Korean Fiction: Last Special
posted on 10 Jun 2008 22:19 by asuka-jan in Korean-Fiction
Blossom Summer
เดือนเมษายนของเกาหลีนี่ร้อนตับไหม้เลยครับ
งานอดิเรกของผมกับจึงซุกช่วงนี้จึงหนักไปทางการเล่นน้ำซะมาก ไม่ว่าจะล้างจาน ซักผ้า ตากผ้า หรือล้างรถ อะไรก็ตามที่มันจะทำให้เราสามารถแอ๊บเล่นสาดน้ำดับร้อนกันได้โดยไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่รู้สึกว่าทำอะไรไร้ประโยชน์และสิ้นเปลือง
“ไปต่อสายยางมาเร็ว” พูดไม่พอจึงซุกยังตบก้นผมอีกด้วยครับ ใช่สิ ตะโพกผมมันนุ่มเด้งดึ๋งมากมายใช่มั้ยล่ะ
“อื้อ” (ทำปากยื่นพองามตามแบบยังพี)
สิ่งที่เรากำลังจะทำต่อไปนี้ก็คือรดน้ำต้นไม้ครับ อาจจะบ้าสักนิดที่เรามารดกันตอนกลางวันแสกๆ แต่เห็นแล้วไม่ไหวเลยครับ นอกจากคนกำลังจะเฉาด้วยความร้อนแล้วต้นไม้ก็กำลังจะเฉาไปพร้อมกับเราด้วย เป็นความรู้สึกที่ว่าไม่สามารถรอคอยจนถึงตอนเย็นได้น่ะครับ
เนื้อที่รอบบ้านผมมีราวๆ ร้อยกว่าตารางวา ส่วนใหญ่เป็นผืนหญ้า มีคั่นสายตาด้วยไม้ใหญ่เจ็ดแปดต้น นอกนั้นก็เป็นไม้ดอกคลุมดินที่ปลูกเป็นแนวยาวรอบขอบรั้วครับ ปกติพวกเราจะรดน้ำต้นไม้กันสัปดาห์ละครั้ง แต่สำหรับหน้าร้อนแบบนี้ แค่ปล่อยไว้สองวันสามวันก็ทำท่าจะขาดใจตายกันง่ายๆ โดยเฉพาะพวกไม้ดอก (ที่ไม่ค่อยออกดอก) ช่างขยันทำใบเหลืองขอบน้ำตาลกรอบเรียกร้องความสนใจเหลือเกิน
“แดดแรงน่าดูเลย เดี๋ยวนายไปนั่งตรงศาลาก็ได้ไป” สุดที่รักจึงซุกพูดกับผมอย่างมีน้ำใจครับ... แต่แหม ผมไม่ใช่คนที่จะนิ่งดูดายปล่อยให้ใครทำงานคนเดียวสักหน่อย
“ไม่เอา ช่วยกันสิ นายถือสายยาง ฉันก็กางร่มไง”
เป็นกิจกรรมคู่ที่เรียกเหงื่อเอาเรื่องแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่จริงมั้ยครับ ผมเองก็ควรทำหน้าที่พ่อบ้านของวังจินคิมให้สมบูรณ์ นอกจากกางร่มแล้วก็ยกผ้ามาซับเหงื่อซับมันกันไป เป็นการจู๋จี๋ที่ได้งานดีด้วย
“หน้าแดงไปหมดแล้ว ถ้าผิวลอกอย่ามาบ่นนะ” จึงซุกพูดไปก็หยิบผมทัดหูให้ผมไป...
“นายก็แดงเหมือนกันล่ะน่า จะได้ลอกด้วยกันไปเลยไง” จริงมั้ยครับ แฟนกันจะขี้เหร่ก็ขี้เหร่ด้วยกัน
งื้อ เรื่องอะไรมาบีบจมูกเขาล่ะ
“น่ารักจริง”
อ๊าย บ้าหรือ อยู่ๆ มาชมกันได้ ดูซิครับ มาทำให้ผมต้องม้วนต้วนพร้อมยิ้มไม่ยิงฟัน (พอให้แก้มป่องๆ) ไปตามเรื่องอีกละ คงชอบดูใช่มั้ยล่ะ ไม่งั้นคงไม่จ้องผมเอาๆ ทั้งที่มือก็ถือสายยางแบบนี้หรอก
“ตรงนั้นยังไม่ชุ่มเลย รดอีกสิ...”
ไม่ไหวเลยครับ จึงซุกไม่ตั้งใจทำงานเอาซะเลย รดน้ำยังไงดินดำไม่เท่ากัน เดือดร้อนให้ผมต้องค่อยๆ บรรจงจับมือเขา บังคับสายยางให้เบนไปในทางที่ถูกที่ควรตลอด
หรือจะเป็นแผนแต๊ะอั๋งของเขาก็ไม่รู้นะครับ
“อย่ายกสูงสิคาเมะ รดตรงดินก็พอ ถ้าน้ำขังอยู่ในกลีบดอกแล้วเจอแดดแรงขนาดนี้เข้าไปน้ำก็เดือดเผาดอกไม้กันพอดี” จึงซุกดุผมเสียงเขียวที่ริมหู นั่นไงล่ะ ทำเป็นเอางานมาอ้าง!
“จริงหรือ” เชื่อง่ายก็ไม่ใช่คิมคาเมะแล้ว... เรื่องงานบ้านบังอาจมารู้ดีกว่าผมเรอะ
“จริงสิ”
“แน่นะ”
“แน่สิ”
“ไม่หลอกนะ”
“ไม่หลอกสิ...”
ว้ายๆๆ จากกกหูลงไปซอกคอจนได้ บ้าจริง ทะลึ่งอีกละ ถึงจะชินแต่นี่มันที่โล่งแจ้งนะครับ ชิชิ เล็กๆ น้อยๆ ไม่เคยละเว้น ดูสิครับดู ผมได้คนสัญชาติปลาหมึกมาเป็นแฟน เป็นบาปเป็นกรรมที่ผมชอบกินซูชิหน้าปลาหมึกหรือเปล่าครับ!
...........................................................
น่าเบื่อจังเลยแฮะ
รดกันมาได้เป็นชั่วโมงแล้วยังไม่หมดสวนสักที ผมอุตส่าห์คิดว่าบ้านเราต้นไม้ไม่เยอะแล้วนะ แต่ไหงถึงแอบมีกระถางเล็กกระถางน้อยให้เราต้องบรรจงรดทีละกระถางๆ ด้วย กว่าจะได้ต่อหัวสายยางให้เป็นแบบฟุ้งกระจายสำหรับฉีดหญ้าบริเวณกว้างก็น๊านนาน ทำเอาผมทั้งเมื่อยทั้งเบื่อไปหมดแล้ว ก็มันไม่มีฟองให้เล่นเหมือนเวลาล้างรถหรือซักผ้า (งานโปรด) นี่ครับ
โอ๊ะ สุดที่รักของผมทำบ้าอะไร จะฉีดน้ำใส่หญิงแล้วงัดสายยางขึ้นฟ้าทำไมน่ะ!!
ติงต๊องไปแล้วครับแฟนผม... พี่แกทิ้งร่มแล้วพยายามสร้างฝนเทียม โอเคครับ เล่นด้วยก็ได้ หญ้าที่บ้านเราก็ดินแน่นดี วิ่งย่ำนิดหน่อยก็คงไม่เลอะเทอะมากเท่าไหร่
วู้ว สงกรานต์เกาหลีเฟ้ย!!
ว่าแต่ที่ประเทศไทยเขามีนักเล่นสงกรานต์จอมลามกหรือเปล่าครับ พวกที่ชอบทำสายตาเอ็กซเรย์เสื้อผ้าคนอื่นน่ะ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจใส่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยางยืดเสื่อมประสิทธิภาพมาให้เขามองทะลุเมื่อไหร่ แต่เขาเล่นสแกนยังกับจะให้ผ้าชิ้นเปียกๆ บนตัวผมสลายไปอย่างนั้นแหละ แน่ะ จ้องไม่พอ ยังทำมาเป็นวิ่งไล่ให้ผมต้องหนีอีก พอผมเบื่อหนีก็จับอุ้มเหวี่ยงๆ อยู่นั่น...
พวกบ้าพลังแท้ๆ!!
“เหนื่อยหรือยังฮึ” ยังไม่เหนื่อยอ่ะครับ แต่บางทีก็ต้องทำตัวอ่อนแอบ้าง...
“อื้อ” (ปากยื่นแบบยังพีด้วยครับผมไม่ลืม)
“งั้นเลิกเล่นดีกว่าเนอะ”
ชิ ทำเป็นเห็นใจว่าผมเหนื่อยแต่ทำตามีเลศนัย แล้วยังจับขาผมไปเกี่ยวไว้กับเอวเขาอีก คิดอะไรอยู่เนี่ย จะชวนให้ไปทำอะไรที่เหนื่อยกว่าใช่มั้ยล่ะ!
ยินดีนะจะบอกให้!!
“ไม่เอา...” ก่อนอื่นต้องดิ้นเป็นพิธี
“ไม่เอาอะไร”
คนบ้า ทำยังกับผมเป็นลิงค่าง ยกขึ้นมาทั้งสองข้างแบบนั้นผมไม่มีหางเหลือไว้ให้ช่วยทรงตัวนะ ชิชิ หน้าบ้านก็ช่างไม่อายคนอื่นเขาบ้าง นี่แน่ะๆๆ
“โอ๊ย ทุบทำไมคาเมะ เจ็บนะ...”
“ก็ให้เจ็บน่ะสิ ก็อยากมา—“
ติ๊งหน่องๆๆ
ชะอุ้ย คนมาจริงๆ ด้วย ใจร่วงไปอยู่ถึงตาตุ่มแน่ะครับ ดีนะเนี่ยที่จากประตูรั้วหน้าบ้านมีต้นสนสามใบบังภาพของพวกเราอยู่พอดี ไม่งั้นผมคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ว่าแต่ใครกันหนอ... ไม่ใช่แขกประจำอย่างคุณมินยูหรือยังพีแน่นอนครับ เพราะสองรายนี้เขาลืมมารยาทในการกดกริ่งไปแล้ว ชอบบุกรุกเข้ามายังกับไม่รู้ว่านี่บ้านคนอื่นเขา เอ... หรือว่าจะเป็นเพื่อนผมอุ๊อึนดอง แต่ว่าหมอนี่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวยังไม่กลับไม่ใช่หรือไงน้า...
“เดี๋ยวนะครับๆ กำลังจะไปเปิดประตูแล้วครับ” ผมสะกิดจึงซุกให้ไปด้วยกัน ไม่ได้หรอกครับเผื่อเป็นพวกคนขายของ ผมปฏิเสธเขาไม่เป็น ให้จึงซุกไปช่วยไล่ดีกว่า
ฮ่วย! ใครก็ไม่รู้ครับชายหนึ่งหญิงหนึ่ง สวมหมวกปิดหน้าใส่แว่นดำปิดตากันซะด้วย ไม่น่าไว้ใจอย่างแรง
“ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ” สุดที่รักผมเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกันผมไปอยู่ด้านหลัง แมนจริงๆ ครับ ประทับใจมั่กๆ
“ผมมาหาจินจึงซุกกับคิมคาเมะครับ อยากรู้ว่ายังสบายกันดีอยู่หรือเปล่า” พูดจบแขกหน้ารั้วก็ค่อยเปิดหมวกและเสยแว่นดำขึ้นอย่างเท่ ซึ่งเป็นอากัปกิริยาที่คุ้นตาของผมอย่างมากถึงมากที่สุด...
“พี่โคคิ!!!”
ไม่คุ้นได้ยังไงล่ะครับ พี่ชายผมเอ้ง...!!!
“ยังไม่ตายอีกหรือครับพี่” / “ยังมีชีวิตอยู่หรือครับเนี่ย”
ผมกับจึงซุกตะโกนด้วยความดีใจอย่างพร้อมเพรียงกัน ส่งผลให้พี่ๆ สองคนทำหน้าปลื้มซะไม่มี... (ดี)
“พี่โคคิพี่จึงมึนมายังไงครับ ไหนว่าเทคโอเวอร์ไร่กาแฟที่บราซิลไปแล้วไง” นั่นล่ะครับข่าวล่าสุดที่ผมได้ยินมาเมื่อต้นปี
“แล้วก็ซื้อไร่ชาที่อินเดียไปด้วยไม่ใช่หรือ” อันนั้นเป็นข่าวที่จึงซุกได้ยินตามมาหลังจากนั้น
ถามไปหลายคำครับแต่พวกพี่ๆ เขาก็อมยิ้มกันอย่างเดียว ผมกับจินเลยช่วยกันเลื่อนอันลอยด์บานเล็กให้เขาได้ขนกระเป๋าเข้ามาในรั้วบ้านกันก่อน แปดใบเท่านั้นครับ พอขนกันเสร็จพวกเขาจึงหายใจลึกเตรียมพร้อมที่จะตอบคำถาม
เดาไม่ยากเลยครับ ประเดี๋ยวมันจะมาเป็นชุดๆ เริ่มด้วยพี่โคคิกับพี่จึงมึนสลับกันไป (ตามสูตร)
“ก็พวกพี่คิดถึงน้องๆ ไงจ๊ะ”
“ใช่ ไม่มีที่ไหนสุขใจเกาหลีบ้านเราหรอกจ้ะ”
“แล้วเนี่ย จึงมึนเขาไม่ค่อยสบายด้วย”
“จ้ะ พี่แพ้ๆ น่ะเลยคิดว่ากลับมาพักบ้านเราสักระยะดีกว่า”
“อีกอย่างธุรกิจของพี่ๆ ก็เริ่มอยู่ตัวดีแล้ว”
“เลยให้คนท้องที่เขาคุมงานไปน่ะจ้ะ”
“แล้วถ้ามีเรื่องอะไรสำคัญค่อยส่งเอกสารมาให้เซ็นต์น่ะ”
“อื้ม ว่าแต่เราสองคนน่ะสบายดีใช่มั้ย”
“ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่ล่ะเปียกปอนมาเชียว”
นี่แหละครับน้ำไหลไฟดับ โชคดีที่ผมวิชากล้าแกร่งแล้วไม่ต้องควานหาเทปอัดมาบันทึกเพื่อทวนฟังรอบสองเหมือนเมื่อก่อน
“รดน้ำต้นไม้น่ะครับ พี่มากันเหนื่อยๆ ผมเอาน้ำมาให้ก่อนดีกว่า” ครับ ผมระเห็จไปเอาน้ำเพราะขี้เกียจแบกกระเป๋าทั้งแปดของพวกพี่เขาขึ้นบันไดต่างระดับเข้ามาในตัวบ้านนี่เอง เอ้ย ไม่ใช่ ผมต้องวิ่งไปปิดก๊อกน้ำด้วยต่างหาก ประหยัดครับประหยัด แหะๆ
“แล้วนี่เมื่อกี้ว่าไม่สบายพี่จึงมึนเป็นอะไรมากหรือเปล่า” แว่วเสียงของน้องชายที่แสนดีซักถามพี่สาวตนเองด้วยความเป็นห่วงครับ ผมล่ะชอบพี่น้องคู่นี้เขาคุยกัน น่าร้ากน่ารัก (ไม่นับที่ทักกันเมื่อกี้นะครับ)
“ก็นิดหน่อยจ้ะ แหม... พี่จะบอกยังไงดี อายจัง คือว่า... พี่กำลังมีน้องน่ะจ้ะ”
อุ๊แม่! ผมกำลังเป็นน้า เอ้ย เป็นอาคน
“จริงหรือครับ ว้าว งั้นผมเปลี่ยนน้ำเป็นนมดีกว่า ว่าแต่ยูเอชทีได้มั้ยครับ เอ๊ะ เดี๋ยวผมเอาไปอุ่นดีกว่าเนอะ”
“ไม่ต้องๆ จ้ะ จึงมึนเขาเพิ่งกินมาจากบนเครื่อง” พี่โคคิหน้าบาน (ขึ้นไปอีก) ด้วยความภูมิใจ คงเห่อมากแน่ๆ เลยครับ มิน่า เมื่อกี้ผมเห็นมีประคองกันตลอด
“พี่น่ะอยากให้เขานอนมากกว่า ชั้นเฟิร์สคลาสบนเครื่องไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ จึงมึนเขาหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทางเลย”
อื้ม... โรคประจำของพี่สะใภ้ผมล่ะครับ ถ้าไม่ใช่เตียงคิงไซส์หนานุ่มอย่างดีไม่ค่อยจะหลับนักหรอก แล้วยิ่งกำลังท้องแบบคงแย่กว่าเดิมซะอีก ดีครับ มาถึงบ้านแล้วก็ควรจะนอนชดเชยเยอะๆ
อ่ะ
เวร!! ซวยแล้วไงครับ ห้องนอน!
“อืม... งั้นถ้าพี่กลับมาแล้วผมไปย้ายห้องเลยก็แล้วกันฮะ” ตาจึงซุกพูดเสียงใส
แต่จะย้ายยังไงเล่า! ให้พวกพี่ๆ เขาไม่รู้ว่าเรานอนห้องเดียวกันแล้วอ่ะ!!
“โฮ้ย ไม่เป็นไรๆ เธอสองคนนอนชั้นบนกันไปเถอะนะ พี่กับพี่จึงมึนคิดว่าจะนอนห้องข้างล่างกันน่ะ คนท้องคนไส้ไม่ควรขึ้นลงบันได แล้วพวกเธอจะได้ไม่ต้องยุ่งยากด้วย กว่าเธอจึงย้ายไปอยู่ห้องเล็ก กว่าคาเมะจะต้องย้ายมาห้องข้างล่าง วุ่นวายกันพอดี อยู่กันให้สบายแบบเดิมน่ะดีแล้วนะ”
เสมือนจะตัดปัญหาครับ ซึ่งก็ดี แต่เรื่องผมกับจึงซุกนอนห้องเดียวกันเนี่ย ยังไงเดี๋ยวเขาคงรู้ใช่มั้ยครับ
ไม่นะ พี่โคคิเขายังไม่ควรรู้ว่าผมกับจึงซุกน่ะ...
