Peacefuldays [KA-TT-UN]...IV

posted on 07 Oct 2009 02:16 by asuka-jan  in Short-fic

 

Title: Peacefuldays [KA-TT-UN]
Part: IV
Cast: KAT-TUN
Author: Asuka
Rate: General
Warning: ท่านจะปวดตายิ่งกว่าที่เคยปวด ...ไม่ล้อเล่น และมันยาวมาก ใครใช้ IE เตรียมตัวอ่านกับพื้นหลังเด้อค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

“But only love can say, try again or walk away.

But I believe for you and me, the sun will shine one day.

So I'll just play my part and pray you'll have a change of heart.

But I can't make you see it through, that's something only love can do.”1  

 

.

.

.

.

 

จะแหกปากหาอะไรวะ!! โคคิ

 

ในห้องพักส่วนตัวของสมาชิกวงคัตตุน แร๊พเปอร์หนุ่มผู้มักต้องพ่นเนื้อร้องกว่าสองร้อยคำต่อนาทีกำลังเอื้อนเพลงสุดสโลว์ด้วยน้ำเสียงอินกับเนื้อหาอย่างยิ่ง ยังความรำคาญให้คนที่ต้องทนฟังโดยไร้ดนตรีประกอบ...รับไปเต็มๆ กับเสียงเพียวๆ อันโหนขึ้นโหนลงตามอารมณ์ของคนอ่อนไหว

 

แน่ว่าผู้ที่อยากจะอุดรูหูหนีความจริงมีมากกว่าหนึ่ง แต่คนที่มีความอดทนต่ำที่สุดและยืนยันในสิทธิ์ของตนเป็นที่สุดก็ยังคงเป็นคนเดิมคนเดียว

 

หาอะไรที่มันเข้ากับบรรยากาศเว่ย

 

....อาคานิชิ จิน

 

บรรยากาศบ้านญาติแกหรือ

เออ... ญาติสนิทด้วย มีอะไรมะ

 

คนตอบหันไปยักคิ้วบางๆ ใส่อย่างไม่คณนา คนยุขึ้นจึงขว้างการ์ตูนเล่มบางที่วางอยู่แถวนั้นอย่างเร็วจนเกือบโดนเต็มศีรษะเหม่ง ดีที่สามารถหลบทันด้วยปฏิกิริยาว่องไวเหมือนปาก

 

นี่ ทำไมคาเมะยังไม่มาสักทีล่ะ รถไม่น่าติดนะ หรือตื่นสาย พี่ใหญ่ของวงมองข้ามความวุ่นวายในห้องไป เอ่ยถามถึงบุคคลที่ยังไม่ปรากฏตัวตามประสาคนช่างห่วง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากใครจึงหันไปหาคนที่น่าจะตอบได้มากที่สุด

 

จิน ซึ่งช่างน่าหงุดหงิดที่เรียกแล้วไม่หัน โทรตามหน่อยสิ

 

มันไม่หันก็ไม่ว่า แต่ไอ้ที่ทำตัวหูดับไม่ตอบสนองใดๆ แม้แต่จะเอ่ยคำปฏิเสธนั้นช่างน่าหมั่นไส้เหลือหลาย ทัตซึยะผู้เงียบมาตั้งแต่แรกก็ขยับตัวหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาใช้งาน ภายหลังการกดโทรออก เสียงเรียกเข้าเป็นทำนองร็อครุ่นเก่าซึ่งมีโซโล่กีตาร์บาดหูก็ดังมาจากด้านนอกประตู คนที่เพิ่งก้าวเข้ามาชูเครื่องมือสื่อสารกดตัดสายให้เห็น พลางโบกมือโบกไม้ขอโทษขอโพยด้วยทำให้คนอื่นต้องลำบากโทรตาม

 

ไหวมั้ยวะ

 

โคคิร้องถามคาเมนาชิ คาซึยะ ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากพนักงานฉีดยุง ทั้งหมวกทรงขอทาน แว่นตาดำ ผ้าปิดปาก และผ้าพันคอ ล้วนมีปิดหน้าปิดตาเนื้อตัวไว้ราวกับมัมมี่ ถ้าไม่รู้ว่านี่คือภาวะที่เห็นได้เรื่อยๆ ของไอดอลชื่อดังยามลุกจากเตียงตรงมาที่ทำงาน คงจะตกใจไปแล้วว่ากำลังเป็นหนึ่งในเหยื่อไวรัส H1N1 ในช่วงเดือนมกราคมอันสุดหนาวแหงๆ

 

ตื่นหรือยังเนี่ย ถามไปแล้วก็เหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาดิจิตอลของตนให้แน่ใจ ว่าแสดงตัวอักษร pm มิใช่ am ไปล้างหน้าล้างตาซะไป คาเมะ ไม่มีคนช่วยปลุกก็ไปเอาน้ำเย็นปลุกมั้ยวะ

 

คนได้รับคำแนะนำยังไม่ทันได้ตอบรับอะไร... เจ้าหนังสือเล่มซวยก็ถูกวางกระแทกลงกับโต๊ะกระจก ร่างสูงลุกขึ้นยืนพรวดพราด และเดินผลุนผันออกไปให้จุนโนะสึเกะที่นั่งข้างๆ ชักขายืดยาวซึ่งวางพาดเกะกะอยู่หุบเข้าตัวแทบไม่ทัน

 

ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งคนที่อยู่เก่าและมาใหม่ คำเฉลยก็ถูกขว้างมาให้ส่งๆ ก่อนไอ้เจ้าคนเอ่ยจะพาร่างหนักและหนาของตนเองลับบานประตู

 

สูบบุหรี่ ถึงเวลาเรียกด้วย

 

 

@&%$^&$^%&*

 

 

สะดุดขาตัวเองตกท่อซะเถอะวะ!!!” เจ้าของหนังสือการ์ตูนตะโกนสาปแช่งเพื่อนบังเกิดเกล้า พลางลุกขึ้นเห็นสมบัติของตนเองที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง

 

บนตึกนี้มีท่อด้วยหรือ

 

ไม่รู้เว้ย! คาเมะ ไอ้จินมันเป็นอะไร ประจำเดือนขาดหรือไง ทัตสึยะเอ่ยถามอย่างถึงจุดสิ้นสุดความอดทน จะกวนประสาทหรือทำตัวติสต์เท่าไหร่ก็พอรับได้ แต่ถึงคราวทำทำลายข้าวของมันก็ชักจะมากเกินไปแล้ววว

 

ไม่รู้สิ ร่างที่เพิ่งเผยตัวเองออกจากห่อมัมมี่ยักไหล่

โกรธกันหรือ

ไม่รุ

ยังไม่พูดกันอีกหรือ

 

คาซึยะโคลงศีรษะพร้อมเหยียดริมฝีปาก

 

กี่วันแล้วเนี่ย

หึ

.......

.......

.......

........

 

ถามว่าครบเดือนหรือยังดีกว่า

 

=[]=

 

ไปเข้าห้องน้ำนะ เดี๋ยวมา

 

อับดุลถามมาได้แต่ไม่อยากจะตอบค้นข้าวของในกระเป๋าใบใหญ่ยี่ห้อดังเสร็จพอดี มือเล็กป้อมถูกยกขึ้นมาเบรกปากกว้างๆ ของทุกคนให้หุบฉับ น้องเล็กผู้น่ารักเดินทิ้งสะโพกในกางเกงเอวต่ำผ้าเปื่อยของตนออกไป ทิ้งให้พี่ใหญ่พี่รองอึ้งกิมกี่หาเสียงตัวเองไม่เจอกันเป็นทิวแถว

.

.

 

ฉันว่าคราวนี้ถึงที่สุดของวิกฤตของวิกฤต

 

แร๊พเปอร์หนุ่มตั้งข้อสังเกต แล้วก็ไม่มีใครค้านในทันที ต่างนิ่งเงียบ...คิดทบทวนความเห็นของตัวเองอย่างหนัก

 

นายว่าขนาดนั้นเลยหรือ

ก็เออน่ะสิ พวกมันนะ ทะเลาะกันบ้านแตกแค่ไหนไม่เกินสามวันก็กลับมาหวานกันใหม่ แต่นี่สามอาทิตย์แล้วนะ ดูดิ๊ ยังเมินใส่กันไม่หาย

นายรู้ได้ไงว่าสามอาทิตย์

ก็มันพูดอยู่เมื่อกี้หูหนวกรึไง

ได้ยินแล้ว... แต่นายรู้ได้ไงว่ามันพูดจริง คาเมะใช่ว่าจะเชื่อถือได้นะ

 

จุนโนะดิสเครดิตคนดีซะเสีย แต่ก็ไม่มีใครว่าได้เพราะสิ่งนั้นหาจริงใช่น้อย เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าในค่ายจอห์นนี่เอนเตอร์เทนเมนท์คนที่ชอบกล่าวเกินจริง ชีวิตดราม่า มีอยู่สองราย อันดับหนึ่งก็ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ส่วนคนที่สองก็คาเมนาชิ คาซึยะ คัตตุนนั่นเอง

 

รู้แล้วกันว่ามันพูดจริง โคคิเอ่ยมั่นๆ อย่างไม่ยอม ฉันมีสายเว่ย

หืม? ใครอ่ะ

พนักงานร้านสะดวกซื้อแถวคอนโดไอ้จิน

ถูกต้อง เฮ่ย! ไม่ใช่ เอื้อมมือฟาดศีรษะยีราฟเต็มเหนี่ยว เด็กและผู้ใหญ่ในค่ายนี่แหละ ฮู้ยยย ทั้งศิลปินสต๊าฟงี้ซุบซิบถามฉันให้วุ่น หลายคนเลยนะ ว่าอคาเมะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่เห็นอยู่ด้วยกันเลย

 

หลักฐานอันปราศจากตรรกะไม่ทำให้น้ำหนักคำพูดของโคคิน้อยลง เพราะเหนือสิ่งอื่นใดคือความเป็นห่วงของสรรพมนุษย์รอบข้าง ถ้าลองมีคนพูดกันเยอะขนาดนี้แสดงว่าเรื่องคงไม่เล็กอย่างที่อยากเสียแล้ว

 

ขนาดนั้นเลยหรือ

ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันจะบอกหรือว่าถึงคราววิกฤตแล้วน่ะ

แล้วพวกมันมีเรื่องอะไรกัน (อีก) ล่ะ ถึงได้เป็นหนักขนาดนี้

นั่นสิ เรื่องอะไรนักหนา ถึงได้ไม่ยอมดีกันสักที

 

แถมรอดหูรอดตาคนใกล้อย่างเพื่อนสมาชิกไปได้...

