Strategic-Love

Strategic Love part spe

posted on 15 Feb 2007 02:40 by asuka-jan  in Strategic-Love

 

 

เพราะมันไม่เคลียร์ ขอต่อด้วยมุมมองของคาเมะบ้าง เฮ้อ...

 

 

 

Special for Akame fans

 

 

 

นี่พ่อเราเป็นบ้างล่ะ วันนี้พี่ไม่ว่างเข้าไปเยี่ยมเลย

ก็สบายดีแล้วแหละครับ ร่าเริงกว่าเก่าอีก มีคนคุยถูกคอ

 

คาเมะรับโทรศัพท์จากจุนโนะแล้วเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียง ด้วยไม่อยากให้บทสนทนาทางโทรศัพท์ของเขาไปรบกวนการคุยอย่างสนุกสนานของสองหนุ่มร่วมสถาบัน

 

อย่าบอกนะว่าไอ้จิน แหม... ไอ้นี่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้าตามตรอกออกตามประตูเป็น

 

ใช่ คุณจินเข้าตรอกมาหาพ่อ แต่ออกประตูแล้วหอบเขาไปด้วยทุกที แล้วก็เนียนซะคุณพ่อสุดที่รักแทบประเคนใส่ถาดให้ ไม่รู้ไปหลงคารมอะไรกันนักหนา

 

ไม่รู้เขาสิครับ

อ้าว นึกว่าปลื้มซะอีก

 

เฮอะ เสียงเฮอะนั้นออกสำเนียงชัดกะว่าให้ดังไปถึงคนขี้โม้ในห้องนั่นเลย

 

อ้าว ทำไมล่ะ ไอ้จินมันทำอะไรให้หรือ

 

ทำอะไรให้? ถามเหมือนไม่รู้ฤทธิ์เพื่อนตัวเองนะครับ

ก็คุณจินเป็นมนุษย์ถ้ำมอง แล้วก็ขี้ลวนลาม มากๆ...

 

เฮ่ย... ถึงมันจะลามก แต่มันก็ลามกกับคนที่มันชอบนา เอ... แต่พี่ไม่รู้ว่ามันถ้ำมองด้วย ขอรายละเอียดซิ

 

พ่อสื่อผู้หวังดีกำลังอาสาทำตัวเป็นกาวใจ แต่สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อเย็นวาน คาเมะขอไม่ยอมให้อโหสิง่ายๆ เช่นเคย

 

อย่าให้เล่าเลยครับ ไม่อยากพูดถึง

ร้ายแรงมากเลยหรือ

มากครับ มาก มากที่สุด

เฮ้ย... จินมันทำไม คาเมะบอกพี่มาเถอะนะ พี่จัดการมันให้

เรื่องจัดการไม่ต้องห่วงครับ ผมทำไปแล้ว ปัญหาคือ...ไม่รู้ว่าผมต้องจัดการอีกกี่ยก ถึงจะ...เข็ด ถ้าเขาไม่เข็ด ผมอาจจะเป็นฝ่ายเข็ดไปเอง

 

เข็ดและลาขาด!

 

คาเมะใจเย็นๆ ก่อนนะ ไม่ชอบอะไรตรงไหนบอกมันตรงๆ ไอ้จินไม่ใช่คนพูดยาก ทำเสียงหนักแน่นไม่ใช้อารมณ์ แล้วก็พูดด้วยเหตุผล รับรองมันฟังแน่

 

ครับ เสียงหนักแน่น แจกแจงเหตุผล

 

 ไม่รู้ทำได้สักแค่ไหน กับคนลามกและชอบดูคนอื่นเข้าห้องน้ำแบบนั้น!

 

หลังการปฏิสันถารอีกสองสามคำคาเมะก็วางหูไปพร้อมกับอาการถอดถอนใจ ท้องฟ้าครามเข้มเต็มไปด้วยเมฆฝนอย่างไรยังไม่เท่าใจขุ่นมัวของเขา พูดไม่ยากงั้นหรือ แล้วทำไมทั้งว่าทั้งทุบแหลกขนาดนั้นยังมาทำหน้าระรื่นใส่ได้ทุกสายบ่ายค่ำ

 

 ใช่ เขาไม่เถียงหรอกว่าชอบการชิดใกล้ โอบกอด ไม่ได้รังเกียจเลยกับริมฝีปากและลมหายใจอุ่นร้อนที่เคลื่อนไปทั้งดวงหน้าไล่เลยลงไปถึงซอกคอ

ก็วาบหวิว หัวใจเต้นตึกตักดี ...ใครบ้างเล่าจะอยากปฏิเสธ

 

แต่จินเร็วเกินไป ร้อนเกินไป เขาตามไม่ทัน ขนาดว่าทำใจไว้แล้วจินก็ยังรุกเร็วเกินคาดหมายตลอด

 

แล้วมีที่ไหน เพิ่งรู้จักกันก็มาแอบดูเขาเข้าห้องน้ำแล้ว ดีที่เมื่อวานเอะใจ ถอดกางเกงลงไปนิดเดียวก็รู้สึกถึงรัศมีหื่นกำจายมาจากหน้าต่างข้างเตียง ถ้าไม่อย่างนั้น...จะถูกมองไปถึงไหนก็ไม่รู้

 

ของแบบนี้... ยังไม่ถึงเวลาจะให้เห็นได้สักหน่อย

 

ที่รัก คุยโทรศัพท์กับไอ้จุนโนะเสร็จรึยังจ๊ะ

 

จินเข้ามาสวมกอดคาเมะจากด้านหลัง เป็นท่ายืนคุยที่คาเมะต้องชิน! เพราะจิน...คืบหน้าเท่าไหร่ไม่มีถอยหลังให้ ได้แล้วได้เลย รักษาระดับ!

 

คุณพ่อหลับแล้วหรือครับ ดิ้นไปก็เท่านั้น ยิ่งดิ้นยิ่งโดนแตะ เสียหายกว่ากันอีก

 

หลับแล้วครับ คุณจะไปอาบน้ำเลยมั้ย น้ำร้อนที่โรงพยาบาลไม่ค่อยอุ่น คุณรีบอาบก่อนมันจะเย็นกว่านี้ดีกว่า

จินคงเป็นห่วงว่าคาเมะจะหนาว เลยเพิ่มแรงรัดให้ความอบอุ่นมากขึ้น บวกกับไล้นิดๆ ที่ข้างเอวใต้อก

 

 

 

 

 

แล้วคุณจะกลับเลยรึเปล่าครับ

 

ให้คุณอาบน้ำเสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ เขาให้เยี่ยมได้ถึงสองทุ่มนี่นา นี่ถ้าเขาให้เฝ้าไข้ได้สองคนผมจะอยู่เป็นเพื่อนด้วยจริงๆ นะ

 

จินก้มหน้าซุกปลายจมูกแตะแต้มไปทั่วเรียวคอขาว คาเมะแสนจั๊กจี้แต่ก็พยายามอยู่เฉยไม่ดีดดิ้นให้กายที่แนบชิดต้องเสียดสีให้เกิดไฟฟ้าสถิตเพิ่มเติม

 

คุณจิน ไหนว่าจะให้ผมไปอาบน้ำไงครับ

 

ก็วันนี้ยังไม่ได้กอดเลย คิดถึง... รู้มั้ยว่าโฆษณา ถ้าไม่ลงหลายสื่อก็ต้องลงถี่ๆ คุณจะเอาแบบบ่อยๆ แต่ไม่มาก หรือนานๆ ทีแต่ลงลึกเล่า จินอธิบายการลงลึกด้วยฝ่ามือที่เลื่อนไปบีบเบาๆ ตรงต้นขา

 

คาเมะชะลอการลงลึกด้วยมือเล็ก ซึ่งก็ห้ามได้ทันก่อนข้อเท้าจะกระตุกกระทืบพื้นหรือสิ่งใกล้เคียงตามสัญชาติญาณ