“จะดีหรือครับ”
ดีแล้วโว้ยไอ้บ้า ถามเขาทำไม!!
“แต่ห้องข้างล่างมันคับแคบนะครับพี่ ผมว่าพวกพี่ขึ้นมาใช้ห้องใหญ่ดีกว่า อากาศไม่ถ่ายเทก็ส่งผลกระทบกับคนท้องเหมือนกันนะครับ”
ก็จริงของมัน... เรื่องอะไรจะให้เจ้าของบ้านตัวจริงสองคนไปอยู่ร่วมกันในห้องอุดอู้นั่น... ว้า ผมนี่เห็นแก่ตัวจริง
แต่เรื่องเราสองคนล่ะจะเอายังไง!!!
“อืม... เอาอย่างนั้นหรือ”
“ครับ ถ้าพี่เป็นห่วงเรื่องขึ้นลงบันได พี่ก็คอยประคองพี่สาวผมก็ได้ไม่เห็นจะยาก ส่วนที่ผมกับคาเมะจะยุ่งยาก ก็ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ห้องเล็กนั่นก็ไม่ได้เล็กเท่าไหร่ ผมกับคาเมะนอนด้วยกันก็ยังได้ จริงมั้ยคาเมะ”
อื้ม ก็จริงแฮะ เห... ฉลาดจังเลย ทีนี้ก็จะได้นอนด้วยกันไม่ต้องเคอะเขินเลยสิ
พยักหัวอย่างแรงครับผม กระโดดจูบเขาได้ผมทำแล้วนะเนี่ย!
“เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอเอนหลังก่อนเลยน้า... ส่วนพวกเธอสองคนก็ ถ้าสะดวกเมื่อไหร่ก็ค่อยๆ ย้ายแล้วกันจ้ะ แล้วเดี๋ยวของๆ พวกพี่โคคิเขาจะย้ายเข้าเอง ไม่ต้องรีบหรอกนะ ตอนเย็นๆ ก็ได้จ้ะ”
โอ๊ย ตอนเย็นไม่ได้ครับ ต้องตอนที่พี่จะนอนเนี่ยแหละดี
“พี่นอนให้สบายเลยครับ เรื่องขนของไม่ต้องห่วง ผมกับจึงซุกจัดการได้เรียบร้อยก่อนพี่ตื่นแน่ครับ”
“แหม ขยันเหมือนเดิมเลยนะน้องเรา” พี่โคคิตบหัวผมแปะๆ
ฮ่วย ความจำเป็นมันบังคับต่างหากล่ะ!!
...........................................
จึงซุกมันหัวเราะผมใหญ่...
มันไม่ตลกเลยนะครับ ที่ผมบอกให้เขาปิดบังเรื่องของเราไปก่อน ผมจริงจังจะแย่
“นี่ ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ เห็นแบบนี้พี่ชายฉันไม่ได้ใจกว้างนักหรอก ฉันว่าเขารับไม่ได้เด็ดๆ”
“รับอะไรไม่ได้ เรื่องที่น้องชายเป็นเกย์หรือเรื่องที่จะได้น้องภรรยาเป็นน้องเขย”
ฮึ่ย… เห็นเป็นเรื่องตลกไม่พอยังมาขยี้หัวผมอีก เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว
“ก็ทั้งสองเรื่องนั่นแหละ” ฮึบ ของหนักจัง อะไรเยอะแยะฟะเนี่ย!! “พี่ชายฉันน่ะ หวงฉันยังกับอะไรดี ขนาดหน้าเป็นหนูผีอย่างนี้แต่พี่โคคิเคยไล่เตะพวกเพื่อนผู้ชายที่มาแกล้งจับแก้มฉันด้วยนะ”
“หา อะไรนะ เคยโดนเพื่อนจับแก้มด้วยหรือ” หึ หึงล่ะสิ...
“อื้อ... ยังไม่พอ พี่เขายังเคยบอกฉันอีกว่า ถ้าไปเผลอให้ไอ้พวกนี้มารังแกเอาอีกจะตีฉันซ้ำด้วยโทษฐานที่อ่อนแอ” ปิ๊งๆๆ เห็นใจกันมั้ยเนี่ย!
“แต่นายก็ไม่ถูกฉันรังแกซะหน่อย”
น้อยไปน่ะสิ! ที่ทำฉันร้องโอ๊ยๆ ทุกวันนี่เรียกว่าอะไรหา!! อย่าให้พูดๆ
หนอย... มาทำตากรุ้มกริ่ม หายนะจะมาถึงตัวยังไม่สังวร นี่แน่ะๆ ขอสักที!
“โอ๊ย คาเมะ เป็นอะไรทำไมวันนี้ดุจัง” กินน้ำตาลมาเยอะไงล่ะ ชิ
“ฉันซีเรียสนะ... พี่โคคิดูจะไม่ชอบพวกเกย์ด้วย ตอนที่เขารู้ว่านายมีแฟนเป็นผู้ชาย -- ก็ตอนที่นายพาปาร์กยังพีมางานแต่งพวกเขาน่ะ พี่โคคิทำหน้าไม่ค่อยดีด้วยนะ มองหมิ่นๆ แล้วก็เดินมาส่ายหน้ากับฉันใหญ่เลย”
“จริงหรือ...” ผมไม่เคยเล่าให้จึงซุกฟังเลยครับ เขาคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆ... ขอโทษนะ แต่ผมต้องบอกอ่ะ
“จริง เพราะงั้นอย่าเพิ่งบอกความจริงเลยนะ ลองดูท่าทีของเขากันก่อน” นะนะนะ
จึงซุกทำท่าคิดครับ แต่ไม่ว่ามันจะคิดยังไงผมก็ไม่ยอมให้มันเลือกทางอื่นแน่ๆ หมอนี่ยังไม่รู้จักพี่โคคิพอครับ พี่ชายของผมน่ะ ดุเอาเรื่องแล้วก็ขี้โมโหวายร้ายเลย ถ้าเขารับเรื่องผมกับจึงซุกไม่ได้ล่ะก็... ไม่บังคับให้เลิกกันก็ต้องจับแยกกันอยู่คนละบ้านแหงๆ
แค่คิดก็เศร้าแล้วครับ
ความสัมพันธ์สี่เดือนของผมกับจึงซุก จะจบลงอย่างง่ายดายอย่างนั้นหรือ?
“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ขอจูบทีก่อน”
“บ้า เดี๋ยวพี่เขามาเห็นทำไงล่ะ” อย่างน้อยก็ต้องปิดประตูก่อนเข้าใจมั้ย
“เงยหน้าเร็ว” หวาย... ถูกดันติดตู้เสื้อผ้าซะแล้วครับ บ้าจริง ของระเกะระกะเต็มพื้นไปหมด เหยียบเละเทะแย่แล้วเนี่ย... ความนุ่มนวลไม่มี คนป่า!!
“อื้ม...” อุ๊ย ไม่ได้ๆ ห้ามมีเสียง
แต่...
“อื้ม...”
.......
..........
โอ้ย สมองขาวโพลน... คิดอะไรไม่ออกแล้ว
รู้แต่... แฟนผมขี้ฮ๊กเบ่เบ๋ เจ้านั่น... จูบเดียวซะที่ไหน จ๊วบจ๊าบจนผมจะไร้แรงยืนเสียให้ได้ เอามือเคล้นไปมาทั่วตัวเลยด้วย คนนะ! ไม่ใช่แป้งข้าวเหนียวจะนวดทำไมนักหนา
“โอ๊ย” เอาอีกแล้วครับ จินจึงซุกเกิดมาเพื่อกัด ผมระบมอยู่ทั่วตัวทุกวันนี้ก็เพราะว่ามันชอบขบฟันใส่นี่แหละ อ๊าง... ทั้งเจ็บทั้งสยิวนะตัวเอง พอได้แล้ว...
งื้อ... ร้อนยังกับไฟร์เออร์ๆ
“จึงซุก คาเมะ ทำอะไรอยู่เปิดประตูให้พี่หน่อยสิ ล็อกทำไมกันนะ”
กรี๊ด... พี่โคคิมา
โครม! เสียงจึงซุกถูกถีบกระเด็นติดข้างฝาและเสียงผมปิดประตูห้องน้ำอย่างแรง
ขอโทษนะ จึงซุก นายรับหน้าไปซะ เพราะเดี๋ยวผมต้องไปทำให้ไฟในกายที่กระพืออย่างแรงนั้นสงบลงก่อน
“ว่าไงวะจึงซุก นายกับคาเมะล็อกห้องทำไมน่ะ”
ตอบดีๆ นะที่รัก ฮ่วย ร้อนไม่ยอมเย็นสักกะที!!
“อ๋อ ก็นี่ไงครับ ผมรื้อของออกมาวางเต็มไปหมด กลัวพี่หรือพี่จึงมึนเข้ามาแล้วจะสะดุดล้มกันน่ะครับ อ่า... ส่วนคาเมะเขาล้างห้องน้ำอยู่น่ะฮะ ว่าแต่พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ เรียกพวกผมทำไมหรือ” โอ๊ยค่อยยังชั่ว บุญของผมจริงๆ ที่มีแฟนฉลาด
“อ้อ พี่จะมาถามน่ะว่ามีพวกซีเรียลเก็บไว้บ้างไหม เผื่อจึงมึนเขาตื่นขึ้นมาจะอยากกินน่ะ แต่ถ้าไม่มีพี่จะได้ยืมรถเราออกไปซื้อที่ห้าง” เอ๋า เรื่องแบบนี้มีผมตอบได้คนเดียวนะครับ เจ้าจึงซุกเขาจะไปรู้ที่ไหน กล่องกิมจิที่กินกันทุกวันยังหาไม่ค่อยจะเจอ
“มีเก็บไว้บนตู้สีขาวเหนือซิงก์ด้านขวามืออันที่สอง ที่ติดกับประตูหลังบ้านที่จะออกไปเจอเครื่องซักผ้าครับพี่ แต่มีแค่กล่องเล็กๆ กล่องสองกล่องนะฮะ พี่ออกไปซื้อก็ได้นะ จึงซุก ไปหยิบกุญแจรถให้พี่โคคิสิ”
โอ๊ย เสียงสะท้อนในห้องน้ำดังกังวานเป็นบ้า หูจะแตก ฮือ...
“โอเค งั้นคาเมะจะฝากพี่ซื้ออะไรไหม”
“เห็นอะไรน่าซื้อก็ซื้อเข้ามาเถอะครับ พวกของสดน่ะ พี่อยากกินอะไรเย็นนี้ก็ซื้อมาแล้วกันเดี๋ยวผมทำให้”
“ได้ งั้นพี่ไปแล้วนะ”
โอ๊ย... แค่ประตูกั้นต้องตะโกนคุยกันยังกับอยู่คนละบ้าน ไปแล้วใช่มั้ยครับผมจะได้ออกมาซะที
ชะอุ่ย จึงซุกทำหน้าหงิกเลย เขาคงโกรธแน่ๆ ที่ผมไปถีบเขาซะแรงขนาดนั้น
“เขาขอโทษน้า... เมื่อกี้มันตกใจนี่ เจ็บมากหรือเปล่า หลังกระแทกใช่มั้ย หันมาสิเดี๋ยวคาเมะเป่าให้แล้วกันนะ นะ” กระทำการถีบท้องแล้วลูบหลังกันไปครับ จึงซุกชอบทำหน้าดุก็จริง แต่เขาคงใจแข็งกับผมไม่นาน...
ถึงมองตาขวางแบบนี้แต่เดี๋ยวเขาก็ต้องใจอ่อนให้ผมครับ
และแม้ว่าถอนหายใจอย่างหงุดหงิดแต่แป๊บเดียวเขาก็ต้องยิ้มให้ผมแล้วล่ะ
หรือต่อให้เขาหันหลังให้ผมไปเลยแต่กระนั้นเดี๋ยวเขาก็...
เย้ย เดินหนีไปเลย
“อะไรอ้ะ โกรธจริงๆ หรือ งื้อ... ดีกันนะๆ เมะไม่ได้ตั้งใจ”
นี่ขนาดผมลงทุนเรียกตัวเองด้วยน้ำเสียงติงต๊องสุดๆ แล้วนะ ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ยครับ จึงซุกเขาต้องไม่ทำกับผมแบบนี้ กลับมาเดี๋ยวนี้นะจึงซุกถั่วเน่า! กลับมาเด้!
......................................................
สปาเก็ตตี้ทะเล กับเค้กซินนามอนของโปรดก็ยังไม่ช่วย...
ทำไมล่ะครับ เขาจะงอนอะไรผมนักหนา แค่ถีบเดียวเองนะ ผมอุตส่าห์เลื่อนเมนูที่พี่ชายอยากกินเปลี่ยนมาทำเมนูที่เขาชอบแบบนี้เขาก็ยังไม่สนใจ อุตส่าห์น้อบรับคำบ่นของพี่ชายเพื่อหวังรอยยิ้มและการเจริญอาหารของแท้ๆ แต่ก็มิมีเหลียวแลกันเลย
กระซิกๆ นี่ผมทำผิดมากมายนักหรือครับ
“พี่จึงมึนเอาผลไม้อีกมั้ย...”
ดูสิๆ พี่โคคิไปนั่งข้างพี่จึงมึนแบบนั้น แทนที่เขาจะนั่งข้างๆ ผม เขากลับไปนั่งหัวโต๊ะตรงที่ห่างกับผมเป็นโยชน์ สนใจแต่พี่สาวตัวไม่สนใจแฟนบ้างเลย
“โอ๊ย อิ่มแล้วจ้ะ นี่ พี่เพิ่งท้องได้สี่เดือนเองนะ ยังไม่ต้องรีบขุนหรอก ไปดูแลคาเมะโน่นไป ตัวเล็กลงกว่าเดิมอีกใช่มั้ยจ๊ะ”
“ไม่จริงหรอกครับ ผมน้ำหนักขึ้นตั้งสามกิโลแน่ะ”
“หรือ... งั้นเราก็อ้วนขึ้นน่ะสิจึงซุก พี่จำได้ว่าเมื่อก่อนไม่ได้ตัวต่างกันขนาดนี้นี่นา”
“มั้งครับ”
เหลือบมามองกันสักนิดก็ไม่เนี่ยนะ รับคำพี่สาวไปได้ยังไง ชิชะ ใจร้ายเกินไปแล้ว
“แค่อ้วนขึ้นหน่อยไม่เห็นต้องทำหน้าตูบเลยนี่ฮะเรา” อุ้ย พี่โคคิเห็นผมค้อนเจ้าจึงซุกแน่ๆ ไม่ได้แล้วครับต้องปรับโหมด
“ผมเปล่าทำหน้าตูบสักหน่อย อากาศมันร้อนต่างหากล่ะครับ แล้วเนี่ย ทุกคนได้อาบน้ำกันแล้วแต่ผมยังไม่ได้อาบอยู่คนเดียว ทำครัวเสร็จก็มานั่งนี่เลยล้างหน้าสักนิดก็ยังไม่ได้ล้าง”
“นั่นสินะ งั้นคาเมะไปอาบน้ำเลยดีมั้ยจ๊ะ เดี๋ยวเรื่องจากชามพี่ๆ ล้างให้ก็ได้นะ”
“โหย ไม่ได้หรอกครับ พี่จึงมึนกำลังท้องกำลังไส้อยู่นะฮะ นั่งเฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวผมกับจึงซุกล้างได้ หรือจริงๆ ผมคนเดียวก็ล้างได้ครับ สบายมาก หม้อไหไม่กี่ใบเอง”
เอาสิ พูดขนาดนี้แล้วจะให้ผมล้างคนเดียวจริงๆ ก็เอาเลย... ขอบอกไว้ก่อนว่าฟางเชือกสุดท้ายแล้วนะ
หึหึ หมอนั่นตวัดมองตาผมฉับทีเดียวครับ ไม่รู้ไม่ชี้ เก็บจานดีกว่า (พยายามทำตัวเนียนไม่เหลือบมองข้างหลังสุดฤทธิ์)
....................................................................
อากาศตายครับ หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า เดธแอร์... ผมไม่พูดจึงซุกไม่พูด แต่ผมไม่ได้นิ่งเงียบซะทีเดียวหรอกครับ ภาษาปากไม่ได้ก็ภาษามือสิเอ้า...
ไต่ๆๆๆ ปูไต่ๆ
“ฮึ่ม”
เหวย... มีคำรามขู่ซะด้วย หดมือกลับก็กลัวเดะ
“พอแล้วน่า ไม่กลัวพี่ชายมาเห็นหรือไง” อ้า... เสียงอ่อนกว่าที่คิดเยอะเลยครับ แบบนี้แสดงว่าที่จริงไม่ได้โกรธใช่มั้ยล่ะ
“นายก็คุยกับฉันบ้างสิ” ไต่ต่อๆ...
“อย่างกับปกติเราคุยกันที่ไหน”
เออ ก็จริงของมันครับ ปกติเราสองคนคุยกันไม่เยอะหรอก ก็แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง เล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ฟังบ้าง แต่พูดได้ไม่นานก็มีปิดปากกันตลอด (อ๊าย...)
