Peacefuldays [KA-TT-UN]...HBD UN
posted on 27 Sep 2009 23:50 by asuka-jan in Short-fic
HBD UN เจ้าค่ะ 4 เดือน 9 กับ 4 เดือน 10 เหมาๆ
เรื่องนี้จบนะ แต่ว่า...สั้นโพดๆ
อ่านก่อนแล้วค่อยคุยเนอะ
เตียงนุ่ม... แผ่นหลังที่ถูกบังคับให้ทอดยาวลงไปเกือบฝังลงไปในความนุ่มนั้น รวมถึงกลิ่นหอมรัญจวนใจ ยูอิจิปฏิเสธไม่ได้ว่าเตียงนี้น่านอน ความเหนื่อยอ่อนจากการงานที่หนักหนาและเจ้าของห้องยังน่าดึงดูดขึ้นทุกวันๆ...
เพียงแต่เขายังไม่ทันจะขอค้างคืน คนที่ชวนให้มากินหม้อไฟรอบดึกด้วยกันก็ดันไหล่ให้ศีรษะเขากระแทกหมอนเสียแล้ว
“นากา...มารุ”
“นายจะทำอะไร”
เจ้าของห้องหรี่ตามองคนเบื้องล่าง โน้มหน้าลงใกล้ เผยอริมฝีปากกระซิบติดปาก
“ถามจริงๆ นะ นาย...นึกอยากกอดฉันบ้างมั้ย...”
“....ไม่” ยูอิจิส่ายหน้าดิก
“ทำไมล่ะ!”
“ความรักของฉันไม่ใช่เซ็กซ์นี่”
ทัตสึยะยกตัวขึ้นสะบัดหน้าหนี
“พูดจาน่าเบื่อจัง”
“........”
แต่แล้วผู้กุมอำนาจก็ก้มลงมาอีกครั้งหาคนที่ยังกลอกตาไม่ทันเสร็จ
“งั้นความรักของนายคืออะไรล่ะ”
คำถามที่ง่าย แต่ตอบยากทำให้ยูอิจิคิดนาน
“ดูเผินๆ... ฉันเป็นพวก agape ใช่มั้ย... เสียสละ แค่อีกฝ่ายมีความสุขก็พอ” ทัตสึยะส่ายหน้าขำ “แต่นายคงรู้ว่ามันไม่ใช่ ที่จริงแล้วฉันมันเป็นพวกเห็นแก่ตัว...”
“.......”
“เพราะความรักของฉันก็คือ การได้ความรักตอบกลับมา ฉัน...จะไม่คิดฝันไปไกลด้วยรักข้างเดียวเด็ดขาด”
.
.
“ฉันรักนายนะ”
เจ้าของเสียงแหบเอ่ยช้า...ชัด ยูอิจิยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมสีอ่อนที่ปรกลงมาตามแรงโน้มถ่วง นิ้วเรียวสวยที่ใครๆ ชื่นชมแทรกเข้าคลึงกระหม่อมด้วยความอ่อนโยนเช่นเดียวกับรอยยิ้มของเขา
“ปัญหาคือ นายรักฉันเหมือนที่ฉันรักนายหรือเปล่า...”
“ต้องรักแบบเดียวกันด้วยหรือ” คนอายุอ่อนเดือนมุ่นคิ้ว
“........นายคิดว่ายังไงล่ะ”
“อืม...” ใบหน้าอ่อนปียับยู่ด้วยความครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย ทั้งที่ยังกัดริมฝีปากหนาของตนเอง
“ถ้ามีความต้องการเหมือนกัน อยากอยู่ด้วยกันไปตลอด ไม่ทอดทิ้ง... ก็น่าจะพอแล้วนี่”
คนฟังยิ้ม
“อืม ก็คงพอล่ะมั้ง”
“นายหลอกให้ฉันสารภาพรักกับนายอยู่หรือเปล่าฮะ”
“ฉันเคยหลอกใครที่ไหน” ผู้ที่ตกเป็นเชลยอยู่นานแสนนานพลิกตัวรับช่วงความเมื่อยแขน “ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายกลัว... กลัวนายจะหลอกตัวเอง เพื่อมาหลอกฉัน ลองใจฉัน ล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน”
เหยื่อที่ถูกรุมแกล้งตลอดกาลเอ่ยเสียงเข้ม แต่สายตาไม่เข้มตามเสียง ติดจะใจดีคงเอกลักษณ์กับเนื้อความประชดประชันตัดพ้อ
“หลอกไม่หลอก... ถ้านายจะทำอะไรตอนนี้ คืนนี้... ฉันจะยอมทั้งหมดจริงๆ นะ”
“................”