 

ไม่มีแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือครับ

ฮื่อ... สมัยนี้ ชักช้าไม่ทันกินโดนยี่ห้ออื่นตัดหน้ากันพอดี

แต่ถ้าผู้ซื้อเลือกแล้ว จะกลัวทำไมล่ะครับ

ก็สินค้าอยากถูกใช้เร็วๆ ไง ...นี่ๆ สนใจโปรโมชั่นทดลองใช้ก่อนมั้ย พอใจไม่พอใจก็ให้ใช้ฟรีเลยไม่คิดเงิน

ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ

อื้อ... แต่สินค้าอยากถูกใช้แล้วจริงๆ นะ option เสริมเยอะแยะเลยด้วยจะบอกให้

ยัดเยียดเกินไปแบบนี้ไม่กลัวลูกค้าหนีหรือไงครับ

 

ทั้งจูงใจด้วยวาจาแล้วทำให้เคลิ้มตามด้วยกายาแบบนี้ persuade motivate มันเข้าไป

 

จริงใจขายขนาดนี้ถ้าผู้บริโภคไม่สนใจ นักโฆษณาก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ ...สงสัยสินค้าคงดีไม่พอ นักโฆษณาลดมือถอยห่างให้ลูกค้าตัดสินใจ ใบหน้าหงอยง้ำทำตัวเป็นของถูกล้างสต็อก

 

...หนักแน่น ตรงไปตรงมา

 

เมื่อให้อำนาจแก่ผู้ซื้อ คาเมะก็ถืออำนาจนั้นในมือไว้มั่น

 

งั้นคุณจินรอเดี๋ยวนะครับ อาบน้ำเสร็จผมจะบอกเงื่อนไขการซื้อขาย

 

..............................................................................................................

 

จินอดใจรอการแถลงเงื่อนไขจากผู้ซื้อไม่ถึงสิบนาที เหงือกกำลังจะแห้งด้วยลมหนาวพอดีคาเมะก็ออกมาแตะมือที่ไหล่กว้าง มือเดียวกันนั้นยันคู่เจรจาไว้ให้เกิดระยะห่าง

 

อยู่ตรงนั้นแหละครับ อย่าให้เนื้อแนบเนื้อจนป่วนปั่นสับสน

 

จินยืดไหล่ตรง มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาที่ต้องตั้งสติมั่นอยู่ใต้ฝักบัวแทบตาย กว่าจะสั่งให้มันสงบเป็นทะเลสาบน้ำลึกได้แบบนี้

 

ผมตกลงคบกับคุณ แบบแฟน ทันทีที่คุณพูดออกมาว่ารักผมจริงๆ ไม่ได้หลอกกันเล่นๆ คาเมะเปิดไพ่ใบแรกลองเชิงคู่ดวล

 

ผมรักคุณ ...ไม่เล่นแน่นอนคาเมะ

 

คาเมะลอบสูดลมหายใจลึกกับการเกทับด้วยคำบอกรักของจิน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเคยได้ยินได้ฟัง แต่เป็นครั้งแรก ที่เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจ

 

อย่างที่ไม่มีใครเคยมอบให้

 

ไม่หวาน...ไม่อ้อน อย่างที่คาเมะคิดว่าจินจะเป็น แต่จริงจังอย่างที่คาเมะอยากได้ยิน

 

ลิมิทความสัมพันธ์ ที่ผ่านมา...คุณจินแตะต้องผมถึงขั้นไหนแล้วครับ

กอด หอม ลูบๆ อีกนิดหน่อย

จากนี้อีกสามเดือน อย่าให้มากไปกว่านี้ได้ไหมครับ

สามเดือนมันนานนะคาเมะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมไม่คิดว่าจะอดใจไหว

 

ไม่มีหลอกให้ตายใจ สมองคิดกันอย่างไรก็พูดกันตรงๆ จินล้มกระดานไพ่พลิกไปเป็นเกมแห่งธุรกิจความรัก

 

 แต่มันยังสั้น ถ้าจะศึกษาใครสักคนให้แน่ใจ

ความรักไม่มีตายตัว ถ้าผมอยากให้คุณรู้จัก คุณรู้จักผมได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น แต่ถ้าผมจะปิดบัง คบกันไปสิบปีคุณก็จะไม่มีทางรู้จักผม...

 

จินสืบเท้าเข้ามาย่นระยะห่าง คงไม่ต้องการให้เสียงที่ส่งผ่านถูกสายลมพัดพาไปจนเข้าไปไม่ถึงหัวใจคนฟัง

 

 เอาเป็นว่า... ไม่ต้องกำหนดสามเดือน เมื่อไหร่ที่คุณแน่ใจ ก็เมื่อนั้น ส่วนผม ผมยินดีเสี่ยงตั้งแต่วินาทีนี้ คุณเรียกผมว่าคนรักของคุณได้เลย แต่ผมจะเรียกคุณแบบนั้น ก็ต่อเมื่อคุณอนุญาต

 

แล้วเมื่อถึงวันนั้น...ผมขอจูบหวานๆ จากคุณด้วยนะคาเมะ

 

นี่ใช่มั้ยวาจาของคนที่วนเวียนในวงการธุรกิจ คนขายผ้าม่านเล็กๆ ถึงได้พ่ายยับระเนระนาดไม่เป็นท่า

 

คนบ้า...จะจูบยังไงให้มันหวาน

 

ลมหนาวเวลาสิบเก้านาฬิกา หนาวเสียดอกจนคาเมะเริ่มเสียดายไออุ่นที่เพิ่งเดินจากไป

 

ลมหายใจร้อนที่อังในมือ สร้างความอุ่นซ่านได้ไม่ทั่วกายถึงปลายนิ้วเหมือนอยู่ในอ้อมกอดคนลามกแสนเจ้าเล่ห์ขี้ลวนลามนั่นสักนิด

อยากจะยอมให้จะตาย ผมรักคุณ ได้ยินมั้ยคุณจิน

 

.....................................................................................................................................................................

 

 

เออ ไอ้จิน ไม่ต้องให้คาเมะเขามาถ่ายซ่อมแล้วนะ ฉันคุยกับคนตัดต่อกับคุณยามะพีรู้เรื่องแล้ว

ยูอิจิตบบ่าจินที่นั่งทำหน้าเซ็งเป็นลาบาดอร์อดข้าว

 

เป็นไรวะ คิดงานไม่ออกหรือ

 

จินยื่นกระดาษขนาดเอสี่ปึกหนึ่งยื่นให้ยูอิจิแทนคำตอบ

 

โห คืนเดียวแกคิดได้เร็วขนาดนี้เลย เว้ยเฮ้ย มีสองแบบให้เลือกด้วย เออ เดี๋ยวฉันไปเสนอเขาให้ หน้าตูบขนาดนี้อยู่หลังโต๊ะไปเหอะ

 

ยูอิจิจากไปแล้วพร้อมผลงานชิ้นที่จินปั่นมาทั้งคืน

ไม่ใช่ว่าขยัน แต่เพราะเซ็งจัดจนหลับไม่ลงต่างหาก

 

สองตัวตนในตัวเองมันตีกันจนยุ่ง จิตฝ่ายชั่วมันคอยหาวิธีเลี่ยงบาลี แต่จิตฝ่ายดีมันสั่งให้ซื่อตรง

ถ้าทำดี ข้อเสียคืออด และอดแบบไม่มีกำหนดเวลา

แต่ถ้าจะชั่ว ข้อเสียคือ ถ้าควบคุมไม่อยู่ความเชื่อมั่นของคาเมะก็หาย

 

ถ้าไม่รักพ่อจะปล้ำซะตั้งแต่วันแรก!

คาเมะนะคาเมะ ทำกับจินได้...