“ถึงไม่คุยก็ยิ้มบ้างสิ ใจหายหมดนึกว่านายโกรธ” งุงิๆ
“หึ ถ้าคืนนี้นายถีบอีกทีล่ะก็ โกรธแน่…” จึงซุกพูดไปก็สะบัดน้ำให้จานแห้งไป เอิ่ม... ไบเซปไตรเซปขึ้นเป็นก้อน เซ็กกุซี่นิดนึง
“บ้า ไม่ถีบหรอก จริงๆ นะ ใช่ว่าฉันไม่อยาก อ่า...ไม่อยากสวีทกับนายเมื่อไหร่เล่า” ลดเสียงลงอีกนิด เปิดน้ำให้แรงซู่อีกหน่อย “ให้พวกพี่ๆ เขาหลับก่อนนะ แล้วเราค่อย... ค่อย...”
“นายออนท็อป โอเคนะ” ฮ่วย เต็มเสียงไปม้าย!!
“บ้าหรือ”
“ไม่บ้า เลือกเอา ออรัลให้ฉันหรือว่าออนท็อป ไถ่โทษที่ทำฉันจุก”
เฮ้ย โทษหนักไปเปล่า อย่ามายิ้มนะ!
ไม่เข้าใจหรือครับว่าผมชอบถูกกระทำ ไม่ชอบกระทำเอง!
“เลือกเอา ไม่งั้น... ทางเลือกที่สามคือนอกสถานที่”
อุ... แรง!! นอกสถานที่ ที่ไหนอ้ะ ห้องรับแขก ห้องครัว บันไดบ้าน โรงรถ หรือกลางสวน!!!
“นอกสถานที่อะไรหรือจ๊ะ หรือเธอสองคนมีแผนไปเที่ยวไหนหรือ” ตายๆๆๆ พี่จึงมึน เข้ามาเมื่อไหร่ครับ คงไม่ได้ยินอะไรใช่มั้ย ตาแป๋วแบบนี้บอกผมมาสิครับว่าเมื่อครู่นี้หูหนวกตาบอดกะทันหัน
“อ๋อ ผมหมายถึงพวกพี่นั่นแหละ ช่วงนี้อากาศร้อนแต่ที่สวนสาธารณะก็ร่มรื่นดีนะครับ ถ้าพี่ๆ ไปปิกนิกกันบ้างเจ้าตัวเล็กในท้องคงชอบ”
โอ้ว จึงซุกเป็นผู้ชายปลาไหลอย่างที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน (สามรอบแล้ววันนี้) แต่ก็ดีครับเพราะผมกำลังบื้อใบ้คิดอะไรไม่ออกอย่างแรง (สมองหยุดทำงานไปตั้งแต่เจอชอยส์สามข้อของมันแล้วครับ – งื้อ... ช่วงนี้แฟนผมน่ากลัวจัง)
“ก็ดีนะ พี่อยากรู้เหมือนกันว่าละแวกบ้านเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกโคคิเขาก่อนดีกว่า”
“ครับผม อย่าวิ่งนะฮะเดินดีๆ”
เฮ้อ... จานน่ะล้างเสร็จนะแล้วครับ แต่ดูเหมือนผมจะไปไหนไม่ได้ ก็ไอ้คุณจึงซุกสุดที่รักน่ะสิ หันมาจ้องกันอย่างจริงจัง แล้วผมก็ดันแพ้สายตาที่มาพร้อมกับการกอดอกของมันซะด้วย... เพราะจากประสบการณ์ การเก็บไม้เก็บมือในลักษณะนี้ไม่ได้รับประกันเลยครับว่าจะทำให้ความเคลื่อนไหวของมันช้าลงแม้เพียงนิด ยิ่งเห็น...ก็ยิ่งชวนให้เกร็งเป็นที่สุด
“ว่าไง”
ถ้าเขาจะยิ้มมุมปากหรืออะไรสักหน่อย ผมก็พออ้อนได้หรอกครับ แต่เล่นทำหน้าเรียบตึงแบบนี้....ผมต่อรองไม่ถูกนะ
“นายชอบแบบไหนล่ะจึงซุก แค่หนึ่งกับสองนะ สามมันห่ามเกิน...”
นาทีนี้ลืมอายไปก่อนครับ ตามหลักของการเอาตัวรอดเป็นยอดดี
อีกอย่าง... ก็มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนรักกัน ใช่มั้ยครับ... (โว้ย ตื่นเต้น!)
“........” หมอนั่นยิ้มสวยมากมายครับ ชิ ที่อย่างนี้ล่ะปั้นหน้าหล่อ กะจะล่อลวงให้ผมระทวยแล้วยอมตามอีกล่ะสิ
แต่ว่า... ระทวยจริงๆ นะครับ ผมเคยโฆษณาความหล่อของเขาไปแล้วใช่มั้ย จะบอกว่าไม่ได้ครึ่งเลยครับในเวลาที่ผมเป็นของเขาทั้งตัวทั้งใจไปแล้วแบบนี้
จึงซุกรอบคอบด้วยการมองซ้ายมองขวา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวเข้ามาโอบผมไว้ แล้วก็จุ๊บเหน่งของผมหนึ่งที อยากรู้จริงๆ เลยครับว่า... ถ้าผมแกล้งเป็นลมแล้วให้เขาอุ้มไปส่งถึงเตียงซะตอนนี้จะได้หรือเปล่า หากพวกพี่ๆ เขาจะไม่ตกอกตกใจแล้วสรรหายาเม็ดยาน้ำมาพยาบาลให้ก็น่าสนอยู่นะครับ
“ตามใจฉันจริงนะ”
“คนอย่างคิมคาเมะไม่มีกลับคำ...”
“หึ ไม่กลัวพี่ชายจับได้หรือไง”
“ก็... ห้องอยู่คนละฟากถ้าไม่แหกปากก็คงไม่ได้ยินหรอกมั้ง...”
ประตูโดราเอมอนของญี่ปุ่นอยู่ไหนครับ ผมอยากหายตัวไปที่ห้องโดยไม่ต้องผ่านโถงกลางจังเลย
“คาเมะ จึงซุก พี่โคคิเขาตกลงจะไปปิกนิกแล้วล่ะจ้ะ แต่ไม่รบกวนคาเมะให้ทำอาหารให้หรอกน้า เดี๋ยวพี่ๆ จัดการกันเองจ้ะ”
ด้วยความที่พอเตรียมใจกันอยู่ เราสองคนจึงไม่ถึงกับเด้งตัวออกจากกันครับ แค่คลายๆ อ้อมแขนให้เหมือนว่าเมื่อกี้ผมเซแล้วจึงซุกเขามาช่วยจับไว้
“เดี๋ยวผมกับคาเมะขึ้นนอนกันก่อนนะครับ เหมือนหมอนี่จะตัวรุมๆ วันนี้คงจะเจอน้ำเจอแดดมากไปหน่อย” ปลาไหลเรียกพี่ของผมแสดงวิชาอวดกันอีกละ
“อ้าว จริงหรือจ๊ะ นี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า” นางคิมจึงมึนเอามือมาแตะหน้าแตะคอผมให้วุ่น แต่ถ้าจะพบว่าผมตัวร้อนล่ะก็มันจะเป็นความร้อนที่น้องชายพี่สร้างครับหาใช่ไวรัสสายพันธุ์ใดไม่
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ จึงซุกเขาก็พูดเวอร์ไป ไม่ต้องเอาไปบอกพี่โคคิล่ะครับเดี๋ยวรายนั้นจะตกใจ ผมเกิดมาอยู่กับเขาสิบกว่าปีไม่เคยป่วยให้เขาเห็นสักที” จะปวกเปียกนิดหน่อยก็ตอนมีแฟนนี่แหละครับ
.................................................................
เวลาสำคัญมาถึงแล้ว...
ความสะอาดพร้อม
อุปกรณ์พร้อม
ใจ...พร้อม
ก็เหลือแต่อีกฝ่ายล่ะครับที่ไม่พร้อม เข้าห้องน้ำไปตั้งนานละ
คงขัดสีฉวีวรรณน่าดูสิท่า หรือไม่ก็นั่งวางแผนอะไรมากมายอยู่แน่ๆ ใครจะกล้าพนันกับผมมั้ยครับ ผมว่าเขาตัดสินใจไม่ถูกหรอกว่าอยากได้ข้อแรกหรือข้อหลัง
เพราะผมเองก็ตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกัน
เห็นในเนตที่เขาทำกันก็มากมายนะครับ แต่จึงซุกไม่เคยขอให้ผมทำเลยสักครั้ง ผมเองก็... ไม่คิดไม่ฝันเลยว่ามันจะเป็นวันนี้ ถ้าเขาไม่ได้ล้อผมเล่นล่ะก็นะ
“คาเมะ”
อูย ขนลุก จึงซุกออกมาแล้วครับ เซ็กซี่ตามเคย ชุดปิจาม่าไม่ติดกระดุมโชว์พุงน้อยๆ
“หืม”
แค่มองตากันบรรยากาศก็เริ่มมาเลยครับ และผมคงไม่ได้เป็นคนเดียว ฝีเท้าที่เราต่างก้าวเข้าหากันมันบอกได้ดี
“คาเมะ”
“อะไร...” ผมชอบจังที่ตัวเองมีความสูงน้อยกว่าเขา การช้อนตามองแบบแช่มช้อยทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองก็เซ็กซี่ไม่เบาอยู่...
“ฉันอยากให้นายทำทั้งสองอย่างเลย...” เอ้า เห็นมั้ยล่ะผมว่าแล้ว!!
“แต่ฉันอยากให้นายทำเพราะมีอารมณ์อยากทำจริงๆ” ก็บิวท์มาสิ
“เพราะงั้น... เก็บเอาไปคิดหน่อยนะ ฉันขอแล้ว จะกรุณากันเมื่อไหร่ก็แล้วแต่นาย”
...เอิ่ม...
“บ้าหรือ” พูดแบบนี้ผมก็ตายสถานเดียว...
เขาคงเห็นแล้วล่ะครับ ร่างกายของผมตอนนี้ไม่มีแววของแม่เสือสาวแต่อย่างใด แทบจะกองให้น็อก ไม่ต่างจากเหยื่อที่ไม่ต้องเสียเวลากัดคอหอยให้หมดแรงดิ้นก็สิ้นใจพร้อมเป็นอาหาร...
หนึ่งหรือสองหรือครับ เขาคิดว่าผมจะว่าไงหรือ
“จึงซุก” โอย ขนลุกกว่าเดิม... เสียงตัวเองหรือนี่
“ครับผม...”
“ฉันจะทำนะ”
ประโยชน์ของความเตี้ยอีกข้อหนึ่งคือเมื่อเอามือโอบรอบคอเขาแล้วภาพออกมาสวยดีครับ (ดูในกระจก) เลียริมฝีปากแห้งๆ อย่างกึ่งตั้งใจอีกสักนิด
“วันนี้เอา... รสสตรอเบอร์รี่นะ” (โว้ย ตื่นเต้น!)
อารมณ์เริ่มมาตัณหาเริ่มเกิดแล้วครับ
ดีเหมือนกัน ผมไม่ต้องหาทางปลุกสินะ
“ทำให้แล้วห้ามแกล้งนะ” ถามหาคำสัญญาจากเขาตอนนี้ทันมั้ยครับ
“นายนั่นแหละ อย่าแกล้งฉันเชียว ของสำคัญนะรู้ใช่มั้ย ให้อยู่ในอุ้งมืออุ้ง...ใจแล้วนะ”
คนบ้าๆๆๆ ทะลึ่ง พูดให้เกิดมโนภาพในหัว ไม่เอานะ ไม่ชอบจิ้น ขอเจอของจริงเลยได้มั้ย
“กางเกง...”
“จัดการเอาเองเลยสิ”
“ไม่ถอดซะดีมั้ย”
“แล้วแต่”
โอ๊ย หมั่นเขี้ยว เดี๋ยวปั๊ดงับจมูกแก้เกี้ยวมันซะเลย
........
..................
“อื้ม...”
เขาว่าทุกคนมีสัญชาติญาณทั้งรุกและรับอยู่ในตัว แล้วแต่ว่าอันไหนจะมากกว่า วันนี้ผมคงต้องงัดเอามาใช้เสียให้หมด... จริงๆ มันก็แค่นึกให้ออกว่าตัวเองชอบอะไร ผมก็คิดว่าเขาคงจะชอบเหมือนๆ กัน
หรือว่าไง?
“นายชอบหรือเปล่า”
“ฉันรักนาย...”
โอเค เขาชอบครับ
.....................................................
“คาเมะ”
“หืม...”
ความรู้สึกปวดเมื่อยอึดอัดกระจายไปทั่วสรรพางค์ทันทีที่ผมเริ่มรู้สึกตัว มันเหมือนจะเป็นความคุ้นชินอย่างหนึ่ง แต่คราวนี้ดูแตกต่างไปเล็กน้อย เพราะความอึดอัดของทุกวันคือการที่ผมต้องรับน้ำหนักที่มากกว่าตัวเองกดทับลงมา ทว่าเช้าวันนี้... ความอึดอัดนั้นเกิดจากภาวะหายใจลำบากเนื่องจากผมเป็นฝ่ายอยู่บนและนอนคว่ำทับเขา...
แต่ผมจำได้ว่ากลิ้งลงมานอนหงายข้างๆ แล้วนี่นาตอนนั้น
“ลุกไหวมั้ย”
“เช้าแล้วหรือ”
“ก็...”
“ก็ไม่เช้าเท่าไหร่หรอกนะคาเมะ แต่สำหรับพี่ พี่ถือว่าเราตื่นสายทีเดียว”
เสียงใครอ่ะ
โอ้ ไม่นะ!
“พี่โคคิ!!”
นอกจากหายใจลำบากแล้วตอนนี้ผมแทบลืมหายใจไปเลยครับ ไม่จริงใช่มั้ย พี่โคคิของผมไม่ได้กำลังยืนจังก้าอยู่หน้าเตียงใช่มั้ย บอกมาซิว่าผมฝันร้าย พี่โคคิไม่ได้มาเห็นผมนอนเปลือยและกอดก่ายจึงซุกอย่างคิดเป็นอื่นไม่ได้จริงๆ หรอก
“พี่...”
“ไหนอธิบายมาหน่อยซิน้องรัก ทำไมแกต้องถอดเสื้อผ้าแล้วก็นอนกอดมันด้วย!”
เสียงดังสนั่นรูหูขนาดนี้เป็นความจริงแน่แล้วครับ เอายังไงดี ถมึงทึงขนาดนี้เขาจะรับฟังผมพูดได้หรือ พี่โคคิ... ร่มๆ ได้มั้ยพี่ ผมขวัญบินหมดแล้วนะ
โฮโฮ จึงซุกช่วยด้วย
“โธ่พี่ มันร้อนก็ต้องนอนถอดเสื้อสิครับ แล้วไอ้เจ้านี่คงเป็นผมเป็นหมอนข้างล่ะมั้ง ถีบไปกี่ทีก็กลิ้งกลับมานอนทับผมทุกที ลูกลิงแท้ๆ”
“น้องฉันเป็นคนเว้ย แล้วแม่ฉันก็ไม่เคยเป็นลิง แกเงียบไปเลยนะจึงซุก คาเมะ พี่ถามอธิบายมา!!”
ฮือ... ให้ตอบยังไงล่ะพี่ กระต่ายขาเดียวยืนกรานตามคำสะตอของเจ้าจึงซุกได้หรือเปล่า
“เรื่อง... ถอดเสื้อก็เป็นอย่างที่มันว่านี่แหละครับ มันร้อนน่ะ แล้วก็... ผู้ชายด้วยกันนี่ครับ ไม่เสียหายอะไรจริงมั้ย” เสียตัวอย่างเดียว “แต่ที่ว่าผมกลิ้งไปนอนทับมันหรือเปล่าผมก็ไม่รู้นะครับ ผมเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะนอนละเมอขนาดนั้น อาจจะเป็นมันเองก็ได้ที่ดึงผมไปกอดเพราะคิดว่าเป็นหมอนข้าง โอ๊ย... มิน่าล่ะคอเคล็ดๆ เพราะนายนี่เอง” แถสดๆ กันไป เชื่อเถอะนะครับพี่ พี่เชื่อผมเถอะนะ ผมรู้ว่าพี่ฉลาด แต่พี่ยอมโง่ให้ผมสักครั้งได้มั้ย...
“แน่นะ”
“โฮ้ย... แน่สิพี่ นี่พี่คิดว่าผมกับมันจะ ฮ่ะๆๆๆ คิดได้ยังไงพี่ เออ ว่าแต่นายคิดอะไรกับฉันหรือเปล่าเนี่ยจึงซุก อย่าเชียวนา... ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนนะเฟ้ย...” ตัดช่องน้อยแต่พอตัวสุดๆ จึงซุกจ๋า จึงซุกที่รัก อย่าโกรธน้า เดี๋ยวคืนนี้ชดใช้ให้อีกรอบแล้วกัน...
นะนะนะ
พี่ชายผมหัวเราะตาปิดเหมือนผมเลยครับ เฮ่อๆ ต่างตรงที่เขามีรอยตีนกาหลายริ้วแต่ผมไม่ หากนั่นก็คล้ายเป็นนิมิตรหมายที่ดีว่าภูเขาในอกกำลังจะถูกยกออก...
“ฮ่ะๆๆ เออว่ะ พี่ก็คิดมากไปหน่อย แหม ก็ภาพมันส่อนี่หว่า”
“ฮ่ะๆๆ” ฟู่ว... รอดแล้ว
“ว่าแต่พี่เข้ามาห้องผมมีอะไรหรือครับ” แล้วเข้ามาได้ยังไงด้วย ฮ่วย! จำได้ว่าล็อกอย่างดีแล้วนะ
“อ๋อ พี่จะมาบอกน่ะว่าพี่กับจึงมึนกำลังไปปิกนิกกันแล้ว กลัวตื่นมาหาพวกเราไม่เจอแล้วจะตกใจ งั้นพี่ไปเลยแล้วกันนะ จึงมึนเขารออยู่ข้างล่างแน่ะ”
“ครับพี่ เดินทางดีๆ นะครับ”
เดินทางด้วยสวัสดิภาพแต่อย่าโผล่มาให้ผมตกใจอีกล่ะ...
