Accidentally Possessive Part 12

posted on 08 Mar 2012 23:13 by asuka-jan in Accident

 

Title: Accidentally Possessive
Part: 12
Casts: Jin x Kazuya
Author: Asuka
Rate: G

 

 

 

“อย่าเสียดายเลยนะ”

“ก็มันเสียดายนี่ครับ...”

 

“ขนาดนั้น?”

“มากๆ!”

 

ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ คาซึยะนั่งจ้วงน้ำแข็งไสพลางทุบขาตัวเองป้อยๆ ค่าด้วยที่เดินขาลาก สำรวจตลาดสินค้านานาชาติ (Intermational market place) จนเมื่อย แต่ก็ยังพลาด ซื้อของถูกมาเพื่อเจอร้านที่ขายถูกกว่า

 

“ก็คุณดูสิ” ร่างเล็กเริ่มบ่นรอบที่เจ็ด

 

“มันแปะป้ายว่าใบเดียวห้าสิบเหรียญ ผมก็อุตส่าห์ต่อได้เป็นสองใบแปดสิบ เล่นเอาแม่ค้าเกือบข่วนหน้า แต่พอเดินมาจนถึงทางออก เจออีกร้านแปะป้ายสามใบร้อยสิบเหรียญซะงั้น... ผมไม่เสียดายเงินสักนี๊ดเดียวจริงๆ คุณจิน แต่มันเจ็บใจ เจ็บใจๆๆ คุณไม่เข้าใจหรือ...”

 

ได้ระบายอีกครั้งก็ตักเกล็ดน้ำแข็งเข้าปากอีกคำใหญ่ จินซึ่งอยากกินน้ำซุปร้อนๆ มากกว่าตั้งแต่ต้นจึงเลื่อนถ้วยของตนไปให้

 

ทั้งสองตกลงแยกกันไปซื้อของขวัญกลับไปให้พ่อๆ แม่ๆ คาซึยะมาตลาดสินค้านานาชาติตามโปรแกรมปกติ ส่วนจินบินเดี่ยวนั่งแท็กซี่ไปเอาท์เลทอลาโมน่า เขากลับมาพร้อมนาฬิกาสุดสปอร์ตสำหรับคุณอาคาเมนาชิ และแว่นตากันแดดทรงเฉี่ยวสำหรับพ่อตนเอง

 

พอมาถึง เจอกันยังไม่ทันถามว่าร่างเล็กได้อะไร คนที่อัดอั้นเจ็บใจก็โผมาโวยวายใส่เอาๆ

 

ของกลางที่ว่าคือ กระเป๋าผ้านวมพิมพ์ลายฮาวายเอี้ยนสไตล์ใบใหญ่ คาซึยะเลือกมาเป็นของขวัญเนื่องจากง่ายแก่การแบกกลับญี่ปุ่นมากกว่างานแกะสลักไม้ที่เคยหมายตา อีกทั้งดูเหมาะกับการใช้ไปเที่ยวคู่กัน (ยามสามีไปไดรฟ์กอล์ฟ) ลายใบไม้สีฟ้าสำหรับแม่ของเขา ลายดอกไม้สีชมพูอมส้มสำหรับแม่ของจิน

 

ทุกอย่างแฮปปี้ลงตัว จนกระทั่งเดินมาเจอร้านที่ขายถูกกว่าตรงทางออก...

 

“ได้มาสองใบก็ดีแล้ว ถ้าคุณซื้อสามใบ ถึงราคาต่อใบถูกกว่าแต่มันก็เกินความจำเป็นไม่ใช่หรือ ถ้าคุณซื้อสามใบ ก็แปลว่าคุณได้กระเป๋าใบที่สามในราคาสามสิบเหรียญเอามาทิ้งไว้เฉยๆ”

 

จินคำนวณให้และปลอบใจตามหลักเหตุและผล แต่คนที่เจ็บใจมากๆ ก็ยังคงบ่นงึม แม้จะเสียงเบาลง แต่ก็ยังว่า...เผื่อเอาไปให้ใครก็ได้ คุณนามิก็ได้...