 

ไม่นึกรัก ไม่อยากให้จิน รัก บ้างเลยเชียว

 

.........................................................................................................................................................................

 

ใช่แต่จินที่นอนไม่หลับ เจ้าของเงื่อนไขเองก็นั่งสะสางบัญชีของเดือนนี้ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม กระทั่งมีคนเอามือมาปัดป่ายตรงหน้ายังไม่รู้สึกตัว...จนต้องเข้าชาร์ตด้วยมาตรการขั้นร้ายแรง

 

โอ๊ย ฮิคารุ จี้เอวพี่ทำไม เดี๋ยวจี้คืนนะ

 

คาเมะตั้งนิ้วชี้รอกะเอาคืนเป็นแม่นมั่น เห็นท่าอย่างนั้นคนหน้าอ่อนจึงชูสองมือเป็นการยอมแพ้

 

ก็พี่คาเมะเอาแต่ใจลอย ฮิคารุเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน

ใครว่าไม่ได้ยิน เห็นฮิคารุไม่พูดอะไรก็เลยไม่ได้ตอบเท่านั้นเอง ก็รอฟังอยู่

หืม แก้ตัว ไม่ต้องเลย พี่คาเมะโกหกทีเด็กสามขวบยังจับได้เลย

เวอร์

จริงๆ พี่จุนโนะยังบอกเลย อย่างพี่คาเมะจะตามพี่จินทันหรือเปล่า

 

เหมือนเป็นประโยคมัจจุราช คำพูดของฮิคารุประโยคนี้ถึงก้องกังวานสะท้านใจ...

 

ทำไม... มันจะแย่อย่างนั้นเลยหรือ เสียงของคาเมะระโหยโรยกำลัง

 

ฮ่ะๆ คิดมากล่ะสิ ไม่หรอก ไม่แย่หรอกครับ พี่จินไม่ใช่คนชอบทำร้ายคนอื่น ถึงตามทันไม่ทันพี่คาเมะก็จะไม่เสียใจหรอกครับ

แต่พี่ไม่ชอบเลยนะ

ไม่ชอบอะไรครับ คราวนี้ฮิคารุเริ่มตกใจ ก็ถ้าเกิดพี่คาเมะไม่ชอบพี่จิน พี่จินคนดีซี้พี่จุนโนะก็อกหักแย่

 

อยู่กับเขาพี่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกล่อตลอดเวลา ยิ่งนับวัน มันก็เต็มใจให้ถูกหลอกขึ้นทุกที

 

แล้วคาเมะก็จมหน้าลงกองบัญชีบนโต๊ะไปเลย ฮิคารุทีเพิ่งเริ่มรู้สึกว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ก็ชักทำตัวไม่ถูกขึ้นมา

 

พี่คาเมะ พี่คาเมะเป็นไรมากมั้ยครับ

 

พี่อยากจูบเขาจังเลยฮิคารุ...

 

ไม่รู้ว่าคนพูดเพ้อมาอารมณ์ไหน เป็นเวอร์ชั่นที่ฮิคารุไม่เคยเจอะเจอเสียด้วย คาเมะผู้แสนเรื่องมากกับความรัก เปิดไซเรนป้องกันตัวตลอด คนที่ทำแต่งานๆๆๆ หาเลี้ยงพ่อ ตอนนี้พี่คาเมะเป็นอะไรไปแล้ว พี่จินทำอะไรทำไมพี่คาเมะเป็นแบบนี้

 

ตอนตัวเองจีบพี่จุนโนะ ฮิคารุยังไม่หลุดขนาดนี้

ขนาดทั้งไหลทั้งหลงแทบตาย ยังเพ้อใส่แต่หมอนข้างไม่เพ้อใส่คนอื่นเลย

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

โทรศัพท์รุ่นเดอะกรีดเสียงร้องแสบแก้วหูจนคาเมะสะดุ้งตื่นมารับ

 

ครับผม ผ้าม่านเคเคครับ

 

ผมเองคาเมะ

คะ ครับ คุณจิน?”

แหม แค่นี้จำเสียงไม่ได้หรือ น่าน้อยใจจัง

 

สำหรับคนที่อยู่ข้างๆ อย่างฮิคารุ ถึงไม่ได้ยินว่าปลายสายพูดอะไรมา แต่พอดูจากท่าทีของพี่คาเมะแล้ว... พี่จินชัวร์

เล่นกระพริบตาถี่ยิบ สองแก้มล่ะแดงซ่านขึ้นมาเลย ...ขอเขยิบเข้าไปฟังด้วยนะครับ

 

จะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวผมไปรับกินมื้อเที่ยงกัน...นะ

ครับ

เห็นไอ้จุนโนะบอกว่าฮิคารุไปหาหรือ ชวนมากินด้วยกันก็ได้นะ

ครับ

แล้วบ่ายนี้ผมว่าง ไปรับพ่อคุณกลับบ้านด้วยนะ

ครับ

อื้ม คาเมะรักจินนะ

ครับ .......เฮ่ย เปล่านะ

เฮ้อ...ไม่รักก็ไม่รัก รักขึ้นมาเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ

 

และแล้วจินก็จากไปอย่างสงบ

 

น้ำเสียงในประโยคสุดท้ายฟังเฉยๆ จนคาเมะตีความไม่ถูกว่าอีกฝ่ายพูดด้วยอารมณ์ไหน ...แบบนี้ไงเล่าที่ไม่ชอบ

เหมือนจะเจ็บก็ไม่เชิง หยอกเล่นก็ไม่ใช่

เขาควรจะคิดมากหรือปล่อยผ่านไปก็ไม่รู้

 

อืม...พี่จินมาแนวแปลกแฮะ ฮิคารุที่รู้จักจินดีกว่าคาเมะนิดหน่อยเอามือลูบคางทำท่าพินิจพิเคราะห์

 

แปลกยังไงฮิคารุ นี่ก็บ้าจี้ถึงกับเขยิบเก้าอี้เข้ามาเพื่อตั้งใจฟัง

 

ก็พี่จิน... ชอบเอาชนะจะตาย นึกว่าจะตื๊อจนพี่คาเมะยอมจนได้ซะอีก

 

นั่นสิ ตั้งแต่เมื่อวาน...

 

เออ แปลกดีแฮะ เพราะพี่คาเมะแน่เลย ทำให้พี่จินเปลี่ยนไป

 

ฮิคารุยังคงนั่งวิเคราะห์จิตใจคนอื่นไปเรื่อยเปื่อย เป็นงานถนัดของเจ้าหน้าอ่อนนี่นัก ใครก็ตามลองได้พูดคุยกับฮิคารุไม่เกินสองชั่วโมง จะถูกล้วงไส้ล้วงตับออกมาแผ่ได้หมด

 

แต่คาเมะก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะใจเอาแต่คิดว่า ถ้าเจอหน้ากันอีกจะเอายังไง ทำตัวแบบไหนจึงจะพอดี

 

......................................................................................................................................................................

 

 

แต่มันช่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

จินยังป้อล้อคาเมะเหมือนเดิม ปล่อยรัศมีลามเลียเหมือนเดิม แม้ไม่มีท่าทีล่วงเกินใดๆ ตามที่ตกลง แต่จินก็แสดงออกไม่ได้แตกต่างไปอย่างที่คาเมะกังวลล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย

 

ดีแล้วใช่มั้ยเนี่ย แต่ทำไมรู้สึกกดดันแบบนี้เล่า!