บุญเท่าไหร่แล้วครับที่จึกซุกชอบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ด้วยกลัวว่านอนอ้าซ่านักเดี๋ยวจะเป็นหวัด นี่ถ้าพี่โคคิได้เห็นว่าท่อนล่างก็อล่างฉ่างไม่แพ้ท่อนบนผมว่างานนี้ได้คุยกันยากกว่าเดิมอีกสิบเท่าเลยครับ
“เกือบไปแล้วเนอะ” เกือบไปแล้วมากๆ เฟ้ย ทำเสียงระรื่นอยู่ได้ เดี๋ยวเถอะ!
“เดี๋ยวฉันไปดูประตูก่อนนะ จำได้ว่าล็อกแล้วแต่ทำไมพี่โคคิเปิดมาได้ก็ไม่รู้” จุ๊บๆ สองทีแลกกับผ้าห่มที่ผมจะหอบไปด้วยครับ ฮึบ
ก็ไม่เสียนี่หน่า เอ๊ะ หรือว่าเมื่อคืนผมลืมกดล็อกจริงๆ แต่ก็ไม่น่านะ เพราะอย่างไรเวลาปกติผมก็ล็อกเป็นนิสัยอยู่แล้วนี่ครับ จะมาลืมเอาคืนสำคัญเยี่ยงนี้ได้อย่างไร
“ว่าไง มันยังใช้ได้อยู่ป่ะ”
อื้ม... ถามจะเอาคำตอบมั้ยเนี่ย จูบจัง! ใครจ้างมาเท่าไหร่ฮะ
“ไปใส่เสื้อผ้าสิ เดินโทงๆ แบบนี้ไม่อายบ้างหรือไง” ถึงจะเห็นจนชินแล้ว แต่... จะให้ผมมองเต็มตามันก็ยังไงอยู่นะครับ
“อายทำไมก็อยู่กับ...แฟน แล้วฉันก็หุ่นดีด้วย หรือนายว่าไม่จริง”
เอาเข้าไป มีการเดินแบบโชว์ด้วยครับ ชิชิ ใช่สิ
“หุ่นดีสุดๆ หล่อสุดๆ พอใจยัง”
“ปากหวานแบบนี้มาให้รางวัลหน่อยมา”
ปฏิบัติการแลกขี้ฟันรอบสอง อ๊าย... เหม็น แต่ยามรักแม้ขี้ฟันมันก็แลกกันได้!
“อ๋อ จูบกันดูดดื่มปานนี้ยังว่าไม่มีอะไรอีกหรือไงเจ้าเมะ! ไหนลองอธิบายให้พี่ฟังอีกครั้งซิ!!!”
เหวย พี่ชาย! คราวนี้เข้ามาได้ยังไงอ้ะ!
....................................................................
กลอนห้องผมมิได้เสียหรอกครับ แต่เป็นเพราะพี่ชายที่น่ารักเอากุญแจมาไขมันต่างหาก
“พี่ก็สงสัยอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนมาถึง คาเมะของพี่ไม่เคยคิดใส่คอนแทคเลนส์ตอนอยู่บ้าน แต่อยู่ๆ ก็มาเปลี่ยนตัวเอง แสดงว่ามันต้องมีเหตุ! คาเมะของพี่น้ำหนักสี่สิบห้ากิโลเท่าเดิมมาสี่ห้าปี อยู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาอีกสาม แสดงว่าต้องมีคนขุน! คาเมะของพี่ทำอาหารอร่อยสุดยอด แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะลงมือทำขนม แสดงว่าต้องทำเพื่อเอาใจใคร! และคาเมะของพี่ ทั้งที่รู้ว่าพี่ชายคนนี้กำลังจะออกจากบ้าน แทนที่จะลงไปส่งเหมือนทุกครั้ง แต่แกกลับนอนอ้อยสร้อยอยู่กับมันไม่เลิก แสดงว่า... แสดงว่า... แสดงว่า โอ๊ย ไม่อยากจะพูด”
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณ” ใช่ ใจเย็นเถอะครับพี่ ตาจะถลนออกมาเป็นยักษ์อยู่แล้ว ฮือ...
“ไม่เย็นแล้วจึงมึน ไม่ว่าอะไรๆ มันก็ไม่น่าโกรธเท่าที่มันโกหกพี่เชื้อคนนี้หรอก หนอย พูดมาได้ อากาศร้อน ผู้ชายด้วยกันเลยไม่อาย ใช่สิ แกจะอายอะไรล่ะ เลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ แกบอกมาเดี๋ยวนี้คาเมะ จากโพสิชั่นที่พี่เห็น แกเป็นรับใช่มั้ยหา!”
อ๋อย... ช่วยด้วยครับ ผมหูชาแล้ว
พี่โคคิโกรธมากจริงๆ ครับ ฮือ... ผมขอโทษครับพี่ แต่ผม ฮึก ฮึก... ผมรักเขา...
“แล้วพี่คิดว่าคนอย่างผมจะรับให้คาเมะหรือไงฮะ”
โอ๊ยไอ้บ้า พูดกวนพระบาทาแบบนั้นขึ้นมาเพื่อ??
“เงียบไปเลยนะไอ้จึงซุก แกคิดว่าแกเป็นน้องของจึงมึนแล้วจะมาลามปามกับฉันได้หรือ!! รู้เอาไว้เลยนะ ถึงแกจะได้กับน้องชายฉันแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะได้ตลอดไปนะเฟ่ย”
“พี่หมายความว่ายังไง”
โอ้ไม่นะ ไม่นะ
“หมายความตามที่พูด”
“ไม่นะพี่โคคิ ผมกับจึงซุกรักกัน พี่จะมาขัดขวางเราสองคนไม่ได้นะฮะ ผมผิดเองที่ปิดบังพี่ ก็ผมไม่รู้นี่ว่าพี่จะรับเราได้หรือเปล่า แต่ไม่ว่ายังไง...พี่จะจับผมกับจึงซุกแยกกันไม่ได้นะ... ผมไม่ยอม” โฮ... รักแท้จะแพ้ผู้ใหญ่หรือครับ ผมไม่ยอม ผมไม่ยอม...
พี่โคคิต้องใจอ่อนกับผมใช่มั้ยครับ ผมออกจะเป็นน้องที่ดีเลิศประเสริฐศักดิ์ คนเป็นพี่จะมาใจแข็งกับน้องที่ร้องไห้ฟูมฟายและลงทุนคุกเข่าเกาะขาเพื่อผู้ชายของตัวอย่างนี้ได้ยังไง
“คาเมะลุกขึ้นมา” จึงซุกออกคำสั่ง
แต่... ฮึ ไม่ลุกหรอก จนกว่าพี่โคคิจะใจอ่อน คิมคาเมะจะอ้อนวอนอย่างนี้ร่ำไป
“นะฮะพี่โคคิ เห็นใจเราเถอะนะ ผมขอโทษพี่อีกล้านครั้งก็ได้ที่ไม่ยอมบอกความจริงกับพี่ตั้งแต่แรก แต่พี่ให้อภัยผมเถอะนะฮะ แล้วก็อย่าขัดขวางความรักของเราเลยนะ...นะครับพี่”
ว่าแล้วก็ส่งแววตาที่ฉ่ำด้วยน้ำใสๆ ไปให้พี่จึงมึนอีกคน แต่ทำไม... พี่เขามองผมอย่างแห้งแล้งเยี่ยงนั้นล่ะครับ ไม่จริงใช่มั้ย ไหนเขาเคยบอกว่าผมเป็นผู้ชายที่น่ารักมากที่สุดเป็นอันดับสองในโลกรองจากพี่โคคิยังไงล่ะ
อุปสรรครักครั้งนี้จะเพิ่มเป็นสองเด้งจริงๆ หรือ
ไม่นะ ไม่...
“ไม่รู้ล่ะคาเมะ พี่รับไม่ได้ แต่ถึงยังไงพี่ก็ต้องโทษตัวเองมากกว่าคนอื่น พี่มันผิดเอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าไอ้จึงซุกมันเป็นคิง พี่ยังปล่อยให้มันอยู่กับเราสองต่อสองเป็นปี แต่พี่นึกไม่ถึง พี่เห็นมันมีแฟนอยู่แล้ว ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายมันจะมางาบน้องชายพี่ไปได้ พี่พลาดเอง...”
เป็นความพลาดที่เวิร์คจะตายไป…
“แกไม่กลัวเป็นตัวสำรองของเขาหรือยังไงเจ้าเมะ”
โธ่... พี่โคคิครับ จึงซุกอยู่กับผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเว้นแต่ว่าผมจะออกไปทำงาน ถ้าเขาจะมีใครอีกสักคน ตัวสำรองคงเป็นฝ่ายนั้นไม่ใช่ผมหรอกพี่...
ได้แต่คิดไม่กล้าพูดครับ ประเดี๋ยวจะโดนหน้าแข้งเอา
“ถ้าพี่ระแวงในตัวผมพี่ก็คอยดูต่อไปสิ แต่อย่ามางี่เง่าด้วยการกีดกันอะไรไม่เข้าท่าก็แล้วกัน น้องชายพี่บรรลุนิติภาวะแล้ว และต่อให้ประเทศนี้ยังไม่มีกฎหมายจดทะเบียนระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย แต่ในทางพฤตินัยเขาก็เป็นของผมอย่างสมบูรณ์ และถ้าจะอ้างเรื่องความเป็นผู้ปกครอง ผมก็อ้างได้เหมือนกันในฐานะสามีของเขา”
โอ้มายบุ๊ดด้า... แฟนผม ผู้ชายที่ชื่อจินจึงซุก คำพูดแบบนี้... หลุดออกมาจากปากเขาได้เหมือนกันหรือครับ
ซึ้งครับ แต่เสียวไส้!
“ดี งั้นฉันจะจ้องจับผิดแก คอยดูนะ ถ้าฉันเห็นแกคิดไม่ซื่อกับน้องชายของฉันเมื่อไหร่ แกตาย!!”
พี่โคคิชี้หน้าใส่จึงซุกที่ลุกขึ้นยืนรับคำท้า ไม่อยากเป็นน้องทรยศเลยครับ แต่นาทีนี้จึงซุกของผมเท่กว่าตรึม ก็...ส่วนสูงกับความหล่อมันชนะไปแล้วนี่นา...
ถึงแม้พี่ชายผมดูจะมีปริมาณไขมันส่วนเกินน้อยกว่าก็เถอะ
“ได้ แต่ก่อนอื่น...”
ว้าย มาอุ้มผมตอนนี้ทำม้าย...!
“ผมขอตัวน้องชายพี่ไปอาบน้ำก่อน แล้วเจอกันตอนเที่ยงเลยนะครับ”
...........................................................................
เที่ยงบ้าเที่ยงบออะไรกัน
แค่เปิดฝักบัวชำระคราบไคลได้คนละแหมะสองแหมะ พี่โคคิก็เคาะประตูซะเกือบพังแล้วสั่งให้ผมมาทำอาหารเช้าให้จนได้
- คนท้องปล่อยให้หิวไม่ได้นะ – ชิชิ แล้วตัวเองไม่ทำเองล่ะ เอาไปเลย จานนี้พิเศษ กินเผ็ดไม่ได้ใช่มั้ย รับประทานพริกไทยไปซะ พี่ชายบ้า! คัดค้านความรักของเขาไม่พอ ยังปิดโอกาสสวีทอย่างสิ้นเชิงอีก อยากจะเห็นน้องชายเฉาตายให้ได้เลยใช่มั้ย
“เสียงดังอะไรนักหนานะคาเมะ แค่ผัดข้าวแค่นี้ต้องเคาะตะหลิวให้หนวกหูด้วยหรือไง”
ดูสิครับ มีที่ไหนมานั่งเฝ้าแต่ไม่ยอมช่วยอะไรเลย ส่วนอีกคนที่เขามีน้ำใจจะช่วยก็เข้ามาไม่ได้ หนอย... นมหมดหรือ จึงซุกออกไปซื้อให้ทีนะ พี่ปวดขาเหยียบเบรกไม่ถนัด โว้ย เอาไปอีกสักสองช้อนโต๊ะเลยแล้วกัน!!
“ถ้าเสร็จแล้วก็เอามาตั้งโต๊ะซะทีมา”
“ยังไม่เสร็จครับ เดี๋ยวมีผักห่อด้วย ผมขอคลุกเครื่องดองกับล้างผักก่อน” รู้สึกถึงความเยียบเย็นในน้ำเสียงผมมั้ยครับ นี่แหละคือการประท้วงทางอ้อม แม้นว่าผมจะเปล่งมันออกมาด้วยโทนที่อ่อนนุ่มที่สุด น่าเห็นใจที่สุด
อาหารมื้อนี้จะถือว่าเป็นมื้อต้อนรับอย่างเป็นทางการก็ได้ครับ เนื่องจากทุกจานบนโต๊ะล้วนเป็นอาหารจานโปรดของพี่ชายผมทั้งนั้น เสียแต่ว่ามันออกจะรสจัดตามความนิยมของผู้ปกครองคนปัจจุบันสักหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา มันเป็นความเคยชินไปซะแล้วนี่ งุงิ!
“พี่ชาย เอากระปุกกิมจิออกมาสิครับ เอามาทั้งกล่องเขียวแล้วก็กล่องชมพูเลยนะ”
“แล้วมันแตกต่างกันยังไงฮึถึงต้องเอาออกมาทั้งสองอัน”
“ก็มันคนละรสนี่ครับ พี่ชายชอบอย่าง จึงซุกชอบอีกอย่าง” ฮู้ย อย่าเพิ่งคิดว่าผมพูดจาลองดีนะครับ ประโยคนี้ผมอ้อมแอ้มออกมาทีละคำเชียวล่ะ
“กลับมาแล้วครับ หิวจัง คาเมะทำเสร็จหรือยังเนี่ย” จึงซุกสิครับลองดี ฮึ เข้ามาถึงก็กอดผมข้างหลังเลยอ้ะ ผมเลยต้องแอ๊บค่อยๆ ผลักเขาออก พร้อมปรายตาไปมองพี่โคคิทำทีว่าเกรงใจ๊เกรงใจ
พี่โคคิก็คงกำลังอยากจะด่าว่าอะไรบ้างเหมือนกันล่ะครับ แต่เผอิญพี่จึงมึนเดินเข้ามาพอดี เขาคงกลัวลูกในท้องตกใจก็เลยกลืนคำพูดของตัวเองไว้แล้วเข้าไปประคองศรีภรรยามานั่งที่โต๊ะแทน
“อ้าว รักกันมากไม่ใช่หรือ ไม่นั่งใกล้ๆ กันล่ะ” แน่ะ ยังมีวกเข้ามาหาเรื่องผมกับจึงซุกจนได้ เอายังไงครับพี่ หวานเกินไปก็ขวางตาพอห่างกันบ้างก็ประชดซะอีก
“หึ ผมก็นั่งที่ประจำของผมนี่แหละครับ คาเมะต่างหาก... ที่นั่งผิดที่”
ไอ้หยา ไอ้นี่ก็อีกคน แกว่งปากหาเสี้ยนตลอด!
“อะไร ปกติแกนั่งตรงไหนกันฮะคาเมะ” แง้ว... อยากรู้จริงๆ หรือไงครับ
“ผมว่าพี่ไม่อยากรู้หรอก...”
“อะไรวะ ทำไม มันลึกลับมากหรือไงแกถึงให้ฉันรู้ไม่ได้ หรือว่าปกติแกนั่งบนโต๊ะหรือไงหา!!”
หึ ใครว่าบนโต๊ะล่ะ บนตัก เห็นมั้ยเนี่ย บนตักสุดๆ!
“โอ้โห มันจะมากเกินไปแล้วนะคาเมะ นี่แกต้องทำตัวเป็นอีหนูขนาดนี้เลยหรือ แล้วนี่แกต้องป้อนน้ำป้อนข้าวไอ้เสี่ยจินมันด้วยมั้ยเนี่ย!!”
จิ๊ ถามจัง ยิ่งเห็นยิ่งโมโหก็แทนที่จะหยุด
“ไม่หรอกครับพี่โคคิ ผมต่างหาก เป็นฝ่ายป้อนคาเมะเขา” ใช่เลย “อ้าม... เป็นไง อร่อยมั้ย”
อร่อยๆๆ
“แน่สิ ก็นายทำนี่นะ” กรี๊ด จึงซุกยิ้มให้ผมอ้ะ!! หล่อมาก เจนเทิลแมนแฮนซั่ม!
เอิ่ม... นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาหลงรูปแฟนตัวเองใช่มั้ยครับ
อ่ะ พี่โคคินิ่งไปเลย...
