
"เซ็งเลยว่ะ นานๆ จะเห็นทัตจังโดนไล่ต้อนบ้าง สุดท้ายก็ชวดอีก" โคคิบ่นอย่างหงุดหงิด แล้วจึงลากจุนโนะที่ยังฮึดฮัดไม่เลิกเข้าห้องนอนไปบ้าง ทิ้งไว้แต่ยูอิจิผู้เป็นรูมเมทเดิมของจิน
ยูอิจิกรอกตาไปมา ก่อนจะสะบัดหัวไปมาสองสามครั้งเพื่อไล่อาการมึนงงจากปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เขาไม่ใช่คนที่ชอบดื่มหรือคอแข็ง ปริมาณไม่มากก็สามารถทำให้เขาออกอาการได้ไม่ยาก
หลังจากตรวจความเรียบร้อยในห้องพักและจัดแจงปิดไฟด้านนอกจนหมดก็คลำทางไปยังห้องที่มีผู้จับจองเพียงคนเดียว
"นอนหรือยัง" น้ำเสียงกระด้างไม่รื่นหูของคนที่เพิ่งเข้ามาทำให้ทัตสึยะอดที่จะแปลกใจไม่ได้
แต่คงไม่ต้องตอบ เพราะยูอิจิเข้ามาแล้วยืนจ้องตากับเขาที่กำลังนั่งตัวตรงบนเตียง
"อะไร"
"จูบสนุกดีมั้ย"
คำถามชวนหาเรื่องทำให้ทัตสึยะหรี่ตาดูสภาพการคงสติของอีกฝ่ายแทนคิดคำตอบ
"ฉันถาม" และกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาจากท่าทีคุกคามก็ทำให้เขาเลือกจะลุกหนี
"ถ้าเมาแล้วก็นอนซะ"
"แล้วเงื่อนไขนั่นล่ะ...ยังไม่ทำตามเลยนะทัตจัง" แรงดึงไม่มากแต่ก็แรงพอที่จะทำให้คนที่ไมได้ตั้งตัวเพราะคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าล้มลงกองกับฟูกได้ไม่ยาก
"อะไร" ทัตสึยะจ้องตาอีกฝ่ายโดยพยายามกดความหวาดหวั่นให้แนบเนียน "จบเกมแล้วก็ถือเป็นโมฆะไปสิ"
"หึ...จะมาโกงซึ่งๆหน้าเลยหรือ" เสียงหัวเราะที่ไม่คุ้นหูทำให้คนถูกถามต้องถดตัวหนีอย่างอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ายปีนขึ้นมาอยู่บนเตียงเต็มตัว
"นายเมามากแล้วยู ถอยไป"
"ก็แค่นั่งตัก ทำไม นายกลัวว่าฉันจะทำอะไรมากกว่านี้หรือ"
เสียงที่บ่งบอกความน้อยใจสะบัดกร้าวไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น แววตาของยูอิจิแดงก่ำไม่แพ้ใบหน้าและลำคอทำให้ทัตสึยะเริ่มหาวิธีประนีประนอมมากกว่ายั่วยุอีกฝ่ายให้โกรธด้วยความเด็ดขาดของตัวเอง
"ฉันจะกลัวนายทำไม นายไม่ทำอะไรฉันอยู่แล้ว แต่นายเมามาก รู้ตัวใช่มั้ย ไปนอนเถอะ"
หากแต่ถ้อยคำโอนอ่อนพร้อมการดักคอไม่ช่วยอะไรเลย... ยูอิจิยังไม่หยุดการระราน
"แน่ใจหรือ" เสียงกดต่ำในลำคอของอีกฝ่ายบีบให้ทัตสึยะต้องเร่งหาทางอื่นต่อในทันที ดวงตาคมเหมือนแมวกวาดมองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว
"ทัตสึยะ" คำกระซิบแผ่วที่ข้างหูส่งผลให้ผลักไหล่อีกฝ่ายออกอย่างอัตโนมัติ ทัตสึยะถดตัวไปจนชิดหัวเตียง
"นายควรจะไปนอนได้แล้วยูอิจิ เดี๋ยวนี้เลย!" แต่ปลายเสียงสั่นอย่างเก็บไม่อยู่พร้อมกับแววตาหวาดระแวงนั้นเหมือนจะยิ่งเป็นการสุมกองไฟให้ลุกไหม้มากขึ้น
"ฉันจะนอนได้ก็ต่อเมื่อนายรักษาสัญญา! ทำไม
จูบกับคาเมะได้แต่รังเกียจฉันหรือ"
ทัตสึยะสงสัยในความหวาดกลัวของตัวเองนัก เขาแน่ใจว่าตัวเองไม่มีทางแพ้หากสู้กันจริง
เขาเหนือกว่าทั้งสติและแรงกายหรือเชิงมวย แต่เมื่อยูอิจิก้มจมูกลงมาฝังกับในหน้าของเขาแบบนี้