 

กินเนื้อหน่อย ผอมจนกระดูกเชิงกรานจะทิ่มผมอยู่แล้ว จินตักเนื้อสเต็กรมควันหั่นชิ้นเป็นลูกเต๋าจากจานตัวเองให้คาเมะ แล้วคีบมะเขือเทศจากจานคาเมะส่งเข้าปาก เคี้ยวกร้วมๆ ยังกับแทะหมูติดกระดูก

 

พี่จิน น้อยๆ หน่อยครับ พูดแบบนั้นพี่คาเมะเขินแย่ เห็นมั้ย เขินจนข้าวติดคอกลืนไม่ลงแล้ว

 

คาเมะกลืนข้าวไม่ลงจริงอย่างที่ฮิคารุว่า แต่ไม่ใช่เพราะเขิน ก็จู่ๆ ข้าวมันฝืดคอไปเองหาสาเหตุไม่เจอ

 

พี่ชินแล้วล่ะฮิคารุ วันไหนไม่พูดอะไรให้เข้าเนื้อพี่สิ แปลก

ใช่...นี่น่ะ ปกติ จินยืนยันคำรบสอง

 

ปกติหรือแปลกไม่แน่ใจ แต่ฮิคารุเห็นว่าทั้งสองเข้ากันดีก็หายห่วง อุตส่าห์มาดูเพราะพี่จุนโนะเกิดหัวคิ้วกระตุกอะไรไม่รู้ นั่งจับยามสองตาตี่แล้วก็บอกให้มาดูพี่คาเมะให้ที ถ้ากลับไปรายงานว่าไม่มีอะไรก็คงเลิกบ่น

 

แต่นั่นเป็นเพราะฮิคารุดูไม่ถึง...คลื่นใต้น้ำที่กำลังจะกระทบฝั่ง

ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเป็นหาดทรายหรือฟองคลื่นขาวที่จะปราชัยไปก่อน และ...จะช้าจะเร็วแค่ไหน

 

 ...................................................................................................................................................................

 

หลังจากจบมื้ออาหารมื้อโต (เพราะจินเลี้ยงเต็มที่ เห็นแก่สองหนุ่มที่ตัวเล็กทั้งคู่) ฮิคารุก็มีจุนโนะมารับ แล้วทั้งสี่คนก็ไปโรงพยาบาลด้วยรถสองคัน ซึ่ง...จินไปกับจุนโนะ และคาเมะนั่งไปกับฮิคารุ

 

นึกไงมานั่งรถฉันวะ

 

ทำไม

แทนที่ฉันจะได้จู๋จี๋กับคาเมะสองคน

 

จุนโนะมองท่าทีโวยวายของเพื่อนก็อยากจะเสยกระโหลกทุยๆ

 

ตอบตัวเองก่อนเถอะ นึกยังไงยอมให้ฉันมานั่งรถแกได้ นึกว่าไม่เอาๆ ต้องคาเมะเท่านั้นซะอีก

 

พอโดนย้อนคำถามจินก็เงียบไม่ยอมตอบ จนจุนโนะแกล้งหัวเราะหึก็ยังไม่พูดอะไร ทั้งที่ปกติก็จะสรรหาเหตุผลดีๆ ที่ใกล้เคียงความจริงมาอ้างได้อยู่แล้ว ก็คนอย่างจิน...

 

รักมันจืดจางหรือไง ไม่ต้องเห็นกันตลอดเวลาก็ทนได้

ไม่ใช่...

อ้อ...หรือเริ่มเบื่อหน้ากันแล้ว

ไม่เกี่ยว...

งั้น...กลัวเลี้ยวรถเข้าโรงแรมแทนโรงพยาบาล

ไอ้เวรจุนโนะ ฉันหื่นเลือกเวลาและสถานที่เว่ย ไม่ได้นึกจะหื่นก็หื่นมั่วซั่ว

 

งั้นแกเป็นอะไร

ก็เป็นคน เป็นอาคานิชิ จินนี่แหละ

หรือ... นึกว่าเป็นยุงที่โดนมุ้งกั้นซะอีก

แสนรู้ไม่เหมือนจิงโจ้เลยนะแก

สรุปว่าจริงใช่มั้ย

จริงอะไร

ก็โดนยันต์กันหื่นไปใช่มั้ยเล่า

เออ! แต่มันไม่ใช่ประเด็นนั้นว่ะ

 

คนเดาถูกครึ่งเดียวทำหน้าฉงนไปเล็กน้อย ยังมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไอ้เพื่อนจินกลุ้มใจได้นักหนา

 

คาเมะเขาพูดอะไรกับแก...

 

เสียงถอนหายใจนำมาก่อน จินปล่อยสีหน้านิ่วคิ้วผูกโบว์เต็มพิกัดอย่างที่นานๆ จุนโนะจะเห็นสักครั้ง

 

แกว่า...ฉันรุกเร็วไป หรือ ฉันมันไม่น่าเชื่อใจวะ

 

ถามมาแบบนี้แล้วเขาจะตอบได้มั้ยเล่า ไม่ได้เป็นจิ้งจกอยู่ข้างฝารู้ทุกเรื่องทั้งสองคุยกันเมื่อไหร่ แค่นี้เพื่อนอย่างเขาก็รู้ใจเพื่อนจนเหมือนเป็นผัวเมียแต่งงานกันมาสักห้าสิบปีอยู่แล้ว

 

จะรุกช้าเร็วแค่ไหน ทำตัวน่าเชื่อใจรึเปล่าน่ะ ไปถามคาเมะเขาสิวะ

คาเมะเขาพูดอะไรกับแกล่ะ

 

เขาว่าอยากศึกษากันนานๆ

เออ...ก็ถูกของเขานี่

อ้าว ก็ทีแกกับน้องฮิคารุเห็นจีบกันไม่ถึงสองอาทิตย์

 

มันไม่เหมือนกัน... น้องเขามาชอบฉันก่อน แล้วฉันมันก็ไม่ใช่คนคิดมาก แต่อย่างคาเมะ รายนั้นเขาคิดมากจะตาย แค่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เนี่ยนะ ตามความเห็นของฉันฉันก็ว่าเร็วมาก คืบหน้ามาก...แล้ว เมื่อก่อนมีคนมาตามจีบเขาตั้งเทอมกว่า เขายังให้ได้แค่จับมือ

 

 

เฮ้ย เคยมีคนมาจีบด้วยหรือ

เอ๊า แล้วเขาสวมปอกคอบาทหลวง หรือมีจุดสีแดงกลางหน้าผากเป็นสาวแขกประกาศตัวว่ามีผัวแล้วหรือเปล่าล่ะ ถึงมีคนมาจีบไม่ได้

 

 ไม่ต้องคิดมากจุนโนะก็พอเดาออกว่าจินคงนึกอยากจับมือๆๆๆ คาเมะเพื่อล้างคราบไอ้หนุ่มในอดีตนั่นออก หน้าตาไม่บอกเล้ย...ว่าหึง

 

นี่ไอ้จิน ปัญหามันมีทางออกอยู่สองทาง ถ้าแกไม่เร่งให้เขาเร็วเท่าแก แกก็ต้องผ่อนลงให้ช้าเท่าเขา หรือไม่อย่างนั้น... จุนโนะทำทอดเสียงยาวให้อีกฝ่ายตั้งใบหูรอฟัง

แกก็หาจุดตรงกลางว่ะ แต่มันก็ยากอ่ะนะ ทำใจง่ายกว่า วะฮ่ะๆ

 

....................

............................