 

เฮอะ ไม่เห็นเดายากเลย โคคิผู้รู้ดีเอนหลังลงโซฟา ไขว้ขายกมือขึ้นกอดอก ก็เพราะคาเมะมันถึงจุดปรอทแตกแล้วน่ะสิ ไอ้จินมันเล่นก่อเรื่องไม่หยุดตั้งแต่ต้นปีแล้วนี่ ยังกับคอมโบ้เซต

อาทิเช่น

อ้าว ก็ตั้งแต่ wonder wonder why~ แล้วไง

 

โหย...... เก่ามากกกกกกกกกก จุนโนะทำหน้าเหยียดหยามคู่หูสุดเลิฟเต็มที่ แล้วตอนนั้นคาเมะก็ไปช่วยดูถึงกองถ่ายพีวีเลยไม่ใช่หรือ

ก็นี่ไง ใช่ไง ถ้ามันไม่ได้คิดอะไรมันก็ไม่ต้องไปสิ แต่เพราะคิด มันถึงได้ไปเฝ้า เข้าใจเปล่า

เฮ้ย แต่ตอนนั้นคาเมะมันไม่มีท่าทีอะไรเลยจริงๆ นะ

เฮ้ย.... ไม่มีนี่แหละตัวดี พอนิ่งไอ้จินก็ดันได้ใจ ไป feat กับเขาอีก แถมเอามาพูดย้ำๆๆๆ กวนประสาทในเอ็มซีคอนซัมเมอร์ด้วยจำได้มั้ย อุเอดะ แกยังถึงกับอดใจด่ามันไม่ไหวเลยนี่

 

ทัตสึยะพยักหน้ารับ

 

แต่เรื่องนั้น...สองคนนั้นเขาก็เคลียร์กันแล้วนี่ พอเข้าใจกันดีคาเมะก็ทำตัวเป็นแม่ยกเที่ยวพกซีดีไปโปรโมทให้คนอื่นเขาทั่ว เห่อผลงานของสุดที่รักออกนอกหน้ายังกับอะไร

นี่แกรู้จักคำว่าประชดมั้ย ประชดอ่ะ โคคิโบกมือโบกไม้ โอเคประเด็นนี้ยอมได้ แต่ไอ้จินมันยังไม่หยุดนะ ทั้งปีนี้มันมีรูปหลุดกับบรรดาเพื่อนสาวของมันเป็นตัน ทั้งปาปารัซซี่ ทั้งกล้องส่วนตัว ในแทปลอยด์ในเนตให้ว่อน

นั่นจอห์นนี่ซังเขาจงใจปล่อยไม่ใช่หรือ

ใช่... ที่สำคัญคาเมะก็รู้อยู่แล้วนะว่าจินมีเพื่อนแบบนั้นเยอะ คงไม่หึงให้เหนื่อยแล้วมั้ง

 

ไม่หึงก็ไม่ได้หมายว่าความยินดีนี่หว่า แล้วแกดูสิ ยิ่งไม่ว่าอะไรก็ยิ่งไม่เกรงใจ

 

แต่ฉันว่านะ... ถ้ามีรูปออกมาได้แบบนี้แสดงว่าไอ้จินมันไม่ได้คิดอะไรจริงๆ มันไวกับกล้องอย่างกับหมาไวกระดูก ลองมันปล่อยแปลว่ามันไม่แคร์ว่าใครจะถ่ายหรือภาพจะถูกเผยแพร่หรือเปล่า คงไม่มีอะไรจริงๆ อ่ะ (ห่วงไอ้อันที่ไม่มีภาพจับได้ดีกว่า -*- )

 

เออ ไม่มีอะไร ไม่มีจริงๆ ยิ่ง anan ยิ่งไม่มีสักกะชิ้น ล่อนจ้อน ถอดหมด คนพูดละความจริงที่ว่ามันเหลือเตี่ยวอยู่หนึ่งชิ้น อีกฝ่ายเป็นลูกครึ่งซะด้วย เชฟดีได้อีก ถึงสมองส่วนบนมันจะบริสุทธิ์ แต่สมองส่วนล่างมันไว้ใจไม่ได้นะเว้ย โคคิกล่าวอย่างเข้าใจในหัวอกของคาซึยะเต็มที่

แต่ถ้าเป็นเรื่องงานคาเมะมันก็ว่าอะไรไม่ได้ไม่ใช่หรือ

นั่นสิ ถ้าเกี่ยวกับงานหมอนั่นจะไม่ยอมให้ตัวเองงี่เง่าเลยนะ

 

นั่นแหละประเด็น!”

มือที่มีเล็บเคลือบสีดำตบเข่าดังป้าบ

ก็เพราะว่างี่เง่าไม่ได้ไง มันเลยยิ่งน่าโมโห เก็บกดอ่ะเก็บกด แล้วทีนี้ความไม่พอใจที่เคยทำเป็นลืมไปได้มันก็จะพรั่งพรูขึ้นมา ยิ่งบอกว่าจบไปแล้วไอ้ที่แอบสะสมไว้เป็นตะกอนก็ยิ่งทะลักๆๆ สุดท้าย...ระเบิดตู้ม! ......เป็นปรมาณูรูปเห็ด

 

คนพูดทำไม้ทำมือประกอบด้วยสีหน้าสยดสยอง กึ่งขำกึ่งจริงจังให้ใครต่อใครไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ทำหน้าละเหี่ยใจกับเรื่องราวแสนบัดซบที่ถกกันก่อนหน้า

 

เดี๋ยวก่อนนะ สรุปว่าจำเลยอาคานิชิได้รับการยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา หรือจำคุกรวดไม่ต้องรอลงอาญากันล่ะ

หึหึ พิพากษาประหารชีวิต ฟันธง

 

=”=

 

ทัตสึยะที่เน้นฟังและคิดมากกว่าพูดยกมือขึ้นขอคิว ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ เอ่ยความเห็นตัวเองออกมาแบบคิดไปพูดไป

ฉันว่าจะโทษจินคนเดียวก็ไม่ถูกนะ ช่วงนี้คาเมะก็ทำตัวน่าตีเอาเรื่องไม่ใช่หรือ

ใช่ๆๆๆ ลูกคู่ร้องรับ ที่ไปทำตัวมีซัมติงรองกับนักเบสบอลคนนั้นไง

โธ่... คาเมะมันไม่คิดอะไรอยู่แล้วล่ะ ก็ทำประชดไอ้จินทั้งนั้น

ไม่ๆๆๆ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เจตนา แต่มันอยู่ที่ว่า คาเมะน่ะทำเกินไปแล้ว ถ้าฉันเป็นจิน... คนพูดชี้นิ้วเข้าอกตัวเอง ฉันก็โกรธเหมือนกันนะ โกรธมากด้วย เล่นไม่ไว้หน้ากันแบบนี้ เหยียบหน้าเลยดีกว่า

 

ยูอิจิหันหน้ามองเจ้าของคำพูดรุนแรงขัดแย้งกับสีหน้าและน้ำเสียงเรียบ

 

เฮ่ย...ขนาดนั้น

ก็ขนาดนั้นอยู่นะ ตั้งแต่ไปตีเบสบอลเปิดสนามให้เขาแล้ว พี่ใหญ่ของวงว่าหลังกระแอมเสลดในคอออกหมด

แหม... นั่นมันงานนี่นา ว่าไม่ได้สักกะติ๊ด

แล้วยังมีรับดอกไม้ช่อเบ้อเริ่มกันอีก

เอ๊า ก็นั่นเขาให้กันตอนเล่นดรีมบอยนี่ จะให้ทำไงเล่าส่งคืนได้ที่ไหน

เออ แล้วที่นัดกินข้าวกัน พาเข้าบ้านไหว้พ่อแม่ ยอมให้เรียกว่า คาซึจัง ด้วยล่ะ

หูย....ชื่อสุดรักสุดหวง พวกเรายังเรียกไม่ได้เลยนะเนี่ย

 

เจอข้อกระทงเข้าไปเป็นชุดเยี่ยงประทัดวันตรุษทนายฝ่ายโจทก์แทบถูกเปลี่ยนป้ายกลายไปเป็นฝ่ายจำเลย โคคินั่งตั้งสติหาคำแก้ต่างให้ลูกค้าตัวเองหัวหมุน

 

ฝ่ายนั้นเขาอาจจะโม้ไปเองข้างเดียวก็ด้ายยยย พวกเรารู้เรื่องนี้เพราะไอ้เวรนั่นมันเพ้อเจ้อในบล็อกของมันไม่ใช่หรือ พูดไปก็อนาถตัวเองไปว่าเรื่องของเพื่อนแท้ๆ ดันไม่กล้าถามเพื่อนต้องไปอัพเดตเอาเองเหมือนบรรดาแฟนคลับ

 

แต่เรื่องลูกหมาตัวใหม่คาเมะมันเป็นคนพูดเองเลยนะ ดูเห่อเอาการเลยด้วย อุ้มมาบริษัทได้คงเอามาแล้วมั้ง

รันจังกลายเป็นหมาหัวเน่าไปเลย บุ่ยๆ...

 

พอถูกต้อนจนมุมโคคิก็ตัวลีบราวกับเป็นผู้ถูกกล่าวถึงซะเอง ในที่สุดเมื่อทนแรงกดดันไม่ไหวก็เอามือที่วางบนเข่าตบโต๊ะอย่างแรง ดังโป๊ก! (เสียงแหวน) และยืนขึ้นเอ่ยโต้เสียงกร้าว

 

แต่ยังไงมันก็หน้าที่ไอ้จินไม่ใช่เรอะที่ต้องไปช่วยจัดการน่ะ ทำเฉยปล่อยให้ข้าศึกรุกประชิดมาสีหลังบ้านอยู่ได้ คนหรือควาย ไม่ได้เรื่อง! ถ้าฉันเป็นคาเมะนะ แร๊พเปอร์ตบอก ฉันจะโกรธของจริงเลยเชียว เรื่องอื่นยังพอเคลียร์กันไหว แต่ที่ทำไม่หือไม่อือไม่สนใจว่าเมียจะมีชู้หรือไม่นี่มันหมายความว่าไงกันวะ!”

 

สรุปไอ้จินผิดคนเดียวทุกงานเลยว่างั้น...