เหตุใดเขาจึงไม่มีปัญญาหาทางรอดจากแรงรัด
"ปล่อย ปล่อยฉันยู"
"ไม่"
ยูอิจิไซ้จูบทัตสึยะที่หนีหน้าไปทางซ้ายทีขวาที พร้อมด้วยยกตัวของคนที่ดิ้นพล่านขึ้นมาดิ้นต่อในพื้นที่หว่างขาของตน
คนเชื่องช้าอยู่เสมอรุกเร้าทัตสึยะจนเขาตั้งตัวไม่ติด ทำได้แต่ร้องและปัดป้องไปตามเรื่องตามราว
"ยูอิจิ ปล่อย!"
คือเสียงร้องที่หวังจะเรียกสติของคนที่ไม่เคยกล้าให้กลับเป็นคนเดิม
ทัตสึยะพยายามผลักใบหน้าของอีกฝ่ายออกไป แต่มือที่สั่นระริกก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น และสัมผัสร้อนที่นาบลงมาตามผิวทำให้เริ่มจะสิ้นเรี่ยวแรงลงไปทุกที
จนสุดท้ายสองมือก็ถูกรวบและวางนาบกับเตียง พร้อมกับร่างกายที่ถูกกดลงไปด้วยตัวทั้งตัว ทัตสึยะใจหายยิ่งกว่าเก่าเมื่อสถานการณ์เริ่มเลวร้ายและดูยากจะยุติ
"ร้องเลยทัตจัง คนอื่นจะได้มาช่วย เสียงดังๆ เพื่อนๆ จะได้รู้ว่าห้องนี้มีอะไรเกิดขึ้น"
คำขู่ช่างแสนน่าผิดหวังและน่าเจ็บใจเพราะไม่อยากเชื่อว่าจะถูกเอ่ยออกมาอย่างคนแบบนากามารุ ยูอิจิคนนี้... แต่โชคร้ายที่จับจุดได้ถูกต้อง ทัตสึยะไม่กล้าร้องอีกแม้ภายในใจจะโกรธแสนโกรธ
แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งจนเกือบจะร้องห้ามออกมาดังๆ ทัตสึยะกัดปากตนเองแน่นพร้อมกับพยายามพลิกตัวหนีจากฝ่ามือที่สอดเข้าไปใต้เสื้อ
ชายเสื้อถูกรั้งขึ้นจนหลุดออก แม้จะทุลักทุเลจากอาการดิ้นไม่หยุดของผู้ใส่ไปบ้างแต่ก็ไม่สามรถถ่วงเวลาได้นานนัก
"นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ!" โวยวายเสียงแผ่วได้แค่นี้ก็ถูกปิดปากอีก แม้จะโดนกระตุ้นเป็นระยะจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปทั่วโดยเฉพาะจุดไวความรู้สึกกลางหน้าอก แต่ทัตสึยะก็รู้สึกคล้ายจะหมดสติลงไปทุกที
"ฉันรักนาย รู้บ้างมั้ย"
ยูอิจิถามกับริมฝีปาก จังหวะที่เร่งร้อนผ่อนคลายลงทันทีเมื่อประโยคนี้หลุดออกมา คล้ายว่าอยากให้เวลาคนเบื้องล่างได้หายใจหายคอและตอบจริงๆ
"ไม่รู้... ปล่อย นากามารุ!" หวังใจสุดท้ายว่าน้ำเสียงที่เข้มและปั้นแต่งให้ห่างเหิน จะกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นพร้อมทั้งเตือนสติผู้ที่อยู่ด้านบนได้สำเร็จ
ทว่ามันกลับกลายเป็นอาวุธชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้อดีตคนดีเจ็บช้ำ เจ้าของนามสกุลกดสัมผัสลึกซึ้งแรงขึ้น
ไม่ว่าจะช่วงบน...หรือช่วงล่าง
ทั้งที่ใจนึกอยากจะหยุดทุกการกระทำ แต่ร่างกายกลับไม่สามารถขยับได้อย่างต้องการ
ตกใจ...และหวาดหวั่น กับสัมผัสของเพื่อนสนิทที่ไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ ความชิดใกล้ในฐานะเพื่อนยิ่งทำให้ผู้ถูกกระทำยิ่งร้อนใจ แต่ก็ใจหวิวอย่างไม่น่าให้อภัย
ความวาบหวามตีตื้นขึ้นมาจนไม่สามารถยั้งอะไรอยู่ การประคองสติที่เลือนรางเต็มทนบอกให้เจ้าตัวรู้เพียงแต่การเน้นย้ำจากแรงของอีกฝ่ายเท่านั้น
"ยู..."
