Accidentally Possessive Part 11 (1/2)

posted on 23 Jan 2012 00:50 by asuka-jan in Accident

 

Title: Accidentally Possessive
Part: 11 (1/2)
Casts: Jin x Kazuya
Author: Asuka
Rate: G


 

อยากให้กลับไปย้อนอ่าน (อีกแล้ว) ท้ายพาร์ท 10 นิดนึงนะคะ ไม่ใช่อะไรหรอก เพื่อบิวท์อารมณ์ดราม่าของคาเมะน่ะค่ะ ฟิลจะได้ต่อเนื่อง

 

 

 

“ผมไม่เคยขึ้นเสียงกับพ่อรุนแรงอย่างนี้เลย”

 

จินแตะนิ้วเช็ดน้ำตาที่เพียงแค่รื้นขึ้นมา ก่อนที่มือนั้นจะเลื่อนขึ้นไปวางบนศีรษะเขา ขณะที่อีกมือหนึ่งยึดโทรศัพท์มือถือไปใช้เอง

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนระหว่างรอสาย ร่างเล็กก้มหน้า เขาเดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายโทรหาใครและไม่นึกอยากรู้เท่าไหร่ แต่ไม่ว่าหนุ่มคู่หมั้นจะทำอะไร...คงเป็นเรื่องดีกว่าที่เขาทำ

 

“คุณนามิ” ร่างสูงเดินห่างออกไปที่ระเบียง

 

“ผมเอง อาคานิชิ ติดต่อฝ่ายไอที หาคนเก่งๆ มาจัดการให้ผมหน่อย” จินพูดคุยกับปลายสายเสียงสุภาพ หลังจากร่างสูงก้าวเท้าไปจนสุดระเบียงคาซึยะก็ไม่ได้ยินเสียงใดอีก แต่จากท่าทางสุขุม การรับฟัง การเปิดปาก และท่าทีออกคำสั่ง ทุกอย่างดูราบรื่นเรียบง่าย ชวนให้เชื่อถึงประสิทธิภาพในผลของการสนทนา

 

ประธานบริษัทใหญ่เสร็จธุระตนในเวลาไม่นาน เขาเดินกลับเข้ามาในห้อง มองไปยังคนที่ยังทำหน้าซึม ก่อนแวะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วสาวเท้าเข้าหา

 

ยังไม่ทันที่จะหย่อนตัวนั่งลงเคียงข้าง ร่างเล็กก็เอ่ยปากสารภาพ

 

“ผมพูดไม่จริง ผมทะเลาะกับพ่อบ่อยไป”

 

คำพูดรู้สึกผิดในเสียงรั้นๆ ทำให้จินยกมือขึ้นแตะบ่าร่างข้างๆ จากที่ตั้งใจจะรายงานสิ่งที่สั่งเลขาเมื่อครู่ ก็เปลี่ยนสิ่งที่เอ่ยไปตามความกังวลที่เปลี่ยน

 

“คุณอาจะเข้าใจ”

 

คาซึยะรับฟังอย่างสงบ ร่างเล็กถอนหายใจ ชันเข่าขึ้นมารองคาง เขานึกอยากเอียงตัวลงนอนอย่างประหลาด ที่เคยเปรี้ยวปากอยากชิมแอลกอฮอล์ท้องถิ่นก็ไม่อยากแล้ว แต่ชักอยากเปิดเบียร์ในตู้เย็นของโรมแรมมาซดแทน

 

ถ้าคืนคริสต์มาสปีนี้จะดราม่าอย่างนี้...