 

ขณะที่รถคันหน้าของสองหนุ่มเพื่อนซี้คุยกันจ้อ รถคันหลังที่ขับตามนั้นมีแต่ความเงียบเคล้าเสียงเพลงเบา...และเสียงถอนหายใจเป็นระยะ ฟุตบาทโล่งตรงสี่แยกไฟแดง เป็นที่เพ่งกสิณของผู้โดยสารด้านซ้ายมือของรถ

 

คิดอะไรอยู่ครับพี่คาเมะ

คิดแล้วว่าฮิคารุต้องถาม

 

คนถอนหายใจเฮือกๆ สวนมุขรวดเร็วเสียจนฮิคารุหันขวับทั้งที่ไฟเปลี่ยนเป็นเขียว

 

โอ้โห เดี๋ยวนี้ยิงกลับไวนะครับ ไปฝึกมาจากไหน

ก็...ไม่รู้สิ

 

ไอ้การต่อปากต่อคำชนิดลดละเลิกไม่เป็น ไม้รู้เอามาจากใคร

 

รู้เมื่อไหร่ก็กระซิบกันนิดนะครับ ผมได้ไปเรียนด้วย

เรียนแล้วจะได้อะไร ใช่ว่าจะชนะต้นตำรับเขาเมื่อไหร่กัน

 

เมื่อความต้องการเดินไม่ขนานกับความเชื่อมั่น รักก็รักอยากจะให้ แต่อีกใจก็กลัว

ไม่รู้ว่าอำนาจที่ได้มาในมือนี่มันจะดีหรือไม่ดี ตัดสินใจผิดก็โทษใครไม่ได้ หรือถ้ายืดเยื้อเอาไว้ก็เหมือนแกล้งตัวเองให้ทรมานเล่น

 

ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเดือดร้อนกับอะไรแบบนี้แท้ๆ อยากรักก็ต้องรอ รอไม่ได้ก็จบ

แต่นี่ ใจตัวเองทั้งนั้นที่ชักไม่อยากรอ... ลางแพ้มันมีมาแต่ไกล

 

....................................................................................................................................................................

 

 

 

ห้องผู้ป่วยพิเศษชั้นเก้าของโรงพยาบาลคึกคักไปด้วยพยาบาลสาวที่เวียนหน้ากันมาดู เดี๋ยวก็เข้ามาตรวจความดัน หรือไม่ก็เช็คเอกสารในซองสีส้มปลายเตียง แต่สายตาไม่ได้จ้องเอกสารหรือกระทั่งตัวคนไข้สักเท่าไหร่ จะเหลียวมองรอบห้องดูคนเยี่ยมไข้ซะมากกว่า

 

ผู้ชายหน้าตาดี (กว่า F4) สี่คนสี่รูปแบบใช่ว่าจะรวมตัวกันให้เห็นบ่อยๆ นี่นะ

 

จนถึงบ่ายจัด คนป่วยเปลี่ยนจากชุดโรงพยาบาลเป็นชุดไปรเวทปกติ สี่หนุ่มหน้าตาดีก็ได้ฤกษ์ช่วยกันประคองห้อมล้อมเดินจากไป ทิ้งแต่สายตาละห้อยปรอยปรายของสาวน้อยสาวใหญ่

 

ที่นี้ดีนะ นางพยาบาลน่ารักๆ เยอะเลย

จริงครับคุณพี่

 

คาเมะเงยหน้ามองลูกคู่ลูกกรับของพ่อตัวเองก็อดทำตาขวางเล็กๆ ไม่ได้ ถึงแม้น้ำเสียงของจินหาได้ชวนฟังให้คิดว่าเจ้าชู้ไม่ แต่สภาพการณ์ความสัมพันธ์ของเขาสองคนตอนนี้ใช่เวลาหรือที่จะมาท้าทายความหึง

 

แทนที่จะพยายามทำให้เขาเชื่อใจจะได้เอาชนะเขาเร็วๆ ...ก็เปล่า

ยังจะมายิ้มให้เฉย พยักพเยิดให้เออออห่อหมกด้วยอีกนะ คิดอะไรอยู่ครับคุณจิน

 

น่ารักขนาดนั้นพ่อจะมานอนที่นี่บ่อยๆ ก็ได้นะ ผมจะมาส่ง

วะ นี่แกแช่งพ่อให้ป่วยรึไง

เปล่าซะหน่อย ใครจะอยากให้พ่อไม่สบาย ก็เห็นว่าชอบเท่านั้นเอง...

 

คาเมนาชิคนพ่อเห็นลูกชายทำลอยหน้าลอยตาก็เกิดอาการอยากสั่งสอนให้รู้หัวหงอกหัวดำ

 

แกหึงแฟนก็อย่ามาลงกับพ่อสิวะ

พ่อ!

 

และแล้วคนเป็นพ่อก็หักหลังลูกชายตัวเองดื้อๆ โดยการหันไปหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับว่าที่ลูกเขยสะใจ ส่วนสองพยานผู้ร่วมรับรู้เหตุการณ์ก็แอบยิ้มให้กันเล็กน้อยเพราะเห็นใจคนโดนรุม

 

เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับอดีตนักหนังสือพิมพ์ คมทั้งปากกาและปากรูปกระจับ (ที่เหมือนลูก)

 

ยังดีที่จินเหมือนจะไม่อยากถูกจับให้ไปอยู่ในบัญชีหนี้แค้นอีกคน จึงหัวเราะแต่พองามกับพ่อตาและหันไปมองคนหัดหึงด้วยสีหน้าที่ห่างไกลจากคำว่า เป็นต่อ เยาะเย้ย

 

...กลับไปใกล้เคียงกับคำว่า ดีใจเป็นล้นพ้น

 

ทำเอาสามหนุ่มที่เหลือมองค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตน โดยเฉพาะจุนโนะที่รู้จักนิสัยจินดีกว่าใคร

นึกว่าจะเกทับจนคาเมะต้องยอมรับหรืออย่างน้อยก็ปฏิเสธไม่ได้

 

ด้วยความสงสัย จุนโนะไม่รอช้าที่จะคว้าแขนเพื่อนมากระซิบริบใบหู

 

อมยิ้มไม่พูดไม่จา ดีใจที่คาเมะหึงหรือไงวะ

คนโดนตั้งกระทู้ถามแกล้งเดินช้าลงเพื่อที่จะกระซิบตอบแต่จุนโนะแต่เพียงผู้เดียวเหมือนเป็นเรื่องลับ

 

ดีใจที่คาเมะร้องว่า พ่อ คำเดียวต่างหาก... เฮ่อ...อย่างนี้ค่อยมีความหวังหน่อยเว้ย...

 

บุรุษผู้ที่กำลังกระดี๊กระด๊าด้วยความหวังอันผุดพรายเดินหลั่นล้าไปเอาอกเอาใจว่าที่พ่อตาต่อ

 

แล้วนี่จะให้ฉันนั่งคันไหนน่ะฮะ นั่งรถเจ้าจินแล้วกันนะ รถนายจุนโนะนั่งซะเบื่อแล้ว

 

คาเมะฟังคุณพ่อสุดเผด็จการก็ถอนใจเฮือกระรอกสอง ไม่รู้จะชอบพออะไรกันนักหนากับรุ่นน้องร่วมสถาบันจอมลามกคนนี้ แต่อย่างไรก็ต้องเอาใจคนป่วย คาเมะจึงพาคุณพ่อสุดที่รักไปนั่งรถเก๋งที่จินเปิดประตูรอรับแต่โดยดี

 

แกจะไปนั่งคันโน้นก็ได้นะ

อ้าว

ก็เห็นทำชักสีหน้า

เปล่าซะหน่อย

เออ...ไปนั่งคันนั้นไป พ่อจะคุยกับจินเขา ตามประสาผู้ชาย

 

แล้วลูกพ่อคำนำหน้าเป็นนางสาวรึไงครับ ฮะ ทำไมทำกับลูกเยี่ยงนี้เล่า

 

สุดท้ายคาเมะก็ต้องงอนตุ๊บป่องไปนั่งเบาะหลังที่รถของจุนโนะจนได้ กระแทกก้นลงเบาะแรงตามความโมโหที่พุ่งเป็นริ้วๆ

 

เอ...พี่ได้กลิ่นอะไรตุๆ แถวนี้นะ

กลิ่นอะไรหรือครับพี่จุนโนะ ฮิคารุไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย

หึๆ ก็กลิ่นหมาหัวเน่าน่ะซี้ โอ๊ะโห โชย...เชียว

 

สุนัขศีรษะเน่าตัวดังกล่าวได้แต่แยกเขี้ยวแง่งๆ เป็นการตอบโต้ ส่วนฮิคารุก็กลั้นขำด้วยเกรงใจรุ่นพี่

 

รักดอกจึงหยอกเล่นน่า...