ทั้งที่หวงแหนความเป็นลูกผู้ชายมากแต่ตอนนี้กลับนึกเกลียดมันที่สุด
เพศที่ถูกปลุกเร้าได้ง่าย และไม่นึกห่วงความเสียหาย...
จะมีก็แต่เสียใจ ที่เพื่อนที่รักและไว้ใจที่สุดกำลังทำอะไรโดยไม่คิดถึงใจของเขา
เสียงครางหวานดังขึ้นอย่างน่าปลาบปลื้ม เสียดายที่ยูอิจิไม่ค่อยรับรู้ การทำงานของร่างกายขณะนี้ถูกผลักดันด้วยสัญชาติญาณและความปรารถนาลึกๆ
จับอย่างที่เคยอยากจับ จูบ...ฟัดอย่างที่เคยได้แต่นึกอยากจูบ ความลิงโลดที่เกิดขึ้นในจิตใจไม่ได้มาจากแรงตอบสนองของคู่กรณี แต่เป็นด้วยการได้กระทำอย่างที่ใจเคยฝันมานานแสนนาน
แต่ถึงอย่างไร ภาพร่างเปลือยเปล่าก็จับจิตจับใจจนคนเมามือสั่นพร่า ยูอิจิละตัวออกให้คนด้านล่างผวาเบิ่งสายตามอง
จากนั้นแค่ชั่ววินาทีเดียวมันก็หลับพริ้มอย่างไม่ทันตั้งรับ เมื่อยูอิจิก้มลงจูบ ลงลิ้นชิมรสหวานหวานอย่างเร่งร้อนทั้งปากทั้งหน้าไม่มีเกรงใจ
แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายจะตอบสนองกับการรุกเร้า
ทัตสึยะเลือกที่จะเบือนหน้าหนีแทนที่จะหลับตาให้รับรู้ถึงรสสัมผัสชัดเจนขึ้น หน้าท้องหดเกร็งหนีจากปลายนิ้วที่ลากไล้ไปมาอย่างจาบจ้วง ในเวลานี้ยูอิจิไม่จำเป็นต้องเสียแรงกับการจัดการกับการปัดป้อง มือที่สิ้นเรี่ยวแรงได้แต่ขยำผ้าปูเตียงเพื่อระงับอารมณ์อันฉุดไม่อยู่
เนื้อผ้าที่ยังอยู่ครบชิ้นเสียดสีกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มจากการทาบทับจนแนบสนิท เจ็บใจก็เจ็บใจ...ที่ต้องเป็นฝ่ายเปลือยกายให้เชยชม อยากให้ทุกอย่างจบลงเพียงตรงนี้...หยาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดซึมลงกับหมอนซึ่งใช้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียว
แต่แล้วเสียงกระซิบที่ข้างหูก็ทำร้ายกันซ้ำอย่างไม่ปราณี
"ต้องการฉันใช่ไหมทัตสึยะ"
ลิ้นสากแตะลงที่ติ่งหูอย่างแผ่วเบา แต่ก็ทำให้ร่างนั้นกระตุกสั่นด้วยความผวา คำถามที่อยากจะปฏิเสธแต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงอุทธรณ์อะไรออกไปได้ ทำให้ทัตสึยะได้รับรู้ถึงชะตากรรมที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยง
เพราะเป็นยูอิจิ...ถึงได้เสียศูนย์อย่างที่ไม่เคยเป็น และก็เพราะเป็นยูอิจิ...จึงเสียใจที่สุด
เจ็บแค้นแค่ไหนก็เอาคืนได้แค่ปลายเล็บ ถึงรู้ว่าอาจจะเทียบไม่ได้เลยกับริมฝีปากที่ขบไว้ด้วยฟันตัวเองจนแทบได้รสเลือด ริมฝีปากของเพื่อนระต่ำลงไปเรื่อยๆ รอยเล็บบนแผ่นหลังของยูอิจิก็ลากยาวขึ้นเช่นกัน
สวนทางกับการเคลื่อนไหว เรียวขาที่เป็นมัดกล้ามสวยงามของทัตสึยะก็ถูกยกขึ้น คนเมาสร้างรอยหลักฐานการสำรวจไว้ทั้งซ้ายและขวา สลับกันไป...โดยใกล้จุดวาบหวิวสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
"ยูอิจิ!"
