Accidentally Possessive Part 19

posted on 31 May 2012 02:30 by asuka-jan in Accident
 

Title: Accidentally Possessive
Part: 19
Casts: Jin x Kazuya & Yuichi x Tatsuya
Author: Asuka
Rate: G

 

 

 

 

“บอส... บอสคร้าบบอส บอส...............”

“อะไร”

 

คาซึยะเงยหน้ามองเลขาคู่ใจที่วิ่งเข้ามาในห้องอย่างหน้าตาตื่น พอถาม ชิเงอากิก็ยื่นแทบเล็ตทิ่มใส่หน้าจนแทบหงาย

 

“อะไรล่ะ”

“ดูข่าวสิครับบอส ดูๆๆ”

 

เลขาจิ้มหน้าจอเร้าให้สายตาให้บอสหนุ่มมองตาม พอปรับโฟกัสให้พินิจภาพระยะใกล้ สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก็เฉลยให้คาซึยะพอเข้าใจคร่าวๆ ว่าทำไมเลขาของเขาจึงตื่นเต้นนักหนา

ภาพของชีคอัลฟา ...พ่วงด้วยภาพของหนุ่มลูกครึ่งตะวันออกตะวันตกใบหน้างดงามที่ถูกบดบังบางส่วนไว้ด้วยการเซนเซอร์อยู่กรอบข้างๆ

 

แต่...

 

“ฉันอ่านไม่ออก” เนื่องด้วยภาษาในเว็บเพจนั้นเป็นอาหรับล้วน

“ผมก็อ่านไม่ออกครับ” ชิเงอากิชักคอมพิวเตอร์แลบท็อปมาไว้ที่อก “แต่! ผมไปให้ทาโมริซังแปลให้ฟังแล้วครับ!”

“อ่ะ งั้นก็เล่ามาสิ”

 

เมื่อเจ้านายเปิดช่อง เลขาก็รีบลอดช่อง เขากระวีกระวาดลากเก้าอี้ให้ตัวเองนั่ง ก่อนจะไถๆๆ ล้อไปหาเจ้าของห้อง แล้วกระซิบกระซาบราวกับกำลังคุยเรื่องลับในที่ประชุมชนก็ไม่ปาน

 

“ข่าวเขาว่าพบศพนักศึกษาหนุ่มหน้าสวย ลูกครึ่งอาหรับอิตาเลี่ยนคนหนึ่งในทะเลทราย ไม่ไกลจากโอเอซิสขนาดใหญ่ในรัฐดูไบครับ”

 

“แล้ว...”

 

“ความเด็ดมันอยู่ที่เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นลูกหลง บุตรชายคนสุดท้องของเศรษฐีติดอันดับของสหรัฐอาหรับอามิเรตส์กับเมียแหม่มน่ะสิครับ แล้วแหม่มคนนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนางสนองโอษฐ์หรือเลขาคนสนิทของเลดี้เฟิร์ส ภริยาท่านประธานาธิบดี ไม่พอ หล่อนยังมีญาติผู้น้องเป็นนักข่าวของสำนักข่าวเอกอีกต่างหาก เรียกว่า...แบคเพียบ”

 

“อา...”

 

“จากข่าวคนถูกปล้นกลางทะเลทรายธรรมดา ก็เลยถูกกระพือพับๆ จนหล่อนสามารถวิ่งเต้นให้มีการชันสูตรศพได้ แล้วไงรู้มั้ยครับ!” คนเล่าหยุดให้คนฟังต้องลุ้น “ผลการชันสูตร พบว่า ศพ... มีร่องรอยการถูกข่มขืน”

 

“อย่าบอกนะว่า...” คนฟังกระซิบถามอย่างเริ่มมีอารมณ์ร่วมหน่อยๆ

 

“นั่นเลยครับที่ผมจะบอก!” ชิเงอากิตบเข่า “หล่อนออกมาประโคมข่าวเป็นการใหญ่ว่าก่อนหน้าที่ลูกเธอจะหายออกไปจากบ้าน ลูกเธอเคยบ่นกับคนสนิทว่าถูกคนของชีคอัลฟามาตามรังควาน!”