รักฮิคารุของพี่คนเดียวเหอะ

จริงสินะ คาเมะน่ะ...มีไอ้จินคอยรักอยู่แล้วนี่

 

เจอย้อนอย่างนี้เป็นอันเงียบ คาเมะหุบปากที่เตรียมต่อล้อต่อเถียงลงฉับ

 

เป็นฝ่ายชอบมันก่อนแท้ๆ น้า...เล่นตัวจริง

อะไรเล่า ผมเปล่าชอบคุณจินก่อนซะหน่อย

แหม... ไปบ้านมันวันเดียวกลับมาทำหน้าแดงนะไอ้หนู เชื่อตายล่ะ

ก็จริงนี่ ตอนนั้นผมยังไม่ได้ชอบคุณจินเขาเลยนะ

ไม่เชื่อ

ตามใจ

แต่ตอนนี้ก็รักมันไปแล้วใช่มั้ยล่ะ

 

เงียบไปสามสิบแปดวินาที ก่อนที่คนปากแข็งจะอ้อมแอ้มสารภาพ

 

ไม่เห็นอยากรักเลย...

 

ถ้างั้นก็บอกมันไปสิ ไปให้ความหวังมันทำไม เสียงของจุนโนะห้วนสั้นราวกับโมโหแทนเพื่อนขึ้นมาซะอย่างนั้น คาเมะที่ไม่เคยทำตัวให้ใครมาดุก็เหลือกตามองรุ่นพี่ของตนด้วยความตกใจ

 

โทษที พี่ก็เข้าข้างเพื่อนไปหน่อย จุนโนะทำเป็นถอนหายใจเบาๆ กดดันคนข้างหลังรถอีกทบทวี เพิ่งเห็นไอ้จินมันจริงจังก็คราวนี้ ไม่อยากให้มันผิดหวังน่ะ แต่ว่าคาเมะก็ตัดสินใจไปอย่างที่รู้สึกล่ะนะ ไม่ต้องสนใจใครหรอก

 

ฮิคารุมองเกมของจุนโนะออกก็ต้องซ่อนยิ้มพราวในหน้า สงสารคาเมะครามครันที่ถูกกดดันซะรอบทิศทาง

ไม่รู้พี่จินทำบุญด้วยอะไร ถึงมีคนคอยช่วยคอยให้กำลังใจ

 

พอมองจากกระจกหลังเห็นว่าสุนัขศีรษะเน่าเอนตัวลงขดนอนไปแล้ว ฮิคารุก็สะกิดคนรักเป็นสัญญาณให้หยุด

เสียงถอนหายใจที่ดังตามมาก็ทำให้สองคนหน้ารถต้องพึมพำขออโหสิกรรมเป็นการใหญ่

แต่ก็นั่นแหละ... ถ้าไม่เห็นว่ารักกัน คงไม่ทำตัวเป็นเจ๊ดันกันถ้วนหน้าอย่างนี้

 

ก็แม้แต่คุณพ่อยังเอากับเขาเลย...

 

.......................................................................................................

 

 หลังจากร่วมรับประทานอาหารเย็นมื้อใหญ่กัน จินก็นำน้ำผลไม้ที่มีทั้งชนิดบ่มเป็นแอลกอฮอล์และชนิดคั้นสดร้อยเปอร์เซ็นต์มาแจกจ่ายให้ชนแก้วฉลองกันถ้วนทั่ว บางคนทีเลือกอย่างหลังก็หน้าตายังใสๆ ดีอยู่ แต่บางคนก็หน้าออกแดงๆ ตาเยิ้มเชื่อมไปแล้วด้วยฤทธิ์ไวน์

 

จินเป็นคนที่หน้าตาใสๆ

 

จุนโนะแสนจะอึ้งทึ่งเสียวกับเพื่อนตัวเองที่เลือกกินน้ำมะเขือเทศแทนวายแดงของชอบ และพอถาม จินก็ตอบหน้ตายว่าเข้าโครงการเมาไม่ขับที่เมืองไทย

แต่ถ้าให้เดา จุนโนะคิดเอาเองว่ามันคงกลัวเมาแล้วตบะแตกไปปล้ำลูกเขาต่อหน้าพ่อมากกว่า

 

คาเมะเสียอีกที่ซดวายเอาเป็นน้ำ แต่เมื่อถาม ก็บอกหน้าตายไม่ต่างกันว่าดื่มอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องขับรถไปไหน ไม่เป็นไร...

มันช่างพอกันดีเหลือเกินคู่นี้

 

งานเลี้ยงใดๆ ย่อมมีวันเลิกรา สามทุ่มครึ่งหนุ่มน้อยฮิคารุก็หาวหวอดๆ จุนโนะจึงถือเป็นโอกาสชิ่งลาเจ้าของบ้านกลับ คาเมะตามออกมาส่ง ปล่อยให้จินเป็นคนทำหน้าที่เก็บจานชามไปเทเศษอาหารแล้วเอาเข้าตู้ล้างจาน

เมื่อกลับเข้าบ้านมาอีกที ทั้งโต๊ะจึงเหลือแค่เครื่องดื่มกับจานผลไม้ที่ร่อยหรอ

 

คาเมะก้าวด้วยความมั่นคงคว้าแก้ววายไปซดต่อที่หน้าทีวี

 

คุณจิน พ่อผมหายไปไหนแล้วครับ คาเมะร้องถามเมื่อมองซ้ายมองขวาไม่พบผู้สูงวัยในบ้านคับแคบ

 

ท่านบอกว่าง่วงเหมือนกัน เลยขึ้นไปนอนก่อน

 

คาเมะพยักหน้างึมงำก่อนจะเทความสนใจทั้งหมดไปที่แก้วของตัวเอง แต่พอจะยกซดต่อจินก็มาแย่งเอาไปเสียก่อน

 

อื้อ...เอาคืนมาครับ

ผมจะกลับแล้ว เดินไปส่งผมก่อน เดี๋ยวกลับมาค่อยกินนะ

 

ด้วยเหตุผลอันสมควร คาเมะจึงยอมปล่อยให้แก้ววายหลุดลอยไปอยู่ที่ซิงก์ล้างจาน ส่วนตัวเองก็เดินตามจินต้อยๆ ออกไปนอกบ้าน อากาศยามค่ำคืนทำเอาคาเมะต้องกอดตัวเองอีกครั้งเพราะลืมหยิบเสื้อคลุมติดมือออกมา

 

กลับบ้านดีๆ นะครับ

 

ถ้อยคำมารยาทหลุดออกจากปากเหมือนระบบอัตโนมัติ จินหันกลับมาจ้องด้วยค่อนข้างไม่พอใจ

 

กลับบ้านดีๆ นะครับ ถ้อยคำเดิมแต่น้ำเสียงใส่อกใส่ใจมากขึ้น จินจึงพยักหน้าให้เป็นอันว่าผ่าน

 

แต่ก็ยังไม่ยอมจากไปสักที...

 

คาเมะขมวดคิ้วมุ่นงุนงงไม่นาน การสืบเท้าเข้าใกล้ วงแขนที่ยกขึ้นมาโอบรัดตรงบั้นเอวของจินก็ทำให้เขาถึงบางอ้อ

วันนี้ยังไม่ได้กอดกันสักทีนี่หน่า...