“............”
ทั้งถ้อยคำเอาแต่ใจและท่าทีเย้ายั่วของคนที่ทอดร่างสบายเรียกความปั่นป่วนในช่องท้องของผู้ถูกท้าทายไม่น้อย ยูอิจิหลับตา...กดคางชิดอกอย่างคนคิดหนัก
“ถ้าฉันปล่อยโอกาสให้หลุดไปคงเป็นไอ้โง่น่าดู”
“ก็นายเป็นคนดีนี่...”
“ฉันควรจะเป็นคนดีกับนายด้วยหรือ”
บุรุษสุดประเสริฐของเกาะญี่ปุ่นปั้นหน้าโหด
“ฉันไม่ใช่คนดี นายไม่ต้องดีกับฉันก็ได้” ทัตสึยะยิ้มแป้น ทดสอบพลังคิวเทนของอีกฝ่ายด้วยฝ่ามือทั้งสอง
ก่อนจะถูกรวบ... จับไว้จากคนดีคนเดิม
“ฉันทำให้คนที่ฉันรักผิดหวังแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกัน เพื่อนสนิททั้งสองต่างมองตาเพื่อค้นหาความในจากอีกฝ่าย พร้อมๆ กับที่หมกมุ่น...กับความคิดความต้องการในใจของตัวเอง
จนสุดท้ายคนที่ใจเด็ดกว่าเสมอเอ่ยคำพูดไม่คิดมากออกมา
“ยูอิจิ... ฉันหวังให้มันเกิดอะไรขึ้นนะ ไม่ใช่แค่นายหรอกที่เบื่อสิ่งที่เราเป็นตอนนี้ เบื่อการรอคอย...”
“เลยคิดจะวัดดวงหรือ”
“ฉันพร้อมที่จะก้าวข้ามมันแล้วต่างหาก”
“..........”
“นายพร้อมจะก้าวไปด้วยกันมั้ย”
ถ้อยคำท้าความเป็นชายทำเอาหัวใจหนุ่มไม่น้อยเต้นแรงเร็วขึ้นอีก เลือดมาคั่งรวมอยู่ตรงกลางอก ถ้าระเบิดตอนนี้คงจะได้รู้ว่าสิ่งที่ดำเนินอยู่เป็นเพียงฝัน
“ถึงไม่พร้อม ฉันก็จะพานายไป”
กระทั่งวินาทีนี้ยูอิจิก็คิดว่าตนเองกำลังฝัน
“ฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวัง”
เพราะมันช่างไกลเกินกว่าที่จะจริงได้
“ฉันรู้...”
“ยูอิจิ ฉันรู้”
.
.
.
ความรักที่เก็บซ่อนไว้...ลึกเสียจนไม่คิดว่าจะท่วมท้นออกมาเหมือนเด็กหนุ่มเพิ่งรู้รัก ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยอย่างไม่ทันได้เตรียมตัว ความเป็นเพื่อนถูกโยนทิ้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไว้ข้างเตียง... ยูอิจิกดกอดอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยแรงกำลังที่พอจะมี
ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเนิบช้า...ด้วยความไร้ประสบการณ์จริงของคนทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีอะไรสะดุด เพราะธรรมชาติที่สอนให้ไม่มีสิ่งใดยากจนเกินไป
และการตัดสินใจ ที่ไม่มีใครคิดกลับหลัง
“ถ้ารุ่งเช้านายนึกเสียใจ ฉันจะไม่ให้อภัยนายเลย ทัตจัง”
“ขลุกขลักหน่อยนะ”
เพอร์คัสชั่นหนุ่มกล่าวแก้เขิน ครั้งแรกที่ไม่มีวันลืมจนตายผ่านไปอย่างวิเศษยิ่งกว่าฝัน ลมหายใจหอบเหนื่อย ปอดแข่งกันขยายวัดว่าใครจะขาดใจตายก่อนใคร...ในอกที่พองยุบทาบทับรับส่งกันเป็นจังหวะประสาน
เจ้าของห้องกลิ้งตัวลงมาคว่ำหน้ากดจมูกดมกลิ่นตัวเองในผ้าปู ปล่อยให้แสงจันทร์ในคืนไร้เมฆสาดส่องหัวไหล่มนและแผ่นหลังที่ไร้ไขมัน