 

ร่างสูงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้บ่นจริงจังแล้ว จึงคร้านจะบอกว่าของคุณนามิเป็นน้ำหอมแบรนด์ดัง ซึ่งเธอเพิ่งเอ่ยปากฝากซื้อเมื่อคืนนี้เอง

 

“ถ้าคุณยังเมื่อยก็นั่งพักไปก่อนแล้วกันนะ” จินพูดพลางไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง “ผมจะไปหาพวกเสื้อพวกอะไรทำนองนี้ไปฝากคนที่บ้านสักหน่อย”

 

คำเบี่ยงประเด็นของจินได้ผลเกินคาด เมื่อร่างเล็กวางช้อนลงกับชามขนมทันที

 

“เสื้อหรือครับ แนวไหนครับ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือพวกผ้าพันเอวสวยๆ เอาแบบไหนครับ ผมถามราคามาหมดทุกร้านแล้ว เพราะตอนแรกว่าจะเอาเหมือนกัน แต่เมื่อวานซื้อช็อกโกแลตไปเยอะ ถ้าคุณจะซื้อเดี๋ยวผมพาไปดูนะครับ อ๊ะ...เดี๋ยวผมเอาด้วยดีกว่า ซื้อหลายชิ้นมันถูกดี...ถ้าไม่ให้ใครก็เอาไว้ใส่เล่น”

 

เมื่อมีเรื่องใหม่ให้คิด เรื่องเก่าก็เป็นอันจบ

จินได้ข้อสรุปดังนี้พลางมองตามคู่หมั้นผู้หายเมื่อยกะทันหันเดินนำไปโดยทิ้งค่าขนมไว้ให้เขาจ่าย ...นับว่าเป็นผลการทดลองที่เป็นไปตามสมมติฐานที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าอย่างยิ่ง

 

หลังตื่นนอนด้วยอาการตาบวม ร่างเล็กโอดครวญหงุงหงิง สักพักก็ใช้ถุงชาของโรงแรมมาแช่น้ำร้อนแล้วเอาไปแช่เย็นแล้วนำมาโปะตา พอลงไปรับประทานอาหาร เจอหน้าเลขาจึงนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ตนเองตาเหลือชั้นเดียว หลังกระซิบกระซาบไถ่ถามจนได้ความว่ายังไม่น่ามีใครอื่นรู้เรื่อง ก็มาถกกันเรื่องวิธีการทำออมเลตของเชฟประจำเตาไข่ แต่เมื่อหันไปเจอหน้าไกด์ หูได้ยินคนสอบถามเรื่องแนวสินค้าในตลาดที่จะไป ก็หันมาดึงแขนเขาปรึกษาหารือเรื่องการซื้อของขวัญ

 

‘ผมน่ะหลับตื่นหนึ่งก็หายแล้ว’

 

นี่คืออำอธิบายเมื่อเขาถามว่าตกลงไม่กลุ้มเรื่องรูปพวกนั้นแล้วหรือ

 

‘งั้นคุณน่าจะงีบบ่อยๆ’ คนขึ้นง่ายหายไวเอาส้อมจะมาจิ้มมือเขาทันทีที่พูดแค่นั้น

 

 

“คุณจิน คุณว่าผมซื้อตามไซส์ หรือเอาฟรีไซส์ไปให้หมดดีครับ”

 

ร่างสูงยิ้มเฉยอย่างไม่มีความเห็น รอให้ร่างเล็กหันไปเจื้อยแจ้วต่อรองราคากับเจ้าของร้านเสื้อซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ขายกระเป๋าสองใบแปดสิบ

 

‘ผมจะไปเอาคืน’ นี่คือคำอธิบายจากการที่ไม่ยอมให้เขาเดินดูร้านค้าต่างๆ ด้วยตัวเอง แม้จะยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงครึ่ง

 

การต่อรองราคาทำท่าจะดำเนินไปด้วยดี จากรอยยิ้มและคำหวานของลูกค้าผู้หาเหยื่อรายใหม่มาให้

เงินสดที่พกมาน้อยทำให้จินเลือกจ่ายด้วยบัตรเครดิตซึ่งทางร้านยินดีรับ ชายหนุ่มไม่ค่อยแปลกใจนัก เมื่อตัวเลขในใบเสร็จที่เขารับมาเซ็นชื่อมีจำนวนสูงกว่าราคาสินค้าในส่วนของเขาเองเกินเท่าตัว

 

“เดี๋ยวผมจ่าย