 

 คงเพราะเคยชิน แขนของคาเมะจึงอ้อมไปวางพักที่ลาดไหล่ด้านหลัง เอาคางไปเกยอยู่กับบ่ากว้างสักฝั่งหนึ่ง

คนตัวเล็กกว่าหลับตาซึมซับไออุ่นคนตัวโตท่ามกลางองศาเลขน้อยกว่าสิบ วายที่ดื่มจนอุ่นๆ ในท้อง ไม่ออกฤทธิ์ให้สู้กับลมพัดผิวได้เท่าผู้ชายที่อาศัยอิงพิงอยู่

 

ทั้งเบาหวิวทั้งสบายจนกระชับอ้อมกอดนั้นเสียเอง

ยิ้มน้อยๆ... รอแรงกดตรงส่วนไรผมและขมับที่จะต้องมีตามมา

 

แต่คนตัวโตกลับผละตัวเองออกห่าง ถอยหลังจากไปเปิดประตูรถเก๋งที่จอดรอ รวดเร็วจนคาเมะหลุดอุทานไม่เป็นเสียง

ช่วงเวลาที่คนตัวเล็กลืมหายใจ จินยังยืนนิ่งไม่ก้าวเข้ารถ...

แค่อึดใจ...ก็หันกลับมาหาคาเมะที่ยังรอ

 

เป็นคาเมะเองด้วยซ้ำที่เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาก่อน จินจึงคว้าเอาทั้งตัวคาเมะกลับเข้ามาอยู่มาอาศัยในอ้อมอกเขาอีกครั้ง

 

ผมขอตรงนี้

 

จินชี้นิ้วตรงกลางหน้าผากมน คาเมะก็ทิ้งเวลาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางให้เป็นการอนุญาต

แล้วจึงหลับตา...รอ

 

จมูกโด่งค่อยๆ กดลงไปตรงส่วนที่มาร์กไว้ด้วยปลายนิ้ว คาเมะรับรู้ถึงการสูดลมหายใจลึกของจิน ก่อนมันจะเคลื่อนไปหยุดอยู่นาน...ที่ข้างแก้ม

 

กอด หอม... ตอนนั้นผมน่าจะเพิ่มคำว่าจูบไปด้วยนะ

 

 เสร็จสิ้นคำพูด ริมฝีปากที่เมื่อครู่กำลังจะประทับตามปลายจมูกของจินกลับหายวับไป คราวนี้จินก้าวขึ้นรถและปิดประตูดังปัง

ออกตัวรถแรง เร็ว จนล้อแทบปัด ขณะที่คาเมะยังคงยืนนิ่งด้วยทำอะไรไม่ถูก

 

เป็นวินาทีที่ความเย็นเยือกพุ่งเข้าไปถึงกลางหัวใจ

 

คุณจิน กลับมา...

คุณจิน...

 

.........................................................................................................................................................................

 

ความเหน็บหนาวยังดำเนินต่อไปกระทั่งเที่ยงวันที่อากาศอบอ้าว หลังจากเกณฑ์เด็กในร้านเย็บผ้าลูกไม้ที่สั่งจากต่างประเทศเสร็จคาเมะก็รีบบึ่งไปติดตั้งที่บ้านจินทันที รีบจนกระทั่งเมื่อไปถึงที่แล้วพบเพียงลูกกุญแจที่ใส่ไว้ในกล่องรับจดหมายก็เผลอตัวไปเตะประตูรั้วเสียเจ็บเท้า

 

- ผมไม่อยู่ครับ ไปธุระ เข้าไปทำงานได้เลยนะ กุญแจอยู่ในกล่องแดง / จิน

 

ข้อความของจินคาเมะได้รับหลังจากเปิดประตูลงจากรถไปเพียงไม่กี่วินาที คาเมะอ่านจบก็นึกอยากเอาสว่านเจาะรูบ้านให้พรุนไปซะทั้งหลัง พาลูกน้องยกเค้าเอาข้าวของไปขายเสียให้เกลี้ยง เป็นเจ้าของบ้านประสาอะไรมีหรือปล่อยให้คนนอกเข้ามาแล้วตัวเองไม่อยู่เฝ้า

 

 ปกติต้องตามประกบซะติดเลยไม่ใช่หรือไง

 

จิ๊ปากไปสามครั้งคาเมะก็สั่งให้ลูกน้องขนบันไดไปตั้งข้างกระจกบานสูงจรดเพดาน แล้วจึงขึ้นไปเริ่มงานด้วยการเจาะฝ้าเพดานเพื่อนำเอาให้เป็นที่ยึดของเสาสแตนเลส

 

นับจากตอนเที่ยงจนถึงตอนที่ผ้าลูกไม้ผืนใหญ่ได้ไปกางเป็นม่านเสร็จสมบูรณ์ ทีมงานจากผ่าม่านเคเคใช้เวลานานที่สุดเท่าที่เคยไปติดบ้านหลังไหน เพราะหัวหน้าทีมนั่นเองที่พาลูกน้องอู้ เดี๋ยวให้พักเดี๋ยวให้หยุดกินน้ำกินขนม เตะถ่วงจนล่วงเลยไปถึงสี่โมงเย็นจนได้สุดท้ายคาเมะต้องยอมให้มันเสร็จๆ แล้วปล่อยลูกน้องกลับบ้านไปก่อน เมื่อเหลืออยู่คนเดียวก็หมุนคว้างไม่มีอะไรทำก็ขึ้นไปชมแกลลอรี่ส่วนตัวของจินเป็นการฆ่าเวลา

 

พบว่ามีอีกสองสามรูปที่เพิ่มขึ้นมา น่ารักแบบที่ไม่คิดว่าคนอย่างจินจะเป็นเจ้าของผลงาน

 

เป็นรูปของแมวหนึ่งตัวที่กระโดดเกาะหน้าเจ้านายของมันเนื่องจากถูกสุนัขฝูงหนึ่งไล่เห่า เจ้าแมวเหมียวสีขาวหางชี้ขึ้นฟ้ากางเล็บเกาะผู้ชายคนนั้นจนเสื้อแสงขาดวิ่น

 

อ้าว พ่อยังไม่นอนหรือครับ

รอดูพวกแกหวีทหวานกันไง ว่าแต่ทำไมเจ้าจินมันไปเร็วนักล่ะ

 

...ผมเองพ่อ ที่ไล่เขา

 

 อีกรูป... เป็นกระต่ายตาแดงนอนเอาหูยาวๆ ของมันนาบกับอกของหมีตัวโตที่นอนใต้ต้นไม้ใหญ่ มือข้างหนึ่งของเจ้ากระต่ายขยุ้มขนสั้นๆ ของหมีใหญ่แน่น

จนเชื่อได้ว่าต่อให้เจ้าหมีลุกขึ้นยืน เจ้ากระต่ายคงเกาะอยู่อย่างนั้นไม่หลุดหล่นไปไหน

 

ทำไมล่ะ ไม่รักเขาหรือไง

รักครับ แต่...

รักแล้วจะปล่อยเขาไปอย่างนั้นเรอะ

 

โทนสีของทั้งสองภาพเป็นพาสเทลที่ค่อนข้างสดใส คาเมะยกมือขึ้นไล้ตรงส่วนฟ้าครามจนฝุ่นสีติดนิ้ว...สีน้ำ ต่างจากทุกรูปที่เป็นสีน้ำมันเกือบทั้งนั้น

 

สองรูปนั้นผมหวงนะ ถ้าอยากได้ต้องจ่ายแพง

 

คาเมะสะดุ้งหันไปหาเจ้าของเสียงตั้งแต่ประโยคแรกที่ได้ยิน จินยืนเต๊ะท่าเท่อยู่ตรงทางขึ้น

 

แพงสักแค่ไหนครับ

กับคุณผมให้ฟรีก็ได้ แต่เอาไปติดในห้องนอนนะ เจ้าของภาพสัตว์โลกน่ารักเสนอให้อย่างใจป้ำ

 

คาเมะเอียงคอรับข้อเสนอนั้นด้วยความสนใจอย่างยิ่ง งั้นผมขอเลือกก่อนนะครับ ว่าจะเอารูปไหน

แต่แท้ที่จริงอยากหาเรื่องหันกลับไประบายความดีใจออกทางสีหน้าที่ทำเฉยเมื่อกี้มากกว่า

 

คุณจินกลับมาแล้ว...

