Accidentally Possessive Part 14

posted on 21 Mar 2012 22:29 by asuka-jan in Accident
 

Title: Accidentally Possessive
Part: 14
Casts: Jin x Kazuya
Author: Asuka
Rate: G

 

 

 

จินคิดอยู่แล้วว่าบัญชีรายเดือนเพียงเดือนเดียวและเพียงอย่างเดียวบอกอะไรแทบไม่ได้ แต่เพราะเห็นแก่ความร้อนใจของคนกำลังเผชิญปัญหาและความเป็นห่วงของเขาเอง จึงไปหาตามคำร้องขอของเพื่อนอย่างไม่ลังเล

 

ทัตสึยะมีท่าทีผิดหวังชัดเจนไม่ผิดจากที่คาด จินต้องปลอบใจอยู่พักใหญ่กว่าคนหน้าเศร้าจะคลายจากความผิดหวัง

 

ปัญหาของทัตซึยะนั้นเขายอมรับว่ายาก แม้จะพอมีโอกาสหาทางจัดการกับมันได้อยู่ ทว่าการแก้ปัญหายากๆ ต้องอาศัยใจที่พร้อมเป็นสำคัญ เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง มองให้เห็นโอกาส และกล้าทำในสิ่งที่ยากและอาจจะเสี่ยง

 

แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายเลยที่จะพร้อม ต่อให้เป็นเขาเองก็ใช่ว่าจะทำใจได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งตำแหน่งอย่างเขาหากเจอเรื่องสงสัยก็เรียกเอาข้อมูลมาดูให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปได้โดยง่าย แต่สำหรับทัตสึยะ เข้าถึงข้อมูลได้ยากกว่ากัน และยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งเครียด ยิ่งกังวล ยิ่งบั่นทอนจิตใจ...

 

“ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาข้อมูลเพิ่มได้ยังไง”

 

“อะไรคิดไม่ออกก็พักไว้ก่อน ทำในสิ่งที่นายทำได้”

 

เป็นคำพูดที่เขาใช้บอกตัวเองไปด้วย ปลอบใจให้หายรู้สึกผิด ที่คนที่ควรจะพึ่งพาได้อย่างเขายังทำประโยชน์ให้คนเป็นเพื่อนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้

 

จินใช้เวลาตลอดค่ำที่คอนโดของทัตสึยะไปกับการสอนวิธีดูบัญชี ซึ่งก็เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง เพราะแต่ไหนแต่ไรความเป็นมิตรระหว่างร่างบางกับตัวเลขมีเพียงระยะบนไม้บรรทัดยามออกแบบกับโน้ตดนตรีเท่านั้น และพอแบบนั้นนอกจากใช้เวลากับการอธิบายซ้ำ ชายหนุ่มก็ต้องแบ่งให้กับการให้กำลังใจเพื่อนด้วย

 

“นายเก่งแล้ว ฉันเรียนตั้งเป็นเทอมเชียวนะ”

“รู้งี้ฉันกัดฟันเรียนไอ้วิชาการบัญชีเบื้องต้นตามนายไปซะก็ดี ไม่น่าถอนก่อนเลย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามีประโยชน์ แต่ฉันก็เอาแต่คิดว่าไม่สนุก ไม่อยากทำอะไรที่ไม่สนุก”

“เอาน่า อย่าคิดมากสิ”

 

คอร์สวิชาบัญชีเร่งรัดมีขึ้นอีกครั้งช่วงสายของอีกวัน ณ ห้องทำงานของประธานบริษัท AK-Dengasei หลังจากทนตั้งสมาธิทำงานอยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงทัตสึยะก็ทิ้งงานตัวเองแล่นมาหมกมุ่นกับการเรียนต่อที่นี่ จินจึงต้องทำงานของตัวเองไปพร้อมกับทำหน้าที่ครูไป ซึ่งก็ไม่ลำบากมากนักเพราะลูกศิษย์มีสมาธิดีขึ้นจากเมื่อคืนมาก มีพักตาลอยบ้างเป็นระยะ แต่หลายครั้งก็ตัดใจกลับมามีสมาธิกลับมาเรียนใหม่ได้เอง มีบางครั้งที่จินต้องเคาะปากกาเรียก คนใจลอยก็สะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเรียนต่อ

 

..................................