โถ... ผิดหวังในตัวน้องสินะครับ ผมผิดเองที่เปลี่ยนไป แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งนี้แหละคือสัจธรรมที่จริงที่สุด ผมรู้ว่ามันอาจเกินความคาดหมายของพี่ชายของผม แต่ผมก็อยากให้เขาเข้าใจ เสียดายก็แค่... แม้ผมพยายามทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้เขาค่อยๆ ชิน แต่เขากลับไม่ร่วมมือกับผมแล้วดันไปส่งเสริมให้จึงซุกใช้วิธีหักดิบแบบนี้แทน
ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน
แย่จังนะครับ ที่ครอบครัวของเราไม่สามารถเข้ากับคนรักของเราได้
“พี่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นได้ขนาดนี้เลยนะจึงซุก”
โอ้ แม่เจ้า พี่จึงมึนที่เงียบมาตลอดเริ่มมีบทบาทแล้วครับ ฮือ... อย่านะ ผมกลัว ผมกลัวยิ่งกว่าพี่โคคิซะอีก
พี่ตัวเองพอเคลียร์ได้ครับ แต่พี่คนอื่นนี่สิผมไม่ค่อยเห็นทางสว่าง
“ทำไมครับ” อ๊า เสียงพี่น้องทั้งสองคนจริงจังมากเลย แววตานิ่งกันทั้งคู่ บรรยากาศก็ขรึมรุนแรง ไม่เหมือนของพี่โคคิกับผมที่เป็นพายุฝนฟ้าคะนองแต่ก็เดาทิศทางลมง่ายกว่ามาก
ความน่ากลัวที่แท้จริงมันเริ่มขึ้นแล้วครับ มันเริ่มขึ้นแล้ว...
“กับยังพี พี่ยังไม่เห็นว่าเธอเป็นขนาดนี้ หนักขึ้นเรื่อยๆ หรือไง”
เป็นคำถามที่สะกิดต่อมคนตอบได้ดีเลยครับ ก็ดูเจ้าจึงซุกสิ ถอนหายใจพรืด...คงเซ็งอย่างแรงเลยทีเดียว
“ไม่เกี่ยวเลยพี่ คาเมะก็คาเมะ ยังพีก็ยังพี ตอนนี้ผมรักคาเมะ ผมก็สวีทกับเขา เพราะมันเป็นความสุขของผม จะหนักขึ้นหรือน้อยลง มันก็เป็นรูปแบบความรักของเราที่ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”
อืม...
“แต่ยังไงเรื่องของแกกับน้องฉันมันก็เข้าข่ายโลเลรักแท้แพ้ใกล้ชิด พนันได้เลยว่าเดี๋ยวอีกหน่อยแกก็ทิ้งน้องชายฉันเหมือนที่แกทิ้งแฟนเก่า”
ฮ่วย ยังไม่ทันจะได้ซึ้งกับคำพูดของสุดที่รักดีเลยครับ พี่โคคิเบนประเด็นกระชากอารมณ์ไปซะได้ โว้ย! อยากข่วนหน้าพี่ชาย ไม่ต้องกินมันแล้วดีมั้ย ถ้าพูดจาบั่นทอนกำลังใจน้องชายเป็นอย่างเดียวล่ะก็ ล้มโต๊ะ!
“ถ้าพี่จะคิดอย่างนั้นมันก็เรื่องของพี่ แต่สิ่งที่ผมจะทำและทำอยู่ทุกวันนี้คือ รักเขาให้ดีที่สุด ให้เขาเชื่อมั่น และมีความสุขร่วมกันทุกๆ วัน”
“........”
แม้ท่าทางจะอวดดี น้ำเสียงจะกวนพระบาทา แต่ผมว่าพี่โคคิที่ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าน้องเขย (อย่างไม่เป็นทางการ) คนนี้...เท่ขาดใจ
โอเค ผมอยู่ข้างพี่โคคิแล้วครับ เอาเลยพี่ พูดเลย ด่าเลย ระแวง แคลงใจ สงสัย ไถ่ถาม ทำให้คนที่ผมรักคนนี้ พูดอะไรแบบเมื่อกี้ออกมาอีกเยอะๆ
วู้ว!!
เงียบ...
เงียบฉี่อย่างต่อเนื่อง หึ หึหึ พออยากให้พูดกลับไม่พูดกันครับ พี่โคคิม้วนคลื่นตัวเองลงทะเลกลับไปแล้ว อาการพาโลหาเรื่องอะไรสลายไป เหลือแค่สายตาจ้องจับผิดอย่างไม่ลดละเท่านั้น พี่จึงมึงเองก็ด้วยครับ ดูเขาคงไม่ได้พอใจในคำตอบของจึงซุกมากมายนักหรอก แต่คงเห็นน้ำเชี่ยวเลยยังไม่เอาเรือมาขวางมากกว่า
พอเหตุการณ์สงบลงทุกคนจึงจับตะเกียบกินข้าวกันต่อ ผมเองก็พะงาบปากรับการป้อนของจึงซุกเป็นระยะ แม้จะเกร็งอยู่ไม่น้อย แต่ก็วูบวาบๆ อยู่เนืองๆ เนื่องจากพ่อยอดขมองอิ่มแกเล่นยิ้มหล่อไม่หยุดไม่หย่อน แถมมีบริการเช็ดปากเปื้อนแบบไม่เกรงใจสายตาบุคคลที่สามที่สี่เอาเลย
ใครว่าไม่เหมือนกันหนอ จะจึงซุกของคาเมะหรือจึงซุกของยังพี หมอนี่ก็เป็นคนที่แสดงความ “รัก” (คิดคำนี้ก็เขินนะครับเนี่ย!) ได้ไม่สนใจสภาพแวดล้อมเหมือนเดิม ซึ่งกับผมอาจจะมากมายสักหน่อย ก็คงต้องโทษความปล่อยเนื้อปล่อยตัวของผมด้วยล่ะครับ
ก็แหม... ลึกซึ้งกันไปซะแล้วนี่นา ไม่ใช่แค่แฟนชิลๆ นี่
“อ่ะแฮ่มๆๆๆ” ติดคอให้ตายก็เท่านั้น... ถ้าคิดว่าแรงเยอะกว่าก็มาแซะผมออกจากจึงซุกเองแล้วกันนะพี่นะ
“พี่จึงซุก พี่จึงซุกช่วยยังพีด้วย โฮโฮ......”
เอ๋า มาถูกเวลาจริงๆ!! ดี เอาเลย มาโลด มากันให้หมด ชอบ!!
นั่นไง วิ่งหลุนๆ เข้ามาโดยไม่ต้องรอเสียงอนุญาต ปิดประตูได้เองโดยไม่ต้องให้เจ้าบ้านลุกจากเก้าอี้ ใบหน้าอาบน้ำตาซะด้วยแฮะ คราวนี้ทะเลาะอะไรกันมาก็ไม่รู้นะครับ
แต่ถ้าให้เดา... คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมั้ง เพราะว่ายังมีแรงขับรถมาถึงนี่โดยไม่หอบตายแหกโค้งกลางถนนไปซะก่อน
“สวัสดียังพี นี่พี่ชายพี่สาวฉัน เคยเห็นแล้วใช่มั้ย”
“ฮึก ฮึก สวัสดีฮะ ยังพีฮะ แฟนเก่าพี่จึงซุก แล้วก็เพื่อนของคาเมะฮะ” เออ มันเห็นผมเป็นเพื่อนด้วยครับ นึกว่าคนคุยแก้ขัดตอนจึงซุกไม่ว่างรับสายซะอีก
เอ้าๆ ด้วยดวงตากลมโตและริมฝีปากที่สั่นระริกซ้ำยังห้อเลือด ผมต้องลุกจากเก้าอี้ประจำของผมใช่มั้ยครับ แต่... เหอะๆ พี่ๆ มองกันใหญ่ ถ้าผมปล่อยให้สองคนนี้ปลอบกันเขาจะคิดว่าผมเป็นมนุษย์มีเขามั้ยเนี่ย
“พี่จึงซุกฮะ ฮึก พอจะว่างรับฟังยังพีมั้ยฮะ ยังพีเจ็บปวดหัวใจมากๆ เลย ยังพี ยังพี โฮ...” แม่เจ้า แทบหลีกไม่ทันแน่ะครับ ไอ้น้ำตาไม่ว่า แต่น้ำมูกนี่ผมไม่ปลื้มนะครับ! จึงซุกควรจะรับไปซับคนเดียวก็พอ
“หึ”
โห... เท่านี้พี่โคคิก็แสยะยิ้มซะแล้ว นี่กว่ายังพีจะกลับสงสัยไม่เหลือความเชื่อให้น้ำยาน้องชายตัวเองแน่นอน
“เป็นอะไรหรือยังพี เล่าให้ฉันฟังได้นะ” น้ำเสียงธรรมดาสุดฤทธิ์ครับ เมินเฉยนักก็จะดูแปลก แต่ถ้าแสดงความเป็นเจ้าของเกินไปก็จะดูน่าสมเพชอีก
วางตัวลำบากนะเนี่ย!!
แต่คนที่ลำบากกว่าผมคงเป็นจึงซุกล่ะครับ ลำพังแฟนอย่างผมน่ะไม่เป็นไร เพราะชิน... ต่อให้ยังพีจะขี่คอหรือกระแซะหนักแค่ไหนเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหึง แต่ไอ้พวกที่จ้องจะหึงแทนผมเนี่ยสิ ยากเลย...
แล้วยังพี่จึงมึนอีก อ่านไม่ออกสุดๆ ครับ ดูเขายิ้มๆ เหมือนสุขสมใจแปลกๆ หรือเขาพอใจอดีตน้องสะใภ้คนนี้มากกว่าผมกันนะ
“ยังพี ฮึก ยังพีอยากจะเลิกกับพี่มินยูแล้ว พี่มินยูใจร้ายกับยังพี พี่มึนยูไปทำงานแต่เช้าไม่รอกินข้าวพร้อมกันไม่พอ พี่มินยูยังลืมซะอีกว่าวันนี้เป็นวันอะไร ฮือ...” ตัดพ้อแฟนตัวเองไม่ว่าครับ แต่มานั่งตักแถมซบไหล่แฟนคนอื่นเขา ผมล่ะงงจริงๆ ว่าใครใจร้ายกับใครกันแน่
“ไหนเล่ามาซิ เกิดอะไรขึ้น”
เอ๋า... ร้ายทีเดียวจินจึงซุก หมอนั่นลูบหลังยังพีไปเรื่อยๆ แต่แอบเอาอีกมือมาเกี่ยวนิ้วผมไว้ หูรับฟังยังพีปากก็ปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน แต่ท้ายประโยคมีการส่งจุ๊บมาให้ผมด้วย...
“เล่ามาเถอะยังพี ไว้ใจพี่ชายคนนี้ใช่มั้ย” น้าน... มีการเน้นคำบางคำ
พ่อปลาไหล ไม่มีเหตุการณ์นี้ผมจะไม่ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขาเลยนะเนี่ย...
แต่ไหลยังไงก็รักครับ ใครจะใจแข็งอยู่ได้ล่ะแบบเนี้ย งุงิ เขาเขินนะตัวเอง!!
“เอ้าๆ นั่งกันแบบนี้เดี๋ยวเก้าอี้หักกันพอดี จึงซุก นายพาน้องยังพีอะไรนี่ไปปลอบกันเป็นเรื่องเป็นราวที่ห้องรับแขกซะไป ส่วนแกคาเมะ เราเป็นแค่คนอื่นก็กินข้าวไปสิ ไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวเขาทำไมล่ะ”
นั่นคือเสียงที่ได้ยินครับ แต่มีเสียงเงียบต่อจากนั้นที่ผมอ่านได้ว่า ‘เห็นมั้ยล่ะ แกมันก็แค่ตัวสำรอง ก็แค่หมาหัวเน่า ไอ้น้องโง่!!’
เผยเพ่ย! ผมไม่ได้หัวเน่านะ ไม่รู้จริงแล้วก็ช่างพูด ชิชะ
“นั่นสิจ๊ะ มาอุดอู้อยู่ในห้องนี้กันหมดยังพีคงอึดอัดแย่ ไปนั่นสบายๆ ตรงโน้นเถอะจ้ะ ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาพี่จึงซุกเขานะ น้องชายพี่เขาเข้าใจหนูเสมอแหละ”
โอ้... ชัดเลยครับ ทีนี้แจ่ม พี่จึงมึน... พี่จึงมึนทำไมทำกับผมอย่างนี้ ผมน่ารักน้อยกว่ายังพีตรงไหนหรือ กระซิกๆ...
“ใช่ ดูสิ น้ำหูน้ำตาร่วงใหญ่แล้ว โถ... น่าสงสารจริง พวกผู้ชายชั่วๆ ก็อย่าไปแคร์มันมากนักเลยนะ คนจริงใจก็หายากแบบนี้แหละ ใช่มั้ยจึงซุก”
เอา เอาเข้าไป พูดมาได้ยังไงครับน่ะว่ายังพีร้องไห้ใหญ่ เขาหยุดร้องตั้งแต่มาเจอสีหน้าท่าทีประหลาดของคนบ้านนี้แล้ว น่าสงสารเหมือนกันนะครับ ต้องการหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่ดูเหมือนที่แปรพระราชฐานในวันนี้จะร้อนกว่าที่ที่จากมาเสียอีก
เรียนรู้กันไปเต็มๆ กับประโยคที่ว่าหนีเสือปะจระเข้....
“ยังพี... ฮึก ยังพีมารบกวนทุกๆ คนใช่มั้ยฮะ ถ้าอย่างนั้นยังพีไปดีกว่า ไม่... พี่จึงซุกไม่ต้องห่วงยังพีหรอกนะฮะ ยังพีเจ็บจนชินซะแล้ว หรือถ้ามันยากนัก ก็ตายๆ ไปซะเลย ยังพีก็คงไม่ต้องรู้สึกเจ็บอีกต่อไป”
อืม...
ได้ผลแฮะ การแย่งซีนของยังพีครั้งนี้เยี่ยมยอดไปเลยครับ ทำให้พวกที่จ้องจะใช้ประโยชน์จากปัญหาของชาวบ้านเขาเพื่อสร้างความร้าวฉานให้คนอื่นถึงกับซีด
“ได้ยังไงยังพี เราเพื่อนกันนะ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ เอาอย่างนี้ดีกว่า นายลองเล่าให้ฉันฟัง ฉันอาจจะตอบคำถามที่นายไม่กล้าถามคุณมินยูก็ได้นะ”
มิตรเกิดได้เมื่อเจอศัตรูที่น่ากลัวกว่า ถึงฝนจะตกพายุจะฟ้าจะถล่ม นาทีนี้ผมขอจับมือยังพีเอาไว้อย่างมั่นคงครับ!!
“ฮึก คาเมะ...”
โอ้ น้ำตาเอ่อท่วมมาอีกระลอก
“ยังพี... ยังพีสมเพชตัวเองเหลือเกิน”
จ้ะ...
“ยังพีคงไม่ได้เกิดมาเพื่อพี่มินยู”
แล้ว...?
“ยังพีถึงได้ไม่มีคุณค่าไม่มีความหมายอะไรต่อพี่ชายเลย คาเมะ... พี่จึงซุก ยังพีอยากตาย ยังพีขอตายดีกว่า!”
เฮ้ย! ไม่นะ! จะไปตายที่ไหนยังไงก็ได้นะยังพี แต่ต้องไม่ใช่ที่โต๊ะกินข้าวกับมีดปอกผลไม้ของฉัน!!
“เฮ้ยๆๆ จึงซุกๆ จับไว้เร็ว ให้ตายสิพับผ่า! วัยรุ่นสมัยนี้มันคิดสั้นกันง่ายจริงๆ โว้ย”
“คาเมะๆ เข้าไปห้ามด้วยสิ โอ๊ย...เร็วๆ ตายๆๆ พี่จะเป็นลม...”
เอาเข้าไปครับ ป่วนกันอย่างพร้อมเพรียง
พี่จึงมึนเข่าอ่อน พี่โคคิลนลาน ผมต้องคอยหลบมีดในมือยังพีที่สุดท้ายก็ร่วงลงมาเกือบจะปักเท้า ส่วนไอ้จึงซุกก็ต้องยกตัวเขาด้วยมือข้างเดียว เพราะอีกข้างต้องยื่นยัดเข้าปากเพราะยังพีเกิดบ้าอยากจะชักกัดลิ้นตัวเองขึ้นมาเสียดื้อๆ
เพี้ยนไม่พอยังจะไฮเปอร์ซ้ำ! ยาดมยาลมยาหอมหรือจะถุงกระดาษถุงก๊อบแก๊บดีล่ะครับ
หึหึ แต่เบอร์โรงพยาบาล เอ๊ย เบอร์คุณลีมินยูน่าจะเวิร์คที่สุด...
“ฮือ... ทำไม ทำไมยังพีไม่รักพี่จึงซุกไปซะเลย ฮึก พี่จึงซุกใจดี ใจดีกับยังพี ยังพีไม่อยากรักคนใจร้าย ฮึก... ยังพีไม่อยากรักพี่ชายอีกแล้ว...”
ทั้งๆ ที่กัดลิ้นอยู่...ก็ยังเพ้อได้เรื่อยๆ ครับ
แต่มันจะมากเกินไปแล้วนะเฮ้ย!
ดูสิครับ อะไรจะพูดได้เข้าทางคนแถวนี้เสียเหลือเกิน ไม่มีทางซะหรอก คนใจดีคนนี้มีเจ้าของแล้ว ยังพีไม่มีสิทธิ์ทำตัวสวยเลือกได้หวนมาหาสุดที่รักของผม
จะประชดชีวิต ก็รอให้เป้าหมายตัวจริงมาเห็นมาได้ยินซะก่อนเซ่!
“ยังพี ชู่ว... ไม่เอาๆ ผิดใจอะไรกันก็เล่าให้พี่ฟังดีๆ ทำแบบนี้โง่มากนะรู้มั้ย...”
ใช่!
“ไหนๆ... หยุดร้องไห้ก่อนซิ ค่อยๆ หายใจ เลิกเกร็งนิ้วได้แล้ว... เอาอย่างนี้ เดี๋ยวยังพีหายใจตามพี่นะ เข้า... ออก... ดี เก่งมาก...”