คำบริภาษยาวเหยียดลอดออกมาแค่ชื่อ ทัตสึยะกัดริมฝีปากแรงจนไม่อยากเชื่อว่าจะแรงได้อีก
"ทัตสึยะ ฉันรักนาย" หวาดเสียวไปถึงช่องท้องแล้วผู้ถูกรุกเร้าก็โดนจุมพิตแผ่วที่ริมฝีปากอีกครั้ง ทัตสึยะหมดสิทธิ์ทำร้ายตัวเองด้วยปลายลิ้นที่เลียซับรอยฟันและรอยหยดน้ำใส
ยูอิจิทอดเวลาให้เพื่อนที่หอบหายใจจนตัวโยนด้วยการจับมือบางนำให้แตะต้องอาภรณ์ของตน ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อท้ายที่สุดคนอยู่ด้านบนก็เปลือยเปล่าไปด้วยกันจากฝีมือของคนไม่เต็มใจ...
เพลิงตัณหาทำให้เผลอเอาแขนโอบรัดอีกฝ่ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผิวเนื้อที่เสียดสีกันยิ่งโหมกระพือความต้องการที่มากล้นของทั้งสอง เรียวขาถูกแยกออกอย่างง่ายดาย นอกเหนือความผิดชอบชั่วดีที่ถูกบดบังด้วยแรงอารมณ์
นิ้วเรียวสวยค่อยๆ เคลื่อนไปตามแนวสะโพกก่อนจะสอดใส่เข้าไปในช่องทางที่ไม่เคยถูกรุกล้ำ ทัตสึยะสะดุ้งสุดตัวและพยายามขัดขืนความรู้สึกแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาในร่างกาย แต่โดยที่ไม่รู้ตัว...ช่วงล่างนั้นกับตอบรับความจาบจ้วงนั้นอย่างไม่มีการต่อต้าน
.
.
.
.
.
.
.
เฟดเข้าโคมไฟ ที่เหลือไปจิ้นกันเองนะคะทุกโค้นนน 55+
เรื่องนี้แต่งกันผ่าน MSN กันมาเป็นปีแล้ว และไม่ได้ต่ออีกเลยเพราะต่อไม่ติด
ดังนั้นมันคงมีอยู่แค่นี้ไปชั่วชีวิตไม่มีทางยาวไปกว่านี้อีกแน่นอน
เพราะงั้น...จึงเอามาโพสทั้งอย่างนี้แหละ หุหุ
ว่าแต่ๆ อยากให้ร่วมเดากันดูนะคะ ว่าสีน้ำเงินกับเขียวเข้มเนี่ย
อันไหนของ Asuka อันไหนของ Renika
ถ้าทายถูก...ไม่มีอะไรจะให้
แต่ที่แน่ๆ ถ้าทายผิด ไม่มีอะไรจะเสียค่ะ 555

ชีวิตเศร้าชาวเกย์ มันไม่จบ ไม่จบ ก็ไม่จบ
น่าจะพี่แหละ(แน่นอน 555)
#1 By renika on 2009-09-14 23:48