 

“คุณจินคงไม่เคยมีปากเสียงกับคุณลุง” ร่างเล็กเม้มปากแล้วมองคู่หมั้นอย่างประเมิน ที่จริงไม่ต้องชายตามองสักนิด ตัวตนของอาคานิชิทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ซึมทราบเข้ามาในมโนสำนึก เขาเห็นภาพชัดทีเดียวหากพ่อลูกคู่นี้มีเรื่องขัดแย้งกันจะออกมาในรูปแบบไหน ระหว่างชายหนุ่มผู้ใจเย็นเป็นน้ำ กับชายสูงวัยช่างไซโค

 

จินมองคู่หมั้นอย่างแปลกใจ งงเล็กน้อยที่เรื่องวนมาหาตัว ก่อนตอบอย่างที่คนถามแปลกใจยิ่งกว่า

 

“ผิดแล้วล่ะ สมัยก่อนนี่อย่างของคุณเรียกว่าเบาะๆ เลย”

“ไม่จริงหรอก”

 

คาซึยะเมินหน้าอย่างไม่เชื่อ

 

“จริงที่สุด ผมตอนเด็กๆ ดื้อเป็นที่หนึ่ง ซนเป็นที่หนึ่ง สปอยล์ก็เป็นที่หนึ่ง ถูกดุทุกวัน”

จินยิ้มพรายเมื่อนึกย้อนอดีต แถมยักคิ้วหนึ่งทีใส่คนชอบเอาชนะให้รู้ถึงความพ่ายแพ้อีกสามอย่าง

 

“คุณเนี่ยนะครับ”

“ผมเนี่ยแหละ”

 

หนุ่มน้อยเหล่ตามองขึ้นมองลง ‘ที่หนึ่ง’ อย่างยังคงไม่เชื่อถือ แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนโกหกหรือขี้โม้ แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นมุกหลงตัวเองอีกมุกหนึ่งก็ได้

 

คิดจะเปลี่ยนมูดเขาหรือ

 

“แล้วจุดเปลี่ยนมาอยู่ตรงไหนครับ เพราะโตขึ้น?” จึงไม่มีเค้าเด็กดื้อซนสปอยล์ เหลือเพียงผู้ใหญ่ที่น่าหมั่นไส้มากๆ

 

“อืม...เพราะโตขึ้นก็ใช่” ร่างสูงเคาะคางคิด เขากรอกตาทบทวนตัวเองครู่หนึ่ง “ถ้าจะให้บอก ก็ต้องย้อนความไปตั้งแต่ก่อนผมเกิดเลยล่ะ” พูดพลางหยิบหมอนแล้วลุกขึ้นเดินออกไปยังเก้าอี้ที่ระเบียงอย่างอ้อยอิ่ง

 

“ไกลไปมั้ยครับ”

 

คาซึยะข้องใจทั้งการย้อนความและการเปลี่ยนที่คุยของชายหนุ่ม

เขาพยายามเป่าความอึมครึมในใจทิ้ง ก่อนลุกตามไปด้วยความสนใจใคร่รู้ปนมารยาท

 

“ไม่ไกลหรอก... คุณรู้ใช่มั้ยว่าพ่อผมกับพ่อคุณเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ส่วนแม่ของเราสองคนก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน”

“ครับ ผมทราบ” คนฟังพยักหน้า

 

“พ่อกับแม่ผมแต่งงานกันเร็วมาก ก่อนหน้าคู่คุณอาหลายปี แต่งกันตั้งแต่คุณแม่ยังไม่จบไฮสคูลดีด้วยซ้ำไป คนรอบข้างสงสัยกันว่าแม่ตั้งท้องถึงได้แต่งงานเร็วอย่างนั้น ความจริงเป็นตรงกันข้าม พ่อแต่งงานเร็วเพราะอยากมีลูกเร็วๆ แต่แต่งไปตั้งหลายปี กลับยังไม่มีลูกสักที”

 

ชายหนุ่มเล่าต่อเนื่องเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเต็มใจฟัง

 

“ปรึกษาหมอตลอดห้าปี ทำกิฟต์ก็แล้ว ผสมเทียม เด็กหลอดแก้ว ทุกทางที่สมัยนั้นมี กระทั่งบนบานศาลกล่าว แต่ก็ไม่มีผลเลย... แม่ไม่ท้อง ถึงท้องก็แท้ง พ่อสงสารแม่ แม่เองก็หมดหวัง สุดท้ายพ่อก็เลยไปสถานสงเคราะห์แทน. แล้ว