เก่ง... เก่งจริงๆ เรื่องยึดเอาอกคนอื่นเขาไปใช้ต่างที่เช็ดน้ำตา
แต่ไม่เห็นต้องรีบทำเลยนะครับ รอให้คุณมินยูมาก่อนไม่ได้หรือ ผมเบื่อที่จะต้องเห็นอะไรแบบนี้ซ้ำสองรอบสามรอบเหมือนกันนะ
...จะมีใครเห็นใจผมบ้างหรือเปล่า...
งึ!! มีแต่คนซ้ำเติมอ่ะครับ พี่โคคิมองเยาะรุนแรงกว่าเก่าอีก
จะทำร้ายจิตใจน้องชายตัวเองให้ได้อะไรขึ้นมาครับพี่!
“ยังพีอยู่ที่นี่ใช่มั้ย ผมเห็นรถของยังพี”
โอ้! บราโว่~ หลบหน่อยพระรองมา
“อยู่ครับ กำลังแย่เลยด้วย คุณมินยูมาดูเร็ว” หวังว่าคงไม่มีใครได้ยินความระริกระรี้ในน้ำเสียงของผมนะครับ
ก็แหม ผมมันคนไม่ชอบเห็นน้ำตาใคร อะไรที่จะทำให้เรื่องคลี่คลายได้โดยเร็วผมก็ดีใจทั้งนั้นล่ะ... จริงจริ้ง
“ไม่ต้องเข้ามาเลยนะพี่ชาย ยังพีไม่อยากเห็นหน้าพี่ชายอีกแล้ว”
เสียงกร้าวสุดยอด ลุ้นมากครับว่าคุณมินยูจะแก้ปัญหาอย่างไร (แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกันเรื่องอะไรก็ตาม)
“คนนี้ใครวะคาเมะ” เสียงกระซิบดั่งพรายน้ำดังแว่วๆ อยู่เบื้องหลังของผมครับ เป็นพี่โคคินั่นเอง แต่นอกเหนือจากวัจนภาษาแล้วก็มีแววตาอยากรู้อย่างยิ่งสองคู่ส่งมาบังคับให้ต้องตอบอีก
“แฟนตัวจริงของยังพีเขา” แผ่วมาก็แผ่วกลับ
“พี่ชายไม่ต้องสนใจยังพีอีกก็ได้นะฮะ ยังพีรู้ ว่ายังพีเป็นแค่เด็กน่ารำคาญ เอาแต่ใจ! เรื่องมาก! แล้วก็เข้าใจยากด้วย! กลับไปซะเถอะครับ... เสียเวลาทำงานของพี่ชายเปล่าๆ”
โอ้โฮ... แหบเครือแต่ก็ลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน
มาดูกันครับว่ามินยูจะตอบว่าอย่างไร
แต่ก่อนที่คุณมินยูจะตอบ จึงซุกของผมก็ทำหน้าที่ผู้ประสานรอยร้าวอย่างมืออาชีพ เขาค่อยๆ ถอนตัวออกจากความขัดแย้งของคู่กรณี แล้วเดินมารวบเอวผมไว้ประหนึ่งถือป้ายแสดงตัวเป็นผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
เนียนมากครับ! พี่โคคิไม่ทันเอะใจด้วย!
“ยังพี ตะโกนใส่พี่ได้ยังไง รู้มั้ยพี่ตามหายังพีให้วุ่นเลยนะ ตอนที่เมดโทรไปบอกพี่ว่ายังพีหายไปพี่ตกใจแทบแย่”
เอ่... ทำไมดูคุณมินยูมูดดี้กว่ายังพีอีกครับ ไม่ได้มาด้วยสีหน้าของคนมาตามง้อสักนิด แต่เหมือนพี่ใหญ่มาตามเด็กดื้อที่หนีออกจากบ้านมากกว่า
“พี่ชายตำหนิยังพีหรือฮะ ก็ไม่เพราะพี่ชายลืมยังพีหรือ ไม่ใช่เพราะพี่ชายผิดสัญญากับยังพีหรือ!!”
แต่น้องน้อยก็ไม่มียอม แผดเสียงขาดใจ แม้หลอดลมหวิดจะพัง
“สัญญาระหว่างเราพี่ไม่เคยลืม มีแต่ยังพีนั่นแหละที่ลืม ยังพีเคยสัญญากับพี่ใช่มั้ยว่าเรามีอะไรต้องพูดกันดีๆ ยังพีหนีพี่ออกมาแบบนี้แปลว่าไม่รักพี่แล้วใช่มั้ย”
ไม่ดังเท่าน้อง... แต่เข้มกินขาดอยู่ครับ
สูสีๆ
“คู่นี้เขาเป็นแบบนี้ตลอดหรือคาเมะ...” พี่จึงมึนที่เริ่มหลบไปอยู่หลังเสาสะกิดถามผมยิกๆ
“นี่ยังน้อยครับนะครับ เมื่อคราววาเลนไทน์รู้สึกคุณมินยูแกจะไปสายประมาณห้านาทีมั้ง ยังพีหอบเสื้อมาแย่งเตียงผมนอนที่นี่เลย”
“จริงดิ...!”
ทึ่งล่ะสิ แค่ซิมเปิ้ลๆ นะนั่น!
“ก็... ก็ พี่ชายทำเหมือนไม่เห็นความสำคัญของยังพีเลยนี่ฮะ นัดกันไว้ก็ยังลืม ยังพีทั้งปวดใจ... เสียใจ... แล้วก็น้อยใจ พี่ชายคงไม่ต้องการยังพีอีกแล้วใช่มั้ย ยังพีเองก็ไม่อยากอยู่ให้พี่ชายระคายสายตาหรอก ยังพีไม่อยากเป็นส่วนเกินของชีวิตใคร ยังพี... ยังพีขอลาทุกคนตรงนี้นะฮะ!!”
เว้ย....! วิ่งเข้าชนผนังบ้านฉันทำไม ตะโกนอย่างเดียวไม่ได้เรอะไงยังพี้!!
“พ่อแก้วแม่แก้ว บ้านฉัน!”
กุมขมับขยับเท้าไม่ออกไปแล้วเจ้าของบ้านทั้งสอง มีแต่ผู้อาศัยอย่างผมกับจึงซุกนี่แหละครับที่ไหวตัวทัน เอาตัวไปบังทิศทางการอัตวินิบาตกรรมได้พอดี
“ยังพี มานี่นะ เลิกทำให้พี่เป็นห่วงได้แล้ว...”
ปากบอกให้อีกคนเดินไปหา แต่คุณมินยูนี่แหละครับเป็นฝ่ายสืบเท้ามารวบตัวยังพีไว้ ...กอดอย่างรักใคร่
“ยังพี พูดกับพี่ดีๆ พี่ไม่รักษาสัญญาอะไร ไม่ให้ความสำคัญกับเราตรงไหน ฮึ”
เค้าความกรุ่นโกรธยังพอมี แต่เหมือนเยื่อใยและความเข้าใจจะท่วมท้นกว่าครับ... แม้ต้องเจอมรสุมตัดพ้อและพายุกำปั้นน้อยคอยระรัวก็ตาม
อุก! อุก!
“พี่ชาย!! พี่ชายลืมสนิทจริงๆ หรือฮะว่าวันนี้วันอะไร ผมอุตส่าห์นับวันรอ วันที่พี่ชายต้องให้ดอกกุหลาบแดงหนึ่งร้อยแปดดอกกับยังพี วันที่พี่ชายจะต้องบอกรักยังพีให้ครบร้อยครั้ง!”
อ้อ อย่างนี้นี่เอง... แต่มันวันอะไรกันล่ะ วันเกิดยังพีก็ผ่านไปแล้ว ส่วนของคุณมินยูก็ยังไม่ถึงนี่นา
“อะไรกันยังพี นั่นมันวันที่ยี่สิบสามไม่ใช่หรือ วันศุกร์นู่น นี่แค่วันพุธเอง”
อ้าว!
“ก็วันนี้ไงวันพุธที่ยี่สิบสาม พี่ชายอย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนี้นะ”
เอ๊ะ!
“พี่จะแก้ตัวทำไม ก็มันเป็นความจริง ยังพีนั่นแหละเข้าใจผิด”
“พี่ชายต่างหากจำวันสำคัญไม่ได้ ก็เลยหาเรื่องมาโทษยังพี”
เอ่อ...
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นฉันท์ใด น้ำลายฟูมปากไม่สู้ประจักษ์หลักฐานฉันท์นั้น คุณมินยูแกปรายตามาทางผมครับ ผมก็โบ้ยต่อไปทางจึงซุก เจ้าจึงซุกก็เบี่ยงตัวหลบออกจากปฏิทินตั้งโต๊ะที่เมื่อกี้ยืนบังเอาไว้
ตัวเลขเจ็ดแถว ห้าบรรทัด ยืนยันความถูกต้องของคำให้การจากปากจำเลยลีมินยูวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2008... ตรงกับวันศุกร์จริงๆ แล้ววันนี้ก็ไม่ใช่วันศุกร์เสียด้วยสิครับ
“มะ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”
หึหึ...
“ก็ยังพีดูปฏิทินมาเหมือนกัน สองรอบด้วยซ้ำไป มันบอกว่าเป็นวันพุธนี่นา วันพุธที่ยี่สิบสาม วันสำคัญของยังพีกับพี่มิยู ไม่... ไม่จริงนะ! ยังพีไม่ได้ตาฝาด แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองด้วย ทุกคน... ทุกคนรวมหัวกันแกล้งยังพีใช่มั้ยฮะ!”
เงียบ... เหลือเพียงเสียงหอบเหนื่อยของคนสุขภาพไม่สู้ดี
ก็ใครจะกล้าทำร้ายจิตใจคุณเธอซ้ำเติมได้ล่ะครับ นอกจากเจ้าประจำเพียงผู้เดียว คนเนี้ย...
“ยังพี... พี่ว่าวันพุธที่ 23 มันเป็นของเดือนเมษายนนะ ยังพีดูผิดเดือนหรือเปล่า”
ส่วนผมก็แค่รับลูก เดินไปพลิกหน้าเดือนสี่พิสูจน์ให้รู้แจ้งเห็นจริงเท่านั้นเอง!
“ไม่นะ!”
ใช่เลยจ้ะ
นี่ล่ะมั้งครับ ตัวอย่างของคำพูดที่ว่า ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน... ต้องซุกซบหลบซ่อนใบหน้าที่แตกร้าวกับอกของคนที่เพิ่งตวาดใส่เขาไปต่างๆ นานา
โอ้ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...
“ดีนะคาเมะ... ที่วันสำคัญของเรามีไม่เยอะ”
เอ๋าแฟนผม นินทาคนอื่นเขาซะงั้นครับ
แล้วทำมาเป็นพูดไปอมยิ้มไป ไม่รักษาหน้าแฟนเก่าเอาซะเลย นอกจากเป็นลูกครึ่งปลาไหลแล้วยังเป็นครึ่งลูกปลาหมึกใต้ทะเลลึกอีกนะครับ วินาทีเดียวเปลี่ยนได้หลายๆ สี
รวดเร็วพอๆ กับความไวของมือ...
เรื่องราวคนอื่นยังไม่คลี่คลาย จะรีบมาลวนลามบั้นท้ายน้อยๆ ของผมทำไมก็ไม่รู้!
“ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันครับ สงเคราะห์เล่าให้ผมฟังหน่อยเถอะ ยังพี คุณมินยู”
มาถึงขั้นนี้แล้ว (งื้อ เสียวก้น) จะให้คู่นี้มาสร้างความปั่นป่วนแล้วจากไปมิได้ครับ ต้องเคลียร์ๆ!
“ใช่ มันยังไงกันฮะพวกคุณ เดี๋ยวๆ ก็จะฆ่าตัวตายสองรอบสามรอบเนี่ย”
“นั่นสิจ๊ะ น้องยังพีผิดใจอะไรกับแฟนหรือ แล้วนัดหมายอะไรกันไว้ ถึงต้องเป็นเรื่องใหญ่ซะขนาดนี้น่ะฮึ...”
ถึงคดีจะจบแต่ความบางส่วนของเรื่องยังไม่กระจ่าง โจทย์ที่แจ้งความเท็จต้องให้การเพิ่มเติมด่วนครับ
“คือ ยังพี...”
ไม่ต้องมามองอ้อนวอน ถึงเวลาสารภาพบาปของเจ้าแล้ว!
“ก็... ก็ยังพีสับสนเรื่องวันนิดหน่อย ก็เลยน้อยใจพี่ชาย”
ง้องแง้งๆ
“เรื่องเข้าใจผิดน่ะรู้แล้ว แต่ฉันอยากรู้ว่าไอ้วันสำคัญของเธอน่ะมันวันอะไร”
โอ๊ย! จินจึงซุกบีบก้นผม ทำไมต้องทำโทษกันแรงอย่างนี้ด้วยอ้ะ ผมก็แค่ปากไวนิดเดียวเอง
“นั่นสิยังพี บอกพี่ได้มั้ยเอ่ย” นั่น! ทีตัวเองก็อยากรู้เหมือนกัน ชิชะ!
“ฮื้อ ยังพีไม่กล้าเล่า พี่ชายช่วยยังพีหน่อยสิฮะ...”
ที่สะบัดก้นไปมากระพริบตาปริบๆ นี่คือการอายหรือยังพี
“คือว่าๆ วันที่ยี่สิบสามพฤษภาคมมันเป็นวันแห่งความรักของยังพีกับพี่มินยูน่ะฮะ ฮื้อ เขินจัง เพราะว่าวันเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว พี่ชายทำร้ายจิตใจยังพีด้วยการประกาศว่าไม่รักยังพีอย่างเป็นทางการครั้งแรก ฮึ พอมาปีนี้ก็เลย... ก็เลยกำหนดให้เป็นวันแห่งความรักของเราสองคนน่ะฮะ อ๊าย เขิน... พี่ชายจะได้ไม่ลืมว่าเคยทำยังพีให้เจ็บ พี่ชายจะได้ไม่ทำอีกไงล่ะฮะ...”
อ้อ... อย่างนี้นี่เอง
เล่นง่ายดีครับ พอใจก็ตั้งขึ้นมาซะอย่างนั้น
คุณมินยูแกก็ช่างเล่นด้วย... ทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังช่างมีมุมโรแมนติก หึหึ ส่วนน้องชายก็แอบมีมุมติงต๊อง เขินเองเล่าเอง กระบิดกระบวนหัวเราะแต่ก็ดูภูมิใจ
ก็สมกันดี...
“ยังพีต้องขอโทษทุกๆ คนด้วยนะฮะ ที่ยังพีมาสร้างความเดือดร้อน มาทำให้ทุกคนตกใจ แล้วก็วุ่นวาย โดยเฉพาะพี่... พี่โคคิใช่มั้ยฮะ แล้วก็พี่จึงมึน ยังพีขอโทษจริงๆ นะฮะ... นี่ฮะยังพีคืน!”
เฮ้ย...!! ตกใจหมดคุณพระคุณเจ้าช่วย!
ยังพีเล่นอะไรพิเรนทร์อย่างนี้ครับ ตอนแรกก็เดินเข้ามาเนียนๆ เผลอตัวอีกทีก้มลงเก็บมีดส่งยื่นให้พี่โคคิอย่างไม่ให้ตั้งตัว
เจตนาดีก็ไม่ว่าหรอกครับ แต่ยื่นด้านมีคมให้เนี่ยสิ!
“มะ ไม่เป็นไรจ้ะ ขอบใจนะ ที่...ที่คืนมีด สรุปว่าพุดคุยกันเข้าใจแล้วใช่มั้ย หืม...”
เหลี่ยมจืดไปเลยพี่ชายผม ปกติเขาต้องโวยวายนะครับถ้ามีใครมาป่วนชีวิตอันสงบสุขของเขาแบบนี้ แต่คงกลัวใจยังพีน่ะครับ
ต่อให้ในมือไม่มีอาวุธแล้ว แต่ก็ใช่ว่าคุณเธอจะไร้พิษสง
“ฮะ เราเข้าใจกันดีแล้ว ถ้ายังไงยังพีกลับบ้านเลยก็แล้วกันนะฮะ รบกวนเวลามื้อเที่ยงของทุกคนมาตั้งนานแน่ะ...”
เอ้อ... รู้นี่
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะยังพี คืนดีกับแฟนได้แบบนี้พี่ก็ดีใจด้วย”
ฮ่าๆ พี่จึงมึนแสดงความยินดีด้วยการถอยห่าง ยิ้มแหยๆ ตอบรับรอยยิ้มกว้างของยังพี ...สงสัยจะเป็นห่วงเด็กในครรภ์ล่ะครับ
ซึ่งมันก็น่าห่วงน้อยเมื่อไหร่
“ไปกันเถอะฮะพี่ชาย... อ๊ะ พี่จึงซุกฮะ... ยังพีขอฝากรถของยังพีไว้ที่นี่ก่อนนะฮะ ยังพีรู้สึกไม่ค่อยมีแรง กลัวขับไปไม่ถึงบ้าน... ยังพีจะนั่งรถพี่มินยูกลับฮะ”
แม้จะทำแอ๊บแบ๊วตลอดเวลาก็เถอะ
“เอาอย่างนั้นจ๊ะหรือยังพี”
“ต้องอย่างนั้นสิฮะพี่ชาย หรือพี่ชายจะปล่อยให้ยังพีกลับตามยถากรรมคนเดียว”
เออ... อีตอนมาก็มาได้ อีตอนกลับล่ะมีปัญหา แต่ก็ดีครับ ทิ้งรถไว้ที่นี่ คราวหลังมีเรื่องอีกจะได้หาทางมายากขึ้น
แจ่ม!
“โชคดีนะครับ เดี๋ยวผมตามไปปิดประตูเอง”
.
.
.
ตัวปัญหากลับไปแล้ว เย่!