เละทุกดอก

 

เจอคำถามตัดสินเข้าไปคนที่เข้มข้นในอารมณ์ทรุดตัวลงนั่งอย่างเซ็ง ใบหน้าที่เคยขึงขังกลับจ๋อยลงๆ เหมือนลูกโป่งถูกปล่อยลม ขาที่ยกขึ้นมาไขว้กันไว้กระดิกเป็นจังหวะคันทรี่ มือทั้งสองร่วมด้วยช่วยกันยีเส้นผมสีทองราวกับจะทึ้งลงมาทั้งหัว

 

ก็ผิดทั้งคู่นั่นแหละว่ะ ทำม้ายทำไม... เป็นแฟนกันรักกันมีปัญหาทำไมไม่พูดกันให้เข้าใจ จะเชิดใส่กันทำหอกทนโบกิริ2อะไรเนี่ย เดือดร้อนคนอื่นเขา

อืม......สงสัยมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ พวกมันจะโกรธกันดีกันแล้วพวกเราไปเกี่ยวอะไรด้วยหรือ

 

ด้วยความสงสัยแสนซื่อจุนโนะก็โดนเข้าไปเต็มฝ่าไนกี้ ทำให้คนเพิ่งสงบอารมณ์ให้เย็นกลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใหม่

 

ไอ้นี่ก็พูดไม่คิด ถ้าใครในพวกเรามีเรื่องกันจะสร้างปัญหาได้สักครึ่งหนึ่งของมันมันมั้ย...หา บรรยากาศมาคุน่ะทำให้ชินได้ แต่ถ้าไอ้จินมันถึงขั้นปลิดปลิวไปแอลเออีกหนพวกเราจะทำยังไง

ก็ยุบๆ วงไปเลยเซ่

ก็ถึงบอกไงเล่าว่าถึงคราววิกฤตน่ะ!!”

.

.

เมื่อถึงที่สุดของบทสรุปอันเป็นจินตนาการที่แสนดำมืด ทุกคนก็ร่วมดำดิ่งไปกับอนาคตที่มีแววจะทับรอยอดีตกันอย่างพร้อมเพรียง แม้จะรู้ว่าออกจะเป็นการคิดมากไปสักหน่อย แต่จะมองโลกในแง่ดีเกินไปก็ใช่ที่

และแม้จะไม่ถึงขั้นเลวร้ายได้มากขนาดนั้น แต่แค่ ณ ปัจจุบันก็เริ่มเห็นผลเสียกันแล้ว ไม่ว่าจะความราบรื่นในการทำงานไปจนถึงกระแสความเป็นห่วงของใครต่อใคร...

 

แล้วถ้าเบื้องบนร่วมด้วยช่วยเป็นห่วงเมื่อไหร่ คำว่าวิกฤตก็คงจะใช่มากที่สุด

 

ว่าแต่... จินคาเมะมันหายไปนานเกินไปแล้วหรือเปล่า ฉันว่าถึงเวลาต้องไปบรีฟงานแล้วนะ ยูอิจิผู้มากสติกลับเข้าโลกปัจจุบันได้เป็นรายแรก

เออ...ฉิบหายแล้วสิ ไม่ใช่ว่าพวกมันฆ่าปาดคอกันไปแล้วหรอกนะ

อาจจะล้วงลึกถึงคอหอยกันไปแล้วก็ได้ จุนโนะเอ่ยสวนกระแส

สมพรปากเถอะวะ เฮ้ย ไปตามกันดีกว่า

 

ว่าแล้วคนอารมณ์ร้อนก็นำทีมเคลื่อนพล ปิดท้ายด้วยบุรุษเรสคิ้วที่มัวภาวนาพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทั้งสี่วิ่งไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องถาม เพราะล้วนนึกขึ้นมาได้พร้อมกันพอดีว่า ห้องน้ำกับทางออกฉุกเฉินที่ประจำของสิงห์นักสูบนั้นมันอยู่ตรงข้ามกันเป๊ะๆ

 

ไม่วิกฤติงานนี้แล้วจะไปวิกฤตงานไหน

เสียงแว่วๆ ที่ได้ยินแต่ไกลก็ไม่ใช่ลางดีเอาเสียเลย

 

 

ปล่อย จิน ไม่ต้องมาแตะตัวฉัน

คาซึ!”

เกลียดแล้ว เกลียดได้ยินมั้ย ปล่อย!”

 

 

=”=

 

...........................................................................................

 

สิบนาทีก่อนหน้านั้น

 

 

อื้อ...

 

ร่างสวยที่เพิ่งเดินโงนเงนมาเข้าห้องน้ำถูกผลักให้หลังติดผนังรุนแรง ยังไม่ทันจะร้องประท้วง ริมฝีปากก็ถูกบดทับด้วยความชื้นร้อนๆ อย่างไม่มีคำเตือน สองแขนขาว...ยกขึ้นมาต่อต้าน หากเมื่อสำนึกได้ด้วยสัมผัสว่าผู้กระทำการอุกอาจนั้นเป็นใครที่คุ้นชิน เจตนาจะผลักไสจึงเปลี่ยนไปเป็นจิกทึ้งบ่าหนาตอบแทนความเร่งร้อนที่ได้รับ

 

อื้ม......อะไรกัน

 

พายุจุมพิตยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ ใบหน้าละลายใจสาวยังคงก้มลงมา...ละออกไป...และก้มลงมาอีก เรียวนิ้วศิลปินจับท้ายทอยให้แหงนเงยไม่ให้หลบหนี ส่วนแขนอีกข้างก็รัดเอวบางไว้ กดฝ่ามือไปตรงเชิงกรานเนียนนุ่มที่อยู่เหนือขอบยีนส์หลวม

 

จิน...

คิดถึง

หืม...?

บอกว่าคิดถึง คำอธิบายสั้นง่ายได้ใจความยังให้ผู้กำลังเคลิบเคลิ้มตาสว่าง เบี่ยงตัวออกด้านข้างเพื่อขอจ้องตาพิสูจน์

 

ประกายกล้า ใบหน้านิ่ง...บอกให้คาซึยะรู้ว่าคนตรงหน้านั้นเอ่ยความจริงจากใจ และเมื่ออีกฝ่ายทิ้งทิฐิเข้ามาหาเขาก่อน เขาจะแกล้งทรมานตัวเองและคนที่รักเล่นได้ล่ะหรือ ในเมื่อ...ความคิดถึงนั้นมีมากไม่ต่างกัน

 

ไม่ต้องเลย ใครกันไม่ยอมติดต่อมา

เคืองอยู่นี่ จินกระซิบตอบริมหูเสียงห้วน ไล่งับกระดูกอ่อนและเนื้อบางโดยรอบ กลิ่นกรุ่นที่ไม่เจือกลิ่นยาสระผมหรือครีมทาตัวใดๆ ช่างหอมชื่นใจคนดมนัก

 

เคืองอะไรไม่ทราบ

ก็ไอ้นักเบสบอลคนนั้นไง...

สนใจด้วยหรือ

สนสิ สนอยู่ ว่านายจะหันมาสนใจกันบ้างหรือเปล่า

 

อา.... ก็มันช่วยไม่ได้นี่

 

...ตาต่อตาฟันต่อฟัน...

 

นานๆ ครั้งคนมากเหตุผลจึงจะยึดคตินี้ในหัว ซึ่งก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่โอกาสและ คน เข้ามาในช่วงจังหวะที่คาซึยะกำลังต้องการพอดี ไม่ชอบหรอกการแกล้งให้เกิดความเข้าใจผิด หรือหนทางใดที่จะทำให้อะไรยิ่งเลวร้าย

แต่เมื่อมันหาวิธีจะพูดจะบอกไม่ออกแล้ว... ว่าวที่ลอยไปจนสุดสายป่าน ติดลมบนจนหลงระเริงในความเสรี... ก่อนจะหลุดลอยไปคงต้องกระตุกดึงให้รู้เสียบ้างว่าชะตาชีวิตน้อยๆ นั้นอยู่ในมือของใคร

 

ใช่ว่าอยากจะใจร้ายมากเกินไปเสียหน่อย

 

นี่ชอบมันจริงๆ หรือ น้ำเสียงเข่นเขี้ยวมาพร้อมกับการขบเขี้ยว เล่นเอาคนถูกทำร้ายขัดขืนแทบไม่ทัน ซอกคอคาเมนาชิ คาซึยะใครๆ ก็เฝ้าจะจ้อง เจ้าตัวจะปล่อยให้มันเกิดรอยปริศนาได้ก็แย่แล้ว...

 

ยังไงฉันก็ไม่ได้ถอดเสื้อถอดผ้าให้เขามานอนคร่อม จูบปาก กัดคางก็แล้วกันน่ะ

 

หืม...หึงเรื่องนั้นด้วยหรือ

ฮึ เปล่าสักหน่อย

แล้วเมื่อกี้ประชดอะไรออกมา...

 

จินยิ้มรับคำปฏิเสธเสียงแข็ง อารมณ์ขุ่นมัวกระเตื้องขึ้นมาทันควันพร้อมกับคางเชิดๆ และริมฝีปากรูปกระจับยกยื่น

ที่เคยได้ยินมาว่าคนรักของเขาหาได้ใส่ใจกับภาพนู้ดของเขาสักนิด สงสัยจะไม่จริงเสียแล้วเมื่อพวงแก้มนุ่มเริ่มซับสีเลือดมากขึ้นๆ อย่างนี้

 

นี่... ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ตอบมาดีๆ ชอบมันมากนักหรือ

ถามแบบนี้ได้ไงจิน เห็นฉันเป็นคนยังไง

 

ถึงพาผู้ชายที่กำลังจีบตัวเองเข้าบ้าน ให้ความสนิทสนมนิดหน่อย จะมาหาว่านอกใจคนรักได้แล้วงั้นหรือ

 

แล้วไปรับของกำนัลจากมันมาทำไมล่ะหา ประทับใจมากใช่มั้ย บอกมาสิ ฉันจะได้ไปเอารันจังคืน

คำขู่ร้ายแรงทำให้ตาเล็กเบิกกว้าง อ้าปากค้างด้วยความน้อยใจเป็นที่ยิ่ง

 

ของให้เค้าแล้วก็จะมาริบไป...

 

รันจังฉันซื้อมาเอง

แต่เงินฉัน

เออ! อยากได้นักก็เอาคืนไปสิ

 

ดัชชุนน้อยถึงคราวศีรษะเน่าแท้จริงคราวนี้ จินที่ไม่คาดคิดเลยว่าจะถูกพูดใส่อย่างไม่แคร์ก็ถึงคราวน้อยใจบ้าง

มีที่ไหน พอได้ลูกหมาตัวใหม่มา ไอ้ตัวเก่าที่เจ้าของมันคงเบื่อหน้าก็กลายเป็นหมาจรจัดไร้สังกัดซะอย่างนั้น

น่าสงสารรันจัง... น่าสงสารใครก็ตามที่กำลังสูญเสียแหล่งพักพิงหัวใจ

 

สองมือที่เคยรั้งไว้จะเหลือเรี่ยวแรงใดรั้งต่อ บ่วงทองคล้องใจระหว่างเราทั้งสอง แหย่เพียงนิดก็คิดจะคืนกันง่ายๆ...