ยูอิจิมองเพลิน คิดจะเอื้อมมือไปลูบไล้ หากว่าไม่ได้ยินเสียงอู้อี้ตอบมาเสียก่อน
“ก็ไม่ต่างจากที่คิดเท่าไหร่”
มือที่ยกค้างไว้รวบเอวบางแต่แกร่งดันเข้ามาหาตัว หลังจากที่ตกตะกอนได้ว่าคู่กรณีเอ่ยความประเภทไหนออกมา
“คิดซุกซนจังนายนี่”
“ก็ฉันมันพวกชอบคิดชอบฝัน”
“อืม... แต่ไม่ชอบเสี่ยง” ชายที่ขี้กลัวไปเสียหมดพูดเย้ยเยาะ
อุเอดะคนกล้า กล้ามือพังเพื่อจะได้ต่อยมวยสนองเทสโทสเทอโรน กล้าโดนบันจี้ความสูงยี่สิบเมตรโดยไม่มีลังเล แต่ไม่เคยกล้าโทรหาสาวที่อุตส่าห์ไปขอเบอร์มา ไม่กล้าเริ่มบทสนทนากับคนที่ไม่สนิท
“ใช่สิ คนมันขี้ขลาด” หนุ่มแฟนซีที่นิยม SM แต่ขี้เหงาได้แต่ส่งเมลหาเพื่อนในวงไปวันๆ
ยูอิจิแนบกายกระชับ ใช้ทุกนาทีทองที่ยังอยู่ในสัญญาให้คุ้มค่า
“ไม่เป็นไร ฉันรอได้...” เพราะรอมาแล้วหลายปี วนเวียนอยู่ไม่เคยพ้นรัศมีที่เพื่อนรักคนนี้จะหันมาเห็น
“ไม่ต้องรอแล้ว”
“....จริงหรือ”
“ฮื้อ ฉันไม่ชอบเล่นเกมจ้องตาน่า...”
คนขลาดเฉพาะกาลปัดหน้าที่ประดับด้วยจมูกโด่งออกไป อย่างไม่อยากให้เห็นตัวเองที่ไม่คิดอยากจะเขิน (แต่เขินอยู่ >////<)
คนดีก็ยังเป็นคนดีวันยังค่ำ และเพราะรู้จักกันดีพอ...นานพอ ใบหน้าหายากที่ควรค่าแก่การเห็นสามารถนึกภาพได้เองโดยไม่ต้องพิสูจน์ให้ใครต้องอับอาย
“งั้นก็นอนซะ” พี่ชายผู้มีน้องสาวสองหน่อกล่อมคนในอ้อมกอดด้วยเสียงนุ่มเย็น
“เฮ้อ.......ไม่เคยนอนกับใครมาก่อนเล้ย”
“ฝึกไว้...”
แม้ไม่มีอะไรน่าขำ แต่ทัตสึยะกลับหัวเราะออกมาจริงจัง เรียกความงงงันจากอีกคนมากมาย
“ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นนาย คำพูดแบบนี้เหมะจะออกจากปากจินมากกว่านะ”
คำเฉลยทำให้คนอารมณ์เย็นเสมอหน้าตึง ถึงจะเป็นเพื่อนๆ กัน แต่เวลาแบบนี้คงไม่มีชายคนไหนอยากได้ยินชื่อชายอื่น
“นายไม่ใช่คาเมะ”
“อยู่แล้ว... แต่ฉันเริ่มเข้าใจหมอนั่นละล่ะ”
“เข้าใจอะไร?” คนไม่ยอมนอนหัวเราะคิกอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนจากนอนตะแคงไหล่คู้มานอนหงาย หันหน้าที่ข่มความเขินอาย (จนเหมือนไม่เคยมี) ได้แล้วมาคุยเฟื่องให้คนข้างๆ ฟัง
“ก็... ฉันเคยถามคาเมะว่า... ไม่นึกอยากเป็นฝ่ายกดบ้างหรือ”
“หือ? กดไอ้จินเนี่ยนะ”
“ไอ้บ้า!... ฉันหมายถึงผู้หญิง หรือว่าใครก็ได้...ในฐานะผู้ชาย” ด้วยไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเพื่อนรุ่นน้องจึงยอมทิ้งสัญชาตญาณของความเป็นชายได้ลงคอ
“อา...แล้วคาเมะว่ายังไงล่ะ”
“หมอนั่นบอกว่า...” ทัตสึยะหยุดสูดลมหายใจลึก
“เซ็กซ์คือการหาความสุขทางกาย รูปแบบไหนก็ไม่เป็นไร เพราะมันสำคัญที่ความร่วมมือร่วมใจ...ของคนที่มีหัวใจเดียวกัน”
ประโยคเลี่ยนๆ ที่ลอกมาทุกคำทุกวรรค ไม่อยากจะบอกว่าคนพากย์กระดากปากแค่ไหน...