ฟู่... หิวจังเลยครับ การผ่านเรื่องตื่นเต้นจนอะดรีนาลีนหลั่งแล้วหลั่งอีกนี่มันสูญเสียพลังงานมากมายทีเดียว
ฮ่ะๆ แต่ดูเหมือนจะมีคนโดนสูบพลังงานไปมากกว่าผมอีกหลายคน กระทั่งคนที่ควรจะชินเทียบเท่าผมหรือมากกว่าผมอย่างจึงซุกสุดที่รัก แม้ว่าจะมีรอยยิ้มขันบนใบหน้าเหมือนกัน แต่ก็ยังนั่งแปะลงโซฟาสิ้นเรี่ยวสิ้นแรง
ส่วนพี่ชายและพี่สาว ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ นอกจากจะไม่ค่อยตลกกับความน่ารักน่าหมั่นเขี้ยวของปาร์กยังพีแล้ว ทั้งสองยังทำหน้าเหมือนเจออะไรแปลกประหลาดเกินกว่าที่โลกนี้จะมีได้ซะอีก
“จึงซุก... นั่นใช่ยังพีจริงๆ หรือ เมื่อปีที่แล้วที่เจอเขา ไม่เห็นเป็นขนาดนี้...”
“รักมากก็เฮิร์ทมากน่ะครับพี่ ไม่มีอะไรหรอก”
“ใช่ครับ ไม่มีอะไร เรื่องปกติประจำวันของเขาเท่านั้นเอง ก็อย่างที่จึงซุกว่านั่นแหละครับ กับคนนี้ยังพีเขารักมาก ก็เลยเรียกร้องความสนใจมากเป็นธรรมดา”
มากกว่าตอนที่คบกับจึงซุก ที่แค่ออดอ้อนพอเป็นพิธี ไม่เหมือนตอนนี้ถ้าไม่ได้ยินคำว่ารักจากคุณมินยูสักวันก็เหมือนจะตายให้ได้...
แค่นั้นเอ้ง!
“นั่นเขาไม่เรียกว่าเรียกร้องความสนใจแล้วโว้ย เขาเรียกว่าเพี้ยน! มีอย่างที่ไหนเข้าใจผิดกันแล้วถึงขนาดจะประชดฆ่าตัวตาย ยังไม่พอ ต้องอุตส่าห์มาทำให้คนอื่นตกอกตกใจไปด้วย ประสาทยังดีอยู่หรือเปล่าวะเนี่ย!”
โธ่...พี่โคคิล่ะก็พูดเกินไป ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้วนะครับนั่น สิ่งมหัศจรรย์กว่านี้ก็น่าจะเคยเห็น โวยวายทำไมก็ไม่รู้
“พี่โคคิ อย่าไปว่ายังพีเขาแบบนั้นเลยน่ะ มันก็แค่รูปแบบความรักที่เขาสองคนแสดงออกแก่กัน ถ้าเขาเดือดร้อนก็คงคบกันไม่ได้มาจนถึงตอนนี้... พี่อย่าตัดสินคนที่ภายนอกหน่อยเลย ยังพีเขาเป็นคนดี”
นี่...เป็นไงล่ะ ถึงพูดเหมือนปกป้องแฟนเก่าแต่ก็เท่นะครับ เอาไปเลยเต็มสิบ
“ไม่รู้เว้ย ยังไงฉันก็รับไม่ได้ แกบอกมาดีกว่าคาเมะ ปกติแกทำแบบนี้บ้างหรือเปล่าหา!!”
ชะ หันมาหาเรื่องผมซะอย่างนั้นนะพี่โคคิ... เดี๋ยวรู้ๆ!
ขอเวลาเดินไปนั่งเบียดกันบนโซฟา ก่ายเนื้อก่ายหนังแนบชิดสนิทแน่นสักครู่!
“ใครว่าล่ะครับ...” ชม้อยตาอย่างผิดธรรมชาติ
“ผมไม่ต้องเรียกร้องความสนใจแบบนั้นสักหน่อย... จึงซุกเขาสนใจผมมากพออยู่แล้วน่ะ!”
จริงมั้ยจ๊ะที่รัก
“ใช่ ผมว่าพี่เลิกยุ่งวุ่นวายกับพวกผมสองคนดีกว่า ก็เห็นแล้วนี่ครับว่าเรารักกันดี ไม่มีเรื่องผิดใจ พี่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะมาคัดค้าน”
ถูกต้อง...
“อะไรๆ ฉันยังไม่ทันได้พิสูจน์อะไรแกเลย”
ก็จะพิสูจน์บ้าบออะไรอีกเล่า!
“แกไม่มีปัญหากันวันนี้ ก็ไม่ใช่ว่าอนาคตจะไม่มี เดี๋ยวๆๆ ยังไม่ต้องพูด เมื่อกี้แกก็เพิ่งบอกว่าแฟนเก่าแกเป็นคนดี แล้วแกมีเหตุผลอะไรไม่ทราบที่ทิ้งเขามาคบกับน้องสาว เอ้ย น้องชายฉันล่ะ!”
วะ!
“พี่โคคิ ผมเริ่มโมโหแล้วนะ พี่จะมาพูดจากีดกันเราทำไม จึงซุกไม่ดีตรงไหน พี่พูดมาสิ ผมกับจึงซุกไม่เหมาะสมกันตรงไหน”
ออกจะเข้าอกเข้าใจกัน แง่งอนพองามไม่เคยทะเลาะเบาะแว้ง ทัศนคติความเห็นใดๆ ก็ลงตัว จะขัดแย้งกันบ้างก็เรื่องหน้าตาและพื้นฐานการเงิน แต่นั่น....มันก็ไม่สำคัญไม่ใช่หรือครับ?
ทำไมพี่โคคิต้องมีปัญหาด้วย
“คาเมะ... ฉันเจ็บมือจัง เมื่อกี้ยังพีกัดซะเต็มแรง หายาทาให้หน่อยนะ”
“ตายจริง เจ็บมากหรือเปล่าจึงซุก ฉันขอโทษที ลืมไปเลย“
แย่แล้วครับ ผมก็มัวแต่ใส่ใจเรื่องอื่น ดูสิ มือของจึงซุกห้อเลือดไปหมด รอยฟันรอยเขี้ยวลึกเชียวครับ ยังพีนี่น่าตีจริงๆ
“ฉันเป่าให้ก่อนดีมั้ย หายเร็วกว่าทายาอีกนะ... พี่โคคิครับ เดี๋ยวไว้ทะเลาะกันวันหลังนะ ผมขอดูแลแฟนผมก่อน...”
สุขภาพของคนรักสำคัญเหนือการเอาชนะคะคานครับ
อุ๊บ
จึงซุก!
เสนอเป่าแผลใยสนองเป่าปากล่ะ จริงๆ เลย!
“หนอย... ไอ้คาเมะ! พี่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้สองคนไม่คิดจะเกรงใจบ้างหรือไงวะ!!”
“เปล่านะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย จึงซุกอ้ะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ... พี่โคคิเขายิ่งเขม่นๆ อยู่...” ผิดกาลเทศะมากๆ ดูสิครับควันจะออกจากหัวพี่ชายผมได้แล้วน่ะ
“ก็มันแก้เจ็บชะงัดเลยนี่”
เหวย... เหตุผลไม่เข้าท่าแล้วยังเอาแต่จ้องหน้าผมไม่มองหน้าคนอื่นอีกนะครับนั่น
แต่ไม่เหมือนคนจงใจกวนประสาท เพียงไม่แคร์ใครอย่างเป็นธรรมชาติ!
(เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นไอเดียที่ดีครับ...)
“ไม่ได้นะจึงซุก ถึงยังไงเราก็ต้องระมัดระวังบ้าง ไม่ใช่เห็นว่านี่ที่บ้านแล้วก็มีแต่คนกันเอง ห้ามใจไม่ได้ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่พอ”
อ๋อย พี่จึงมึนดุเสียงเข้มมากครับ แถมมีเหตุผลซะด้วย ฮือ... แบบนี้ผมกลัว
“ใช่! อย่าคิดว่าพวกแกเป็นน้องแล้วฉันจะต้องเมตตา รู้ไว้!”
แต่พี่โคคินี่อะไรเนี่ย!
“เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ พี่ๆ กลับไปกินข้าวเที่ยงกันก่อน ส่วนผมกับจึงซุกถ้าทำแผลเสร็จเมื่อไหร่จะตามไป”
ขอยุติความขัดแย้งชั่วคราวครับ เพราะดูท่าทางจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องได้ในเร็วๆ นี้แน่ ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อนานไป นอกจากโมโหเพราะความต้องการสวนทางแล้ว เกรงว่าจะมีโมโหหิวไส้ขาดแทรกซ้อนเอาครับ
“พี่โคคิถอยหน่อยสิผมจะไปหยิบยา จึงซุกรอแป๊บนะ”
เหนื่อยใจแท้คนหนึ่งก็แฟนอีกคนก็พี่ชาย แถมร้ายพอกัน!
มันเครียดจริงๆ เลยครับ เครียดเกินกว่าที่พนักงานหน้าฟรอนท์ดีเด่นอย่างผมจะยิ้มแยกเขี้ยวปลอบใจตัวเองได้ เฮ้อ... เรื่องยุ่งๆ ของยังพีมาคิดเอาตอนนี้ออกจะเป็นเรื่องชวนหัวน่ารักน่าขบขันมากกว่าตั้งแยะ รู้อย่างนี้ไม่น่ารีบไล่กลับไปเลยนะครับ
ให้อยู่สร้างความบันเทิงให้พี่ชายสุดที่รักของผมอีกสักสองสามชั่วโมงก็ดี
เอ่... ว่าแต่กล่องยาสามัญประจำบ้านมันหายไปไหนแล้วล่ะครับ
อ๊ะ! พี่จึงมึนหอบเอาขึ้นห้องตัวเองไปหมดนี่นา โธ่ ผมก็หลงค้นในครัวซะตั้งนาน
“เอ๊า พี่โคคิ”
ตามผมมาทำไมล่ะพี่!!
ผมไม่พร้อมเคลียร์เข้าใจมั้ย...!
“อะไรไอ้คาเมะ ถอยหายใจเสียงดังเกินไปแล้วนะ”
“เปล่านี่ครับ แล้วพี่โคคิเข้ามาทำไม ทำช้อนหล่นแล้วจะเอามาล้างหรือไงครับ”
กวนทวิบาทาพี่ชายไปอย่างนั้นเองครับ ให้เขารู้ว่าผมก็กบฏเป็น
“ทีพูดกับมันนะเสียงอ่อนเสียงหวาน กับพี่ชายนี่แทบจะปีนหัว ทำไมเป็นน้องไม่รักดีแบบนี้ฮะ”
“ผมเปล่านะ ก็เขาเสียงหวานมาจะให้ผมคำรามใส่เขาหรือไง พี่โคคินั่นแหละชอบตะโกนใส่ผม แล้วผมจะทำหงุงหงิงใส่พี่ไหวหรือ”
ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าพี่ชายหรือแฟนผมก็รักนะครับ
ยิ่งพี่ชายเลิกทำหน้ายักษ์แล้วเอามือมาลูบผมน่ะ ผมจะเห็นเป็นอื่นได้ยังไง...
“ฉันตะโกนใส่แกก็เพราะฉันเป็นห่วงแก เห็นเอาใจมันมากนักฉันก็กลัวแกเหนื่อย”
เสียแต่น้ำเสียงซ่อนนัยมันทำให้ผมวางใจไม่ได้นี่สิ!
“ผมไม่ได้เหนื่อยสักหน่อย...”
แล้วยังแววตาเจ้าเล่ห์อีก!
“จริงรื้อ... ตั้งแต่ฉันมาเห็นแกทำนู่นทำนี่ตลอด ปรนนิบัติมันตั้งแต่เช้ายันเย็น วันธรรมดาก็ต้องไปทำงานที่โรงแรม มันสิอยู่บ้านว่างๆ ไม่เห็นทำอะไรเลย แน่ใจนะว่ามันเห็นแกเป็นแฟนไม่ใช่คนใช้”
โอ้โห... ว่าแล้วมั้ยล่ะ
ยุแยงตะแคงรั่ว เสี้ยมเขาโคให้ชนกัน!
“พี่โคคิครับ จึงซุกเขาไม่ได้เอาเปรียบผมแบบนั้นนะ”
เห็นทีต้องอธิบายกันยาวเสียแล้วครับ ทำหน้าไม่เชื่อถือเกินไปแล้ว
“งั้นหรือ?”
“งั้นสิครับ มองเผินๆ อาจจะดูว่าผมทำงานบ้านเยอะกว่า เหนื่อยกว่า แล้วผมเองก็ชอบเขียนไปบ่นกับพี่ว่าจึงซุกใช้ผมอย่างนั้นใช้ผมอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะครับ ผมก็โวยวายไปอย่างนั้นแหละ จึงซุกเขาดูแลผมดีจะตาย”
“จริงหรือ?” ไม่เชื่ออีก!
“จริงสิครับ งานบ้านเราก็แบ่งกันตามความถนัด ที่เหมือนผมทำนู่นทำนี่เยอะ แต่มันก็ไม่ใช่งานหนักหนาอะไร ส่วนใหญ่เขาก็มาช่วยผมตลอดเลยด้วย... พี่ก็รู้นี่ว่าผมอยู่ไม่สุข ขืนเขาให้ผมนั่งเฉยๆ แล้วรอให้เขาทำให้ทุกอย่างผมคงเฉาตายไปแล้ว...”
จริงมั้ยล่ะครับ
“พี่โคคิ... ผมทำกับข้าวให้เขากิน ซักผ้ารีดผ้าให้เขาใส่ แต่เขาก็คอยขับรถรับส่งผม อุ้มผมขึ้นห้องทุกวัน สิ่งที่เขาทำกับผมอาจจะไม่ดูหวานเลี่ยนเหมือนตอนที่เขาเคยทำกับยังพี แต่เอาจริงๆ แล้ว เขาก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากถึงมากที่สุด มากกว่าตอนที่ผมเป็นโสดร้อยเท่าพันเท่า... พี่ต้องนึกไม่ถึงแน่ๆ บางวันผมปวดขามากๆ เขาก็นวดขาให้ผมด้วยนะครับ”
ไม่ได้โม้นา...
“พี่ให้โอกาสเราหน่อยเถอะนะ นะครับ อย่าตั้งแง่เลย... หรือถ้าพี่จะรังเกียจที่น้องชายอย่างผมมีแฟนเป็นผู้ชาย พี่ก็คิดซะว่ายังไงผมก็ชอบผู้ชาย ให้ตายผมก็หาน้องสะใภ้น่ารักๆ ให้พี่ไม่ได้อยู่ดี...”
เข้าใจมั้ยครับ
“นะพี่นะ...”
คำอธิบายยืดยาวนี้จะช่วยอะไรได้หรือเปล่า หรือจะยิ่งทำให้พี่โคคิหมั่นไส้มากขึ้นก็ไม่รู้นะครับ แต่ถ้าพี่เขาจะไม่อคติจนเกินไป เขาก็น่าจะฟังน้องชายคนนี้บ้าง
...เห็นแก่ความที่เป็นเด็กดีมาตลอดทั้งชีวิต
บอกผมมาสิพี่ ที่นิ่งไปนี่แสดงว่าผมโน้มน้าวสำเร็จ
คิดตามอยู่ใช่มั้ยครับ ไม่ใช่คิดต้าน...
“หึหึ”
หัวเราะแบบนี้คืออะไร้!
“แกนี่เปลี่ยนไปจริงๆ นะ”
แง้ว ผมเปลี่ยนไปตรงไหนกัน
“ผมดื้อขึ้นก็จริง แต่ก็แค่เรื่องนี้นะครับ นอกนั้นผมยังเป็นไอ้คาเมะคนเดิม”
คอนเฟิร์มเลย
โอ๊ย... อารมณ์ไหนกันล่ะพี่ชายผม เหมือนจะยิ้มแล้วเอามือมาขยี้ๆๆ หัว
“แกไม่ใช่แค่ดื้อหรอกคาเมะ” อ้ะ เอานิ้วจิ้มเหม่งอีก “แกเปลี่ยนไปหลายอย่าง...” อย่างไหน... “ไอ้จึงซุกมันสอนแกได้มากจริงๆ ล่ะนะ ฉันเดาไว้ไม่ผิดเลย”
สอน? ไอ้จึงซุกน่ะนะสอนอะไรผม
“แกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เลิกคิดเข้าข้างตัวเองเป็นนางเอก”
“หมายความว่าไงพี่” ไม่เก็ทครับ
“ก็หมายความว่า... ความรักที่ดีน่ะ มันต้องเชื่อมั่นในคำว่ารัก และก็เชื่อมั่นในกันและกันน่ะสิ”
ชิ้ง... ขอเวลาสักสามนาทีในการถอดรหัส
คือผมสัมผัสได้ถึงสัญญาณที่ดีครับ แต่เหมือนมันจะดีเกินไป แล้วผมก็ตงิดกับข้อกล่าวหาหลังที่ดูเป็นนิสัยของยังพีมากกว่าจะเป็นนิสัยของผมด้วย! นางองนางเอกอะไรกัน
“สรุปว่าพี่ไม่คัดค้านผมกับจึงซุกแล้วใช่มั้ยครับ” เรื่องอื่นช่างมันแต่เรื่องนี้ขอคำรับรองก่อน
“พี่โคคิเขาไม่เคยคัดค้านหรอกคาเมะ มีแต่จะเป็นพ่อสื่อสิไม่ว่า”
อ้าวจึงซุก มาเมื่อใด
“ใช่มั้ยครับพี่โคคิ รู้เรื่องผมกับคาเมะตั้งแต่แรกแล้วล่ะสิ”
รู้เรื่องตั้งแต่แรกแล้วสิ...