 

“บอสครับ เดี๋ยวสักสิบเอ็ดโมงครึ่งเราออกไปกินข้าวกลางวันกันก่อนมั้ยครับ”

 

ชิเงอากิเกาะประตูถาม หลังจากเคาะขออนุญาตแล้วได้ยินเสียงตอบรับ

 

“เอาสิ ออกรถเที่ยงใช่มั้ย”

“ครับ เผื่อรถติดด้วย”

“อื้ม... เอ๊ะ นี่สิบเอ็ดโมงแล้วนี่” คาซึยะเหลือบมองนาฬิกาในจอคอมพิวเตอร์

 

“งั้นอีกครึ่งชั่วโมงนายมาเรียกฉันแล้วกันนะ”

“ได้เลยครับผม”

 

เลขาหนุ่มรับคำเสียงดังพร้อมตะเบ๊ะท่าให้เจ้านายเงยหน้าขึ้นมาส่ายศีรษะพลางหัวเราะ

 

พอคนเป็นลูกน้องออกไป คาซึยะก็กลับไปสนใจข่าวคราวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เขาสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตต่อ ในยามนี้ความเคลื่อนไหวทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในภูมิภาคนี้มีแทบจะวันต่อวัน เขาต้องคอยเรียนรู้อยู่เสมอ เผื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาต่อรอง และคอยวิเคราะห์ความเสี่ยงส่งให้ฝ่ายการตลาดในการปรับปรุงแผนธุรกิจ หากมีวิกฤตการณ์อันใดที่จะส่งผลต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของบริษัท

 

อ่านต่อได้อีกราวสิบห้านาทีหนุ่มน้อยก็ปิดปากหาว ด้วยว่าเมื่อคืนก็นั่งอ่านอยู่จนดึก และตอนเช้าก็ต้องตื่นแต่เช้า เขาตั้งนาฬิกาให้ปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เพื่อให้ทันโทรหาสารถีส่วนตัวให้หยุดมารับมาส่งชั่วคราว แน่นอนว่าต่างฝ่ายก็ต่างยกเหตุผลใส่กัน ชนิดที่กว่าจะตกลงกันได้ก็แทบอาบน้ำแต่งตัวมาทำงานไม่ทันกันทั้งคู่

 

ผลการเจรจาได้ว่า ประธานหนุ่มยอมให้คาซึยะขับรถเองในช่วงที่ต้องรับรองแขกต่างชาติ ยกเว้นวันนี้ที่จะยังมารับในตอนเช้า โดยให้คนขับรถของบริษัทไปส่งในตอนเย็น คิดแล้วคาซึยะก็ตลกตัวเอง...

 

เขายอมให้จินไปรับในเช้าวันนี้ก็เพื่อถือโอกาสแลกของขวัญ แต่พอเจอกันก็กลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างลืม และตอนนี้ถุงกระเป๋าก็ยังอยู่กับเขา กล่องนาฬิกาก็ยังอยู่กับอีกคน

 

นึกได้ก็ต้องรีบทำ

 

คาซึยะยกข้อมือดูนาฬิกาก่อนตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ หนุ่มน้อยรอจนเครื่องดับและกดปิดสวิตช์ไฟให้เรียบร้อยตามมาตรการประหยัดพลังงาน เขาคว้าถุงมาตรวจสภาพกล่องที่บรรจงห่อกระดาษผูกริบบิ้นไว้อย่างสวยงาม พอเห็นว่ายังสวยสมบูรณ์ดีก็ละโต๊ะทำงานไปอย่างรวดเร็ว

 

“คาโต้ ไม่เกินสิบห้านาทีฉันกลับมา”