 

“ฮ้า...!”

 

“เธอให้สัมภาษณ์ว่าลูกชายเธอต้องโดนชีคอัลฟาจับตัวไปทำมิดีมิร้ายแน่นอน! แล้วก็คงจะถูกพวกลูกน้อง...ฆ่า! ก่อนเอาไปโยนทิ้งไว้ในทะเลทรายครับ”

 

“พระเจ้า...!”

“พระเจ้าก็ช่วยไม่ได้ครับงานนี้! กลายเป็นข่าวครึกโครมไปแล้ว!”

 

เลขาหนุ่มวางของในมือคว่ำลงกับตัก ส่ายหน้าพร้อมส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ สีหน้ามือไม้อินกับเรื่องที่ตัวเองเล่าไปทุกอณู

 

“พูดแล้วก็ขนลุกซู่..ซู่ เลยนะครับ ผมน่ะ นึกว่าชีคจะเป็นแค่พวกคนรวยอำนาจล้น ที่หลงตัวเอง เอาแต่ใจ นิสัยไม่ดี บ้ากาม หน้ามืด อยากได้อะไรก็ต้องได้ระดับธรรมดาซะอีก นึกไม่ถึงเลยนะครับว่าจะถึงขนาดเป็นพวกข่มขืนแล้วฆ่าจริงจังอย่างนี้”

 

จริง... คาซึยะฟังแล้วก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน

 

“มันก็แค่คำกล่าวหาน่ะคาโต้ เขาอาจจะไม่ใช่คนร้ายตัวจริงก็ได้” คนที่เพิ่งเกี่ยวพันใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวหามาหยกๆ พูดเบรกคนสนิท

 

ทว่าการมองโลกในแง่ดีนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการปกป้องผู้ต้องสงสัย แต่เป็นเพราะไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเกือบมีชะตากรรมแบบเดียวกับบุคคลในข่าวมากกว่า เรื่องการลวนลามข่มขืนนั้นยังพอเข้าใจ (เพราะเจอกับตัว) แต่ถึงกับฆ่าแล้วโยนทิ้งในทะเลทราย...

 

นักธุรกิจระดับนั้น คนที่เขารับรองและไปเที่ยวด้วยกันมาตั้งหลายวัน เป็นฆาตกร โรคจิต และโหดเหี้ยมปานนั้นเชียวหรือ

 

โอย...ขนลุก

 

“ก็จริงครับ” เลขาพยักหน้ารับ “ทาโมริซังบอกด้วยนะครับว่าเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดของแถบนั้น”

 

“จริงอ่ะ” ผู้เป็นเจ้านายตาโต กระตุ้นให้เลขาไถเก้าอี้กลับมาตบเข่าฉาดตั้งวงเมาท์ใหม่ และหนนี้คาซึยะก็เอนตัวสุมหัวให้ความสนใจขึ้นอีกสามเท่า

 

“ถึงกับมีคำกระซิบเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศหรือนักธุรกิจขาจรด้วยซ้ำไปครับ ว่าผู้หญิงผู้ชายคนไหนที่หน้าตาสวย หมดจด ถ้าเป็นไปได้เก็บตัวอยู่แต่ในที่พักไปแหละดี ถ้าจะออกไปเพ่นพ่านที่ไหนก็คลุมหน้าแบบหญิงพื้นเมืองไปซะ จะได้ปลอดภัย”

“ขนาดนั้น”

“ไม่รู้ครับ ทาโมริซังว่ามาอย่างนี้” คนที่ฟังเขามาอีกต่อลูบแขนตัวเองด้วยความอินสุดๆ

 

“ฮู้ย...พูดอีกก็ขนลุกอีก นี่นับว่าบอสเฉียดมากเลยนะครับ ต่อให้เคสนี้ไม่ใ