 

มันคงไปกับนายหรอก รันจังรักฉันจะตาย รักมากกว่านายซะอีก

 

คาซึยะเอ่ยเมื่ออีกฝ่ายหันแผ่นหลังให้ คำพูดเป็นต่อทำให้จินหันกลับมาอีกครั้งด้วยความรวดร้าว

นี่ถ้านายเห็นว่าความรักฉันมันเทียบกับหมาตัวหนึ่งไม่ได้--

 

ก็ใช่น่ะสิ ความรักของนาย หมาตัวไหนก็เทียบไม่ได้อยู่แล้ว!”

.

.

.

 

มานี่มา...

 

เมื่อแปลความหมายเป็นอันเข้าใจ จินก็ไปนั่งบนแท่นอ่างล้านหน้าแล้วกวักมือให้คนรักกลับมาอยู่ในอ้อมกอด คาซึยะมองหน้าของคนสมองดีเลย์งอนๆ แต่ก็ก้าวเท้าเข้าหาไม่รอช้า ก่อนจะถูกยกไปขึ้นนั่งบนตัก สองแขนยกขึ้นโอบรอบคออีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติจากไขสันหลัง

 

อื้ม... พายุจุมพิตหวนพัดกลับมาอีกหน ครานี้ร้อนแรงกว่าเก่าเพราะโพสิชั่นอำนวย มือร้อนลูบไล้เลิกผ้าเลิกผ่อน ส่วนมือเย็นวางนิ่งตามประสาคนชอบรับไม่ถนัดรุก!

 

หมาตัวไหนก็เทียบไม่ได้จริงนะ

 

เพราะถูกเชยคางเอาอยู่คนถูกถามจึงไม่อาจพยักหน้า ได้แต่ยักคิ้วหลิ่วตาเป็นคำตอบ

 

งั้น...ดีกัน

 

นิ้วก้อยขวาถูกชูขึ้น ยั่วให้นิ้วก้อยซ้ายของอีกฝ่ายตามไปเกี่ยว คาซึยะไม่เคยเป็นคนว่ายาก ถึงจะดื้อรั้นยิ่งกว่าใครแต่ไม่ใช่พวกที่ดื้อรั้นกับสิ่งที่หัวใจต้องการ

 

เกี่ยวก็เกี่ยว ขอแต่ว่าเกี่ยวแล้ว...ห้ามหลุด

 

หายเคืองเขาแล้วหรือ

เคยโกรธนายได้นานที่ไหน

อื้ม...สามอาทิตย์ ไม่นานเลย...

เวอร์ กระหม่อมน้อยถูกเขกเบาๆ อาทิตย์กว่าเอง อย่าบวกเพิ่มตามใจชอบสิ

 

แต่นั่นก็นานแล้วนี่... กลุ่มผมนุ่มไถกลุ่มผมสากอย่างออดอ้อน ฉันทำงานอยู่ตลอดที่ไหนจินก็รู้ มาหากันบ้างก็ไม่มี จินน่ะหายไปอยู่ไหนฉันมีปัญญาตามตัวหรือ

 

ก็โทรมาสิ นายนั่นแหละ ฉันโทรไปก็ไม่โทรกลับ จะให้คิดยังไงฮะ

ก็คิดว่าฉันรอให้จินโทรไปใหม่ไง

หรือ.... แต่ถ้าโทรไปแล้วนายอยู่กับคนอื่นฉันก็แย่น่ะสิ

อะไร...ไม่มั่นใจในตัวเองหรือจิน

ถ้าเป็นเรื่องนายฉันกลัวหมดแหละ

จริงหรือ...

 

นานๆ ทีจะหวาน นานๆ ครั้งจะเผยไต๋ คาซึยะจึงจิ้มนิ้วกับอกนุ่มให้จินเอ่ยมันออกมาอีกซ้ำๆ จินก็ตามใจ เอ่ยไปจูบไป ให้คนนิยมรับ...ความสุข ได้สำลักความสุขส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิกดังระงมในห้องน้ำ หลอกหลอนคนเดินผ่านให้แปลกใจว่านอกจากจะล็อกไม่ให้เข้าแล้วยังมีเสียงอะไรก็ไม่รู้

 

บรื๋อ...

 

จิน...คืนนี้...ต่อนะ

 

ปากบางแดงช้ำกับลมหายใจขาดช่วง ความพยายามในการเอื้อยเอ่ยทั้งที่หายใจไม่ทันช่างน่ามองนักหนา ไม่นับที่ร่างกายอ่อนปวกเปียก...ในท่านั่งที่เปลี่ยนมาเอาขาตวัดเอวเขาเอาไว้

อย่างนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว

 

คืนนี้ฉันมีนัด

.

.

.

 

ว่าไงนะ!”

 

ข้าวของประดามีแถวนั้นเป็นอันวินาศ ร่างเล็กตะกายลงจากตักหนาอย่างไม่มีสิ่งใดรั้งได้ เรี่ยวแรงที่เคยถูกสูบไปกลับมาสถิตและถูกใช้ฟาดแขนฟาดขาใส่คนที่ตามเข้ามาจับตัว ความฟิตอันบ่มเพาะมาตลอดการสวมบทเป็นนักมวยดาวรุ่งแผลงออกมาเต็มที่ จนจินต้องล่าถอยเพราะถ้าช้ำในตายไปก่อนจะไม่เหลือชีวิตเอาไว้ง้อกันใหม่...

 

พลังเต่าสะท้านฟ้าเมื่อระเบิดออกมาแล้วไม่ธรรมดาเสมอ

 

คาซึ ฟังก่อน ฉัน--”

เราไม่ได้อยู่ด้วยกันว่ากี่วันแล้วจิน นี่เราเพิ่งคืนดีกันได้ใช่มั้ย ทำไมนายเป็นคนแบบนี้

คาซึ ฉันรับปากพวกนั้นไปแล้ว ฉันเลยคิดว่า--

คิดว่าฉันเป็นของตาย รอจนค่อนคืนค่อยไปหาก็ได้งั้นหรือ

ไม่ใช่ นายใจเย็นๆ ก่อนสิ

ไม่ ไม่เย็นแล้ว ถ้าเพื่อนๆ นายสำคัญกับนายนัก เอาไว้ให้นายว่างไม่มีนัดกับใครก่อนแล้วกันค่อยมาคุยกัน

คาซึ...

ปล่อย จิน ไม่ต้องมาแตะตัวฉัน

คาซึ!”

เกลียดแล้ว เกลียดได้ยินมั้ย ปล่อย!”

 

 

เฮ้ยๆๆๆ อะไรกันน่ะ

 

โคคิส่งเสียงเรียกจากภายนอก ผู้หวังดีทั้งสี่พยายามตบบานประตูให้คนภายในได้สติ ฆ่าแกงกันหรือตบตีจนเลือดตกยางออกนั้นไม่กลัว แต่ถ้าเสียงมันดังจนมีใครเอาไปขยายจะวิบัติกันหมดซะเปล่าๆ -*-

 

แค่ชั่วอึดใจ... ประตูลงกลอนก็เปิดปึงอย่างแรงปานจะกระแทกหน้าใครก็ตามที่ถึงคราวซวย คนไฟลุกเดินอาดๆ ออกมาจนทั้งสี่ก้าวถอยกันอย่างไม่หวาดไม่ไหว พร้อมเพรียงกันคิดเป็นครั้งแรกในชีวิตว่าอาคานิชิน่าคบกว่าคาเมนาชิชั่วครู่...

อย่างน้อยสีหน้าเหนื่อยใจคงมองได้นานกว่าสีหน้าฆาตกรพันศพ

 

เอ่อ...

อยากรู้อะไรคงต้องไว้รอถามคนข้างหลังนั่นท่าจะดี...

 

มาตามไปทำงานใช่มั้ย เดี๋ยวนะ

ถ้านายยังไม่โอเค...

โอเคสิ! ถ้าพร้อมกันหมดแล้วทำงานเลยดีกว่า เนอะ จะได้ไม่เสียเวลา

แต่ฉันว่า...

ไปๆ เก็บของเสร็จพอดี เขาเอาสคริปมาให้หรือยังอ่ะทัตจัง อยากให้อัดเสร็จเร็วๆ จังน้า...

 

สงสัยวันนี้ยาวแน่ๆ เลย ถ้าข้าวกล่องอร่อยก็คงจะดี เนอะ... ยูอิจิ โคคิ จุนโนะ

 

ทั้งเสียงพูดแจ้วๆ และรอยยิ้มพิมพ์ใจ ช่างน่ากลัวสยดสยองเหนือสิ่งอื่นใดในความรู้สึก อย่างไม่ได้ตั้งใจผู้ที่ถูกเรียกชื่อทั้งหมดชะลอฝีเท้า ทิ้งระยะห่างจากน้องเล็กที่ก้าวฉับๆ นำไปลิ่วๆ

ไม่ใช่บ่อยที่น้ำจะเดือดจนกลายเป็นไอ ถึงจะไม่พุ่งขึ้นมาเป็นโป่งพุร้อนอย่างเมื่อกี้ แต่ใครเลยจะอยากให้เข้าใกล้ให้เสี่ยง ถึงยังไง...ก็ไกลน้อยกว่าไอ้ตัวเชื้อเพลิงที่ได้แต่ยืนเท้าสะเอวบื้อใบ้อยู่ที่เดิมก็แล้วกัน

 

เพราะแกคนเดียวเลยจุนโนะ โคคิซุบซิบกล่าวโทษเพื่อน

เอ๊า ทำไมตะเองว่าเขาอย่างเงี้ย...

ก็ไหนบอกว่าจะมีล้วงกันลึกถึงคอหอยไงวะ นี่มันกะซวกไส้ไปถึงตับแล้วเนี่ย

ก็แล้วมันผิดที่เขาตรงไหนอ้ะ!”

ผิดสิ ปกตินายทายแม่นไม่ใช่หรือ ทำไมคราวนี้คนละเรื่องแบบนี้ล่ะ

ก็แค่คาดการณ์ตามกฎธรรมชาตินี่ เมื่อถึงจุดต่ำสุดมันก็ต้องกระเตื้องขึ้นเป็นธรรมดา

 

ยิ่งคู่อคาเมะสามารถเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงได้ไม่เคยเกรงใจใคร

 

ถ้าอย่างงั้น สงสัยมันจะยังต่ำสุดๆ ไม่พอล่ะมั้ง

 

....................................................................................................