รู้ตั้งแต่แรก...
อุ๊แม่เจ้า!
เกิดโพธิญาณทันทีเลยครับ ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างแล้ว
“พี่โคคิ พี่หลอกผม ...พี่แกล้งผมนี่! ใช่มั้ยอ่ะ เป็นอย่างที่จึงซุกว่าใช่มั้ยครับ! พี่ไม่ได้รับไม่ได้จริงๆ แต่พี่แค่แกล้งผม”
“โอ๊ย คาเมะ เสียงดังทำไมอยู่ใกล้แค่นี้”
โอ๊ย ชัวร์เลยครับ ถ้าผมตะโกนแล้วพี่โคคิไม่ตะโกนกลับนี่ชัดเลย
“พี่ทำกับผมอย่างนี้ได้ไง ผมเครียดนะพี่”
เครียดตั้งแต่เมื่อวานต่อเนื่องจนถึงวันนี้กระเพาะยังไม่คลายบิดตัว แล้วดูพี่ชายผมสิครับ
ไอ้คนที่ช็อกแทบเป็นแทบตายตอนเห็นฉากเลิฟซีนรับอรุณ
ไอ้คนที่คำรามลั่นแม้ว่าน้องมันลงทุนคุกเข่ากอดขา
แต่ตอนนี้มาทำหน้าทำตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่นำพากับสิ่งที่ตัวเองทำกับน้องชายบังเกิดเกล้าเลยสักนิด!
“แล้วแกจะทำไมฉัน ในเมื่อฉันไม่ได้ขวางทางรักของแกจริงๆ แกก็ควรจะดีใจสิ เนอะจึงมึน”
“ไม่ต้องมาเนอะแนะเลย!” พูดจาปัดความรับผิดชอบได้อีก พี่ชายใครวะ! “พี่จึงมึนก็ด้วยนะครับ รวมหัวกันแกล้งผมชัดๆ”
หลอกให้ผมกลัวสารพัด แถมยังทำเป็นปลื้มยังพีมากกว่าผมอีกอ้ะ!
มันน่าโกรธามั้ยครับ ทั้งคู่เลย!
“คาเมะล่ะก็... จะโกรธแค่พี่สองคนก็ไม่ถูกหรอกนะจ๊ะ เจ้าจึงซุกล่ะ ตานี่น่ะรู้แผนพวกพี่ตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ยอมบอกคาเมะให้คาเมะเครียดอยู่คนเดียว”
โห... โยนความผิดกันซะงั้น
แต่ก็พูดถูกมิใช่น้อย ผมเปลี่ยนเป้าหมายก็ได้ครับ!
“เห็นฉันเป็นเดือดเป็นร้อนแทบตายนี่สนุกมากเลยใช่มั้ยไอ้จึงซุก!!”
“อะไรกันคาเมะ ฉันไม่รู้เรื่องนะ”
ฮึ ผมไม่รู้แล้วครับ งานนี้ไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว ดูดู๊ดู ดูเธอทำ
“ไม่รู้เรื่องอะไรกัน บอกไว้เลยนะงานนี้พี่โคคิผิดที่สุด แต่ฉันโกรธนายมากที่สุด เสียแรงรักเสียแรงไว้ใจ เห็นความกลุ้มของฉันเป็นสิ่งบันเทิงหรือไงหา!”
โป้งๆๆ! พี่สองคนนั้นยังไงผมก็ไม่กล้าทำอะไร แต่จึงซุกยอดดวงใจหักหลังกันแบบนี้ผมไม่ปล่อยให้รอดแน่
“ใจเย็นๆ สิ โอ๊ย ฉันเจ็บนะ ทำไมดุอย่างนี้ ฉันบอกว่าไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้เรื่องไง ฉันเพิ่งแน่ใจเมื่อกี้นี้ โอ๊ย ไม่ได้คิดจะแกล้งนายสักหน่อย ฉันเองก็เสียฟอร์มไปตั้งเยอะเหมือนกันนะจำไม่ได้แล้วหรือ”
“จำไม่ได้! จำได้แต่ท่าทีไม่อนาทรร้อนใจของนาย บอกมานะว่ารวมหัวกับเขาอีกคนใช่มั้ย”
บ้า บ้า บ้าที่สุดเลย
“ฉันไม่ได้รวมหัวอะไรทั้งนั้น ฉันก็โดนหลอกพอๆ กับนายนั่นแหละ หยุดนะคาเมะ พี่โคคิเพิ่งบอกไม่ใช่หรือว่าคนรักกันต้องเชื่อใจกัน หรือนายไม่รักฉัน หืม”
“อย่ามาเบี่ยงประเด็นนะ!”
บ้าจริง เปลี่ยนเรื่องทั้งทีก็ทำไม่เนียนเลยครับ
“ประเด็นเดียวกันนี่แหละ” ยังจะแถอีก! “เพราะฉันรักนายแล้วก็จริงจังกับนาย ฉันถึงเขียนไปบอกพี่จึงมึนตั้งแต่แรกแล้วว่าเราคบกันไง”
หา...!
“เพราะฉะนั้นฉันก็รู้แค่ว่าพี่จึงมึนรู้ แต่ฉันไม่ชัวร์ว่าพี่โคคิรู้ด้วยหรือเปล่า มันอาจเป็นไปได้ที่พี่จึงมึนไม่กล้าบอกพี่โคคิ เหมือนที่นายไม่กล้าบอกพวกเขา” แล้ว... “พอฉันไม่แน่ใจฉันก็เลยตัดสินใจไม่บอกนาย เพราะฉันอยากรู้ก่อนว่าตกลงพี่โคคิรู้หรือไม่รู้ และถ้าเขารู้แล้วเขาจะทำเป็นไม่รู้ทำไม”
เอ่อ...
“จนเมื่อกี้ฉันถึงได้เข้าใจ... ว่าพี่โคคิทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากรู้ว่าเรารักกันจริงหรือเปล่า”
นั่นน่ะนะ?
“ไม่ใช่โว้ย ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกแกรักกันจริง แต่ฉันจะมาดูว่ารักกันเป็นหรือเปล่า รักที่ดีควรทำให้คนฉลาดขึ้น แต่ถ้าพวกแกยังโง่เท่าเดิมฉันก็จะได้สั่งสอนให้หายโง่ไงล่ะ”
นั่นน่ะนะเหตุผล?
พี่โคคิ... พี่จึงมึน...?
“อย่าโกรธเลยนะจ๊ะคาเมะ รักดอกจึงหยอกเล่นไง พี่ทั้งสองคนน่ะเชียร์เราทั้งคู่สุดตัวเลยนะจ๊ะ ตอนจึงซุกส่งข่าวมานี่แทบจะจุดพลุฉลอง โดยเฉพาะพี่โคคิน่ะ พอพี่หายแพ้ท้องปุ๊บก็รีบบุ๊คตั๋วกลับเกาหลีเลยนะ จะมารับขวัญน้องชายกับน้องเขยให้ได้...”
มารับขวัญหรือมาทำให้เสียขวัญกันแน่ครับพี่! จำเป็นมั้ยครับไอ้ปฏิบัติการตบหัวแล้วลูบหัวเนี่ย
ฮึ่ม...
“โอเค ผมไม่โกรธแล้วก็ได้ ไปกินข้าวกันเถอะครับผมหิว”
“คาเม้...!” “ไอ้คาเมะ” “คาเมะจัง”
วะ... จะมาทำคอรัสอะไรในบ้านตอนนี้ครับ
“ไปสิครับ ผมหิวไม่ได้ยินกันหรือ อ่อ จึงซุก เสียใจนะฉันหายาไม่เจอ แต่ยังพีกัดไม่เข้านี่ คงไม่เป็นบาดทะยักหรอกมั้งสบายใจได้”
“คาเม้...!” “ไอ้คาเมะ” “คาเมะจัง”
เกือบฟังเพราะแล้วนะครับถ้าเผอิญแผ่นเสียงไม่ตกร่องอยู่ท่อนเดิม
“จะหลบหรือไม่หลบ”
“แกน่ารักขึ้นว่ะไอ้เมะ”
หา...
อะไรอีกล่ะ!
“เฮ้ย แกเลี้ยงมันยังไงวะจึงซุก ฉันเลี้ยงมันมาสิบกว่าปีไม่ค่อยจะงอน มีแต่กัดแย๊บเหมือนชิสุ”
ชิสุบ้านไหนกันครับที่ชอบกัดแย๊บน่ะ!
“พักหลังเขางอนบ่อยไปครับ แต่จูบสักทีสองทีก็หาย เดี๋ยวผมทำให้ดูมั้ยครับ”
เออะ....
หน้าซื่อตาใสเสียเหลือเกิน เสมือนไม่มีหัวปลาไหลหางจิ้งจอกซ่อนอยู่...
“บ้าหรือ... ลองสิเดี๋ยวเจอฤทธิ์มีดบิน”
ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นใคร
ไอ้เราก็นึกว่าแค่อินดี้... หาไม่เลยครับ ก็คนในร่างซาตานไม่ผิดอย่างที่ผมคิดทีแรกหรอก!
“ตายแล้วๆ ดุขึ้นด้วยนะจ๊ะ ทีแรกพี่คิดว่าจะไม่ทันเราเสียอีก ชอบเลยสินะแบบนี้”
“ครับ ไม่เบื่อเลย”
เอิ่ม... ดูดู๊ดู ดูสองพี่น้องสกุลจินสิครับ
“หยุดวิพากษ์วิจารณ์ผมกันได้หรือยัง สนุกกันใหญ่เลยนะ”
“ก็เนี่ยครับถ้าผมไม่จูบเขาก็ชอบกัดปาก กัดไปก็ช้ำ ให้ช้ำด้วยปากผมดีกว่าอีก”
อื้ม... หัวเราะสนุกสนาน มีความสุขกันเกินไปแล้ว
ลองตายซะหน่อยมั้ย!
“เฮ้ย! มีด มีด ไอ้จึงซุก ห้ามเมียแกเร็ว อะไรวะ ไอ้คาเมะ แกจะบ้าตามไอ้ปาร์กยังพีไปแล้วหรือไง”
“โอ๊ย ตายแล้วคาเมะ พี่กำลังท้องกำลังไส้ อย่าทำอะไรพี่นะ”
ตกใจกันเข้าไป ยังกับผมจะฆ่าใครจริงๆ งั้นแหละ!
“เลิกล้อเลียนผมได้แล้วนะครับ ผมหิว แล้วก็โมโหหิวมากด้วย! ถ้าทุกคนไม่หยุดแล้วไปกินข้าว ผมจะประท้วงไม่ทำมื้อเย็นให้กินจริงๆ...”
ว่าแล้วผมก็ถือมีดเดินนำไปยังโต๊ะอาหาร กะว่าถ้าใครไม่ตามมาโดยดีมีขว้างบ้างล่ะครับ
“ก็ได้ๆ มื้อเที่ยงนี้กินฝีมือแกไปก่อน แต่มื้อเย็นเดี๋ยวพี่สองคนทำจะทำบาร์บีคิวเลี้ยงก็แล้วกัน”
“นึกครึ้มอะไรขึ้นมาครับ ทำบุญบ้านรอบสองหรือไง” หรือคิดจะล้างบาปด้วยของกิน?
“ว้าย ใช่ที่ไหนล่ะจ๊ะ”
“งั้นอะไรล่ะครับ” แหม ทำเป็นถามเสียงงงนะจึงซุก แอ๊บไม่รู้อีกล่ะสิ
“ก็เลี้ยงเนื่องในวาระ ‘ยื่นหมูยื่นแมว’ ไง...”
“จะพูดก็พูดมาตรงๆ ครับพี่ ผมไม่ค่อยฉลาด ผมไม่เก็ท” สมองก็ตื้อไปความโมโหหิวอีกต่างหาก
“แหม มู้ดดี้ไปได้นะคาเมะ ก็สกุลคิมเราได้รับการยื่นหมูมาปีกว่าแล้ว พอวันนี้ก็ได้ฤกษ์ยื่นแมวให้สกุลจินคืนไปน่ะสิ”
“หา?” มุกไหนนั่น
เหอะๆ ทุกทีเลยพี่ชายผม เวลาจะบอกเรื่องสำคัญล่ะต้องมีกระแอมลูกคอ ต้องยืดตัวตรง แล้วก็กวาดตาเลิกคิ้วใส่ทุกคน
“ก็เมื่อปีที่แล้ว...” และต้องพูดเสียงยานๆ ด้วย “ฉันเอาจินจึงมึนมาเป็นคิมจึงมึน”
อืม...
“วันนี้... ฉันเลยจะยกคิมคาเมะให้ไปเป็น ‘จินคาเมะ’ ไงล่ะ เอามั้ยไอ้จึงซุก แกยอมหรือเปล่าฮะคาเมะ”
เห
อะไรนะ
จินคาเมะหรือ?
“เอาสิพี่!”
“ว่าไงคาเมะ ไอ้จินมันเอาแล้วนะ แกจะยอมมั้ย”
จินคาเมะ...
“ก็เพราะดีนะครับ”
จินคาเมะ จินคาเมะ...
“ชอบมั้ยล่ะ”
“ชอบครับ...” ก็มันเพราะดีอ้ะ! “แต่ผมเปลี่ยนได้จริงๆ หรือพี่ ไม่ผิดกฎหมายหรือ” วิชาการโรงแรมไม่เคยสอนเรื่องกฎหมายครอบครัวและมรดกด้วยสิครับ
“บ๊ะ เปลี่ยนได้สิ ใครจะเอาตำรวจมาจับล่ะ”
“ตกลงว่าเอานะ”
มันดูไร้สาระแปลกๆ แต่ก็... ผมพยักหน้าครับ จะให้ตอบว่า ‘เอา’ งั้นหรือ มันดูน่าอายเกินไป...
“เยส...!!” เอิ่ม... จึงซุกดีใจขนาดนั้น
“ดีมาก โอเค งั้นเราไปกินข้าวกัน เสร็จแล้วพี่กับจึงมึนจะได้ออกไปซื้อของสด พวกเราสองคนอยู่บ้านก็อย่าซนนะ”
“อ้ะ เดี๋ยวครับ”
“อะไร”
“พี่จะให้ผมไปเป็นน้องชายจึงซุกหรือครับ”
อ่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าผมแอ๊บแบ๊วหรือทำมาเป็นครับ ผมเข้าใจความหมายของมันนะ แต่คือ... ผมอยากให้ชัวร์ว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน
“โอ๊ย!”
ที่รักรังแก!
“นายกล้าตบหัวฉันหรือจึงซุก ฉันแฟนนายนะ” ต้องทูนหัวทูนเกล้าด้วยรู้ไว้
“ก็รู้นี่ว่าแฟน แล้วฉันจะเอานายมาเป็นน้องชายทำบ้าอะไรล่ะ ไม่ใช่โรคจิตนะเว้ยจะได้ปล้ำน้องชายตัวเองทั้งวันทั้งคืน”
คนบ้า กินในที่ลับแล้วมาไขในที่แจ้ง!
“เฮ้ยนี่แกปล้ำกันตอนกลางวันด้วยหรือวะ”
“พี่โคคิ!” เรื่องจริงก็ไม่ต้องเอามาย้ำก็ได้นะครับ
“ตายแล้ว ถ้างั้นตอนคาเมะไปทำงานที่โรงแรมจะทำยังไงกันล่ะจ๊ะ”
“พี่จึงมึน!” ของบางอย่างละไว้ในฐานที่ไม่ต้องรู้ได้มั้ยครับ
“ผมหิวๆๆๆๆ ใครยังไม่เลิกพูดผมจะเอาข้าวในชามไปเทลงถังจริงๆ ด้วย” ไม่รู้จะเอาอะไรไปขู่แล้วครับ สิ้นคิดมากๆ... โฮโฮ
“โธ่... คุณนายจิน ให้สามีอดข้าวแล้วไม่มีแรงสำหรับคืนนี้ทำยังไงล่ะ”
“นายตายคนแรกเลยแล้วกันจึงซุก”
มันคงลืมครับว่าในมือผมมีมีด!
“เฮ้ย อย่าโง่ดิไอ้จึงซุก จูบซะ”
จึงซุกไม่โง่ครับ เขาทำได้เร็วกว่าที่พี่โคคิบอกซะอีก แต่คนแนะนั่นแหละไม่ฉลาดเท่าไหร่ เพราะพอผมตัวอ่อนมีดก็เลยหลุดจากมือ เข้าเท้าใครก็ไม่แน่ใจหรอกครับเพราะผมหลับตาพริ้มไปแล้ว
แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เท้าผม เพราะมันกำลังลอยไม่ติดพื้น....
“เฮ้ย ไอ้น้องเวร แกจะฆ่าพี่ใช่มั้ยวะ“
ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ… แต่ก็สะใจอยู่ หุหุ
“โหดนักนะคาเมะ”
อี๋ คนบ้า ขนาดจูบยังพูดได้อีก
“เป็นจินคาเมะของฉันนะ”
“อืม...” ใครเขาปฏิเสธเล่า
“พอๆๆๆ หอมปากหอมคอแล้วก็หยุดซะที กินข้าวโว้ย กินน้ำลายมันไม่หายหิวหรอกนะ แยกๆๆ”
งุงิ ผมได้มนตร์หน้าทนจากจึงซุกมาแล้วล่ะครับ แซวมากกว่านี้ก็ไม่สนหรอก...
“ก็ไปสิครับพี่ วานใครเก็บมีดด้วยแล้วกัน”
เชิดครับเชิด...
ก็ผมเป็นคุณนายแล้วนี่ วางท่าวางอำนาจน้อยกว่านี้ไม่ได้เด็ดๆ
************** END ***************