 

จินมองท่าทีครุ่นคิดเลือกไม่ได้ตัดสินใจไม่ถูกก็อยากออกปากยกให้ไปทั้งสองรูป แต่เมื่อเห็นว่าคาเมะดูเพลิดเพลินกับการชมงานศิลปะของเขานักหนาก็ไม่อยากขัดจังหวะ จินจึงรอด้วยการเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ไร้พนักหลังผ้าใบขาวที่ริมห้อง

 

เก็บภาพคนตัวเล็กในชุดเชิ้ตพอดีตัวกับยีนส์เอวต่ำที่ลุกนั่งก้มเงยอยู่อีกฝั่งเข้าเรติน่าไปเรื่อยเปื่อย

คิดซุกซนไปเรื่อยตามประสา

จนกระทั่งคาเมะเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ เหมือนตัดสินใจได้แล้ว

 

ว่าไง เอาภาพไหนดี

อยากได้หมดเลยครับ

แล้วจะเอาไปเก็บไว้ไหน

ไว้ที่นี่แหละ คุณจินก็เห็นว่าบ้านผมไม่มีที่

ก็ได้

 

งั้นกุญแจนี่ผมเอานะ คุณคงมีสำรองอีกอันอยู่แล้ว คาเมะหยิบกุญแจบ้านของจินจากในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาโชว์แล้วเก็บไปรวดเร็ว

ก็ถ้าผมอยากดูเมื่อไหร่จะได้เข้ามาได้เลยไงครับ

 

ไม่รู้ว่าวิธีการพูดของคาเมะ หรือสายตา หรืออะไรสักอย่าง ชวนให้จินไม่กล้าพูดอะไรต่อ นอกจากพยักหน้ายอมรับความต้องการของคาเมะไปทุกประการ

 

คุณเมื่อยหรือเปล่า นั่งนี่มั้ย

ขอบคุณครับ

 

ขณะที่จินกำลังลุกขึ้น ก็เป็นเวลาเดียวกับที่คาเมะเอื้อมมือมากดไหล่กว้างเอาไว้...ไม่ให้ลุก

และคาเมะก็นั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นทั้งอย่างนั้น หรือพูดให้ถูก ก็คือนั่งทับคนที่นั่งอยู่เดิม

คนอยู่บนรู้สึกได้ทันทีถึงอาการหายใจสะดุดของเบาะจำเป็น

 

คาเมะ...ลุกขึ้น

ทำไมครับ ตัวผมหนักหรือ

 

คราวนี้ถอนใจยาวแถมทำหน้าเหมือนหมีป่วย เบาะมีชีวิตคงไม่รู้ตัวว่าทำให้คนข้างบนรู้สึกสนุกขึ้นมาแค่ไหน

 

คาเมะ นับหนึ่งถึงสิบไม่ลุกผมละเมิดข้อตกลงทันทีนะ

หนึ่ง

 

พอจินเริ่มนับ คาเมะก็ขยุกขยิกนิดหน่อย แต่ก็ยังเฉยไม่ยอมลุก

 

สองสาม

สี่...

 

หันมายิ้มหวานให้ด้วย

 

ห้าแล้วนะ

หกเจ็ดแปด

 

จินเห็นคาเมะกรอกนัยน์ตามองเพดานเหมือนล้อเลียน

 

เก้า...

เก้าแล้วนะคาเมะ

 

สิ

 

ไม่มีใครละเมิดข้อตกลง แต่เป็นคาเมะที่หันหน้าเอาปากมาชนปากจินก็เท่านั้นเอง

 

หวานพอหรือเปล่า เสียงถามไม่ขลาดเขินตรงข้ามกับใบหน้าแดงซับสีเลือดและเปลือกตากระพริบถี

 

จุมพิตแผ่วเหมือนแมลงบินผ่าน จะให้ตอบอย่างไรว่ารสชาติเป็นแบบไหน

 

 หวาน...

อ้าว...แค่นี้ก็หวานแล้วหรือครับ คาเมะทำหน้าเหรอหราเหมือนคนผิดหวังจริงๆ

 

หวานสิ หวานตรงนี้นะ ตรงนี้ไม่ค่อยรู้สึกหรอก จินอธิบาย ตรงนี้ แรกด้วยการยกมือคาเมะมาแปะไว้ที่อกด้านซ้ายของตัวเอง และ ตรงนี้ หลังด้วยการยกนิ้วอีกข้างของคาเมะมาวางไว้ที่ริมฝีปาก

 

เท่านี้ คาเมะก็งึมงำในลำคออย่างเข้าใจ

 

หรือ ตรงนี้ยังไม่หวานหรือครับ งั้นผมแก้ตัวนะ

 

คาเมะแก้ตัวด้วยการจูบย้ำลงไปที่เดิม เหมือนเดิม แต่แช่ไว้นานกว่าเดิมสักหน่อย

 

ทำไม...

 

ทำไมคุณจิน...เฉย

 

สายตาสื่อความหมายออกมาแทนคำพูด จินที่กำลังหัวใจพองฟูก็แค่ยิ้มตอบไปเฉยๆ

 

จนคนตัวเล็กทำท่าจะลุกออกไป จินถึงยกแขนที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวมาตลอดทำหน้าที่ต่างอวนดักปลา กักและกั้นให้อยู่แต่ภายในอาณาจักรของจินแต่เพียงผู้เดียว

 

ผมจะค่อยเป็นค่อยไปนะคาเมะ แต่เป็นในแบบของผม โอเคมั้ย

ตามใจคุณ...

แน่นะ

แน่

 

พิสูจน์ความแน่ของคาเมะด้วยจูบของจริง จูบแบบเอาปากชนกันเฉยๆ สองครั้งแรกทำให้จินวางแผนการสอนในสมองยกใหญ่

 

ไม่รู้ว่ากว่าจะทำให้คาเมะเข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่าจูบจะต้องสอนกันกี่ยก แต่ก็ใช่ว่าคาเมะจะเป็นคนเรียนรู้ได้ช้านักหรอก แค่ต้องมีการนำร่องนิดหน่อย

ผู้เรียนที่ไม่คิดจะต่อต้านการสอนภาคปฏิบัติอีกต่อไปก็ดูจะค่อยๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

ถ้าเพียงครูจะไม่ใจร้อนเกินไปอย่างที่เคย...

 

คุณจิน ... คำตะโกนที่ดังออกมาราวกระซิบแผ่วดังลอดริมฝีปากที่หันหนีลิ้นชอนไช คุณจิน แม้ความเปียกชื้นยังคงลามไปจากมุมปากจนถึงแก้มแดงและลำคอ

 

คุณจิน พอก่อนครับ

ไหนว่าตามใจผมไง

ก็คุณจินบอกว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เสียงประท้วงมาพร้อมกับแรงทุบเบาๆ ที่กลางหลัง

 

ใช่ ในแบบของผม...

 

คาเมะคงต้องเรียนรู้การเจรจากับจินไปอีกนาน จึงจะเลิกตกหลุม หรือเผลอเต็มใจกระโดดลงหลุมของจินได้สักที

ตอนนี้คงต้องโทษตัวเองไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

 ดีใจนักหนาแล้วที่อยู่กันชั้นบน ถ้า..อยู่ที่ชั้นล่างคาเมะไม่อยากคิดต่อเลยว่าจะเลยเถิดไปถึงไหน

 

ภาพเตียงขนาดคิงไซส์ปรากฏขึ้นแจ่มชัดในสติที่เริ่มลางเลือนเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

=-=-=-=End=-=-=-=

 

 

 

อยู่ชั้นบนก็ใช่ว่าจะรอดนะเราว่า