 

คัท!”

โอเก้... คัตตุนกลับบ้านได้ครับ...

 

สิ้นสัญญาณการปล่อยตัว ชายในชุดสูทแฟชั่นทั้งหกก็หอบหิ้วสังขารของตนกลับห้องพัก

 

ฟ้ามืดจนเห็นดาว เร่งเร้าให้กลุ่มคนที่เหนื่อยล้า ตากหน้าสู้แสงไฟอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อแยกย้ายไปพักผ่อน เมื่อเข้าห้องพักได้ต่างคนก็ไปประจำอยู่ในมุมของตัวเอง ถอดล่างถอดบนไม่สนใจกัน การนั่งดูวีทีอาร์ออกโลเกชั่นตัวเอง ขำตามเวลาที่คนอื่นขำ และตื่นตกใจกับของฝากตามบทที่เขียนไว้ เท่านี้ก็ผลาญพลังงานไปไม่น้อยอยู่

 

การทำงานหกชั่วโมงรวดอันราบรื่นผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่ความคิดถึงต่อน้ำอุ่นและเตียงนุ่มก็ไม่อยากจะทำให้เสียเวลา...

 

เราจะคุยกันได้หรือยัง

 

ถ้าเพียงแต่ว่าจะไม่มีประโยคหยุดโลกดังขึ้นมาในความเงียบ

 

ถอยไป

 

ปลายจมูกของทุกคนราวกับมีนิ้วปริศนามาจิ้มอุด

อยากกลับบ้านตัวเองก็อยาก... แต่จะพลาดไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นก็ทำไม่ได้!

 

เราต้องคุยกัน

หลีก

มีเหตุผลหน่อยสิ

ฉันยังมีให้ไม่มากพออีกหรือ

 

ใช่ ไม่พอ

 

จินอาศัยจังหวะคนสวยอึ้งหันไปมองกราดใส่ลูกตาใสๆ สี่คู่ ต่ออายุหุ่นขี้ผึ้งให้กลับไปมีชีวิตเหมือนเก่าและถอยห่างจากรัศมีการได้ยินไปซะ หุ่นทั้งหลายทำตามสั่งทันควัน แต่ไม่ใช่ว่ากลัวมันหรอกนะ...เพื่อมารยาทอันงามต่างหาก

 

เปิดโสตประสาทหูให้กว้างไว้ก็ได้ (วะ)

 

คาซึ ฉันไม่อยากผิดคำพูดกับเพื่อนๆ ก็จริง แต่ไม่คิดจะไม่อยู่กับนายสักหน่อย

หรือ? ก็เลยจะไปหาเพื่อนก่อน แล้วค่อยมาหาฉันหรือไง ไม่ล่ะจิน อย่าลำบากขนาดนั้นเลย

ไม่ใช่...!”

 

ถึงเสียงจะได้ยินไม่ชัดนัก แต่ภาพประกอบก็ดูเก๋มาก

ร่างสูงยกแขนขึ้นมากักร่างบาง (กว่า) ผู้กำลังโกรธขึ้งเอาไว้...

 

ฉันจะเอานายไปด้วยต่างหาก

อะไรนะ? นายจะเอาฉันไปทำไมจิน

อืม เดาสิ เพราะอะไรฉันถึงอยากให้นายไปด้วย

 

บัดนี้ กระเป๋าใบโตถูกวางทิ้งไว้ที่ปลายเท้า ร่างบาง (กว่า) ปัดแขนร่างหนาออก ก่อนจะเดินไปโดยหางตาไม่ขาดจากกัน ประหนึ่งส่งสัญญาณการไปหาที่คุยที่อื่นเป็นการส่วนตัว

 

ชิ ส่วนตัวอีกละ

 

วันหลังติดเครื่องดักฟังในห้องน้ำกันเถอะ

บ้า... จะพอหรือ กล้องวงจรปิดเลยดีกว่า

 

.

.

.

 

นายจะเอายังไง

 

ป้ายทำความสะอาดถูกปิดไว้หน้าห้องน้ำอีกครั้ง ความเดือดร้อนของใครคนแถวนี้ไม่สน ไม่มีปัญหาอะไรจะใหญ่เท่าปัญหาส่วนตัวของคนคู่นี้ได้อีก

 

เอาอย่างนี้แหละ นะ ไปด้วยกัน ช่วงนี้นายไม่ได้สังสรรค์ที่ไหนเลยไม่ใช่หรือ

แล้วนายไม่คิดหรือว่าฉันจะไม่อยากไป

 

ใครต่อใครมากมายที่คาซึยะไม่รู้จัก แค่คิด...ก็ไม่รู้จะเอาตรงไหนไปสนุกแล้ว

 

แล้วนายไม่อยากไปเจอเพื่อนฉันหน่อยหรือไง ไปดูว่าฉันคบใคร คบยังไง หรือจะเก็บเบอร์ไว้สักสามสี่คนใช้เป็นสายสืบก็ยังได้

ฉันไม่เคยทำแบบนั้นนะ

รู้แล้วน่า...ฉันล้อเล่น

 

แต่ดูท่าคนถูกล้อจะไม่ขำนัก คาซึยะสะบัดหน้าอย่างมีจริต เสียงแหบเป็ดก็สามารถทำให้สูงเสียดจมูก

 

ฉันไม่อยากไปเป็นส่วนเกินของนายกับเพื่อนหรอกจิน

ใคร... ใครบอกว่าเป็นส่วนเกิน ส่วนสำคัญต่างหาก ทุกคนเขาก็อยากจะเห็นหน้าแฟนจินทั้งนั้นแหละ

จะเห็นไปทำไม

ก็ไอ้ยูน่ะสิ... ชายหนุ่มกล่าวถึงเพื่อนสนิทลูกครึ่งญี่ปุ่นสเปน ชอบพูดอยู่ได้ว่าฉันน่ะกลัว...

กลัวอะไร

 

ชายหนุ่มผู้จับบทง้อถึงคราวอึกอัก เขาไม่ใช่คนรักศักดิ์ศรีอะไรนัก แต่ก็ชอบให้มันอยู่คู่ความรักไม่ใช่ต้องใช้สิ่งหนึ่งไปแลกอีกสิ่งหนึ่ง

 

กลัว...เมีย

 

แต่เมื่อพูดไปแล้วก็ขอใช้ประโยชน์ให้คุ้มหน่อยเถอะ

 

ความเท็จชัดๆ!”

 

จะจริงจะเท็จจินก็จัดการรวบร่างหอมนุ่ม จรดปลายจมูกลงกลุ่มเปียสีทองให้ชื่นอก เขาไม่ต่อความยาวสาวความยืดในส่วนที่นอกประเด็น เพราะสิ่งสำคัญคือน้ำหวานที่ลงทุนสาดเข้าไปนั้นพอใช้ดับไฟได้หรือยัง

 

ถ้ายัง...

 

คาเมนาชิ คาซึยะเชียวนะ น่ารักขนาดไหน ใครๆ ก็อยากเห็น

นี่พวกเพื่อนนายรู้กันหมดเลยหรือ เรื่องฉันกับนาย...

คนที่สนิทก็ต้องรู้อยู่แล้ว แต่พวกที่ไม่สนิท... ไม่รู้สิ ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้หรือไม่รู้ ฉันไม่ได้สนใจ

แล้วนายก็ไม่คิดจะบอกด้วยน่ะสิ

ถ้าไม่ถามมาฉันจะเที่ยวไปประกาศได้ยังไงกันเล่า... โดนตาแก่ฆ่าตายพอดี แต่ก็อยากอวดอยู่นะ พวกน่ารำคาญๆ จะได้เลิกมายุ่งกับฉัน

 

เพราะว่าเอาตัวจริงไปเปิดตัว~

 

เลยคิดจะเอาฉันเป็นไม้กันหมาว่างั้น?

ประมาณนั้น

จิน!”

 

เจ้าของชื่อหัวเราะครืน.... ก่อนปรับเสียงเข้าโหมดจริงจัง

 

ฉันอยากให้นายไปด้วยจริงๆ นะ...คาซึ นายจะได้รู้ว่าโลกของฉันกับโลกของนายมันไม่ใช่คนละใบ แต่มันยังซ้อนทับเป็นวงเดียวกันอยู่

แต่ตอนนี้โลกของนายมันกว้างจนฉันวิ่งตามไม่ทันแล้วนะ อีกทั้งกำแพงอันยากเข้าถึง...

แล้วนายจะนั่งกลัวไปเอง หรือจะพิสูจน์ให้รู้จริงสักครั้งล่ะ

 

เพราะสิบว่าไม่อาจเท่าตาเห็น แล้วสิบตาเห็นก็ไม่สู้สัมผัส

 

ฉันชอบอิสระที่นายให้ แต่ไม่คิดจะแลกกับความสบายใจของนายหรอกนะ ฉันมันโลภ เอาแต่ใจ ได้อย่างแต่ไม่คิดเสียอะไรสักอย่าง... จินยกมือนิ่มขึ้นจูบ นายเชื่อใจคนอย่างฉันหรือเปล่า

 

แต่ว่า...

หืม?

 

นายจะมัวสนุกกับเพื่อน แล้วเพลินจนลืมฉันมั้ย

นายขู่อย่างนี้แล้วฉันจะกล้าได้ไงล่ะ ก่อนใครจะได้ทำหน้างอน เจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงก็จับคนในตัวซ้อนหลังอยู่โยกซ้ายเยกขวา ถามแบบไม่รู้ความสำคัญของตัวเองไปได้ ให้พูดหวานๆ ติดกันเยอะๆ ในวันเดียวฉันจะลื่นกองอ้วกตัวเองตายเอานะ

แล้วไง... นี่มันช่วงโปรโมชั่นไม่ใช่หรือ

ครับผม รักคาซึนะครับ คาซึรักจินมั้ย

 

คนถูกถามย่นจมูก หมั่นไส้ชายขี้อายเป็นกำลัง จะพูดคำสำคัญทั้งทีก็พูดเสียงเบาและรัวเร็วซะจนน่าให้พูดใหม่อีกสักสิบหนร้อยหน

ประเดี๋ยวไม่คืนดีด้วยซะหรอก

 

ร้าก...... รักมากเลย ถ้าจะให้ฉันเมาด้วย ไม่ใช่ไปนั่งดูนายเมาคนเดียว

ได้สิ คืนนี้ฉันให้นายดื่มจนพอใจเลย ดีมั้ย ว่าแต่ไม่มีงานหรือไงพรุ่งนี้

ไม่มีแล้ว ว่าง! จะกินให้แฮงค์ไปสามวันเลย

ได้... ไปนอนสลบห้องฉันแล้วกัน เดี๋ยวฉันลักหลับเอง

 

ข้อเสนออันตรายข่มขู่ใครให้กลัวได้ไม่ คาซึยะยกริมฝีปากหยันใส่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เบื้องหลัง ให้มันรู้ซะบ้างว่าคนคนนี้ไม่ใช่ใครที่จะมาต่อกร

 

ก็ดี เหนื่อยมาหลายวันแล้ว อยากจะนอนเฉยๆ

 

หึหึ โอเค... ฉันจะไม่ให้นายต้องกระดิกเชียว

 

.