“แนวคิดแบบนี้ไม่น่าบรรลุเองได้นะ”
“จินคงกล่อมสอนกันมามั้ง...”
“แต่ก็ไม่ผิดนะ ถ้ามีความสุข และ...มีคนที่มีใจตรงกัน”
ตอนนี้คนหน้าแดงหน้าร้อนทะลุองศาร้อยไม่ใช่คนเก่าอีกแล้ว แต่เป็นยูอิจิผู้อุตส่าห์ทำขรึมมาได้ตั้งนาน ที่สุดของวินาทีโกลเด้นโกลด์ คนแก่ยิ้มกว้างโชว์ริ้วย่นรอบขอบตา ส่วนคนที่ใจกล้าจนไม่มีอะไรจะเสียหลับตาพริ้มพร้อมจะเข้าสู่นิทราอย่างสงบสุข
“นายเจ็บหรือเปล่า” คำถามที่ควรจะเอ่ยถามตั้งแต่แรกถ้าไม่เกรงว่าจะเป็นคำพูดโง่ๆ แต่สุดท้ายคนไร้สติก็เผลอปากออกไป
แล้วคำตอบที่ได้...คุ้มค่าเกินคำบรรยายจนอยากจะกู่ร้องบอกไปทั้งฟ้าดิน
.
.
“ไม่เป็นไร ฉันจะฝึกให้ชิน”
นากามารุ ยูอิจิ ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว
............................................................................................
จบซะมั้ยล่ะ
ช่วงนี้คู่นี้เด่นเกินหน้านิดนึงนะคะ พอดีว่ามีคนแถวนี้เข้มข้นจนทะลักออกมาเป็นลิ่มเลือด
แต่ฟูจิวาระยังคง Akame อยู่ แต่ขอสอบเสร็จก่อน ไม่นานๆๆ
คู่หมั้นจะมา หุหุ ส่วนพีสฟูล 4 กะว่าจะมีแต่ไม่กล้ารับปากแว้ว
เพราะวันนึงหลั่นล้า อีกวันหม่นหมอง ไม่เสถียรทางอารมณ์สุดๆ ไปเยยย -*-
ชอบมากเลยอ้า

แต่ก็น่ารัก แถมไอ้ประโยคปิดท้ายก็สุดแสนจะเซ็กซี่จั๊กจี้จนถ้าไปนอนฟังด้วยคงอยากตายตามพี่ยูไปเลย ฮ่าๆ(แบบว่าสถิตอยู่ในตู้เสื้อผ้าบ้านทัตจังเป็นการถาวรแล้ว อิอิ)
3ชั่วโมงกับการอยู่เป็นเพื่อนแลกมาด้วยยูเอ็นหนึ่งตอน ให้อภัยค่ะ 55
ผลการตกตะกอนของแชทล็อกเมื่อคืน เชื่อแล้วว่าเข้มข้นเกินหน้าพี่และจอยไปมากๆ 555
อ่านแล้วอิจฉายูอิจิ เอ้บอกรักได้น่ารักไปมั้ยล่ะ ชริๆ
สอบเสร็จไวๆนะคุณน้อง พี่จะรอพีซฟูล4หลั่นล้าสุดชีวิตอย่างใจจดจ่อ
จะให้ดีก็มาต่อคู่หมั้นด้วยนะ แจนหมั้นไว้นานจนคนอื่นเค้าแต่งงานรวมเล่มไปแล้ว 555
#1 By viva (58.9.45.168) on 2009-09-28 00:09