.

 

เสียงหัวเราะต่อกระซิกดังอีกแล้วในเวลาสามทุ่มสี่สิบห้า

เพื่อนทั้งสี่ที่ซ่อนกายแถวบันไดหนีไฟก็มองหน้ากันด้วยความสุขสมหวัง สองมือยกขึ้นตบแปะ...ไหว้ฟ้าไหว้ดิน ขอให้ความระรื่นนี้อยู่ไปอีกนานเท่านาน อย่าได้มีปัญหาอะไรอีกเร็วๆ เลยสาธุ

 

ความวัวที่เพิ่งจะหายจงอย่าได้มีความควายเข้ามาแทรก

 

 

นัดเพื่อนไว้กี่โมงล่ะจิน

อา... สี่ทุ่ม ไปกันเลยดีมั้ย รีบไปจะได้กลับไวหน่อย

ไม่ได้!”

อ้าวทำไมล่ะ

 

อย่าบอกนะว่าพี่ง้อมาตั้งนานน้องนางยังไม่ใจอ่อน

 

ก็ฉันขับรถมา... จินไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันขับตามไป

โธ่ นึกว่าอะไร ทิ้งรถเอาไว้ที่นี่ก็ได้ ไปด้วยกันประหยัดน้ำมัน

ไม่เอาอ่ะจินไปก่อนดีกว่า ...นะ ฉันว่าจะกลับไปเปลี่ยนชุดหน่อย

เปลี่ยนทำไมชุดนี้ก็ดีอยู่แล้ว

ไม่เอา

ไม่เอาอะไร ไปด้วยกันเถอะ ไปๆ

บอกว่าไม่ก็ไม่สิจิน เหงื่อฉันออกเยอะ แล้วอีกอย่างชุดนี้มันก็...

ดีอยู่แล้ว

ดีตรงไหน ไม่เห็นจะน่ารักเลย!”

 

เสื้อยืดธรรมดา ขาสั้นรองเท้าแตะ ...โชว์ตัวในฐานะแฟนอาคานิชิ จินทั้งที!

 

แล้วจะน่ารักไปไหนฮะ... ฉันควงนายไปให้ชื่นใจนะ ไม่ได้ควงไปให้กังวล

ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไปชุดนี้นี่ นะ จินแยกไปก่อนน่ะดีแล้ว เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง ไม่เบี้ยวหรอกน่า...

เอาล่ะๆๆ จินยกมือยอมแพ้ เปลี่ยนชุดก็เปลี่ยนชุด งั้นฉันขับกลับไปบ้านให้ก่อนแล้วกัน แล้วเราค่อยไปพร้อมกัน ดีมั้ย

 

ไม่ดี

เอ๊า

 

คาซึยะฮึดฮัด ขัดใจที่คนรักว่ายาก

ก็นายจะเสียเวลาขับกลับไปกลับมาทำไมล่ะ ใกล้ถึงเวลานัดแล้วไม่ใช่หรือ รีบไปเจอเพื่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไปแป๊บเดียวเอง

ฉันไม่อยากให้แยกกันไปนี่

แต่ฉันอยาก น่า...แยกกันไปเถอะ ตกลงตามนี้นะ โอเค้

 

เอออออยู่ฝ่ายเดียว แล้วร่างบาง (กว่า) ก็เดินออกจากห้องน้ำตัวปลิวมิได้สนใจใครในหล้า ก้มหน้าวางแผนชุดสวยที่อยากจะสวมใส่ เสื้อกางเกงอันไหน เครื่องประดับชิ้นใดที่จะเข้าคู่ ดูดี

 

ไม่ล่ะ คาซึ ไม่แยก ชายหนุ่มสั่นหน้าไม่ยอมรับ

เอ๊... จิน พูดไม่รู้เรื่องหรือ บอกว่าแยกก็แยกสิ

ไม่แยก ฉันไม่อยากแยกกับนายแล้วนี่

แยก! จะแยก! ไปเดี๋ยวนี้เลยจิน ยังไม่ไปอีก ไปสิ!”

 

เออ เออ เออ ไปแล้ว! แยกก็แยก อยากจะแยกกันนักใช่มั้ย ตามใจ

ทั้งที่ถูกตะโกนแต่คาซึยะก็แยกเขี้ยวยิ้มรับ

ให้ตายเถอะฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

นักร้องเสียงทองของวงเดินจากคนรักไปอย่างหัวเสีย ส่วนคนที่ยืนอยู่ก็แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างมิได้ใยดีสิ่งใด แถมเมื่อถูกหันมองแล้วจิ๊ปากใส่ หนุ่มหน้าเป็นก็หยิบกุญแจรถขึ้นมาหมุนๆๆ เล่น

 

ตามประสาคนไม่อยากถูกสกัดดาวรุ่ง...

 

เพราะเสื้อที่จะใส่ ก็ตัวที่เข้าคู่เป็นแฝด (>////<) กางเกงยีนส์ขาขาดรอบน่องดึงดูดสายตานิดหน่อย หมวกดำลึกลับ รองเท้าบูทหนังมันปลาบสีแมทช์ แล้วยังสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน นาฬิกา แว่นตา สารพัดสารเพ...

แต่งสวยแบบทำเวลามันแสนกดดัน ไม่อยากให้คนใจร้อนต้องมานั่งรอก็น่าจะเข้าใจกันบ้าง

.

.

ทุกอย่างก็เพื่อจินคนเดียว

ผิดตรงไหน...

 

 

 

 

 

 

และเพราะรักคำเดียว

 

...ฮิฮิ

 

 

 

 

 

.

.

เวลาเดียวกัน ณ บันไดหนีไฟ

 

แกได้ยินเหมือนที่ฉันได้ยินหรือเปล่า

อืม... แยก! เต็มสองรูหูเลย

พวกมันแยกกัน แล้วคัตตุนจะไม่แตกหรือ

ทำไมพวกมันทำอะไรไม่คิดถึงใจคนอื่นบ้างวะ ฉันเกลียดแก ไอ้จิน คาเมะ ฉันเกลียดแก....

เหอะเหอะ

เพราะนายคนเดียวเลยจุนโนะ

อ้าว แล้วเขาผิดอะไรอี๊ก

 

ยูอิจิ เราจะทำยังไงกันดี

ปลงมั้ง... อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด

 

ฮืออออ.............แต่เค้าไม่ยอม...

 

 

ไม่ยอม ไม่ยอมมมมม

 

 

 

 

 

 

End

(ใจเย็นๆ นะโคคิ)

 

 

********************************

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสร็จซะที ฮิ้ววววววววววววววววววว

เสร็จแล้วค่ะ พีส 4 เขียนเสร็จแล้วค่ะ เย่ๆๆๆ

 

เห็นความเก็บกดของคนแต่งกันมั้ยคะ สามสิบแปดประเด็นอัดอั้น ฟูจิวาระยัดไว้ในตอนเดียวหมดเล้ยยยยยยย

หุหุหุ ทั้งความหมั่นไส้และความหวั่นใจทุกสิ่งอย่าง ระบายออกสิ้น สบายตัวเป็นที่ซู๊ดดด

 

อ๊ะๆๆๆ ก่อนอื่น

1 เพลง Only love ของ trademark หาฟังกันได้ ไพเราะมากค่ะ

2 หอกบนโบกิริ เป็นหอกของฮอนดะ ทาดะคาซึ หนึ่งในขุนพลของอิเอยาซุ นะคะ ข้อมูลจากwebนี้ค่ะ

 

 

เฮ้อ... หน้าที่ของคนแต่งจบแล้ว ก็ถึงคราวคนอ่านแล้วล่ะ สู้อ่านมาจนถึงตอนนี้ มีความคิดความเห็นอะไรบ้างก็เผยออกมาซะดีๆ อย่าบอกนะว่าหัวกลวง ไม่เชื้อไม่เชื่อ...

 

ตอนที่เขียนอยู่ก็คิดทอล์กเอาไว้ซะมาก แต่ถึงเวลาจริงๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ คงเพราะว่าฟิกพูดแทนไปหมดแล้ว 555 (เหนื่อยด้วย -*-) ตอนนี้ก็เหลืออยู่แค่อย่างเดียวล่ะ คืออยากโวยวายว่าช่วงนี้คัตตุนช่างเงียบเหลือเกิน CTKT อย่างเดียวที่เหลือให้ติดตามก็ดันเป็นเทปสเปเชี่ยลเสียอีก

 

ตัวเป็นๆ มันหายกันไปไหนหมดฮึ!!

 

อยากดูคอนนนน อยากดูพีวีตัวใหม่...

ไหนใครว่าเดือน 10 จะมีซิงเกิล ไหนใครบอกว่าเดือน 11 ดีวีดีBTR จะออก เงี๊ยบบบเงียบ ให้ปิดเทอมของเด็กไทยแสนหดหู่

 

เฮ้อ...

 

ขอบคุณทุกคนค่ะ ขอกลับไปเศร้าต่อ...

ปอลอ ตาลายเนอะ 555 คู่หมั้นปั่นอยู่ค่ะ ไม่เกินเปิดเทอมใหม่คงได้มาสักตอนหรอก เฮ่อๆๆๆ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วชุ่มชื่นใจจิต เบิกบานในหัวใจเคอะ *แว้กแบบโหยหวน* หลากหลายประเด็นที่เปิดๆ มานั่นกระแทกใจม้าก แต่ติดใจตรงประเด็นเมะเชื่อถือไม่ได้ แอร้กกก ไม่จริงค่ะ เธอเป้นถึงนางสาวญี่ปุ่น ดีกรีระดับเน้!! ไม่เคยพูดโม้เกินฟามจริงนะคะ

แต่น่าร้ากอ้า ไม่รู้จะเมนท์ยังไง ก็ประมาณนี้นี่หน่าแต่ชอบสุดๆ ต้องตอนที่จินกอดซ้อนหลังแล้วโบกตัว แอร้กก ช๊อตในฝันที่ต้องมีจริงแน่น้อน!!! จินน่าร้าก แอร้ก ง้อๆๆ แอร้ก น่ารัก แอร้ก เพ้อจิน แอร้ก เมะก็น่ารัก แอร้ก รักจินเมะ แอร้กกกก

#1 By G. Gee จี (124.121.224.107) on 2009-10-07 03:30

สนุกสนานโลกนี้สีชมพูจริ๊งจริ๊ง (เรื่องจริงเป็นงี้ก็ดีเนาะ)
ถึงจะปวดตากับความหลากสี
แต่ก็คุ้มกับความเพลิดเพลิน
อ่านไปอมยิ้มไปกับลมเพ ลมพัดของคู่นี้
สุดท้ายก็ happy ending
akame จงเจริญ haha

ปล.ยังรอ korean fiction อยู่นะคะ
อยากได้ ๆ reprint เหอะ

#2 By hiei (58.181.146.130) on 2009-10-07 11:28

ปัดโธ่พี่อ้วน ทำเป็นสูบบุรงบุหรี่ สุดท้ายก็ดอดไปง้อเมียล่ะว้า..
จินง้อได้น่ารักมากๆ ชอบบบบบ
“ครับผม รักคาซึนะครับ คาซึรักจินมั้ย”
ยิ่งคำนี้ ไม่คิดว่าจะได้เจอเลยนะเนี่ย ฮา

คาเมะจังกลับไปแต่งตัว โอ้โห อยากเห็นภาพว่าแต่งแล้วจะเป็นไง
ไม่แต่งก็สวยอยู่แล้ว แต่งยิ่งสวยหนัก คราวนี้พี่จินนั่นแหละต้องเตรียมตัวเป็นไม้กัน "หมา" 55

ฮาพี่คิ เวิ่นมาก
เวิ่นไปเวิ่นมาก็ลงแฟนโนะตลอด (กรี๊ดดด คู่นี้มาเล็กๆแต่มาอย่างมีคุณภาพ 55)

มันจะมีพีส 5 มาอีกมั้ยคะ
พีสห้านะคะ พลีสสสสส ~

#3 By ToonkO (117.47.191.197) on 2009-10-07 13:37

พี่อ้วนก็ทำเป็นเก๊กล่ะน้าตอนแรก สุดท้ายก็ต้องง้อเมีย
แต่แหม..หลายอย่างเรยที่กระแทกหัวใจ
พี่อ้วนมันเรื่องเยอะจิ๊งงง ระวังน้องนอกใจบ้างนะยะ (แต่ชั้นมิอยาก โฮะๆ)

สุดท้ายก็เลิฟๆกัน แน่ล่ะ ...สามีภรรยาจะแยกกันได้ไง
แค่ภรรยาอยากไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สวยหน่อย

จะโชว์ตัวภรรยาจินทั้งทีนะตะเอง คึคึ

ปล.เพิ่งรู้ พี่อ้วนกลัวเมีย 55

#4 By ฮานะอุซากิ (58.8.146.25) on 2009-10-07 14:55

ฮ่าๆๆๆ ตอนท้ายของเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของสำสำนวนว่า

"ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด" อิอิ

คิดไปกันคนละเรื่องเลย

ฟิคน่ารักมากค่ะ ชอบเรื่องมากๆ เลย

#5 By NP904 (220.150.153.67) on 2009-10-07 15:22

รักโคคิในแบบนี้จริงๆมันดูน่ารักแบบแปลกๆดี จุนโนะด้วยแทนตัวว่าเขาตัวเองน่ารักดีว่ะ

ส่วนเมะอะ ทำงอนได้น่าปล้ำมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่อยากให้จินสกัดดาวรุ่งงั้นสิ แหมแต่ไม่ว่าเมะจะแต่งอะไรก็น่ารักอยู่แล้วล่ะเนอะ ให้เมะหึงจินเรื่องแอยก็ดีนะ เรายังแอบโมโหเลย น่าจะให้คนที่ถ่านคุ่จินเป้นเมะว่าไหม ยอดขายคงกระชูดขึ้นสูงมากๆๆๆๆๆ อันนี้ฝรั่งคนนนั้นมันไม่ได้ใจเราแอบเซงเลย

เหมือนพาทนี้อีกคู๋มาแบบเงียบๆเนอะ

ชอบอ่านซีรีย์นี้มากขอบคุณนะค่ะ

#8 By robot minah (117.47.11.169) on 2009-10-07 16:15

ยาวมากกกกก แต่อ่านจบก็ยังไม่จุใจ
ก็เรื่องมันอาคาเมะนี่นา เค้าอ่านได้เรื่อยๆ โฮะๆ
เชื่อแล้วว่าแจนจะไม่ทำให้ฟ้าผิดหวัง สามารถสลับภาพพจน์จินให้ดูดี(กว่าเดิม)ได้ตลอด
อยากเห็นเวลามันสองคนหวานกันในชีวิตจริงบ้าง ทุกวันนี้เหี่ยวแห้งหัวโตเหลือเกิ๊นนนนนนนนนน
ชอบโนะกับคิ เป็นสีสันอลังการตระการตาทุกตอนจริงๆ
อยากอ่านพีซฟลู5 อยากอ่านคู่หมั้นตอนต่อ งุงิ

#9 By viva (58.97.1.218) on 2009-10-07 16:17

sad smile

สงสารเพื่อนๆที่เข้าใจผิดกันยกใหญ่

คืนนี้จะนอนหลับไหมนั่น

ขณะที่ไอ้คู่นี้กำลังจะไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ question

#10 By heang (125.26.162.204) on 2009-10-07 21:08

ขำจุนโนะ...ชอบบทมันจริงจังค่ะพี่ 55+

แหม่...T-TUNคะ ทุกคนต้องเชื่อมั่นในจุนโนะนะเนี่ย แม่นราวตาเห็น ฮ่าๆ



“ยูอิจิ เราจะทำยังไงกันดี”
“ปลงมั้ง... อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด”
<< ขำทัตจังไม่มีสาเหตุ 555555555+

อยากจะบอกประโยคเดียวกับพี่แจน "ใจเย็นนะโคคิ" [แถมออปชั่นมือตบบ่าไปด้วยอีกกระบวน ฮ่าๆ]

ขำคาเมะ...โอเคค่ะ จริงๆหนูขำทุกคนในเรื่อง ฮ่าๆๆๆๆ [วุ่นวายดี 55+] คาเมะจะแต่งสวยเพื่อจินหรือเนี่ยยยยย [แค่อยากสวยไปอวดคนอื่นก็บอกมา! มันไม่ได้เกี่ยวกับซะมีแกหรอก!!]

สรุปว่า...น่ารักค่ะ วุ่นวายเฮฮา แต่ดูน่ารักมากๆ ทุกคนเลย งุงิ

ป.ล. รอคู่หมั้นอยู่น้า //ปิ๊งๆ

#11 By renika on 2009-10-07 22:38

กลิ้งเกลือคะ อ่านไปกลิ้งไป
มันน่ารักกินไปไหม

ทั้งสนุก ทั้งหวาน ทั้งง่อย ทั้งอะไรมากมาย
ชอบคำบรยาย ชอบมุขทีใช้ ชอบบบบบ

โดยฉพาะพี่คิ ไม่ไหวแล้ว โกรธจินประหนึ่งจินมันไปแย่งคาเมะมา ฮ่าๆ

จินเอ๊ยยง้อน้องได้น่ารักเกินไปไหม
หน้าหล่อๆอย่างนั้น วิธีง้ออย่างนี้ คำพูดหวานๆ
โอ๊ยยยยยย ละลายยย

น่ารักแบบขำๆอย่างนี้ จะรออ่านอีกนะคะ

#12 By zNs (111.84.33.213) on 2009-10-07 23:11

เพื่อน ๆ นี่ก็คิดกันไปได้เนอะ
แอบฟังมาตั้งแต่แรกหรือเปล่าเนี่ย
ว่าเขาแยกกันไปไม่ใช่แยกทาง เง้อ
ปรมาณูรูปเห็ดเป็นยังไงอ่ะพี่แจน 55
รูปร่างน่ารักใช้ได้เลยนะเนี่ย น้องเมะมีแอบเพิ่มเวลางอนอีกแน่ะ
เป็นเด็กชอบเว่อร์จริง ๆ
แหม..ข่าวใหม่ ข่าวสด ดีจัง
ยิ่งกำลังคิดถึง เจ้าพวกนี้อยู่..เงียบเกิน
ข่าวหวานๆก็ไม่มี..มีแด่ฃ่าวไอ่หล่อทำปวดตับ
ได้อ่านเรื่องน่ารักๆแล้วค่อยสบายใจหน่อย
เออ..งอนกัน หึงกันเข้าไป แสดงว่าแกรักกันดี
ชอบมวลหมู่เพื่อนๆในวงช่างวิเคราะห์กันจริงๆ
อคนช.เวลาง้อนี่น่ารักว่ะ..555
คาเมะจัง ยังไงๆก็ไม่ผิด..งอนเข้าไปลูก
(ป้าเข้าข้างหนู)รอ อ่าน accid กับ un perfectอยู่จ้า

#14 By joyja (124.122.173.16) on 2009-10-08 18:33

ฮาเพื่อนร่วมวง โดยเฉพาะโคคิ คิดกันเป็นเรื่องเป็นราว เอามาถกกันทุกประเด็น ไม่ได้รู้อะไรเล้ยยย
อยากรู้ว่าเพื่อนๆจินพอเห็น คาเมนาชิ ไอดอลคนดังตัวเป็นๆแล้วจะเป็นไง

#15 By nid (116.58.231.242) on 2009-10-08 19:06

แลดูเก็บกดอย่างแรง

เค้าว่าคาเมะ ... เดี๋ยวแม่มันด่า ละไว้ดีฝ่า


อาคานิชิคนเลว ฟีทกะคุริจังก็โอเคอ่ะนะ ชิลชิล

แต่ชะนีออนท็อปกัดคางนี่ไม่ไหวจะเคลียร์

อาคานิชิคนเลว รักเท่าไหร่ก็ไม่ทน โฮฮฮฮฮฮ

#16 By enz (118.172.82.131) on 2009-10-08 21:57

ชอบอ่ะ...จินง้อน่ารักมากกกกอ่ะ น่าจะติดกล้องอย่างที่โนะบอกอยากเห็นตอนง้อเวลาน้องงอนจัง ส่วนพี่คิ เอ่อ..ช่วยเบามือกับพี่โนะหน่อยเห๊อะ ตบหัวมากเด๋วน้ำในหูไม่เท่ากัน (เกี่ยว?)..
เรื่องนี้น่ารักมากกเลยยย..... Kat-tun จงเจริญ!!!!!

#17 By yummy (118.175.64.195) on 2009-10-08 22:02

55555+

อ่านไปฮาไป สงสารโคคิเหลือเกิน

แต่สงสารจุนโนะมากกว่า ผิดตลอด

เมะจิน โกรธกันแล้วอึมครึม แต่เวลางอนกันนี่น่ารักเกินบรรยาย

แต่หนักใจแทนคนที่อยู่ใกล้ ตามอารมณ์คู่นี้ไม่ถูกเลยแฮะ

#18 By Mi-o (125.24.164.23) on 2009-10-08 23:06

พีชฟลูเดย์จงเจริญ!!
รวมเรื่องข่าวเล่นข่าวลือเรื่องจริงมายำ ได้เฮฮามากค่ะ มันส์และลุ้นตามบรรดาเพื่อนร่วมวงทีเดียว
คู่นี้มันผันผวนยิ่งกว่าตลาดหุ้นอีกค่ะ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าโนะ แทงแม่น!!

นี่ถกกันได้ราวกับแฟนคลับถกกันนะพวกนี้ ก๊าก
ชอบโคคิเวอร์ชั่นนี้จริง โวยวายฮาได้ใจ

ช่วงนี้พวกนี้มันเงียบจริงๆเน้อ แต่ก็ดีเราจะได้ไม่ต้องตามข่าวให้หัวหมุน (อ้าว) มองในแง่ดี คงซุ่มทำอะไรกันอยู่กระมัง

ปล. คู่หมั้นฯจะมาจริงๆนะคะ อย่าให้เป็นหม้ายขันหมากน้า

#19 By TarRu_NT (114.128.217.86) on 2009-10-09 01:00

ยิ่งอ่านยิ่งชอบแฮะ ตอบทุกโจทย์ที่เกิดขึ้นเลย ถ้าเรื่องจริงเป็นอย่างนี้ด้วยนะจะกรี๊ดดดด ฮาฮาฮา

ว่าแต่สนับสนุนโครงการนี้จะผิดไหมหว่า?
“วันหลังติดเครื่องดักฟังในห้องน้ำกันเถอะ”
“บ้า... จะพอหรือ กล้องวงจรปิดเลยดีกว่า”

#20 By mett (125.25.28.161) on 2009-10-09 05:29

ฟิคตอนนี้เก็บทุกประเด็นฮอตจริง ๆ ค่ะ
แต่เรื่องนักเบสบอลนี่ไม่ไหวจะเคลียร์จริง
มันจะสนิทอะไรกันขนาดน้านนน
(แม้น้องเจลลี่จะน่ารักแค่ไหน แต่ถ้ามันคนละพ่อกันแล้ว... รันจัง ทับมันให้แบน !!)
คู่อาคาเมะงอนง้อกันน่ารักมากมาย
แอบเคืองอีจินอยู่เหมือนกัน อันอันรับได้ ฟีทกะเคย์จังก็รับได้
แต่บทสัมภาษณ์ในแม็กที่บอกไม่อยากทำงานกับสมาชิกวงนี่มันอะไรยะ
รู้สึกหมั่นไส้กลุ่มเพื่อนคุณชายเธอมากมาย

ส่วน TTUN นี่ก็ช่างเป็นเพื่อนที่ดี เหอ ๆ
วิเคราะห์สถานการณ์เจาะลึกยังกะจะทำวิทยานิพนธ์
(แล้วจะติดกล้องวงจรปิดเลยเรอะ ดูด้วยคนเซ่!)

#21 By itadaki (110.169.0.71) on 2009-10-10 21:27

แหม งานนี้น้องเราออกงิ้วไปหลายรอบเลย
ทำไมขี้ประชดอย่างนี้เนี่ยคาเมะ
พี่้อ้วนง้อจนปวดหัวเลยทีเดียว
แต่จินง้อเมียน่ารักอ่ะ ท่าทางที่ยูพูดไว้จะจริงว่าจินกลัวเมีย
ชอบที่จินบอกว่าเดี๋ยวลื่นกองอ้วกตัวเองตายอ่ะ แอบปากร้ายได้อีกฮ่าๆๆๆ
ชอบพี่คิวิเคราะห์สถานการณ์จัง รู้ลึกรู้จริงทีเดียว
แหม แต่เหตุกาณ์ในฟิกนี่อัพเดทมากๆค่ะ อ่านแล้วอินได้อีก

#22 By love_kame (58.11.46.106) on 2009-10-10 21:29

เมะจ๋า เมะแต่งตัวยังไง ใส่เครื่องประดับอะไร เมะก็น่ารักอยู่แล้ว จริงไหมจ๊ะจิน เมะก็ช่างทำจริง ๆ นะนั่น จินเลยงอนเลยนะนั่น แล้วเพื่อน ๆ เข้าใจผิดกันไปถึงไหนแล้วเนี่ย ฮาดี

#23 By jk (58.9.18.52) on 2009-10-13 02:18

ชอบทานากะ!!!!!!!!

คนเดียว! โดดๆ! ไม่มีใครจะได้ใจไปมากกว่าพ่อแร๊พเปอร์อารมณ์อ่อนไหวหัวใจติสต์แตกผู้นี้อีกแล้ว ใครว่าอคานิชิ ติสต์ (หยั่งมันน่ะเค้าจัดไว้ในประเภท อาร์ตพลิกแพลง)ทานากะซิ ติสต์ของจริง จินตนาการล้นเลหือ พูดสถาณการ์ณที่ตามอ่านในข้อมูลแบบแฟนคลับ ผสมกับสิ่งที่ตัวเองมองเห็น จิ้นออกมาบรรเจิดเป็นเรื่องราว เล่าได้ราวกับแร๊พฉากๆ มาแต่งฟิกเหอะ ทานากะ ฉันจะขอสมัครเป็นแฟนคลับแกคนแรกเลย โอ้วววววว

แต่นะ ถึงจะเล่ามันหยดติ๋ง ไซโคเพื่อนจนพากันวิตกเป็นแถบๆ ยังคงทำนายทายทักไม่แม่นเหมือนคู่ครองแกว่ะ โนะมันพูดถูกเป๊ะ แต่แค่คู่อาร์ตพลิกแพลงคู่นี้ อารมณ์มันเหมือนพายุกิสนา ที่เหมือนจะจากลาแต่ก็หวนกลับมาย่ำยีให้ชีช้ำจนดอกกะหล่ำไม่ทนงอก ยังไงยังงั้น มันก็อาจจะมีสถาณการ์ณแถมที่หลวงพ่อยาวโย่งแกก็ไม่สามารถนั่งทางในมองออกได้เหมือนกัน

ส่วนตอนนี้ เพราะพาร์ทที่แล้ว รุ่นอาวุโสทั้งสองเด่นเด้ง ดอดไปสวีทกันไปแล้ว พาร์ทนี้เลยออกแนวมาเป็นลูกคู่ประกอบใช่มั้ย? ไม่เป็นไร ไอ้เฮรอพาร์ทหน้า ไม่ก็ใน อันเพอร์เฟ็ค โฮ่ๆๆๆ

มาเม้นเมนหลัก ...

ฮาเหอะ ฮาลูกเดียว ตอนแรกก็คิดว่า จะมาเครียดอีกหรือไร ก็ในนี้ปกติจะออกแนว ใสๆ ไม่ไร้เอ็นซี(แค่แอบ) นี่นา อ่านไปอ่านมา ก็ .... เออเนอะ ชีวิตคู่ตุนาหงันของคนอาร์ตเรื่องมันมากมาย ดีจริงนะ นางเอกมาพาร์ทนี้ ดีกรีละครช่องเจ็ดกระโดดเด๋งโดนดีดแบบชิดซ้าย เธอสะบิ้งได้อารมณ์ กริกิ้วมากมาย เฮ้ย! แล้วมาดโกะโชอันชดช้อยในคอนมันหายไปไหนเสียเล่า คาเมนาชี๊!!! ตอนนี้เหลือแต่มาดหญิงแก่นแรงอารมณ์ที่เต็มไปด้วยเหตุผลล้านแปด(แต่เหมือนจะไม่ได้ใช้- -") น่ารักน่าดีดเป็นที่สุด!! 555

ต่อมา เม้นเมียเสร็จ ไม่เอ่ยถึงสามีมันจะกระไรอยู่ กล่าวกันสั้นๆง่ายๆ อคานิชิไม่กลัวเมีย เพียงแต่มีคติในใจที่ต้องยึดมั่นทำตามเป็นล้นพ้นว่า "ภรรยาถือเป็นที่เคารพสักการะ บุคคลจะละเมิดมิได้" แม้บางครั้งเธอจะอาร์ตขึ้นบ้าง เราก็มีหน้าทีเดียวคือสงบเสงี่ยมเตรียมง้อ(เพราะถ้ามันอ้าปากเถียง เรื่องมันจะไม่จบในชั่วโมงเดียว)

ปล. เอามือตะปบบ่าทานากะ สองปุบ ["ใจเย็นๆนะ ทานากะ"]
ปล2.“พวกมันแยกกัน แล้วคัตตุนจะไม่แตกหรือ” <<< ฮากับประโยคนี้ แอบคิดว่า อุเอะจะทำหน้ายังไงตอนพูดก็อดฮาไม่ได้ขึ้นมา 555

-เม้นยาวเนอะ- -" ... ตอนอ่านไป ก็ด่าไป ดีนะที่เป็นพวกสมองปลาทองแควร์กำลังสี่ ลืมไปหมดแล้วเหลือมาแค่นี้ แต่ก็รู้สึกยาวอยู่ -

เจอกันเอ็นทรี่หน้าเด้อค่ะ

#24 By pierce on 2009-10-13 19:19

เมะพูดซะเวอร์ จาก หนึ่ง บวกเป็น3 อาทิตย์เชียว

เจ้าแม่ดราม่า ของจริง

อคาเมะ บทจะหวานก็หวาน

บทจะตีกันก็วุ่นไปหมด (เมะใจไวไปหน่อย กว่าจะเข้าใจเปลืองน้ำลายไปหลายยก)

เพื่อนพ้อง กลายเป็นนักวิเคราะห์กันใหญ่

แต่ดูเหมือนจะเข้ามาผิดจังหวะทุกที เข้าใจผิดไปนู้น

ขำ แต่จะขำไม่ออกแน่หาก คัตตุนต้องแยกวงไปเนี้ย

เอิ๊กก ได้เวลาเปิดตัวแฟนหนุ่ม

เมะเปี้ยวววววว

#25 By spookie (203.144.211.120) on 2009-10-28 16:38